[Reborn] Il Dea ตราบนิจนิรันดร์

ตอนที่ 5 : เงื่อนไข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    14 มี.ค. 64

        เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นหลังจากที่จีอ๊อตโต้พูดคำนั้นจบ เด็กสาวใช้เวลาหลายนาทีในการจับต้นชนปลายเรื่องราวทั้งหมด คิ้วเรียวขมวดมุ่น มีหลายอย่างที่เธอไม่เข้าใจ ทำไมอยู่ๆ ถึงจะให้แต่งงานกันล่ะ? ถ้าแค่จะคุ้มครอง ให้เธอเป็นคนของแฟมิลี่ก็ได้ไม่ใช่หรือไง มันมีบางอย่างที่พวกเขาไม่ได้บอก วูออโต้หลุกหลิกไม่ยอมสบตาเธอ ท่าทางเหมือนกำลังรู้สึกผิดและลำบากใจ “ถ้าข้าไม่แต่งล่ะ” ต้องไม่แต่งแน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่คิดจะมีสามีตอนนี้หรอก แถมนี่มันยังเป็นการเปลี่ยนเนื้อเรื่องด้วย ถึงพระเจ้ากับซีโร่จะไม่เคยบอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่เธอเชื่อว่าหากเปลี่ยนแปลงอดีต มันต้องมีผลกับอนาคตแน่ ถ้าคนที่เป็นภรรยาของพรีโม่ถูกเปลี่ยน แล้วสึนะโยชิล่ะ?

 

           เธอไม่ต้องการให้เขาหายไปหรอกนะ เห็นแบบนี้ก็เป็นติ่งอนิเมะพอตัว ทำให้พระเอกไม่ได้เกิดก็แย่สิ

 

           คราวนี้วูออโต้ยอมหันไปมองลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ  “โซเน่...พ่อรู้ว่าลูกคงไม่พอใจ แต่ว่า...”

 

          “มันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม” ถามโดยไม่เจาะจงคนตอบ แต่ตาก็มองวองโกเล่พรีโม่

 

          มาเฟียนั้นมีผลประโยชน์เป็นที่หนึ่ง เงื่อนไขการแต่งงานครั้งนี้คงไม่ใช่แค่เพื่อให้วูออโต้เข้าแฟมิลี่ แลกกับปกป้องเธอจากศัตรูเขาแน่ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ อะไรบางอย่างที่มีค่าพอให้จีอ๊อตโต้ตัดสินใจแต่งงานกับเธอ  ที่แน่ๆ คงไม่ใช่เพราะความรัก คนเพิ่งเจอกันมันจะไปมีอะไรให้รู้สึกอย่างนั้น

 

           รักแรกพบเหรอ? ตลกแล้ว มาเฟียไม่ใช่คนที่จะรักใครได้แบบไม่คิดอะไรสักหน่อย อย่างน้อยๆ เจอใครก็ต้องระวังไว้เสมอว่าอาจจะเป็นศัตรูที่แฝงตัวมา ดังนั้นอย่าหวังเรื่องเผลอใจให้ใครอย่างนั้น ส่วนเรื่องที่เขากับเธอเคยเจอกันวัยเด็กคงไม่นับ ผ่านมาขนาดนี้แล้วเจ้าตัวจำได้หรือเปล่าเถอะ ขนาดเธอยังเลือนรางเลย ที่ยังติดอยู่ก็แค่ความประทับใจเรื่องเจอตัวละครเด่น กับที่เขายอมเรียกชื่อจริงเท่านั้นแหละ แต่ดูตอนนี้สิ เรียกแคนโซเน่เหมือนคนอื่นแล้ว มันก็ชัดว่าจำไม่ได้

 

          ก็พอเข้าใจแหละ หลายปีมานี้เขาคงเจอเรื่องเลวร้ายมามาก กว่าเด็กอายุสิบสี่สิบห้าจะสร้างแฟมิลี่และขึ้นมาแข็งแกร่งขนาดนี้คงไม่ง่าย กับอีแค่ความทรงจำเล็กๆ วัยเด็กกับคนที่เจอกันไม่นานเท่าไหร่ จะลืมไปก็ไม่แปลก

 

             เด็กสาวไม่รู้เลยว่าตอนนี้แววตาของเธอกำลังฉายความผิดหวัง แถมท่าทางก็ยังห่อเหี่ยวขึ้นเล็กน้อย สรุปแล้วคงไม่มีใครเรียกชื่อจริงสินะ

 

             จีอ๊อตโต้มองคนที่เหมือนจะจมอยู่ในภวังค์ความคิด ทั้งๆ ที่เพิ่งถามคำถามออกมา เขาเหลือบตามองวูออโต้ที่กำลังคิดหนัก ก่อนตัดสินใจเล่าเองอีกครั้ง “มันเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของวองโกเล่แฟมิลี่”

 

            คีตามองหน้าคนที่กำลังพูดเงียบๆ

 

           ดวงตาสีอความารีนมองเด็กสาวอย่างมั่นคง คราวนี้น้ำเสียงเขาเรียบนิ่งเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ก็มีกลิ่นอายความกดดันสมกับเป็นบอสมาเฟีย “วูออโต้รู้ความลับที่สำคัญบางอย่างของวองโกเล่ มันเสี่ยงที่จะมีผลเสียกับเราในอนาคต ดังนั้นจึงมีการเจรจาสร้างเงื่อนไขขึ้น เพื่อไม่ให้เขาเอาความลับเราไปเปิดเผย เขาต้องมาเป็นคนของแฟมิลี่ และ...”

 

           “ข้าต้องเป็นตัวประกัน” พอฟังมาถึงตรงนี้ มันก็เข้าใจได้ไม่เย็น พวกเขาต้องการให้เธออยู่ในเงื้อมือ ถ้าวูออโต้ตุกติก ก็จะจัดการเชือดทันที

 

            “จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิด” แววตาเขาอ่อนลง ความจริงแล้วนี่คือมติของที่ประชุมแฟมิลี่ นอกจากจะรู้ความลับสำคัญแล้ว วูออโต้ยังเป็นคนมีฝีมือจนอาจเป็นภัยได้ในอนาคต ถึงจะตกลงมาเป็นคนในสังกัดตามที่เขาทาบทาม แต่สมาชิกระดับสูงหลายๆ คนก็ต้องการหลักประกันว่าเจ้าตัวจะไม่ทรยศ ความลำบากจึงมาตกอยู่ที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างแคนโซเน่

 

            “....” ถึงจะเข้าใจ แต่ก็ห้ามความรู้สึกจุกอกไม่ได้อยู่ดี เด็กสาวหันไปมองพ่อด้วยสีหน้าหลากหลาย เขาจะส่งเธอไปเป็นตัวประกันจริงๆ เหรอ? ถ้าไม่ทำ เขาก็ต้องถูกกำจัดเพราะมาเฟียพวกนี้กลัวมีปัญหาใช่ไหม ดันไปรู้ความลับสำคัญที่ถึงขั้นมีผลกระทบกับความมั่นคงของแฟมิลี่ขนาดนั้น

 

            คีตาบอกไม่ถูกว่ากลัวไหมที่ต้องไปเป็นตัวประกัน ความจริงสมองมันตื้อตันไปหมด คิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าถ้าไม่มีเงื่อนไขนี้ วูออโต้จะเอาความลับที่ว่าไปทำลายวองโกเล่หรือเปล่า ที่แน่ๆ ความรู้สึกของเธอตอนนี้คือสงสัย พ่อจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?

 

            หัวใจของวูออโต้บีบรัดเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ของลูกสาว แล้วก็ต้องสะเทือนใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อทำท่าจะเข้าไปกอด แต่เธอกลับถอยหนีจนชิดโซฟาอีกฝั่ง “โซเน่” ทอดเสียงอ่อนปนเจ็บปวด “ไม่ต้องกลัวนะลูก เจ้าจะไม่เป็นอะไร พ่อไม่คิดขายความลับของวองโกเล่เสียหน่อย พ่อจะไม่ทำให้ลูกต้องลำบาก ลูกจะได้เป็นนายหญิงของวองโกเล่ ได้รับการปกป้องคุ้มครอง ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยนะ”

 

          แม้มันจะมีเรื่องนั้นเป็นประเด็นหลัก แต่เรื่องที่ว่าเธอโดนศัตรูเก่าๆ ของเขาหมายหัวและตามล่าก็เป็นเรื่องจริง เขาไม่คิดเอาความลับวองโกเล่ไปบอกใครอยู่แล้ว ดังนั้นถึงจะอยู่ในฐานะตัวประกันกรายๆ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเธอ แถมพรีโม่ยังสัญญาอีกด้วยว่าจะปกป้องเธอ เมื่อบวกลบทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรเสียหายสักนิด

 

           “.....” คีตากัดฟัดกรอด ดวงตาแดงก่ำ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ที่แน่ๆ คงยังรับเรื่องนี้ไม่ได้

 

          “วันนี้ข้าจะกลับก่อน เจ้าค่อยๆ ตัดสินใจแล้วกัน วันหลังข้าจะมาถามใหม่” จีอ๊อตโต้ไม่คิดที่จะเร่งเร้าอะไร เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอดี แต่ทำอะไรได้ที่ไหนกันล่ะ ถึงจะเป็นบอสแต่ก็ต้องฟังเสียงของคนใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะพวกหัวแข็งนั่น ขืนปล่อยปะละเลยเรื่องนี้คงได้ลุกฮือกันแน่ ยังไงนี่มันก็เกี่ยวกับความมั่นคงของแฟมิลี่ จะทำอะไรตามใจไม่ได้หรอก ถึงจะ...สงสารเธอก็เถอะ

 

            ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือกระตุกเสื้อสูทเพื่อจัดทรงมัน เขาเดินนำลูกน้องออกจากบ้านหลังนี้ แต่ก็ไม่วายหันกลับไปมองเด็กสาวที่ยังนั่งเงียบ ไม่มองใคร

 

 

 

 

             แสงสว่างโรยราจากฟ้า กลางคืนวันนี้หนาวเหน็บกว่าที่เคย มันไม่ได้เป็นเพราะสภาพอากาศ แต่เป็นเพราะจิตใจของคน ประตูบานเล็กของห้องหนึ่งปิดเงียบตั้งแต่ช่วงเย็นๆ  ข้าวของที่ได้มาจากการจ่ายตลาดยังวางอยู่ที่เดิม ไม่มีการปรุงอาการ ไม่มีการร่วมโต๊ะกินข้าวพูดคุยระหว่างสองพ่อลูก วูออโต้นั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา ส่วนลูกสาวบุญธรรมของเขานั้นเก็บตัวอยู่ในห้องข้างหลัง เธอไม่ยอมพูดอะไรกับเขาอีก ไม่แม้แต่จะออกมาให้เห็นหน้า

 

            ในห้องสี่เหลี่ยมไม่เล็กไม่ใหญ่ พอจะบรรจุเตียงขนาดหนึ่งคนนอนและตู้เสื้อผ้าเล็กๆ กับโต๊ะข้างเตียงแล้วดูไม่อึดอัด ร่างกะทัดรัดนอนตะแคงนิ่งอยู่บนที่นอนสีขาว เธอเหมือนกำลังหลับ แต่ที่จริงก็ไม่ เพราะมีเรื่องให้คิดเยอะเกินกว่าจะข่มตาลงสำเร็จ

 

            คีตาไม่ถนัดการคิดอะไรที่ซับซ้อนเลย ยิ่งกับการหาทางออกของปัญหาด้วยวิธีที่ละเอียดอ่อนด้วย เกือบสามชั่วโมงที่ผ่านมา สิ่งที่เธอได้จากการเก็บตัวเงียบคือสติที่เพิ่มขึ้น แม้จะไม่เพียงพอต่อการหาทางออกจากเรื่องนี้ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอนิ่งได้ ไม่คิดก่นด่าสาปแช่งหรืออยากออกไปกระทืบใครสักคน เช่นพรีโม่ หรือพวกที่เสนอเงื่อนไขนี้อย่างตอนแรก

 

           อารมณ์อันยุ่งเหยิงถูกจัดการได้แล้ว ถึงจะยังผิดหวังแต่ก็ไม่ได้อยากจะร้องไห้อีก มันก็ถูกอย่างที่วูออโต้พูด หากเขาไม่คิดจะขายความลับแสนสำคัญ เธอก็จะยังอยู่อย่างสุขสบายในฐานะนายหญิงวองโกเล่ ได้รับการคุ้มครองจากแฟมิลี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป

 

            แต่ถามว่าต้องการไหม? ก็ไม่

 

             ไม่ได้อยากเป็นนายหญิงซะหน่อย ไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากอยู่ในกรงทอง เธอรักอิสระ แถมยังมีเรื่องที่ต้องทำอย่างการกำจัดนินฟีอีก ถ้าได้ปรึกษาใครสักคนก็คงดี...

 

            อ้อ ตอนนี้เธอมีปัญหาที่น่ารำคาญอีกเรื่องหนึ่ง มิติไร้กาลเปลี่ยนเป็นมิติไร้การตอบสนอง ไม่สามารถเข้าไปได้มาตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว สรุปตอนนี้เธอเหมือนถูกตัดหางปล่อยวัด ติดต่อใครก็ไม่ได้

 

            “โว้ย!!” พลิกตัวนอนคว่ำแล้วสบถอัดหมอน ตอนนี้เธอทั้งหงุดหงิด ปวดหัวและกลุ้มใจไปหมด สติที่ได้กลับมานั้นหายไปอีกครั้ง เธอด่าสาดเสียเทเสียใส่พระเจ้าในใจ อยู่ๆ ก็เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย เธอจะเข้ามิติไร้กาลได้อีกไหม ถามใครก็ไม่ได้ด้วย “ปวดหัว!!!

 

           แล้วทำอะไรได้บ้างไหมล่ะ? ก็ได้แต่หงุดหงิดอยู่อย่างนั้น

 

            “......” เสียงลมพัดหวีดหวิวดังชัดขึ้นอีกครั้งเมื่อเด็กสาวนอนคว่ำหน้าเงียบๆ   สักพักหายใจไม่ได้ ก็หันหน้าออกจากหมอน นอนแนบแก้มนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น หากเป็นตอนอยู่โลกเดิม เวลามีเรื่องไม่สบายใจเธอคงชวนเพื่อนไปขี่รถเล่นหรือเที่ยวหาขนมอร่อยๆ กิน แต่ที่นี่ไม่เหมือนกัน สองทุ่มร้านค้าก็ปิดหมดแล้ว เหลือก็แต่พวกร้านสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นแหละ

 

            ดวงตาเซ็งจัดค่อยๆ ลืมขึ้น ทำให้พบว่าจี้เรซิ่นที่บังเอิญมาวางตรงหน้ากำลังเรืองแสง เมื่อคำนวณจากปัจจัยต่างๆ แล้ว สาเหตุที่มันเกิดปฏิกิริยาตอนนี้ก็คงจะเป็น...

 

           !” เด็กสาวดีดตัวลุกขึ้นอย่างไม่รอช้า ตามองเรซิ่นที่ตอนนี้กำลังอ่อนแสงลง คงเพราะเป้าหมายกำลังออกห่าง เธอหยิบรองเท้ามาใส่ ก่อนเปิดหน้าต่างแล้วกระโดดออกไปเพราะกลัวเสียเวลา ถนนข้างนอกตอนสามทุ่มกว่าๆ มีคนอยู่ประปราย มันไม่ยากนักที่จะสังเกตแล้วเดาว่าใครคือคนที่ถูกนินฟีสิง ตอนนี้เห็นแค่แผ่นหลัง เหมือนจะเป็นผู้ชายร่างผอมสูง เขาเดินเซเลี้ยวเข้าตรอกแห่งหนึ่ง

 

            “หึ” เซ็งอยู่แบบนี้ ออกกำลังกายหน่อยก็ดีเหมือนกัน

 

 

 

 

           บรูโน่เป็นผู้ชายชนชั้นกลางที่มีอาชีพค้าขาย ธุรกิจของเขาไม่ได้รุ่งเรืองมาก แต่ก็เรื่อยๆ พอจะเลี้ยงครอบครัวโดยไม่ลำบาก เพียงแต่เมื่อเดือนก่อน เขากลับโชคร้ายถูกเพื่อนที่ไว้ใจโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัว ธุรกิจขาดทุนยับ แม้แต่บ้านก็ยังถูกยึด และเหมือนโชคชะตาจะยังไม่สาแก่ใจ ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขก็ดันมาถูกโจรฆ่าตายเพื่อชิงทรัพย์ ตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรสักอย่าง

 

          “ทำไม! ทำไมมันถึงต้องเป็นอย่างนี้!!” เสียงอ้อแอ้ยานคางสบถให้กับความบัดซบที่เจอ เขาเดินเซไปมา พอเศร้าชีวิตเละเทะไร้ทางออก เงินที่เหลือติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดก็เอาไปลงกับน้ำเมา เพราะอยากจะลืมเรื่องบัดซบ ทว่าแทนที่จะลืมกลับยิ่งจมดิ่งกว่าเดิม ความเคียดแค้นชิงชังที่มีต่อเพื่อนทรยศสุมอยู่ในอก ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์เหล้าเริ่มเปลี่ยนเป็นแรงอารมณ์ บางที...ถ้าเขาฆ่ามัน แล้วค่อยไปอยู่กับภรรยารัก มันอาจจะเป็นทางออกของเรื่องนี้

 

           จิตใจอันเปราะบาง กลายเป็นช่องโหว่ให้สิ่งชั่วร้ายแทรกซึมมาครอบงำ สีดำกลืนกินดวงตาทั้งลูก สีหน้าของเขาดูแข็งกร้าวและไร้สติยั้งคิด จากที่เดินอย่างไร้จุดหมาย ก็เปลี่ยนเป็นมุ่งหน้าจะไปหาคนสารเลว มันกำลังเสวยสุขอยู่บนกองสมบัติ ในขณะเขากลายเป็นไอ้ขี้แพ้ไร้หัวนอนปลายเท้า เขาแทบจะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของมันในมโนภาพ แต่อีกไม่นานหรอก มันจะมีความสุขอีกไม่นาน

 

            กึก...

 

            ร่างผอมสูงหยุดชะงัก เมื่อมีใครบางคนมายืนขวางหน้า เขาหรี่ตามองค่อนข้างลำบาก แสงภายในตรอกไม่เพียงพอต่อการมองหน้าอีกฝ่ายชัดๆ  แต่ก็พอเห็นเลือนรางว่าเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

 

             มาขวางอย่างนั้นเหรอ?...ต้องฆ่า

 

            นินฟีที่ครอบงำจิตใจทำให้ความคิดรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น บรูโน่กัดฟันกรอดก่อนจะพุ่งเข้าใส่ มือยื่นออกไปข้างหน้าหมายจะคว้าคอมาขย้ำบีบ ทว่าพอจะถึงตัว เจ้าหล่อนกลับเบี่ยงตัวไปข้างๆ เล็กน้อย คว้าแขนเขาแล้วกระชากในลักษณะจะให้ล้ม เข่าเล็กๆ ยกขึ้นตั้งรับอย่างมั่นคง และมันก็โดนพอดีกับท้องของเขา “อุ๊ก!!

 

            ทันทีที่ร่างเหม็นหึ่งทรุดนั่ง เด็กสาวก็เดินอ้อมไปเตะเสยปลายคางทันที

 

            เมื่อร่างเหยื่อหมดสภาพ กลุ่มควันสีดำก็ลอยออกมาอย่างไม่อาจฝืนได้ และพวกมันก็ถูกเรซิ่นอรุณดูดกลืนเข้ามา ดวงตาเดอาเรืองแสงภายในที่มืด ก่อนที่ไม่นานทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ คีตาถอนหายใจด้วยความเซ็ง ดันเป็นคนเมาซะงั้น แถมร่างกายก็ไม่ได้แข็งแรงอะไร จัดการง่ายกว่าที่คิด

 

            หากเป็นปกติเธอคงรีบไปจากที่นี่เพื่อหนีความวุ่นวาย ทว่าในตอนที่จะเดินออกมา สายตากลับเผลอหันไปมองร่างที่นอนหงายหมดสภาพ ความรู้สึกบางอย่างรบกวนจิตใจ อยู่ๆ ก็นึกสงสัยว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงถูกนินฟีเข้าสิงได้ ถ้าเป็นแค่คนติดเหล้าทั่วไปคงไม่โดนแน่ อาจมีจิตใจชั่วช้า คิดเรื่องไม่ดี หรือไม่ก็... จิตใจหวั่นไหว เพราะเจอเรื่องแย่ๆ

 

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจอเรื่องทุกข์ใจมาเหมือนกันหรือเปล่า ถึงได้อ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ เด็กสาวเดินออกไปหาใครสักคนที่อยู่ใกล้ๆ  ก่อนบอกให้เขาช่วยไปแบกชายคนนั้นไปส่งหมอ โดยมีค่าจ้างเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่ติดตัวมา นั่นจึงทำให้เธอได้รู้เรื่องราวบรูโน่

 

          “ไม่เป็นอะไรมากหรอก สักพักก็ฟื้นแล้ว เจ้าไปเจอเขาที่ไหนเหรอ” ชายอายุราวๆ สี่สิบเอ่ยถาม เขาเป็นหมอประจำเมืองนี้ พอจะรู้จักบรูโน่อยู่บ้าง จากที่ตรวจแล้วพบว่าถูกทำร้ายมา เดาว่าน่าจะเป็นอดีตเพื่อที่โกงเขานั่นแหละ

 

           “ในตรอกถัดจากนี้ไปไม่ไกลค่ะ” ตอบเสียงนิ่งไม่ได้เผยพิรุธว่าเป็นคนทำ เธอมองคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง เรื่องของเขามันเกินความสามารถเธอจริงๆ “เงินค่ารักษาเขา เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าเอามาให้เอง วันนี้ข้าเอาติดตัวมาไม่มาก หมดไปแล้วด้วย”

 

           คุณหมอนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า เอาเถอะ หากแม่หนูนี่จะโกงก็ไม่เป็นไร ถือเสียว่าช่วยบรูโน่ แถมค่ารักษามันก็ไม่ได้มากขนาดนั้นด้วย ยาที่ให้ไปก็แค่แก้ฟกช้ำและบำรุงร่างกายนิดหน่อย

 

           “ข้าไม่โกงหรอก” พูดอย่างรู้ทันความคิด

 

           “อ้อ” เขาหัวเราะไม่ได้ปฏิเสธว่าคิดอย่างนั้นจริงๆ  ดูเธอดีๆ อีกที คงไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอก อุตส่าห์มีน้ำใจพาคนแปลกหน้ามาส่ง คงมีจิตใจดีอยู่พอสมควร เขาเดินไปหยิบกล่องขนาดใหญ่กว่ามือไม่มากมายื่นให้พร้อมรอยยิ้มใจดี “อะนี่ สำหรับหนูน้อยผู้มีน้ำใจ ขอโทษด้วยนะที่เผลอคิดแบบนั้น”

 

           เมื่อกล่องออกมาก็พบว่าข้างในคือช็อกโกแลต คีตานิ่วคิ้วเล็กน้อยเมื่อเขาทำราวกับเธอเป็นเด็กเจ็ดแปดขวบ ทว่าอาการไม่ได้กินข้าวเย็นก็เริ่มปรากฏ ท้องเธอร้องเบาๆ หลังได้กลิ่นหอมหวาน...เอ่อ เธอไม่ได้ตะกละเพราะเห็นเป็นขนมหรอกนะ

 

            “ทำไมถึงมีของแบบนี้ได้ล่ะ” ถามแล้วก็หยิบขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสขึ้นมาเมื่อรสชาติหวานขมกระจายในปาก

 

            “เอาไว้ให้เด็กๆ น่ะ ช็อกโกแลตมันทำให้อารมณ์ดีขึ้นนะ” คุณหมอหัวเราะเอ็นดู แม้จะไม่ชัดแต่เขาก็พอมองสีหน้าทุกข์ใจของเธอออก ดูเหมือนสาวน้อยคนนี้จะเจอเรื่องแย่ๆ มาเหมือนกัน ดังนั้นไม่มีอะไรจะเหมาะสมไปกว่าการให้ช็อกโกแลตอีกแล้ว

 

             คีตาชะงักก่อนจะระบายยิ้ม “ขอบคุณค่ะ”

 

 

 

 

             เมื่อไม่มีแสงรบกวน ดาวบนท้องฟ้าก็เห็นชัดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน วันนี้ฟ้าเปิดแถมยังเป็นคืนเดือนดับ คีตาจึงสามารถเดินทอดน่องกลับบ้านและเงยหน้ามองดาวเป็นระยะได้ เสียงคลื่นดังให้ได้ยินเพราะถนนเส้นที่อยู่นั้นติดทะเล สักพักคีตาก็ตัดสินใจหาที่นั่ง เพราะยังไม่อยากกลับบ้านเท่าไหร่ ดวงตาสีเหลืองทองทอดมองออกไปยังผืนน้ำดำมืดข้างหน้า

 

            ยิ่งดึกที่นี่ก็ยิ่งเงียบเพราะผู้คนเข้านอนกันหมด แถวนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ร้านเหล้าหรือซ่องโสเภณี จึงไม่มีคนมาเดินเพ่นพ่าน ซึ่งก็ดีสำหรับคนที่อยากได้ความสงบอย่างคีตา

 

            ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่นั่งอยู่อย่างนั้น จวบจนได้ยินเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งจึงลุกขึ้นหันไปมอง เธอชะงัก อีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ร่างสูงสง่าอยู่ในชุดเรียบง่ายอย่างเชิ้ตขาวและกางเกงสแล็ค เขาไม่มีผ้าคลุมประดับเหรียญเกียรติยศอะไรเหมือนทุกที แสงไฟเพียงเล็กน้อยจากคบเพลิงที่ชาวบ้านจุดทิ้งไว้ส่องให้เห็นใบหน้าเลือนราง

 

            “ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียว มันอันตรายนะ” จีอ๊อตโต้ทั้งโล่งอกที่เจอเธอและนึกโมโหขึ้นมา คนของเขามารายงานว่าอยู่ๆ เด็กสาวก็กระโดดหน้าต่างหนีออกจากบ้านไปไหนสักที่ พอตามก็ดันคลาดกัน เลยรีบมารายงานเขาเพราะนึกว่าเธอคิดหนี จะได้สั่งคนให้ตามหา

 

           ไอ้เรื่องจะหนีน่ะเขาไม่กังวลเท่าไหร่หรอก แต่ดันนึกห่วงขึ้นมานี่สิว่าเด็กสาวจะเป็นอะไรรึเปล่า รู้ตัวอีกทีก็ดันออกมาตามหาทั้งอย่างนี้แล้ว โชคดีที่เจอเร็ว

 

            “......” คีตาไม่ได้ตอบอะไรและคิดที่จะกลับบ้าน เธอมองด้วยสีหน้าที่ยังขุ่นเคืองไม่หาย และเพราะตรงที่อีกฝ่ายอยู่ดันเป็นทางที่ต้องไป เธอจึงเดินอ้อมเสียไกลเพื่อเลี่ยงเขา

 

             ชายหนุ่มหลับตาเผลอยิ้มขบขันปนเอ็นดู เธอเหมือนเด็กน้อยที่กำลังแง่งอน ไม่อยากเข้าใกล้เขา ดูสิ อ้อมซะ

 

            “เพลง” ทอดเสียงเรียกอย่างอ่อนโยน หมุนตัวหันไปมองคนที่เดินหนี ไม่อยากเสวนาด้วย แต่เขาตัดสินใจแล้ว ยังไงวันนี้ก็ต้องคุยให้รู้เรื่อง

 

            !!” เจ้าของชื่อชะงักลืมเดินต่อ

 

            “คุยกับข้าก่อนได้ไหม” คำถามนี้กึ่งจะอ้อนวอน เขารู้ว่าเธอคงโกรธเขามาก เขาเองก็ไม่ได้อยากบังคับเธอเลย ยังไงคีตาก็ยังเป็นเด็กน้อยที่เขาเอ็นดูคนนั้น ถ้าเลือกได้ ก็ไม่อยากเจอกันอีกครั้งด้วยสถานการณ์แบบนี้หรอก

 

            “ตอนเย็นคนเยอะเกินไป ข้าพูดอะไรไม่สะดวกเท่าไหร่ เรามาตกลงกันดีไหมว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นยังไง? เจ้าสามารถสร้างเงื่อนไขได้ตามใจชอบเลยนะ” พรีโม่พูดขณะทอดมองแผ่นหลังเล็กนั่นอย่างอ่อนโยน นี่คงเป็นเพียงสิ่งที่เขาจะทำให้เธอได้ เรื่องแต่งงานคงไม่สามารถบ่ายเบี่ยง ดังนั้นก็อยากจะให้เธอรู้สึกพอใจมากที่สุด


************


            #พล็อตแรกๆ ตั้งแต่คิดจะแต่งเรื่องนี้ก็คือ น้องเพลงเป็นภรรยาสุดซนของปู่ค่ะ ใจอะ อยากเริ่มเรื่องมาแล้วแต่งงานกันเลยด้วยซ้ำ แต่กลัวงงกัน เพราะมันต้องปูเรื่องก่อนไง ฉบับเก่าก็คือหาเหตุผลให้แต่งงานกันไม่ได้ แบบน้องก็ยังไม่ได้รัก อะไรทำให้แต่งงานกันฟระ--มันก็เลยลากยาวขนาดนั้น พอรีไรท์ใหม่ก็กลายเป็นอย่างนี้(แบบเพิ่งคิดปมได้ แอบดราม่านิดนุง...

           


By เงาลดา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

40 ความคิดเห็น

  1. #35 JTH (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 13:38

    เยสๆในที่สุดก็มาเเล้วปู่ใจเย็นน้องยังเด็กอยู่ชอบมาเลนนะนิยายเรื่องเราจะคอยสนับสนุนนะ เเต่งจนจบเลยน้าาา


    #35
    0
  2. #34 polytome (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 13:29
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #34
    0