คัดลอกลิงก์เเล้ว

[short fic Reborn]โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

โดย Liars

เมื่อหญิงสาวปริศนาที่ปรากฎตัวในคืนฝนตกไปเคาะประตูคฤหาสถ์ของซันซัสเข้า เรื่องราวความรักของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรจึงเริ่มขึ้น ปล.เจ้าชายอสูรในเรื่องนี้ค่อนข้างนุ่มนวลนะคะ

ยอดวิวรวม

876

ยอดวิวเดือนนี้

14

ยอดวิวรวม


876

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


39
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ต.ค. 59 18:56 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


เทพธิดาที่แสนเศร้า

..

เธอได้มอบเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ให้กับฉัน

..

เหตุผลที่ทำให้ฉันยังหายใจอยู่

..

นั่นเป็นเพราะเธอเปรียบเสมือนกุญแจที่มอบความอิสระให้กับฉัน

..

ดังนั้นฉันขอสาบานว่าเธอจะไม่เดียวดาย

..

เมื่อใดที่เธอหลงทาง ฉันอยู่ตรงนี้

..

ตลอดกาล.. กับจิตวิญญาณของเธอ

..





 


ซันซัส
เจ้าชายอสูร





โรส
โฉมงาม





เขาใช้ชีวิตอยู่กับความชิงชังที่ตนสร้างขึ้นตลอดชีวิต
เป็นดั่งเจ้าชายอสูรที่ขังตัวเองไว้ในปราสาท
แล้วเธอ.. ก็มาเป็นแสงสว่างในชีวิตที่แสนน่าเศร้าของเขา
ก่อนที่โฉมงาม.. จะทอดทิ้งเจ้าชายอสูรไปตลอดกาล




เป็นครั้งแรกที่แต่งShort fic เลยค่ะ
อาจจะอ่านงงๆหน่อยยังไงก็ขอโทษนะคะ^^'
อ้อ.. เรื่องบลูแฟรี่นี่ไรท์มั่วเอาเองล้วนๆเลยนะ แหะๆ
 
  CR.SQW

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 3 ต.ค. 59 / 18:56

บันทึกเป็น Favorite



          ในวันที่แสนน่าเบื่อ ลูกน้องออกไปทำงานทำการกันหมดเหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา ซันซัสนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของเขา ยกวอดก้าขึ้นจิบแล้วหลับตาลงในปราสาทของตน มันเป็นปราสาทใหญ่ยักษ์ที่แสนเงียบเหงา กฎเหล็กของวาเรียคือห้ามไม่ให้มีผู้หญิงในทีมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะเขาเกลียดผู้หญิง แต่เพราะพวกมันอ่อนแอเกินกว่าจะเป็นพวกเดียวกับเขาได้ เพราะงั้นเขาเลยดูเหมือนปีศาจหรือผีดูดเลือด หรืออะไรสักอย่างที่อยู่ในปราสาทเพียงลำพังและไม่มีวันที่จะมีใครจะมาอยู่เคียงข้าง เป็นดั่งเจ้าชายอสูรที่ควรจะอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิต

          ทั้งๆที่ควรจะจิบเหล้าแล้วนั่งอย่างสงบในห้องเหมือนที่ทำมาตลอด กลับมีคนๆหนึ่งมาตะโกนโวยวายอยู่หน้าปราสาทจนน่ารำคาญซะได้ พวกสวะลูกน้องก็ออกไปทำงานกันหมด ซันซัสจึงต้องลากสังขารลงไปข้างล่างแบบเซ็งชีวิต ทันทีที่ประตูเปิดออก เขาก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธองดงามกว่าใครๆที่เขาเคยพบมาตลอดชีวิต ท่าทางรูปร่างการแต่งกายไม่ต่างอะไรกับพวกลูกหลานของขุนนางชั้นสูง ผมสีบลอนด์ยาวเหยียดตรงถึงกลางหลัง ผิวพรรณผ่องใสและขาวสะอาดราวกับหิมะ ชุดกระโปรงสีทับทิมเหมือนกันกับดวงตาของเธอ เนื้อตัวเปียกปอนเพราะพายุฝนที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ด้านนอก

          "สวัสดีค่ะ ขอเข้าไปหลบฝนหน่อยได้ไหมคะ?" เธอถามเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รอยยิ้ม.. สดใสราวกับดวงตะวัน

          "ไม่รู้หรือไงว่านี่ปราสาทอะไร" ซันซัสถามผู้หญิงตรงหน้ากลับด้วยสีหน้าเย็นชา ยอมรับว่าคนตรงหน้าสวยมากจนชั่ววินาทีแรกที่มองมันราวกับเขาต้องมนต์สะกด แต่ความสวยของเธอมันอยู่ในระดับที่ไม่น่าไว้ใจ สวยจนไม่เหมือนมนุษย์ "ที่นี่ไม่ต้อนรับผู้หญิง"

          "โธ่.. รู้สิคะ ดิฉันรู้ว่าที่นี่คือปราสาทวาเรีย แต่รถม้าของดิฉันดันมาพลิกคว่ำแถวนี้ซะได้เนี่ยสิ" เธอยังคงยิ้มแม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้น "นะคะ.. พายุสงบเมื่อไหร่ทางบ้านก็คงจะส่งรถม้ามารับ จนกว่าจะถึงตอนนั้นเท่านั้นแหละค่ะที่ฉันจะขอรบกวนปราสาทของคุณ"

          "เฮอะ.." ซันซัสขยับตัวหลบไปด้านข้างของประตูเพื่อให้หญิงสาวเดินเข้ามา โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอจะเปลี่ยนชีวิตของเจ้าชายอสูรอย่างเขาไปตลอดกาล "ไอ้พวกสวะขี้ข้าของที่นี่ไม่อยู่ ดูแลตัวเองแล้วกัน" เจ้าของปราสาทเดินนำไปขึ้นบันได "ตามมาทางนี้" เขาเดินลิ่วๆไปโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตามทันหรือไม่ ก่อนจะเปิดประตูห้องหนึ่งออก "พักอยู่ห้องนี้ไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวไปเอาเสื้อมาให้เปลี่ยน แต่อย่าคาดหวังกับเสื้อผ้าสวยๆล่ะ ที่นี่ไม่มีของแบบนั้นหรอก"

          "ขอบคุณมากนะคะ" เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจขณะเดินเข้าไปในห้อง ตอนที่เดินสวนทางกับเธอ เขาได้กลิ่นดอกกุหลาบอ่อนๆลอยละลิ่วมาจากร่างบางนั่น เธอมองสำรวจห้องของเธออย่างสนอกสนใจ ก่อนจะหยิบโหลแก้วที่ใส่ดอกกุหลาบไว้ออกมาจากกระเป๋าที่ถือแล้ววางมันลงบนหัวเตียง หญิงสาวยิ้มให้มัน ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามรัตติกาล ดวงดาวที่ทอแสงเปล่งประกายทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีเพื่อน เหมือนเธอสามารถพูดคุยกับพวกมัน

          "ไม่มีเสื้อของผู้หญิง ใส่นี่ไปก่อนแล้วกัน" ซันซัสเดินกลับเข้ามาแล้ววางเสื้อเชิร์ตของเขาไว้บนขอบเตียง เขามองไปที่ดอกกุหลาบในโหลแก้วอย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่คิดจะถามเรื่องของมัน เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา "เธอชื่ออะไร"

          "ชื่อเหรอคะ..?" หญิงสาวปริศนาแย้มยิ้ม ดวงตาของเธอมีแววครุ่นคิด เหมือนกับเธอไม่มีชื่อ..? "โรส.. เรียกฉันว่าโรสก็ได้"

          "อืม.." ซันซัสรับคำก่อนจะเดินออกไป "ห้องฉันอยู่ข้างๆ มีปัญหาอะไรก็เข้าไปเรียก แล้วก็อย่าส่งเสียงดังหรือทำตัวน่ารำคาญ ไม่งั้นฉันฆ่าเธอแน่ นอกนั้นจะทำอะไรก็ทำ"

          "ค่ะ^^" โรสมองตามหลังชายที่เดินออกไป ดวงตาสีแดงอ่อนโยนและอ่อนหวานมากจนไม่น่าเชื่อว่ามีคนแบบนี้อยู่บนโลก เธอมองไปที่ดอกกุหลาบซึ่งใบของมันเริ่มเหี่ยวเฉา ก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า "เจ้าชายอสูรของท่านน่ะ.. ใจดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะคะ" ไม่มีใครรู้ว่าเธอพูดกับใคร หญิงสาวเดินไปหยิบเสื้อเชิร์ตสีขาวที่วางอยู่ประมาณสามสี่ตัวไปเก็บใส่ตู้ แล้วหยิบเสื้อตัวหนึ่งเข้าไปจัดการทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ




          ยามเช้ามาถึง.. แต่ฝนก็ยังคงไม่หยุดตก

          ซันซัสดูหงุดหงิดกับแสงแดดที่แยงตา แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาควรจะตื่น นี่มันเช้าแล้ว ชายหนุ่มหน้าโหดเดินไปรูดม่านสีเลือดหมูปิดลงด้วยความเซ็ง ก่อนจะต้องหงุดหงิดยิ่งกว่าเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นมา พวกสวะนั่นไปทำงานกันหมด ยังไม่กลับมา แล้วใครกันล่ะที่มาเคาะห้องเขา..?

          เขาเดินไปหยิบปืนซึ่งวางไว้ที่หัวเตียง ถึงแม้จริงๆแล้วแค่มือเปล่าเขาก็สามารถฆ่าคนได้อยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะพาร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผลไปหยุดที่หน้าประตูไม้บานนั้นแล้วเปิดมันออก "โรส..?"

          เขาลืมไปเลยว่ามีผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่ด้วย ในมือของเธอมีถาดอาหารเช้าจำพวก แฮม ไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปัง อะไรทำนองนั้น แล้วก็มีชากับกาแฟมาด้วย เธอยิ้มสดใสให้เขาที่นิ่งไป "อาหารเช้าค่ะ^^" ซันซัสถอนหายใจเบาๆก่อนจะขยับให้เธอเดินเข้ามาในห้อง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งๆที่เขาเกลียดการที่มีคนมาวุ่นวายกับเขาที่สุด แต่เขากลับไม่รำคาญผู้หญิงคนนี้เลยสักนิด ซันซัสปิดประตูลงก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ เธอกำลังจัดอาหารพวกนั้นลงบนจาน

          "ทำไปทำไม" เขาถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แล้วเธอก็หันมายิ้มตอบ

          "ลูกน้องของคุณออกไปทำงานกันหมดไม่ใช่เหรอคะ?" หญิงสาวตอบคำถามด้วยคำถาม "แล้วแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยู่ทำอาหารให้คุณแน่ๆ ถือเป็นการตอบแทนที่ยอมให้ฉันเข้ามาหลบพายุฝนที่นี่"

          "รู้ได้ยังไงว่าลูกน้องของฉันไปทำงานกันหมด"

          "ก็แหม.. ถ้ายังมีลูกน้องอยู่สักคน เมื่อวานคุณคงไม่ลงไปเปิดประตูให้ฉันด้วยตัวเองหรอกค่ะ" เธอตอบอย่างชาญฉลาด ก่อนจะวางจานลงตรงหน้าเขา "รับชาหรือกาแฟดีคะ?"

          "กาแฟแล้วกัน" ซันซัสเลิกต่อปากต่อคำ เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยของเขา ชายหนุ่มเริ่มกินอาหารที่เธอทำ ก่อนจะพบว่าแม้จะเป็นอาหารเช้าโง่ๆสิ้นคิดพวกนี้ แต่เธอกลับทำมันออกมาอร่อยจนน่าประหลาดใจ เขาเหลือบมองเธอที่กำลังชงกาแฟให้ด้วยความรู้สึกแปลกๆในใจ "พายุยังไม่สงบ"

          "งั้นคงต้องขอรบกวนอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยนะคะ" เธอยิ้มให้เขาก่อนจะวางกาแฟที่ชงเสร็จแล้วลงตรงหน้าเขา แล้วหันไปรินน้ำเปล่าวางไว้ใกล้ๆกัน "รสชาติถูกปากไหมคะ?"

          "ก็ดี.." จริงๆมันไม่ใช่แค่ก็ดี แต่เรื่องอะไรเขาจะตอบว่าสุดยอดหรืออะไรทำนองนั้นล่ะ? มันไม่ใช่เขาเลยสักนิด "อยากจะอยู่นานแค่ไหนก็ตามใจ" คำพูดของเขาที่เอื้อนเอ่ยทำให้หญิงสาวตรงหน้ายิ้มกว้างกว่าเดิม "แต่.. ทำอาหารด้วย"

          "ค่ะ.." เธอหัวเราะเบาๆในลำคอ "งั้นขอรบกวนด้วยนะคะ"

          "กินอะไรหรือยัง" คำถามที่ไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากเขาทำเอาเจ้าตัวที่พูดถึงกับหน้าแดงหน่อยๆ อีกฝ่ายส่ายหน้าเล็กน้อย "งั้นมากินด้วยกันสิ"

          "จะดีเหรอคะ?"

          "เหอะน่า" ซันซัสเริ่มทำหน้าหงุดหงิดเหมือนเด็กที่อยากได้อะไรสักอย่างแล้วไม่ได้ดั่งใจ "แค่กินด้วยกันมันจะตายหรือไง"

          "ขอบคุณค่ะ" เธอยิ้มให้กับท่าทีของเขาก่อนจะตักอาหารไปนั่งกินเป็นเพื่อน ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ผู้หญิงคนนี้ไม่มีท่าทีเกรงกลัวเขาสักนิด ดูเหมือนเธอจะล่วงรู้ถึงสิ่งที่เขากำลังสงสัย จึงพูดออกมาว่า "คุณไม่ได้น่ากลัวหรอกค่ะซันซัส อย่างน้อยก็สำหรับฉัน ถึงจะชอบทำหน้านิ่งๆแล้วก็ดูเลือดเย็นไปบ้าง แต่ถ้าคุณจะฆ่าฉัน คุณคงฆ่าฉันไปตั้งแต่เมื่อวาน"

          "เธอรู้..?"

          "ค่ะ.." เธอหัวเราะ "ก็คุณแสดงความสงสัยออกมาทางสีหน้าขนาดนั้นนี่นา"

          "..เธอมาจากไหน" ในที่สุดเขาก็ถามออกมา คำถามที่ค้างคาอยู่ในใจของเขา

          "คุณแน่ใจเหรอคะว่าคุณอยากรู้..?"

          คำถามที่ย้อนกลับมาทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ทำไมเขาจะต้องไม่อยากรู้..?

          "บอกไปคุณก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ เพราะมันช่างห่างไกลเหลือเกิน.."

          "ที่ไหน..?"

          "เทลส์" หญิงสาวตอบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา "ไม่รู้จักใช่ไหมคะ..? แต่ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ถ้าคุณรู้จักมันคงจะแปลกมากกว่า อ้อ.." เธอยื่นมือไปสัมผัสที่มุมปากของเขาเบาๆ ซันซัสสะดุ้ง เขาคว้าข้อมือเธอไว้ "ซอสมะเขือเทศเลอะน่ะค่ะ.."

          "..ขอบใจ" ซันซัสปล่อยแขนของเธอก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น พายุสงบลงแล้ว ใจหนึ่งเขาอยากไล่ให้เธอกลับไป แต่เขากลับพบว่า อีกใจหนึ่งของเขาต้องการให้เธออยู่ที่นี่ ไม่ใช่แค่ตอนนี้.. แต่หมายถึงตลอดกาล "อยากไปเดินเล่นในเมืองไหม?"

          "..อยากค่ะ" เขามองผู้หญิงตรงหน้าที่ตาเป็นประกายด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก

          รอยยิ้มแรกที่เธอเห็นบนใบหน้าบึ้งตึงนั่น

          "ยิ้มบ่อยๆสิคะ.. ซันซัส" หญิงสาวบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะสัมผัสบนใบหน้าของเขาอย่างเบามือ "รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่น่ะ เป็นรอยยิ้มที่ดีมากเลยนะคะ.."

          "งั้นอยู่ด้วยกันไปตลอดกาลเลยได้ไหม..?" ในที่สุดเขาก็ถามเธอออกไป

          "ตลอดกาล..?" โรสทวนคำนั้น "ค่ะ.. ตกลง"

          ซันซัสไม่รู้หรอกว่าตลอดกาลของเขากับเธอมันคนละความหมายกัน ริมฝีปากของทั้งคู่เคลื่อนเข้าหากันช้าๆ ท่ามกลางความเงียบของเช้าวันใหม่ในคฤหาสถ์ของเจ้าชายอสูร คฤหาสถ์ที่เคยมืดมิด บัดนี้เริ่มมีแสงสว่างทอเข้ามา เป็นแสงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ภายในห้องของโรส ดอกกุหลาบสีแดงสดในโหลแก้วกำลังค่อยๆเหี่ยวเฉาลงไปตามกาลเวลาโดยไม่มีใครทันได้สังเกตเห็นมัน




          "ขับรถเป็นด้วยเหรอคะ?" หญิงสาวถามขณะนั่งอยู่บนรถที่เขาเป็นคนขับ เส้นทางข้างหน้าพาทั้งสองเข้าไปสู่เมืองแห่งหนึ่งในเขตประเทศอิตาลี่ "เมืองที่นี่สวยจัง.."

          "พรุ่งนี้เย็นจะมีงานเทศกาลประจำปี อยากมาไหมล่ะ?"

          "อยากสิคะ^^"

          "เธอนี่เหมือนเด็กจริงๆเลยนะ.." ซันซัสเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เธอบอกว่าอ่อนโยน

          เขาจอดรถก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้เธอเดินออกไปพร้อมกัน สายตาของชาวบ้านชาวเมืองมาหยุดที่เขาและเธอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะพวกชาวบ้านรู้ว่าเขาเป็นใคร และอีกส่วนอาจเพราะความงามของผู้หญิงที่เคียงข้างเขา "ซันซัสเนี่ย.. คงเป็นที่รู้จักสินะคะ คนมองกันใหญ่เลย"

          "ถ้าความหมายในแง่ลบก็คงใช่"

          "โธ่.. อย่าพูดแบบนั้นสิคะ" โรสหัวเราะเบาๆ "เอ๊ะ..? นั่นร้านอะไรเหรอคะ?"

          "น่าจะเป็นร้านเกี่ยวกับนิทานอะไรพวกนั้นล่ะมั้ง" ซันซัสตอบทั้งๆที่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน "มาเถอะ" เขาจับมือเธอก่อนจะพาไปที่ร้านนั้นด้วยกัน โรสก้มลงมองมือของทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม มือของเขาอุ่นมาก.. มันเป็นความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต อบอุ่น.. แต่น้อยกว่าริมฝีปากของเขา "เป็นอะไร? อยู่ดีๆก็ทำหน้าเศร้า"

          "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" เธอยิ้มอ่อนโยนให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเดินไปดูข้าวของต่างๆภายในร้าน ดูยังไงมันก็เป็นร้านสำหรับเด็กๆที่เชื่อเรื่องเทพนิยายปรัมปรา หญิงสาวยื่นมือไปหยิบหนังสือปกหนังสีน้ำตาลคลาสสิกเข้ามาถือไว้ในมือ ซันซัสเดินเข้ามาดูของสิ่งนั้นในมือเธออย่างสงสัย โรสเปิดหนังสือไปที่หน้าหนึ่ง "Fairy Blue?"

          "คืออะไรน่ะ..?"

          "ตามตำนานเล่าว่า Fairy Blue เป็นเทพธิดาที่แสนเศร้า" เธออ่านหนังสือเล่มนั้นเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะได้ยินกันสองคน "เธอมักจะเศร้าเมื่อเห็นความเกลียดชังในใจของมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลก ดังนั้นเธอจึงชื่นชอบที่จะแปลงกายเป็นมนุษย์ที่มีรูปโฉมงดงามแล้วลงไปช่วยเยียวยาจิตใจของคนพวกนั้นตามคำสั่งของพระบิดาผู้ซึ่งเป็นเจ้าแห่งทวยเทพ มอบความสุขให้กับคนเหล่านั้น ว่ากันว่าเมื่อกลีบบุปผากลีบสุดท้ายร่วงหล่น เธอจะต้องรีบกลับไปที่โลกของเธอ แต่ถ้าหากดอกไม้ยังไม่เหี่ยวเฉาลง จะไม่มีวันกลับไปได้"

          "..."

          "เป็นอะไรหรือเปล่าคะ..?" เธอสบตาซันซัสที่ดูเหมือนคนสับสน

          "ไม่มีอะไร" เขาพยายามเก็บความสงสัยไว้ลึกๆในใจ แล้วเอ่ยถามออกไป "มันก็แค่นิทานหลอกเด็ก ใช่ไหม?"

          "ค่ะ.." เธอยิ้มให้เขา "มันก็แค่นิทาน.."

          ตู้ม!!

          เสียงระเบิดดังขึ้นก่อให้เกิดความโกลาหล มีชายชุดดำเดินอยู่หน้าร้านเต็มไปหมดเหมือนกำลังควานหาตัวใครสักคน ซันซัสสบถคำหยาบออกมาทันทีที่เห็นพวกมัน ดูเหมือนคนที่มันหาตัวกันอยู่จะเป็นเขาคนนี้แหละไม่ใช่ใคร

          "รออยู่นี่นะ" ซันซัสกำชับบอกหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ในร้าน ก่อนจะรีบเดินออกไปจัดการกับพวกนั้นในทันที

          "คงรู้ตัวแล้วล่ะมั้ง.." โรสวางหนังสือนิทานเล่มนั้นลงบนชั้นเดิม ก่อนจะมองออกไปนอกร้านที่ซึ่งเขากำลังต่อสู้อยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย "มนุษย์เนี่ย.. ช่างโหดร้ายจริงๆเลยนะ"

          "พูดเหมือนตัวเองไม่ใช่มนุษย์เลยนะครับ" ผู้ชายใส่หัวกบท่าทางแปลกๆพูดขึ้น เขามายืนอยู่ด้านหลังของเธอสักพักแล้ว "บอสบอกให้พากลับไปที่ปราสาทด้วยกันก่อนน่ะครับ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วบอสจะตามไป"

          "ไปทำงานมาอาทิตย์เดียว กลับมาบอสมีเมียแล้วเหรอเนี่ย ชิชิชิ" คนที่ทุกคนก็จำได้ดีว่าเป็นเบลเฟกอล เจ้าชายนักเชือดเอ่ยอย่างกวนประสาท "มาเถอะ ทางนี้"

          หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรอีก เธอเดินตามคนแปลกหน้าทั้งสองไป เธอรู้สึกแปลกใจเมื่อเกิดความพะวงขึ้นภายในจิตใจของเธอยามที่คิดถึงชายที่กำลังต่อสู้อยู่ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของเธอ เขาจะตายหรือจะอยู่ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องสนใจเลยสักนิด แต่เธอกลับเป็นห่วงเขา ทำไมกันนะ..?

          มืดๆวันนั้นซันซัสก็กลับมาถึงปราสาทในสภาพที่มีแต่บาดแผลเต็มไปหมด หญิงสาวที่จัดอาหารให้เบลกับฟรานอยู่รีบวิ่งเข้าไปประคองเขาทันที "หวา.. นานๆบอสจะโดนซะอ่วมขนาดนี้ทีนะครับเนี่ย"

          "น่านสิ~ ดีนะเลวี่ไม่อยู่ งั้นคงเอาแต่ร้องไห้แล้วพูดว่า ขอโทษครับบอส! ผมผิดไปแล้วครับ!! อะไรทำนองนี้แน่เลยล่ะ ชิชิชิ"

          "หนวกหู ไอ้พวกสวะ" เห็นตาขวางๆแบบนั้นแล้วทั้งสามที่ยืนอยู่ในปราสาทก็รู้ทันทีว่าซันซัสอารมณ์บ่จอย โรสรีบพยุงซันซัสไปที่ห้องของเขาช้าๆราวกับกลัวเขาจะเจ็บ "ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น"

          "หน้า.. แบบนั้น?"

          "เธอก็แค่ทำตามหน้าที่ไม่ใช่หรือไง แล้วจะมาสนใจทำไมว่าฉันจะเป็นจะตายยังไง!?"

          "..ซันซัส"

          เป็นครั้งแรกที่ในดวงตาคู่งามนั้นมีความเสียใจแฝงอยู่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเธอจะต้องเสียใจ มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาที่เธอมีชีวิตอยู่ แค่เขามองเธอด้วยสายตาเย็นชามันก็เจ็บปวดราวกับหัวใจถูกกรีด แค่ความเงียบที่เกิดขึ้นก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

          อยากจะอยู่.. เคียงข้างเขา

          "พายุสงบแล้ว.. งั้นก็ไปซะ" ชายหนุ่มหันหลังให้เธอ เพราะงั้นเขาถึงไม่ได้เห็นน้ำตาเม็ดโตที่ไหลรินลงมาจากดวงตาสีแดงฉานคู่นั้น โรสเดินออกมาจากห้อง เธอเจ็บปวดราวกับหัวใจแหลกสลายโดยที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

          "อ้าว เป็นอะไรน่ะครับ?" ฟรานที่เดินผ่านมาเข้ามาทัก "ร้องไห้ทำไมเหรอครับ..? บอสโมโหใส่เหรอ?"

          "ฉันคงจะสมควรโดนแล้วจริงๆ.." หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง หยิบสมบัติชิ้นเดียวที่พกติดตัวมา หรือก็คือดอกกุหลาบที่เหี่ยวเฉาลงทุกทีออกมาด้วย ก่อนจะเดินออกไปจากปราสาท

          "เดี๋ยวสิครับ!" ฟรานที่วิ่งตามมาด้วยคว้าแขนเธอไว้ เขามองดอกไม้ในโถแก้วที่เหี่ยวเฉาไวยิ่งขึ้น "จะไปไหนน่ะครับ? ยิ่งในสภาพแบบนี้" เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่สวมแค่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น "แถมฝนยังตกอีก.."

          "ลาก่อนนะ.. ซันซัส" เธอไม่สนใจฟราน ดอกไม้ในโถเหี่ยวและสลายไปในทันที

          เธอเองก็หายไปเช่นกัน..

          "แกเห็นยัยนั่นหรือเปล่า!?" ซันซัสที่เพิ่งวิ่งออกมาจากปราสาทถามฟรานที่ยืนตากฝนอยู่เพียงลำพัง "เฮ้ย! ไอ้สวะ!! ฉันถามว่าแกเห็นโรสไหม!!!!?"

          "หายไปแล้วครับ" ฟรานหันมาบอกอย่างไม่เข้าใจนัก "เธอร้องไห้ แล้วดอกไม้ก็เหี่ยวจนแหลกสลายไป เธอก็เลยหายไป"

          ซันซัสได้แต่ยืนชะงักอยู่แบบนั้น..

          เขายืนนิ่ง.. เหมือนคนที่รับความจริงไม่ได้

          "โธ่เว้ย!"

          แต่ว่า.. ไม่ยอมแพ้หรอก

          ไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะหายไปจริงๆ..

          ไม่มีทาง..

          "บอส..?" ฟรานเบิกตากว้างเหมือนเห็นน้ำตาบนใบหน้าบอสของตน "ผมว่าเธอไม่หายไปดื้อๆแบบนี้หรอกครับ เดี๋ยวจะพาลูกน้องไปช่วยกันตามหา.."

          ซันซัสไม่ตอบ เขาเดินกลับขึ้นไปบนห้อง

          หลังจากนั้นซันซัสก็ตามหาผู้หญิงคนนั้น..

          เฝ้าตามหา.. โดยไม่รู้เลยว่าเธอไม่เคยจากไปไหน

          เพราะคำสัญญาที่บอกว่าจะเคียงข้างเขาไปตลอดกาลทำให้เธอยังคงอยู่ณ.ที่แห่งนี้ เธอยังคงอยู่ข้างๆเขา ยิ้มให้เขา หากแต่ไม่สามารถแตะต้องตัวเขาได้อีกแล้ว ดอกกุหลาบดอกหนึ่งงอกขึ้นในสวนหน้าปราสาทของวาเรียอย่างเป็นปริศนา มันเป็นดอกกุหลาบสีแดงสดที่ไม่เคยเหี่ยวเฉาไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

          เธอยิ้มให้กับความพยายามของเขาที่ตามหาเธอ.. โดยที่เขาไม่รู้เลย




...END..
 
  CR.SQW

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Liars จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 yupharatdalai (@yupharatdalai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:13

    ไรท์ ทำกันได้ลงคออะ มันเศร้ามาก สงสารทั้งซันซัสและก็ทั้งโรส ทำไมอะ ไรท์~
    #6
    0
  2. #5 SPPSPPPPS (@--o-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 08:47
    สงสารง่าาาา
    #5
    0
  3. #4 LUNA_MOONBLACK (@LUNA_MOONBLACK) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 17:38
    เศร้าอ่าาาT^T
    #4
    0
  4. #3 Lin_linly_love (@Lin_linly_love) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:42
    เศร้าสุดๆเลยยยค่ะเเต่ก็สนุกดีน่ะค่ะสู้ๆค่ะชอบบบบบ
    #3
    0
  5. #2 eyekungzaza (@eyekungzaza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 19:47
    มายก้อดด ดราม่ามากกกTOT น่าสงสารป๋าซันนะ มีคนมาเปิดใจแล้วแต่กลับไม่ได้อยู่เคียงข้าง แต่งได้ดีมากครับ ขอชื่นชมเลย
    #2
    0
  6. วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 19:06
    กรี๊ดดดด (สักทีหนึ่ง) อินมากกกเลย ทำได้ดีมากเลยค่ะสนุกมาก
    #1
    0