โซ่สวาททาสดวงใจ + E-book พร้อมโหลด

  • 65% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 524,753 Views

  • 452 Comments

  • 1,759 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    119

    Overall
    524,753

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ลูกบอลของปารลี [อัพ 30%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    6 พ.ค. 61

 

ตอนที่ 1 ลูกบอลของปารลี

 

ฝนเริ่มตกโปรยปราย ปารลีรีบเดินลัดเลาะไปตามชายคาตึกหมายจะไปรับลูกบอลซึ่งฝากเลี้ยงที่บ้านของป้าบัวโดยไว ด้วยไม่อยากให้ป้าบัวต้องรอนาน ก่อนหน้านี้หล่อนตระเวนหาที่รับเลี้ยงเด็กอยู่หลายวัน สุดท้ายมาลงตัวที่นี่ เพราะหญิงชรารักและเอ็นดูลูกชายวัยขวบครึ่งของหล่อนเป็นอย่างดี อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากห้องเช่าของหล่อนนัก แถมยังเป็นทางผ่านเดินกลับบ้านหลังเลิกงานที่ร้านทุกวัน

เข้ามาก่อนสิหนูจันทร์ ฝนทำท่าจะตกหนัก เจ้าลูกบอลเพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้เอง เป็นชั่วโมงกว่าจะตื่น

ป้าบัวเงยหน้าขึ้นจากกองผ้าที่นำมานั่งปะชุนด้วยมือแล้วเอ่ยเชื้อเชิญทว่าเพียงหญิงสาวย่างเท้าก้าวเข้ามาในบ้านเช่าเล็กแคบ ฝนก็เริ่มตกหนาตามากขึ้น

แย่จังเลยป้า วันนี้ลืมติดร่มมาด้วยสิ

บ่นพลางวางกระเป๋าถือลงข้างประตูด้านใน แล้วคุกเข่าลงใกล้ร่างกลมป้อมที่นอนหลับคุดคู้บนฟูกนิ่มที่วางบนพื้นบ้าน หล่อนวางมือบนศีรษะเล็ก  ลูบเส้นผมบางที่ปลิวสยายไปตามแรงจากพัดลมที่มีอยู่เพียงตัวเดียวในห้องเล็ก

หน้าฝนก็เป็นอย่างนี้ละ แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับเร็ว เพิ่งจะบ่ายสองเอง ลุงเขาเพิ่งโทร.มาบอกว่าจะไปส่งผู้โดยสารอีกที่ กว่าจะมาถึงก็คงร่วมชั่วโมง หญิงชราพูดถึงสามีที่มีอาชีพขับรถแท็กซี่ โดยวันนี้ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมหลานที่เพิ่งคลอดแถวฝั่งธน

เมื่อวันเสาร์จันทร์ไปเข้ากะแทนน้องที่ร้าน วันนี้เขาเลยมาทำชดเชยให้ค่ะ

ร้านที่ปารลีพูดถึงเป็นร้านขายเครื่องประดับอยู่ในห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากที่นี่นัก หล่อนทำเป็นอาชีพหลัก นอกจากนั้นยังรับงานเสริมด้วยการทำบัญชีให้กับสำนักงานเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หน้าปากซอย

ปารลีรู้สึกว่าชีวิตกำลังลงตัวกับการอาศัยอยู่แถวนี้ ก่อนหน้าเธอเคยอาศัยอยู่ในหอพัก เป็นแหล่งรวมของคนทำงานและนักศึกษา เมื่อมีเด็กทารกมาอยู่ด้วยก็หลีกเลี่ยงเสียงร้องโยเยไม่ได้ จึงกลายเป็นการรบกวนห้องข้างเคียง จนเจ้าของหอพักผู้ใจดีที่เคยผ่อนผันค่าเช่าให้ต้องคอยเตือนอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อไม่มีทางเลี่ยง ปารลีจึงตัดสินใจนำเช็คเงินสดสองแสนบาทที่ได้จากคนใจร้ายมาใช้ จากเดิมที่ตั้งใจจะนำไปคืนเจ้าของเมื่อหล่อนพร้อมและเข้มแข็งกว่านี้ แต่พอรู้ว่าตัวเองสู้ต่อไม่ไหว จึงยอมละทุกอย่างที่เคยคิดว่าควรทำ หวังเพียงให้ลูกน้อยมีความสมบูรณ์ที่สุด โดยนำเงินบางส่วนมาจ่ายคืนค่าเช่าตกค้างทั้งหมด แล้วย้ายออกเมื่อหาที่อยู่ใหม่ได้

ในวันที่เข้ามาที่นี่ แม้ข้างนอกจะดูเหมือนชุมชนแออัด แต่ข้างในนั้น บรรยากาศกลับไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ที่นี่ไม่ใช่ชุมชนใหญ่ คนจึงไม่เยอะ ถามจากป้าบัวหญิงชราร่างท้วมคนแรกที่เจอ จึงรู้ว่าเท่าที่อยู่มานานกว่าสิบปีก็ไม่เคยเจอพวกวัยรุ่นมั่วยา หรือโจรขโมย ที่นี่จะอยู่กันแบบครอบครัว มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน มันอาจเป็นผลดีกับใครหลายๆ คน แต่คงไม่ใช่กับหล่อนแน่ เพราะตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาก็มีคนพยายามถามถึงที่มาที่ไปของลูกชายวัยน่ารักของเธอ

ปารลีเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์คิดและสงสัย เมื่อเห็นหญิงสาวหอบทารกน้อยวัยสองเดือนเข้ามาอยู่กันตามลำพังโดยไร้เงาของสามี แต่เธอยังไม่พร้อมจะเอ่ยถึงเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น และอาจเป็นเหตุผลนี้กระมังที่ทำให้เธอสนิทใจกับป้าบัวมากกว่าใคร เพราะหญิงชราไม่เคยซักไซ้ถึงลูกบอลให้ต้องอึดอัดใจเลย

ปารลีนั่งมองข้างนอก สายฝนเริ่มบางลงและคงหยุดตกในไม่ช้า หน้าบ้านมีน้ำขังเป็นแอ่งเล็กๆ อากาศเย็นลงหลังจากที่ร้อนอบอ้าวมาหลายวัน เหม่อมองข้างนอกเพียงครู่ก็หันไปทางเบาะเด็กเมื่อหางตาเห็นลูกน้อยขยับตัว มือป้อมกำแน่น พอเห็นหล่อนก็ยิ้มจนเห็นฟันหน้าซี่เล็กๆ

แม่ แม่

สิ้นเสียงเรียกนั้นปารลีก็อ้าแขนรับลูกชายคนเก่งที่ลุกขึ้นเดินเตาะแตะมาหาลูกบอลเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ช่วงตื่นนอนใหม่ๆ ก็ไม่โยเย จะร้องไห้เพียงแค่ไม่เห็นใคร แต่จะยิ้มดีใจถ้ามีเธออยู่ใกล้ๆ

จะกลับแล้วหรือ

จ้ะป้า กลัวฝนจะตกหนักอีกรอบ

คุณแม่ลูกหนึ่งเอ่ยเท่านั้น หญิงชราก็ลุกไปหยิบร่มคันโตตรงหลังตู้มาวางใกล้ๆ

เอาร่มไปใช้ พรุ่งนี้ค่อยเอามาคืน ข้างนอกยังมีละอองฝน เดี๋ยวเจ้าลูกบอลจะเป็นหวัดเอา

ป้าบัวบอกอย่างมีเมตตา ก่อนดึงร่างเล็กป้อมเข้าไปกอดและหอม ขณะที่เด็กชายซึ่งเป็นขวัญใจของป้าบัวก็ลาด้วยการยกสองมือป้อมประกบกันตามที่ปารลีสอนให้ทำ แล้วหอมแก้มคืนหญิงชราเหมือนทุกครั้ง เสร็จจากการร่ำลา หญิงสาวก็อุ้มร่างป้อมขึ้นพาดบ่า แม้ตัวลูกบอลจะเริ่มหนักจนแทบยกไม่ไหว แต่เธอไม่อาจจูงมือพาเดินกลับบ้านเหมือนเช่นบางวัน เพราะถ้าทำเช่นนั้น แทนที่จะได้กลับบ้านไปพักผ่อน อาจต้องมานั่งเล่นน้ำฝนตามแอ่งข้างทางแทน

 

ฝนที่เทกระหน่ำในช่วงบ่ายค่อยๆ ซาลงแล้วหยุดตกในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการทำอาหารมื้อเย็นให้ลูกน้อย ขณะกำลังเคี่ยวข้าวต้มกับแครอต ก็อดคิดไม่ได้ว่าโชคดีที่ลูกบอลไม่มีปัญหาเรื่องกินยากเหมือนเด็กเล็กบางคน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของพ่อแม่เลยทีเดียว เพราะสิ่งที่ตามมาคือเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน อาจส่งผลถึงพัฒนาการ หรือขนาดร่างกายที่ไม่ได้เกณฑ์

เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหันมองลูกน้อยซึ่งกำลังใช้มือดันรถพลาสติกสีเขียวให้ไถไปตามพื้นห้อง แล้วหัวเราะเบาๆ ใครว่าลูกบอลไม่มีปัญหาการกิน จริงๆ แล้วลูกบอลน่ะมี แต่เป็นเรื่องการกินเยอะเกินไป ถ้าไม่อิ่มก็ไม่ยอมหยุด เรื่องขัดใจเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะฝ่ายนั้นจะกลายร่างจากเด็กกินง่ายนอนง่าย ไม่งอแง มาแผลงฤทธิ์ กว่าจะยอมสงบก็ทำเอาหล่อนต้องเหนื่อยหอบเลยทีเดียว

เมื่อเคี่ยวจนได้ที่ ปารลีก็เอาไปป้อนให้กับเจ้าตัวเล็กที่ง่วนอยู่กับของเล่นชิ้นโปรด พร้อมหันมาหัวเราะอารมณ์ดีเมื่อผลักไปแล้วรถไถลต่อได้เอง เคี้ยวหมดคำก็วิ่งเตาะแตะมารับคำใหม่

หล่อนพูดไปเรื่อยๆ อย่างชวนคุย มีหลายคนบอกว่าลูกบอลพูดได้น้อย หรือพูดได้ช้ากว่าเด็กหลายคน แต่พัฒนาการด้านร่างกาย การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างดี หล่อนเองสังเกตเห็นว่าลูกจะยอมพูดออกมาเป็นคำๆ เมื่อเกิดความสงสัย ซึ่งป้าบัวบอกว่าไม่ต้องกังวล เป็นธรรมดาของเด็กผู้ชายที่เรียกว่าปากหนัก ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงคงพูดได้จ๋อยๆ ทั้งวัน เด็กผู้ชายอาจเล่นซนอย่างเดียว

พอกลางคืนฝนกลับมาตกหนักอีกครั้ง มีเสียงฟ้าร้องครืนๆ อย่างน่ากลัว หล่อนต้องคอยกอดปลอบเมื่อร่างเล็กป้อมสะดุ้งเป็นพักๆ แม้ไม่มีเสียงร้อง แต่ความกลัวนั้นแสดงอย่างเด่นชัดทางสีหน้าและแววตาที่มองมายังหล่อน

ปารลีลูบหลังปลอบประโลมเมื่อลูกบอลมีอาการสั่น ยื่นหน้าไปจุ๊บปลายจมูกเล็กที่มีเค้าว่าโตขึ้นคงโด่งเป็นสันตรง ก่อนจะมองดวงตาดำสนิทที่ป้าบัวบอกว่าดุตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก สองอย่างบนวงหน้าเล็กกลมสะท้อนไปถึงใครคนหนึ่งที่เห็นจากที่ไกลๆ มาเกือบปี จนมีเหตุการณ์ทำให้ต้องเข้าไปปรากฏตัวตนในชีวิตเขา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่สร้างความเจ็บปวดยาวนานในเวลาต่อมา

ลูกบอลดื้อ เอาแต่ใจตามอารมณ์เด็ก แต่บางอย่างที่แสดงออกมาสะท้อนภาพของคนตัวโตยามที่เคยเกรี้ยวกราดกับหล่อน ซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็น มองเจ้าตัวเล็กแล้วน้อยใจว่าจะถอดแบบมาตอกย้ำให้หล่อนได้เป็นทุกข์จากความทรงจำเลวร้ายครั้งนั้นไปอีกนานสักแค่ไหน

นอนนะลูก

ปารลีบอก ลูกน้อยที่แหงนหน้ามองแม่ก็ซุกซบลงกับอกอุ่น ก่อนจะหลับไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย ผ่านไปพักใหญ่เมื่อเห็นลูกบอลหลับสนิท ดวงตาคู่งามก็ปรือปรอย ก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ตามไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #417 Amineen27 (@Amineen27) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 17:02

    เขียนลื่นมากเลยค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่าน ชอบบๆ
    #417
    0
  2. #342 saifon2014in (@saifon2014in) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 11:28

    น่าสนใจอยากอ่านต่อแล้วค่ะ

    #342
    0
  3. #315 อคิรา (@sweetfloralxxx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 01:46
    เรื่องน่าสนใจและอ่านลื่นมากค่ะ ขออ่านต่ออีกนิดนะคะ
    #315
    0
  4. #113 สุดารัตน์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:18
    อ่านจบเล่มไปหลายรอบแล้ว ชอบมากๆค่ะ #ลูกบอล มาอ่านฉบับปรับปรุงอีก อิอิ
    #113
    0
  5. #80 run*-* (@unyaunyo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:22
    สู้ๆนะ หนู จันทร์ ลูกบอล
    #80
    0