Desire of Niran ปริศนาข้ามมิติ

ตอนที่ 4 : ปริศนาที่ 4 หมู่บ้านเนเจอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.ค. 53

ปริศนาที่ 4

หมู่บ้านเนเจอร์

 

            จิ๊บๆ  จิ๊บๆ  เสียงนกน้อยร้องแผ่วเบาคลอมากับสายลมที่พัดผ่าน  เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นทีละน้อยก่อนมันจะกระพริบถี่ๆ  แสงแดดที่ส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าเวลานี้นั้นสายมากแล้ว  นัยน์ตาสีนิลมองไปรอบๆอย่างแปลกใจ  ที่ๆเธออยู่นั้นไม่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย  รอบๆเป็นสีน้ำตาลของดิน   เธออยู่ในที่ที่เหมือนกับโดมขนาดเล็ก  รัศมีประมาณหนึ่งร้อยเมตรซึ่งแน่นอนว่าทำจากดินทั้งหมด  มีเพียงเตียงที่เธอนอนอยู่  โต๊ะ และประตูเท่านั้นที่เป็นไม้  แต่ถึงอย่างนั้นเตียงของเธอก็ถูกปูรองด้วยหญ้าบางอย่างเพื่อไม่ให้แข็งกระด้างและไม่สบายต่อการนอนเช่นกัน

 

            เซเวียร์เริ่มลุกขึ้นแล้วสังเกตบางสิ่งให้ชัดเจน  เธอพึ่งจะรู้ว่าชุดที่เธอใส่อยู่มันไม่ใช่ชุดที่เธอใส่ก่อนเดินทางมา  ตอนนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงหนังสีดำสนิท  แต่มันก็มีสีน้ำตาลเข้มผสมมาจางๆ  กระเป๋าของเธอตั้งอยู่บนเก้าอี้ที่ทำจากดินแล้วเอาไปเผาไฟ  หรือก็คือเครื่องปั้นดินเผานั้นเอง  เสื้อผ้าชุดเก่าของเธอวางอยู่ตรงข้างๆกระเป๋านั้น  เซเวียร์ตัดสินใจเดินไปเปิดประตูบ้านเพื่อที่จะออกไปข้างนอก

 

            แอ๊ด!  ทันทีที่เห็นด้านนอก  นัยน์ตาสีดำเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ  บ้านแต่ละหลังต่างถูกสร้างด้วยดิน  ผู้คนต่างๆอยู่ในชุดหนังสัตว์สีโทนน้ำตาล  และดำ   ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ต่างๆ  หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่านั้นเอง  มีเพียงแค่ภูเขาหัวโล้นด้านหลังที่เป็นทางเปิดไปสู่ที่อื่น  แต่นั้นก็เป็นทางที่มีแต่หิน  หน้าผา  และความมืดดูน่ากลัวเท่านั้นเอง  เซเวียร์กลื้นน้ำลายอึกใหญ่  ที่นี่ถือเป็นหมู่บ้านที่มีที่ทำเลดีที่หนึ่งหากไม่ติดว่าบ้านดินที่เธอพึ่งเดินออกมานั้นตั้งอยู่หน้าปากทางเข้าภูเขาหัวโล้นที่เธอพึ่งสังเกตความน่ากลัวเสร็จไปหยกๆน่ะสิ

 

            อ้าวหนู!  ฟื้นแล้วเหรอจ๊ะ?!”  เสียงอ่อนโยนของหญิงสาววัยกลางคนเจ้าของผมสีน้ำตาล  ตาสีอำพันคนหนึ่งดังขึ้นทำให้เซเวียร์หันไปมอง  หญิงสาวคนนั้นกำลังเด็ดใบอะไรสักอย่างอยู่ใส่ลงหม้อขนาดใหญ่  เซเวียร์เดินเข้าไปหา

 

            ขอบคุณสำหรับการดูแลค่ะ...เอ่อ  ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ไหนค่ะ?  เด็กสาวถามแล้วมองไปรอบๆอีกครั้ง  หญิงสาวยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อมองเซเวียร์ที่ดูจะตื่นตาตื่นใจกับหมู่บ้านของเธอนี้

 

            ที่นี่คือหมู่บ้านเนเจอร์จ๊ะ  ฉันเป็นภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านนี้ชื่อเซมาลีน  เรียกป้าเซก็ได้นะ  เด็กสาวพยักหน้ารับแล้วหันไปสนใจกับเจ้าพืชสีเขียวที่อยู่ในมือของเซมาลีน 

 

            แล้วนั้นคืออะไรเหรอค่ะ...ไม่สิ  ต้องถามว่าจะให้หนูช่วยอะไรไหม?  เซเวียร์ส่งสายตาวิบวับอย่างอยากทำเสียงเต็มประดาทำให้หญิงสาวหัวเราะเบาๆก่อนตวัดใบนี้เป็นวงกลมไปรอบๆ  สายตาของเซเวียร์มองตาม  เมื่อหญิงสาวหยุดเธอจึงมองอย่างงง  หญิงสาวหัวเราะอีกครั้ง

 

            สังเกตเห็นอะไรจากใบของพืชชนิดนี้บางจ๊ะ?  หญิงสาวถามอย่างขบขัน  เซเวียร์ขมวดคิ้ว

 

            ใบมีลักษณะเรียวยาว  และเส้นใบเป็นแบบร่างแหทำให้เดาได้ว่าต้นของมันเป็นหญ้าต้นเล็กๆ  ตัวใบมือขนอ่อนด้วยค่ะ  ตอนนี้กลายเป็นหญิงสาวเอ๋อไปบ้างละ  ต้นของต้นไม้ชนิดนี้เป็นเพียงแค่ต้นหญ้าจริง  แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือที่เด็กสาวคนนี้บอกว่าใบเป็นแบบร่างแห  ร่างแหของเธอนี้มันหมายความว่ายังไงกันละเนี่ย?

 

            สิ่งที่เซเวียร์ทำคือการตอบไปตามหลักของโลกวิทยาศาสตร์  แต่ทำไมเธอไม่คิดบ้างละว่าที่นี่มันไม่เหมือนโลกที่เธอเคยอยู่ก่อนหน้านี้นะ  แค่เห็นบ้านที่สร้างจากดินก็น่าจะรู้ได้แล้วว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน  ที่แน่ๆมันจะต้องไม่ใช่โลกของเธอชัวร์เพราะโลกที่เธออยู่แค่คำว่า บ้านดินบางคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคืออะไร

 

            เอ่อ...ที่บอกว่าต้นมันเป็นต้นหญ้าน่ะถูกนะจ๊ะ  แต่ที่บอกว่าใบมันเป็นแบบร่างแหเนี่ยหมายความว่าอย่างไรเหรอ?  คราวนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายถามบ้าง  เซเวียร์ขมวดคิ้วอีกครั้งก่อนมองไปรอบๆตัว  แต่แล้วเธอก็หันกลับมาหาหญิงสาวด้วยสีหน้าตื่นๆ

 

            ขอโทษนะคะ  ฉัน...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงค่ะ?  พึ่งจะรู้สึกตัวเหรอแม่คุณ....  หญิงสาวเอียงคออย่างสงสัย  ก่อนเอานิ้วชี้ขวาแตะริมฝีปากแล้วทำท่านึก

 

            ถ้าจำไม่ผิดนะ  มีคนเห็นเธอสลบอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน  ก็หุบเขามรณะที่บ้านเธอตั้งอยู่ด้านหน้านั้นแหละ  พูดจบหญิงสาวผมน้ำตาลก็หันมายิ้มให้  แต่เซเวียร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วหน้าซีด  อ๋อ! ไอ้ภูเขาหัวโล้นด้านหลังบ้านดินที่เราอยู่นั้นมันเรียกว่าหุบเขามรณะเหรอ? 

 

            ละ...แล้ว...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงค่ะ?  คราวนี้เซเวียร์ถามเสียงสั่น  หญิงสาวผู้ถูกถามทำหน้างงก่อนเอามือมาอังหน้าผากของเซเวียร์แล้วขมวดคิ้ว

 

            ...ตัวก็ไม่ได้ร้อน...อย่าบอกนะว่าหนูความจำเสื่อมน่ะ?  ชื่อของหนูชื่ออะไรจำได้รึเปล่า?  หญิงสาวถามเธออย่างร้อนรนและห่วงใย 

 

            เซะ...เซเวียร์  เด็กสาวตอบแค่นั้น  หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อย  คิ้วเรียวสีน้ำตาลขมวดกันจนจะเป็นเส้นตรง  หญิงสาวถามเธออีกครั้ง

 

            เอาละหนูเซเวียร์  หนูจำอะไรได้บ้างก่อนหนูจะมาอยู่ที่นี่  เสียงของหญิงสาวเริ่มเรียบทำให้เธอใจสั่นเล็กน้อย  ตอนนี้เธอเริ่มเดาอะไรคราวๆได้แล้วละ   ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อก็ตามแต่เธอก็คงต้องหาเรื่องยืนยันก่อน

 

            ...นะ...หนู  หนูจำไม่ได้คะ  เด็กสาวโกหกคำโต   หญิงสาวฟังแล้วทำเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงสงสาร

 

            งั้นหนูคงความจำเสื่อมแล้วละ...ไม่เป็นไร  อยู่ที่นี่ไปก่อนก็ได้จ๊ะ  หมู่บ้านเนเจอร์ยินดีต้อนรับนะ  ตอนหลังหญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสดใสทำให้เซเวียร์แอบถอนหายใจด้วยความโล่ง  ตอนนี้สิ่งที่เธอพอจะเดาได้อยู่ในหัวคือ...ที่นี่ไม่ใช่โลกที่เธออยู่!!!

 

 

          ตอนเย็นเธออยู่ทำกับข้าวกับเซมาลีน  แต่ดูเหมือนวัตถุดิบจะไม่พอเธอจึงต้องออกไปหามาเพิ่ม  แน่นอนว่าเซมาลีนจะต้องไปกับเธอด้วย  และมีผู้ร่วมออกไปหากับเธออีกสองคน คือ  เซรัน  ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของเซมาลีน  อายุ18 ปี  และ  เซเน่  ลูกสาวคนเล็กอายุ 11 ปี  สองคนนี้มีพี่ชายคนโตอีกหนึ่งคนชื่อ  เซลัส  อายุ20 ปี

 

            หมู่บ้านนี้จะแบ่งระหว่างชายหญิง  หากเป็นหญิงให้อยู่ทำอาหารกับข้าวให้ผู้ชายคนอื่นๆในหมู่บ้าน  และผู้ชายจะเป็นคนคอยทำงานที่ใช้กำลัง  เช่น  ผ่าฟืน  ล่าสัตว์เป็นต้น  ในขณะที่ของผู้หญิงจะทำเพียงเก็บหญ้าสมุนไพรที่เป็นอาหารและใช้เป็นยาได้เท่านั้น

 

            เวลารับประทานอาหารของที่นี่จะทานกันทั้งหมู่บ้าน  ก่อกองไฟขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางแล้วนั้นล้อมรอบ  หมู่บ้านนี้มีคนโดยประมาณเพียงแค่เกือบ300คนเท่านั้น  ไม่มีการใช้เงินตราอย่างโลกที่เธอเคยใช้  และเมื่อทุกคนทานอาหารกันเสร็จก็จะเข้าบ้านดินของแต่ละคนนอนทันที

 

 

            เซเวียร์เดินถือตะกร้าเข้าป่าไปกับเซมาลีนและลูกสาวของเซมาลีน  ตั้งแต่เข้าป่าไปเซเวียร์ถึงกับตะลึง  พรรณไม้แปลกๆมากมายที่เธอไม่เคยเห็น  ตั้งแต่เถาวัลย์สีแดงลายจุดสีน้ำเงิน    ไปจนถึงต้นไม้เดินได้เลยทีเดียว  เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าต้นไม้นั้นจะเดินได้  เธอคิดว่ามันเคยมีแต่ในนิทานปรัมปราที่ว่าต้นไม้มีหน้าคนและสามารถพูดคุยได้  ตอนนี้เธอคิดว่าถ้าหากเจอต้นไม้แบบนั้นที่นี่มันคงจะไม่แปลกเลยทีเดียว  เซมาลีนสอนเซเวียร์แยกแยะพืชประเภทต่างๆ  ส่วนเซรันกับเซเน่เดินแยกตัวไปเก็บกันสองคน

 

            โฮก!!!  เสียงสัตว์ใหญ่คำรามดังขึ้น  เซมาลีนสะดุ้งเฮือก  ส่วนเซเวียร์ก็ทำหน้างง  จะตกใจอะไรก็แค่เสียงตัวอะไรสักอย่างร้องเท่านั้นเอง  ไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของเซรันและเซเน่  ทั้งสองวิ่งหอบมาหาเซมาลีน

 

            “แม่คะแย่แล้ว!!!  เมื่อกี้พวกหนูเจอ...เจอ...”  เซรันพูดรัว แต่เสียงสุดท้ายกลับสั่นๆแล้วเธอก็หน้าซีด

 

            “เสือค่ะ!!!  เสือโครงตัวเบ่อเร่อเลยด้วยนะ...”

 

            กร๊อบ!

 

            “...คะ...”  เซเน่พูดต่อ  แต่ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงกิ่งไม้หักดังมาจากพุ่งไม่ข้างหลัง  ทุกคนสะดุ้งเฮือกเซเวียร์เริ่มหน้าซีดตามคนอื่นๆ  เธอพอจะเดาได้ลางๆแล้วละว่าตอนแรกเซมาลีนหน้าซีดเพราะอะไร

 

            “วิ่ง!!!  ไม่ต้องให้พูดรอบสอง  ฝีเท้าของทุกคนเริ่มทำงานทันทีโดยไม่ต้องสั่งการ  สัตว์สี่เท้าเจ้าของร่างสีเหลืองสดลายทางสีดำกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ทันที  เสียงของมันดังขึ้นอีกรอบทำให้ทุกคนยิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปอีก 

 

            โธ่~  ไอ้ป่าประหลาดๆอย่างนี้มันยังมีสัตว์แบบนี้อีกเหรอเนี่ย?!  แถมพวกต้นไม้เดินได้แทนที่จะช่วยกันกันไม่ให้ไอ้เสือนี่มันมาวิ่งไล่อยู่อย่างนี้  กลับวิ่งหนีกันหมดไปคนละทาง  ทางก็โล่งมันก็มาได้ง่ายนะสิ!!!  เซเวียร์คิดในใจพร้อมกับมองไปรอบๆอย่างปลงๆไม่เข้ากับสถานการณ์  ดูถ้าทางคงจะมีแต่ต้องเอาตัวเข้าชนกับมันละมั้งเนี่ยอย่างนี่

 

            จบความคิด  เสือโคร่งตัวนั้นวิ่งแซงหน้าไปดักกลุ่มของเธอทำเอาแต่ละคนเบรกฝีเท้ากันแทบไม่ทัน  ทุกคนถอยกรูกันไปติดต้นไม้เสือโคร่งตัวนั้นคำรามใส่หน้าของพวกเธอ  ทำเอาเซรันและเซเน่แทบจะเข่าอ่อนลงไปกับพื้นเลยทีเดียว  ส่วนเซมาลีนมายืนกันเด็กๆข้างหน้าพร้อมกับพูดเสียงเบา

 

            อยู่นิ่งๆกันไว้นะเด็กๆ  อย่ากระดุกกระดิกละ  เราต้องทำตัวเราเหมือนต้นไม้มันจะได้เดินผ่านไป  ทันทีที่จบคำพูด  เสียงพ่นลมในลำคอของเสือโคร่งก็ดังขึ้นทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง  แต่เซเวียร์ขมวดคิ้วเพราะเธอได้ยินเจ้าเสือตัวนี้พูดว่า

 

            พวกมนุษย์นี่โง่กันจริงๆ  คิดหรือว่าแค่ทำตัวนิ่งๆจะทำให้ข้านึกว่าพวกเจ้าเป็นต้นไม้ได้ 

            ภาษายุคไหนละเนี่ยถึงได้ใช้คำว่าข้า  ใช้คำว่าเจ้า  สงสัยเสือโคร่งตัวนี้มันจะอยู่มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เลยติดนิสัยคำพูดสมัยก่อน...ไม่ใช่!!!  จะบ้าเหรอเรานี่ไม่ใช่เวลามาคิดอะไรพิลึกๆอย่างนี้นะ  เซเวียร์คิดนั้นใจ  แต่ไปๆมาๆกลับว่าตัวเองซะอย่างนั้น  เจ้าเสือโคร่งที่เธอพึ่งนินทาเสร็จไปหมาดๆค่อยๆย่างสามขุมเข้ามาหาพวกเธออย่างช้าๆ  เซเวียร์สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยละว่าตอนนี้สามแม่ลูกข้างหน้าเธอนี้กำลังสั่นกันอยู่

 

          เอาเป็นว่า  เราค่อยๆเจรจากันก่อนดีไหมคะ?  เดี๋ยวป้าเซกับพี่เซรันแล้วก็เซเน่ไปยืนหลังต้นไม้ต้นนั้นก่อนนะ  เซเวียร์อยากจะตบปากตัวเองหลังจะพูดจบ  ทำไมเธอถึงพูดไม่คิดขนาดนี้เนี่ย  คนบ้านไหนไปเจรจากับสัตว์กินเนื้อไม่ให้มันกินตนที่กำลังจะเป็นอาหารได้เล่า!!!  ทุกคน(และทุกตัว)หันมามองอย่างกับเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลก   เด็กสาวเดินออกมายืนหน้าเจ้าเสือโคร่งตัวใหญ่  ทำให้คนที่เหลือไปลี้ภัยหลบอยู่ตรงต้นไม้ที่ถัดออกไปอีก 3-4 ต้นตามที่เธอสั่ง

 

            ส่วนคุณเสือโคร่งค่ะ  ช่วยปล่อยพวกเราไปดีไหมค่ะ?  รู้ไหมถ้าพวกเราหนีไปได้ถึงชายแดนป่าคุณจะต้องกลายเป็นซากอาหารมื้อดึกของพวกเราแน่ๆ  ดังนั้นปล่อยพวกเราไปตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่าไหม?  มันยังไม่สายไปนะค่ะถ้าหากคุณยังรักชีวิตของตัวเองอยู่  เซเวียร์พยายามพูดกล่อม เพราะถ้ากล่อมไม่ได้ก็คงไม่แคล้วจะต้องสู้กับมัน  ซึ่งเปอร์เซ็นชนะของเธอมีน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด  ไม่นานเสียงขรุกขรักที่ดูเหมือนจะดังขึ้นมาจากลำคอก็ทำให้เซเวียร์รู้อีกครั้งว่าเจ้าเสือโคร่งตัวนี้พูดว่าอะไร

 

            เจ้ามนุษย์คนนี้นี่แปลกจริงๆ  เอาเถอะที่พูดมาก็เข้าท่าอยู่    แต่ว่าไหนๆก็ไม่ได้กินอะไรมาตั้ง 2 วันก็จัดการพวกเจ้ามันซะตรงนี้แหละ  ถ้ารอให้พวกเจ้าวิ่งหนีเสร็จข้าก็ตายพอดี  พูดออกมาไม่คิดจริงๆยัยเด็กนี่  ตายเพราะความคิดตัวเองแท้ๆ

 

            ...เอ๊ะ...รู้สึกเหมือนโดนด่าทางอ้อมนะ...  หางคิ้วของเซเวียร์เริ่มกระตุกถี่ๆ  แต่เพียงพริบตาเด็กเปลี่ยนเป็นใบหน้าของเด็กใสซื่อได้ไม่ยาก

 

            ถึงพวกฉันจะฟังภาษาของคุณไม่ออกนะคะ  แต่ฉันคิดว่าคุณฟังภาษาของฉันออกแน่  ดังนั้นช่วยถอยออกไปด้วยเถอะค่ะ  เซเวียร์คิดว่าหากตนเองไปประกวดแสดงอะไรสักอย่าง  เธอจะต้องได้รับรางวัลชนะเลิศแน่  โดยเฉพาะบทตีหน้าใสซื่อให้เจ้าเสือตัวข้างหน้าเธอมองว่าเธอฟังมันพูดไม่ออกเนี่ยแหละ  รับรองบทนี้เธอชนะชัวร์  นัยน์ตาสีเหลืองสดเงยขึ้นมาจับจ้องเธอและพวกของเซมาลีน  มันฉายแววความไม่เป็นมิตรและกระหายออกมาอย่างไม่ปิดบัง  เซเวียร์ถอนหายใจเล็กน้อย   ว่าแล้วว่าต้องไม่ได้ผล

 

            เป็นมนุษย์ที่โง่ที่สุดเท่าที่เคยเจอเลย  รู้ตัวว่าฟังไม่ออกแต่ยังจะดันทุรังอีก  หากจะมีใครฆ่าเราเราก็ทำแค่ฆ่าซะก็สิ้นเรื่อง  เสียงขรุกขรักดังขึ้นอีกครั้งก่อนนัยน์ตาสีเหลืองสดนั้นจะจับจ้องเป้าหมายแรกมาที่เซเวียร์  เซเวียร์เมื่อเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าพร้อมคิดอย่างปลงตก  ทำไมฉันต้องซวยอยู่คนเดียวทุกทีด้วยเนี่ย!!!

 

            หนีเร็ว / โฮก!!!”  เมื่อเธอคิดจบเธอก็ไม่รอช้าที่จะตะโกนคำคำนี้ออกไป  พร้อมกันกับที่เจ้าเสือโคร่งตัวนี้คำรามออกมาพอดี  ทุกคนเริ่มวิ่งกันสุดฝีเท้าอีกครั้งซึ่งข้างหลังที่ตามมาก็ยังเป็นเจ้าตัวสีเหลืองๆลายทางสีดำอยู่เช่นเคย  เซเวียร์ที่อยู่ใกล้กับเจ้าเสือโคร่งมากที่สุดในตอนแรกวิ่งแซงมาอยู่หน้าสุดได้อย่างรวดเร็ว

 

            ตุบ!  แต่แล้วโชคก็ไม่เข้าข้างเมื่อเซเน่ดันสะดุดกิ่งไม้หกล้ม  เสือโคร่งตัวใหญ่วิ่งมาถึงเซเน่พอดีพร้อมกับคำรามใส่หน้าเด็กหญิง  ดวงตาสีอำพันเหมือนผู้เป็นแม่เริ่มมีน้ำใสๆคลอเบ้าแต่นั้นไม่ได้ทำให้เจ้าเสือโคร่งสงสารอะไรเลยแต่อย่างใส

 

            เซเน่!!!”  เซมาลีนและเซรันร้องออกมาอย่างตกใจ  เซเวียร์ชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองตามเสียงอย่างรวดเร็ว  เวรกรรมจริงๆ  เซเวียร์ทำสีหน้าละเหี่ยใจน้อยๆ  รู้สึกเรื่องๆซวยๆนี่ทำไมมันชอบเกิดกับเธอจังเลยนะ  เซเวียร์มองไปแถวๆที่เซเน่ล้ม  เห็นต้นไม้ที่มีกิ่งไม้เตี้ยๆกิ่งหนึ่งซึ่งขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมากสำหรับเธอ  ข้างๆกันนั้นมีต้นเห็ดยักษ์สีขาวเทาอยู่  เซเวียร์ไม่รอช้าเธอวิ่งไปที่ต้นเห็ดนั้นแล้วเหยียบตรงหมวกเห็ดเพื่อสปริงตัวไปหักกิ่งไม้ออกมา  เมื่อหักได้เซเวียร์ก็กระโดดลงมาตรงกลางระหว่างปากของเจ้าเสือโคร่ง  กับใบหน้าเล็กๆของเซเน่พอดี  กิ่งไม้ที่หักได้นั้นถูกยัดใส่ปากเจ้าเสือโคร่งในแนวตัวฉากกับพื้น

 

            โฮก!!!  เสียงคำรามอย่างเจ็บปวดดังขึ้นแต่เซเวียร์ไม่สนใจ  เธอพาเซเน่ไปหาแม่และพี่สาวของเธอทันที เซเน่ปล่อยโฮออกมาทำให้ผู้เป็นแม่และพี่สาวช่วยปลอบกันจ้าละหวั่น

 

            ป้าเซรีบออกไปตามคนมาจัดการเจ้าตัวนี้ดีกว่าคะ  เดี๋ยวหนูจะถ่วงเวลาให้เอง  เซเวียร์พูด  หญิงสาวทำท่าจะค้านแต่เซรันมาดึงชายเสื้อของหญิงสาวเอาไว้ก่อน

 

            ไปกันเถอะแม่  อยู่ไปก็รั้งแต่จะลำบากเซเวียร์เขา  เด็กสาวพูด  ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้ว

 

            แต่เซรัน  เซเวียร์เขาเป็นผู้หญิงนะ  มันอันตรายถ้าจะให้เขาอยู่คนเดียวกับสัตว์แบบนั้น...เราไม่อาจรู้ได้เลยนะว่าจะเกิดอะไรต่อไปอีก  เซรันฟังแล้วส่ายหน้าให้ผู้เป็นแม่

 

            เมื่อกี้แม่ก็เห็นแล้วนี่นาว่าเซเวียร์เขาทำอะไร...  แต่ถึงเซรันจะพูดออกมาอย่างนี้แต่คำหลังๆกลับพูดออกมาด้วยเสียงเบาหวิว  เซเน่เริ่มหยุดร้องส่วนเซมาลีนหลับตาลงอย่างใช้ความคิด

 

            ..ก็...ได้....  น้ำเสียงที่ยังไม่ค่อยมั่นคงทำให้เซเวียร์เริ่มคิดว่าผู้หญิงที่มิตินี้เขาทำหน้าที่แค่พวกเย็บปักถักร้อยกันรึไงนะ  เซเน่ลุกขึ้นทั้งๆที่ยังไม่หายสะอื้น  เด็กหญิงเดินมากอดแขนเซเวียร์ไว้

 

            พี่เซเวียร์...ฮึก...จะต้อง...อยู่รอจนกว่า...ฮึก...หนู...จะกลับมาอีกครั้ง...ฮึก...ด้วยนะคะ  ว่าจบเธอก็เดินไปไปดึงพี่สาวกับแม่ของเธอให้ออกเดิน

 

            เปราะ!  กิ่งไม้ในปากของเจ้าเสือโคร่งหักลง  ดวงตาสีเหลืองสดตวัดมองเซเวียร์ด้วยความอาฆาตแค้น  เซเวียร์ส่ายหน้าน้อยๆ  ช่วยไม่ได้อยากมาทำร้ายผู้มีพระคุณของเธอก่อนนี่นา  อย่างน้อยเขาก็เป็นลูกของผู้มีพระคุณเธอละนะ

 

            รีบไปเร็วเข้า  เซเวียร์เร่ง  และทั้งสามก็ออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว  เสียงพ่นลมหายใจในลำคอของเสือโคร่งตรงหน้าดังขึ้นอีกครั้ง

 

            น้ำเน่าชะมัด  ทิ้งตัวเองไว้เพื่อให้คนอื่นหนี  เจ้าเสือโคร่งร่างยักษ์กระโจนเข้ามาหาเซเวียร์  เซเวียร์หยิบท่อนไม้ข้างๆขึ้นมาแล้วฟาดไปที่ท้องของสัตว์สี่เท้าตรงหน้า 

 

            กรัซ!!!  เสียงคำรามดังขึ้นในทันทีพร้อมๆกับตัวของเจ้าเสือโคร่งกระโดดออกห่างจากเซเวียร์  ท่อนไม้ผุๆที่ฟาดลงไปเต็มแรงหักออกเป็นสองท่อน  เด็กสาวสะบัดมือเป็นพัลวันเพราะความเจ็บ

 

            โธ่ ก็ป้าเซเขาอุตส่าห์ช่วยฉันไว้ ฉันก็แค่ตอบแทนอะไรเล็กๆน้อยๆก็เท่านั้นเอง  ว่าแค่นายนี่ตัวเป็นเหล็กรึฉันฟาดลงไปปุ๊บไม้ก็หักลงปั๊บเลย  เสือโคร่งที่กำลังจะพุ่งเข้าหาเซเวียร์หยุดชะงัก  ตอนนี้มันเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง  แต่คงไม่จริงหรอกมั้ง?

 

            ...ช่างมันเถอะ  ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้วนี่นา  เสือโคร่งพึมพำในลำคอ  ก่อนจะกระโจนเข้าหาเซเวียร์อีกครั้ง  เซเวียร์มองไปรอบๆอย่างรวดเร็วเพื่อหาอะไรก็ได้ที่สามารถใช้เป็นอาวุธแล้ว  และแล้วเธอก็หยิบท่อนไม้อีกท่อนหนึ่งขึ้นมากันเจ้าเสือโคร่งตัวนี้

 

            เสือโคร่งกัดลงไปที่ท่อนไม้ที่เซเวียร์ยกขึ้นมากันได้ทัน  แต่ก็เป็นเซเวียร์เองที่เป็นฝ่ายเจ็บตัว  ท่อนไม้ที่อยู่คาปากของเสือโคร่งกดทับลงมาบนตัวของเด็กสาวที่ยกไม้ขึ้นมากัน  เล็บสีขาวจิบลงมาที่ร่างบางทำให้มีเริ่มมีของเหลวสีแดงๆซึมออกมาตามเสื้อผ้า

 

            อึก!!!”  เสียงเซเวียร์พยายามกลั้นเสียงที่แสดงถึงความเจ็บปวดออกมา  เพราะดูจากแค่เธอเลือดออกแรงกดของท่อนไม้ที่อยู่บนตัวเธอก็มีเพิ่มมากขึ้นจนเธอแทบจะหายใจไม่ออกอยู่รอมร่อ  นี่ถ้าเธอร้องออกไปรับร้องเจ้าเสือนี่ได้ถึงคราวคลั่งจนอาละวาดออกมาแน่ๆ

 

            โอ้ย!!!  เราจะมาตายกับอีแค่ลูกแมวแค่นี้เหรอ?!  ไม่นะพวกคุณป้าเซเขาก็รออยู่  คอยดูเถอะถ้าฉันมีไม้ถูพื้นที่บ้านอยู่ละก็ฉันจะฟาดแกให้น่วมเลยคอยดูสิไอ้แมวป่าบ้า!!!  จบความคิดของเธอสร้อยรูปจันทร์เสี้ยวสีดำก็เปล่งแสงสีขาวตัดกับตัวมันออกมา  ดวงตาสีเหลืองสดของเสือโคร่งตรงหน้าหรี่ลงก่อนมันจะกระโดดออกห่างจากตัวของเซเวียร์แล้วสะบัดท่อนไม้ทิ้งไปทางอื่น

 

            ดวงตาสีนิลของเซเวียร์กระพริบๆถี่ๆอย่างงงเมื่อมีบางอย่างมาอยู่ในมือของเธอ  เมื่อแสงสว่างหายไปสิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้เธอเบิกตากว้าง  นี่มันไม้ม็อบถูบ้านสีน้ำที่บ้านของเธอนี่นา!!!  และแล้วคำพูดของแม่เธอก็กลับเข้ามาในหัว  เซเวียร์จำไว้...เพียงแค่เจ้าคิดมันจะกลายเป็นสิ่งที่เจ้าคิด  แต่นั้นเจ้าจะต้องเคยเห็นสิ่งนั้นมาแล้วด้วย   ไม่ทันให้เซเวียร์ได้คิดอะไรต่อ  ร่างสีเหลืองสดลายทางก็กระโจนเข้าหาอย่างไม่ให้ทันได้ตั้งตัวอีกครั้ง  ไม้ม็อบสีน้ำเงินในมือถูกฟาดออกไปโดยอัตโนมัติตามทักษะเคนโด้*ที่เคยได้เรียนมา(และได้เป็นแชมป์รุ่นเยาว์เจ็ดปีซ้อน)

 

            *  เคนโด  เป็นกีฬาที่เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น  มีรากฐานมาจากการใช้ดาบของพวกซามูไรในสมัยก่อน  เป็นวิชาที่ใช้ดาบไม้ไผ่ในการฝึก

 

            ไม้ม็อบสีน้ำเงินฟาดเสยหน้าของเสือโคร่ง  เซเวียร์เห็นท่าไม่ดีถึงจะมีไม้ม็อบที่ทำมาจากเหล็กก็เถอะนะ  แต่อย่างน้อยมันก็คงดีกว่าท่อนไม้ผุๆแถวนี้ที่หักไปก็แล้วกัน  ดวงตาสีนิลไล่สายตาไปรอบๆก่อนจะตวัดไม้ไปทางด้านข้างเมื่อเห็นเสือโคร่งวิ่งกระโจนเข้ามาหา

 

            เซเวียร์เริ่มออกตัววิ่ง  เสือโคร่งที่ค่อยๆลุกขึ้นมาสะบัดหัวของมันก่อนจะออกวิ่งตามเซเวียร์ไปอย่างรวดเร็ว  ด้านหน้าของเซเวียร์เป็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง  เสือโคร่งวิ่งตามมาติดๆแต่ก่อนจะถึงต้นไม้นั้นเซเวียร์ก็ปักไม้ม็อบลงกับพื้นดินแล้วใช้ไม้ม็อบเป็นตัวดันตนเองขึ้นไปบนต้นไม้  เสือโคร่งที่วิ่งตามหลังมาติดๆหยุดตัวเองไม่ทันทำให้ตัวของมันชนกับลำต้นของต้นไม้ดังโครม!  เซเวียร์ที่ขึ้นไปยืนบนต้นไม้แล้วก็เกือบจะตกลงมาเพราะแรงสั่นไหว  เสือโคร่งล้มลงไปตรงหน้าต้นไม้ต้นนั้น  เซเวียร์กระโดดลงมาจากต้นไม้แล้วพูดขึ้นมาอย่างระอาแต่ดูสนุกสนานในตอนหลัง

 

            เขาบอกมาว่าถ้าหากตรงท้ายทอยโดนกระทบอย่างรุนแรงจะทำให้สลบ  แต่ฉันไม่รู้ว่าท้ายทอยสัตว์อยู่แต่เคยเห็นโครงกระดูกของนายอยู่เหมือนกัน...ถ้าฉันตีผิดจุดก็อย่าว่ากันนะ

 

            ปึก!  ไม้ม็อบสีน้ำเงินถูกฟาดลงไปตรงกระดูกสันหลังแถบบริเวณลำคออย่างไม่ปราณี   เซเวียร์เอามือไปอังตรงจมูกของเสือโคร่งแล้วถอนหายใจเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจแผ่วๆ

 

            ฟุบ!!!  ราวกับรับรู้ว่าหน้าที่ของมันได้สิ้นสุดลงแล้ว  ไม้ม็อบสีน้ำเงินสลายหายไปราวกับอากาศธาตุ  เซเวียร์ยกมือของตนเองข้างที่ถือไม้กวาดขึ้นมามองอย่างตื่นๆ  ใบหน้าสวยฉายแววเหลอหลาจนดูหน้าขัน  ไม่นานเสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังขึ้นก่อนตามด้วยร่างของชายร่างยักษ์(วัยทอง)สองคนและร่างของชายหนุ่มอายุราวๆยี่สิบอีกสองคน  รวมทั้งหมดเป็นสี่คน  ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลในกลุ่มเดินเข้ามาฉุดเธอออกจากพื้นที่อันตราย? ก่อนที่ร่างของชายอีกสามคนจะเดินเข้าไปหาเสือโคร่ง

 

            ระวังนะคะ!!!  มันแค่สลบไปเท่านั้น  เซเวียร์ตะโกนเตือน  ทุกคนหันมามองก่อนที่ชายร่างยักษ์คนหนึ่งจะเดินเข้าไปหาเสือโคร่งแล้วทำเหมือนกำลังตรวจดูอะไรบางอย่าง  สักพักเขาก็เงยหน้าแล้วหันมาทางเซเวียร์พร้อมกับพึมพำเบาๆ

 

            น่าสนใจ  คำพูดนั้นทำให้ชายร่างยักษ์อีกคนหยิบมีดตรงที่คาดเอวของตนออกมา

 

            รู้สึกว่าคืนนี้เราจะได้เนื้อรสเลิศเพราะสาวน้อยคนนี้นะท่านลัสเซล  พูดจบเขาก็ตรงเข้าไปกรีดเนื้อบริเวณท้องของเสือโคร่งตัวนั้นออกมา  ดวงตาสีเหลืองสดตื่นขึ้นมาโดยฉับพลัน  มันคำรามก้องก่อนจะล้มลงไปแน่นิ่งกับพื้น  ดวงตาสีนิลของเซเวียร์เบิกกว้างขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเบือนหน้าหนี  ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้าไปช่วยชายร่างยักษ์อีกแรง  ส่วนชายร่างยักษ์ที่ชื่อลัสเซลเดินเข้ามาหาเซเวียร์  เซเวียร์สบตาคนๆนั้นโดยทันทีเพราะไม่อยากมองภาพนองเลือดตรงหน้า 

 

            ฉันได้ยินจากภรรยาฉันมาว่าหนูชื่อเซเวียร์  น้ำเสียงอ่อนโยนของชายร่างยักษ์ผมและตาสีน้ำตาลอ่อนดังขึ้น  เซเวียร์คำกลืนน้ำลายลงคอ  อยู่ๆมือบางก็เย็นเฉียบขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

            จะเป็นไรไหมหากฉันจะชวนหนูเข้ามาฝึกการใช้อาวุธเพื่อเป็นกำลังในการล่าสัตว์และการต่อสู้ให้แก่พวกเรา  ชายร่างยักษ์พูดขึ้นอีกครั้ง  เซเวียร์กะพริบตาเล็กน้อยก่อนเงยหน้ามองฟ้าแล้วหันมาสบตากับเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนอย่างคนที่ตัดสินใจได้แล้ว

 

            สิ่งที่หนูทำไปเมื่อกี้เป็นการตอบแทนบุญคุณคุณป้าเซที่ช่วยแนะนำหนูในเรื่องต่างๆของที่นี่.....ถ้าหากนั้นเป็นตอบแทนหมู่บ้านนี้ที่ช่วยหนูไว้  หนูก็จะรับคำชวนนั้นด้วยความเต็มใจเสียงใสพูดในระดับปกติ  แต่มันกลับฟังดูก้องกังวานไปทั่วสำหรับผู้ฟังทั้งสี่  ชายร่างยักษ์นามลัสเซลพยักหน้าเบาๆ

 

            หนูจะได้ตอบแทนบุญคุณหมู่บ้านนี้แน่นอน  ลัสเซลพูด   แต่คนอื่นๆยกเว้นเซเวียร์กลับขมวดคิ้วแล้วส่งสายตามาให้เป็นเชิงถาม  ลัสเซลส่ายหน้าแล้วบอกเพียงสั้นๆแค่ว่า

 

            ...ลางสังหรณ์...

 

 

            การรับประทานอาหารมื้อดึกนั้นได้ผ่านไปแล้ว  ชาวบ้านต่างเข้าชื่นชมเซเวียร์กันใหญ่ที่เป็นผู้หญิงแต่กลับสามารถจัดการเสือโคร่งที่ดุร้ายลงได้  แถมยังตกลงรับปากเข้าเป็นกองกำลังของหมู่บ้านแห่งนี้อีกต่างหาก  หลังจากที่เซเวียร์ทานอาหารเสร็จเธอก็กลับมาที่บ้านดินของเธอ  ก่อนที่มือบางจะได้ทันผลักบานประตูดินเข้าบ้านนั้นดวงตาสีนิลกลับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเสียก่อน  ดวงดาวต่างส่งแสงระยิบระยับมากมายต่างจากที่ที่เธอมาที่มีแต่เพียงเมฆหมอก  เห็นดวงดาวเพียงบางวันเท่านั้นและไม่ได้เยอะอย่างตอนนี้ด้วย

 

            เซเวียร์เป็นเด็กชอบอ่านหนังสือ  แต่ถึงเธอจะชอบอ่านหนังสือเธอก็ไม่ได้เรียนเก่งอย่างที่หนอนหนังสือเขามักเป็นกัน  บางทีเธอก็เคยอ่านหนังสือไร้สาระบางในบางครั้งเพราะพ่อของเธอนั้นชอบพูดเรื่องที่เธอคิดว่ามันไร้สาระให้เธอฟังอยู่เสมอ  มักจะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นจริงแต่ตอนนี้เธอกลับคิดว่าเรื่องที่พ่อของเธอพูดนั้นมันก็น่าจะจริง  คำพูดประโยคหนึ่งของพ่อเธอผ่านเข้ามาในหัว  เป็นคำพูดที่ตอนนี้เธออาจจะจำไปจนวันตาย

 

            เซเวียร์จำไว้นะ  คนที่ตายไปแล้วไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม  มันเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ลูกควรจะจำเอาไว้  ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้จะต้องมีสิ่งทดแทนที่เท่าเทียมเสมอ...

 

            พ่อคะ  พ่อบอกหนูว่าการฟื้นคืนชีพเป็นเรื่องเพ้อฝัน  แต่ทำไมพ่อถึงบอกเหมือนกับให้ความหวังหนูอย่างนั้นละคะ  เซเวียร์ทอดสายตาไปรอบๆหมู่บ้าน  สายลมที่พัดมาแผ่วๆทำให้เสียงใสเอ่ยขึ้นเบาๆอีกครั้งเหมือนต้องการให้สายลมนี้นำข้อความไปฝากคนๆนั้น

 

            พ่อบอกให้หนูอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ  และให้นึกถึงคำพูดไร้สาระเก่าๆของพ่อ  แต่ที่พ่อเขียนในจดหมายนั้นพ่อเหมือนกับต้องการให้หนูมาเล่นเกมบ้าบอนี่...

 

            ...หนูจะทำเพื่อพ่อเป็นครั้งสุดท้าย  แต่จุดบั้นปลายของทางนี้หนูจะทำเพื่อแม่  หนูจะลองเสี่ยงหากสิ่งนั้นจะทำให้หนูได้แม่กลับคืนมาอีกครั้ง...  เด็กสาวเดินเข้าบ้านดินของตนเองไปโดยที่ไม่ได้เห็นทันสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น  แสงสีฟ้าน้ำเงินอมแดงส้มพุ่งตัดผ่านท้องฟ้าสีนิลกาฬไปตกแถวบริเวณชายแดนของป่าที่เธอพึ่งจะไปเสี่ยงตายมา

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น