ตอนที่ 1 : [SS2] ตอนที่ 0 บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ต.ค. 60

บทนำ

 

“ห้า...!”

“สี่...!”

“สาม...!”

“สอง...!”

“หนึ่ง...!”

เสียงคึกคักของผู้คนจำนวนมากกำลังสอดประสานกันเป็นหนึ่ง เพื่อนับถอยหลังเวลาที่จะเข้าสู่เช้าวันแรกของปีใหม่

“แฮปปี้นิวเยียร์!!!”

และตามมาด้วยการจุดพลุและดอกไม้ไฟเพื่อเพิ่มสีสันเฉลิมฉลองบรรยากาศให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

ภายในสถานเริงรมย์แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า...เมาดิบ

ผู้คนมากมายที่รักความสนุกสนานและการกินดื่ม ต่างแห่แหนกันออกมาเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีและต้อนรับวันปีใหม่กันในคืนนี้ คืนวันที่ 31 ธันวาคม และเพิ่งจะกลายเป็นเช้าวันที่ 1 มกราคม หลังเสียงนับถอยหลังเมื่อสักครู่

ผมกำลังเหม่อมองท่าทางสนุกสนานของผู้คนเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งพนักงานของร้านที่กำลังวิ่งวุ่น เพราะลูกค้าที่มาใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวันพิเศษแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถานเริงรมย์ ร้านอาหาร หรือสถานที่ที่มีความโรแมนติกและเหมาะสำหรับการจัดปาร์ตี้สังสรรค์ ก็มักจะเต็มไปด้วยผู้มากมาย

แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณลูกค้าหรือพนักงาน

นั่นคือ...รอยยิ้ม

พวกเขากำลังมีความสุขสนุกสนานรื่นรมย์ไปกับบรรยากาศที่คึกคักของการเลี้ยงฉลอง

แม้ว่าวันนี้ผมจะไม่ได้ปิดร้านเพื่อให้พนักงานได้พักผ่อน แต่ก็เตรียมทำอะไรพิเศษๆ สักเล็กน้อย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับการทำงานของพวกเขา

นั่นก็คือ การจัดงานเลี้ยงปีใหม่และแจกโบนัส!

.

เมื่อถึงเวลาปิดร้าน เหล่าลูกค้าที่มาใช้บริการต่างจากไปพร้อมกับความสนุกสนานและรอยยิ้ม เหล่าพนักงานของบาร์เมาดิบต่างมารวมตัวกันเพื่อกินเลี้ยงฉลองปาร์ตี้ปีใหม่ ผมได้จัดเตรียมทั้งอาหารและเครื่องดื่มไว้มากมาย เพื่อให้พวกเขาได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ในคืนนี้

“ขอบคุณนะครับเฮีย สุขสันต์วันปีใหม่!”

“ขอบคุณมากค่ะมาสเตอร์ สวัสดีปีใหม่นะคะ!”

พนักงานคนแล้วคนเล่ากว่าห้าสิบชีวิต ยืนเรียงแถวเพื่อรับซองโบนัสที่แจกกันสดๆ รับกับมือเจ้านายหนุ่มผู้แสนจะใจดีมีเมตตาและอ่อนโยนอย่าง...คุณเตวิช เอกโชติภูมินนท์

เขาเป็นใครน่ะเหรอ? ก็ผมไงจะใครล่ะ!

ชื่อจริงของผมก็คือ ‘เตวิช’ ในฐานะที่เป็นเจ้านาย พวกเขาต่างเรียกผมด้วยความเคารพว่า ‘เฮียเต้’ หรือ ‘มาสเตอร์’ แม้ว่าจะมีเหล่าพนักงานในร้านบางคน ที่มีความสนิทสนมเป็น ‘พิเศษ’ หรืออาจจะเรียกได้ว่า ‘ไม่เห็นหัวผม’ ในฐานะเจ้านายก็ตาม แต่ถ้าหากถูกข่มขู่ว่าจะหักเงินเดือน พวกเขาจะว่านอนสอนง่ายหรือสำเหนียกตัวเองได้ขึ้นมาทันที

แต่เรื่องนั้นช่างมันปะไร เก็บไว้ชำระหนี้ในครั้งหน้าก็ยังไม่สาย เพราะตอนนี้ผมกำลังอารมณ์ดีมากถึงมากที่สุด

ทำไมน่ะเหรอ?

หนึ่ง...เพราะวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่

สอง...เพราะวันนี้เป็นเช้าวันปีใหม่

และสาม...เพราะเป็นวันปีใหม่อีกนั่นแหละ

จริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษนอกจากคำว่า ‘ปีใหม่’ ดังนั้น ผมจึงควรทำตัวให้อารมณ์ดีและโลกสวยให้มากๆ โดยเฉพาะในวันนี้ ผมจะต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้สดใสร่าเริงเข้าไว้ เพื่อที่จะได้เจอแต่อะไรดีๆ ไปตลอดทั้งปี...เพราะมันเป็นเคล็ดลับน่ะ

“เฮีย...ผมขอเพิ่มอีกซองได้ป่ะ?”

หลังจากที่แจกซองโบนัสให้พนักงานจนครบทุกคนแล้ว ‘ออกัส’ หนึ่งในผู้ช่วยของผม ได้เดินย่างสามขุมปนสีหน้าชวนกระตุกส้นเท้าเข้ามาหา ขณะที่ผมกำลังนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ กับอารมณ์ชิลๆ ร่วมกับพนักงานในร้านคนอื่นๆ

“หือ...ว่าอะไรนะ?” ผมถามกลับปนน้ำเสียงลังเล เพราะคิดว่าหูคงจะเพี้ยนไป และไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มหวานให้

“นี่มันเรียกว่าโบนัสตรงไหนไม่ทราบ ต้องให้ผมอธิบายไหมว่าโบนัสของจริงมันเป็นยังไง” ออกัสขมวดคิ้วมุ่นนัยน์ตาดวงกลมเจือแววขุ่นเคือง พลางตบซองขาวลงบนโต๊ะเหมือนจะหาเรื่องอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วนี่อะไร ซองละหนึ่งพันบาท! ยังไม่ได้เสี้ยวของเงินเดือนเลยนะเฮีย!”

เออ...รู้น่า ว่ามันน้อยยิ่งกว่าเศษเสี้ยวของเงินเดือนพวกแกอีก

แต่ว่าตอนนี้ฉันมีภาระที่ต้องรับผิดชอบเยอะแยะนี่นา ต้องเลี้ยงหนึ่งนาราด้วยนะเว้ย เด็กกำลังกินกำลังโตต้องเลี้ยงดีๆ หน่อย อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ไหนจะต้องผ่อนรถ ผ่อนคอนโด จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าส่วนกลาง นี่ยังไม่รวมรายจ่ายที่ต้องคอยบริหารร้านเลยด้วยซ้ำ คิดว่าการเป็นเจ้าของกิจการมันจะล่ำซำนักหรือไง รายจ่ายต่อเดือนเป็นแสนๆ กว่าจะตัดสินใจแจกโบนัสให้คนละหนึ่งพันบาทได้ นี่เก็บไปนอนคิดแล้วคิดอีกตั้งสองสัปดาห์เลย

ถึงจะได้น้อย แต่ดีกว่าไม่ได้เลยนะเว้ย!

“จะบอกว่ามันน้อยไปสินะ?” ผมเปรยเสียงเรียบไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ ขณะถอนแก้วเครื่องดื่มออกจากริมฝีปาก

“ใช่!”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะอธิบายในมุมของเจ้านายที่อยากจะแจกโบนัสให้กับพนักงานของร้านให้ฟังก็แล้วกันนะ” ผมรวบรวมสติและตั้งมั่นให้อยู่บนธารน้ำแข็ง วางแก้วเครื่องดื่มในมือลงด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม

“บาร์เมาดิบแห่งนี้ มีพนักงานรวมทั้งหมด 54 ชีวิตไม่นับผู้บริหาร เงินในซองที่ฉันแจกทุกคนไปมีธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทต่อหนึ่งซอง ซึ่งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 54,000 บาท และไม่จบเพียงแค่นั้น ซองขาวที่พวกนายถืออยู่ ฉันซื้อมาแบบยกโหลทั้งหมด 5 โหล 60 แผ่น เป็นเงิน 90 บาท เฉลี่ยราคาแผ่นละ 1.50 บาท ดังนั้น ฉันจึงเสียทรัพย์ไปโดยสิ้นเปลืองเป็นเงิน 54,090 บาท ยังไม่รวมค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มที่ใช้จัดงานปาร์ตี้ในคืนนี้ ค่าน้ำมันที่ต้องไปเบิกเงินที่ธนาคาร และค่ากาวผนึกซองเลยนะ ไหนฉันจะต้องเสียเวลานอนอันแสนมีค่าเพื่อเตรียมของขวัญปีใหม่ให้กับทุกคน จนเกือบไปรับหนึ่งนาราที่โรงเรียนสาย!”

ให้ตาย น้ำเสียงผมเริ่มห้วนขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ ไม่รู้ทำไม พอเอ่ยถึงหนึ่งนาราทีไร เป็นต้องเสียการควบคุมตัวเองทุกที ตั้งสติเอาไว้ก่อน อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้กลับบ้านไปนอนแล้ว พอพ้นวันที่ 1 ไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวโลกสวยแล้ว

“โบนัสที่ฉันให้ทุกคนอาจจะดูน้อยไปก็จริง แต่ว่าในสัญญาจ้างตอนที่สมัครเข้ามาทำงาน ก็ไม่ได้ระบุเรื่องของโบนัสเอาไว้ในสัญญา เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นดุลพินิจของฉันล้วนๆ” หรือให้พูดง่ายๆ ว่ากูแจกให้คนละพันก็เป็นบุญหัวของพวกแกแล้ว

“ดังนั้น ได้โปรดช่วยเข้าใจถึงภาระที่ฉันต้องรับผิดชอบสักหน่อยเถอะนะ แล้วก็...ช่วยรับโบนัสหรือของขวัญปีใหม่จากผมคนละหนึ่งซองเพียงพอต่อใจกันด้วยนะครับ!”

ฟู่! เกือบของขึ้นแล้วไหมล่ะ ไอ้บ้าออกัส! มันคิดจะแกล้งให้ผมโมโหตั้งแต่วันแรกของปีใหม่เพื่อทำลายเคล็ดหรือไงวะ?

“โธ่...พูดซะยาว สรุปคือไม่ให้?” ออกัสยังคงยืนชักสีหน้าไม่พอใจใส่

ยัง...ยังอีก...ไอ้ออกัส! ฉันกำลังจะเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่แล้วนะเว้ย ถ้าขืนแกยังมายืนทำหน้ากวนบาทาและงอแงจะเอาซองเพิ่มอยู่แบบนี้ เห็นทีคงจะต้องจัดซองให้มันจริงๆ แต่เป็นซองขาวแนบใบลาออก ที่ซื้อมาแบบยกโหลยังเหลืออยู่อีก 6 ใบนะแก เดี๋ยวพ่อก็ไปปริ้นมาให้บัดเดี๋ยวนี้ซะเลย

“นี่...ออกัส! แกก็อย่าไปทำงกกับเฮียเต้มากนักเลยน่า”

“ใช่ๆ ปีใหม่ปีที่แล้ว มาสเตอร์แค่จัดงานเลี้ยงให้เท่านั้นเองนะ แล้วก็ไม่ได้แจกของขวัญให้พวกเราแบบนี้เลยด้วย”

“นั่นสิ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นโบนัสแล้วล่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะครับเฮีย”

“ใช่ๆ ขอบคุณนะครับ”

“ขอบคุณค่ะมาสเตอร์”

ก่อนที่ผมจะเกิดอาการฉุนไอ้ออกัสไปมากกว่านี้ แล้วลุกขึ้นไปปริ้นใบลาออกมาให้มันแทน เหล่าพนักงานคนอื่นๆ ที่ได้ยินบทสนทนาของผมกับออกัสก็ออกความคิดเห็น และยังช่วยพูดเข้าข้างผมอีกด้วย

“พวกนาย...” ผมมองไปยังพวกเขาด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณทุกคนนะที่เข้าใจฉัน”

ปลื้มปีติสุดๆ ที่มียังลูกน้อง (บางคน) รักและเข้าใจ หรือแม้กระทั่งยังเห็นว่าผมเป็นเจ้านายอยู่บ้าง

“พวกเราทุกคนรักและเคารพเฮียเต้นะครับ ดังนั้น ปีใหม่นี้พวกเราก็แค่คาดหวังว่าเฮียจะเพิ่มเงินเดือนให้บ้าง”

“ถึงโบนัสปีละครั้งจะน้อยนิด แต่ถ้าเงินเดือนเพิ่มขึ้น พวกเราก็หยวนๆ ให้นะครับ”

“...”

เงิบไปสิกู…

เกือบจะซึ้งอยู่แล้วเชียว ไอ้พวกบ้า!

“หยวนๆ อะไรของพวกแกฮะ! ขอเพิ่มเงินเดือนงั้นเหรอ!”

ก่อนที่พวกเขาจะมโนกันไปไกล คาดหวังว่าผมจะขึ้นเงินเดือนหรือแจกซองโบนัสเพิ่ม ผมคงต้องปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นมาจากฝันละเมอแล้วล่ะ

“ก่อนที่พวกแกจะมาร้องขออะไรจากฉัน แค่มาเปิดร้านให้ตรงเวลาพวกยังทำกันไม่ได้เลย! เดี๋ยวสาย 5 นาที 10 นาที บางวันสายตั้งครึ่งชั่วโมง! ฉันแทบจะทำหน้าที่ทุกๆ อย่างในบาร์นี้เองโดยไม่ต้องมีพนักงานอยู่แล้วนะโว้ย!”

“ขะ..ขอโทษครับเฮีย! พวกเราผิดไปแล้ว!!”

ชิ คิดจะมาดราม่าใส่คนอย่างเตวิชมันยังเร็วไปร้อยปีเว้ย!

“เลิกฝันเรื่องที่ฉันจะเพิ่มเงินเดือนหรือโบนัสกันได้แล้ว ไอ้ที่วางอยู่ตรงหน้านี่ ถ้าใครกินเหลือแม้แค่จานเดียว ฉันจะตัดเงินพวกแกมาชดเชยค่าอาหารที่จัดเลี้ยงนี่ซะ” ผมปรายตาขวางใส่ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในสายตา ทำให้พวกเขาต้องกลืนคำโต้แย้งลงคอไปโดยปริยาย แล้วรีบก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารตรงหน้าไม่ให้เหลือ ก่อนที่คำขู่ของผมจะเป็นจริง

สุดท้ายผมก็หลุดฟิวขาดจนได้ เพราะไอ้พวกบ้านี่เชียว ปีใหม่คราวหน้าไม่จงไม่จัดมันแล้วปาร์ตี้ แยกย้าย! ต่างคนต่างไปจัดกันเองกับครอบครัวเถอะ!

.

.

บทนำหาได้มีสาระไม่ 555 ทุกๆ คนในบาร์เมาดิบก็ยังคงป่วนประสาทเฮียเต้กันอย่างคงเส้นคงวา ยังไงก็ฝากติดตามกันต่อด้วยนะคะที่รัก

.

อสังหาริมทรัพย์[1] ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย

ติดตาม รักละลายใจ SS1 ได้ทาง

ธัญวลัย

http://www.tunwalai.com/story/161437/love-thaw-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88-ss1

และ Fictionlog

https://fictionlog.co/b/589b301170b83e276beecf8c

หรือ MEB

https://www.mebmarket.com/ebook-56643-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88-SS1


244 ความคิดเห็น