Desire of Niran ปริศนาข้ามมิติ

ตอนที่ 1 : ปริศนาที่ 1 ปฐมบท จุดเริ่มต้นเปิดปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ค. 53

ปริศนาที่ 1

ปฐมบท จุดเริ่มต้นเปิดปริศนา

 

ตึก! ตึก! ตึก!  แอ๊ด~  ปัง!

เสียงฝีเท้าพร้อมเสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านอยู่ก่อนแล้วสะดุ้งแล้วหาที่แอบกันจ้าละหวั่น   ทางประตูหน้าบ้านเมื่อเปิดออกเผยให้เห็นเด็กสาวคนหนึ่ง   ผมสีดำออกน้ำตาลยาวประบ่า   นัยน์ตาสีดำสนิทมองไปรอบๆบ้านอย่างแปลกใจไม่น้อยที่ในบ้านไม่มีคนอยู่

 

คุณพ่อคุณแม่ค่ะ  เซเวียร์กลับมาแล้วค่ะ....?    เด็กสาวร้องเรียกเพื่อคนในบ้านไม่ได้ยิน   ในที่สุดเธอก็เลิกสนใจแล้วขึ้นไปบนห้องเพื่อจัดกระเป๋าในวันใหม่อีกวันหนึ่งและตรวจเช็คการบ้านที่จะต้องทำและส่งพรุ่งนี้

 

เซเวียร์   เซ็นนีร่า   เด็กสาวผู้มีพ่อเป็นนักดาราศาสตร์ตัวยงของประเทศ   ส่วนแม่ของเธอเป็นคุณหมอดีกรีจบปริญญาเอกสาขาศัลยกรรม   เธอไม่ได้เก่งด้านวิชาการเท่าพ่อแม่ของเธอ แต่ถ้าเป็นเรื่อง กีฬา  ดนตรี  และศิลปะ  เธอมั่นใจในตัวเองแน่นอนว่าเธอต้องไม่แพ้ใคร  ทำให้เซเวียร์เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งทุกครั้งที่มีการแข่ง  และก็ได้ที่หนึ่งกลับมาทุกครั้งเหมือนกัน  จนที่บ้านต้องจัดห้องวางของรางวัลกันไว้ทีเดียวเชียวละ  เพราะมันไม่ได้มีแค่ของๆเซเวียร์คนเดียว  แต่มันมีของพ่อแม่ของเขาด้วย  และพอมารวมกันมันก็เยอะอยู่ไม่น้อยจนตอนนี้แทบไม่มีที่เก็บ  แต่ถึงกระนั้นการเรียนของเธอก็ไม่ได้ถือว่าเลวร้ายอะไร  จัดอยู่ในระดับปานกลาง

 

เซเวียร์ลงมาข้างล่างจะมาหาอะไรทาน  แต่พอมาที่ห้องครัวกลับเห็นเค้กที่ยังทำไม่เสร็จวางไว้อยู่  เซเวียร์ขมวดคิ้วก่อนหันไปทางประตูครัวที่เอาไว้เชื่อมทางกับสวนนอกบ้านเห็นรอยเท้าหนึ่งรอยแล้วเห็นเป็นหลุมอีกหลายๆหลุมเพราะถูกน้ำฉีดใส่  เซเวียร์ยิ้มแล้วส่ายหน้าขำๆ  พร้อมรำพึงกับตัวเองเบาๆ

 

จะซ่อนก็ทำไม่เนียนเลยน้า~”   ผู้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านสองรายสะดุ้งเฮือก   เซเวียร์ตะโกนดังลั่นบ้านก่อนวิ่งออกไปโดยไม่สนใจผู้แอบอยู่สองราย

 

คุณพ่อคุณแม่คะ   หนูออกไปเล่นก่อนนะคะส่วนการบ้านหนูทำเสร็จแล้ว   ตอนเย็นๆหนูจะกลับมาอีกที   ไปนะคะ!”    

 

ปัง!  

 

เสียงปิดประตูดังไปได้สักพักใหญ่ผู้ที่แอบซ่อนอยู่ในบ้านจึงแย้มหน้าออกมาจากที่ซ่อน   ถึงแม้พ่อแม่ของเซเวียร์จะเป็นคนใหญ่คนดัง   แต่ทั้งสองก็อาศัยกันอยู่อย่างพอเพียง   บ้านของพวกเข้าไม่ได้ใหญ่โตเป็นคฤหาสน์   ทั้งยังไม่ใช้ความสามารถของตนกดขี่ผู้อื่น   แต่คอยช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มที่ทำให้เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในย่านเดียวกันตามพากันชื่นชมและคอยเป็นห่วงเป็นใยพวกเขาเสมอด้วยเช่นกัน

 

ผู้แอบซ่อนอยู่ในบ้านคนแรกเป็นผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อน   ดวงตาสีเดียวกันมองผู้แอบซ่อนอีกคนด้วยแววตาตัดพ้อเล็กน้อย   ส่วนคนที่ถูกมองด้วยแววตาตัดพ้อก็กำลังยิ้มหน้าเจื่อนๆให้   เขาเป็นผู้ชายที่มีผมและดวงตาเป็นสีดำขลับ   หญิงสาวเห็นแล้วไม่รู้ว่าหมั่นไส้หรือว่าอย่างไรจึงแว้ดใส่เสียงสูง

 

ไม่ต้องมายิ้มเลยนะคะคุณ!   ก็รู้อยู่ว่าเมื่อวานฝนตกพื้นดินมันแฉะยังจะไปแอบหลังสวนอีก   ทำไมยังทำให้เสียเรื่องอีกละคะ!!”   ชายหนุ่มส่งยิ้มแห้งแบบประมาณ   ไม่มีข้อโต้เถียงขอยอมแพ้

 

เอาน่าที่รัก   ก็เพราะนั้นเป็นลูกเราไม่ใช่เหรอ?   เดียวลูกก็คงเล่นไปตามบทที่เราวางไว้เองนั้นแหละเซเวียร์ไม่ทำงานของเราเสียเรื่องหรอก   หญิงสาวถอนหายใจก่อนมองชายหนุ่มด้วยสายตาอ่านยาก

 

คุณจะให้ลูกแก้วหิมะนั้นกับเซเวียร์จริงๆเหรอค่ะ?   ใบหน้าที่มีรอยยิ้มของชายหนุ่มหายวับไปในพริบตาก่อนชายหนุ่มจะทอดสายตามองไปบนฟ้า   ราวกับต้องการมองให้ได้ไปไกลที่สุด

 

มันถึงเวลาแล้ว   มันเป็นกฎของผู้ข้ามกาลเวลา   นักทำนายแห่งกาลเวลาอย่างฉันก็ต้องออกเดินทางแล้วเหมือนกัน ปริศนาจะเป็นตัวพาเซเวียร์ไปสู่ความจริงนิรันดร์

 

เซเวียร์เล่นอยู่ที่สวนสาธารณะแถวบ้าน   ในขณะนั้นก็เหลือบไปเห็นใบโคลเวอร์สี่แฉกสามใบอยู่ใกล้ๆกันที่กอหญ้า   ดูแล้วก็ใบใหญ่น่าดู   มือบางเอื้อมไปเด็ดก่อนยิ้มอย่างมีความสุขแล้ววิ่งออกไปทันที

 

 

เวลาเย็น

 

แอ๊ด......   ประตูบ้านถูกเปิดเข้ามาโดยเด็กสาววัยสิบขวบ   นัยน์ตาสีนิลมองไปรอบๆบ้านอย่างอมยิ้มแล้วก็พูดขึ้นอย่างสงสัย

 

เอ๋~  ทำไมบ้านเราถึงปิดไฟดับอย่างนี้นะ?  

 

ฟุบ!    นัยน์ตาสีดำถูกบางสิ่งบางอย่างปิดสนิท   แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรก็ถูกรวบมือรวบปากแล้วพาเดินไปที่ที่แห่งหนึ่งซึ่งเซเวียร์ก็ได้แต่ร้องเสียงอู้อี้ไปตลอดทาง

 

เมื่อถึงที่หมายเจ้าของมือนั้นก็ปล่อยเซเวียร์ออก   เซเวียร์เปิดตาทันใดแล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้เธออมยิ้ม

 

สุขสันต์วันเกิดจ๊ะเซเวียร์~”   ตอนนี้เธออยู่ที่สวนหน้าบ้าน   มีโต๊ะเล็กๆสีขาวตั้งอยู่   แม่กับพ่อของเธอถือเค้กไว้ให้เธอเป่า   เซเวียร์ประสานมือกันในท่าขอพรแล้วหลับตาสักพักก็ลืมขึ้นมาเป่าฟู่~

 

แปะ   แปะ   แปะ   พ่อกับแม่ของเธอตบมือกันกราวใหญ่ก่อนที่แม่ของเธอจะถือเค้กไปไว้ที่โต๊ะแล้วลงมือตัดแบ่ง   พ่อของเธอเดินมาโอบไหล่เธอก่อนพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

 

ดีใจด้วยนะเซเวียร์   ที่แก่ขึ้นอีกปีหนึ่งแล้ว  ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า   พ่อของเธอหัวเราะเสียงดังจนเธอต้องยกมือขึ้นมาปิดหู

 

หยาบคาย! นี่น่ะเหรอคำพูดของสุภาพบุรุษ!!!!”   เซเวียร์แหวใส่  ทำให้พ่อของเธอหัวเราะเสียงดังมากขึ้นไปอีก

 

แล้วใครบอกว่าพ่อเป็นสุภาพบุรุษล่ะหะ   พ่อของเธอพูดก่อนยกกำปั้นขึ้นมาหมุนหัวเธออย่างมันเขี้ยวจนผมสีดำออกน้ำตาลยุ่งไม่เป็นทรง   เซเวียร์กุมศีรษะของตนแล้วทำหน้ามุ่ยก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มดีใจเมื่อพ่อของตนยื่นกล่องของขวัญมาให้   เป็นกล่องสีทองผูกด้วยโบว์สีเงิน 

 

สุขสันต์วันเกิดนะเซเวียร์  ผู้เป็นพ่อพูด  เซเวียร์รับกล่องมาอย่างรวดเร็ว

 

ขอบคุณคะ!!”  หันกลับทางผู้เป็นแม่ที่กำลังยืนหน้ามุ่ยอยู่ใกล้ๆเค้กกับอันแสนน่ากิน  สองพ่อลูกหันมามองแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

 

พ่อคะ  อาการอย่างนี้เขาเรียกกันว่ายังไงนะ?  เซเวียร์ถาม  ซึ่งผู้เป็นพ่อก็ได้แต่เงียบเพราะถูกสายตาพิฆาตมองมาประมาณว่า ถ้าตอบเมื่อไหร่...ตาย!’  ทำให้พ่อที่ยังคงอยากอายุอยู่ยืนนานส่งสายตากลับไปหาลูกประมาณว่า ไม่ขอตอบ

 

ผู้เป็นแม่สาวเท้าเข้าไปหาลูกคนเดียวแล้วดึงเด็กสาวมากอดอย่างหวงแหน  ส่งยิ้มพิฆาตไปให้ผู้เป็นสามี  และส่งยิ้มอ่อนโยนให้ผู้เป็นลูกก่อนตามมาด้วยกล่องไม้ขนาดสีเหลี่ยมผืนผ้า  ไม้สีดำขลับเป็นประกายมันวาวจากการถูกดูแลเช็ดถูอย่าง  ตรงกลางเป็นรูปผีเสื้อสีขาวที่มีลายแซมด้วยสีฟ้าครามจางๆ  เซเวียร์ไม่รอช้าที่จะเปิดมัน  ภายในเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะคล้ายปืนฉีดน้ำสีขาวขนาดเหมาะมือ  มีรู 12 รูราวกับเป็นปุ่มกดอะไรสักอย่าง  มีลายเป็นเถาไม้เลื้อยและผีเสื้อสีคราม  เจ้าสิ่งๆนี้เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งชื่อว่า โอคาริน่า นั้นเอง

 

ว้าว!  โอคาริน่าของจริงที่หนูอยากได้มาตั้งนานแล้วนี่นา  ขอบคุณคะคุณแม่  เด็กสาวพูดอย่างตื่นเต้น  เจ้าสิ่งนี้เป็นเครื่องดนตรีขนาดพกพาที่ชาวฝรั่งเศสเรียกกันว่า มันฝรั่งหวาน  จัดเป็นฟรุตประเภทหนึ่ง  ผู้เป็นแม่ยื่นกระดาษแผ่นสีขาวให้กับลูกสาวแผ่นหนึ่ง  มันเป็นวิธีการเล่นโอคาริน่าอย่างง่าย เด็กสาวย่อตัวลงก่อนรับมาอ่าน  เมื่ออ่านจบจึงหยิบของขวัญของพ่อตนมาแกะบ้าง  กล่องสีทองถูกเปิดออกเผยให้เห็นลูกแก้วสีใสที่มีฐานรองรับสีดำขลับ  ภายในลูกแก้วเป็นพระจันทร์เสี้ยวกับผีเสื้อสีขาวอมฟ้าเหมือนกับกล่องโอคาริน่า  ฉากรอบๆสองสิ่งที่เห็นเป็นค่ำคืนที่ดาวพราวฟ้าที่มีหิมะตกปอยๆ  เด็กสาวยิ้มอย่างร่าเริง

 

ขอบคุณนะคะคุณพ่อ สวยมากเลย  เด็กสาวพูดทั้งๆที่นัยน์ตาสีนิลยังคงจับจ้องอยู่ที่ลูกแก้วหิมะนั้น  ผู้เป็นพ่อทอดสายตาอ่อนโยนและแววสำนึกผิดมาให้ก่อนลูบศีรษะเด็กสาวอย่างแผ่วเบา

 

เซเวียร์.....ต่อจากนี้ไป พ่อขอให้ลูกอดทนกับเรื่องทุกเรื่องที่จะเกิดขึ้นให้ดีนะ ดูแลแม่ของเราด้วยเพราะในอนาคตมีเรื่องที่เราจะต้องเจ็บปวด.....

 

.....ใช่.....เจ็บมาก.....เจ็บจนอยากหายไปจากโลกนี้.....โดยไม่ต้องมารับรู้อะไรอีกแล้ว.....

 

เซเวียร์ขมวดคิ้วมองหน้าของพ่อตนอย่างงุนงงเพราะพ่อของตนทำหน้าเศร้า  หันไปมองแม่ก็เห็นทำสีหน้าไม่ค่อยต่างกันซักเท่าไหร่  ความเงียบกลืนทุกสิ่งรอบๆอยู่สักพักเด็กสาวทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากถาม

 

ทำไมพ่อพูดอย่างกับว่าพ่อจะหายไปไหนเลยละคะ?  เด็กสาวจ้องลึกลงไปในตาของผู้สูงวัยราวกับกำลังค้นหาคำตอบ  ผู้เป็นพ่อจึงส่ายหน้า  เด็กสาวถอนหายใจก่อนล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อของตน  สิ่งที่หยิบออกมาเป็นถุงเล็กๆถุงสองถุงซึ่งมันเป็นถุงเครื่องราง  เด็กสาวยื่นถุงใบสีแดงให้ผู้เป็นแม่  และยื่นถุงสีฟ้าให้ผู้เป็นพ่อ  ภายในบรรจุใบโคลวเวอร์สี่แฉกซึ่งหาได้ยากมากอยู่อย่างจะ 1 ใบ  ผู้เป็นพ่อลูบศีรษะเด็กสาวอีกครั้ง

 

ขอบใจนะเซเวียร์..... เรื่องที่พ่อพูดไปเมื่อกี้หากมันเกิดขึ้นแล้ว  แล้วลูกอยากรู้ความจริง  อยากทวงคืน...แม้มันจะไม่ได้คืนมาก็ตาม.....  ผู้เป็นพ่อเว้นวรรคก่อนหยิบซองจดหมายออกมาจากกระเป๋ากางเกงฉบับหนึ่งแล้วยื่นให้เด็กสาว  เด็กสาวรับไว้อย่างงุนงงแต่ราวกับรู้สึกว่ามีสัณชาตญาณบางอย่างบอกกับเธอว่าอย่าฟังเรื่องหลังจากนี้  ไม่งั้นอะไรบางอย่างที่สำคัญสำหรับเธอจะหายตลอดไป

 

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเกม.....ที่แลกด้วยชีวิตของลูก  พึ่งระลึกไว้ให้ดีก่อนเปิดมัน.....  ผู้เป็นพ่อเดินถอยห่างจากผู้เป็นลูกไปสองสามก้าวก่อนส่งยิ้มอ่อนโยนระคนเศร้ามาให้

 

 

ถ้าวันนั้นมาถึง แล้วลูกอยากจะเล่นเกมกับพ่อนะเซเวียร์

จงเปิดจดหมายฉบับนี้ของพ่ออ่าน

จงเลือกในวันที่มีดาวเต็มท้องฟ้าพร้อมพระจันทร์ทรงกรด

จงนำลูกแก้วหิมะของพ่อมายืนที่ลานโล่ง

จงระลึกไว้ว่าตัวลูกคือผีเสื้อที่โบยบินท่ามกลางดวงดาว

.....ผีเสื้อที่เปรียบเหมือนดวงจันทร์.....

.....คืนดาวเกี่ยวฟ้า

จันทราทอแสง

เวลาไม่หยุดหมุนเวียน

แต่อดีตไม่เคยผันเปลี่ยน

อนาคตคือการตัดสินใจ

และปัจจุบันคือความจริง

จงเบิกทางให้ข้า  ราตรีกาลแห่งจักรวาล...

 

 

วูบ.....  สายลมหอบใหญ่พัดผ่านทุกสิ่ง  ตามมาด้วยแสงสีขาวสว่างจ้าไปทั่วทุกที่  เซเวียร์ยกมือของตนขึ้นมาป้องตาก่อนสติสุดท้ายจะดับวูบ  ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อหันมามองหญิงสาวผู้เป็นภรรยาที่ยืนยิ้มอ่อนโยนให้แล้วหลับตาลงเช่นกัน  

 

ขอโทษนะ.....แล้วก็  ฝากเซเวียร์ด้วย   ทันทีที่ชายหนุ่มพูด  วงกลมสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขาแล้วตามมาด้วยตัวอักษรแปลกๆที่ถูกเขียนขึ้นรอบๆวงกลมนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาเขียนขึ้น

 

หญิงสาวสาวพยักหน้าที่ยังคงเปื้อนไปด้วยรอบยิ้มเบาๆ  ฟันเฟืองตัวหนึ่งเริ่มหมุน  ตัวที่อยู่ติดกันย่อมหมุนตาม มันเป็นกฎที่ไม่อาจหยุดยั้งได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือค่ะ...คุณชาล์  เซ็นนีร่า?

 

เรียกฉายาด้วยเลยจะดีไหม?  ชายหนุ่มประชดแม้ว่าจะยังหลับตาอยู่ก็ตาม  ริมฝีปากหนาเริ่มเหยียดออกเล็กน้อย 

 

นั้นสินะคุณพ่อมดนักทำนาย  สำหรับปรารถแห่งนิรันดร์ตอนนี้ตัวคุณก็กำลังจะเป็นฟันเฟืองตัวแรกที่จะหมุนไม่ใช่หรือ?  ชายหนุ่มเบิกตาขึ้นพร้อมกันกับที่ตัวอักษรปริศนาเขียนเสร็จ 

 

แล้วอีกห้าปีเจอกันใหม่.....ในนรกภูมินะ   แสงสีน้ำเงินโอบล้อมรอบตัวชายหนุ่มก่อนจะขยายตัวออกแล้วพุ่งขึ้นฟ้าไป  ควันปกคลุมไปทั่วพร้อมกับที่ชายหนุ่มหายตัวไปด้วยเช่นกัน  เสียงบางอย่างดังก้องไปทั่วบริเวณเป็นภาษาที่ไม่มีใครฟังออกนอกจากหญิงสาว  เด็กสาว  และคนบางคนที่รู้เรื่อง....

 

 

.....เบิกม่านแห่งนิรันดร์  ปริศนาข้ามมิติจงปรากฏขึ้น    บัดนี้.....

 

 

            ราวกับมีเสียงเฮเบาๆตามมา  หญิงสาวเหยียดยิ้มสมเพชแล้วมองดูเด็กสาวที่นอนสลบไสลบนพื้นหญ้าโดยไม่รับรู้เหตุการณ์เมื่อครู่   จากรอยยิ้มสมเพชเปลี่ยนเป็นแววเศร้าสร้อยไปในทันที

 

เรามีเวลาอยู่ด้วยกันอีกห้าปี  ฟันเฟืองตัวแรกที่จะหมุนสำหรับเจ้าคือข้า  ลำบากเจ้าแล้วละ.....ขอโทษนะ.....เซเวียร์.....

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น