Shake it เขย่า(ขย่ม)รักให้ตรงล็อก(ํYaoi)

ตอนที่ 2 : คนขี้แกล้ง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มี.ค. 59

Shake it เขย่า(ขย่ม)รักให้ตรงล็อก

STORY 1 : คนขี้แกล้ง

: ป้าไสย :

 



2

คนขี้แกล้ง

 

 

 

<วิทยาลัยW : 8.30 น.>

               

                “ทำไมต้องเรียกรวมแต่เช้าด้วยวะ ห่าเอ๊ย!


                สายลมสบถออกมาตลอดทางที่เดินข้ามสะพานเหล็กเพื่อเข้าวิทยาลัย วันนี้จริงๆแล้วห้องของเขามีเรียน10.25 น. ไม่จำเป็นต้องรีบมาก็ได้แต่เพราะอยู่ๆหัวหน้าห้องก็ส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มตอน7โมงกว่าๆบอกว่า วันนี้รุ่นพี่เรียกรวมสาขาให้มาก่อน8.30น. เพื่อนในห้องที่ตื่นเช้าเลยต้องส่งข้อความไลน์ หรือโทรตาม โทรปลุกเพื่อนคนอื่นๆให้รีบแต่งตัวมาที่วิทยาลัยไม่อย่างนั้นจะโดนทำโทษx2 เพราะเมื่อวานก็มีคนโดดประชุมเยอะ ถ้าวันนี้ยังมาเข้าน้อยอีกระเบิดคงจะลงกลางหัวแน่ๆ



                “เออใช่ เรียกรวมห่าไรไม่นัดล่วงหน้า คนมันก็ไม่ได้เตรียมตัวปะ ดีนะที่ไอ้เต้โทรมาตาม” แบงค์พูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของสายลม



                “ว่าแต่เต้ ปกติมึงตื่นเช้าขนาดนี้เลยหรอวะ มึงโทรมาบอกไวกว่าในไลน์ซะอีก” สายลมถามขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ ก่อนที่ข้อความไลน์จะเด้งขึ้นเรียกรวมตอนเช้า  เต้เป็นคนโทรมาบอกให้เตรียมตัวหลังจากนั้น20นาทีเสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มห้องก็ดังขึ้น



                “ก็ไอ้พี่เบนซ์มันบอกกูไว้ตั้งแต่เมื่อวานละ แต่กูลืมบอกพวกมึง โทษทีว่ะ” เต้บอกพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆมาให้ สายลมหรี่ตามองเพื่อนตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าไปสนิทชิดเชื้อกับรุ่นพี่คนนั้นตอนไหน แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป



                “ยังไม่ได้แดกข้าวเลยว่ะ หาไรกินข้างนอกก่อนมะ” สายลมถามขึ้นขณะก้าวลงบันไดสะพาน



                “กินข้างในก็ได้มั้งมึง” เต้บอก



                “ถ้ามึงเข้าไปตอนนี้ไม่ได้แดกหรอก ดูด้วยว่าเขากำลังยืนรวมกันอยู่” สายลมชี้ไปหน้าทางเข้าวิทยาลัยที่สามารถมองเห็นกลุ่มนศ.ของสาขาตัวเองกำลังยืนจัดแถวกันอยู่กลางสนามท่ามกลางแดดร้อน



                “แต่ไอ้เจมส์กับไอ้กอล์ฟมันเข้าไปแล้วนะมึง เข้าเหอะ” แบงค์พูดพร้อมกับดันไหล่เพื่อนทั้งสองคนให้เดินเข้าวิทยาลัยไป



                “เออๆเข้าก็ได้วะ หงุดหงิดชิบ” สายลมบ่นออกมา


ทั้งสามคนเดินเข้าไปนั่งในแถวห้องของตัวเองพร้อมกับเสียงเหน็บแนมจากรุ่นพี่เนื่องจากเรียกรวมแล้วเดินมาเข้าแถวช้าแถมมีจำนวนคนมาสายเยอะอีก เรียกได้ว่าโดนบ่นจนหูชากันไปข้างหนึ่ง



“น้องที่ไม่เข้าประชุมเมื่อวาน ลุกขึ้นยืนด้วยครับ” หลังจากที่ได้อธิบายกิจกรรมทั้งหมดที่จะจัดขึ้นอาทิตย์หน้า เสียงคำสั่งของรุ่นพี่ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและแดดร้อนๆของประเทศไทย รุ่นน้องทุกคนหันมองหน้ากันแต่ไม่มีใครลุกขึ้นยืน


ลุกก็โดนสิวะ ใครจะโง่ลุกล่ะ


“รุ่นพี่สั่งไม่ได้ยินหรือไง ผมบอกว่าให้ลุกขึ้นยืน!” เสียงดุดันดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความโกรธประหนึ่งว่ารุ่นน้องตรงหน้าทำความผิดร้ายแรงมาก



“เอาไงมึงจะยอมลุกหรือจะหน้าด้านนั่งต่อไป”


กอล์ฟสะกิดหลังของสายลมให้หันมาแล้วพูดเสียงเบาเนื่องจากเมื่อวานทั้งกลุ่มมีคนเข้าประชุมคือเต้คนเดียวนอกนั้นโดดทั้งสามคน ทำให้ต้องรวบรวมความคิดว่าจะเอายังไงต่อไป



“มึงคิดว่ากูจะยอมลุกหรือไง อยากตะโกน อยากด่าเท่าไหร่ก็เชิญ กูไม่สะท้านบอกเลย” สายลมบอกก่อนจะสะดุดเข้ากับสายตาของรุ่นพี่อย่างเมฆาที่จ้องมาทางตัวเองไม่วางตา



“เ_ย.. มองกูอีกแล้ว” สายลมสถบเบาๆแล้วรีบหันหน้ากลับไปแล้วก้มหน้าลง



“ดี!ในเมื่อไม่มีใครลุก ถ้างั้นพวกคุณลุกขึ้น ผมบอกให้ลุกไงครับ!ทุกคน!!” เสียงตวาดดังลั่นสนาม ก่อนที่รุ่นน้องจะทยอยลุกขึ้นจนครบทุกคน



“พวกคุณจำไว้นะครับ ว่าที่โดนทำโทษวันนี้เป็นเพราะเพื่อนๆที่เห็นแก่ตัวของคุณ ทำผิดแต่ไม่ยอมรับผิด ไม่เข้าประชุม ทำให้เพื่อนๆคนอื่นเดือดร้อน” รุ่นพี่บอกเสียงเข้ม



“กางแขนแล้วเดินกระจายกันไปครับ บทลงโทษวันนี้คือยืนกระต่ายขาเดียวกลางแดดร้อนๆแบบนี้แหละ ไม่มีการพัก ไม่มีความสงสารหรือเห็นใจใดๆทั้งสิ้น!” หลังจากที่พูดจบก็ได้รับเสียงโห่ร้องออกมาอย่างกึกก้อง ให้ยืนกลางแดดแบบนี้เอาไม้มาตีหัวกันยังรู้สึกดีกว่าอีก



“เฮ้ย!!ไอ้พวกที่โดดเมื่อวานก็ออกไปข้างหน้าดิวะ แมนๆหน่อยสัส!” เสียงของไอ้แว่นคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงสนับสนุนว่าให้ออกไปข้างหน้าซะ ก่อนที่จะมีผู้กล้าตายเดินเสี่ยงชีวิตออกมากลางฝูงชนแล้วหยุดอยู่ด้านหน้าตามด้วยคนอื่นๆที่ตามมา



“ไอ้เ_ยแว่น!เลิกแถวเมื่อไหร่กูจะกระทืบให้แว่นแตกเลยสัส!!


สายลมพูดคาดโทษอย่างหงุดหงิดแล้วเดินกระแทกเท้าไปยืนเรียงหน้ากระดานพร้อมกับเพื่อนอีกสามคน หลังจากที่คิดว่าคนที่โดดออกมาข้างหน้าหมดแล้ว รุ่นพี่ก็ทำการปล่อยแถวให้คนอื่นๆแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมตามอัธยาศัยสำหรับปวส. ส่วนปวช.ก็ขึ้นห้องตามตารางเรียน



“ทำไมพวกคุณทั้ง22คนถึงไม่เข้าประชุมครับ ตอบ!!!” เสียงรุ่นพี่ตะโกนแผดเสียงจนดังลั่นสนาม ทำให้นศ.ที่เดินผ่านไปมาและที่อยู่บนอาคารเรียนหยุดและชะโงกหน้าออกมามอง รุ่นน้องที่บัดนี้ยืนอยู่กลางสนามก็ก้มหน้าลงทั้งร้อนแดดและอายเล็กน้อยกับสายตาที่มองมา



“ตอบสิครับ!ไม่ได้พกปากมาเรียนด้วยหรือไง ตอนคุยกับเพื่อนข้างๆคุยได้ แต่ทำไมเวลาตอบคำถามผมคุณถึงตอบไม่ได้ครับ!!” เสียงทุ้มตวาดขึ้น สายลมเบ้ปากมองบนอย่างไม่สบอารมณ์นักเพราะจำได้ดีว่าเสียงที่พูดอยู่เป็นเสียงของเมฆา ทำเป็นเข้ม!ไอ้ขี้เก๊ก



“ไม่ต้องเบ้ปากมองบนใส่ ผมก็รู้ว่าคุณกำลังหงุดหงิดมากแค่ไหน”


สายลมสะดุ้งออกมาทันทีเมื่อเมฆาพูดจบประโยค มันเหมือนกับท่าทางที่เขาแสดงออกมาเมื่อกี้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เจอกับเมฆาที่ยกยิ้มร้ายส่งมาให้



“ยืนอย่างนี้ไปจนกว่าจะถึงพักเที่ยง ถ้ามีใครเอาขาลงผมจะยืดเวลาไปจนถึงบ่ายโมง จำไว้”


เมฆาพูดบอกพร้อมกับเดินจัดท่าทางการยืนกระต่ายขาเดียวให้กับรุ่นน้องทั้ง22คน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งที่ยืนโซเซอยู่ท้ายแถว



“เป็นไง ดูท่าทางจะทรงตัวไม่ค่อยอยู่นะ” เมฆาบอกยิ้มขำกับการพยายามทรงตัวให้อยู่เฉยๆของคนตรงหน้า



“ฮึ่ย!จะไปไหนก็ไปได้มั้ยพี่ อย่ามากวนประสาทกันว่ะ” สายลมตอบแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น



“กูก็แค่จะเดินมาทวงของที่กูสั่งไว้”เมฆาตอบเสียงนิ่ง สายลมหันมามองหน้าแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย



“ของอะไรวะพี่ จำไม่ได้ว่ะ โทษที” สายลมตอบไปตามตรงเพราะตัวเขาเองลืมจริงๆ



“กูว่าแล้ว สมองมึงเคยจำอะไรได้บ้างมั้ยวะไอ้ลม” เมฆาพูดว่าออกมาพร้อมกับเขกไปที่หัวสายลมเบาๆ



“โอ้ย!พี่ ผมจะจำแต่เรื่องที่มันสำคัญเท่านั้นแหละ!” สายลมตอบเสียงขุ่น พยายามทรงตัวให้อยู่นิ่งๆ



“แล้วมึงจำได้มั้ยวะ ว่าเมื่อคืนกูพูดอะไรกับมึงบ้าง” เมฆาแกล้งแหย่อีกคนโดยการยื่นหน้าไปใกล้ ทำให้สายลมที่ทรงตัวไม่ค่อยอยู่ตกใจถอยหนีจนเผลอเอาขาอีกข้างลงพื้น



“เฮ้ย!น้องคนนั้นอ่ะ ขาลงพื้น ยืนยาวจนถึงบ่ายโมงนะครับ!


เสียงของรุ่นพี่ที่ยืนคุมตะโกนบอกเสียงดัง ทำให้สายลมรู้ว่าตัวเองเสียรู้ให้กับคนตรงหน้าซะแล้ว หันไปจ้องหน้าอีกคนอย่างเอาเรื่องแต่เมฆาเพียงแค่ผิวปากอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนที่ยืนดูรุ่นน้องอยู่ปล่อยให้ร่างโปร่งกัดฟันกรอดอย่างเคืองขุ่นในใจ



“แกล้งกูอยู่ได้!สักวันจะเอาคืนให้หนักเลยสัส...” สายลมตั้งปฏิธานกับตัวเองว่ายังไงก็จะต้องเอาคืนเมฆาที่แกล้งตัวเองให้ได้!

 

………………………………………..

 

                “มึงไหวมั้ยเนี่ย”


เต้ถามขึ้นหลังจากที่เห็นสายลมเดินเข้าห้องมาในคาบบ่ายด้วยสภาพอ่อนแรงและหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างหนัก



                “กูไหว แต่ขอพักแปป”


สายลมทรุดตัวลงนั่งแล้วแนบหน้าไปกับโต๊ะเรียนอย่างอ่อนเพลีย เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเช้าทำให้ไม่มีสารอาหารมาหล่อเลี้ยงและให้พลังงานกับร่างกายแถมยังต้องยืนตากแดดตั้งแต่ประมาณ9โมงกว่าจนถึงบ่ายโมง ยิ่งทำให้สายลมรู้สึกเวียนหัวและปวดท้องไปหมด



“กูว่ามึงไม่ไหวว่ะ กลับบ้านมั้ยกูจะไปส่ง” เจมส์บอกพร้อมกับแตะแขนและหน้าผากเพื่อนที่ร้อนจี๋



“เออมึงกลับไปเลยก็ได้นะ พวกกูจะจดงานไว้ให้ ยังไงวันนี้ก็ไม่มีอะไร” กอล์ฟพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย



“ตกลงวันนี้กูมาทำอะไรที่นี่วะเนี่ย เรียนก็ไม่ได้เรียน” สายลมบ่นอู้อี้ในลำคอไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนเพราะรู้สึกเวียนหัวอย่างหนัก



“โอเคตกลงว่ากลับ ถ้ามึงกลับช้ากว่านี้มึงได้นอนตายคาห้องนี่ล่ะ” แบงค์พูดเสริมแล้วดึงแขนสายลมให้ลุกขึ้น



“ก็ได้ กูจะกลับเอง ฝากงานด้วยล่ะกัน”


สายลมพยุงตัวเองลุกขึ้นสะพายกระเป๋า บอกลาเพื่อนแล้วเดินออกจากห้องไปโดยที่คราวนี้ไม่ลืมเขียนใบลาป่วยไปให้อาจารย์ประจำชั้นเซ็นต์แล้วนำไปยื่นให้ครูเวรหน้าวิทยาลัยเพื่อกลับบ้าน



“มึงออกมาทำไม ยังไม่เลิกเรียนไม่ใช่หรือไง”


เมฆาที่กำลังสวมหมวกกันน็อคเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นสายลมเดินมาทางที่เขายืนอยู่



“ไอ้ลม กูถามมึงไม่ได้ยินหรือไง หูหนวกหรอวะ” เมฆาที่เห็นอีกคนนิ่งเงียบไม่ตอบถามขึ้นก่อนจะจับแขนสายลมไว้ เมฆารับรู้ถึงไอความร้อนที่ออกมาจากร่างอีกคน ไม่สบาย?



“...................”  สายลมไม่ตอบอะไรแค่ยืนอยู่นิ่งๆฟังอีกคนพูด เพราะไม่มีแรงจะเอ่ยปากเถียงด้วยแล้ว



“กูจะไปส่ง ใส่ซะ”


เมฆาบอกพร้อมกับยื่นหมวกกันน็อคอีกใบให้สายลม ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้าที่ไม่หือไม่อือยืนนิ่งเหมือนกับหุ่นยนต์ มันน่าจับมาตีนักเชียว



“เด็กน้อยชิบหาย ตากแดดแค่นี้ก็ตัวร้อนไม่สบาย อ่อนว่ะ”


เมฆาพูดว่าอีกคนอย่างอดไม่ได้ ทำให้คนที่เขาใส่หมวกกันน็อคให้มองค้อนกลับมาแต่ก็ยังคงไม่ยอมปริปากพูดอยู่ดี



“ยัง ยังไม่พูดอีก อมขี้ไว้ในปากสินะ ถึงว่าไม่กล้าอ้าปากพูด อี๋!เหม็นว่ะ สกปรก” เมฆาพูดแล้วปัดมือไปมาทำหน้ายี๋



“ไอ้พี่เมฆา!ไอ้บ้า!พี่นั่นแหละ อมขี้ไว้ในปากไม่พอยังเลี้ยงหมาไว้อีก!!


สายลมที่โดนแหย่มากๆฟิวส์ขาดเผลอตะคอกว่าอีกคน ทำให้เมฆายกยิ้มพอใจที่ทำให้คนตรงหน้าพูดจาต่อล้อต่อเถียงกับตัวเองได้



“อ้าว ในปากก็ไม่ได้อมอะไรไว้นี่หว่า เห็นเงียบ วู้!ตกใจหมดนึกว่าปากเหม็น”



“พี่แม่ง!ชอบแกล้งตลอด คนยิ่งปวดหัวอยู่!!”สายลมพูดเสียงขุ่นแล้วทำท่าจะถอดหมวกกันน็อคออก แต่เมฆายกมือขึ้นมาจับหมวกไว้กันไม่ให้ถอดออก



“หึ แค่แหย่นิดหน่อยก็ของขึ้นตลอด กูบอกว่าจะไปส่งไง ขึ้นรถ”


สายลมขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเมฆาด้วยใบหน้าบึ้งตึงถึงแม้จะไม่อยากไปด้วยแต่ด้วยอาการอ่อนล้าตามร่างกายมันมีมากกว่าจึงต้องจำใจไปด้วย ก็ดีกว่ายืนรอรถเมย์แถมถ้าคนเยอะอาจจะต้องได้ยืนอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นร่างกายเขาคงจะไม่ไหวซะก่อนถึงบ้าน


แค่แปปเดียวเท่านั้น อดทนซ้อนแค่ไม่กี่นาทีไอ้ลม!


................................................................


 

"กลับมาแล้วหรอลูก ทำไมวันนี้กลับไวจัง" หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีผู้เป็นแม่ถามขึ้นเมื่อเห็นสายลมเดินเข้าร้านมาท่าทางอิดโรย



"อ้าว แล้วนั่นพาเพื่อนมาด้วยหรอ"


สายลมหันไปดูข้างหลังก็พบกับเมฆาที่เดินตามเขาเข้ามาในร้านจริงๆ จะตามเข้ามาทำไมเนี่ย!



"สวัสดีครับแม่ ผมเป็นรุ่นพี่ของสายลมครับ" เมฆายกมือไหว้แม่ของสายลม ซึ่งแม่ก็ยกมือรับไหว้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี



“มาๆนั่งเลยลูก ไม่ต้องเกรงใจ กินอะไรมาหรือยังล่ะเรา” แม่ของสายลมเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบแก้วน้ำแล้วรินน้ำให้เมฆาซึ่งนั่งอยู่โต๊ะในสุด



“ยังเลยครับ ว่าจะมาฝากท้องหิวๆไว้ที่ร้านของแม่นี่ล่ะครับ” เมฆาตอบอย่างเอาใจหญิงวัยกลางคนตรงหน้า เขาเป็นคนที่เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีทำให้รู้ว่าควรจะทำยังไงถึงจะสนิทสนมกันได้โดยที่ไม่ล้ำเส้นมากเกินไปและแม่ของสายลมก็ดูเป็นคนอารมณ์ดีการเข้าถึงก็ง่ายกว่า



“แหมรู้จักพูดเอาใจผู้ใหญ่ซะด้วย ร้านแม่อร่อยทุกอย่าง ถ้าให้แนะนำก็ปลาหมึกผัดผงกระหรี่นะ” แม่ของสายลมพูดแล้วหัวเราะรวนออกมาอย่างถูกใจกับคนตรงหน้า เมฆาพยักหน้ารับและสั่งอย่างที่แม่ของสายลมแนะนำ



"ลมยืนมองพี่เขาทำไมลูก เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บสิ แล้วดูหน้า.. ทำไมแดงๆแม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าตากแดดมาก!"คนเป็นแม่ดุลูกชายออกมา เมื่อเห็นว่าสายลมคงจะไปเล่นตากแดดที่ไหนนานๆยิ่งร่างกายอ่อนแออยู่ ถึงแม้ภายนอกจะดูแข็งแรงดีแต่จริงๆแล้วเป็นคนที่ป่วยง่ายมาก



"แม่.. ผมไม่ได้อยากตากแดดสักหน่อย!ไม่เชื่อถามไอ้บ้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นดูสิ!"


สายลมโวยวายออกมาพร้อมกับชี้ไปที่คนที่เป็นสาเหตุให้เขาเป็นอย่างนี้ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเสียงดังขึ้นบ้านไปอย่างขัดใจ



“เดี้ยวเถอะ!ลูกคนนี้ ทำไมทำนิสัยไม่น่ารักแบบนี้” แม่ของสายลมบ่นออกมาอย่างเหนื่อยใจกับพฤติกรรมของลูกชาย



“แม่ครับ อย่าไปดุลมเลยครับ เป็นความผิดของผมเอง” เมฆาพูดขึ้นพร้อมกับเล่าเหตุการณ์วันนี้ให้แม่ของสายลมฟัง หลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดแม่ของสายลมก็เข้าใจดีว่าไม่ใช่ความผิดของเมฆาหรือความผิดของสายลมทั้งหมดพร้อมกับพูดฝากฝังให้ช่วยดูแลสายลมให้ด้วยเพราะลูกชายคนนี้มีอะไรไม่ค่อยจะเล่าให้พ่อแม่ฟังมีปัญหาก็มักจะเก็บไว้คนเดียวเสมอ ทำให้พ่อแม่เป็นห่วงอยู่ตลอด



“ได้ครับแม่ ผมจะดูแลให้อย่างดีเลย ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับที่ให้ลมยืนตากแดดนานแบบนี้” เมฆารับปากพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้ง ด้วยความที่ไม่รู้ว่าสายลมร่างกายอ่อนแอจึงเผลอแกล้งแรงไปหน่อย นี่ยังดีที่ร่างโปร่งไม่เป็นลมไป ถ้าเป็นลมล้มไปเขาคงจะโทษตัวเองมากกว่านี้



“จ๊ะ เมฆก็ไม่ต้องคิดมากนะลูก ถึงยังไงลมมันก็ผู้ชายร่างกายก็แข็งแรงกว่าพวกผู้หญิงคงไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก” แม่ของสายลมบอกอย่างไม่คิดมากอะไร ก่อนที่ลูกสะใภ้คนโตจะเดินมาเสิร์ฟอาหารที่สั่งให้กับเมฆา



“นี่จ๊ะอาหารที่สั่ง เมฆก็ไม่ต้องคิดมากหรอก ไอ้ลมน่ะโกรธแปปๆเดี้ยวก็หาย” วิมลพูดขึ้นพร้อมกับยกอาหารมาวางที่โต๊ะของเมฆา เนื่องจากได้ยินเสียงเดินกระแทกเท้าของสายลมจึงลงมาดูข้างล่างว่าเกิดอะไรขึ้นและเจอกับเมฆาที่กำลังคุยกับแม่อยู่จึงถือโอกาสฟังไปด้วยทำอาหารให้เมฆาไปด้วย



“แต่ถ้ากลัวว่าจะไม่หายโกรธ กินเสร็จก็เดินขึ้นไปคุยกับมันได้เลยนะ ห้องอยู่ตรงกับบันไดเลย” วิมลแนะนำอย่างเป็นกันเอง



“ขอบคุณมากนะครับพี่วิมล” เมฆาเอ่ยขอบคุณสำหรับคำแนะนำ พร้อมกับรีบกินอาหารตรงหน้า



“เอ่อ พอจะมียาลดไข้มั้ยครับ ผมจะเอาขึ้นไปให้ลมด้วย” เมฆาพูดขึ้นอย่างนึกได้ วันนี้สายลมไม่สบายเพราะยืนตากแดดนานต้องรีบกินยาไว้



“มีอยู่ลูก เดี้ยวแม่ไปหยิบให้นะ อ้อ!แต่ลมน่ะมันไม่กินหรอกนะ มันไม่ชอบอะไรขมๆ” แม่ของสายลมบอกแล้วเดินไปหยิบยาหลังตู้เย็นมาวางให้กับเมฆาก่อนจะเดินไปรับรายการอาหารของลูกค้าโต๊ะอื่นต่อ



หลังกินเสร็จเมฆาก็เปิดประตูหน้าบันไดแล้วตรงดิ่งไปที่หน้าประตูห้องตามที่พี่วิมลบอกมาโดยไม่ลืมที่จะหยิบซองยาขึ้นมาด้วย ก่อนจะยืนนิ่งสักพักและตัดสินยกมือขึ้นมาเคาะประตู



ก๊อก! ก๊อก!



สายลมที่นั่งกินขนมปังไส้ช็อกโกแลตอยู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปากแล้วลุกไปเปิดประตู สายลมผงะออกจากประตูเล็กน้อยเมื่อเปิดเจอเข้ากับร่างสูงที่ไม่ใช่คนในบ้าน



“ไอ้ลมหยุด!มึงจะปิดประตูทำไม!” เมฆาพูดพร้อมกับเอามือดันประตูไว้แล้วแทรกตัวเองเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูห้องเบาๆเมื่อเข้ามาได้สำเร็จ โดยที่สายลมรีบถอยห่างออกจากประตูห้อง



“ไอ้พี่เมฆา!จะขึ้นมาทำไม ออกไปจากห้องผมเดี้ยวนี้!” สายลมบอกเสียงขุ่น พร้อมกับนึกว่าแม่ตัวเองเล็กน้อยที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าขึ้นมาในบ้านแถมเข้าห้องลูกชายตัวเองอีก ถึงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมีอะไรเสียหายแต่ก็ไม่ควรปล่อยมาแบบนี้สิ!



“ก็เจ้าของบ้านเขาอนุญาตให้กูขึ้นมาได้กูก็ขึ้นมาสิวะ” เมฆาพูดพร้อมกับเดินผ่านร่างโปร่งไปนั่งที่เตียงนอน สายลมมองตามอย่างไม่เข้าใจและยังคงเคืองเมฆาอยู่



“มึงมองกูทำไม มีอะไรข้องใจก็พูดมา” เมฆาหันมาถามเมื่อเห็นสายตาของสายลมที่มองมา



“ผมก็ถามแล้วไงวะว่าพี่ขึ้นมาทำไม” สายลมถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดขึ้น


 คนอะไรหน้าด้านหน้าทนชิบหาย ไล่ก็ไม่ไปแถมยังทำตัวตามสบายเหมือนบ้านตัวเองอีก!



“ไม่เสือกดิ” เมฆาแกล้งพูดว่าอีกคน ทำให้สายลมหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที



“โอ๋เอ๋ๆกูล้อเล่น ก็เห็นมึงงอนอยู่เลยจะขึ้นมาง้อสักหน่อย” เมฆายกยิ้มนิดๆแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บิดขี้เกียจเล็กน้อย สายลมขมวดคิ้วเป็นปมมากว่าเดิม ก่อนจะเดินไปที่ประตู



“ห้ามก้าวขาออกนอกห้อง ไม่งั้นเรียกรวมครั้งหน้าจะไม่ใช่แค่ยืนตากแดดแน่” เมฆาขู่ออกมาเสียงนิ่งเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังจะเดินไปเปิดประตูออกจากห้อง สายลมหันมาจ้องร่างสูงพร้อมกับกัดฟันกรอด



“พี่แม่งเ_!ไม่ชอบหน้าผมก็บอกกันดีๆดิวะ ทำไมต้องใช้วิธีบังคับหรือแกล้งอะไรแบบนี้ด้วย!ผมไม่สบายก็เพราะพี่นั่นแหละ” สายลมพูดขึ้นอย่างเหลืออดกับการกระทำทุกอย่างของร่างสูง ทั้งแกล้งให้ถูกลงโทษนานๆ ทั้งพูดจาว่าเหน็บแนมสาระพัดวิธีแถมชอบตีมึนไม่สนใจกับคำพูดของเขาอีก เมฆาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินเข้าหาสายลม ทำให้สายลมต้องถอยหลังหนีอย่างหวั่นๆกับสายตาที่มองมา



“มึงพูดแบบนี้กับรุ่นพี่อย่างกูคิดดีแล้วใช่มั้ย” เมฆาพูดเสียงเข้มจ้องหน้าสายลมนิ่งๆ



ปึ่ก..


สายลมสะดุ้งนิดๆเมื่อหลังไปชนเข้ากับบานประตูห้อง เมฆายกมือขึ้นดันบานประตูคร่อมอีกคนไว้ พร้อมกับยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่ทำให้อีกคนหมดทางหนีได้


“ผมจะพูดแล้วพี่จะทำไม!รุ่นพี่ที่แกล้งรุ่นน้องด้วยความสะใจส่วนตัวไม่ควรจะเรียกว่าพี่หรือให้ความเคารพด้วยซ้ำ!” สายลมเถียงกลับมาพร้อมกับว่าเหน็บร่างสูง



พลั่ก ..


                เมฆาผงะถอยหลังเล็กน้อยเมื่อสายลมผลักอกเขาออก แต่ก็เป็นการผลักที่ไร้เรี่ยวแรงสิ้นดี!ก็แค่ถอยหลังเพราะตกใจแต่ไม่รู้สึกเจ็บสักนิด ทำให้รู้ว่าคนตรงหน้าอ่อนแรงมากแค่ไหนดูได้จากใบหน้าที่เริ่มซีดเซียวของสายลมแต่ก็ยังคงดื้อไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอยู่ดี



“มีแรงผลักกูแบบนี้แสดงว่ามึงปกติดีแล้วใช่มั้ย ไม่ได้ป่วยอะไรอย่างที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้”



“ใช่!ผมสบายดี เชิญพี่กลับบ้านไปได้แล้ว”สายลมตอบพร้อมกับเอ่ยปากไล่อีกครั้ง



“กูไม่ไปจนกว่ามึงจะเลิกดื้อกับกู”


เมฆาพูดขึ้นก่อนจะดึงแขนสายลมเข้ามาหาตัวเองอย่างแรง ทำให้ร่างโปร่งที่ไม่ทันตั้งตัวเซชนเข้ากับอกแกร่งพร้อมกับถูกร่างสูงกอดไว้ไม่ให้ขยับตัว



“ปล่อยนะเว้ย!!พี่จะมากอดผมทำไมเนี่ย!” สายลมโวยวายออกมาพยายามดันอีกคนออก แต่ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอ ถึงยังงั้นก็ยังคงพยายามดิ้นหนีจากอ้อมกอดอีกคนอยู่ดี



“ตัวร้อนแถมไม่มีแรงแม้แต่จะผลักกูแรงๆยังมีหน้ามาดื้อยืนเถียงกับกูอีก ไอ้อ่อนเอ๊ย..”


เมฆาพูดขึ้นพร้อมกับลูบหัวอีกคนแผ่วเบา สายลมที่อยู่ในอ้อมกอดยืนนิ่งไม่เข้าใจกับการกระทำของเมฆา เดี้ยวก็ทำท่าโหดใส่ เดี้ยวก็กวนประสาท เดี้ยวก็อ่อนโยนด้วย บางครั้งก็มาทำใจดีใส่ ชวนให้สับสนไปหมด



“กูจะปล่อย ถ้ามึงกินยาที่กูเอามาให้” เมฆายื่นข้อเสนอพร้อมกับกระชับกอดอีกคนให้แน่นขึ้น



“พี่!กอดแน่นไปแล้วเว้ย จะรวมร่างกับผมหรือไงเนี่ย!” สายลมโวยวายออกมาเสียงแหบ เมื่ออีกคนเอาแต่กอดและลูบหัวเขา 


นี่คิดว่ากุเป็นตุ๊กตาหมีหรือไงวะ!กอดอยู่ได้


“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง มึงจะแดกมั้ยยาหรือจะให้กูกอดอย่างนี้ ...แต่ ก็ดีนะยังไงคนที่ได้กำไรก็กูชัดๆ” เมฆาพูดข้างหูของสายลม ทำให้สายลมรู้สึกขนลุกกับลมหายใจอุ่นที่อยู่ใกล้ซอกหุตัวเอง



“เออๆก็ได้ เอามาดิ!” สายลมพูดพร้อมกับทุบไปที่แผ่นหลังของเมฆา


                เมฆาคลายกอดออกแล้วยื่นซองยาที่ถือขึ้นมาให้สายลม ร่างโปร่งรับมาถือไว้แล้วเดินไปหยิบขวดน้ำ ยืนหันหลังให้ร่างสูงก่อนจะยกขวดน้ำขึ้นกระดก เมฆาหรี่ตามองอีกคนแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย



                “ไอ้ลม กูหิวน้ำว่ะ ขอกินน้ำบ้างดิ” เมฆาเดินเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังสายลมแล้วกระซิบข้างหูทำให้สายลมสะดุ้งนิดๆพร้อมกับยื่นขวดน้ำให้โดยไม่พูดอะไร หันหลังให้เมฆาแล้วรีบเก็บเม็ดยาที่กำไว้ใส่กระเป่าเสื้ออย่างเร็ว เพราะเป็นคนไม่ชอบกินยาอยู่แล้ว ยิ่งยาเม็ดขมๆเม็ดยาวๆอย่างพวกยาแก้ปวดลดไข้ยิ่งไม่ชอบและมักจะเลี่ยงไม่กินเสมอทำให้เวลาป่วยมักจะหายช้า


 สัส!ตกใจหมด ยาเกือบหลุดมือ!


เมฆารับขวดน้ำมาแล้วนั่งลงที่ปลายเตียง พร้อมกับมองท่าทางมีพิรุธของอีกคนอย่างขบขัน เหมือนเด็กที่แอบขโมยของแบบเนียนๆแต่อาการที่แสดงออกมามันมีพิรุธซะจนดูออกได้ง่ายๆ น่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ



พรึ่บ! ตุบ..


“เฮ้ย.. อื้อ!


สายลมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อถูกเมฆาดึงเข้าไปหาแล้วล้มลงนอนทับบนตัวของร่างสูงพร้อมกับริมฝีปากหนาที่ประกบจูบอย่างรวดเร็ว คนที่ไม่เคยจูบมาก่อนร้องอื้ออึงในลำคอ สายลมรับรู้ได้ถึงความขมของยาผ่านสายน้ำที่ส่งมาพร้อมปลายลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปภายในโพรงปากของสายลมอย่างง่ายดาย ปลายลิ้นร้อนของเมฆาตวัดเกี่ยวพันกับปลายลิ้นของสายลมอย่างช่ำชอง เมฆาล็อคท้ายทอยของสายลมไว้เมื่ออีกคนจะผงะหนี สัมผัสหวานนุ่มจากปลายลิ้นของคนตัวเล็กกว่าทำให้เมฆาเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ ดูดดุนปลายลิ้นอีกคนอย่างกระหายกับสัมผัสที่ได้รับ ไม่เปิดช่องทางให้สายลมได้ปฏิเสธสัมผัสที่ได้รับแม้แต่น้อย



“อึกก.. ฮื้ออ” สายลมครางในลำคอเมื่อใกล้จะขาดอากาศหายใจ



“อ่า... แฮ่กก... ”


สายลมรีบกอบโกยอากาศเข้าปอดเมื่อเมฆาถอนจูบออก ใบหน้าแดงก่ำและร้อนผ่าวไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีไข้หรือว่าเขินกับการจูบเมื่อกี้กันแน่



“พี่ทำบ้าอะไรวะ ผมเป็นผู้ชายนะเว้ย!” สายลมโวยวายออกมา เช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกจูบไปมา พยายามลุกขึ้นแต่เมฆาล็อคเอวของสายลมไว้ไม่ให้ขยับไปไหน



“กูก็ไม่เคยมองว่ามึงเป็นผู้หญิงนะ” เมฆาพูดกวนๆ



ปึ่ก ปึ่ก ปึ่ก …!!


สายลมทั้งทุบทั้งตีไปที่อกแกร่งของเมฆาไม่ยอมหยุดเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมปล่อยให้ลุกสักที นอน กอดเอวไว้อยู่นั่นล่ะ “ปล่อยนะเว้ย มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” สายลมบ่นออกมาเสียงดังอีกครั้ง



แกร๊ก...


“พี่ลมหนูซื้อเป๊ปซี่มาด้วย เอา....... มั้ย” เสียงเปิดประตูและเสียงของสายน้ำดังขึ้น ทำให้เมฆาและสายลมชะงักหันไปมอง สายน้ำยืนอ้าปากค้างมองทั้งสองคนในห้องอย่างอึ้งๆสายลมรีบดันตัวเองลุกขึ้น โดยที่เมฆาเองก็ยอมปล่อยโดยดี



“โดนขัดซะได้ กำลังมันส์เลย” เมฆาบ่นพึมพำเบาๆ



“ขอโทษค่ะ...” สายน้ำบอกพร้อมกับปิดประตูห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้ยินเสียงวิ่งลงบันไดโครมครามคู่กับเสียงกรี๊ดร้องเบาๆพร้อมกับเสียงแม่ที่ตะโกนดุน้องสาวดังขึ้นมาแว่วๆ



“ไอ้พี่บ้า!เห็นมั้ย น้องผมมันเห็นอะไรที่ชวนเข้าใจผิดไปแล้วเนี่ย!” สายลมหันมาแว๊ดใส่เมฆาทันที ถ้าไอ้น้ำมันเอาไปเล่าให้แม่ฟัง แล้วแม่หัวใจวายตายขึ้นมาทำไงวะเนี่ย



“โทษทีว่ะ กูลืมล็อคประตู คราวหน้าจะเช็คดีๆ” เมฆาตอบแล้วยักไหล่ชิวๆไม่รู้สึกอะไร



“พูดบ้าอะไรของพี่วะ คราวหน้าหรือคราวไหนก็ไม่มีทั้งนั้นแหละ!กลับไปเลยไป๊!!” สายลมเอ่ยปากไล่อย่างจริงจังพร้อมกับดึงแขนคนที่นอนอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นมา



ฟอดด...


สายลมผงะถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเมฆาลุกขึ้นยืนแล้วก้มหน้ามาหอมแก้มตัวเอง



“เฮ้ย!!อีกแล้วนะพี่” สายลมพูดอย่างตกใจและหงุดหงิดกับร่างสูง เมฆายิ้มนิดๆแล้วเปิดประตูห้องเดินลงบันไดไปโดยที่ไม่หันมามองคนที่หัวเสียกับการกระทำของตัวเองสักนิด เมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของเมฆาขับออกไปแล้ว สายลมก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่างของบ้านอย่างรีบร้อน


ไอ้น้ำ!มึงอย่าเพิ่งปากโป้งพูดอะไรให้แม่ฟังนะเว้ย

 

.

.

.

.

"แม่ๆไอ้น้ำมันหายไปไหนแล้ว" สายลมที่วิ่งลงมาจากข้างบนถามอย่างร้อนรน

 


“มันก็ไปหาพ่อน่ะสิ แล้วพวกแกพี่น้องเป็นอะไรกันทำไมชอบวิ่งขึ้นวิ่งลงบันไดหะ มันรบกวนลูกค้านะ” คนเป็นแม่ดุพร้อมกับมองค้อนไปที่ลูกชาย ถึงแม้ตอนนี้จะมีลูกค้าอยู่ไม่กี่โต๊ะก็เถอะ

 


“โทษทีแม่ ผมเผลอไปหน่อย แล้วมันได้พูดอะไรกับแม่บ้างปะ ตอนมันลงมา” สายลมถามขึ้นอย่างรนๆ ลุ้นกับคำตอบว่าน้องตัวเองจะเล่าอะไรบ้างมั้ย



“มันลงมาโวยวายกับแม่น่ะสิ ว่าทำไมไม่บอกว่าแกไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง” แม่พูดพร้อมกับเดินไปยกน้ำมาเสิร์ฟให้ลูกค้า



“แล้วมันเล่าอะไรอีกมั้ยแม่” สายลมถามอีกแล้วมองตามแผ่นหลังของแม่รอคำตอบ



“มันก็พูดแค่นี้ล่ะ แกจะถามทำไม”



“เปล่าแม่.. แค่อยากรู้เฉยๆ”


สายลมบอกแล้วรีบเดินไปส่วนกลางของบ้านก่อนจะเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปแล้วพบกับสายน้ำที่กำลังนั่งตัดเล็บเท้าให้พ่ออยู่ที่พื้น



“ว่าไง กลับมาแล้วหรอ” พ่อหันมาทักลูกชายที่เดินมานั่งโซฟาข้างหลังลูกสาว 



“ครับพ่อ” สายลมตอบ ก่อนจะเอาปลายเท้าสะกิดหลังของน้องสาวเบาๆ สายน้ำหันมามองนิดๆพร้อมกับแลบลิ้นใส่พี่ชายอย่างหมั่นไส้แล้วหันไปก้มตัดเล็บต่อ



“แล้วนี่ลมอะไรหอบแกมานั่งสล่อนอยู่ในห้องนี้ได้ล่ะ” พ่อถามขึ้นอย่างแปลกใจ เพราะปกติลูกชายคนเล็กไม่เคยเดินเข้ามายุ่มย่ามในห้องกลางที่เขาทำงานอยู่เลยสักนิด



“จะมีอะไรล่ะพ่อ ก็คงจะมาขอเงินนั่นแหละ สงสัยเงินจะหมดแล้ว” สายน้ำพูดแขวะออกมา สายลมเตะไปที่หลังน้องสาวทีหนึ่งทำให้สายน้ำหันมามองอย่างเคืองๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา



“กูไม่ใช่มึงนะ จะได้เข้ามาขอเงินพ่อได้ทุกวัน” สายลมว่ากลับ



“หนูขอทีละไม่เกิน40นะ แต่พี่ลมอ่ะมาขอทีหลักร้อย บางทีก็หลักพันปะ” สายน้ำเถียงกลับมา



“อย่าเอากูไปเทียบกับมึง มันไม่เกี่ยวกันเว้ย!” สายลมบอกออกมาก่อนจะเตะเข้าทีหลังของสายน้ำอีกหลายทีไม่แรงนัก



“พ่อดูดิ!พี่ลมเตะหนูอ่ะ!!” สายน้ำพูดเสียงกระฟัดกระเฟียดฟ้องพ่อพร้อมกับชี้ไปที่พี่ชาย สายลมถลึงตาใส่อย่างหมั่นไส้ แต่ปลายเท้าก็ยังคงเตะเข้าหลังอีกคนรัวๆ มันน่าเตะก้านคอจริงไอ้น้องคนนี้!



“พอๆพี่น้องจะมาทะเลาะอะไรกัน ลมแกก็เลิกแกล้งน้องสักที” พ่อรีบพูดห้ามก่อนจะเกิดศึกสายเลือดขึ้นกลางห้อง



“ไอ้น้ำมันว่าผมก่อน” สายลมบอกออกมาพร้อมกับมองไปที่น้องสาวที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กอดขาพ่ออยู่ ไอ้น้องเลว!!



“เอาเถอะ จะใครเริ่มก็ช่าง แล้วตกลงแกเข้ามามีอะไร ลม” พ่อถามอีกครั้ง



“สงสัยจะเข้ามาสืบดูน่ะสิ ว่าหนูเล่าให้พ่อฟังหรือเปล่าเรื่องที่พี่ลมนอนก..อ.....โอ้ย!!” สายน้ำหันไปจ้องพี่ตาโต เมื่อสายลมยกขวดน้ำเป๊ปซี่ตีหัว พร้อมกับส่งสายตาดุๆมาให้



“ลมมันทำไมนะ” พ่อถามอย่างสงสัยพร้อมกับมองหน้าลูกสองคนสลับกันไปมา



“ไม่มีไรหรอกพ่อ ผมจะเข้ามาหาไอ้น้ำ มึงลุกมาคุยกับกูดีๆดิ”


สายลมบอกพร้อมกับจับแขนน้องให้ลุกขึ้นเดิมตามมา สายน้ำส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเล็กน้อยแต่ก็ยอมลุกเดินตามหลังสายลมออกไปนอกห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่โถงห้องครัวซึ่งอยู่ด้านหลังห้องทำงานของพ่อ



“อะไรอีกเนี่ย” สายน้ำบ่นอุบอิบเมื่อพี่ชายยอมปล่อยแขนตัวเอง แต่ก็ยังคงจ้องด้วยท่าทีโกรธๆ



“กูขอสั่งให้มึงลืมเรื่องที่เห็นวันนี้ซะ” สายลมบอกน้ำเสียงจริงจัง



“ทำไมอ่ะ” สายน้ำถามอย่างสงสัย



“สิ่งที่มึงเห็นมันไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิด นั่นรุ่นพี่กูเขาแค่มาเล่นที่บ้านเฉยๆแล้วกูก็แค่ล้มทับเขาเท่านั้น ไม่ได้นอนกอดกันอย่างที่มึงเข้าใจ” สายลมบอกออกมาเป็นชุดหลังจากที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะพูดแก้ตัวยังไงกับน้อง ไม่ให้มันคิดเลยเทิดไปไกล ถึงจะต้องโกหกก็เถอะ



“ล้มทับ? นี่พี่ดูละครมากไปปะเนี่ย นางเอกละครช่อง7หรอ” สายน้ำบอกยิ้มขำนิดๆ นี่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองโง่หรือตาบอดมากเกินไปที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรกับภาพตรงหน้า แถมท่าทางของทั้งสองคนตอนที่เปิดประตูเข้าไปมันก็ไม่ใช่ท่าล้มอ่ะ!มันเป็นท่ากอดชัดๆปะวะ



“นางเอกห่าไรล่ะ กูล้มจริงๆมึงเข้าใจมั้ยหะ” สายลมเถียงออกมาก่อนจะเขกหัวน้องไป1ที


ปกติมันก็ดูไม่ฉลาดท่าไหร่นะ เชื่อที่กูพูดหมด แต่ทำไมพอเรื่องแบบนี้มันไม่เชื่อวะ!



“เออๆ ไม่เห็นต้องซีเรียสขนาดนี้เลย ดีนะที่ไม่ใช่พ่อหรือแม่ขึ้นมาเจอ”



“แหงสิ ถ้าพ่อหรือแม่มาเจอกูคงนอนแดกข้าวต้มอยู่โรงบาลไปแล้ว มึงก็ห้ามบอกใครและเข้าใจตามที่กุบอกด้วย เข้าใจมั้ยไอ้น้ำ” สายลมบอกออกมาอีก


ถึงปัจจุบันเพศที่สามจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นกว่าสมัยก่อนและมีจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเปิดเผยตัวเองต่อสาธารณะชน แต่ก็ไม่ใช่กับผู้ใหญ่ทุกคนที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้ ถึงแม้ในครอบครัวของเขาจะมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้อยู่บ้างและยอมรับเพศที่สามได้ไม่รังเกียจอะไรเพราะมันเป็นเรื่องของเขา


แม่มักจะบอกว่าถ้ามีคนในครอบครัวเป็นเพศที่สามก็รับได้เพราะลูกยังไงก็คือลูกอยู่ดี ส่วนพ่อถึงปากจะบอกว่ารับได้แต่ก็พูดอยู่เสมอว่าไม่อยากให้มีคนในครอบครัวชอบเพศเดียวกัน เนื่องจากอาน้องสาวของพ่อชอบทอมแล้วมักจะโดนหลอกเอาเงินจนเป็นหนี้นับล้านบาท ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงต้องหาเงินมาใช้หนี้อยู่ พ่อเลยมีอคติกับกลุ่มคนชอบเพศเดียวกัน ไม่ได้ด่าว่าอะไร แต่ไม่ชอบและไม่อยากให้ใครเป็นกลัวจะโดนหลอกและไปหลอกคนอื่นเข้า



“เออก็ได้ แต่จำไว้นะว่าความลับไม่มีในโลก ระวังไว้เหอะถ้าพ่อรู้ พี่ตายศพไม่สวยแน่” สายน้ำพูดขู่แล้วยิ้มกวนๆก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องครัวเมื่อได้ยินเสียงพ่อเรียกให้ไปตัดเล็บที่เหลืออีกข้างหนึ่ง



“น้องเวร พ่อจะรู้ก็เพราะมึงนี่ล่ะ” สายลมบ่นอย่างหงุดหงิด



“เดี้ยว.. แล้วกูจะกังวลทำไมวะ ไม่ใช่เกย์สักหน่อย ตั้งสติสิวะไอ้ลม”


สายลมพูดแล้วส่ายหัวไปมาก่อนจะตบที่แก้มเรียกสติตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินไปหน้าร้านช่วยแม่และพี่วิมลทำอาหารและเสิร์ฟอาหารถึงแม้แม่จะไล่ให้ขึ้นไปนอนเพราะเห็นว่าวันนี้โดนลงโทษมาคงจะไม่สบายอยู่ แต่สายลมก็ยืนยันว่าตัวเองดีขึ้นแล้วเนื่องจากกินยาก่อนลงมาถึงจะเพลียอยู่บ้างนิดหน่อยก็ตาม


จนเวลาล่วงเลยถึง3ทุ่มครึ่ง เมื่อเก็บร้านและกินข้าวเย็นเสร็จก็รีบอาบน้ำแล้วขึ้นมาบนห้อง นอนเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆจนผล็อยหลับไป

 

.........................................................

 

“ทำไมพี่ชอบตื่นสายเนี่ย! วันนี้พี่วิมลจะขับรถไปส่งนะ เร็วดิ!


สายน้ำพูดขึ้นเสียงดังพร้อมกับทุบไปที่ประตูห้องของสายลมรัวๆ เมื่อเห็นว่าใกล้จะ8โมงแล้วแต่ยังไม่เห็นร่างโปร่งออกมาจากห้อง



“เออๆเสร็จแล้วมึงจะเสียงดังทำไมวะ ไอ้ตั้มมันนอนอยู่ เดี้ยวตื่นขึ้นมาก็วุ่นวายกันอีก” สายลมเปิดประตูห้องออกมาพร้อมกับบ่นไม่หยุดปาก



“ก็พี่อ่ะช้า หนูจะสายแล้วเนี่ย” สายน้ำว่าแล้วรีบเดินลงบันไดไป โดยที่สายลมเองก็รีบเดินตามไปติดๆ



“ขอบคุณครับที่มาส่ง” สายลมยกมือไหว้วิมลแล้วเปิดกระตูรถลงมา ก่อนจะเดินเข้าวิทยาลัยไป



“ไอ้ลมกูได้ลายเซ็นแล้วนะเว้ย วู้” แบงค์พูดขึ้นเมื่อเห็นสายลมนั่งลง พร้อมกับโชว์ป้ายชื่อตัวเองที่มีลายเซ็นรุ่นพี่กำกับอยู่ ซึ่งกลุ่มของสายลมมีโต๊ะประจำอยู่ใกล้กับห้องน้ำหญิงหน้าโรงอาหาร



“ทำไมมึงได้ไวจังวะ กูยังหาไม่เจอเลยเนี่ย” สายลมบ่น



“กูเก่งไง ฮ่าๆ” พูดแล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ



“เออ กูรู้แล้วนะรุ่นพี่ที่มึงต้องไปขอลายเซ็นคือใคร” แบงค์บอกพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดหน้าเฟสแล้วยื่นให้สายลมดู  



“พี่คนนี้หรอวะ? ป้าตรงไหนวะ” สายลมถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ของหญิงสาวตรงหน้า ผมสั้นประบ่า หน้าตาน่ารักออกตี๋นิดๆแถมดูเด็กยิ่งกว่าเขาซะอีก ถ้าอย่างนี้ถูกเรียกว่าป้าอย่างเขาก็คงจะเป็นลุงทวดแล้วล่ะ



 “ดูยังไงก็ไม่มีเค้าโครงของความเป็นป้าเลยว่ะ แล้วทำไมกูไม่เคยเห็นหน้าพี่เขาเลยวะ” สายลมพูดขึ้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าเฟสแล้วกดแอดเพื่อนไป



“ก็มึงไม่เข้าประชุมมึงจะเห็นมั้ยครับเพื่อน อีกอย่างพี่เขาชอบใส่ผ้าปิดปากมึงจะจำหน้าไม่ได้กูก็ไม่แปลกใจหรอก” แบงค์บอกออกมา



“อ้อ... แล้วไอ้3ตัวนี้มันหายไปไหน กระเป๋าอยู่แต่ตัวหายซะงั้น” สายลมถามขึ้นเมื่อหันไปเห็นกระเป๋าของเพื่อนอีก3คนที่น่าจะมาถึงก่อนนานแล้ว



“มันไปช่วยอาจารย์ขนของว่ะ” แบงค์ตอบ



“เฮ้ยมึง นั่นใช่พี่ที่กูต้องขอลายเซ็นปะวะ” สายลมสะกิดมือแบงค์เบาๆแล้วชี้ไปที่ทางเข้าห้องน้ำหญิงที่มีรุ่นพี่ผู้หญิงสองคนยืนอยู่หน้ากระจก โดยที่มีคนหนึ่งใส่ผ้าปิดปากและมีผมสั้นประบ่าเหมือนในรูป



“เออ ใช่แล้วล่ะ ชื่อพี่ฟอง” แบงค์หันไปมองแล้วยืนยันว่าโอเคถูกต้อง



“งั้นแปป เดี้ยวกูมา” สายลมบอกก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาวที่ล้างมืออยู่หน้ากระจกห้องน้ำ



“เอ่อ พี่ใช่ พี่ป้า ปะครับ ผมขอลายเซ็นได้มั้ย” สายลมบอกพร้อมกับยื่นป้ายชื่อที่ข้างในมีคำใบ้ว่าให้ตามหารุ่นพี่ที่ชื่อป้า หญิงสาวก้มมองป้ายชื่อก่อนจะขมวดคิ้วออกมาแล้วหันไปหาเพื่อนข้างๆ



“มึงเขียนคำใบ้กูว่าป้าหรอวะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาผ่านผ้าปิดปากนั้นเบาแต่ก็ทำให้สายลมลอบยิ้มออกมา เสียงหวานจัง หลังจากที่หันไปคุยกับเพื่อนเสร็จก็หันมาหาสายลมที่ยืนคอยพลางคิดไปว่าเมื่อไหร่จะได้ลายเซ็น



“มาค่ะพี่จะเซ็นให้” หญิงสาวบอกก่อนจะรับป้ายชื่อที่สายลมยื่นให้มาเซ็น



“แต่พี่ยังไม่ให้นะ ถ้าน้องได้ไปง่ายๆมันก็ไม่สนุกสิเนอะ” ฟองพูดพร้อมกับเก็บป้ายชื่อของสายลมลงกระเป๋าถือของตัวเอง



“โหยพี่ครับ ให้ผมเถอะ ผมจะเลี้ยงขนมพี่ก็ได้นะ” สายลมบอกพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนน่าสงสารให้กับรุ่นพี่ตรงหน้า ฟองหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบป้ายชื่อขึ้นมาแล้วยื่นให้กับสายลม



“ไม่ได้ ถ้าฟองให้น้องไป เราจะลงโทษฟองนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังของสายลม พร้อมกับป้ายชื่อที่ถูกแย่งไปจากมืออย่างง่ายดาย สายลมมองตามอย่างตกใจที่อีกคนมาไม่ให้ซุ้มให้เสียง



“อ้าว!แล้วทำไมมาลงโทษฉันเนี่ย ก็ฉันไม่อยากแกล้งน้องอ่ะ” ฟองบ่นออกมาพร้อมกับส่งสายตาเคืองๆไปให้ร่างสูงที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของรุ่นน้องอย่างสายลม



“เราก็บอกกฎกันอย่างชัดเจนนะว่าห้ามให้ป้ายชื่อกับน้องง่ายๆหลังจากที่เซ็นแล้ว” เมฆาบอกหน้านิ่งพร้อมกับเหลือบมองสายลม ทำให้คนถูกมองต้องรีบขยับตัวหนีไปยืนอยู่ข้างหญิงสาวทันที



“เอาเป็นว่าเราจะเก็บป้ายชื่อนี้ไว้เองแล้วกัน ฟองรีบไปเหอะ ตาลมันรอนานแล้ว ”


หญิงสาวหันไปมองเพื่อนที่ยืนรอแล้วหันมามองหน้าสายลมและเมฆาสลับกันอย่างครุ่นคิดว่าจะทำยังไงดี ถ้าให้ป้ายชื่อกับเมฆาไปคงไม่พ้นแกล้งรุ่นน้องอีกแน่ สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับสายตาของเมฆาที่มองมาอย่างเคืองๆถ้าไม่รีบไปจากตรงนี้มีหวังได้โดนแดกหัวแน่นอน



                “งั้นเมฆอย่าแกล้งน้องแรงนะ ยังไงก็ลายเซ็นฉัน เข้าใจมั้ยยะ” ฟองบอกก่อนจะหันไปขอโทษสายลมที่ทำให้ลำบากต้องไปเอาป้ายคืนจากเมฆาแทนที่จะเป็นฟอง แล้วเดินห่างออกไปเพื่อขึ้นเรียน



“พี่เมฆา นั่นมันป้ายชื่อผม ผมให้พี่ฟองไม่ใช่พี่นะ พี่จะเอาไปได้ไง!” สายลมหันไปพูดกับเมฆาพร้อมกับพยายามแย่งป้ายชื่อคืนมาจากมือของอีกคน แต่เมฆาก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับยกมือข้างที่ถือป้ายชื่อขึ้นสูง



“กูก็อยากจะรู้นักว่ามึงจะเอาป้ายชื่อไปจากกูยังไง” เมฆาพูดแล้วยิ้มออกมา



“ผมเอาได้ก็แล้วกัน!


สายลมพูดก่อนจะพยายามเอื้อมมือหยิบป้ายชื่อ ทั้งเขย่งและลองกระโดดดูก็เอื้อมไม่ถึงสักที ทั้งที่ก็คิดว่าตัวเองตัวสูงแต่ทำไมพอมาอยู่กับเมฆาทีไรเหมือนตัวเองตัวเล็กเท่ามดทุกที ทั้งที่ส่วนสูงก็ไม่ต่างกันมาก เมฆาที่เห็นอีกคนเอื้อมมือมาหยิบไม่ถึงสักทีก็ยิ้มร้ายออกมา ก่อนจะพูดบอกเสียงเบา



“ถ้ามึงอยากได้ก็มาเอานะที่ห้อง.....นอนกู ”


สายลมมองหน้าเมฆาอย่างตกใจเมื่ออีกคนยื่นหน้ามาพูดใกล้ๆแถมยังจงใจเว้นวรรคประโยคให้ดูล่อแหลมอีก


“ใครมันจะไปห้องนอนพี่วะ! ถ้าอยากได้นักก็เอาไปเลย” สายลมพูดบอกจริงจังแล้วเดินชนไหล่ของเมฆาแล้วตรงไปที่โต๊ะของตัวเอง



“ไอ้พี่เมฆาแกล้งกูอีกแล้วนะ จะอะไรกับกูหนักหนาวะ” สายลมบ่นออกมาคนเดียวตลอดทาง



“ไอ้ลมมึงบ่นอะไรของมึง แล้วไหนป้ายชื่อวะ” แบงค์ถามขึ้นเมื่อเห็นสายลมเดินมาตัวเปล่าแถมยังดูหงุดหงิดมากอีกด้วย



“มันเอาไปแล้ว” สายลมตอบเสียงห้วน แล้วนั่งลงอย่างเซ็งๆ



“มันไหน เจอกันครั้งแรกก็ปีนเกลียวเลยนะมึง” แบงค์พูดแซว



“กูไม่ได้หมายถึงพี่ฟอง กูหมายถึงไอ้พี่เมฆา มันเอาป้ายชื่อกูไปแล้วเนี่ย!” สายลมพูดอย่างหงุดหงิด



“เอ้า แล้วไปทำยังไงให้เอาไปได้วะเนี่ย” แบงค์ถามขึ้นงงๆ



“โอ้ยแม่ง!ช่างมันเหอะ กูไม่เอาแล่ว” สายลมตอบก่อนจะหยิบหูฟังจากกระเป๋ามาเสียบใส่โทรศัพท์แล้วเปิดเพลงฟังดับอารมณ์คุกรุ่นในใจ โดยที่แบงค์มองมาอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก หลังจากที่เพื่อนอีก3คนที่ไปช่วยขนของกลับมาทั้งกลุ่มก็รีบสะพายกระเป๋าขึ้นเรียนทันที

 


“แล้วเจอกันไอ้ลม”


สายลมโบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินแยกไปทางป้ายรถเมย์หน้าวิทยาลัยหลังจากที่เลิกเรียนแล้วพร้อมกับก้มมองนาฬิกาที่บอกเวลา5โมงเย็น

 


ครืด... ครืด...

 

สายลมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความไลน์ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่ส่งข้อความมาคือเมฆาแถมยังส่งรูปตอนที่สายลมฟุบหน้านอนน้ำลายไหลในคาบกฎหมายมาให้อีก



“เ_!ถ่ายมาได้ไงวะเนี่ย”



“กูก็ถ่ายมาตอนที่มึงหลับไง” สายลมสะดุ้งเฮือกเมื่อเมฆามาพุดใกล้ๆหูแถมเอาหน้ามาใกล้อีกแล้ว



“พี่เป็นโรคจิตหรอวะ ชอบมาวุ่นวายกับผมจัง”



“เรื่องของกู” เมฆาตอบแล้วยักไหล่ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่ป้ายรถเมย์ สายลมหน้าตึงก่อนจะเดินตามหลังไป



“กูว่ามึงนั่นแหละโรคจิต เดินตามกูมาอยู่ได้” เมฆายกยิ้มแล้วพูดขึ้นเมื่อสายลมเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลกันมาก



“พี่อย่ามาเวิ่นว่ะ นี่ป้ายรถเมย์ผมเดินมารอรถ ไม่ได้เดินตามพี่มา” สายลมตอบเสียงขุ่นพร้อมกับชะโงกหน้ามองถนนว่าเมื่อไหร่รถจะมา เมฆาหัวเราะในลำคอนิดๆ


หลังจากนั้นไม่นานรถเมย์ก็มาซึ่งเมฆาและสายลมขึ้นรถสายเดียวกัน สายลมรีบพุ่งตัวขึ้นรถแล้วไปนั่งเบาะยาวในสุดที่ว่างอยู่พร้อมกับเมฆาที่เดินตามมานั่งข้างๆ สายลมหันไปมองนิดๆแล้วเบือนหน้าหนีมองออกนอกหน้าต่างเพราะไม่อยากสบตาและเสวนากับคนข้างๆ



แม่ง ที่นั่งว่างตั้งเยอะตั้งแยะ ยังตามมานั่งข้างกูอีก!


“คอเคล็ดแล้วมั้ง ถ้าจะเอียงคอหนักแบบนี้เอามีดมาตัดหัวมึงออกเลยดีมั้ย” เมฆาพูดแซวเมื่อเห็นสายลมเอียงหน้าเอียงคอหลบเพราะไม่อยากเห็นหน้าตัวเอง



“ไม่ เสือก นะ คอ ผม” สายลมหันไปพูดเน้นยำทีละคำพร้อมกับหันหน้ากลับมาที่เดิม



“ไม่อยากคุยกับกูแต่ก็ยังอุตส่าห์หันมาด่ากูอีกนะ” เมฆาพูด สายลมไม่ตอบอะไรสายตายังคงมองออกไปนอกหน้าต่างรถ



ฟุบ..


“เฮ้ย!พี่ทำบ้าไรเนี่ย มาพิงทำไมวะ” สายลมบอกเสียงไม่ดังมากนัก เนื่องจากอยู่บนรถและเกรงใจผู้โดยสารคนอื่น เมื่อเมฆาเอนหัวมาพิงกับไหล่ของเขาแล้วหลับตาลงอย่างถือวิสาสะ



“มึงจะโวยวายทำไมวะ กูแค่ยืมไหล่มึงหลับ กูง่วง” เมฆาบอกออกมาเปลือกตาที่ปิดอยู่



“แล้วทำไมพี่ไม่ไปนั่งพิงหัวกับกรอบรถฝั่งนู้นวะ” สายลมบ่นพร้อมกับดันหัวอีกคนออกจากไหล่



“ถ้ามึงยังพูดมากอีกทีนึง กูจะจับมึงจูบคารถนี่ล่ะ” เมฆาพูดขู่ สายลมชะงักไปนิดก่อนจะมองค้อนอีกคนแล้วหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ปล่อยให้เมฆานอนพิงไหล่ไปตลอดทาง


ในใจก็คิดไปต่างๆนานาถึงเหตุผลที่เมฆาชอบมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ มาคอยแกล้ง คอยแหย่ให้โมโห แถมยังชอบถึงเนื้อถึงตัวมากเกินไป ไม่มีผู้ชายที่ไหนล้อเล่นรุนแรงแบบนี้แน่ แถมยังเป็นกับสายลมแค่คนเดียวเพราะเท่าที่สังเกตกับคนอื่นเมฆาก็ออกจะนิ่งๆไม่กวนสักเท่าไหร่ออกแนวรุ่นพี่สุดโหดสำหรับน้องๆมากกว่าจะดูกวนตีนเวลาอยู่กับสายลม ยิ่งคิดยิ่งทำให้สับสนมากกว่าเดิมซะอีก



“แม่ง ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ” สายลมเอามือทาบอกข้างซ้ายเมื่อรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่แปลกไป มันเต้นไม่จังหวะเมื่อนึกถึงเรื่องของรุ่นพี่ขี้แกล้งอย่างเมฆา .... ทำไมหัวใจเต้นแรงจังวะ!


.

.

.

.

.

.

#อัพเพิ่มแล้วค่า อัพดึกตลอดเลย เพราะมีเวลาแต่งแค่ช่วง5โมงครึ่งถึง4ทุ่มเองค่ะYY

#อิพี่เมฆามีความกวนตีนอะไรเบอร์นั้น >< 

 ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

#เม้นให้กำลังได้น้า

 

 

 

 

8 ความคิดเห็น

  1. #6 Sirinya9450 (@sirinya9450) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:03
    สงสารน้องอ่ะ สนุกมากเลยค่ะ มาอัพไวๆนะคะไรต์
    #6
    0
  2. #4 bunnysky_jp (@juneexo2542) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 07:51
    อืม สายน้ำ เล่าเลยๆ เล่าให้แม่ฟังเลย
    #4
    0
  3. #3 songboa (@songboa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 06:56
    พี่เมฆานี่น้องไม่สบายก็ยังจะไปแกล้งน้องอยู่ได้
    #3
    0