[Reborn] Il Dea ตราบนิจนิรันดร์

ตอนที่ 6 : สู่ประสาทวองโกเล่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    11 เม.ย. 64

          เขาจำเรื่องในอดีตได้จริงๆ ด้วย แต่ตอนนี้คีตาไม่มีอารมณ์จะมาคิดเรื่องนั้นหรอก เธอรับรู้ได้ถึงความจริงใจที่พรีโม่มีให้ เขากล่าวว่าพร้อมจะทำตามข้อเรียกร้องของเธอทุกอย่าง ขอเพียงแค่เธอพึงพอใจ แต่ว่าเธอก็ยังบอกอะไรตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะตกลงแต่งงานหรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจเองได้ เพราะเธอคือเดอา เป็นคนที่มาจากอีกโลก และเขาคือวองโกเล่พรีโม่ ต้นตระกูลของสึนะโยชิ ถือเป็นตัวละครที่สำคัญมากๆ คนหนึ่ง มีโอกาสที่จะทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนได้ ดังนั้น...เธอควรจะถามซีโร่ก่อน

 

           ในที่สุดมิติไร้กาลก็ตอบสนอง เพียงแค่กลับบ้านมาและลองเข้าไปดู ก็สำเร็จอย่างง่ายดาย  “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงเข้ามาไม่ได้ล่ะ?” ยิงคำถามที่ค้างคาใจทันที

 

           “เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นนิดหน่อยครับ มิติต่างๆ มันปั่นป่วนเพราะมีคนๆ หนึ่งไปยุ่งกับมิติอื่น ประตูที่เชื่อมต่อกันของมิติที่คุณอยู่กับมิติไร้กาลก็เลยเสียหาย กว่าจะแก้ได้ก็แทบแย่เลยล่ะครับ” แม้เรื่องที่พูดอยู่จะดูเป็นเรื่องใหญ่มากแค่ไหน แต่สีหน้าเขาก็ยังคงเอื่อยเฉื่อยไร้อารมณ์เหมือนทุกที คีตาที่ได้ฟังก็เลยรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ไปด้วย อนึ่งก็ดูเหมือนเขาจะแก้ได้แล้ว ดังนั้นเธอเลิกสนใจจะดีกว่า มีปัญหาที่ยุ่งยากอยู่นี่นา

 

           “ซีโร่...” เด็กสาวเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ซีโร่นิ่งฟังด้วยความสงบ ผิดกับเธอที่ร้อนใจไปหมด “ฉันไม่ควรจะแต่งงานกับเขาใช่ไหม? ไม่อย่างนั้นมันก็จะเกิดบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค”

 

           “บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคเหรอครับ?” ชายหนุ่มทวนคำแล้วทำหน้าครุ่นคิดว่าจะอธิบายให้เธอฟังยังไงดี ถึงจะเข้าใจง่ายที่สุด “มันก็ถูกที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น แต่มันเกิดตั้งแต่มีคุณอยู่ในมิตินั้นและได้พบเจอกับพวกเขาแล้วล่ะครับ...แต่ว่าไม่ต้องห่วงครับ ถึงมันจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร”

 

          “หมายความว่ายังไง...”

 

          “ต่อให้ที่มาของคุณจะเป็นยังไงก็ตาม ตอนนี้สิ่งที่แน่นอนก็คือคุณกลายเป็นคนของโลกนั้นไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นโชคชะตา ผมไม่อยากให้คุณตัดสินใจทำอะไรโดยคำนึงถึงแต่เรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับโลกนั้นนะครับ คุณไม่ต้องคิดหรอกว่าถ้าคุณทำอย่างนี้ คนนั้นจะไม่ได้เกิด เหตุการณ์นั้นจะเปลี่ยนไป เหตุการณ์นั้นจะแย่ลง คุณแค่คิดว่าถ้าคุณทำอะไรสักอย่างแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ คนที่คุณรัก แล้วคุณรับมันได้ก็พอแล้วครับ” ดวงตาสีชมพูทอดมองเด็กสาวผู้สับสน

 

          “คุณเป็นเดอา มีหน้าที่กำจัดนินฟี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแบกรับภาระอื่นๆ ด้วย” ความหมายของเขาก็คือ คีตาไม่จำเป็นต้องแบกรับความกดดันว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันจะส่งผลกระทบกับโลกนั้นยังไงบ้าง ตัวเธอเป็นเดอาก็จริง แต่ก็ถือเป็นคนของที่นั่นด้วย ไม่ว่าเธอจะทำอะไรแล้วส่งผลกระทบยังไง มันก็ล้วนเป็นเรื่องราวอันหลากหลายที่เกิดขึ้นในโลกแห่งนั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ  “เวลาคุณจะตัดสินใจทำอะไร แค่ใช้ตรรกะแบบคนทั่วไปก็พอแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องคิดข้ามช็อตไปถึงเรื่องเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของคนอื่น หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ควรจะเกิดในโลกนั้นหรอก”

 

         “แต่ว่า-” น้ำเสียงสับสนชะงักไป เมื่อมีมือใหญ่วางลงบนหัว เธอช้อนมองคนที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย แต่สัมผัสกลับอบอุ่นเหลือเชื่อ

 

         “ต่อให้คุณจะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของที่นั่นยังไง มันก็ไม่ทำให้โลกแตกหรอกครับ ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการเถอะ”

 

         เขาจะบอกว่า ให้เธอเลือกทำในสิ่งที่อยากทำใช่ไหม? หากทำแล้ว...ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาได้

 

         “ตัดสินใจได้รึยังครับ”

 

          เด็กสาวพยักหน้ารับเบาๆ  “ฉันจะแต่งงานกับเขา”

 

          ซีโร่อดเลิกคิ้วไม่ได้ เพราะรู้ว่าการตัดสินใจนี้ไม่ได้เกิดจากความรักแน่นอน “แน่ใจนะครับ?”

 

          “อืม...ถ้าฉันไม่แต่ง พ่อก็จะถูกเพ่งเล็ง ฉันเองก็อาจจะโดนจับตามองไปด้วย จากที่เห็น เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถ้ายอมแต่งยอมไปอยู่ในพื้นที่ๆ พวกเขาสามารถจับตามองได้อย่างสบายใจ ก็น่าจะดีกับทุกฝ่าย” วูออโต้ไม่ได้คิดที่จะทรยศวองโกเล่อยู่แล้ว คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกอย่าง จีอ๊อตโต้เป็นคนบอกเองว่าให้เธอสร้างเงื่อนไขการแต่งงานได้ตามใจชอบ ดังนั้นก็สร้างข้อตกลงว่าจะไม่มีเรื่องอย่างว่ากันก็ได้แล้วนี่

 

          “แต่...” สีหน้าแน่วแน่กลับมาสั่นคลอนอีกครั้ง ไม่รู้ว่าถ้าแต่งงานกันแล้วจะหาโอกาสหย่าทีหลังได้หรือเปล่า พวกเขาต้องการให้เธอเป็นตัวประกันไปตลอดชีวิตไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นพรีโม่ก็จะไม่ได้แต่งงานกับน้องสาวอดีตภรรยา และให้กำเนิดทายาทฝั่งเอเชีย ซึ่งเป็นต้นตระกูลของสึนะโยชิ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วล่ะก็ เนื้อเรื่องพังพินาศแน่

 

          “ถ้าคุณยังกลัวเรื่องสึนะโยชิจะไม่ได้เกิด ไม่ต้องกังวลหรอกครับ” ซีโร่พูดราวกับอ่านใจได้ “ไม่ว่ายังไงซาวาดะ สึนะโยชิก็ต้องได้เกิด เช่นเดียวกับซาวาดะ โยชิมิเนะที่เป็นต้นตระกูลทางฝั่งเขา พวกเขาจะไม่มีทางหายไปเลยสักคน เพราะถึงภรรยาที่ให้กำเนิดทายาทฝั่งเอเชียจะเปลี่ยนไป แต่พวกเขาก็ยังเป็นลูกหลานของพรีโม่อยู่ดี ประวัติศาสตร์ของวองโกเล่จะไม่มีวันเปลี่ยนไปมากกว่านี้อีกแล้ว”

 

          คีตาทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ เธอไม่ได้คิดว่าถ้าเธอมีลูกกับเขาแล้วจะทำให้สึนะไม่ได้เกิดซะหน่อย “คือฉันไม่คิดจะมีลูกกับเขาหรอกนะ ฉัน...”

 

          “ครับ ผมแค่บอกเผื่อไว้ว่าถ้าในอนาคตคุณเกิดหวั่นไหวกับพรีโม่ จะได้ไม่จำเป็นต้องพยายามหักห้ามใจ แต่ถ้าคุณยังยืนยันไปตลอดว่าจะไม่มีทางรักเขาแล้วล่ะก็ เรื่องหาทางหย่ามันก็เป็นปัญหาของอนาคต เอาไว้คิดทีหลังก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะช่วยคิด”

 

          “อ่า...” เธอพยักหน้ารับอย่างงงๆ

 

 

 

 

           เป็นอีกครั้งที่คนของวองโกเล่แฟมิลี่ตามบอสมายังบ้านพักเล็กๆ หลังหนึ่ง บรรยากาศของบ้านดูเงียบงันและจริงจังราวกับคนข้างในกำลังเจรจาธุรกิจ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วหัวข้อคือเรื่องแต่งงาน ชายฉกรรจ์สามคนจดจ้องมองคีตาอย่างรอคอย เพราะพวกเขาล้วนให้ความสำคัญกับคำตอบของเธอ วูออโต้ถึงขั้นคิดหาวิธีแก้รอไว้ว่าหากลูกสาวปฏิเสธ เขาทำยังไง พาเธอหนีไปซ่อนตัวดีไหม? คราวนี้อาจมีศัตรูเพิ่มเป็นวองโกเล่ แม้จะงานหยาบหน่อยเพราะอีกฝ่ายมีอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่ว แต่เพื่อลูกสาวที่น่ารักแล้วเขาพร้อมทุ่มสุดชีวิต

 

         “ข้าตกลง”

 

         !!!” แต่ใครจะคิดว่าคำตอบจะเป็นแบบนี้ วูออโต้ไม่รู้เลยว่าควรรู้สึกยังไง โล่งใจที่มันผ่านไปด้วยดี หรือเจ็บปวดที่ต้องเสียลูกสาวให้บอสมาเฟียจริงๆ

 

        “เจ้าหมายถึง...” แม้แต่จีอ๊อตโต้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ เขาทำสีหน้าไม่แน่ใจว่าฟังผิดหรือเปล่า

 

        “ข้าตกลงเรื่องแต่งงาน แล้วก็...หวังว่าท่านจะรักษาสัญญา” ดวงตาสีอรุณจดจ้องชายหนุ่มอย่างแน่วแน่มั่นคง ฟังเผินๆ คนอื่นก็คงคิดว่าเธอหมายถึงสัญญาเรื่องที่วองโกเล่ยื่นมาก่อนหน้านี้ ทั้งความปลอดภัยของเธอ ของพ่อและข้อตกลงว่าจะไม่ทำอะไรเธอหากความลับนั่นยังถูกรักษา แต่จีอ๊อตโต้ที่จ้องตากับเด็กสาวนั้นเข้าใจดีว่าเธอหมายถึงสัญญาเมื่อคืน

 

        พรีโม่ระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าจะรักษาสัญญา”

 

         และนั่นเอง ทำให้คีตาต้องเก็บข้าวเก็บของตามจีอ๊อตโต้กลับเมืองเขาทันที ดูเหมือนว่าพวกวองโกเล่จะใจร้อนกันไม่น้อย คงอยากให้เธอไปอยู่ในสายตาเร็วที่สุด การแต่งงานจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการ ถูกต้องตามธรรมเนียมทุกอย่าง แต่ระหว่างนั้นเธอก็ต้องไปอยู่ปราสาทวองโกเล่ด้วย รถม้าคันใหญ่หลายคันวิ่งออกจากเมืองท่า บอร์ดี้การ์ดขี่ม้าตามประกบรักษาความปลอดภัย คีตาถูกจัดให้นั่งกับจีอ๊อตโต้สองคน ส่วนวูออโต้นั้นขี่ม้าตามมาพร้อมกับแอสมาอาของเธอที่วิ่งตามอย่างแสนรู้

 

        แต่ก่อนออกจากเมือง เธอก็ขอแวะไปจ่ายค่ารักษาบรูโน่ตามที่เคยให้สัญญากับหมอไว้ และก็ได้รู้ว่าเขาหายดีแล้ว แถมยังได้สติไม่คิดทำอะไรแบบตอนที่โดนนินฟีสิงอีก เมื่อเขารู้ว่าเธอเป็นคนช่วยชีวิต ก็ขอบคุณยกใหญ่ เห็นบอกว่าต่อจากนี้ก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอทำงานอยู่กับคุณหมอนั่นแหละ

 

        ที่น่าตกใจอีกเรื่องคือ คุณหมอคนนั้นดันเป็นคนของวองโกเล่ เธอก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดนัก แต่คงจะเป็นประมาณสายในวงการต่างๆ ล่ะมั้ง เขาเองก็ดูตกใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นพรีโม่ และรู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับบอส

 

          “กลัวไหม” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่อยู่กันตามลำพังในรถม้า เขาแสดงอาการห่วงใยในตัวเธออย่างเห็นได้ชัด พยายามไม่ทำให้กลัวหรือกดดัน

 

          “ไม่” เด็กสาวหลับตาพิงหลังกับพนักเก้าอี้ เธอกับเขานั่งอยู่คนละฝั่ง ข้างในนี้ใหญ่มากพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ถึงอย่างนั้นบรรยากาศก็ห่างเหินเย็นชาอยู่เล็กน้อย

 

         ดวงตาของบอสมาเฟียทอดอ่อนลง เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอดี แม้จะยอมรับข้อตกลงต่างๆ แล้ว แต่ก็คงยากจะรู้สึกสนิทใจกับเขาล่ะมั้ง เขายกยิ้มบางแล้วชวนคุย “เจ้าโตขึ้นมากเลยนะ”

 

         “.....” เธอยังคงนอนหลับตานิ่ง

 

        “ไม่รู้ว่าเจ้าจะทำได้หรือเปล่า แต่ตอนเด็กเราเคยเจอกันครั้งหนึ่ง” รอยยิ้มของชายหนุ่มดูอบอุ่นมากขึ้นเมื่อหวนระลึกถึงเรื่องในอดีต “ตอนนั้นเจ้าตัวเล็กนิดเดียวเอง”

 

         ภาพความทรงจำในอดีตหวนย้อนคืนมา ความประทับใจเมื่อครั้งวันวานนั้นเด่นชัดขึ้นอีกหน่อย ทว่าด้วยความเคืองที่ยังติดอยู่ในใจ ก็ทำให้เธอแค่นยิ้ม “เคยเจอกันครั้งเดียวเหรอ? มั่นใจได้ยังไงว่าเป็นข้า”

 

        “ในชีวิตข้า ข้าเคยเห็นแค่เจ้าที่มีดวงตาสีเหลืองทองสดใสแบบนั้นเพลง”

 

         เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นมามองเขา ใบหน้าที่ดูเย็นชาตอนแรกกลายเป็นบูดบึ้งเหมือนเด็กโดนขัดใจ ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคือง แต่บรรยากาศกลับดูดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ไม่ได้หนักอึ้งชวนให้ทำตัวลำบากเหมือนก่อนหน้านี้ เธอเหมือนเด็กน้อยที่กำลังงอนมากกว่า

 

          จีอ๊อตโต้ที่ดูออกก็หัวเราะในลำคอขลุกขลัก “โกรธข้ามากเลยเหรอ?”

 

          “ไม่รู้ บอกไม่ถูก” เอาจริงๆ เธอก็หงุดหงิดกับความรู้สึกของตัวเองนะ มันก้ำๆ กึ่งๆ ยังไงก็ไม่รู้ เธอไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจพวกเขา เข้าใจเหตุผลของการกระทำทุกอย่าง อีกทั้งจีอ๊อตโต้ยังพยายามชดเชยให้ด้วย แต่ว่ามันก็ยังรู้สึกฉุนๆ อยู่ดี ก็โดนบังคับแต่งงานอะ!

 

        “ข้าขอโทษนะ” เขาเอ่ยด้วยความจริงใจ

 

         “.....” คีตาทำหน้ายุ่ง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มันก็...ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก” เขาเองก็ไม่ได้ต้องการให้มันเกิดขึ้นถูกไหม แถมเรื่องนี้ก็ไม่ใช่การตัดสินใจของเขาด้วย จะว่าไป ถ้าข้อมูลเรื่องที่เขาถูกบังคับให้แต่งงานกับภรรยาคนแรกเป็นจริงแล้วล่ะก็ ตัวเขาก็เป็นคนที่น่าสงสารเหมือนกัน มันจะมีสักกี่คนบนโลกที่ถูกบังคับให้แต่งงานถึงสองรอบแบบนี้

 

        “ขอโทษนะที่งี่เง่า” หันไปกล่าวกับเขาด้วยท่าทีที่อ่อนลง

 

        จีอ๊อตโต้ยิ้มรับรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยที่แม้จะยังหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองต้องพบเจอ แต่ก็ยังกล่าวขอโทษเขาด้วยความรู้สึกจริงใจ อดคิดไม่ได้เลยว่า น่ารัก

 

 

 

 

           นานมาแล้ว เมืองขนาดกลางแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยความเสื่อมโทรมและน่ากลัว ทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยความน่าอึดอัด กดดัน โสมมราวกับมีหมอกพิษที่มองไม่เห็น มันคือความรู้สึกของชาวเมืองที่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของมาเฟียแฟมิลี่หนึ่ง พวกเขาโหดร้าย ทารุณและป่าเถื่อน แม้แต่กฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ ชาวเมืองบางส่วนทนไม่ไหวหนีไปที่อื่น แต่บางส่วนก็ยังทนอยู่ เพราะรักบ้านเกิดของตัวเองเกินกว่าจะทิ้งไปได้ หลายคนก็ถูกขูดรีดเก็บค่าคุ้มครอง หลายคนก็ถูกทำร้ายเพราะกระด้างกระเดื่อง เด็กสาวๆ เด็กหนุ่มบางส่วนถูกเอาไปขาย บางคนถูกหยามเกียรติโดยคนของแฟมิลี่นั้น ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น ความหวาดกลัว ล้วนมีอยู่ทั่วทุกซอกมุมของเมือง

 

          นั่นคือยุคมืดของเมืองแห่งนี้

 

          เสียงจ้อกแจ้กของผู้คนดังอยู่แทบไม่ขาดสาย แสงแดดอันสดใสส่องเข้ามาในเมืองที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ชาวเมืองมีรอยยิ้มประดับใบหน้า ใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองอย่างทุกที คนงานก่อสร้างแบกของแบกอุปกรณ์เดินไปยังบ้านที่ตนถูกจ้างให้สร้าง เด็กๆ วิ่งเล่นส่งเสียงเอะอะไล่จับกัน พ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกหาลูกค้าเข้าร้าน เสียงม้าวิ่งกุบกับเป็นระยะ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาด สำหรับคนที่อยู่เมืองนี้มานาน มีโอกาสได้เห็นทุกๆ ช่วงเวลาของมันคงรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป แต่เป็นฝันที่ไม่อยากจะตื่นเลยสักนิด

 

         หลังจากที่วองโกเล่แฟมิลี่ถือกำเนิด แล้วเข้ามาโค่นล้มแฟมิลี่ชั่วร้ายนั่นออกไป เมืองแห่งนี้ก็กลับไปสงบสุขเช่นเดิม แม้จะถูกปกครองด้วยมาเฟียเช่นกัน แต่ทุกอย่างกลับต่างราวฟ้ากับเหว ชาวเมืองมีความสุข บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้อย่างสบายใจ แถมยังไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาทำอะไรเมืองนี้ด้วย

 

         ถ้ากล้าก็ลองดูสิ...มีใครไม่รู้บ้างว่าวองโกเล่พรีโม่รักเมืองนี้มากแค่ไหน

 

        “อย่างกับเมืองใหญ่เลยนะ” เด็กสาวเปรยขณะมองทุกอย่างผ่านทางหน้าต่าง

 

         “หลังจากทุกอย่างเข้าที่แล้ว เจ้าจะออกมาเที่ยวเล่นก็ได้นะ” จีอ๊อตโต้เอ่ยยิ้มๆ  และเขาย้ายมานั่งฝั่งเดียวกับเธอสักพักแล้ว

 

         ดูจากลักษณะท่าทางและการใช้ชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอ คีตาน่าจะเป็นคนรักอิสระ รักการท่องเที่ยวผจญภัย การจะขังเธอไว้แต่ในปราสาทคงไม่ใช่สิ่งที่สมควรนัก อย่างน้อยๆ ควรได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง

 

          “ออกมาได้เหรอ?!” เด็กสาวหันกลับไปถามด้วยอาการที่ซ่อนความตื่นเต้นไว้แทบไม่อยู่ ตอนแรกก็แอบคิดว่าต้องหนีออกมาเองซะอีก

 

          ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างอดใจไม่ได้ “แต่ต้องให้ข้าพาออกมานะ ช่วงนี้พวกนั้นคงจะไม่ไว้ใจเจ้าเท่าไหร่ หากออกมาเองอาจจะคิดระแวงแล้วทำเรื่องบ้าๆ ก็ได้”

 

         “....อืม” ตอบเสียงแผ่วเพราะกำลังคิดว่าถ้าเวลามีสัญญาณนินฟีเกิดขึ้น เธอจะทำยังไง แน่นอนว่าการเมินมันไม่ใช่ทางเลือกของเดอา ลอบหนีออกมาจากปราสาทมาเฟียนี่ยากง่ายแค่ไหนกันหนอ

 

          จีอ๊อตโต้เข้าใจว่าเธอคงอึดอัด เห็นท่าทางหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคิดไม่ตกนั่นแล้ว ก็เลยยีหัวเบาๆ “ทนหน่อยนะ ผ่านไปสักปีคงดีขึ้น”

 

          เด็กสาวยิ้มเจื่อน เธอจะต้องทนอยู่ในสภาพถูกจับตามองเป็นปีเชียวเหรอ เอาเถอะ ตอนนี้ก็ตามน้ำไปก่อน บางทีหากพวกเขาเห็นว่าวูออโต้ไม่คิดทรยศจริงๆ  อาจจะยอมปล่อยเธอก็ได้

 

          ไม่นานรถม้าก็จอดเทียบอยู่หน้าตัวปราสาทวองโกเล่ จีอ๊อตโต้เป็นคนลงไปก่อนและไม่ลืมที่จะหันกลับมาช่วยประคองเด็กสาว เจ้าของดวงตาสีอรุณกวาดมองสำรวจไปรอบๆ  ข้างหน้าของเธอคือตัวปราสาทที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมบาโรก สองด้านซ้ายขวาเป็นสวนที่ถูกจัดแต่งอย่างดี ชายชุดดำท่าทางขึงขังยืนเรียงรายเป็นบอร์ดี้การ์ด ส่วนข้างหน้าคือกลุ่มพ่อบ้านและเมดที่เริ่มกล่าวต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะเข้ามาช่วยกันยกสัมภาระทั้งหลายไปเก็บอย่างรู้งาน

 

          “ยินดีต้อนรับกลับครับพรีโม่” พ่อบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น คีตาเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าพ่อบ้านและเมดคนอื่นๆ บวกรวมกับชุดที่มีความแตกต่างเล็กน้อยนั่นแล้ว ก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน เขาหันมามองเธอแล้วค้อมตัวให้อย่างสุภาพ “ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทวองโกเล่ครับซินยอร์ริน่าแคนโซเน่”

 

           เด็กสาวค้อมหัวกลับ ท่าทางออกจะทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย แต่ก็อุ่นใจขึ้นเมื่อพ่อเดินมาสมทบ คราวนี้คุณพ่อบ้านคนนั้นก็หันไปกล่าวต้อนรับเช่นกัน อีกทั้งยังบอกด้วยว่าเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

 

           “ขอบใจมากดันเต้ ให้คนนำทางเขาไปที่ห้องด้วยล่ะ ตามสบายนะวูออโต้” เจ้าของปราสาทกล่าวยิ้มๆ  ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กข้างกาย “ส่วนเจ้า ช่วยตามข้ามาทีนะ”

 

          คีตาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม ซึ่งก็ไม่ต่างจากวูออโต้ที่เริ่มไม่สบายใจ ทว่าพอได้สบสายตาคมคู่นั้น เธอก็พอจะเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องข้อตกลงการแต่งงาน ก็เลยพยักหน้ารับ แล้วหันไปบอกพ่ออย่างพอจะเข้าใจความรู้สึก

 

         “ไม่ต้องห่วงค่ะพ่อ ข้าไม่เป็นไร” กล่าวพลางยกยิ้มบาง


***********


         #ไม่รู้จะทอล์กอะไรเลย ดองนาน--แหะ

         #ขอโทษนะค้าาาา//เผ่น


By เงาลดา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #37 polytome (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 20:32
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #37
    0