คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Dramione] My girl เธอเป็นของฉัน

หนึ่งชีวิตแลกด้วยหนึ่งสาวงาม หนึ่งสาวงามเจ้าของหัวใจพ่อมด หนึ่งหัวใจพ่อมดเป็นของเธอชั่วนิรันดร์

ยอดวิวรวม

780

ยอดวิวเดือนนี้

39

ยอดวิวรวม


780

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


62
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 มิ.ย. 62 / 06:04 น.
นิยาย [Fic Dramione] My girl 繢ͧѹ [Fic Dramione] My girl เธอเป็นของฉัน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

“เจ้าต้องเป็นของข้า...เพียงผู้เดียว”




       มาเถอะ

 

       มาฟังเรื่องเล่าบทใหม่ เทพนิยายบทเก่าเล่าขานถึงเรื่องราวแสนโรแมนติกของเจ้าชายและเจ้าหญิง...อยากฟังเรื่องเล่าแบบใหม่หรือไม่?

  

       มา...มาฟัง

 

       หากว่าเจ้าหญิงนั้นไร้ซึ่งเจ้าชาย หากเจ้าชายเป็นเพียงตัวประกอบที่มาเพื่อสร้างสีสัน  ราพันเซลไม่ได้ผมยาว เรื่องราวไม่ได้เริ่มต้นในตอนที่เธอเป็นเด็กทารก แต่มันเริ่มต้นในตอนที่เธอนั้นเป็นเด็กสาววัยแรกแย้ม...สดใส เยาว์วัย และน่าลิ้มลอง

 

        ช่างล่อตาล่อใจให้พ่อมดอยากครอบครอง ใช่! พ่อมด ไม่มีแม่มดหรอก

 

       หญิงคนหนึ่งป่วยหนัก ผู้เป็นสามีของเธอทำทุกวิถีทางเพื่อให้ภรรยาหาย หาหมอก็แล้ว หายาดีก็แล้ว ความหวังนั้นริบหรี่จนถึงขั้นต้องพึ่งพิงศาสตร์ลึกลับ

 

        บ้านหลังใหญ่ ล้อมด้วยสวนสวยงามและพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์น่าลิ้มลอง ทว่าไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไป นั่นเป็นเพราะมันคือที่อยู่ของพ่อมด!

 

        ทว่าชายผู้เป็นสามีนั้นจนหนทาง เขายอมเสี่ยงที่จะเข้าไปขอความช่วยเหลือโดยหวังว่าเวทมนตร์จะช่วยได้

 

        ดูโง่เง่า ไร้ซึ่งความเป็นไปได้ที่พ่อมดจะเมตตา...แต่ว่า

 

       “ได้สิ” พ่อมดผู้นั้นกล่าว ดูราวกับใจดีนักหนาทว่าไม่ใช่

 

       “แต่ต้องเอาลูกสาวของเจ้ามาแลก”

 

        โอ้! เขาจะทำอย่างนั้นได้ยังไง ลูกสาวเขาทั้งคน ภรรยาก็รัก ลูกก็รัก เขาคงไม่สามารถทำใจยอมเสียใครคนใดคนหนึ่งไปได้ และคืนนั้นเองที่เขาเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาภรรยา

 

        “ไม่! ปล่อยให้ข้าตายท่านพี่ อย่าส่งลูกเราให้เขา” ภรรยาของเขายืนกราน

 

       “พี่...” เขาทำหน้าสับสน แน่นอนว่าเขาไม่อยากส่งลูกสาวให้พ่อมดอยู่แล้ว แต่ภรรยาของเขาเล่า!

 

        “ส่งข้าให้เขาเถอะท่านพ่อ” เสียงของลูกสาวของเขาดังขึ้นที่ประตู สองสามีภรรยาหันไปมองอย่างตกใจและก็ได้พบกับสีหน้าเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของลูกสาว

 

        “ช่วยชีวิตท่านแม่...ส่งข้าให้เขา” นี่คือสิ่งที่เธอยืนกราน แม้หลังจากนั้นผู้เป็นพ่อและแม่จะคัดค้านยังไงก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเธอได้

 

        ในที่สุดก็ต้องทำตามความต้องการของเธอ

 

       พ่อมดมาหาอย่างกับรู้ว่าผลการตัดสินใจของครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ลูกสาวของสองสามีภรรยาถูกพาตัวไป ซึ่งนั่นแลกกับยาวิเศษที่ทำให้แม่ของเธอหายราวกับเรื่องมหัศจรรย์

 

        ทว่านั่นจะทำให้เธอดีใจจริงหรือ? ในเมื่อตอนนี้ลูกสาวของเธอถูกพาตัวไปแล้ว

 

       “มาเถอะ ต่อจากนี้ชีวิตเจ้าเป็นของข้า” พ่อมดพูดเสียงยานคานแล้วแสยะยิ้มร้ายกาจ


By เงาลดา


[ขออนุญาตเจ้าของภาพและข้อมูลที่นำมาใช้ในนิยายเรื่องนี้นะคะ]

ขอบคุณธีมสวยๆ จาก

https://writer.dek-d.com/viradaa/story/view.php?id=1412887



? cactus

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 มิ.ย. 62 / 06:04




    ท้องฟ้าสีครามเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม เสียงนกร้องดังแว่วขับขานและสายลมเย็นพัดโกรกจนเส้นผมยาวสวยปลิวสะบัด บนหอคอยสูงที่อยู่ใจกลางป่าห่างไกลจากผู้คนมีหญิงสาวคนหนึ่งอาศัยจับจองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

       เธอผู้มีใบหน้าสวยหยดและดวงตาหวานซึ้ง ผมสีเฮเซลนัทหยักเป็นลอนแต่ก็ไม่ฟูฟ่องเหมือนเมื่อก่อน ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมทอดมองออกไปไกลทว่าสตินึกคิดไม่ได้เจาะจงอยู่ที่ภาพตรงหน้า ความคิดของหญิงสาวล่องลอยไปหาบุคคลที่อยู่ไกลแสนไกลอย่างพ่อและแม่ที่จากกันมาเนิ่นนานปี

 

        เธอมาที่นี่ตอนที่อายุสิบเจ็ด ตอนนี้เวลาผ่านพ้นจากเด็กสาวกลายเป็นหญิงสาวอายุยี่สิบปีเข้าไปแล้ว

 

        ถ้าจะถามว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้...

 

       “ทำไมถึงมายืนตากลมอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เสียงยานคางของคนที่เป็นตัวการพาตัวเธอมาอยู่ที่นี่ดังขึ้นพร้อมๆ กับสัมผัสของความนุ่มลื่นของผ้าคลุมและอ้อมกอดของเขา

 

        หญิงสาวหลับตาเมื่อริมฝีปากร้อนกดจูบข้างขมับ กลิ่นอายบุรุษเพศคลาคลุ้งเข้าจมูกชวนให้ใจสั่นหวิว

 

       “เฮอร์ไมโอนี่” เขากระซิบเรียกชื่อเธอ

 

      พ่อมดหนุ่มนิ่วคิ้วเมื่อคนในอ้อมกอดยังนิ่งเงียบ แววตาเศร้าหมองของเธอพอจะทำให้เขาเดาได้ว่ามันเกิดจากอะไร 

 

     “คิดถึงพวกนั้นอีกแล้วหรือ” พ่อมดหนุ่มถามเสียงเรียบ

 

      “เดรโก” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงอ่อนล้าปนรวดร้าว “ข้าคิดถึงพ่อกับแม่” อ้อมกอดกระชับแน่นขึ้นอีกระดับจนรับรู้ได้ถึงความไม่สบอารมณ์ของเขา

 

       “พวกนั้นคิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเพื่อหาวิธีพาเจ้าหนีไปจากอกของข้า!” ร่างบางถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ฝ่ามือร้อนเกาะกุมแก้มนิ่มเอาไว้ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาให้ดวงตาสีเทาอยู่ในระดับเดียวกับดวงตาสีเฮเซลแสนรวดร้าวคู่นั้น

 

       “ข้าบอกเสมอว่าเจ้าต้องเป็นของข้าผู้เดียว พวกนั้นไม่มีสิทธิมาพาเจ้าไปจากข้า!

 

       “ขอแค่ให้ข้าได้เจอพวกเขาบ้าง” เฮอร์ไมโอนี่อ้อนวอน

 

        “ตอนนี้พวกเขาจำเจ้าไม่ได้แล้ว เจ้าเองก็ควรลืมมันไปเหมือนกันยอดรัก” หญิงสาวหมดโอกาสคัดค้านเมื่อริมฝีปากร้อนฉกวูบลงมา รสจูบร้อนแรง ทั้งเอาแต่ใจ เผด็จการและเรียกร้องฉุดให้หัวหมุน

 

        ทว่าทั้งนี้ทั้งนั้นความเสน่ห์หา หลงใหลและรักใคร่ที่เขาสื่อมาก็ทำให้เธอมัวเมาได้เช่นกัน

 

       สัมผัสร้อนแรงแฝงความอ่อนโยนพาให้หลงใหล การเร่งเร้าดูรุนแรงแต่ก็มอบความสุขและมีความระมัดระวังจนเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเจ็บตัว

 

       ดวงดาวพราวพร่างรออยู่ตรงหน้า เสียงหวีดร้องและเสียงคำรามดังขึ้นอย่างสุขสมก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลง

 

        “นอนซะ ข้าจะถือว่าเรื่องที่เจ้าร่ำร้องจะไปจากข้าไม่เคยเกิดขึ้น” เดรโกก้มจูบขมับชื้นเหงื่อก่อนจะกระชับกอดร่างเปล่าเปลือยใต้ผ้าห่ม

 

        เฮอร์ไมโอนี่ปรือตาหลับลง ทว่าไม่ได้จมสู่ห้วงนิทราแต่อย่างใด หญิงสาวครุ่นคิดถึงชีวิตตลอดสามสี่ปีมานี้ของตัวเอง

 

        เธอถูกกักกันและครอบครองโดยพ่อมดอย่างเดรโกตามการแลกเปลี่ยนที่เธอพร้อมใจ เธอเคยอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ มีครอบครัวเล็กๆ แต่ก็อบอุ่น จนวันหนึ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปเมื่อแม่ของเธอป่วยหนัก

 

       พ่อพยายามที่จะหายา หาหมอ หาอะไรก็ตามแต่ที่จะสามารถเอามารักษาแม่ได้ ทว่าในแต่ละวันความหวังก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ

 

       จนในที่สุดพ่อก็เลือกที่จะพึ่งสิ่งเหนือธรรมชาติ บ้านหลังงามหลังหนึ่งที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยความลึกลับมากมาย ถามคนสิบคนอย่างน้อยก็ต้องมีสักเก้าที่รู้ว่าที่นั่นเป็นที่อยู่ของใคร

 

       พ่อมด...ร้ายกาจเสียด้วย

 

       ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ทว่าหากไม่ไปยุ่งวุ่นวายก่อน เขาก็จะไม่ทำอะไรใครเช่นกัน

 

       พ่อมดอาศัยอยู่ข้างบ้านของเธอนั่นเอง หลายครั้งที่เฮอร์ไมโอนี่แอบมองลอดหมู่แมกไม้เข้าไป เธอเห็นผักสวนครัว เห็นพืชพันธุ์แปลกๆ ทว่าก็ไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อมด...อันที่จริงก็ไม่มีใครเคยได้เห็นเขาหรอก

 

        ทว่าวันหนึ่งเธอก็มีโอกาสได้เห็นจนได้ พ่อของเธอตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากพ่อมดแม้มันจะดูไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะยอมช่วย ทว่าปาฏิหาริย์ก็คงจะมีอยู่จริง แต่มันก็ไม่ได้วิเศษสักเท่าไหร่

 

       เฮอร์ไมโอนี่แอบไปได้ยินพ่อและแม่ปรึกษากัน พ่อมดจะยอมช่วยแม่แต่ว่านั่นต้องแลกกับการที่เธอต้องไปอยู่กับเขา พ่อของเธอลังเล ส่วนแม่ก็ค้านหัวชนฝา ยืนยันว่าให้ตัวเองตายดีกว่าที่จะส่งเธอให้กับพ่อมด!

 

        หญิงสาวในตอนนั้นไม่คิดที่จะลังเล แม้จะหวาดกลัวแต่ความรักที่มีให้แม่ก็มากกว่า เธอมีนิสัยเด่นติดตัวคือกล้าหาญ เฮอร์ไมโอนี่เข้าไปบอกพ่อและแม่ว่าเธอตกลง...เธอจะอยู่กับพ่อมด

 

        ทั้งสองดูตกใจและห้ามปราม ทว่าสุดท้ายเมื่อเธอยืนยันหนักแน่นมากๆ เข้าพ่อเธอก็ไขว้เขว แม้ว่าแม่จะยังไม่ยอมอยู่ท่าเดียวแต่วันรุ่งขึ้นพ่อมดก็มาราวกับรู้ได้ว่าเธอตัดสินใจยังไง

 

        ทันทีที่เห็นหน้ากันครั้งแรก เฮอร์ไมโอนี่ยอมรับว่าเธอตะลึงและคาดไม่ถึง เขาเป็นชายรูปร่างสูงสวมส่วนในชุดสีดำและมีผ้าคลุมแปลกตา ผิวขาวซีด ผมสีบลอนด์จาง ดวงตาสีเทาแพรวพราวและคางเสี้ยมแหลม

 

       พ่อมดเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลา แต่ก็มีท่าทางมากเล่ห์และร้ายกาจ...เฮอร์ไมโอนี่ไม่รู้เหมือนกันว่าความหล่อเหลาของเขามันเกิดจากเวทมนตร์รึเปล่า

 

        เขารับเธอไปอยู่ด้วยและมอบยาอะไรสักอย่างไว้ให้กับพ่อของเธอ แน่นอนว่าเขาทำตามคำพูด แม่ของเธอหายทว่าก็ตรอมใจที่ต้องเสียเธอไปเช่นกัน

 

       ในทีแรกเฮอร์ไมโอนี่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับเธอ พ่อมดอาจเอาเธอไปเป็นวัตถุดิบปรุงยา อาจเอาไปเป็นปุ๋ยให้พืชแปลกๆ ของเขา อาจเอาไปเป็นทาสรับใช้หรืออาจจะเอาไปกิน...ทว่าไม่ใช่

 

        พ่อมดเลี้ยงดูเธออย่างดีภายในบ้านของเขา ในทีแรกก็เหมือนว่าจะไม่มีอะไรแต่ท้ายที่สุดเธอก็ถูกจับกิน...กินในความหมายที่ไม่ได้กินด้วยปากและใช้ฟันบดเคี้ยว

 

       หนึ่งเดือนที่เธอเลือกไปกับพ่อมดและเป็นของเขา อยู่กับเขา เธอไม่มีโอกาสได้เจอหน้าพ่อแม่เลย นั่นเพราะเขามีนิสัยขี้หวงอย่างร้ายกาจ เธอถูกเขาดูแลอย่างเจ้าหญิงก็จริง แต่ดันเป็นเจ้าหญิงในกรงทองนี่สิ

 

        แม้แต่กับพ่อแม่เขาก็ไม่คิดจะแบ่งปันเธอให้ และนั่นอาจจะเป็นเพราะพวกท่านทั้งสองมีความคิดที่จะพาเธอหนีจากพ่อมดก็เป็นได้

 

      เธอรู้แล้วว่าหน้าตาหล่อเหลานี่เป็นของเขาจริงๆ ไม่ได้เกิดจากเวทมนตร์ปรุงแต่งแต่อย่างใด

 

       เฮอร์ไมโอนี่ได้แต่แอบมองพ่อแม่จากบ้านของพ่อมด เธอไม่สามารถปรากฏตัวให้พวกเขาเห็นได้ตามสัญญาและกฎที่พ่อมดมอบให้

 

       ในที่สุดก็ถึงจุดหนึ่งที่เธอคิดได้ว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ต่อไป แม่ของเธอตรอมใจลงทุกวันๆ และพ่อเองแม้จะทำตัวเหมือนเข้มแข็งแต่เธอก็รู้ว่าเขาต้องเสียใจไม่ต่างจากแม่เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอเป็นตายร้ายดียังไง

 

        ก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ไปมากกว่านี้ เฮอร์ไมโอนี่ก็ไปขอให้พ่อมดลบความทรงจำของพวกเขา ให้พ่อแม่และทุกๆ คนในหมู่บ้านลืมว่าเคยมีคนชื่อเฮอร์ไมโอนี่ ให้พวกเขาลืมว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมีตัวตนและก็ให้พ่อมดบิดเบือนความทรงจำของพ่อแม่ให้คิดว่าตัวเองไม่สามารถมีลูกได้ และไปให้นำเด็กสาวคนหนึ่งที่เป็นเด็กกำพร้าจากในโบสถ์มาเลี้ยง

 

       เธอชื่อเฮอร์โมซา อายุเท่ากับเฮอร์ไมโอนี่และเป็นเพื่อนของเธอเอง เฮอร์โมซานิสัยดี เป็นคนขยัน อ่อนโยนและกล้าหาญ หลายอย่างของเธอสองคนคล้ายกัน ดังนั้นเฮอร์ไมโอนี่จึงวางใจฝากพ่อแม่ไว้กับเฮอร์โมซา

 

       ชั่วชีวิตนี้ของเฮอร์ไมโอนี่นั้นเป็นของพ่อมด เธอไม่สามารถไปจากเขาได้ด้วยเงื่อนไขหลายๆ อย่าง เขาเคยช่วยแม่ของเธอไว้ดังนั้นเธอต้องทดแทนบุญคุณ อนึ่งเขานั้นก็ร้ายกาจ ถ้าหากเธอหนีไปจากเขา ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าบทลงโทษโหดร้ายแค่ไหนที่จะมอบให้ครอบครัวของเธอ...โดนสาป โดนยาพิษ โดนสัตว์ร้ายขย้ำ!

 

        การมองครอบครัวสุขสันต์ที่ครั้งหนึ่งตัวเองเคยอยู่ในนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คราวนี้เป็นเฮอร์ไมโอนี่ที่เริ่มตรอมใจและในที่สุดพ่อมดก็ทนไม่ไหว...เขาพาเธอจากที่นั่นมา

 

       หอคอยสูงที่ถูกสร้างด้วยเวทมนตร์ มันตั้งอยู่กลางป่าต้องห้ามที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนกล้าย่างกรายเข้ามา และหอคอยแห่งนี้ก็เป็นบ้านที่ชั่วชีวิตเธอต้องอาศัยอยู่

 

        อยู่กับพ่อมดไม่ใช่เรื่องแย่ หากไม่นับเรื่องความหวงแหนเกินพอดีของเขาและความเศร้าหมองโหยหาพ่อแม่ ทุกอย่างนอกจากนั้นก็นับว่าดี

 

       หลังจากที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกวันคืน เฮอร์ไมโอนี่สังเกตเห็นได้ถึงความรักที่เข้าขั้นหลงใหลของพ่อมดที่มอบให้เธอ เขาดูแลเธอดีราวกับเจ้าหญิง อ่อนโยน รักใคร่แม้บางทีจะน่ากลัวหากเธอกล่าวถึงเรื่องอยากไปหาพ่อแม่ซึ่งมันทำเขาคิดไปเองว่าเธอกำลังหาทางหนีไปจากเขา...ใจเย็นเถอะพ่อมด เธอแค่คิดถึงพ่อแม่เท่านั้น

 

        นอกจากเรื่องที่อยากกลับไปหาพ่อแม่หรือออกไปจากป่าต้องห้าม สิ่งใดในโลกที่เธออยากได้ล้วนแต่ร้องขอได้ทั้งสิ้น

 

        เฮอร์ไมโอนี่ชอบอ่านหนังสือ พ่อมดก็ชอบที่จะสรรหาตำราร้อยแปดทั้งแปลกใหม่และน่าสนใจมากมายมาบำเรอให้กับเธอ อาหารและเครื่องดื่มดีๆ เสื้อผ้าอาภรณ์ข้าวของเครื่องใช้ทั้งที่อยากได้และถูกยัดเยียดให้ต่างก็มีไม่เคยขาด

 

         ตอนนี้หากใครมาเห็นเธอก็คงคิดว่าเธอเป็นเจ้าหญิงบนหอคอยเหมือนในนิทาน...ทว่าเปล่าเลย พ่อมดแค่ชอบเล่นใหญ่ให้เธอใส่เสื้อผ้าหรูหรามากมายก็เท่านั้น

 

       และก็ใช่ว่าเธอจะต้องอยู่แต่ในหอคอย บางครั้งเขาก็พาเธอไปเที่ยวข้างล่างบ้าง ทว่าเพียงแต่เที่ยวตามป่าเขาที่ไม่มีผู้คนนอกจากสิงสาราสัตว์เพราะเขาหวงเธอมากและพูดตลอดว่าเธอต้องเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ควรมีใครได้เห็นเธอด้วยซ้ำ

 

       คิดดูเอาเถอะ ขนาดกับครุกแชงค์ เจ้าแมวหน้าบึ้งที่เธอขอให้เขาหามาให้เลี้ยงแก้เบื่อ เวลาที่มันคลอเคลียเธอแต่ละที เขาก็แทบจะหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาสาปมันให้เป็นหิน...รอดมาได้ขนาดนี้ก็บุญแล้วเจ้าเหมียว

 

        ชีวิตแบบนี้จะเรียกว่าสุขอมขมกลืนก็ไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วเธอก็สุข เพราะเธอเองก็เผลอใจไปกับพ่อมดแล้วเช่นกัน

 

        เรื่องนี้จะว่าเธอใจง่ายไม่ได้ สี่ปีที่ตัวติดกันแถมถูกเอาอกเอาใจสารพัด ไม่หวั่นไหวก็ตายด้านแล้ว!


---


       ดวงตาสีเงินจดจ้องพิจารณาใบหน้าสวยที่ตอนนี้กำลังหลับสนิท เดรโกใช้นิ้วเกลี่ยปรอยผมที่ปรกหน้าปรกตาออกให้เฮอร์ไมโอนี่เพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกรำคาญกับมัน

 

        ริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะก้มลงจูบขมับบางอย่างรักใคร่และมองเธอด้วยสายตาที่ราวกับว่าเธอคือโลกทั้งใบของเขา

 

        นานมาแล้วตั้งแต่ที่เขายังเป็นเด็ก เดรโกเกิดมาในครอบครัวที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจ  เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลมัลฟอยและเป็นความหวังทั้งหมดของพ่อแม่

 

        หลายครั้งที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ ต้องอยู่ในกรอบและทำตัวให้ดีให้สมกับสถานะทางสังคมจนบางครั้งเขายังรู้สึกอึดอัด

 

       ในที่สุดเมื่ออายุได้สิบเจ็ดปี เดรโกก็ตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างแล้วออกมาใช้ชีวิตตามลำพังในที่ๆ ห่างไกลจากสายตาของพ่อ มีบ้างที่เขาจะกลับไปหาแม่แต่ก็ต้องเลือกเวลาดีๆ เพราะทั้งพ่อและป้าจ้องจะลากตัวเขากลับอยู่เรื่อย

 

       ชีวิตท่ามกลางเหล่ามักเกิ้ลบอร์นไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าประทับใจเช่นกัน เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสันโดษในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเวทมนตร์มากมาย

 

       พวกมักเกิ้ลรู้ว่าเขาเป็นพ่อมด และก็ยังรู้ด้วยว่าเขาจะไม่ทำอะไรหากไม่มายุ่งวุ่นวายก่อน ดังนั้นทุกอย่างจึงสงบเรียบง่ายเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง...

 

       ที่ดินข้างบ้านของเขาเว้นว่างมานาน ตอนนี้ได้มีคนมาซื้อมาจับจองเสียแล้ว ครอบครัวมักเกิ้ลบอร์นเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งได้ย้ายมาอยู่ข้างบ้านของเขาอย่างใจกล้า อาจจะเป็นเพราะไม่มีทางเลือกหรืออะไรก็แล้วแต่

 

       เดรโกเองก็ไม่ได้คิดว่ามันแย่ ครอบครัวนี้เป็นพวกรักสงบและเรียบง่ายดังนั้นคงไม่มีอะไรต้องห่วง

 

        ในทีแรกก็มีแค่สองสามีภรรยาเท่านั้นที่มาอยู่ แต่แล้วไม่นานก็มีมาเพิ่ม เห็นว่าเป็นลูกสาวที่พวกเขาส่งตัวให้ไปอยู่กับญาติสักพักระหว่างที่พวกเขาหาบ้านใหม่ และตอนนี้ก็ไปรับมาให้อยู่ด้วยกันแล้ว

 

         ไม่มีอะไรสลักสำคัญสำหรับเดรโก ขอแค่ไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขา...แค่นี้ก็พอแล้ว

 

 

 

        เสียงดนตรีจากเปียโนหลังใหญ่ที่ขับขานด้วยเวทมนตร์ดังคลอไปทั่วห้อง ไวน์แดงเลิศรสถูกจิบเบาๆ และอ้อยอิ่ง

 

         ไม่รู้ว่าวันนี้เดรโกนึกครึ้มอะไร เขาเดินไปยังบานหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งอยู่ฝั่งที่สามารถมองเห็นบ้านของครอบครัวมักเกิ้ลครอบครัวนั้นได้ จากตรงนี้ที่เป็นชั้นสอง เขาแทบจะมองสำรวจบ้านหลังนั้นได้เกือบถ้วนทั่ว

 

         ในทีแรกเขาก็คิดว่าเขาคงไร้สาระ บ้านของมักเกิ้ลมันจะมีอะไรน่าสนใจกันล่ะ ทว่าในขณะที่กำลังจะหมุนตัวกลับ นัยน์ตาสีเงินก็ได้มองเห็น...

 

        ใบหน้าหวานหยดราวสวรรค์ปั้นแต่ง ดวงตาสีเฮเซลนัทที่ราวกับจะช่วงชิงความสนใจทั้งหมดไปครอบครอง ริมฝีปากแดงระเรื่ออิ่มอวบกำลังคลี่ยิ้มเล็กๆ กับตัวเอง ร่างเพรียวระหงที่อยู่ในช่วงแตกเนื้อสาว สวยสดและงดงามราวกับประติมากรรมชั้นเยี่ยม

 

        ลมหายใจของพ่อมดหนุ่มขาดห้วง โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนมีเพียงเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเฮเซลเท่านั้นที่กำลังเคลื่อนไหวช่วงชิงความเป็นตัวตนของเขาไป

 

        ราวกับผีเสื้อนับล้านบินว่อน เดรโกหายใจไม่ทั่วท้องก่อนที่จะแสนเสียดายเมื่อเด็กสาวคนนั้นเดินกลับเข้าบ้านไป

 

        พ่อมดหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ต้องใช้เวลาเดาเขาก็รู้ว่าเธอคือลูกสาวที่สองสามีภรรยาพูดถึง เขาเพิ่งจะได้เห็นเธอก็วันนี้เอง...ทำไมถึงไม่เห็นเร็วกว่านี้นะ

 

        คีย์เปียโนเปลี่ยนไป จากที่เล่นด้วยเวทมนตร์ก็กลายเป็นว่ามันกำลังถูกบรรเลงด้วยนิ้วเรียวขึ้นข้อแกร่ง เดรโกจรดนิ้วสร้างสรรค์บทเพลงใหม่

 

         ความตื่นเต้น อ่อนหวาน เร้ารุ่ม กระตือรือร้น ร้อนรน ทุกๆ อย่างของอารมณ์ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นทำนองที่ส่งไปถึง...เธอ

 

 

 

        ตั้งแต่วันนั้นเดรโกก็รู้แล้วว่าเขาไม่อาจจะทำให้หัวใจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

 

       การที่จะได้รู้ว่าเธอชื่อเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย หลังจากที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยปรุงยา ปลูกผัก นั่งจิบไวน์ฟังดนตรีไร้แก่นสารมานาน ตอนนี้เขาก็รู้สึกคล้ายกับว่าจะได้เป้าหมายใหม่ในชีวิตแล้ว...การเฝ้ามองเธอ

 

         ยอมรับว่าตอนแรกเขาสนใจเธอเพราะหน้าตา แต่หลังจากที่ได้เฝ้ามอง ได้ทำความรู้จักจากที่ไกลๆ ได้รับรู้นิสัยใจคอที่เธอแสดงออกกับคนรอบข้าง  เขาก็ยิ่งประทับใจเธอมากขึ้นไปอีก

 

        จากที่ถูกใจ ก็เปลี่ยนเป็นชอบ จากที่ชอบ...ก็เปลี่ยนเป็นรัก

 

       เดรโกรู้ว่าเขามันเป็นพวกสุดโต่งอยู่บ้าง เพราะทันทีที่รู้ตัวว่ารู้สึกยังไงกับเธอเขาก็หวงแหนและอยากที่จะครอบครองเธอเพียงคนเดียว การที่จะกีดกันผู้ชายต่ำต้อยพวกนั้นออกจากเธอนั้นเป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงแสนสวยอย่างเธอถึงไม่มีผู้ชายหน้าไหนเข้ามาจีบ...เรียกว่าเข้ามาไม่ถึงจะดีกว่า

 

        พ่อมดหนุ่มจับตามองเฮอร์ไมโอนี่แทบจะตลอดเวลา เธอทำอะไร ไปที่ไหน ชอบอะไร เกลียดอะไร มีความสัมพันธ์กับใคร เขาย่อมรู้หมด

 

        พูดให้เข้าใจตรงกันตอนนี้ว่าเขาไม่ได้จับตามองเธอตลอดเวลา อย่างเช่นตอนเธออาบน้ำเขาก็ไม่ได้ฉวยโอกาสจากความเป็นพ่อมดแต่อย่างใด...เรื่องแบบนั้นไว้ทำตอนเธอเป็นของเขาแล้วก็ยังไม่สาย

 

        เดรโกเป็นเหมือนแม่ซื้อ เป็นเทวดาประจำตัว เป็นเจ้ากรรมนายเวรหรืออะไรก็ตามแต่ เอาเป็นว่าเขาเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

 

        เขาคอยตามติดเธอไม่ห่างด้วยเวทมนตร์ของเขา กำจัดพวกผู้ชายที่เข้าใกล้อย่างลูกชายหัวหน้ามือปราบพอตเตอร์หรือลูกชายเจ้าของร้านตัดเย็บวีสลีย์

 

       พวกนั้นจ้องสาวน้อยของเขาตาเป็นมัน แต่ก็ฝันไปเถอะ...เธอเป็นของเขา

 

        พวกผู้หญิงขี้อิจฉาหรือพวกผู้ชายต่ำช้าทั้งหลาย คนเหล่านั้นมีไม่น้อยแต่เฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยรู้เพราะพวกมันไม่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้

 

        เดรโกทำแบบนั้นมาแรมปีโดยไม่แม้แต่จะเข้าไปแสดงตัวให้เธอเห็น ตามดูแลตามปกป้องตามจองเวรไม่ให้เธอมีความรักกับคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยสักนิด

 

       ทว่าอีกเรื่องที่ต่อให้ตายเดรโกก็จะไม่บอกเฮอร์ไมโอนี่ เขามีแผนอยู่ในใจว่าจะช่วงชิงเธอมาเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเพราะเขารู้สึกหวงเธอแม้กระทั่งกับพ่อแม่ของเธอเอง

 

        อยากให้เธออยู่แค่กับเขา อยากให้มองแค่เขา เป็นของเขาและไม่เป็นของใครนอกจากเขา

 

      ทว่าเฮอร์ไมโอนี่รักพ่อแม่มากและเธอเป็นลูกคนเดียว หากขาดเธอไปก็คงจะไม่มีใครดูแลพ่อแม่ของเธอได้ ดังนั้นเขาจึงไปเฟ้นหาคนที่ดีพอที่จะไว้ใจได้ ต้องใจดี อ่อนโยนและมีเมตตากับคนอื่น และเขาก็ได้พบกับเฮอร์โมซาในโบสถ์

 

        เดรโกสร้างสถานการณ์ให้ทั้งสองคนเจอกัน เป็นเพื่อนกันและรอให้ทั้งคู่ไว้ใจและเข้าใจซึ่งกันและกัน

 

      ในตอนแรกเขาคิดที่จะลักพาตัวเฮอร์ไมโอนี่ออกมา เปลี่ยนความทรงจำของทุกคนว่าเฮอร์โมซาคือลูกของสองสามีภรรยาและเฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในความทรงจำของคนพวกนั้น

 

        เขาจะพาเธอออกมาเงียบๆ แม้เธออาจจะต้องเจ็บปวดหน่อยแต่เขาจะใช้ความรักของเขาทำให้เธอมีความสุขให้ได้ในสักวัน

 

        ทว่าไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย แม่ของเธอป่วยหนัก เขาตัดสินใจที่จะเลื่อนเวลาของแผนไปอีกสักนิดเพื่อให้เฮอร์ไมโอนี่ได้อยู่กับแม่ของเธอจนกว่าแม่ของเธอจะหาย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่หายเพราะโรคที่แม่เธอเป็นนั้นมันไม่มีทางรักษาด้วยวิธีของมักเกิ้ล

 

         ในที่สุดพ่อของเธอก็มาหาเขา จากที่คิดจะพาเธอมาอยู่ด้วยเงียบๆ ก็เปลี่ยนเป็นยื่นข้อเสนอแลกยารักษากับตัวของเฮอร์ไมโอนี่

 

        แต่เขาก็รู้ดีว่าสองสามีภรรยารักลูกมากแค่ไหน สองคนนั้นไม่มีทางที่จะยอมกับข้อเสนอนี้และแม่ของเฮอร์ไมโอนี่ก็คงจะยอมตาย

 

        บางทีเขาก็คิดว่าตัวเองงี่เง่าที่ยื่นข้อเสนอนั้น ไม่ว่ายังไงเฮอร์ไมโอนี่ก็ต้องมาอยู่กับเขาอยู่ดีแม้ว่าจะไม่มีเรื่องยารักษามาเกี่ยวข้อง...เขาแค่ยืดเวลาเท่านั้นแหละ

 

        เดรโกคิดว่าควรจะพาเธอมาอยู่กับเขาได้แล้ว เขาจะมอบยารักษาให้แม่เธอแทนสินสอด แต่ตอนนั้นเอง! เสียงหวานๆ ที่เขาหลงใหลนักหนาดังออกมาจากลูกแก้วเวทมนตร์ที่เขาเอาไว้ใช้เฝ้ามองเธอ

 

        “ส่งข้าให้เขาเถอะท่านพ่อ” เดรโกเบิกตากว้างก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นแสยะยิ้มร้ายกาจด้วยความชอบใจ

 

        “ช่วยชีวิตท่านแม่...ส่งข้าให้เขา” นี่ไงเล่าอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขาหลงรักเธอ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยวและบ้าบิ่น

 

         “รอก่อนเถอะยอดรัก ข้าจะไปรับเจ้าแน่”

 

 

 

       แม้จะช้าไปสักหน่อยแต่ในที่สุดเธอก็ตกเป็นของเขา ในตอนแรกเฮอร์ไมโอนี่มีท่าทีหวาดกลัวไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะวิ่งหนี เธอเผชิญหน้ากับเขาด้วยความเด็ดเดี่ยวแม้แววตาจะสั่นกลัว พร้อมที่จะตายแม้ไม่ได้ปรารถนา พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อแม่แม้ว่าจะต้องแลกกับลมหายใจของตัวเอง

 

       ให้ตายสิ...เธอจะทำให้เขาหลงรักไปถึงไหน

 

       “มาหาข้าสิ” พ่อมดหนุ่มอ้าแขนออกกว้าง นับจากนี้ไปจะไม่มีอะไรมาพรากเธอไปจากเขาได้ เธอจะมีความสุขดีภายในอ้อมอกของเขา จะได้รับการดูแลการปกป้องและความรักที่เป็นดั่งของน้ำตาลเคลือบยาพิษ

 

      ทว่ายาพิษนั่นมันไม่น่ากลัวหรอก ก็แค่ยาพิษที่เปรียบกับอิสรภาพของเธอที่ถูกทำลาย ไม่มีสิทธิเลือกที่จะไปจากเขา ไม่มีสิทธิมองใครนอกจากเขา ไม่มีสิทธิที่จะไม่รักเขา ไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ...

 

        ว่าเธอเป็นของเขา



---100%---


       #แต่งเองก็แอบกลัวตาเดรกเองนะเนี่ย

     #ชอบหรือไม่ชอบยังไงก็ช่วยคอมเม้นต์หน่อยน้า~


By เงาลดา

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เงาลดา จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 12:22
    สนุกมากค่ะ
    #7
    1
  2. วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 01:38
    อยากอ่านเเนวนี้อีก
    #6
    1
    • 5 ตุลาคม 2562 / 17:09
      ประมาณเลี้ยงต้อยแวมไพร์ไบโพล่าแบบนี้น่ะเหรอคะ?์ หรือยังไง55 ไม่แน่ใจว่าจะได้แต่งอีกไหมเพราะมีแพลนจะแต่งหลายเรื่องมาก (รัดตัวสุดๆ) แต่ก็เล็งๆ อาซึสะไว้ล่ะค่ะ แวมไพร์น้อยบ้านมุคามิ
      #6-1
  3. วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 15:59

    มาต่อสิๆ ค้างแบบแปลกๆ
    #5
    7
    • 13 มิถุนายน 2562 / 19:16
      จ้าาาาา รอนะ จะตามไปอ่านเด้อ
      #5-6
    • 13 มิถุนายน 2562 / 19:17
      งู้ย ขอบคุณค่ะ
      #5-7
  4. #4 เบบี๋น้อย☆ (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:47
    กรี๊ดชอบมาก ถึงจะดูขมขื่นนิดๆแต่กะเคลือบน้ำผึ้งเบาๆ -///-
    #4
    1
    • #4-1 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 1)
      9 มิถุนายน 2562 / 06:08
      ก็จะออกแนวยันนิดนึงค่ะ อิอิ
      #4-1
  5. #3 Woruwalan (@Woruwalan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 17:21
    ชอบค่ะรอน้าา
    #3
    1
  6. วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:05

    รอน้าาา
    #2
    1
  7. วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:49

    รออออเลยยย
    #1
    1