ตอนที่ 4 : ตอนที่ 1 แก้วตาดวงใจ สายใจแห่งรัก (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

 

ช่วงเวลาเดียวกัน ในห้องนั่งเล่นของบ้านจัดสรรแถวชานเมือง หญิงชรานั่งกอดอกพลางทอดสายตามองลูกสาวอย่างไม่สบอารมณ์

ชมพู่ย้ายไปอยู่กับรุตแค่หัวหินเองค่ะแม่ ถ้าแม่คิดถึงก็ให้ใครขับรถไปส่งได้นี่คะ รุตมีรีสอร์ตอยู่ที่นั่น ถ้าแม่ไปคงได้พักฟรี

รานีบอกมารดาให้เข้าใจ หล่อนรู้ถึงความผูกพันของยายที่มีต่อหลานสาววัยน่ารัก เด็กน้อยกำลังช่างเจรจาและออดอ้อนจนคนอยู่ใกล้หลงใหลตามๆ กัน แต่พอนึกถึงความเป็นจริง เธอก็ต้องตัดใจ ยอมให้ชมพู่ย้ายไปอยู่กับพ่อแท้ๆ ทว่าหญิงชราคงทำใจรับความจริงข้อนี้ได้ยาก

ผู้ชายตัวคนเดียวจะเลี้ยงเด็กได้ดีแค่ไหน ที่ผ่านมาก็หายไปตั้งหลายเดือน จู่ๆ ก็โผล่มาแย่งชมพู่ไป

ชมพู่กำลังโต บ้านเราไม่มีใครช่วยแม่ดูแล แต่ถ้าชมพู่ไปอยู่ที่นั่น รุตสามารถอยู่ดูแลแกได้ แถมยังมีป้าของเขามาช่วยดูแลอีกคน

แอ้นี่แปลกคน พูดเหมือนผลักไสไล่ลูก เหมือนไม่รักไม่ห่วงลูกเลยหญิงชราพูดเสียงสะบัด

แอ้ห่วงชมพู่เสมอค่ะ แต่อย่าลืมสิคะว่าชมพู่แค่ย้ายไปอยู่กับพ่อแท้ๆ ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนรานีบอกใจเย็น คิดว่าไม่นานมารดาคงคลายความเหงาลงได้ เพราะยังมีหลานอีกสองคนจากพี่ชาย ซึ่งอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน แวะเวียนมาหา

แล้วนี่ชมพู่หลับหรือยังคะ

หลับแล้วละ กว่าเราจะกลับถึงบ้าน ลูกเต้าหลับไปก่อนทุกวัน ไม่ได้เห็นหน้ากันเลย

รานียิ้มเมื่อนึกตามคำมารดา เพราะอย่างนี้เธอจึงเต็มใจให้มรุตเข้ามาดูแลลูกน้อย ถ้าตนไม่พร้อมด้วยเวลาหรือสิ่งอื่นใด ก็ควรเป็นสิทธิ์ของเขาได้ดูแลใกล้ชิด ร่างบางขยับกายพร้อมทั้งบอกขอตัว

แอ้จะไปดูลูกนะคะ

หญิงสาวออกจากห้องนั่งเล่นขึ้นบันไดสู่ชั้นสองของบ้าน แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องเล็กที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วน แยกออกจากห้องนอนใหญ่ของมารดา

รานีนั่งบนขอบเตียง แสงสลัวที่สาดเข้ามาทำให้เห็นวงหน้าของลูกน้อยชัดเจน เธอกวาดสายตามายังจมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากบางเป็นรูปกระจับช่างรับกับปลายคางมน อีกทั้งพวงแก้มยุ้ยสองข้างอย่างเด็กสุขภาพดีที่ประกอบกันเป็นใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา มือเรียวไล้คิ้วเล็กเหนือเปลือกตาบางที่ยามนี้ปิดสนิทสู่นิทรา นั่งเพ่งพินิจพิจารณาอย่างต้องการซึมซับเข้าสู่หัวใจ

หญิงสาวดึงขอบผ้าห่มผืนนุ่มมาคลุมกายเล็กให้คลายหนาว เธอเชื่อมั่นว่านับจากนี้ชมพู่จะอยู่ในอ้อมแขนของพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างอบอุ่นและปลอดภัย

รานีลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนเล็ก ไปยังห้องนอนใหญ่ที่อยู่คนละฝั่ง

ไปคุยกับแม่มาเหรอเสียงทุ้มทักขึ้นเมื่อเธอเข้ามาในห้องนอน รานีมองร่างสัดทัดของคนที่นั่งพิงหัวเตียง ก่อนย่างกรายไปนั่งเคียงใกล้

ค่ะรานีตอบสั้นๆ ชายหนุ่มก็ถามต่ออย่างใส่ใจ

แม่เป็นยังไงบ้าง

ไม่นานแม่จะเข้าใจมากขึ้น ที่นี่ยังมีหลานอีกสองคนมาหาทุกวัน คงไม่ทำให้เหงา

รานีมองสามีด้วยแววตารักใคร่ฉายชัด รู้ว่าเขากังวลที่ไม่อาจมีทายาทได้เอง แต่เธอไม่เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นอะไร เมื่อสิ่งที่เขาให้มา เช่นว่าความเอาใจใส่และความมั่นคงในใจนั้น มีค่าเพียงพอแก่เธอแล้ว

นอนเถอะ วันนี้แอ้เหนื่อยมาทั้งวัน

หญิงสาวพยักหน้าก่อนสลัดความคิดฟุ้งซ่าน แล้วเลื่อนกายมานอนเคียงบนเตียงข้างสามี

 

คนร่างกำยำยืนทอดสายตามองแสงสีประดับจากตึกสูงกลางเมือง จิตใจกลับมาร้อนรุ่มหลังปลดปล่อยความรุ่มร้อนกับเรือนกายสาว มือหนากำโทรศัพท์ไว้แน่น เพ่งมองเนิ่นนาน ด้วยใจอยากถามหา อยากรู้เรื่องราวของนางฟ้าน้อย แต่สำนึกได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาส่วนตัวของคนที่จะบอกเล่าให้ฟัง

มรุตยืนตรงระเบียงในห้องนอนของห้องชุด ฟังเสียงรถราบนท้องถนนเบื้องล่าง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขามองหลายสิ่งที่หยุดนิ่ง และบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในความมืด ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างตัดสินใจแล้วกดหาใครคนหนึ่ง

ยังอยู่กันหรือเปล่าเขาถามเมื่ออีกฝ่ายรับสาย

ออกมาเจอกันสิ ยังอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่

ตกลง แล้วเจอกัน

จบบทสนทนาสั้นๆ พลันร่างสูงก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ด้วยรู้ถึงเป้าหมายที่จะไป มือหนาเลื่อนบานประตูกระจก แทรกกายผ่านเข้าไปแผ่วเบา เขาไม่ต้องการรบกวนคนที่อยู่ในนิทราให้ตื่นขึ้นมาในยามนี้ ภายในห้องที่ส่องด้วยแสงไฟสลัวทำให้มองเห็นทุกอย่างเลือนราง ร่างบางกลมกลึงยังนอนหลับ จังหวะลมหายใจสม่ำเสมอ ชายหนุ่มรีบรุดจัดการตัวเอง ชั่วอึดใจก็เดินตัวปลิวไปยังพาหนะประจำตัว

ยี่สิบนาทีต่อมา เขาก็พาตัวเองมาสู่อีกบรรยากาศที่คุ้นเคย จอดรถได้ง่ายดายเพราะความเป็นคนคุ้นหน้า แม้จะเป็นช่วงที่ลูกค้าเข้ามาอย่างคับคั่งก็ตาม พอเดินไปใกล้ก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังลอดออกมา

คุณมรุตหายไปนานนะครับเด็กเสิร์ฟร้องทักเมื่อเขาย่างเข้าไปในผับหรู ชายหนุ่มแค่พยักหน้ารับ ฝ่ายนั้นก็รายงานต่อ

คุณสรณ์รออยู่ข้างบนครับ

มรุตเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดวนจนมายืนอยู่หน้าห้องรับรองที่ใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์ เหลือบมองด้านล่าง เห็นการเคลื่อนไหวอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงดังกลบทุกสิ่งอย่างพร้อมกระตุ้นอารมณ์ให้รู้สึกถึงความคึกคักและเร้าใจ ชายหนุ่มเอื้อมมือเปิดประตูแล้วเข้าไปข้างใน พลันได้ยินเสียงทักทายดังขึ้น

กว่าจะโผล่มาได้นะ

เพิ่งหาเวลาว่างมาได้ นายก็รู้ งานฉันมันรัดตัวมรุตตอบพลางทรุดตัวนั่งบนโซฟาในห้องรับรอง ที่ป้องกันเสียงจากภายนอกได้อย่างชะงัด

อันนั้นเข้าใจ แต่ที่ฉันพูดหมายถึงวันนี้ นายมีงานรัดตัวด้วยเหรอ

อนุสรณ์กระเซ้า พร้อมส่งแก้วเหล้าสีอำพันให้อย่างรู้ใจ หากอีกคนที่ยังนั่งนิ่งเฉยก็กระตุกยิ้ม ก่อนพูดลอยๆ

รุตมันกินเป็นที่เป็นทาง

ถ้อยคำนั้นทำให้อนุสรณ์หัวเราะขัน รู้ว่าฝ่ายนั้นสื่อถึงชีวิตส่วนตัวอีกด้านที่มรุตเก็บไว้หาความสำราญ และเป็นที่ที่เขาเพิ่งจากมา มรุตยิ้มรับอย่างไม่ถือสาหาความ จนฝ่ายนั้นหมดความสนใจ เปลี่ยนไปถามถึงเรื่องอื่นแทน

นายจะกลับหัวหินเมื่อไหร่

กลับพรุ่งนี้เช้ามือหนาของมรุตคลึงแก้วเหล้า หลุบนัยน์ตามองนิ่งนานเหมือนเห็นสิ่งน่าสนใจ อาทิตย์หน้าฉันต้องมาทำธุระที่กรุงเทพอีก...มารับชมพู่

วิศรุตเอนกายพิงโซฟา มองเพื่อนหนุ่มก่อนจะถาม

ที่บ้านของนายพร้อมแล้วใช่ไหม

ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม ตอนนี้ป้าก็มาอยู่ด้วยชายหนุ่มตอบก่อนยกแก้วขึ้นเทเหล้าลงลำคอ

ทางด้านอนุสรณ์ที่นั่งมองใบหน้าคมสันซึ่งผสมผสานระหว่างเชื้อพันธุ์ของโลกตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัวก็หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดกับเพื่อนหนุ่ม ดูว่าทุกอย่างยังคลุมเครือ จึงถามอย่างห่วงใย

ปัญหาเดิม รู้ตัวหรือยังถามสั้นๆ แต่เพื่อนกันก็รู้ว่าในครั้งหนึ่งนั้นมรุตเคยถูกลอบยิงตอนขับรถตามลำพัง ไม่มีคนสนิทและคนคุ้มกันภัย ทว่าเขาก็สามารถขับรถหลบหนีมาได้อย่างปลอดภัย

ยังไม่รู้ แต่สงสัยคนที่เคยเล็งซื้อที่ดินแปลงที่ฉันกว้านมาขยายรีสอร์ต แต่ไม่มีหลักฐานจะไปปรักปรำเขา อีกใจก็คิดว่าเขาคงขู่มากกว่าอยากเอาถึงชีวิต เพราะถ้าจะเอาถึงตาย ฉันคงรอดมาได้ยาก

ยังไงก็ระวังตัวด้วย วิศรุตเตือนด้วยความเป็นห่วง

ทั้งสามหนุ่มยังนั่งคุยอยู่ในห้องที่เงียบสงบ ท่ามกลางความอึกทึกภายนอกที่รับรู้ได้จากสายตาผ่านผนังกระจกใส ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงพูดคุยก็เคล้าด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน เหมือนว่าไม่เคยมีเรื่องราวที่ต้องหวั่นวิตกว่าเกินจะรับมือไหว หรือมีสิ่งที่ทำให้กังวลใจได้นาน


มีโปรโมชั่นอีบุ๊กบนเว็บเมพค่ะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น