คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Dramione] A Thousand years

เฮอร์ไมโอนี่โดนรอนนอกใจ เธอเศร้าโศกและผิดหวัง ในขณะที่เดินเฉื่อยชาหาที่พักผ่อนสักครู่ เธอก็ได้เจอ...เจอทั้งที่นั่งและเจอเขา "แปดปีที่ฉันเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อเธอ" "น่าซึ้งใจจัง"

ยอดวิวรวม

608

ยอดวิวเดือนนี้

33

ยอดวิวรวม


608

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


48
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 พ.ค. 62 / 17:08 น.
นิยาย [Fic Dramione] A Thousand years [Fic Dramione] A Thousand years | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


"รับรักฉันได้ไหมคนดี"


   A day we met frozen I held my breathe
วันที่เราได้พบกัน เวลาก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ ฉันนั้นกลั้นหายใจ

Right from the start I knew that I’ve found a home for my heart….

ตั้งแต่แรกเริ่ม ฉันรู้ทันทีว่าฉันได้เจอบ้านสำหรับหัวใจฉันแล้ว





Heart beats fast

หัวใจเต้นระรัว
Colors and promises

สีสันและคำมั่นสัญญา
How to be brave

จะกล้าได้อย่างไร
How can I love when I’m afraid To fall

ฉันจะรักได้อย่างไร เมื่อหัวใจยังกลัวที่จะรักใครสักคน
But watching you stand alone

แต่เพียงแค่ได้เห็นคุณยืนอยู่เพียงลำพัง
All of my doubt Suddenly goes away somehow

ความสงสัยเหล่านั้นก็มลายหายไปโดยพลัน

One step closer

ใกล้เข้าไปอีกก้าว

I have died every day waiting for you

ทุกวันฉันเฝ้ารอคุณมาแทบขาดใจ
Darlin’ don’t be afraid I have loved you for a thousand years

ที่รักอย่ากังวลไปเลย ฉันรู้สึกราวกับรักคุณมาเป็นพันปีแล้ว
I’ll love you for a thousand more

และจะรักคุณต่อไปอีกเป็นพันๆ ปี

Time stands still beauty in all she is

กาลเวลานั้นหยุดหมุน สวยงามอย่างที่เป็น
I will be brave I will not let anything take away

ฉันต้องกล้าหาญ จะไม่ยอมให้อะไรมาพรากจาก

What’s standing in front of me

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้
Every breath,
Every hour has come to this

ทุกลมหายใจ ทุกช่วงเวลาก็เพื่อสิ่งนี้

One step closer

ใกล้เข้าไปอีกก้าว

I have died every day waiting for you

ทุกวันฉันเฝ้ารอคุณมาแทบขาดใจ
Darlin’ don’t be afraid I have loved you for a thousand years

ที่รักอย่ากังวลไปเลย ฉันรู้สึกราวกับรักคุณมาเป็นพันปีแล้ว
I’ll love you for a thousand more

และจะรักคุณต่อไปอีกเป็นพันๆ ปี

And all along I believed I would find you

ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเชื่อเสมอว่าฉันจะพบคุณ
Time has brought your heart to me

เวลาได้นำพาหัวใจของคุณมาหาฉัน
I have loved you for a thousand years

ฉันนั้นรักคุณมาเป็นพันปีแล้วแล้ว
I’ll love you for a thousand more

และจะรักคุณต่อไปอีกเป็นพันๆ ปี

One step closer

ใกล้เข้าไปอีกก้าว
One step closer

ใกล้เข้าไปอีกก้าว

I have died every day waiting for you

ทุกวันฉันเฝ้ารอคุณมาแทบขาดใจ
Darlin’ don’t be afraid I have loved you for a thousand years

ที่รักอย่ากังวลไปเลย ฉันรู้สึกราวกับรักคุณมาเป็นพันปีแล้ว
I’ll love you for a t
housand more

และจะรักคุณต่อไปอีกเป็นพันๆ ปี

And all along I believed I would find you

ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเชื่อเสมอว่าฉันจะพบคุณ
Time has brought your heart to me

เวลาได้นำพาหัวใจของคุณมาหาฉัน
I have loved you for a thousand years

ฉันนั้นรักคุณมาเป็นพันปีแล้วแล้ว
I’ll love you for a thousand more

และจะรักคุณต่อไปอีกเป็นพันๆ ปี


เพลง A Thousand years


By เงาลดา



[ขออนุญาตเจ้าของภาพและข้อมูลที่นำมาใช้ในเรื่องนี้นะคะ]

ขอบคุณธีมสวยๆ จาก

https://writer.dek-d.com/viradaa/story/view.php?id=1412887



? cactus

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 พ.ค. 62 / 17:08




Heart beats fast


Colors and promises


How to be brave


How can I love when I'm afraid to fall


 

       เสียงเพลงดังกรอกอยู่ในหูซึ่งเกิดจากวอร์คแมนที่เธอพกมา รองเท้าคัทชูย่างเหยียบไปตามฟุตบาทด้วยความเอื่อยเฉื่อย

 

       มันไม่ได้เกิดจากอารมณ์สุนทรี มันไม่ใช่ความอินดี้ของเจ้าตัว มันไม่ใช่ว่าเธอเบื่อหน่ายกับอะไร แต่มันเป็นเพราะ...เธออกหัก

 

       ใช่ อกหักอย่างแรง เจ็บแสบเสียด้วย

 

       โรนัลด์ วีสลีย์ แฟนหนุ่มที่คบกันมาถึงห้าปีแต่มีเหตุให้ต้องเลิกราด้วยเรื่องบัดซบที่สุด

 

       เฮอร์ไมโอนี่ จีน เกรนเจอร์คือชื่อของเธอ แม่มดสาวที่เกิดจากมักเกิ้ลบอร์น

 

       หลังจบสงครามที่ต่อสู้มาอย่างยาวนานกับพ่อมดด้านมืดอย่างคนที่คุณก็รู้ว่าใครแล้ว เธอกลับไปเรียนต่อที่ฮอกวอตส์ให้จบในขณะที่เพื่อนรักอีกสองคนอย่างแฮรี่และรอนปฏิเสธที่จะกลับไป

 

       ไม่สิ อย่างคนหลังที่คงเรียกว่า...อดีตคนรักมากกว่า

 

       หลังจากนั้นเธอก็ได้เข้าทำงานตำแหน่งระดับสูงของกระทรวงเวทมนตร์ในกองบังคับใช้กฎหมายเวทมนตร์

 

        ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เธอมีหน้าที่การงานที่รุ่งเรือง ได้รับการยอมรับ เรียกได้ว่าดวงชีวิตของเธอรุ่งโรจแต่ทว่าดวงความรักกลับตกฮวบ

 

        แต่ไหนแต่ไรเฮอร์ไมโอนี่มักจะมีความทุ่มเทให้กับการเรียน หน้าที่การงานอย่างถึงที่สุด หลายครั้งที่เธอไม่มีเวลาและละเลยคนรักอย่างรอน...มันเป็นสาเหตุให้เธอถูกนอกใจ

 

        ใช่ นอกใจ!

 

     คำสัญญาเก่าก่อนไม่มีความหมาย รักที่ยั่งยืนเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ชีวิตที่มีสีสันของเธอคล้ายกับดับมืดลง

 

       หัวใจเธอเจ็บแปลบ ความรวดร้าวจากการถูกทรยศหักหลังทำให้เธอหวาดกลัวที่จะรักใครอีก...ช่างไม่กล้าหาญเอาซะเลย

 

       เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอทำตัวเสียชื่อบ้านสิงห์

 

       โรนัลด์งี่เง่า

 


But watching you stand alone

 

 

        สวนสาธารณะในย่านมักเกิ้ลดูจะคึกคักแต่ก็ยังเงียบสงบอยู่ คนทั่วไปเดินเล่นไม่ก็ทำกิจกรรมอันแสนเพลิดเพลินของตัวเอง

 

        บางคนมาเดินออกกำลังกาย บางคนมาเดินเล่น มีทั้งมาคนเดียว มากับครอบครัว มากับสุนัขสักตัว มากับคนรัก...ให้ตายสิ

 

        เธอรู้ว่ามันบ้าที่จะไปรู้สึกหมั่นไส้หรืออิจฉาพวกเขา หัวใจเธอยังรู้สึกเจ็บแปลบเมื่อเห็นภาพตัวเองกับรอนซ้อนทับขึ้นมา...แย่จริง

 

        หญิงสาวเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของกระทรวงเวทมนตร์เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเปื่อย ดวงตาสีเฮเซลนัทสอดส่องไปทั่วเพียงเพื่อหวังจะหาที่สักที่ให้เธอพักผ่อน

 

        หลังพุ่มไม้ใหญ่ดกหนา ที่นั่นมีสระเล็กๆ ที่ดูร่มรื่นด้วยหญ้าสีเขียวขจีและต้นไม้รอบๆ อีกทั้งมันก็ไม่ได้ดูรกร้างแต่ลงตัวด้วยฝีมือมนุษย์ที่ตกแต่งให้มันดูดี

 

        เฮอร์ไมโอนี่ตัดสินใจสืบเท้าเข้าไป และนั่นเองที่ทำให้เธอมองเห็นหงส์สองตัวกำลังคลอเคลียว่ายน้ำไปด้วยกัน...บางทีโลกก็กวนดีจริงๆ

 

        เธอกรอกตาขึ้นอย่างเซ็งจัด ทว่าก็ไม่ได้อะไรมากนักและไม่คิดที่จะเปลี่ยนที่ด้วย การเดินผ่านพุ่มไม้ใหญ่เป็นไปได้อย่างราบรื่น เส้นผมสีเฮเซลดกหนาแต่ก็ไม่ฟูฟ่องเหมือนแต่ก่อนเพราะได้รับการดูแลอย่างดีมีใบไม้หล่นมาติดนิดหน่อยแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่

 

        เสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งดังขึ้นทันทีที่เท้าเธอก้าวเหยียบ เฮอร์ไมโอนี่เดินอย่างระมัดระวังเพราะหากเสียหลักล้มขึ้นมาคงไม่น่าดูนัก

 

        !” หญิงสาวชะงักเมื่อเห็นว่าตรงที่เธอหมายตามีคนจับจองแล้ว และเมื่อทันทีที่อีกฝ่ายหันมาเธอก็ยิ่งตกใจพอๆ กับอีกฝ่าย

 

       เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผมสีบลอนด์ซีด ตาสีเทาและคางเสี้ยมแหลม

 

       มัลฟอยมาทำอะไรที่นี่!

 

       เฮอร์ไมโอนี่หมุนตัวเดินกลับอย่างอัตโนมัติ เธอไม่รู้ว่าทำไม เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เพียงแค่เห็นหน้าเขาความกระอักกระอ่วนบางอย่างก็พุ่งสูงบ่งบอกว่าเธอไม่มีทางเข้าหน้าเขาติด!

 

        ทั้งๆ ที่ก็โตๆ กันแล้วแต่ว่าความเป็นคู่อริในวัยเรียนมันก็ส่งผลอยู่ดี

 

       “เดี๋ยวสิเกรนเจอร์!

 

       “เมอร์ลีน!” เธอเบิกตากว้างเมื่อชายหนุ่มมาขัดขวางเธอด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ทั้งคู่เผชิญหน้ากันโดยที่ไม่ว่าจะเฮอร์ไมโอนี่หรือเดรโกก็ทำหน้าคาดไม่ถึงทั้งนั้น

 

         คาดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอกัน

 

 

All of my doubt, suddenly goes away somehow

 

 

        ความเงียบอันน่าอึดอัดคืบคลานทุกวินาทีที่ผ่านไป เฮอร์ไมโอนี่สบถในใจเป็นรอบที่สิบว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เสียงเพลงยังดังต่อไปเรื่อยๆ และเนื้อหาไม่เข้ากับเธอในตอนนี้สักเท่าไหร่

 

         ดวงตาสีเฮเซลกรอกมองอีกฝ่ายที่นั่งบนม้านั่งตัวเดียวกับเธอ...ใช่ตัวเดียวกัน ทว่านั่งกันคนละฝั่งแบบห่างสุดขอบ

 

        หลังจากที่โดนขัดขวางการหลบหนี- ไม่สิ การเปลี่ยนใจไปที่อื่นของเธอ มัลฟอยก็ชวนเธอมานั่งบนม้านั่งริมสระด้วยกันอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

        จากสถิติการพบหน้าและปะทะกันที่ผ่านมา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอย่างเดรโก มัลฟอยจะชวนเธอมานั่งด้วย อีกฝ่ายแทบจะไม่อยากเสวนากับเธอด้วยซ้ำ...แน่นอนว่านั่นยกเว้นการจิกกัดหรือกลั่นแกล้ง

 

         และที่น่าหมั่นไส้ก็คือ...ในขณะที่เธอนั่งตัวเกร็งทั้งสับสนทั้งประหม่า อีตาคุณชายเลือดบริสุทธิ์กับนั่งมองเหม่อไปข้างหน้าทั้งผ่อนคลายทั้งสบายอารมณ์

 

         “คิดอะไรอยู่น่ะเกรนเจอร์” เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้ง! ก่อนที่เธอจะมองเขาตาขุ่นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะขลุกขลัก

 

         “ขวัญอ่อนจริงนะยัยหัวฟู” คราวนี้แทนที่จะโกรธเฮอร์ไมโอนี่กลับแปลกใจ...ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายต้องเรียกเธอว่ายัยเลือดสีโคลนหรอกหรือ?

 

         แต่ก็ช่างเถอะ มันเป็นเรื่องดีที่จะไม่ได้ยินคำแสลงหูแสลงใจนั่น

 

 

One step closer

 

 

         “แล้วนายมาทำอะไรที่นี่มัลฟอย ในที่ของมักเกิ้ล?” เธอถามอย่างสงสัย คนอย่างมัลฟอยที่แสนจะหยิ่งทระนงในสายเลือด แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับสิ่งที่เป็นอยู่

 

         เอาเป็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยนึกจินตนาการภาพที่มัลฟอยมานั่งผ่อนคลายในสวนสาธารณะของมักเกิ้ลออกเลย

 

         “เพิ่งรู้ว่ามันมีกฎห้ามไม่ให้พ่อมดมาอยู่ในเขตมักเกิ้ลด้วย” อีกฝ่ายเลิกคิ้วหันมาพูดกับเธอด้วยเสียงยานคางอย่างที่ได้ยินมาตลอด...ซึ่งนั่นมันทำให้เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกว่ากวนเป็นที่สุด

 

        ผมสีเฮเซลสะบัดตามการหันหน้าหนีที่รุนแรง เดรโกเลิกคิ้วมองท่าทีเหล่านั้นอย่างสนใจ

 

        “เป็นอะไร? ฉันมั่นใจว่ายัยคนอวดรู้อย่างเธอเถียงเก่งกว่านี้ อย่างน้อยก็ตลอดเจ็ดปีในฮอกวอตส์” นั่นไม่นับตอนที่เขาว่าเธอเป็นเลือดสีโคลนจนเธอเสียใจเถียงไม่ออกหรอกนะ

 

        “...” เฮอร์ไมโอนี่เงียบ เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าทำไมวันนี้เธอเถียงไม่เก่ง แรงกายแรงใจของเธอมันหดหายตั้งแต่ที่ความรักพังไม่เป็นท่าแล้ว

 

        “ไม่อยากพูดก็เรื่องของเธอ” เดรโกหันไปสนใจวิวข้างหน้าเหมือนเคย ระหว่างทั้งคู่มีแต่ความเงียบงันและสายลมที่พัดผ่าน

 

 

I have died everyday, waiting for you

 

 

       อาจเป็นเรื่องแสนงี่เง่า อย่างน้อยถ้าตัวเธอเมื่อสี่ห้าปีก่อนมารับรู้ก็คงจะคิดอย่างนั้น

 

       หลังจากที่ไปหาที่พักผ่อนจิตใจในสวนสาธารณะเมื่อวานและได้เจอกับอริเก่าอย่างเดรโก มัลฟอย วันนี้เธอก็กลับมาที่เดิมอีก...ถามว่ากลับมาทำไม?

 

       นั่นสิเธอกลับมาทำไม

 

       สายลมเย็นฉ่ำพัดพาอยู่เฉกเช่นเมื่อวัน เป็นเวลากว่าหกโมงเย็นที่พระอาทิตย์คล้อยต่ำอย่างถึงที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่เช่นเคย และใช่! เธอเจอมัลฟอยอีกครั้ง

 

        แล้วทำไมเธอต้องดีใจด้วยเฮอร์ไมโอนี่?

 

 

 

       เรื่องราวเช่นนี้ดำเนินไปอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เฮอร์ไมโอนี่ทำงานของตัวเองในกระทรวงอย่างขยันขันแข็งและจริงจังน่านับถือ ทว่าตกเย็นเธอก็ไปที่สวนสาธารณะและพบกับเดรโก

 

       เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง รำคาญ? ตลก? เฝ้ารอ? หรือไม่รู้สึกอะไรเลย

 

       ทว่าเธอกลับไปทุกวันและเจอเขาทุกวันเช่นกัน

 

        ระหว่างหนุ่มสาวไม่มีการพูดคุย ไม่มีการไถ่ถาม เจอหน้าก็เพียงหันมามองตากันชั่วครู่และนั่งจมอยู่ในโลกของใครของมันตรงสุดปลายม้านั่งคนละฝั่ง...นั่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่ปริปากคุยกันสักคำ

 

        ทว่าเมื่อใครสักคนลุก ก็เหมือนจะเป็นสัญญาณอำลา อีกคนจะลุกตามและแยกย้ายกลับไปในที่ของตัวเอง

 

        เป็นอยู่อย่างนี้ หนึ่งวัน สองวัน หนึ่งอาทิตย์ สองอาทิตย์ ล่วงเลยมาหนึ่งเดือน

 

        เฮอร์ไมโอนี่เริ่มหากิจกรรมมาทำตั้งแต่เริ่มเข้าวันที่สาม แน่นอนว่ายืนหนึ่งสำหรับเธอก็คืออ่านหนังสือ จากนั้นก็เริ่มที่จะมีการซื้อขนมเจ้าอร่อยมาบ้าง ตอนแรกก็กินคนเดียวและต่อมาก็แบ่งให้เขากินด้วย

 

        ไม่รู้ว่าที่เป็นอยู่นี่นับว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ เพราะในเวลาที่ดำเนินไปทุกวัน ทุกวันและทุกวัน...เฮอร์ไมโอนี่ค่อยๆ ลืมเรื่องของรอน

 

         แน่นอนว่าไม่ได้ลืมในความหมายสูญเสียความทรงจำแต่อย่างใด เธอยังจำได้ถึงเรื่องราวทั้งหมด ความรัก ความเจ็บปวด การหักหลังและความผิดหวัง ทว่าเธอไม่ได้เศร้าอีก

 

        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวลาหรือเพราะมัลฟอย...น่าตลกนิดหน่อยแต่ไม่ได้แย่

 


Darling, don't be afraid

 

 

       ความเคยชินช่างน่ากลัว

 

        ประโยคนี้เธอเพิ่งทำความเข้าใจมันได้อย่างแจ่มแจ้งเมื่อเจอกับตัวเอง เกือบสองเดือนเข้าไปแล้วที่เธอมาพบกับมัลฟอยตรงสวนสาธารณะ

 

         ไม่มีการพูดคุย เมื่อเจอหน้าเพียงแค่มองตาทักทายและแยกย้ายอยู่ในโลกของตัวเอง เคยชินที่เมื่อมองทางหางตาจะเห็นอีกฝ่าย เคยชินที่จะแบ่งปันของทานเล่นเล็กๆ น้อยๆ เคยชินที่จะยืนรอในเวลาที่อยากแยกย้าย เมื่อเขาลุกขึ้นเธอก็เดินออกมาไม่จำเป็นต้องมีคำล่ำลาแต่ทว่าก็รู้อยู่แก่ใจว่าวันพรุ่งนี้ต้องเจอกันอีก

 

         สงสัยเมื่อวานคงเดาผิดไปหน่อย

 

        หน้าปัดนาฬิกาชี้บอกเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่ม สวนสาธารณะไร้วี่แววของใครบางคนที่เธอคุ้นหน้าอยู่ทุกวันในช่วงนี้

 

        บางทีอาจติดธุระ...

 

        แสงบนท้องฟ้าหมดไปแล้ว ความมืดเริ่มคืบคลานพอๆ กับเวลาที่เดินเลยเจ็ดไปไกลขึ้นทุกที...ทุกที

 

        เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจ เธอถอดหูฟังของวอร์คแมนออกและเก็บข้าวของทั้งหนังสือ ทั้งพายที่เย็นชืดเตรียมตัวกลับบ้าน

 

 

I have loved you for a thousand years

 

 

        สองวันแล้วที่ไร้วี่แววของอีกฝ่าย พายที่เธอทำมาดูท่าจะน้อยใจอีกแล้วเป็นวันที่สอง

 

        เข็มวินาทีปัดผ่านตัวเลขไปครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้เธอรอนานกว่าเมื่อวานอีกหน่อย สุดท้ายก็เหมือนเดิม

 

        สงสัยคงเบื่อที่จะมาแล้วกระมัง

 

        วันนี้พายเย็นชืดไม่ต้องน้อยใจไป มันถูกจัดการโดยคนทำอย่างเฮอร์ไมโอนี่ที่เคี้ยวอย่างเกรี้ยวกราดนิดหน่อย

 

        ลมหายใจพลั่งพรูหนักหน่วง

 

        “คนบ้า” เธอพึมพำ

 

       “ใครบ้าเหรอเกรนเจอร์”

 

        !” ดวงตาสีเฮเซลเบิกกว้างพร้อมกับตอนที่หันกลับไปมองด้านหลัง แสงที่เหลือน้อยนิดและมาไม่ถึงจุดที่เขาอยู่ทำให้เดรโกดูทะมึนจนเธอมองไม่เห็นหน้า

 

       ทว่าท่าทาง เสียงหอบหายใจ น้ำเสียงสั่นๆ ตอนที่พูด ทุกอย่างดูจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเขากำลังเหนื่อยอยู่...เหมือนกับรีบวิ่งมา

 

        หญิงสาวมองตามร่างชายหนุ่มที่เดินอ้อมมานั่งที่ประจำของเขา ตรงนี้มีแสงไฟส่องมาถึงทำให้เธอสามารถมองเห็นได้ว่าตัวเขานั้นมีเหงื่อโชกแค่ไหน...อย่างมัลฟอยเนี่ยนะ?

 

        ความเงียบเข้าปกคลุมเหมือนกับทุกที ต่างก็แต่ตรงที่เธอหันไปจ้องเขาอย่างโจ่งแจ้งและเดรโกนั่งเอกเขนกหายใจหอบเหนื่อยหมดมาดคุณชาย

 

        “บริษัทยาฉันมีปัญหาเพราะพวกน่ารำคาญ กว่าจะเคลียร์ได้ก็เสียเวลาพอดู”

 

        “อ๋อ”

 


I'll love you for a thousand more

 

 

    เดรโกเล่าให้หญิงสาวฟังว่าหลังจากที่จบจากฮอกวอตส์ เขาตัดสินใจที่จะปฏิเสธการเดินตามรอยเท้าของพ่ออย่างลูเซียส มัลฟอยและเปิดบริษัทผลิตยาส่งขายให้กับเซนต์มังโก

 

       แม้ว่ามัลฟอยคนพ่อจะไม่พอใจนัก แต่เดรโกก็ยังยืนหยัดที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองเลือก

 

       และที่เขาหายไปเกือบสองวันนี่ก็เพราะว่าบริษัทเขามีปัญหานิดหน่อย แน่นอนว่าตอนนี้ปัญหาที่ว่านั่นถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้ว

 

       “อะไรหรอเกรนเจอร์” เดรโกถามเสียงยานคางเมื่อเฮอร์ไมโอนี่มีท่าทีชะงัก

       “เปล่า ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเราคุยกันยาวมาก” เพราะทุกวันทั้งเธอและเขาไม่เคยเปิดปากคุยกันเลย

 

       “หึๆ ถ้าฉันไม่พูดอะไรเลย ใครบางคนก็จะงอน คิดว่าฉันเบื่อที่จะมาแล้วก็จะหนีกลับไปก่อนน่ะสิ” ดวงตาสีเทาจ้องมองเธอเหมือนล่วงรู้ความคิดก่อนหน้า

 

       “ใครคิดแบบนั้นกัน ไม่มีสักหน่อย” เธอเบะปากแล้วหันหน้าหนี

 

        “อย่าห่วงเลยเกรนเจอร์ ฉันไม่เบื่อหรอก” ไม่เบื่อเลย

 

       “อันที่จริงถ้าเกิดนายจะเบื่อก็ไม่แปลกเท่าไหร่นี่” เธอยักไหล่ทำให้เขาเลิกคิ้วหันมามองเธออีกครั้ง

 

        “ทำไมคิดอย่างนั้น”

 

       “เราไม่เคยคุยกันเลย อันที่จริงมันเป็นเรื่องประหลาดนะ ที่คนสองคนเจอกันทุกวันแต่ไม่เคยปริปากพูดคุยกัน” เสียงหัวเราะขลุกขลักดังอยู่ในลำคอของสาวเจ้า เรื่องนี้พูดไปแล้วคงไม่มีใครเชื่อหรอกว่าพวกเขาทั้งสองคนทำอย่างนั้นมาเกือบสองเดือน

 

        “ก็ไม่ได้แย่ไม่ใช่หรอ” เดรโกพูดยานคางมุมปากติดรอยยิ้ม

 

       “ใช่ ไม่เลวเลย” รอยยิ้มกว้างที่ไม่ได้ปรากฏมานานผลิกว้าง ราวกับโลกทั้งใบสดใสขึ้นทันใด ดวงตาสีเฮเซลหยีเป็นจันทร์เสี้ยวสื่อถึงความจริงใจอันมากล้น

 

 

Time stands still

 

 

     หลังจากนั้นก็คล้ายกับว่าระหว่างทั้งสองจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ประกอบด้วยเรื่องเล็กๆ สัพเพเหระ เรื่องวอร์คแมนที่เขาสงสัยว่ามันคืออะไร เรื่องเพลงที่ช่วงนี้เธอติด ไปจนถึงเหตุการณ์ในโลกเวทมนตร์ได้ถูกนำมาพูดคุยโดยทั้งสอง

 

        แลกเปลี่ยนความคิดกันบ้าง ถกเถียงกันบ้างแต่โดยรวมๆ แล้วคือทั้งคู่คุยกันทุกวัน

 

       พายที่สองครั้งน้อยใจไป ครั้งที่สามมันก็ถูกทำขึ้นมาใหม่และนำมาให้กับเดรโกชิม เขาชมว่าอร่อยซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจอยู่บ้าง...ทว่าเฮอร์ไมโอนี่กลับรู้สึกดี

 

       จากที่เอาแต่นั่งอยู่ม้านั่งริมสระ ทั้งคู่ก็เริ่มที่จะชวนกันลุกไปเดินเล่นชมสวนสาธารณะในวันหนึ่ง

 

        “อันที่จริงฉันสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วมัลฟอย อะไรที่ทำให้นายมาอยู่ในเขตมักเกิ้ลแบบนี้? มัน...น่าเหลือเชื่ออยู่นะ” เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้นระหว่างที่กำลังเดินทอดน่องไปตามถนนเส้นเล็กในสวนสาธารณะ

 

        “ก็...แค่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ” เดรโกคล้ายจะหยุดคิดไปนิดหนึ่ง

 

        “หรอ” เธอพยักหน้าไม่เซ้าซี้ต่อแม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆ กับเหตุผลที่เขากล่าวอ้าง

 

       “ว่าแต่เธอเถอะ มาหาฉันทุกวันแบบนี้เจ้าวีเซิลไม่ว่าเอารึไง” เขาเลิกคิ้วถามเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจลุ้นระทึก

 

        “ใครเขามาหานายกัน!” หญิงสาวคว่ำปากหมั่นไส้ก่อนจะเปลี่ยนมายักไหล่ “รอนไม่มีสิทธิมาว่าอะไรฉันนี่”

 

         “เธอเลิกกับวีสลีย์” เฮอร์ไมโอนี่สาบานได้มาเห็นอาการเกร็งของริมฝีปากเขา...อะไรล่ะนั่น เหมือนจะยิ้มเลยไม่ใช่เหรอ

 

       “เขานอกใจฉัน” ลมหายใจพรั่งพรู ทว่าไร้ซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเหมือนในอดีต มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนเธอจะด่าคนที่พูดถึงว่างี่เง่าและห่วยแตกเพียงเท่านั้น

 

       “โอ้ว ทำไมฉันไม่แปลกใจกันนะ” เดรโกห่อปากผิวเป็นเสียงออกมา “เสียใจไหม” ท่าทีเขาเปลี่ยนไปเมื่อถามประโยคนี้ เขาดูสงสัย สนใจ คาดหวังและ...ห่วงใย

 

       “เคย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” เฮอร์ไมโอนี่ยักไหล่อีกครั้ง

 

        “นั่นเยี่ยมเลยเกรนเจอร์” รอยยิ้มสมใจและชมเชยปรากฏขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมแต่เฮอร์ไมโอนี่กลับหัวเราะ...หัวเราะอย่างผ่อนคลาย

 

       “เธอเก่งมาก”

 


Beauty in all she is

 

 

     เดรโกเคยคิดว่าการเกิดมาเป็นเลือดบริสุทธิ์แถมยังเกิดในตระกูลมัลฟอยนั้นเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและโชคดีเป็นที่สุด ทว่าก็มีช่วงเวลาที่เขาไม่ได้ยินดีกับมันเอาเสียเลย

 

       ความคิดแบบนั้นมันเกิดขึ้นตอนไหน เดรโกรู้ดีอยู่แก่ใจ

 

       หลังจบสงครามเหรอ? ไม่!...เร็วกว่านั้น

 

        เส้นผมสีเฮเซลนัทฟูฟ่องที่มักสะบัดอย่างแข็งขันสดใสตามการเคลื่อนไหวของเจ้าตัว ดวงตาสีเดียวกันนั้นมักเปล่งประกายหลากหลายอารมณ์ตามสถานการณ์

 

        บางทีอวดเก่ง บางทีวางอำนาจ บางทีก็สดใสหรือบางที...ก็อ่อนโยน

 

        ที่ไม่น่าพึงพอใจเลยอาจจะเป็นในเวลาที่ดวงตาคู่นั้นฉายแววเศร้าสร้อยหรืออ่อนแอ เดรโกเคยเชื่อมั่นว่าแววตาแบบนั้นคือสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด...จวบจนวันหนึ่ง

 

        วันที่ดวงตาคู่นั้นเริ่มเปลี่ยนไป อ่อนหวาน อ่อนโยน เต็มเปี่ยมด้วยความรัก บางทียังแข็งกระด้างเพราะความหึงหวง...เดรโกไม่ชอบและเกลียดมัน

 

        เพราะนั่นมันไม่ได้มีไว้เพื่อเขา

 

        ตั้งแต่ปีห้า ทายาทมัลฟอยก็รู้ตัวแล้วว่าสาวต่างบ้านแถมยังเป็นคู่อริคนนี้ช่วงชิงความสนใจของเขาไปได้อย่างมหาศาล ความสนใจนั่นมันมีมากเพียงพอที่จะเป็นความรัก

 

       ทว่าก็จนใจ ทั้งเรื่องสายเลือด เรื่องฐานะคู่อริ แถมยังมีเรื่องของตระกูลเขากับดาร์กลอร์ดที่มากพอจะทำให้เขาและเธอมีสถานะเป็นศัตรูกัน

 

        เดรโกคิดว่าความรักครั้งนี้ของเขาคงเป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝัน เป็นเรื่องความหวังที่ไม่เคยมีและจะไม่มีวันเป็นจริง

 

        จวบจนวันหนึ่งก็คล้ายจะมีโอกาส...ราวกับว่าใครจุดติดไฟที่เคยดับไปแล้วขึ้นมาใหม่

 

       เดรโกมาที่สวนสาธารณะของพวกมักเกิ้ลอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน นั่นอาจเป็นเพราะจู่ๆ เขาก็เกิดคิดถึงใครบางคนที่ไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันตั้งแต่จบสงครามและต่างก็เรียนจบจากฮอกวอตส์

 

        เขารู้ว่าเขามันเป็นไอ้บ้า พาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางพวกมักเกิ้ลเพียงเพื่อให้มันเป็นตัวแทนของการระลึกถึงใครบางคน

 

       แต่ก็เพราะแบบนั้นเอง เขาถึงมีโอกาสได้เจอเธออีกครั้ง...เฮอร์ไมโอนี่

 

     ในครั้งแรกที่ได้สบตา เขาทั้งตื่นเต้น ตกใจ ดีใจหรือแม้แต่ประหลาดใจ พอรู้ตัวอีกทีก็ไปดักหน้าเธอราวกับร่างกายมันขยับเองเสียอย่างนั้น

 

        เขาไม่รู้ว่าเธอไปเจอเรื่องอะไรมา แต่ก็คิดว่ามันคงไม่น่าอภิรมย์นักเพราะดวงตาคู่สวยของเธอมันทอประกายความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

       ตลอดเวลาที่ผ่านมา เดรโกเฝ้ารอที่จะได้มาเจอกับเธอในเวลาเย็นของทุกวัน ทำแบบนี้อยู่ซ้ำๆ ไม่ได้พูดกับเธอ ทั้งที่อยากจะพูดใจจะขาด ไม่ได้ถามถึงสาเหตุความเศร้า ทั้งๆ ที่ก็อยากจะรู้อยู่ตลอดเวลา

 

        ทว่าเดรโกก็พึงพอใจ เพราะในทุกๆ วันความเศร้าของเธอก็ค่อยๆ เจือจางลงจนในที่สุดมันก็ไม่หลงเหลืออยู่อีกเลย

 

        และวันหนึ่งบริษัทของเขาก็มีปัญหา มันเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ และแสนจะน่ารำคาญ เขาจัดการมันได้อย่างแน่นอน มันไม่มีอะไรน่ากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทว่าเขานั้นกังวลกับอีกเรื่องนั่นก็คือ...เธอจะไม่รอเขาอีกแล้ว

 

        เดรโกรีบบึ่งไปที่นั่นเมื่อเสร็จงาน เขารีบเร่งวิ่งสุดฝีเท้าอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แม้พวกมักเกิ้ลหลายคนจะมองเขาทว่าเขาก็ไม่สนใจ

 

        เกือบไป...เกือบไม่ทัน

 

        เขาดีใจที่มาทันแม้ว่าอีกนิดเดียวเธอก็คงจะกลับไปแล้ว หลังจากนั้นเขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

 

        ไม่รู้สิ เขาแค่รู้สึกว่าหากไม่เล่า หากไม่อธิบาย เธออาจจะโกรธและไม่มาอีกก็ได้

 

        หลังจากนั้นก็เหมือนจะเป็นการปลดล็อค ทั้งเขาและเธอต่างก็เริ่มที่จะคุยกันมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน

 

        ถ้ารู้อย่างนี้เขาคงรวบรวมความกล้าชวนเธอคุยตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

 


I will be brave

  

 

       เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มมากขึ้นทุกวัน เธอดูมีความสุขดีจนเพื่อนร่วมงานสงสัยว่าหญิงสาวมีวิธีดีๆ อะไรในการลืมแฟนเก่าที่นอกใจเธอ

 

         “มีความสุขเชียว มียาดีอะไรบอกหน่อยสิ” ปาราวตีแซวพร้อมกับใช้ไหล่แซะไหล่เธอเบาๆ อย่างหยอกล้อ

 

         “เปล่านี่ ไม่มีอะไรสักหน่อย” เฮอร์ไมโอนี่เฉไฉ

 

        “ไม่เอาน่า อย่าอุบเงียบคนเดียวสิ ใครๆ ก็รู้ว่าช่วงนี้เธอมีความสุขขึ้นทุกวันหลังจากเจอเรื่องห่วยแตกนั่น” หญิงสาวหน้าคมเลือกที่จะเลี่ยงการพูดตรงๆ ถึงเรื่องที่รอนนอกใจเฮอร์ไมโอนี่

 

        “ไม่ได้อุบสักหน่อย ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก ก็แค่...” เธอเงียบไป

 

        “ฮั่นแน่ มีเขินด้วย อ่ะ ไม่บอกก็ไม่บอก แต่ถ้ามีข่าวดีเมื่อไหร่ก็เล่าสู่กันฟังบ้างนะ” ปาราวตีถอยทัพ เธอหรี่ตาแซวและเดินจากไป

 

        เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าเบาๆ และคลี่ยิ้มบาง ในหัวของเธอคิดย้อนถึงเรื่องที่ปาราวตีพูดเมื่อครู่

 

         ยาดีหรอ? คงใช่มั้ง

 

 

 

       หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยไม่สร่างก้าวเดินฉับๆ ภายในตรอกไดแอกอนเพื่อไปซื้อวัตถุดิบปรุงยาที่ต้องการ

 

        เธอพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเลี่ยงไม่เฉียดเข้าใกล้ร้านเกมกลวีสลีย์ แต่เหมือนเมอร์ลินจะไม่เป็นใจเท่าไหร่...

 

        “เฮอร์ไมโอนี่” รอนเสียงชื่อเธอเสียงแผ่ว

 

        หญิงสาวเจ้าของชื่อทำหน้านิ่ง เธอมองหน้าเขาชัดๆ เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง

 

       โกรธ ผิดหวัง...แต่ไม่เสียใจแล้ว ไม่เจ็บเลย

 

       โอเค เธอตัดใจจากเจ้าคนห่วยแตกนี่ได้แล้ว

 

       “สวัสดีโรนัลด์” รอนทำสีหน้าสับสนเมื่ออดีตคนรักทักเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอดูห่างเหินและไร้อารมณ์ใดๆ โดยสิ้นเชิง

 

       “เธอสบายดีหรอ” ให้ตาย! นี่เขาถามคำถามงี่เง่าอะไรกัน

 

       “โอ้ดี ดีมากเชียวล่ะ หลังจากที่เลิกกับนาย” และได้เจอใครบางคน

 

       รอนทำสีหน้าบิดเบี้ยว เขาดูเจ็บปวดและรู้สึกผิด “ฉันขอโทษ”

 

        “อืม” เธอพยักหน้ารับง่ายๆ ทำให้อีกฝ่ายใจชื้น รอนยิ้มออกมาเหมือนมีความหวัง

 

        “เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?” เขาจ้องมองเฮอร์ไมโอนี่อย่างคาดหวังทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าเหลือเชื่อ

 

        “นายพูดเรื่องตลกอะไรอยู่” กลับไปหาคนที่ทรยศตัวเองทั้งๆ ที่เธอกำลังรู้สึกดีกับอีกคนเนี่ยนะ

 

        “ตลกหรอ?” เขาทวนเสียงสูง

 

       “ใช่แล้ววีเซิล นั่นมันตลกมาก”  เสียงยานคางอันคุ้นเคยโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งเล็กๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงท่อนแขนแกร่งที่โอบเอวเธอ!

 

        “มัลฟอย!” รอนคำราม “แกกำลังทำบ้าอะไรของแก”

 

        “ตาถั่วหรอวีสลีย์” เดรโกเลิกคิ้วกวนๆ หลังจากเลิกงานเขาก็มาเดินเล่นที่ตรอกไดแอกอนสักหน่อยก่อนที่จะไปที่สวนสาธารณะอย่างที่เคยๆ ใครจะคิดล่ะว่าจะได้มาเจอฉากวีสลีย์งี่เง่าขอคืนดีกับแม่สาวเกรนเจอร์

 

        “แกมายุ่งอะไรกับเฮอร์ไมโอนี่” สายตาแข็งกร้าวมองไปยังมือที่โอบเอวเฮอร์ไมโอนี่...ทำไมเธอถึงยอมให้มันโอบ!

 

        อนึ่งเฮอร์ไมโอนี่แค่กำลังงง...เขาโผล่มาได้ยังไง?

 

        “แล้วแปลกตรงไหนที่ฉันจะยุ่งกับเธอ” ชายหนุ่มผมบลอนด์เลิกคิ้ว เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อมดแม่มดคนอื่นๆ เริ่มที่จะหันมามองกัน

 

        “แกมีสิทธิอะไร” รอนกำหมัดแน่น

 

        “โฮ่!  ฉันมีสิทธิมากกว่าแกแน่วีเซิล เพราะแกคือแฟนเก่าที่ทรยศเธอ ส่วนฉัน...คือแฟนใหม่ที่ดูแลเธอได้ดีกว่าแก” อยากได้เธอคืนหรอ? ฝันไปเถอะ

 


I will not let anything, take away

 

 

      รอนช็อก...ช็อกมากด้วย!

 

        อืม เฮอร์ไมโอนี่ก็ช็อก งง สงสัย จนกระทั่งถูกเดรโกพามาสวนสาธารณะเธอก็ยังปะติดปะต่ออะไรไม่ได้เลย

 

        “มัลฟอย!” หญิงสาวขืนตัวไว้เมื่อรู้ตัว ทำให้เขาที่กำลังจูงมือเธออยู่ต้องหยุดด้วย

 

       “เดรโกก็ได้”  เขาบอกยานคางเช่นเคย

 

       “อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนั้นน่า! ที่พูดกับรอนน่ะมันหมายความว่ายังไง” เฮอร์ไมโอนี่จิ๊ปากแล้วพูดถึงเรื่องชวนช็อกเมื่อครู่

 

        “หืม? ยังไม่เข้าใจอีกหรอ” เดรโกส่ายหน้า...เห็นได้ชัดว่าสมองอันชาญฉลาดของหญิงสาวก็มีช่วงเวลาที่ทึ่มทื่ออยู่เหมือนกัน

 

         “...”  เธอเงียบพยายามจะคิดตามที่เขาพูด

 

        “คิดสิเฮอร์ไมโอนี่ ใช้สมองอันชาญฉลาดคิดว่าฉันพูดแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง” เขากระตุ้นและเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ

 

        “นาย...”

 

 

standing in front of me

 

 

      “อยากแกล้งรอน?”

 

        “ให้ตายเถอะ!” เดรโกสบถ...แม่คุณเอ๊ย

 

        เฮอร์ไมโอนี่มองท่าทางนั้นยิ้มๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ซึ่งฉุดรั้งความสนใจของเขาให้กลับมาเป็นของเธออีกครั้ง

 

        เดรโกหรี่ตามองท่าทางนั้น “เธอแกล้งโง่ใช่ไหมเฮอร์ไมโอนี่”

 

        “ให้ตาย นายใช้คำรุนแรงจัง”  เฮอร์ไมโอนี่ยิ้ม “นายรู้รึเปล่าว่าความรู้สึกแบบนี้มันอาจมีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างสำหรับเรา”

 

         เขายักไหล่ “ต้องสนใจด้วยหรอ  ตอนนี้ฉันมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฉันไม่เชื่อฟังคำสั่งของพ่อตั้งแต่จบสงครามแล้ว”

 

        “จริงเหรอ?” เธอแปลกใจ

 

        “แปดปีเฮอร์ไมโอนี่” เขาเปรย

 

        “?”

 

       “แปดปีที่ฉันเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อเธอ” และเขาก็จะไม่เก็บอีกต่อไปแล้ว

 


Every breath, every hour has come to this

 

 

        สายลมหอบหนึ่งพัดผ่านมา เส้นผมสีเฮเซลปลิวสยาย เธอดูสดใสพอๆ กับรอยยิ้มที่ฉาบเคลือบใบหน้า

 

        “น่าซึ้งใจจัง”

 

        “ต้องแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” เดรโกเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ เฮอร์ไมโอนี่หมดสิทธิหลบหนีเพราะมือเธอยังถูกกอบกุมอยู่ วันนี้เธอไม่ได้เอาวอร์คแมนมาด้วย ทว่าเสียงเพลงโปรดกลับดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง คาดว่าจะเป็นใครสักคนที่ชอบเพลงนี้เหมือนกันเปิดฟังขณะนั่งปิกนิกหรือทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง

 

        ดวงตาสองคู่สบประสานกัน

 

 

One step closer

 

 

         “รับรักฉันได้ไหมคนดี”

 

 

I have died everyday, waiting for you


Darling, don't be afraid, I have loved you for a thousand years


I'll love you for a thousand more

 

And all along I believed, I would find you


Time has brought your heart to me

 

 I have loved you for a thousand years


I'll love you for a thousand more

 

 

       เข็มวินาทีผ่านไปพร้อมๆ กับบทเพลงและการรอคอย

 

 

One step closer

.

.

.
One step closer

 

 

       I have died everyday waiting for you” ริมฝีปากของเธอเอื้อนร้องตามทำนองของเพลงที่ลอยตามลมมา เดรโกมองภาพนั้นยิ้มๆ และหัวใจพองโต เขาไม่ปฏิเสธที่จะมองตาเธอตอบ


      
Darling, don't be afraid, I have loved you for a thousand years เสียงหวานกังวานใส


      
I'll love you for a thousand more” เสียงร้องเพลงที่เป็นเหมือนการตอบรับและบอกความในใจดังเรียกคนที่ผ่านไปผ่านมาให้หันมามองได้ไม่น้อย และแล้วเรื่องเหลื่อเชื่อของเฮอร์ไมโอนี่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง...

 

       And all along I believed, I would find you Time has brought your heart to me, I have loved you for a thousand years เดรโกยิ้มหลังร้องเพลงจบ...เขาถึงขนาดไปฟังเพลงของมักเกิ้ลเพราะรู้ว่าเธอชอบเพลงนี้

 

        “คบกับฉันนะเฮอร์ไมโอนี่”

 

 

 


I'll love you for a thousand more

.

.

.

.

Fin



     #อาจจะงงๆ หน่อยนะคะ เพราะไรท์ก็แต่งแบบงงๆ 

       #สนองนี้ดตัวเองล้วนๆ


By เงาลดา

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เงาลดา จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 Tery2006 (@Tery2006) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:02
    ฟินมากเขินมากและเคมีเข้ากันมากกกกก
    งงนิดนึงตรงที่เราแปลภาษาอังกฤษไม่ได้​ แหะๆ
    #9
    2
    • #9-1 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 1)
      3 ตุลาคม 2562 / 17:00
      มันเป็นเพลงค่ะ อันที่จริงก็แค่อยากสร้างบรรยากาศประมาณว่าในเรื่องมีเพลงคลอตลอด (ไรท์คิดไปเอง) มีแปลอยู่หน้าหลักก่อนหน้าเนื้อเรื่่องนะคะ
      #9-1
    • 10 พฤศจิกายน 2562 / 16:24
      ค่าาาาาาา
      #9-2
  2. #8 PrincesZ O_O (@2477) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 19:45
    น่าร้ากกกก
    #8
    1
  3. วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 19:32
    ฟินนนมากกกกก น่ารักมากกกกก
    #7
    1
  4. วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:24

    โอ๊ย ดีต่อใจ ฟินๆอยากให้ไรท์แต่งคู่นี้อีกจัง

    #6
    1
    • 18 มิถุนายน 2562 / 06:02
      แต่งค่า ตอนนี้มีอีกเรื่อง "My girl เธอเป็นของฉัน" แล้วก็มีเรื่องที่กำลังวางพล็อตอยู่ น่าจะได้อัพลงเร็วๆ นี้ค่ะ^^
      #6-1
  5. #5 Beam Supattra (@beam-supattra) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:37
    ภาษาดีมากๆเลยค่ะ ตามอ่านมาสองเรื่องแล้ว ชอบมากกก
    #5
    1
    • #5-1 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 1)
      20 พฤษภาคม 2562 / 06:00
      งู้ย ขอบคุณค่ะ^^
      #5-1
  6. #4 Charlotte.P (@plo-yploy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 03:49
    แง้ เขินน
    #4
    1
    • #4-1 เงาลดา (@lada01) (จากตอนที่ 1)
      19 พฤษภาคม 2562 / 05:46
      หุๆ ดีใจที่ชอบค่ะ
      #4-1
  7. #3 MewMuseHp (@MewMuse007) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 19:38
    น่ารักมากกกก
    #3
    1
  8. วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:43

    ดีค่ะ ดีมากเลย หวานๆโรแมนติก ชอบค่ะ

    #2
    1
  9. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 19:23

    โอยยยย ชอบมากกก ขอคู่นี้สักเรื่องเถอะค่ะ ดีต่อใจมากกก

    #1
    1
    • 13 พฤษภาคม 2562 / 19:49
      มีค่า ตอนนี้มีแพลนไว้สองสามเรื่อง ขอเวลาคิดพล็อตหน่อยเน้อ
      เรื่องค่ำคืนนี้...ที่ยังมองไม่เห็นดาวก็มีคู่นี้นะคะ เป็นคู่รอง สนใจมั้ยเอ่ย
      #1-1