Desire of Niran ปริศนาข้ามมิติ

ตอนที่ 5 : ปริศนาที่ 5 นกในตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 53

ปริศนาที่ 5

นกในตำนาน

 

          อากาศของเช้าวันนี้ยังคงสดใสและเป็นธรรมชาติอยู่เสมอ  กลิ่นดินลอยโชยมาแตะจมูกสาวน้อยผมดำที่กำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะไม้  แสงแดดลอดส่องเข้ามาในบ้านดินหลังน้อยๆทำให้เซเวียร์ละมือจากการจดอะไรบางอย่างลงในสมุด...สมุดที่เธอพึ่งได้มาในวันเกิดที่ผ่านไป

 

            เซมาลีนยังคงนั่งทำกับข้าวร่วมกับผู้หญิงคนอื่นๆในหมู่บ้าน  เซเวียร์เดินเข้าไปหาเพื่อที่จะช่วยแต่เซมาลีนกลับบอกมาก่อนว่าให้เธอไปลานซ้อมฝึกอาวุธเลยทำให้เซเวียร์ต้องเดินออกไปอย่างจำใจ

 

            เดินมาเกือบถึงหน้าลานซ้อมอาวุธใหญ่แล้ว  เซเวียร์เห็นเซเน่ยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง  เป็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาล  ตาสีอำพันคนเมื่อวานที่มาช่วยเธอจากเสือโคร่ง(ตอนจัดการเสร็จแล้ว)  เซเน่เหลือบหันมาเห็นเซเวียร์พอดีจึงเดินเข้ามาลากเด็กสาวไปหาชายหนุ่มคนนั้น

 

            พี่เซเวียร์นี่ตื่นเช้าจังนะคะ  เซเน่ขอแนะนำให้รู้จัก อะแฮ่ม!~  ชายคนนี้คือ  เซลัส  ฟิลว์  ว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้  หรืออีกนัยหนึ่งก็คือพี่ชายของเซเน่นั้นเอง!!!”  เซเน่พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ  พร้อมกับยืดอกน้อยๆ  เซเวียร์ย่อตัวลงทำความเคารพ

 

            ฝากตัวด้วยนะคะ  พอดีฉันก็ทำได้แบบงูๆปลาๆก็เท่านั้น  เซเวียร์พูดด้วยรอยยิ้ม  เซลัสทำหน้างงเล็กน้อยที่เห็นเธอย่อตัวลงแต่ก็พยักหน้ารับแต่โดยดี

 

            ไม่ได้ตรงไหนก็บอกแล้วกัน  ผู้หญิงคนแรกของกองลังหมู่บ้านเราเชียวละ  ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร   เซเน่มองทั้งสองคนสลับซ้ายขวาก่อนยิ้มกว้างออกมา

 

            ถ้าอย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ  เดี๋ยวคุณแม่กับพี่เซรันเขาจะหาว่าอู้งาน  เซเน่วิ่งออกไปได้ไม่ถึงไหน  เซลัสก็ตะโกนออกไปว่า

 

            แล้วมันไม่จริงหรือไงยัยตัวแสบ!!!”  เซเน่หยุดฝีเท้าโดยฉับพลันก่อนหันหลังกลับมาแลบลิ้นใส่ชายหนุ่มแล้วออกวิ่งต่อ  ชายหนุ่มหัวเราะพอๆกับที่เซเวียร์ยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วสั่นน้อยๆเพราะกลั้นหัวเราะ

 

            น่ารักดีนะคะ  แต่เข้าไปกันเถอะคะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะโดนคนอื่นว่า  เซเวียร์พูดแล้วเดินผ่านรั้วไม้ที่กั้นเป็นอาณาเขตพื้นที่วงกลมรอบๆไป 

 

 

            เป็นที่รู้กันนะว่าวันนี้จะมีคนใหม่เข้ามาฝึกกับเรา...  น้ำเสียงทรงอำนาจของลัสเซลที่เป็นหัวหน้าการฝึกนี้ดังขึ้นจนเซเวียร์อดที่จะตัวสั่นกับเสียงนั้นไม่ได้   สมแล้วที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน....  ลัสเซลพูดอะไรบางอย่างต่อกับพวกผู้ชายคนอื่นที่นั่งฟัง  แต่เซเวียร์ไม่ได้สนใจเพราะเรื่องที่เธอสนใจตอนนี้คือ...เธอจะทำอย่างไรให้คนพวกนี้หยุดมองเธออย่างกับว่าเธอเป็นตัวประหลาดเสียที  และขณะที่เธอกำลังคิดเรื่องอื่นในหัวเพื่อที่จะเบนความสนใจจจากสายตาของพวกผู้ชายกว่าร้อยคนตรงหน้านั้น  เสียงทรงอำนาจของลัสเซลก็ดังขึ้นสั่งเธอ

 

            เซเวียร์  เราจะทดสอบเธอก่อนนะว่าเธอมีฝีมือขนาดไหนจะได้จัดการสอนให้ได้ถูกต้อง  เซเวียร์สะดุ้งเมื่อตอนแรกโดนเรียกชื่อ  แล้วรีบพยักหน้าขึ้นลงอย่างเร็วๆ

 

            ...ค...ค่ะ...ได้ค่ะ!!!”  เสียงใสรับคำอย่างขันแข็ง  ลัสเซลพยักหน้าอย่างพึงพอใจ  เขายิ้มน้อยๆก่อนหันไปพูดกับทุกคนทั่วลานกว้างอีกครั้ง

 

            ขออาสาสมัครคนหนึ่งในการที่จะมาสู้มือเปล่ากับเซเวียร์  เสียงฮือฮาดังขึ้นฉับพลันเมื่อลัสเซลประกาศจบ  ก็ใครจะไปกล้าสู้กับผู้หญิงที่ เหมือนจะ  บอบบางคนนี้กันละ  เพราะถ้าสู้ด้วยแล้วทำเธอเจ็บตัวพวกผู้หญิงในหมู่บ้านคนอื่นๆก็จะบอกว่าพวกเขารังแกคนอ่อนแอกว่าน่ะสิ

 

            ไม่นาน  มือของผู้กล้าคนแรกก็ถูกยกขึ้น  คนที่ยกมือเป็นเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ  ผมสีดำตาสีน้ำตาลอ่อนทำให้เธอนึกถึงชายร่างยักษ์ที่เป็นรองหัวหน้ากับลูกชายของเขาที่ไปช่วยเธอจากเสือโคร่งเมื่อวานนี้  แม้ว่าเธอจะจัดการเสร็จแล้วตอนพวกเขามาถึงก็เถอะ  ลัสเซลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะผายมือออกมาข้างหน้า

 

            เชิญหนูเซเวียร์และบาเรลออกมาสู้กันข้างหน้า  ไม่ต้องยั้งมือกันนะ  หวังว่าหนูเซเวียร์คงจะไม่ว่าอะไรหากจะมือบาดแผลกลับไปเล็กน้อย

 

            ...จริงเร้อ~  ดูมันไม่มีรับประกันอะไรให้เลยอะว่าจะกลับมาแบบแค่มีแผลเล็กๆน้อยๆ...  เซเวียร์เถียงตัวเองในใจอย่างน้ำตาตกใน  แต่เอาเถอะทำเรื่องนี้มันก็คงดีกว่าไปนั่งทำกับข้าวละนะ

 

            บาเรลออกมายืนประจันหน้ากับเซเวียร์  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเด็กสาวคมกริบอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ  มันทำให้เธออยากกลับไปสู้กับเสือตัวเมื่อวานจริงๆเพราะเธอรู้สึกเหมือนมีความกดดันอะไรแปลกๆแผ่ออกมาจากตัวของบาเรลด้วย  ซึ่งความกดดันนั้นมันก็เหมือนกับตอนที่มีคนมาบุกรุกบ้านเธอครั้งล่าสุด

 

            หลังจากที่ลัสเซลให้สัญญาณเริ่มสู้  ทั้งเซเวียร์และบาเรลต่างยืนนิ่ง  ความกดดันที่เธอรู้สึกตอนแรกเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ  เซเวียร์สังเกตเห็นผู้ชายหลายๆคนในลานซ้อมอาวุธแห่งนี้ตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำ  แต่เธอไม่ได้สนใจเพราะนัยน์ตาสีนิลของเด็กสาวกำลังจดจ้องอยู่กับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน

 

            บาเรล  หยุดปล่อยจิตสังหารได้แล้ว  อยู่ๆเสียงของลัสเซลก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย  ความกดดันทั้งหายไปในทันที  เซเวียร์ขมวดคิ้ว 

 

            ขอโทษนะคะ  ไม่ทราบว่าเมื่อกี้คุณลัสเซลพูดว่าอย่างไรนะคะ?  เซเวียร์ถามขึ้น  อะไรคือจิตสังหาร  ลัสเซลหันมาหาเซเวียร์แล้วเลิกคิ้วก่อนเขาจะยิ้มออกมาบางๆ

 

            และนั้นจะเป็นหนึ่งในขั้นตอนการเรียนของหนู  เซเวียร์  เซเวียร์ขมวดคิ้ว  ไม่นานเธอก็ถอนหายใจ  สรุปก็ไม่ได้คำตอบ...  หลังจากที่เซเวียร์กำลังถอนหายใจอยู่นั้น  เสียงของบาเรลก็ดังขึ้น

 

            ถ้าเธอไม่เขามาก่อน  ฉันจะเขาไปเอง  สิ้นคำพูด  ร่างของบาเรลก็พุ่งเข้าหาเด็กสาวอย่างรวดเร็ว  เจ้าของนัยน์ตาสีดำเงยหน้าขึ้นมองทันที  ดวงตาสีดำทอประกายระยิบระยับก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นออกแววเบื่อหน่าย  มันอาจจะเร็วในสายตาของคนอื่นนะแต่กับแชมป์กรีฑาเจ้าของสถิต 100  เมตร  ต่อ  4นาที  55วิฯอย่างเธอแล้วมันก็ยังช้าอยู่ดีนั้นแหละ

 

            หมัดลุ้นๆถูกส่งเข้าหาใบหน้าสวยอย่างเต็มแรง  แต่เซเวียร์ยกมือขึ้นตั้งการ์ดได้ทัน  ริมฝีปากบางอมยิ้มน้อยๆ  ยังดีที่คนตรงหน้ายังมีแรงพอให้ฟัดกับเธอได้นาน  เซเวียร์ก็กระโดดออกห่างจากบาเรลแล้ววิ่งตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด  มือบางข้างซ้ายถูกส่งเข้าไปตรงลิ้นปี่ของเด็กหนุ่มที่ยังไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นมาเตรียมท่าต่อสู้

 

            อั่ก!  บาเรลนั่งจุกลงไปกับพื้น  เซเวียร์กระโดดถอยห่างกลับไปที่เดิมที่เธอวิ่งมา  ถึงแม้คู่ต่อสู้จะยังไม่หายบาดเจ็บแต่เธอก็ยังคงทำท่าเตรียมรอรับไว้เพื่อความไม่ประมาท  พวกผู้ชายส่วนใหญ่ในลานซ้อมอาวุธตาค้างกับสิ่งที่เธอทำ  แหม~  เธอเป็นนักเทวันโด  คาราเต้  แล้วก็ยูโดสายดำนะ   กับอีกแค่การส่งหมัดมั่วซั้วอย่างเมื่อกี้นี้คิดเหรอว่าจะชนะเธอ  ถ้าไม่ได้อาศัยว่าแรงเยอะก็คงไม่รอดไปตั้งแต่แรกแล้วละ

 

            บาเรลค่อยๆยันตัวลุกขึ้นช้าๆ  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นตอนนี้ได้ฉายแววอาฆาตแค้นอย่างถึงที่สุด  เซเวียร์แทบจะผงะเมื่อเห็นสายตานั้น  โธ่~  พระเจ้า!!!  ชาติที่แล้วฉันไปทำอะไรไอ้หมอนี่ไว้เนี่ยทำไมมันถึงจ้องฉันแบบจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนี้!!!

 

            บาเรลพุ่งตัวเข้าหาเซเวียร์อีกครั้ง  เซเวียร์ส่ายหน้าน้อยๆก่อนเอียงตัวไปทางข้างซ้าย  หมัดของบาเรลจึงกลายเป็นวืดไป  และเมื่อตรงข้างหน้าไม่มีอะไรอยู่จึงทำให้บาเรลเซไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว  คราวนี้บาเรลก็ยังคงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาเซเวียร์เหมือนเดิม  เซเวียร์ส่ายหน้าและพอบาเรลใกล้ถึงตัวเซเวียร์  เด็กสาวก็ถอยเท้าขวาไปทางด้านหลัง  แต่ก่อนจะได้ทำอะไรเสียงของลัสเซลก็ดังขึ้นซะก่อน

 

            หยุด!!!”  เซเวียร์กลับมายืนตัวตรงเหมือนเดิมโดยหันหน้ามาหาลัสเซลแล้วหันหลังให้บาเรล  แต่บาเรลกลับไม่หยุด  เขายังคงปล่อยหมัดขวาเข้าหาเซเวียร์  เสียงของทุกคนในลานซ้อมร้องขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อยังคงเห็นบาเรลไม่ยอมหยุดและหมัดนั้นกำลังจะโดนเซเวียร์ที่หันหลังอยู่  เด็กสาวสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงของทุกคนร้อง  เด็กสาวตวัดตัวหันกลับหลังอย่างรวดเร็ว  มือบางสองข้างจับเข้าที่คอเสื้อของเด็กหนุ่มแล้วเอียงตัวหลบหมัดก่อนจะจับเด็กหนุ่มทุ่มลงไปกับพื้น

 

            ปึก!  ด้วยแรงกระแทกที่...เอ่อ...ไม่ค่อยจะธรรมดาทำให้เสียงร้องที่ดังตามออกมานั้นดังกว่าปกติ  ทุกคนมองเด็กสาวอย่างทึ้งๆไม่เว้นแม้แต่ลัสเซลที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน  เซเวียร์ยิ้มแห้งๆ  ก็เธอตกใจนี่นาใครจะไปคิดว่าจะลอบกัดละ...แค่ใช้ท่ายูโดจับทุ่มเอง....

 

            เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งลานซ้อมอาวุธ  เซเวียร์ยกมือเกาหัวอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไร  ลัสเซลเดินเข้ามาหาเด็กสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนตามฉบับของเขา

 

            เยี่ยม!  เยี่ยมมาก!!!  ฉันยังไม่เคยเห็นเด็กผู้หญิงคนไหนที่เก่งเท่าเธอเลย!  เธอทำลายความเชื่อของหมู่บ้านเราที่ว่าผู้หญิงสู้ได้ไม่เท่าผู้ชาย ไปหมดเลยละ  ลัสเซลกล่าวอย่างชื่นชม  เซเวียร์ก้มหน้าลงอย่างอายๆ  พร้อมกันกับเสียงปรมมือที่เริ่มจะซาลง

 

            ไม่หรอกคะ  ยังไงผู้หญิงก็สู้ได้ไม่เก่งเท่าผู้ชายจริงๆนั้นแหละ  ถ้าหากให้เทียบระหว่างแรงของผู้ชายกับผู้หญิง  ผู้หญิงก็ต้องมีแรงน้อยกว่าอยู่แล้วละคะ  เซเวียร์กล่าวอย่างถ่อมตน  แต่นั้นทำให้ผู้ชายในบริเวณนั้นเกือบทั้งหมดลอบเหงื่อตกในใจกันเป็นแถบๆ  พร้อมกับความคิดที่ตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

          ...ชกผู้ชายตัวใหญ่ๆให้จุกลงไปกับพื้นได้นี่เขาเรียกว่าแรงน้อยเหรอ?...

 

            เอาเป็นว่า  เดี๋ยวเรื่องการใช้อาวุธฉันจะให้เซลัสเป็นคนสอนเรื่องการใช้อาวุธแล้วกันนะ  ส่วนเรื่องจิตสังหารกับอะไรอย่างอื่นอีกนิดหน่อยเดี๋ยวฉันจะให้เบลอาเป็นคนสอน  ลัสเซลพูดสรุป  เบลอาที่เขาพูดคือรองหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้  หรือก็คือชายร่างยักษ์อีกคนที่เข้าไปช่วยเธอจากเสือโคร่งนั้นเอง  เซเวียร์พยักหน้าทำให้ลัสเซลยิ้มออกมาจางๆก่อนจะออกปากบอกให้คนอื่นๆไปซ้อมฝีมือตัวเอง  และคนที่เป็นเวรล่าสัตว์ก็ให้ออกไปล่าสัตว์ได้แล้วตามปกติ

 

            กรี๊ซ!!!  ตูม!  เสียงแปลกประหลาดที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนดังออกมาแถวๆชายป่าเมื่อวานที่เธอไป  ก่อนจะตามมาด้วยอะไรบางอย่างที่พุ่งขึ้นมาบนท้องฟ้าแล้วเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ไฟสีส้มแดง  ทันทีที่ทุกคนเห็นสัญญาณนั้นก็วิ่งไปแถวๆชายป่าโดยอัตโนมัติ  เซเวียร์ยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะวิ่งตามคนอื่นๆไป

 

            เมื่อมาถึงชายป่า  ภาพที่เซเวียร์เห็นคือชายคนหนึ่งในชุดสีแดงเหมือนเปลวเพลิงกำลังพึมพำปากขมุบขมิบ  แต่สิ่งที่ทำให้นัยน์ตาสีนิลของเด็กสาวเบิกกว้างกลับเป็นนกตรงหน้ามากกว่า  นกที่มีเปลวเพลิงรอบตัวแทนขนปีก  นัยน์ตาสีทองประกายส้มของมันดูไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

            นั้นพวกเรา!  ฉันไม่ได้ตาฟาดใช่ไหม  ฉันเป็น * ฟีนิกส์ละ!  ฟีนิกส์ตัวเป็นๆเลย!!!”  ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น  เด็กสาวมองอย่างไม่อยากเชื่อ  ก็ไอ้นกในตำนานอะไรนั้นมันมาอยู่ต่อหน้าเธอตอนนี้นะ   เป็นไปไม่ได้หรอกเธอตาฝาดแน่ๆ!!!

 

          *  ฟีนิกส์  สัตว์ในตำนานประเภทหนึ่งที่มีขนเป็นไฟ  รูปร่างเหมือนนกขนาดใหญ่  ตามตำนานกรีกบอกว่าเป็นนกที่มาร้องเพลงให้เทพอพอลโล่ฟังทุกเช้า  และเมื่อหมดช่วงอายุขัย 1000  ปีจะสร้างรังใหม่และเผาตนเองในรังนั้น  แล้วเมื่อถึงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นนกฟีนิกส์ตัวใหม่ก็จะเกิดมา

 

            พันธนาการแห่งเปลวเพลิง  ข้าขอใช้ท่านในการกักขังเจ้าแห่งวิหคทั้งมวลผู้ที่หนีรอดจากความผิด  ขอให้ท่านนำอำนาจไฟในตัวข้าไปเป็นสิ่งตอบแทน  เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเย็นยะเยือกของชายในชุดรุ่มร่ามสีแดงเพลิงดังขึ้น  เซเวียร์หันไปมองตามเสียงนั้น  ร่างกายของชายคนนั้นเหมือนมีไฟปะทุออกมาก่อนไฟนั้นจะกลายเป็นสายโซ่แล้วพุ่งไปรัดร่างของนกฟีนิกส์ตัวนั้น

 

            เจ้าบังอาจนักฟรายเลอร์!!!  เจ้าหลอกข้า!”  เสียงกรีดร้องของนกฟีนิกส์ดังขึ้นจนคนอื่นๆที่มาดูเหตุการณ์แทบจะอุดหูไม่ทัน  เซเวียร์เงยหน้าขึ้นมามองภาพตรงหน้าทันทีเมื่อได้ยินประโยคแปลกๆจากนกในตำนานตัวนี้

 

            ท่านอยากโง่ให้ข้าหลอกเองมิใช่หรือ?  เจ้าหญิง...  เสียงของชายในชุดคลุมสีแดงเพลิงดังขึ้นเป็นภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ  แต่เซเวียร์ฟังออกเด็กสาวเบิกตากว้างเพราะสิ่งที่เธอฟังออกนอกจากภาษาปกติแล้วความสามารถพิเศษตั้งแต่เด็กของเธอคือฟังภาษาสัตว์ได้  และภาษานี้ถ้าเธอฟังออกก็เท่ากับว่ามันคือภาษาสัตว์  แต่สิ่งที่เธอตกใจคือเขาคนนี้เป็นคนไม่ใช่สัตว์!!!

 

            หรือว่าเป็นสัตว์แปลงตัวมา...จะบ้าเหรอ! นั้นมันมีอยู่แต่ในนิยายเท่านั้น....  เด็กสาวคิดในใจ  แต่คิดไปคิดมาแค่เธอมาต่างมิติได้นี่มันก็น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้แล้วใช่เหรอว่าเรื่องที่เธอคิดนี้อาจจะเป็นจริง  แต่มันก็มีเปอร์เซ็นความเป็นไปไม่ได้อยู่อีกนั้นแหละ   จังหวะที่คิดอยู่นั้นนัยน์ตาสีนิลก็เหลือบไปเห็นพี่ชายของเซเน่เข้า  เด็กสาวจึงเดินเข้าไปถามทันที

 

            พี่เซลัสคะผู้ชายคนนั้นเป็นใครเหรอคะ?  ไม่เห็นตอนทานอาหารเมื่อวานเลย?  เด็กสาวถามเสียงเบาเพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องที่ควรถาม  ชายหนุ่มหันกลับมาตามเสียงเรียกนั้นก่อนตอบด้วยเสียงที่เบาพอๆกับที่เซเวียร์ถาม

 

            เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนตอนที่พี่ยังเด็กๆ  เขาเดินเข้ามาในหมู่บ้านเราแล้วบอกว่าเขาเป็นผู้รับพรแห่งไฟจากพระเจ้า  และให้เราเรียกเขาว่านักบวช  ตอนแรกๆพวกเราไม่เชื่อกัน  แต่พอเห็นเรื่องที่เขาทำแต่ละเรื่องแล้วเราทุกคนก็ต่างเชื่อกันว่าเขาเป็นผู้รับพรจากพระเจ้าจริงๆ  ส่วนสัญญาณไฟเมื่อกี้เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของเขานะ

 

            เขาทำอะไรเหรอคะพวกพี่ถึงต้องช่วยเขาขนาดนี้?  เซเวียร์ยังคงถามต่อไป  ชายหนุ่มทำท่านึกอยู่พักหนึ่ง

 

            ก็สอนวิธีจุดไฟ  ใช้ไฟ  สอนพวกเราวางกับดัก  สอนพวกเราสร้างอาวุธด้วยโลหะ....แล้วก็มีอีกเยอะแยะ  เซเวียร์พยักหน้า  แล้วหันไปมองภาพตรงหน้าต่อ  แต่เธอแอบค้านในใจเล็กน้อยว่าไอ้สิ่งที่เซลัสพูดมาเนี่ยเธอก็ทำได้  ยกเว้นการสร้างอาวุธ  ถ้าเอาเหล็กมาให้เธอละก็คอยดูนะเธอจะตีดาบให้เลย...แต่จะอยู่ในรูปร่างไหนก็ไม่รู้นะ...

 

            ส่งเด็กของท่านมาให้ข้าเดี๋ยวนี้  เจ้าหญิง  เสียงทุ้มต่ำเนิบนาบฟังดูน่ากลัวยังคงดังขึ้นต่อไปเรื่อยๆ  พอๆกับที่เซเวียร์ก็ตั้งใจฟังแต่ละประโยคอย่างใจจดใจจ่อ

 

            ข้ามีสิทธิในตัวของลูกข้า!  และข้าไม่มีความจำเป็นต้องมอบลูกข้าให้แก่กบฏอย่างเจ้า!!!”  เสียงแหลมของนกเพลิงยังคงเป็นที่แสบแก้วหูของทุกคน  เซเวียร์เองก็เริ่มรู้สึกว่าเธอหูอื้อขึ้นมานิหน่อยเหมือนกัน

 

            พูดผิดหรือเปล่าเจ้าหญิงของข้า  ใครกันแน่ที่ตอนนี้ถูกผองเราตราหน้าว่าเป็นกบฏ?  ผู้กล่าวอ้างตนว่าเป็นนักบวชพูดเสียงแผ่ว  ดวงตาสีส้มไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ  ต่างจากนัยน์ตาสีทองประกายส้มของนกเพลิงที่ถูกรัดรอบตัวด้วยโซ่  ตอนนี้ดวงตานั้นแทบจะปะทุออกมาเป็นลาวาแล้วด้วยซ้ำ(ถ้าทำได้นะ)

 

            ทั้งสองคน(ตัว)เงียบไปพักใหญ่  สร้างความสบายหูให้แก่มนุษย์ทุกคน  แต่ดวงตาของทั้งสองนั้นกลับจ้องกันอย่างไม่ลดละ  เซเวียร์มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าน้อยๆ  สัตว์ก็อยู่ส่วนสัตว์สิมาลากมนุษย์มาเกี่ยวด้วยทำไม

 

            ข้าจะบอกท่านอีกครั้ง...เจ้าหญิง  ได้โปรดส่งลูกของท่านมาให้ข้าซะเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวของลูกท่านเอง  ปีกเพลิงตีขึ้นลงจนคนที่อยู่รอบๆต้องถอยห่างออกมา  ต้นไม้ที่อยู่รอบๆต่างมีไฟติดลุกพึ่บ!  แต่เพียงแค่ชายในชุดสีเพลิงดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวไฟนั้นก็ค่อยๆมอดลงจนดับไปในที่สุด  นกเพลิงกรีดร้องเสียงดังอีกครั้ง

 

            ครั้งนี้ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าหลอกข้าอีกแน่นอน  คำตอบของข้าคือ ไม่-มี-วัน!!!”  ชายในชุดสีแดงเพลิงเลิกคิ้วก่อนเข้าจะหันมาบอกกับคนในหมู่บ้านที่มาตามสัญญาณที่ส่งไป

 

            ชาวหมู่บ้านเนเจอร์ทั้งหลายเอ๋ย  ฟีนิกส์นี้จะเป็นตัวนำหายนะมาสู่หมู่บ้านของเรา  หลังจากวันนี้ไปพืชพรรณในป่าไม้ต่างจะเหี่ยวเฉา  ดินของเราต่างจะแห้งแล้ง  น้ำในบ่อต่างจะแห้งเหือด  และสามวันต่อจากนั้นจะมีฝูงฟีนิกส์กลุ่มหนึ่งเข้ามาทำลายหมู่บ้านของเรา!!!”  เจ้าของเสียงทุ้มเนิบนาบพูดประกาศก้อง  เซเวียร์ปรือตาลงอย่างเบื่อหน่าย  พล่ามอะไรก็ไม่รู้น่าเบื่อชะมัด...

 

            ดังนั้น  สามวันต่อจากนี้ไปพวกเจ้าจะต้องจับฟีนิกส์ตัวนี้ไปบูชายันแด่เทพแห่งไฟ!!!”  จบคำประกาศของชายผู้กล่าวอ้างตนว่าเป็นนักบวช  ความเงียบก็เข้าครอบคลุมพื้นที่อยู่พักใหญ่  เซเวียร์ทนความเงียบไม่ไหวจึงยกมือขึ้นถาม

 

            ขอโทษนะคะ  แล้วเราจะจับเจ้าฟีนิกส์ตัวนี้ได้อย่างไรละค่ะ?  ในเมื่อทั้งตัวของมันปกคลุมไปด้วยไฟทั้งหมดเลย  ถ้าเราจับมันแล้วอย่างนี้มือของเราไม่โดนไฟเผาเหรอค่ะ?  ถึงแม้เธอจะถามขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ  แต่อย่างน้อยเธอก็มีมารยาทนะเพราะเธอมือขึ้นขออนุญาตแล้ว  เห็นไหมเธอไม่ผิดซะหน่อย...แต่ทำไมคนอื่นๆต้องมองเธอด้วยแววตาประหลาดๆอย่างนั้นด้วยละ?

 

            สาวน้อย...เจ้าเป็นใครกัน?  ชายในชุดสีแดงเพลิงกล่าวถามเรียบๆ  เซเวียร์ไม่ได้ใส่ใจจึงไม่ตอบ  เดือดร้อนลัสเซลที่ต้องมาเป็นคนบอกเอง  แต่ระหว่างที่ลัสเซลบอกและทุกคนหันไปมองทั้งสองนั้น  เซเวียร์ก็หันไปทางนกฟีนิกส์ที่อยู่กับพื้นแล้วพูดแบบไม่มีเสียงว่า

 

            หนูเชื่อท่าน...เจ้าหญิง  นัยน์ตาสีทองประกายส้มเบิกขึ้นเล็กน้อยก่อนกลับไปราบเรียบเหมือนเดิม  แต่แค่นั้นเซเวียร์ก็รู้แล้วว่าฟีนิกส์ตัวนี้ได้รับรู้ข้อความที่เธอบอกแล้ว  เด็กสาวหันกลับมาหาลัสเซลพอดีกันกับที่ลัสเซลหันมาถามเด็กสาวเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรกับนกฟีนิกส์ตัวนี้

 

            จับเอาไว้ก่อนดีไหมคะ  แล้วระหว่างนั้นเราก็ทำแท่นบูชายันคอยรอวันที่สามที่ท่านนักบวชบอก  เด็กสาวเสนอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทำให้ไม่มีใครจับสงสัยได้  แต่ฟีนิกส์ที่ฟังอยู่ด้วยกันนั้นกลับส่งสายตาที่บอกว่าสงสัย

 

            แล้วเราจะเอาฟีนิกส์นี้ไปไว้ที่ไหนกันก่อนละ?  ลัสเซลถามขึ้นอีกครั้ง  เซเวียร์ทำท่าครุ่นคิด  แต่ในใจเธอนั้นแอบกระตุกยิ้มไปหลายรอบแล้ว...เข้าแผน....

 

            ไว้ตรงปากทางเขาหุบเขามรณะดีไหมค่ะ?  จะได้ไกลจากตัวหมู่บ้านทำให้ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างที่ท่านนักบวชบอก  เด็กสาวยิ้มให้ทุกคน

 

            แล้วใครจะเป็นคนเฝ้านกนี่ไม่ให้ออกมาอาละวาดล่ะ?  ดูตอนมันออกแรงเมื่อกี้ก็ไม่ใช่เล่นๆเลยนะ  เป็นชายคนหนึ่งที่เสนอ  คราวนี้ทุกคนคิดหนักนอกจากเซเวียร์  เธอกำลังจะถามเรื่องนี้ออกไปอยู่พอดีเลยแต่เมื่อมีคนมาสนองความต้องการให้ถึงที่อย่างนี้มีหรือที่จะปฏิเสธ

 

            งะ...งั้นหนูเฝ้าให้กะ...ก็ได้คะ...ยังไงบ้านหนูก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว  เซเวียร์พยายามทำเสียงให้กล้าๆกลัวๆ เพราะถ้าตอบอย่างมั่นใจออกไปอาจจะทำให้มีคนสงสัย  เพียงเท่านั้นคนอื่นๆก็เบิกตากว้าง

 

            หนูจะทำจริงๆหรือเซเวียร์?  ลัสเซลถามเด็กสาวอย่างไม่อยากเชื่อ  ทำให้เด็กสาวยิ้มแห้งๆแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงกว่าเดิม

 

            ...ค่ะ  จบคำพูดของเซเวียร์  เสียงของท่านนักบวชของทุกคนก็ดังขึ้นตัดบท

 

            ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้  ข้าจะส่งฟีนิกส์ตัวนี้ไปหน้าหุบเขามรณะ

 

            วาบ!  มีแสงเปล่งออกมาจากร่างของนกฟีนิกส์  เมื่อแสงนั้นหายไปนกฟีนิกส์ก็หายไปด้วย  สักพักทุกคนก็แยกย้ายกันออกไปทำงานของตนเอง

 

 

            ตกดึก  เซเวียร์กลับมาที่บ้านดินของเธอเมื่อทานข้าวเสร็จ  วันนี้เซลัสเป็นคนสอนดาบไม้เธอแต่เขาก็บอกว่าเขาแทบจะไม่มีอะไรมาสอนเซเวียร์เพราะเธอทำได้อยู่แล้ว  ดังนั้นพรุ่งนี้เขาจะให้เธอฝึกใช้ดาบจริงในการสู้  แสงไฟสีหม่นๆส่องมาจากทางด้านหลังบ้านของเธอทำให้เด็กสาวเดินออกไปตรงจุดกำเนิดแสงนั้น  นกฟีนิกส์สีเพลิงที่ป่าถูกล่ามด้วยโซ่ไฟกำลังนั่งนิ่งสงบ  เมื่อเซเวียร์เดินมาดวงตาสีทองประกายส้มจึงเปิดขึ้นอย่างฉับพลัน  อัปกริยาท่าทางนั้นทำให้เซเวียร์หัวเราะออกมาเบาๆ

 

            ท่านนี่ตลกจังเลย  ไม่ต้องระแวงหนูขนาดนั้นก็ได้  เซเวียร์พูดเสียงใส  แต่เสียงพึมพำในลำคอของนกเพลิงก็ดังขึ้นเบาๆ

 

            ไม่ให้ระแวงคนที่บอกว่าจะให้สร้างแท่นบูชายันข้าแล้วจะให้ไประแวงคนที่ไหนกันละ  เซเวียร์หัวเราะออกมาอีกครั้ง  เมื่อเธอหยุดเธอจึงถอนหายใจออกมา

 

            จะเล่าเรื่องของท่านให้หนูฟังสักหน่อยได้หรือไม่ละค่ะ...ท่านเจ้าหญิง  เซเวียร์เน้นสองคำหลัง   นกเพลิงเสหน้ามองไปทางอื่น

 

            แล้วเพราะเหตุใดเจ้าถึงฟังสิ่งที่ข้าพูดออกละหนูน้อย  นัยน์ตาสีทองประกายเพลิงเหลือบมาสบตาคนที่ต้องตอบ  เซเวียร์จึงยิ้มให้อย่างเป็นมิตรแต่ไร้วี่แววคำพูดที่จะหลุดออกมาดวงตาของนกเพลิงจึงหันกลับไปมองทางอื่นดังเดิม

 

            ฮ้าว ~  ดึกแล้วหนูไปนอนก่อนนะ ...แล้วหนูก็เชื่อใจท่านนะคะว่าท่านจะไม่หนี  เด็กสาวพูดก่อนเดินเข้าบ้านดินของตนไป  ดวงตาสีเพลิงมองลับหลังที่เด็กสาวเดินไปแล้วก่อนพึมพำเบาๆ

 

            พูดอย่างนี้แล้วใครมันจะกล้าหนีได้ละ  ฟีนิกส์เป็นพวกรักศักดิ์ศรียิ่งชีวิต  เล่นมาพูดเหมือนเป็นสัจจะอย่างนี้แล้วมีหรือที่เหล่าฟีนิกส์อย่างเราจะกล้าผิดคำพูดนั้น...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น