ซีรีย์รักไม่จำกัดอายุ : ตอน สัญญาวัยเด็ก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    11

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
เด็กสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทกันมา แต่เมื่อถึงเวลากลับต้องแยกจากกันโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะไปอยู่ที่ไหน คำสัญญาจึงถูกเอื้อนเอ่ยขึ้น


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีรีดเดอร์ทุกท่าน นี้เป็นครั้งแรกที่จี แต่งเรื่องสั้นมาให้อ่าน หวังว่าจะชอบกันนะ หากใครอ่านแล้วไม่ชอบ ก็กดปิดได้เลย หรือคอมเม้นบอกถึงสิ่งที่จีทำพลาดไป เพื่อนำไปแก้ไข 

 1คอมเม้น 1กำลังใจ นิยายไม่ดังไม่เป็นไรขอให้มีผู้อ่านซักคนก็ยังดี 

ขอเชิญชมได้เลยค่ะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 16 ก.ย. 59 / 23:05

บันทึกเป็น Favorite


โรงเรียนอนุบาลแพนด้าน้อย

"เอาละทุกคนน วันนี้จะมีเพื่อนใหม่มาอยู่กับพวกเราน้าา ทำความรู้จักกันไว้นะจ๊ะ" ครูเป้ยิ้มให้เหล่าเด็กตัวน้อยๆ ก่อนจะบอกให้เด็กข้างตัวออกไปทักทายเพื่อนใหม่ของเธอ

"น..หนู.. จื่อ..จ. มิว..ชิก ค่ะ" เด็กน้อยพูดด้วยเสียงสั่นด้วยความกลัวกับสถานที่และผู้คนที่ไม่รู้จัก ก่อนจะเริ่มเบ๊ะปากแล้วร้องไห้ จนครูเป้ต้องรีบเข้ามาปลอบ

"โอ๋ๆ คนดีไม่ร้องนะค่ะ ที่นี้ไม่มีคนน่ากลัวหรอกมีแต่คนใจดีนะ ไม่ต้องกลัวๆ" แต่ดูท่าหนูน้อยตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้อง จนกระทั่งมีมือป้อมๆเข้ามาสวมกอดก่อนจะในมือลูบหัวหนูน้อยขี้แย ปากก็พรางร้องเพลง Little star

" ทวิ้งเคอ ทิงเคอ ลิตเติลสตา ฮาวไอวอนเดอ วอนยูอา อัพอาวอนเดอ วอนโชฮาย ไล่อาได้มอนอินเดอะจะกาย"เด็กเจ้าของมือป้อมๆร้องเพลงไปยิ้มไป แต่เพราะเพลงที่ร้องนั้นเพี้ยนบางเสียงหลงบางผิดบาง ทำเอาหนูน้อยขี้แยตรงหน้าหายร้องแล้วเปลี่ยนเป็นหัวเราะแทน สร้างความพึงพอใจให้กับครูเป้และเด็กมือป้อมๆมาก

"เอาละ งั้นแนะนำตัวอีกรอบเพื่อนใหม่ของพวกเราชื่อว่ามิวสิคนะจ๊ะ ครูหวังว่าคงจะเข้ากันได้นะ" หลังจากได้เสียงขานรับของเหล่าเด็กๆครูเป้ก็อมยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่ทว่าก็ต้องปวดหัวอีกเพราะหลังจากจบการแนะนำตัวไปซักพัก มิวสิคก็เอาแต่เงียบและไม่คุยกับใครเลย แถมเมื่อถึงช่วงพักก็เอาแต่หลบไปนั่งคนเดียวทำให้เพื่อนคนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็มีเด็กน้อยใจกล้าเข้าไปทักทาย

"ไง เราชื่อมาร์กนะมาเป็นเพื่อนกันเถอะ" เด็กน้อยใจกล้าที่ชื่อมาร์ก คือคนเดียวกับเด็กน้อยมือป้อมที่ช่วยปลอบใจมิวสิคตอนนั้น เขาเป็นเด็กผิวขาวอมชมพู ตาตี่ มีลักยิ้มและมือป้อมน่ารักจนถ้าไม่ใส่ชุดนักเรียนชายคงคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงแน่ๆ

" ... " มิสิคไม่ตอบเธอแค่จ้องตาเขากลับไปเท่านั้น 

"นี่ๆ ไม่ตอบแบบนี้ฉันถือว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ " มาร์กที่เห็นว่ามิวสิคไม่ตอบอะไรก็เลยคิดไปเองว่ามิสิคตอบตกลงแล้ว

"งั้นเราไปเล่นม้าหมุนที่สนามกันเถอะนะมิว" มาร์กดึงตัวมิวสิคขึ้นและลากไปที่เครื่องเล่นม้าหมุน 

     หลังจากวันนั้นมิวสิคก็เริ่มปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ก็ผ่านมา 3 ปีแล้วตอนนี้พวกเราอยู่อนุบาล 3 ใกล้จะจบการศึกษา  มิวสิคที่จากตอนแรกที่เงียบพูดแทบนับคำตอนนี้กลายเป็นด็กช่างพูด และเธอมักจะตัวติดอยู่กับมาร์กตลอดเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนจนเพื่อนๆตั้งฉายาว่าคู่ปาท่องโก๋ มาร์กที่ตอนนี้กำลังกุมมือมิวสิคที่นอนกลางวันไปแล้ว เขาได้นึกถึงวันเก่าๆที่ได้อยู่ด้วยกัน นึกไปถึงวันแรกที่ได้เจอเด็กขี้แย นึกไปถึงวันที่ครูสั่งให้นำไข่ไก่มาเพื่อฝึกทำไข่ดาวแต่มิวดันทำไข่ไก่ของตัวเองแตกจึงต้องเปลี่ยนไปทำไข่เจียว หรือวันที่เขาป่วยไม่มาเรียนพอวันต่อมามิวก็เอาแต่เกาะเขาพรางร้องไห้ไปด้วย บางวันก็หกล้มหัวเข่าแตกแต่พยามกลั้นเสียง วันที่ไปแข่งวิ่งผลัดแล้วชนะก็ร้องอย่างดีใจ วันที่ไปให้อาหารแมวจรจัดที่หลงเข้ามาในโรงเรียนแล้วแอบเลี้ยงดูจนถูกดุแต่ตัวเองก็หัวเราะแบบไม่ใส่ใจ อ่าาาช่างเป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ ทำไมวันเวลาถึงได้ผ่านไปเร็วอย่างนี้ อีกไม่นานพวกเราคงต้องจากกันแล้วสิ

"ฮึก..ฮือออ"เสียงสะอื้นของคนข้างตัวทำให้มาร์กตั้งสติได้ เขาคิดว่าคนตรงหน้าคงจะฝันร้ายเป็นแน่จึงใช้มือของตนลูบหัวเด็กสาวอย่างแผ่วเบา ความอ่อนโยนและอบอุ่นส่งผ่านจากมือไปหาเด็กสาวที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มดีขึ้นจากใบหน้าร้องไห้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส มาร์กมองเด็กสาวด้วยแววตาอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความกังวล หลังจากนั้นเขาก็หลับไป

ตัดมาในวันจบการศึกษาชั้นอนุบาล3
     
มิวสิคแต่งชุดไทยเหมือนกันกับเด็กผู้หญิงในห้อง และมาร์กแต่งเป็นชุดเงาะป่าที่มีดอกชบาสีแดงทัดหูแล้วถือพลองไว้เหมือนเด็กชายคนอื่นๆ ใช่ วันนี้คือวันจบการศึกษาหลายท่านคงคิดว่าต้องเป็นใส่ชุดบัณฑิตและไปรับวุฒิบัตรจากผู้ใหญ่ใช่ไหม คำตอบคือใช่แต่ว่าโรงเรียนนี้มีแบ่งเป็นสองช่วงคือช่วงแรกจะเป็นการแสดงของนักเรียนที่จะจบการศึกษาและช่วงหลังจะเป็นพิธีมอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กอนุบาล3 ซึ่งการแสดงของห้องเราคือการรำด้วยเด็กผู้หญิงจะรำและถือพวงมาลัยไว้ ส่วนเด็กผู้ชายก็รำด้วยถือพลองไว้ จากนั้นผู้หญิงก็จะรำเข้าไปหาเด็กผู้ชายที่เป็นคู่และมอบพวงมาลัยให้หลังจากนั้นทั้งสองก็จะเริ่มรำไปด้วยกัน แน่นอนว่ามิวสิคต้องคู่กับมาร์กเมื่อเพลงบรรเลงมาถึงช่วยให้พวงมาลัยมิวสิคก็ค่อยๆรำเข้าไปใกล้มาร์กแต่ขาเจ้ากรรมดั้นสดุดผ้าสไบ ล้มลงไปหามาร์ก สายตาของผู้ชมและเพื่อนบนเวทีจับจ้องมาที่มาร์กกับมิวสิค จนทำให้เธอเริ่มน้ำตาคลอ มาร์กเห็นท่าไม่ดีจึงประกบปากลงบนหน้าผากเด็กสาวแล้วพูดขึ้น
"ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงมอบพวงมาลัยแสนสวยให้แก่กระผม จะเป็นอะไรไหมถ้าผมขอรำเคียงคู่กับท่าน" มาร์กยื่นมือมาด้านหน้า แต่พอเห็นว่ามิวสิคยังคงยืนเอ๋ออยู่จึงดึงมือเด็กสาวมาและเริ่มรำให้ตรงกับทำนองเพลง ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติจนการแสดงจบ เด็กอนุบาล 3 จึงไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดบัณฑิต และไปร่วมพิธีมอบวุฒิบัตร เมื่อกิจกรรมทุกอย่างของวันนี้จบลง มิวสิคที่กำลังจะกลับบ้านก็ถูกมือของมาร์กดึงไว้ก่อน

"ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม" สีหน้าของมาร์กเริ่มจริงจังขึ้นทำให้มิวสิคเป็นกังวลแต่ก็พยักหน้าตอบตกลง มาร์กจึงพาเด็กสาวไปที่ชิงช้าเพื่อคุย แต่ว่าทุกอย่างกลับเงียบไม่มีเสียงจากเด็กชายข้างตัวมิวสิค 

"มีอะไรหรอ เรื่องที่จะคุยคืออะไรหรอ " มิวสิคที่ทนความเงียบไม่ได้จึงเอยถาม 

"คือ  คือว่าฉันแค่จะมาบอกว่า ว่าพวกเราคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ" เด็กสาวที่ได้ยินเพื่อนสนิทพูดเสียงสั่น เธอยังคงไม่เข้าใจความหมาย     "หืม ไม่เปนไรหรอกไม่ได้เจอกันแค่ปิดเทอมเอง เดียวเปิดเทอมขึ้นป.1 เราก็ได้เจอกันแล้ว แต่ถ้าเหงาก็มาบ้านฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ" เด็กสาวเอ่ยพร้อมส่งยิ้มแย้มไปให้เด็กหนุ่มที่ตอนนี้ก็ยังทำใบหน้ากังวลอยู่

"เปล่าหรอก ที่ฉันพูดไปนะความหมายมันตรงตัวเลย คือพวกเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก ตลอดไป" ตอนนี้ใบหน้าขอเด็กสาวเริ่มมีความกังวลมากขึ้น     "นาย หมายความว่าไงนะ นายจะไปไหนหรอ" เด็กสาวถามด้วยความรู้สึกกังวล

"ฉันไม่รู้ พ่อของฉันบอกว่าพวกเราต้องย้ายบ้านเพราะพ่อย้ายงานไปสาขาอื่น ตอนแรกฉันก็คิดว่าคงไม่ใช่เรืองใหญ่อะไร ยังไงก็คงมาเจอกันได้ แต่ว่านะ พ่อบอกว่าที่ที่จะย้ายไปนั้นไกลจากที่นี้มากๆเลยละ" มาร์กหันมามองหน้าเด็กสาวที่ตอนนี้เงียบไปซะเฉยๆ
     มิวสิคกำลังใช้สมองอันน้อยนิดประมวลผลเรื่องที่มาร์กพูดออกมา พร้อมทั้งมีคำถามผุดขึ้นมาเต็มไปหมด อะไรคือย้ายบ้าน แล้วไปที่ไหน ไกลมากไหม เราจะได้เจอกันอีกไหม ถ้าไปแล้วฉันจะเหงาไหม แล้วถ้าต้องจากกันไปตลอดกาลละจะทำไงดี  เด็กสาวที่ตอนนี้เริ่มน้ำตาคลอเบ้าเธอเม้มปากเป็นเส้นตรงเพื่อเก็บเสียงสะอื้นไม่ให้เด็กชายข้างตัวรู้ว่าเธอกำลังจะร้อง แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของมาร์ก เขารู้ดีว่ามิวสิคจะต้องร้องไห้แต่ทำยังไงได้ก็ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้วนิน่า มาร์กลุกจากชิงช้าเข้าไปสวมกอดเด็กสาว มิวสิคที่กลั้นน้ำตาอยู่พอถูกกอดก็ทนไม่ได้ปล่อยน้ำตาออกมา มาร์กทำได้แต่เพียงลูบหัวเธอจนกว่าเธอจะสงบ 

เมื่อผ่านไปซักพักเด็กน้อยก็เริ่มหยุดร้องจนเสียงเงียบไป มาร์กผละเด็กสาวออกมามองหน้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เขาค่อยๆเช็ดคราบนั้นออก "มิวถึงเราจะจากกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกนิจริงไหม " มิวสิคเมื่อได้ยินคำพูดน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง  "เอางี้ ถ้ามิวสัญญาว่าจะเข้มแข็งขึ้นและเลิกขี้แย เมื่อถึงตอนนั้นเราจะกลับมาหามิวอีกครั้ง ตกลงไหม" มาร์กเอ่ยขึ้น

"ฮึก ถ้ามิวสิค ละ เลิกขี้แย แล แล้วเข้มแข็งขึ้นมาร์กจะกลับมาหามิวหรอ จริงไหม อย่าโกหกนะ ฮึก" มิวสิคจ้องหน้ามาร์กเพื่อขอคำตอบ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เธอก็ยิ้ม มิวสิคค่อยๆเขย่งเท้า ใบหน้าของทั้งสองตอนนี้ใกล้กันมากขึ้นจนจมูกทั้งสองแตะกัน มิวสิคเลื่อนหน้าไปจุ๊บที่แก้มของอีกฝ่ายพร้อมบอกว่า      "นี้คือสัญญา หากมาร์กผิดสัญญา จะต้องกลื่นเข็มหนึ่งพันเล่มนะ จุ๊บเมื่อกี้คือมัดจำไว้ หากเจอกันอีกครั้งมาร์กต้องห้ามลืมมิวสิคนะ" มาร์กที่ตอนนี้ช็อคไปแปปหนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมา พร้อมตอบด้วยเสียงที่หนักแน่นเพื่อให้มิวสิครับรู้ว่า เขาจะไม่ลืมเธอเด็ดขาด
ต่อมาเมื่อทั้งสองคุยกันเสร็จเรียบร้อย มาร์กจึงพาเด็กสาวไปส่งที่รถของพ่อเธอที่ตอนนี้ผู้เป็นพ่อของมิวสิคกำลังลนลานที่ลูกสาวยังไม่มา 

เช้าวันใหม่ วันแรกของการปิดเทอมและเป็นวันที่มาร์กจะต้องออกเดินทาง ทั้งสองนัดเจอกันอีกครั้งที่สวนข้างโรงเรียน มิวสิคยื่นสร้อยข้อมือที่ตัวเองทำไว้ให้มาร์ก สายสร้อยถูกประดับด้วยลูกปัดสีฟ้ามีดาวสีแดงอยู่ตรงกลาง 
มาร์กรับของมาก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกลับบ้าน มาร์กเดินไปขึ้นรถที่เตรียมตัวจะออกเดินทางในมือถือสร้อยไว้แน่นเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทำหาย เขามองไปบนฟ้าพรางคิดถึงอนาคตวันข้างหน้าที่เขาต้องเผชิญ...

จบ ภาคสัญญาวัยเด็ก
ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


เครดิต http://i.ntere.st/c/1362510

     

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ จูเปีย จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น