Desire of Niran ปริศนาข้ามมิติ

ตอนที่ 2 : ปริศนาที่ 2 วันเกิดสีเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ค. 53

ปริศนาที่ 2

วันเกิดสีเลือด

 

 

    5  ปีผ่านไป...

 

พึ่บ!!!

 

ร่างบางของเด็กสาวผงะขึ้นจากเตียงในเวลาเช้า  ผมสีดำออกน้ำตาลยาวประบ่า  นัยน์ตาสีนิลมองไปรอบๆห้องขนาดกลางไม่ใหญ่ไม่เล็ก  ชั่วครู่ที่เผยแววตาเศร้าสร้อยให้เห็นก่อนจะกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม  ร่างบางถอนหายใจก่อนเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปเหมือนทุกเช้า

 

พ่อหายไปไหนกันแน่นะ.......   นี่คือสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมาของเด็กสาว  แต่ก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบจากสิ่งที่ต้องการรู้ในเมื่อคนๆนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรกอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

 

เด็กสาววิ่งลงมาข้างล่างเพื่อจะรับประทานอาหารเช้าตามปกติ  เช้าวันนี้เป็นวันเกิดของเธอแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่บ้านของเธอจะจัดวันเกิดในเวลาเช้า  ก็แน่ละเธอเกิดตอนกลางคืนนี้นา  แถมเป็นวันเสาร์กลางคืนอีกต่างหาก  ไม่พอแค่นั้นนะเพราะมันเป็นวันเสาร์กลางคืนที่13 เวลา23:59  เลขวันเกิดเธอนี่มันช่างดีอะไรอย่างนี้  ถ้าหากว่าโลกนี้มีเดือน13เดือนนะ  เชื่อเถอะเธอต้องได้เกิดเดือนที่13 แน่ๆ  ดีนะที่ไม่มี  แต่ก็เอาเถอะเพราะเธอชอบเลขนี้

 

ลงมาถึงโต๊ะอาหาร  หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนยาวที่รออยู่แล้วเดินไปตักอาหารเช้าใส่จากให้เด็กสาว  นัยน์ตาสีเดียวกันทอดสายตาอ่อนโยนไปให้  รอยยิ้มอ่อนหวานยังคงมีประดับอยู่บนใบหน้าสวยของหญิงสาวตลอดเวลา  เซเวียร์ที่ได้รับอาหารเช้าเรียบร้อยก็ลงมือกินอย่างไม่รอใคร  เมื่อกินเสร็จแล้วจึงถือจานไปล้างแล้วคว้ากระเป๋านักเรียนสีดำขลับออกนอกบ้านไปทันที

 

ไปก่อนนะคะ  เสียงใสตะโกนบอกก่อนเคาะรองเท้าสองสามทีแล้วเดินออกจากบ้านไป  ลับหลังเด็กสาว  ผู้หญิงผมสีน้ำตาลที่ถูกเรียกว่า แม่ มองตามอย่างเศร้าสร้อย  ริมฝีปากบางขยับอย่างแผ่วเบาราวกับถามตนเอง

 

วันนี้สินะ

 

 

          เซเวียร์มาถึงโรงเรียนแต่เช้า  ตั้งแต่เธอเดินก้าวเข้าประตูโรงเรียนมาจะได้ยินเสียงทักทายไม่ขาดสาย  หรือไม่ก็มีเสียงเหยียดหยามดังตามมาด้วยเป็นบางครั้ง  เมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นสัจธรรมของโลกละนะ  ทุกคนในโรงเรียนไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ  ถึงแม้จะเป็นเด็กใหม่พึ่งเข้ามาก็ต้องเคยเห็นเซเวียร์จากในรายการทีวีที่ไปแข่งขันบางละ

 

เซเวียร์เดินก้าวเข้าไปในห้องเรียน  เด็กนักเรียนทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วหยุดชะงักสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันที่  บางพวกที่กำลังนั่งจับกลุ่มนินทาอย่างเมามันส์ก็หยุดเสียงของตัวเองลงแล้วหันมายิ้มกว้างให้เซเวียร์

 

สวัสดีจ๊ะทุกคน  เซเวียร์เอ่ยทักเพื่อนๆในห้อง  ซึ่งทุกคนก็ตอบรับกับเสียงนั้น  บางคนก็เอ่ยสุขสันต์วันเกิดให้แก่เซเวียร์  เด็กนักเรียนชายหญิงสองคนเดินเข้ามาหาเธอ  ผู้หญิงมีผมสีฟ้าอ่อนยาวเหมือนสายน้ำบริสุทธิ์  นัยน์ตาสีเดียวกันยิ้มให้เซเวียร์อย่างเป็นมิตรก่อนยื่นกล่องขนาดสีเหลี่ยมผืนผ้าไม่ใหญ่ไม่เล็กให้  แล้วกล่าวสุขสันต์วันเกิดแก่เซเวียร์

 

ขอบใจจ๊ะดาน่า  เซเวียร์กล่าวพร้อมกับรับกล่องนั้นมาไว้ในมือแล้วหันไปหาเด็กชายอีกคนที่มาด้วยกันกับเด็กสาว  เขามีผมสีแดงส้มเหมือนเปลวเพลิง  นัยน์ตาสีเดียวกันดูขี้เล่นเล็กน้อยต่างจากเด็กสาวคนเมื่อกี้ที่ดูสุภาพอ่อนหวาน  เขายื่นกล่องสีน้ำตาลขนาดเล็กให้ก่อนพูดสุขสันต์วันเกิดเธอซะดังลั่นห้อง  ทำให้ทุกคนที่มองอยู่หัวเราะครื้นเครงโดยทั่วหน้า

 

ขอบใจจ๊ะเอริก  แต่วันหลังพูดเสียงธรรมดาเหมือนแฟนเธอก็ได้นะ  เซเวียร์รับกล่องแล้วตีไปที่หลังของเด็กหนุ่มเบาๆ  แต่ไม่เท่ากับที่หน้าของเขากำลังขึ้นสีแดงจางๆ  ส่วนเด็กสาวที่มาด้วยกันก็กำลังก้มหน้าเพื่อซ่อนลูกตำลึงสีแดงขนาดยักษ์เช่นกัน  เพื่อนทั้งห้องผิวปากกับคำแซวของเซเวียร์

 

พะ...พูดอะไรของเธอเนี่ยเซเวียร์...แล้วพวกนายจะผิวปากกันอีกนานไหมไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้นแหละเฟ้ย!!!”  เด็กชายนามเอริกพูดประโยคแรกตะกุกตะกักก่อนหันไปตวาดคนอื่นๆในห้อง  ส่วนเด็กสาวที่ชื่อดาน่าก็เอามือกระตุกแขนของเซเวียร์เป็นการปรามเล็กๆ  เซเวียร์หัวเราะร่า

 

เอาละๆ  เดี๋ยวอาจารย์ก็จะเข้ามาแล้วเรามาทำตัวเป็นเด็กดีกันดีกว่าเนอะ  เซเวียร์ยิ้มอย่างร่าเริงแล้วเดินไปเก็บกระเป๋าที่โต๊ะ

 

วันนี้วันเกิดเธอนะเซเวียร์  ไม่เป็นเด็กดีสักวันไม่ได้เหรอ?  เด็กผู้ชายคนหนึ่งในห้องตะโกนถาม  เซเวียร์หันไปหาเด็กผู้ชายคนนั้นแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยทำให้คนเห็นรู้สึกร้อนๆหนาวๆไปตามๆกัน

 

ก็~.....  เซเวียร์เว้นประโยคลากเสียงยาวแล้วยิ้มอย่างยียวน  ถ้าอยากโดนหักคะแนนเล็กๆซักห้าหกคะแนนก็ลองทำดูสิ   ได้รับเสียงโห่ร้องและประท้วงตามมาอย่างพร้อมเพรียง แต่ใครมันจะไปกล้าทำอะไรกับท่านหัวหน้าห้องสุดเก่งและ สวยได้ละ ถ้าคนนั้นไม่ได้โง่หรือมีสมองคิดพอก็คงจะรู้และไม่อยากสู้กับเธอคนนี้สักเท่าไหร่หรอก เพียงเวลาไม่นานท่านอาจารย์ที่เคารพรักก็เดินเข้ามาในห้องและเริ่มสอนอย่างรวดเร็ว.....

 

 

กริ๊ง ~   เสียงสวรรค์ของออดเลิกเรียนดังขึ้นทำเอานักเรียนแทบทุกคนจะกระโดดขึ้นมาร้องเย้ดังๆ  เซเวียร์เก็บของเข้ากระเป๋า  ที่ใต้โต๊ะของเธอไม่มีหนังสือเลยแม้แต่เล่มเดียวในขณะที่ของบางคนมีเยอะจนรกขนาดที่ว่าอาจจะมีตัวอะไรบางอย่างเข้าไปอาศัยและทำรังก็ได้  ไม่สิ  ไม่ต้องทำรังหรอกเพราะแค่นี้ก็เป็นรังอย่างดีให้กับพวกมันอยู่แล้ว  ถ้าเป็นขยายพันธุ์ก็ว่าไปอย่าง

 

กลับกันเถอะเซเวียร์  เอ๊ะ!  นั้นเอากลับบ้านไปหมดเลยเหรอจ๊ะ?   เสียงของเด็กสาวเรือนผมสีฟ้าดังขึ้นทำให้เซเวียร์หันไปมอง  เซเวียร์ยิ้มรับพร้อมพยักหน้าเล็กๆ

 

เดี๋ยวจะสอบแล้วก็เลยกะว่าเอากลับไปให้หมดเลยแล้วกัน  ดาน่าพยักหน้าเข้าใจก่อนชายหนุ่มนามเอริกจะเดินเข้ามา แล้วพึมพำเบาๆที่เซเวียร์อ่านปากได้ว่าเป็นหนอนหนังสือแต่ดันเรียนไม่เก่งซะงั้นเถอะทำให้เซเวียร์หัวเราะเบาๆก่อนทั้งสามจะเดินออกจากห้องไป

 

ดาน่า  และ  เอริก  หรือที่ชื่อเต็มๆว่า  ดาน่า  แอนโดรว์  และเอริก  แซนดัส  เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กๆของเธอ  เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆกันด้วยทำให้ไปมาหาสู่ได้ง่ายขึ้น  แถมผู้ปกครองของทั้งสามก็ยังสนิทกันมากด้วย

 

เซเวียร์กลับมาถึงบ้านในเวลาเย็น  เพราะไปติวข้อสอบกับเพื่อนทั้งสองของเธอ  และอีกอย่างวันนี้เป็นวันเกิดเธอ  แม่ของเธอต้องหาอะไรมาเล่นเซอร์ไพรส์เธออีกแน่ๆ  ทันทีที่เซเวียร์ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน  พุงานเลี้ยงก็ถูกดึงอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังปัง  สายรุ้งห้อยระโยงระยางเต็มศีรษะของเธอไปหมดก่อนหญิงสาวอีกคนในห้องจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี

 

สุขสันต์วันเกิดจ๊ะหญิงสาวผมสีน้ำตาลกล่าวแล้วยื่นกระเป๋าสีดำใบหนึ่งให้เธอ  กระเป๋าเป้สะพายใบไม่ใหญ่ไม่เล็กพอดีกับหลัง  ตรงกลางมีรูปผีเสื้อสีขาวดูเด่นสะดุดตาอยู่  กระเป๋าใบนี้ดูเท่มากในสายตาของเซเวียร์เด็กสาวรับไว้แล้วก่อนจะหยิบของที่เพื่อนเธอให้มาแกะด้วย

 

กล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของดาน่าถูกแกะออกอย่างเบามือ  ด้านในเผยให้เห็นสมุดเปล่าเล่มใหญ่เล่มหนึ่ง  ด้านข้างเป็นที่ใส่ปากกาดินสอซึ่งก็มีไว้อยู่แล้วแท่งหนึ่ง  เซเวียร์หันไปแกะของเอริกบ้าง  ของภายในกล่องเล็กๆเป็นพวงกุญแจที่สั่งทำพิเศษจากคริสตัลรูปชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งก็คือดาน่ากับเอริก  เซเวียร์อึ้งไปเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าอย่างระอา  หญิงสาวผู้เป็นแม่เห็นดังนั้นจึงหัวเราะเบาๆ

 

ท่าทางเอริกเขาจะลงทุนหน้าดูนะ  แล้วหนูดาน่าเข้าก็ท่าทางเชื่อฟังตามคำสั่งเรามากด้วย  หญิงสาวหัวเราะเบาๆอีกครั้ง  ก็แหมคริสตัลมันถูกๆซะเมื่อไหร่ละ  แถมสั่งทำอีกต่างหาก  แล้วเมื่อก่อนเพื่อนของเธอก็เคยให้อะไรแพงๆประมาณนี้มาแล้วเธอก็เลยบอกว่าเอาอะไรก็ได้เป็นของที่ระลึก  ไม่เอาแพงๆแบบนี้  ของดาน่าพอเข้าใจว่าเธอคงอยากจะให้มันใช้ประโยชน์ได้ด้วย  แต่ของเอริกนี้ก็.....ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่มีราคา(สูงมาก)ละมั้ง?

 

เซเวียร์  หญิงสาวเรียกเด็กสาวอีกครั้ง  เด็กสาวหันไปมองแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเพราะตอนนี้นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกำลังฉายแววเศร้าเล็กน้อย  แต่ก็แค่แวบเดียวแล้วหายไป  หญิงสาวผู้เป็นแม่คลี่ยิ้มอ่อนโยน 

 

กระเป๋าใบนี้จะมีน้ำหนักอย่างนี้ตลอดไปนะ  และใส่อะไรทุกอย่างได้หมด... ไม่ว่ามันจะมากเท่าใดก็ตาม  หญิงสาวต่อประโยคนี้ในใจ  เซเวียร์พอจะเข้าใจคำพูดของหญิงสาวแต่คิดว่าเป็นเรื่องที่แม่ของตนพูดขึ้นเล่นๆทั้งๆที่เธอก็รู้ว่าในแววตาของแม่เธอนั้นไม่มีคำว่าล้อเล่นอยู่เลย  ยังไม่ทันที่เซเวียร์จะถามอะไร  หญิงสาวก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

เซเวียร์  หนูจำสร้อยที่แม่ให้เมื่อวันเกิดปีที่แล้วได้ไหม?  เซเวียร์พยักหน้าก่อนวิ่งขึ้นห้องไปหยิบสร้อยเส้นที่ว่ามา  สร้อยรูปจันทร์เสี้ยวสีดำสนิทที่เธอยังคิดว่าแม่ของเธอคิดอย่างไรถึงเอาสีดำมาให้เป็นของขวัญวันเกิดคนอื่น  เซเวียร์ยื่นให้แม่ของตน  หญิงสาวรับมาแล้วกำมันไว้  สักพักจึงสวมมันเข้ากับคอของเด็กสาว

 

เซเวียร์จำไว้...เพียงแค่เจ้าคิดมันจะกลายเป็นสิ่งที่เจ้าคิด  แต่นั้นเจ้าจะต้องเคยเห็นสิ่งนั้นมาแล้วด้วย  เซเวียร์ขมวดคิ้วอีกครั้ง  ทำไมวันนี้แม่ถึงพูดแต่อะไรแปลกๆ?

 

เอ่อ...แม่คะ หนูว่าเรามาเริ่มทานกันก่อนดีไหม?  หนูหิวแล้วนะ  เดี๋ยวพอทานเสร็จแล้วหนูจะเล่นโอคาริน่าให้แม่ฟังด้วย  เดี๋ยวนี้หนูเล่นคล่องแล้วนา~” เซเวียร์พูดหวังเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับส่งประกายตาวิ้งๆให้หญิงสาว ใช่ว่าหญิงสาวจะรู้ไม่ทันแต่ไม่ว่าใครมาเห็นสายตาอย่างนั้นแล้วก็คงอดไม่ได้ที่จะทำตามที่เจ้าของสายตาขอละนะ หญิงสาวลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดูก่อนพาไปนั่งที่โต๊ะ

 

บนโต๊ะมีเค้กขนาดเล็กอยู่ก่อนหนึ่ง  พร้อมกับอาหารอื่นๆอีกเล็กน้อย  แต่ที่เห็นจะสะดุดตาเซเวียร์มากที่สุดคงจะไม่พ้นลูกแก้วหิมะที่วางทับกับซองจดหมายสีน้ำตาลอมเหลืองไว้  ซองจดหมายที่เปลี่ยนสีเพราะกาลเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา.....

 

 

        เวลาผ่านไปสักพัก  ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง

 

ปึง!  มือหนากร้านทุบลงไปที่โต๊ะไม้อย่างไม่สบอารมณ์  แต่ผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขายังคงอยู่ในท่าทีที่นิ่งสงบ  เด็กหนุ่มวัย15ผู้มีผมสีขาวอมเหลืองนัยน์ตาสีกลมท่าเห็นอย่างนั้นแล้วจึงตวาดลั่น

 

เฮ้!!  พวกเราก็ทำตามคำใบ้จนมาพบนายแล้วไงเมื่อไหร่จะบอกสักทีห๊ะว่าคำใบ้ต่อไปอยู่ที่ไหน!!!”  เด็กสาววัยเดียวกันเห็นดังนั้นจึงเข้าไปห้ามเด็กชายไว้  ผมสีน้ำเงินอมม่วงเข้มถูกถักเป็นเปียด้านหน้าเล็กๆสองข้าง ที่เหลือปล่อยยาวสยายอยู่กลางหลัง  นัยน์ตาสีฟ้าใสฉายแววดุๆใส่เด็กหนุ่มก่อนก้มลงกระซิบที่หูอย่างแผ่วเบา

 

สงบสติเอาไว้ก่อนเฟลว  ยิ่งนายทำแบบนี้ซีอัสจะยิ่งไม่ได้คำใบ้ต่อไปนะ  เด็กหนุ่มผมเทาสะบัดตัวออกจากเด็กสาวแล้วตวาดอีกครั้ง  แล้วจะให้รออยู่เฉยๆรึไงเรนัส!!!”

 

คะ...คุณลันเฟลวหยุดเถอะคะ...เด็กสาวอีกคนพูดขึ้น  ทำให้เด็กหนุ่มหันกลับมามองอย่างฉุนเฉียว  เด็กสาวเห็นดังนั้นจึงสะดุ้งสุดตัวแล้วค่อยๆขยับไปหลบหลังชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ที่สุด  ผมสีชมพูอ่อนถูกมัดขึ้นเป็นหางม้า  นัยน์ตาสีแดงซีดฉายแววหวาดกลัว  เด็กหนุ่มที่เด็กสาวหลบอยู่ข้างหลังจึงพูดเสียงเนิบๆ

 

นายกำลังทำให้ซีร่ากลัวนะลันเฟลว  เขาคนนี้มีผมสีรัตติกาล และนัยน์ตาสีอำพัน  ดูปกป้องเด็กสาวเต็มที่   เด็กหนุ่มผมขาวนามลันเฟลวจึงจ้องเด็กหนุ่มผมสีดำตาเขม็ง  และเด็กหนุ่มผมสีดำก็จ้องตอบกลับไม่แพ้กันจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแลบออกจากตาของทั้งคู่

 

แล้วอย่างไรเหรอ? อาซีร์  ลันเฟลวเค้นเสียงลอดไรฟัน  ทั้งสองทำสงครามเย็นอย่างไม่มีใครยอมใคร  จิตสังหารแผ่ออกไปรอบๆห้องและนอกห้อง  ทำให้ผู้อยู่ในรัศมีนี้เกิดอาการอึดอัดหายใจไม่ออกไปตามๆกัน  แต่ก็ยกเว้นพวกที่อยู่ในห้องนี้ทุกคนละนะ  มือของทั้งสองเอื้อมไปจับดาบที่อยู่ข้างเอวแล้วกำแน่นพร้อมที่จะชักออกมาได้ตลอดเวลา  บรรยากาศในห้องดูเงียบเชียบ  วังเวง  และเย็นลงไปถนัดตาทั้งๆที่ทั้งสองคนที่กำลังจะฉะกันอยู่นี้ก็ไม่ได้เป็นคนเย็นชาอะไร

 

จะเลิกกันได้รึยัง?  เสียงเย็นของจริงดังขึ้นพร้อมกับจิตสังหารที่มากกว่าที่ทั้งสองคนปล่อยออกมากระจายกลบจิตสังหารของทั้งสองคนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด  เด็กสาวสองคนในห้องเริ่มมีอาการตัวสั่น  อึดอัด  และหายใจไม่ออกเห็นดังนั้นจิตสังหารของสองคนแรกจึงหายวับไปกับตา  เจ้าของคนที่ปล่อยจิตสังหารออกมาหลังสุดและมากสุดจึงค่อยๆเก็บจิตสังหารของตน  และปล่อยให้หลงเหลืออยู่เพียงแค่ไอเย็นเท่านั้น  เด็กหนุ่มคนสุดท้ายผู้มีผมสีแดงเข้มยาวถักเป็นเปียหลวมๆใหญ่  และตาสีแดงดั่งโลหิต  ที่ยืนพิงผนังอยู่ค่อยๆเอ่ยเสียงเย็นของตน

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องของข้า  พวกเจ้าไม่เกี่ยว  นัยน์ตาสีโลหิตสาดสายตาเย็นชาไปรอบๆพร้อมมาหยุดลงที่ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้คนเดียวในห้อง  มีอะไรจะบอกรึเปล่า?

 

 ชายวัยกลางคนกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  อย่างนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย  ชายปริศนาหลับตาลง  จงเงี่ยหูฟัง  เสียงนั้นจะลอยมาตามลม  เสียงนั้นจะดังกังวานไปทั่วทุกหนแห่ง  เสียงเพลงแห่งอำนาจ  เสียงเพรียกเรียกแห่งการเริ่มต้นโชคชะตา  จงหาจากนางผู้บรรเลง.....

 

จบประโยค  เสียงบางอย่างดังขึ้นอย่างแผ่วเบา  พวกเขาทุกคนหยุดการกระทำทุกสิ่งแล้วพยายามตั้งใจฟังเสียงนั้น  จริงดังว่า  เสียงนั้นดังก้องกังวานและดูมีอำนาจอย่างแปลกประหลาด  ทำนองเพลงเร็วที่ถูกบรรเลงโดยเครื่องดนตรีเสียงสูงแต่ฟังดูแล้วไม่ขัดหูแต่อย่างใด  เสียงเพลงราวกับกำลังให้กำลังใจอะไรบางอย่างดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีขาดตกบกพร่อง  แต่ทำนองเพลงกับเศร้าเหมือนกำลังภาวนาร้องขอความหวังครั้งสุดท้าย  ราวกับสติหลุดลอยเด็กทั้งห้าคนในห้องต่างตกอยู่ในภวังค์  จนกระทั่งเสียงเพลงจบ  แต่ละคนถึงกับสะดุ้งตัว

 

นัยน์ตาสีโลหิตหันกลับไปหาชายวัยกลางคนในห้องเหมือนกับกำลังจะถามถึงเรื่องเพลงเมื่อกี้  ชายวัยกลางคนจึงพยักหน้าน้อยๆ  เด็กทั้งหายไปราวกับไม่มีตัวตนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว....

 

หลังจากที่เด็กๆทั้งห้าคนหายไป  ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เพียงคนเดียวก็เอ่ยกับตนเองเบาๆ

 

.....จงหากับนาง  ผู้จะได้ครอบครองปรารถนาแห่งนิรันด์.....

 

 

เพลงเมื่อกี้นี้เพราะไหมคะคุณแม่?  หนูแต่งเองเลยนะ  เด็กสาวถามผู้เป็นแม่ของตนอย่างร่าเริง  ผู้เป็นแม่จึงปรบมือให้

 

จ้าๆ  เพราะมากจ๊ะเซเวียร์  แล้วเพลงเมื่อครู่หนูตั้งชื่อไว้ว่าอย่างไรละจ๊ะ  หื้อ  พูดจบก็ถามเด็กสาวไปด้วยในตัว  พร้อมรับน้ำหนักของคนที่เล่นเพลงเพราะเมื่อกี้เนื่องจากอยู่ๆก็กระโดดเข้ามากอดเฉยเลย

 

ความหวังครั้งสุดท้ายค่ะ  เธอตอบเสียงเบา  ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย  ไม่มากนักที่นางจะทำเช่นนี้  เด็กสาวผละออกจากอ้อมกอดของแม่แล้วยิ้มบางๆ

 

คุณแม่ช่วยฟังหนูเล่นอีกเพลงนะคะ  เพลงนี้หนูแต่งให้แม่โดยเฉพาะเลยละ  เด็กสาวว่าอย่างร่าเริงก่อนสีหน้าจะค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นเศร้าสร้อย  หนูรู้สึกไม่ดีเลยวันเกิดปีนี้....ราวกับจะต้องจากกัน...  เด็กสาวคิด  ลางสังหรณ์ของเธอไม่เคยพลาด  เธอรู้อยู่แก่ใจก่อนจรดริมฝีปากลงกับขลุ่ยดินเผาสีขาวสะอาด  เสียงเพลงอีกเพลงหนึ่งจึงเริ่มดังกังวานขึ้นรอบๆทั้งๆที่ไม่มีเครื่องขยายเสียงแต่อย่างใด

 

เสียงเพลงช้าดังเนิบๆอย่างเรียบง่ายราวกับสายน้ำที่ไหลไปตามร่อง  ในขณะที่บางช่วงฟังดูแข็งกระด้างและดังก้องราวกับเปลวไฟที่ลุกขึ้นเผาผลาญทุกสิ่งให้ไหม้เป็นจุล  ช่วงสุดท้ายก่อนจบเพลงถูกเล่นด้วยเสียงสูงแต่ฟังดูเศร้าราวกับบอกคำลาจาก  เสียงเพลงหยุดลงพร้อมกับเด็กสาววิ่งเข้าไปโผกอดแม่ของตนอีกครั้ง

 

รู้สึกไม่ดีเลย...  เสียงนี้ดังขึ้นในใจของเซเวียร์  หัวใจของเธอเต้นรัวกระหน่ำราวกับว่าอีกเดี๋ยวมันจะหยุดลงตรงนี้  หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงลูบหัวเด็กสาวเบาๆ  เด็กสาวเงยหน้าขึ้นเหมือนจะร้องไห้แต่ไม่มีอะไรออกมาแม้แต่เสียงสะอื้นหรือน้ำตาที่คลอเบ้า

 

จงเข้มแข็งเข้าไว้เซเวียร์  แม่รู้ว่าเรารู้.....น้ำตาไม่ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น  แต่น้ำตาจะช่วยทำให้เราเข้มแข็งขึ้นแม้ว่าเราจะดูอ่อนแอในสายตาของคนอื่น  หญิงสาวพูด  แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กสาวนอกจากเด็กสาวซุกหน้าลงไปใหม่แล้วกอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม

 

นกน้อยตัวหนึ่งบินผ่านมา  หญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นทำให้เจ้านกน้อยตัวนั้นบินลงไปเกาะ     หญิงสาวเอามือลงจนระดับของนกน้อยตัวนั้นกับเด็กสาวอยู่เท่ากัน  เจ้านกน้อยจิกเบาๆที่หน้าของเด็กสาวทำให้เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามอง

 

จิ๊บๆ  จิ๊บๆๆ   เด็กสาวเบิกตากว้างก่อนผละออกจากวงแขนของแม่โดยเร็วจนเจ้านกน้อยตกใจและบินหายไป  เด็กสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ  หญิงสาวเห็นดังนั้นแล้วจึงหัวเราะเบาๆ

 

แม่....รู้   หญิงสาวพยักหน้า  เด็กสาวตกในเข้าไปอีกเพราะเธอกลัวว่าทุกคนจะหาว่าเธอประหลาด....  แม้แต่แม่ของตัวเองเธอก็ไม่ได้บอกให้รู้

 

แม่รู้ตั้งนานแล้วละจ๊ะว่าเราฟังสัตว์พูดรู้เรื่อง  หญิงสาวพูดก่อนทำสีหน้าเศร้า....  และคงต้องบอกคำว่าลาก่อนสินะ

 

ปัง!!!  เสียงประตูเปิดดังขึ้นทำให้สองแม่ลูกหันไปมองผู้มาใหม่  เด็กหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับเซเวียร์เดินเข้ามาโดยไม่สนใจว่าจะบุกรุกบ้านของใคร  ในมือของแต่ละคนถืออาวุธจนเต็มมือซึ่งนั้นทำให้เซเวียร์เกือบร้องออกมา  สองแม่ลูกยืนอยู่ทางคนละมุมห้อง

 

ใคร...เป็นคนเล่นเพลงเมื่อกี้   เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากปากของชายผมยาวสีแดงเข้ม  นัยน์ตาสีโลหิตทอประกายเย็นชาจับจ้องมาที่เซเวียร์  เซเวียร์เห็นเด็กหนุ่มสาวอีกสี่คนที่ใส่ชุดแปลกประหลาดกำลังล้อมแม่ของตนอยู่

 

ฉันเป็นคนเล่นเพลงเมื่อกี้นี้เอง  มีอะไรก็มาทำกับฉันอย่าไปทำกับแม่นะ  เด็กสาวพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวอะไรใดๆ  แม้เธอจะรู้สึกถึงความกดดันบางอย่างที่แปลกๆก็ตาม  เด็กหนุ่มสาวอีกสี่คนที่กำลังมองแม่ของเธออยู่หันกลับมามองเธอราวกับเธอเป็นตัวประหลาด  แต่เซเวียร์ไม่สนใจจึงได้แต่จ้องตอบกลับชายหนุ่มผมแดงยาวเท่านั้น

 

ดาบถูกชักออกมาจากฝักอย่างรวดเร็วแล้วไปพาดอยู่ที่ลำคอระหงของเด็กสาว  ดวงสีนิลเบิกขึ้นน้อยๆก่อนกลับไปเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

ปริศนาที่ห้าอยู่ที่ไหน  เสียงเย็นเอ่ยขึ้นกับเธอ  เซเวียร์ขมวดคิ้ว

 

ปริศนาอะไร?  ร่องรอยความสงสัยปรากฏขึ้นชัดเจนในดวงตาของเด็กสาว  คราวนี้ชายหนุ่มปริศนาเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง  คนอื่นที่รอดูอยู่นึกว่าเซเวียร์ไม่ยอมบอกแต่เพราะพวกเขาไม่ใช่เจ้าของเรื่องจึงยอมไป....แต่ไม่ใช่กับชายหนุ่มคนนี้  ชายหนุ่มผมขาว  นัยน์ตาสีกลมท่า

 

นี่!!!  บอกปริศนาของซีอัสมาให้เราได้แล้ว  รู้ไหมมันน่ารำคาญนะที่ต้องมารออะไรนานอย่าลีลานัก!!!”  เสียงตวาดดังขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย  ทำเอาเซเวียร์สะดุ้งเฮือก  ถ้าท่าทางอย่างนั้นทำให้อีกห้าคนที่เหลือคิดว่าเธอคงมีเรื่องบางอย่างปิดบังพวกเขาไว้จริงๆ  เพราะดูเธอจะร้อนตัวกับสิ่งที่ชายหนุ่มผมเทากล่าว

 

คราวนี้ชายหนุ่มผมสีดำในห้องถึงกับเกาหัวตัวเองแล้วถอนหายใจ  เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาของเซเวียร์ก่อนจะค่อยๆกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

ซีอัส  ความอดทนของฉันน่ะไม่ได้ต่ำเหมือนลันเฟลวหรอกนะ  แต่ก็ไม่ได้สูงเหมือนเรนัสกับซีร่าเหมือนกัน...  ประโยคเรียบๆแต่เรียกสายตาของผู้มองทั้งห้องได้ชะงัก  จังหวะนั้นเองเซเวียร์เห็นแม่ของตนกำลังยิ้ม  มันเป็นยิ้มที่สวยที่สุดที่เธอเคยเห็นตั้งแต่เกิดมาเลย  ริมฝีปากของหญิงสาวขยับขึ้นอย่างแผ่วเบาไม่มีแม้แต่เสียงเล็ดลอด  เซเวียร์จับใจความได้ว่า บอกแล้วว่า  คงต้องพูดคำว่าลาก่อน

 

ฉึก!!!  กริชสีเงินวาบวับอย่างที่เธอเคยเห็นในหนังปักคาอยู่กลางอกของหญิงสาวคนเดียวในห้อง  นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างพอๆกับที่แม่ของเธอกระอักลิ่มเลือดจำนวนหนึ่งออกมา  เซเวียร์แทบจะถลาเข้าไปหาแม่ของตนถ้าไม่ติดว่ามีดาบของคนตรงหน้าขวางเธออยู่  นัยน์ตาสีโลหิตยังคงทอประกายเย็นชาแต่คราวนี้มันดูจะต่างออกไปจากทุกที....

 

แม่!!!  พวกนายทำอะไรน่ะ!  บอกแล้วไงว่ามีอะไรให้มาทำกับฉัน  อย่าไปทำกับแม่!!!”  เด็กสาวตวาด  ดวงตาสีดำสั่นระริกราวกับจะร้องไห้  แม่ของเธอล้มลงและแน่นิ่งลงไปตลอดกาล  เด็กสาวส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าเธอไม่ยอมรับในสิ่งที่เห็น

 

แม่!  ไม่นะ!!!”  เด็กสาวกรีดร้องค่ำครวญ  แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอนอกจากหกคนนี้  ดาบของชายหนุ่มผมแดงกลับมาพาดที่คอของเธออีกครั้ง

 

ทำ...ไม...   เธอคราญออกมาอย่างแผ่วเบา  ชายหนุ่มผมแดงขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

พวกนาย...ถามหาปริศนากับฉัน  แล้วแม่ไปเกี่ยวอะไรด้วยเล่า  พวกนายไม่ได้ถามแม่ด้วยไม่ใช่รึไง!!!”  เด็กสาวร้องลั่น  ดวงตาสีรัตติกาลเหมือนจะมีไฟปะทุทั้งๆที่เมื่อกี้มันยังสั่นๆเหมือนกับจะมีน้ำตาไหลออกมา  ท่าทางที่ถูกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วนั้นทำให้พวกเขาประหลาดใจได้ไม่น้อย  ปลายดาบของชายหนุ่มผมแดงจ่ออยู่ที่คอของเซเวียร์  เด็กสาวจ้องตาเด็กชายเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว

 

ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนแม่เธอรีบๆบอกปริศนามาซะ  เสียงเย็นๆเอ่ย 

 

ถ้าอยากจะฆ่าฉันก็ฆ่าซะเลยสิ  ส่วนปริศนาอะไรนั้นของพวกนายฉันก็บอกไปแล้วยังไงล่ะว่าไม่รู้!!!”  เด็กสาวโต้กลับ  ความกดดันแบบแปลกๆเกิดขึ้นอีกครั้งทำให้เซเวียร์ขมวดคิ้ว  ชายหนุ่มผมแดงไม่ตอบอะไรทำให้เธอเริ่มหมดความอดทนเช่นกัน

 

ถ้าฉันรู้ปริศนาบ้าๆของนายฉันก็บอกพวกนายไปนานแล้ว  ไม่ปล่อยให้พวกนายมาฆ่าแม่ฉันเหมือนตุ๊กตาอยู่อย่างนี้หรอกน่า!!!”  เด็กสาวตวาดแล้วก้มหน้า  ดวงตาสีดำสนิทกลับมาสั่นอีกครั้งก่อนหยดน้ำตาหนึ่งหยดจะไหลออกมา  พอดีกับที่ลูกธนูลูกหนึ่งพุ่งมาปักที่หัวไหล่แล้วทะลุออกอีกด้าน  เด็กสาวกระอักเลือดออกมา  น้ำตาของเธอหยดลงโดนกองเลือดนั้น  สติสัมปชัญญะของเธอหลุดออกไป

 

ทันทีที่น้ำตาของเธอโดนกองเลือด  เลือดนั้นก็ทอแสงสีทองก่อนจะค่อยๆแยกออกมาเป็นคำ  พวกเขาชะงักค้างเพราะคำๆนั้นคือปริศนาที่พวกเขากำลังหาอยู่  สักพักเลือดนั้นก็หยุดทอแสงและกลับมาเป็นกองเลือดเหมือนเดิม  บุคคลปริศนาหายไปจากบ้านหลังนี้อย่างรวดเร็ว

 

นายทำเกินไปนะอาซีร์  ชายหนุ่มผมแดงพูด  ชายหนุ่มผมดำขมวดคิ้ว

 

ไม่มีคำว่าเกินไปสำหรับการตามหาปรารถนาแห่งนิรันดร์โง่ๆนั้น  พวกเราที่ตามหาสิ่งนั้นทำได้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนี้...แม้จะต้องฆ่าพวกพ้องตนเองก็ตาม  เราเป็นแค่ผู้ร่วมทางเดินเท่านั้น  เป็นศัตรู  จำไว้ซีอัส  เราไว้ใจใครไม่ได้  ชายหนุ่มผมแดงพยักหน้าเรียบๆ  และพวกเขาก็หายไปราวกับสายลมที่พัดผ่าน

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น