เบี้ยปรารถนา + E book พร้อมโหลด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 45,334 Views

  • 57 Comments

  • 262 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    41

    Overall
    45,334

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 เบี้ย [อัป 70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    1 ก.ย. 61

 

ตอนที่ 1 เบี้ย (ต่อ)

 

เมื่อกี้คุณไปไหนมา ฉันเอามื้อเที่ยงมาให้ วางอยู่บนโต๊ะ ใกล้จะเย็นชืดแล้ว รีบกินซะนะ

คำพูดแรกจากคนเดียวที่แวะเวียนมาให้เธอได้พูดคุยอยู่ทุกวันนับจากย่างกรายมาดังขึ้น แต่บ่อยครั้งก็ทำให้ขัดใจเพราะศจีไม่ใช่เพื่อนคุยที่น่าเพลินใจนักหรอก...สารพัดคำห้าม ข้อควรปฏิบัติและบางทีก็เป็นคำถามเข้มงวดที่มาจากเจ้าตัว จนทำให้ปิ่นลดาคิดว่าเธอมีผู้คุมมากกว่าคนร่วมงาน หรือแม้แต่จะเป็นใครที่มาพูดคุยให้หายเหงา

ออกไปเดินเล่น อุดอู้อยู่ในบ้านทั้งวัน ฉันเบื่อปิ่นลดาบ่น ถึงอย่างไรศจีก็เป็นคนเดียวที่เธอบอกความรู้สึกได้ ฉันจะได้ทำงานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะ พักอยู่อย่างนี้รู้สึกกินแรงนายจ้างชะมัด

เจ้าหล่อนบ่นพึม โดยไม่ได้มองคนวัยสูงกว่าที่เบือนไปทางอื่นพร้อมสีหน้าแปลกเปลี่ยนไป

ปิ่นลดานั่งประจำเก้าอี้ตรงโต๊ะทานอาหารในห้องครัว เปิดสำรับที่จัดมาอย่างประณีตและตั้งใจ หล่อนหันมองสาวใหญ่ที่เดินอย่างเงียบกริบเป็นเชิงขอบคุณ หากไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำบ่น

ไม่นานฉันคงอ้วนตัวกลม นั่งๆ นอนๆ ทุกวัน อาหารที่ศจีเอามาให้ก็อร่อยทั้งนั้น

คุณอ้วนอีกนิดก็ยังสวยค่ะ

จริงเหรอศจี พูดอย่างนี้รู้หรือเปล่าว่าฉันบ้ายอ ถือเอาจริงจังเลยนะ

ปิ่นลดาล้อคนหน้านิ่ง ขนาดนี้แล้วเจ้าตัวแค่ยกมุมปากยิ้มตอบนิดเดียว

ฉันกลับแล้วนะ เย็นจะมาใหม่ คุณอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า

ปิ่นลดาชะงักมือที่กำลังตักอาหาร นิ่งเป็นครู่ ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

สุดท้ายก็อยู่ตามลำพัง ศจีคงไม่ใช่เพื่อนคุยของเธอจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่แค่มาส่งข้าวปลาวันละสามครั้งแล้วจากไปเมื่อหมดหน้าที่อย่างนี้หรอก

 

ในบ้านหลังกะทัดรัดที่ปลูกสร้างมาหลายสิบปีตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ สภาพภายนอกเก่าคร่ำคร่าเพราะขาดการดูแล แต่ด้านในยังคงสะอาดสะอ้าน เครื่องใช้เครื่องเรือนแม้จะเป็นของเก่าแต่ดูมีราคา เห็นกลิ่นไอความหรูหราครั้งอดีต

เด็กบอกว่าคุณให้รื้อของในห้องยายลดาทิ้ง หมายความว่ายังไง เด็กคนนั้นแค่ไปทำงานไม่ใช่หรือ กลับมาแล้วจะพักห้องไหน

กว่าจะกลับมา บ้านก็เปลี่ยนมือไปแล้ว ทยอยเคลียร์ของในบ้านตอนนี้แหละดีแล้ว

คุณ...คู่ชีวิตอุทาน มองชายวัยกลางคนอย่างคาดไม่ถึง สีหน้าและแววตานั้นดูเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกอย่างที่เธอว่าดูแปลกตา

ผมตัดสินใจแล้วว่าเราควรย้ายออกจากบ้าน ไปอยู่ใกล้ลูกของเรา หรือว่าคุณไม่อยากไป

อยากสิคะ ฉันบอกคุณให้ขายตั้งนานแล้ว คุณมัวแต่เสียดายสมบัติเก่าของพ่อแม่คุณ ที่ดินแถบนี้ใครๆ ก็ต้องการ ขายกันตารางวาละตั้งหลายแสน ยิ่งของเรากินเนื้อที่ตั้งสองไร่กว่า ขายตอนนี้เราก็เป็นเศรษฐีกันแล้วนะคุณ

นายวัฒนะพยักหน้า มองสีหน้าดีใจของภรรยาแล้วมีกำลังใจว่าตนได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

สำหรับเด็กคนนั้น เขาก็ได้ทำตามคำขอของลูกน้องเก่าเหมือนกัน เลี้ยงดูลูกสาวกำพร้าของเจ้าตัวก่อนจะสิ้นใจให้มีการศึกษา ส่งเสียให้เรียนจบปริญญา...คำสัญญาที่เขายึดถือมีเพียงเท่านี้ และมันสิ้นสุดเมื่อหลายเดือนก่อน

นับจากนี้ปิ่นลดาจะมีชีวิตเป็นอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับเขา

แล้วยายลดารู้เรื่องที่เราจะย้ายกันหรือยังคะ

ช่างเถอะ แกจะรู้หรือไม่รู้มีค่าเท่ากัน

นายวัฒนะบอกปัด ภรรยาก็ไม่เซ้าซี้ถาม ในเมื่อเธอได้ในสิ่งที่ต้องการและหมายตามานาน เรื่องอื่นก็ไม่น่าสนใจอีกแต่ยังมีอีกอย่างที่สงสัยอยู่

แล้วเงินล่ะคะ เงินที่เราเอาของคุณรัชภาคย์มา ป่านนี้รวมดอกเบี้ยตั้งเท่าไหร่แล้ว จะคืนเขายังไง

ไม่ต้องคืน เราล้างหนี้ไปแล้ว

เมื่อไหร่คะ คุณเอาเงินที่ไหนไปคืน ฉันจำได้ว่าที่หยิบยืมเขาส่งให้ยายแหววเรียนต่อตั้งแต่มัธยมจนจบปริญญาที่ต่างประเทศมันก้อนใหญ่มาก ไหนเงินที่คุณเอาไปไถ่ถอนบ้านจากธนาคารเมื่อ 2-3 ปีก่อนอีก คุณเอาเงินตั้งมากมายมาจากไหน

ไม่ต้องสงสัยหรอก คุณรู้แค่ว่าผมหาเงินพวกนั้นมาได้ ไม่ได้คดโกงจี้ปล้นใครก็พอ เจ้าของเงินเต็มใจให้เรา แลกกับของที่ผมส่งไป จากนี้ไปบ้านหลังนี้เป็นสิทธิ์ของผมกับคุณ หนี้ที่ส่งเสียยายแหววก็เคลียร์แล้วเหมือนกัน

ค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันรู้ ฉันก็ไม่ต้องการรู้ ฉันไว้ใจคุณ ส่วนบ้าน ฉันจะเริ่มเคลียร์ของออกตั้งแต่พรุ่งนี้ดวงหน้าอูมอิ่มของหญิงวัยกลางคนดูเบิกบาน หากเป็นครู่ก็เปลี่ยนเป็นระแวงขึ้นอีก แล้วแน่ใจนะว่าคุณรัชภาคย์ไม่ตามมาทวงหนี้คุณ พูดก็พูดเถอะ ฉันกลัวเขาจริงๆ ดูป่าเถื่อนชอบกล ฉันได้ยินมาว่าคนคนนี้มีเส้นสาย รู้จักคนใหญ่คนโตอีกด้วย

เขาไม่ทำอะไรเราหรอก เพราะเจ้าของเงินตัวจริงที่เราเอามาไม่ใช่เขา และคนคนนั้นก็เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรล้างหนี้ให้ผมแล้ว

ใครกันคะ

คุณรัชตะ พี่ชายฝาแฝดนายรัชภาคย์ เจ้าพ่อธุรกิจยานยนต์ที่ไปลงทุนอยู่ทางภาคเหนือ กำลังรุ่งเรืองในธุรกิจข้ามชาติ เงินแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งเขาร่วง ส่วนนายรัชภาคย์ ถ้าพี่ชายสั่งอะไร นายคนนี้ไม่กล้าหือ

ขนาดนั้นเชียวหรือคุณ

นายรัชภาคย์ ไม่น่ากลัวเท่าคุณรัชตะ

แค่นี้ร่างอวบท้วมก็ห่อไหล่ด้วยความรู้สึกชวนขนลุก ถ้าคนที่พูดถึงและเธอยังไม่เคยเห็นหน้าจะน่ากลัวกว่านายรัชภาคย์ที่ยกพวกมาทวงหนี้ รังควาญเธอกับสามีอยู่หลายครั้ง แล้วจะเป็นเรื่องน่ายินดีได้อย่างไร

คุณรัชตะไม่ยุ่งกับเราแน่นอน เขาเป็นคนจริง คำไหนคำนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสร้างอาณาจักรยิ่งใหญ่ด้วยตัวเองในวัยสามสิบสองปีหรอก ที่สำคัญผมส่งของที่เขาต้องการไปให้ ไม่ได้ขอให้ล้างหนี้กันฟรีๆ ทุกอย่างลงตัว

ถ้าอย่างนั้นฉันค่อยโล่งใจหน่อยค่ะ

เท่านี้ก็เป็นคำตอบให้คนขี้สงสัยได้คลายกังวล จนสามารถตัดทุกปัญหาออกจากใจ แล้วเร่งมือทำในสิ่งที่ตนและสามีต้องการโดยไม่เสียเวลานึกถึงใคร






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

0 ความคิดเห็น