ชายิกาของซาตาน | รีิอัป

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 67,492 Views

  • 58 Comments

  • 434 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    20

    Overall
    67,492

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 3 เค้าลางแห่งความยุ่งเหยิง [อัป 60%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 ก.ย. 61

 

ตอนที่ 3 เค้าลางแห่งความยุ่งเหยิง (ต่อ)

 

เป็นยังไงบ้าง ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่าเสียงถามจากด้านหลังทำให้ชายิกาหันไปมอง พร้อมเปิดรอยยิ้มอย่างพึงใจเมื่อเห็นหญิงสาวใหญ่ที่หล่อนเริ่มคุ้นเคยเดินเข้ามาในสำนักงานแห่งนี้...สถานที่ทำงานใหม่ของเธอ

ไม่มีค่ะ วุ้นไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้ว ขอบคุณมากนะคะพี่พริม

ไม่เป็นไร โต๊ะเก้าอี้ รวมถึงอุปกรณ์สำนักงาน อย่างคอมพิวเตอร์และพรินเตอร์พวกนี้ คนจากสำนักงานใหญ่เพิ่งจัดหามาให้เมื่อวานตอนบ่าย

ชายิกาฟังคำบอกเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ พลางมองรอบตัวภายในสำนักงานที่กรุผนังด้วยกระจกใสจนมองออกไปเห็นน้ำพุสวยที่อยู่ตรงลานกว้างซึ่งเป็นพื้นที่ว่างกั้นระหว่างบ้านหลังใหญ่กับสำนักงานนี้

ทำงานที่นี่อาจจะเหงา เด็กสาวๆ อย่างวุ้นมาอยู่อย่างนี้พี่กลัวว่าจะเบื่อเสียก่อน พริมพูดพลางมองใบหน้าขาวนวลแล้วกวาดสายตามองทั่วร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปกับกระโปรงแบบเรียบยาวแค่เข่า ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เห็นสวมมาเมื่อวาน

วุ้นอยู่ได้ค่ะลูกจ้างคนใหม่ตอบรับอย่างอ่อนหวาน ด้วยต้องการให้สาวใหญ่มั่นใจในความเป็นหล่อน ไม่ใช่ว่าชายิกาจะเก่งกล้าสามารถเกินกว่าใคร แต่ด้วยสถานะรวมถึงภาระที่ต้องแบกรับไว้จึงหล่อหลอมให้ต้องอดทน แค่บรรยากาศรอบข้างไม่สนุกสนานและไม่มีเพื่อนร่วมงานไว้คบหาอย่างถูกใจ คงไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ตนเลิกล้มทำงานแน่นอน

นัยน์ตาหวานกวาดมองรอบแล้วหยุดสายตาที่โต๊ะตัวใหญ่ซึ่งวางอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานของหล่อน

แล้วจะมีใครมาทำงานที่นี่อีกหรือคะ

หมายถึงโต๊ะนั้นหรือพริมมองตามคนตาหวานที่จ้องไปที่โต๊ะตัวต้นเหตุ อย่างที่เคยบอกนั่นแหละว่าเคยมีคนทำงานกับคุณหญิงแล้วลาออกอย่างกะทันหัน ข้าวของก็ยังไม่มาเก็บไปสักที โต๊ะตัวนี้จึงต้องเก็บรอไว้ หรือไม่บางทีก็อาจเอาไว้สำหรับคนที่จะมานั่งทำงานประจำที่นี่ต่อไป

คำอธิบายนั้นทำให้ชายิกาเผลอเม้มริมฝีปากจนแน่น งานใกล้บ้านแถมเงินเดือนดีๆ อย่างนี้หล่อนคงทำได้เพียงชั่วคราว หลังจากที่คุณหญิงได้พนักงานมาทำประจำแล้วหล่อนคงต้องหางานใหม่ หากลึกลงไปเธอก็ยังคาดหวังว่าถ้าผลงานเข้าตา ก็ไม่แน่ว่าเจ้านายอาจเปลี่ยนใจมาจ้างตนทำงานประจำแทนก็ได้

เอาละ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา พี่ก็จะกลับสักทีเสียงของพริมปลุกคนร่างบางให้ตื่นจากความคิด สาวใหญ่ขยับเท้าเดินไปจนถึงประตู แต่แล้วก็ชะงักก่อนหันกลับมาเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้ ตอนเที่ยงหนูไปกินอาหารที่ห้องครัวของตึกขาว เมื่อถึงเวลาฉันจะให้คนมาเชิญ

ตึกขาวไหนคะ บ้านหลังนั้นหรือเปล่าคะคนถูกเชิญถามพลางชี้ไปในทิศทางของบ้านหลังใหญ่ที่เห็นว่ามีเพียงหลังเดียวในอาณาบริเวณนี้ ที่เข้าข่ายว่าจะเป็นตึกขาวตามที่อีกฝ่ายพูดถึง

ใช่ บ้านหลังนั้นแหละ

แล้วมีคนอยู่ด้วยหรือคะหญิงสาวถามเพราะติดใจตั้งแต่เมื่อวานตอนมาสัมภาษณ์งาน หากพอเห็นสายตาของพริมที่หรี่มอง คนช่างสงสัยก็ต้องกล่าวชี้แจง พอดีวุ้นเห็นว่าประตูด้านหน้าของตึกขาวปิดอยู่ค่ะ เลยไม่รู้ว่าด้านในมีคนอยู่

ชายิกามองตามร่างของพริมที่เดินออกไปโดยไม่ได้กล่าวถ้อยคำใดอีก เมื่อถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในห้องสี่เหลี่ยมขนาดพอวางโต๊ะเก้าอี้ได้ไม่กี่ที่นั่ง นัยน์ตาคู่สวยก็กวาดมองรอบตัวอีกครั้ง พร้อมทั้งแย้มริมฝีปากอย่างพอใจในความพร้อมเพรียงของอุปกรณ์ทำงาน รวมถึงบรรยากาศดีๆ อย่างนี้จะหาได้จากที่ไหนอีก

ชายิกาเดินไปนั่งประจำเก้าอี้ทำงาน แล้วเปิดแฟ้มเอกสารรายการบัญชีที่คุณหญิงประภัสสรให้คนนำมาวางไว้ก่อนที่หล่อนจะเข้ามาถึง แม้ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนี้โดยตรง หากสิ่งที่ชายิกานำมาใช้เพื่อเรียนรู้งานตรงหน้าก็คงเป็นประสบการณ์และสัญชาตญาณเท่านั้น

ทำยังไงถึงจะมีเหลือกินเหลือใช้อย่างนี้นะ เฮ้อ!

เสียงบ่นอย่างไม่จริงจังดังขึ้นเมื่อเห็นรายการทรัพย์สินซึ่งมีทั้งที่ดินให้เช่า รวมถึงส่วนที่ถูกพัฒนาเป็นโครงการต่างๆ อีกทั้งผลประโยชน์จากธุรกิจที่มีอยู่ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจจิวเวลรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจนำเข้ารถยนต์หรูที่มุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มลูกค้ามหาเศรษฐีซึ่งทำรายได้ปีละหลายล้านบาท

ลูกเต้าก็ไม่มี เอาเงินพวกนี้ไปบริจาคเสียครึ่งหนึ่งให้เด็กด้อยโอกาสในสังคมก็คงจะดีไม่น้อยคนช่างคิดว่าไปอย่างขำๆ พลันคิ้วเรียวก็เลิกขึ้นเมื่อมองผ่านผนังกระจกใสออกไปด้านนอก แต่กี้ก็บอกว่าคุณหญิงมีลูกเลี้ยงคนหนึ่งนี่นา แล้วหมอนั่นไปอยู่ที่ไหน เป็นทายาทสายตรงอย่างนี้คงไม่ต้องทำการทำงานให้เหนื่อย แค่รอรับผลประโยชน์อย่างเดียวก็สบายไปทั้งชาติ

นาฬิกาที่ติดบนผนังเหนือโต๊ะทำงานบอกสัญญาณเวลาสิบนาฬิกา ขณะที่หญิงสาวพลิกแฟ้มเอกสารเล่มต่อไป แต่ไล่สายตาไปได้เพียงหน้าเดียวก็ไพล่ไปเห็นกลุ่มคนเดินผ่านสนามหญ้าตรงลานน้ำพุไปยังทิศทางของตึกขาว ด้วยความอยากรู้ชายิกาจึงลุกเดินออกจากเก้าอี้แล้วมาหยุดตรงหน้าต่างบานเลื่อน แล้วเพ่งมอง

คนพวกนั้นมาทำอะไรกัน

เสียงหวานพึมพำเมื่อเห็นชายฉกรรจ์ 4-5 คนที่ดูละม้ายจะเป็นช่างซ่อมอะไรสักอย่าง คนตัวสูงที่แบกบันไดกับอีกคนที่ถือสายไฟสีขาวม้วนโตมาด้วยกัน คนอื่นที่เหลือก็ยังมีสัมภาระจำพวกเครื่องมือช่างถือคนละไม้คนละมือ ชายิกาเห็นหญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อสีขาวนวลกับผ้าถุงสีน้ำตาลซึ่งคงเป็นคนทำงานบ้านในอาณาเขตรั้วแห่งนี้เข้าไปพูดคุย สักพักคนทั้งหมดก็เดินตามหลังหญิงคนนั้นแล้วลับหายเข้าไปในตึกขาว

ชายิกาขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวสวยยกขึ้นแตะแก้มนุ่มของตนอย่างครุ่นคิด

หรือว่าคุณหญิงจะกลับเข้ามาอยู่ที่ตึกขาว ถึงให้คนมาซ่อมแซมบ้าน

สงสัยไปก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ หญิงสาวจึงตัดใจเดินกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะเหมือนเดิม จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ตัว เพราะกำลังเพลินกับการนั่งดูข้อมูลในแฟ้มเอกสาร จนได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ใบหน้าสวยก็เงยขึ้นมองซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูสำนักงานถูกเปิดออกมา

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น