Shake it เขย่า(ขย่ม)รักให้ตรงล็อก(ํYaoi)

ตอนที่ 1 : บังเอิญ(สะดุด)รัก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มี.ค. 59

Shake it เขย่า(ขย่ม)รักให้ตรงล็อก

STORY 1 : บังเอิญ(สะดุด)รัก

: ป้าไสย :

 


1

สะดุด

 

 

ก๊อกๆๆๆๆ           


เสียงเคาะประตูดังรัว ทำให้ชายหนุ่มที่ขดตัวใต้ผ้าห่มผืนหนา ขยับตัวเล็กน้อย


“ไอ้คุณชาย ไอ้ลูกเทวดา เมื่อไหร่จะตื่นมังคะ!!!” เสียงเรียกของแม่บังเกิดเกล้าดังตามมา 


ทำให้ สายลม ร่างบางผู้มีใบหวาน เรือนผมสีน้ำตาลทอง ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเล็กน้อย แล้วค่อยๆดันตัวเองลุกขึ้น ทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิท

 


“เทวดาของแม่ เมื่อไหร่จะตื่นล่ะเจ้าคะ”

 


“ฮาวว... ตื่นแล้วแม่ แปปนึงนะ” สายลมตะโกนบอกแล้วปรือตาขึ้นมองรอบๆห้อง ก่อนจะลุกไปเปิดประตูให้ผู้เป็นแม่

 


“รีบอาบน้ำได้แล้ว น้องมันอาบเสร็จจนนั่งกินข้าว แกยังนิ่งอยู่อีก เดี้ยวไปสายนะ” แม่บอกมาอีกแล้วเดินลงไปชั้นล่าง สายลมหันไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนไว้ใกล้ประตูห้องแล้วเดินเข้าห้องน้ำ


“แม่งเอ๊ย!หวีผมไม่ทันแล้ว” สายลมบ่นอุบแล้วรีบวิ่งลงบันไดไป บ้านของสายลมเป็นบ้าน 2ชั้น อยู่เกือบท้ายหมู่บ้าน ชั้นล่างด้านหน้าเป็นร้านขายอาหารตามสั่งและขายของกิ๊ฟช็อปทุก อย่าง10บาท โซนกลางจะเป็นห้องทำงานของพ่อถัดจากห้องทำงานไปจะเป็นห้องครัวไม่ใหญ่มาก หลังบ้านถัดจากห้องครัวจะเป็นห้องเช่า2ชั้น ชั้นละ3ห้อง ไม่ใหญ่มาก ซึ่งพี่ชายและพี่สะใภ้กู้เงินมาสร้างทำเป็นรายได้เสริมจากงานประจำ ได้ประมาณ1ปีแล้ว


ครอบครัวของสายลมอยู่กัน6คน มีพ่อ แม่ พี่สะใภ้ หลานชาย3ขวบ ส่วนพี่ชายไปทำงานอยู่ต่างประเทศได้ปีกว่าแล้ว นานๆทีถึงจะกลับมาเยี่ยมที่บ้าน แต่ส่งเงินมาให้ที่บ้านทุกเดือนไม่ขาด สายลมเป็นลูกคนกลางและมีน้องสาวอีกคน

 


“พี่ลม จะรีบไปไหนเนี่ย รอด้วย” สายน้ำ ร้องเรียกพร้อมกับรีบตักข้าวใส่ปาก โดยที่พ่อและแม่มองอย่างเหนื่อยใจกับลูกชายคนเล็ก

 


“ไม่ต้องรีบน้ำ เดี้ยวกูไปก่อนจะสายแล้ว พ่อหวัดดีครับ แม่หวัดดีครับ” สายลมบอกน้องสาว แล้วหันไปยกมือไหว้พ่อกับแม่แล้วรีบใส่รองเท้าวิ่งออกไปหาวินมอไซค์หน้าบ้านทันที ไม่สนใจเสียงของน้องสาวที่ดังตามหลังมา

 

สายลมมาถึงวิทยาลัยสาย10นาที ซึ่งนี่เป็นวันแรกของการประชุมรับน้องในสาขาทำให้โดนดุไปเล็กน้อยจากอาจารย์ประจำชั้นที่เป็นเวรยืนหน้าวิทยาลัย

 

พลั่ก !

 

“โวะ!” สายลมเซเล็กน้อยเมื่อเดินสะดุดกับขายาวๆของใครคนนึง ที่ยื่นออกมา ก่อนที่จะถึงห้องประชุม

 

“โง่ชิบหาย เดินสะดุดไม่ดูตาม้าตาเรือ” เสียงทุ้มดังขึ้น สายลมเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันที 

ก่อนจะพบว่าใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นกำลังยิ้มขำอยู่ ร่างสูงเป็นรุ่นพี่ในสาขา ที่ตัวเขาเองไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไหร่

 

“อืม ผมโง่เองพี่ ที่เดินสะดุดตีนหมา” สายลมตอบกลับพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

 

“มึงว่าใครเป็นหมาไอ้ลม” ร่างสูงถามเสียงขุ่น

 

“โทษนะพี่ ผมไม่รู้ว่าพี่จะร้อนตัว พอดีผมด่าหมาที่ยื่นตีนมาใกล้น่ะ”

 

“มึงว่ากูหรอวะ” ร่างสูงตรงเข้ากระชากคอเสื้อคนตัวเล็กกว่าพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนอีกคนต้องหดหน้าหนี

 

“ไม่ได้ว่าใครทั้งนั้น ถ้าพี่ไม่ใช่หมาก็อย่าร้อนตัวดิวะ” สายลมพูดพร้อมกับจ้องหน้าอีกคนอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

 

“หึ เดี้ยวนี้ปากกล้าขึ้นนะ” ร่างสูงปล่อยมือออกจากคอเสื้ออีกคน

 

“ดูแลตูดไว้ให้ดีๆละกัน ระวังหมามันจะเลียตูดเอา” พูดทิ้งท้ายแล้วเดินเลี้ยวเข้าห้องคอมก่อนหน้าห้องประชุมไป

 

“อะไรของมันวะ” สายลมขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดแล้วเดินตรงไปที่ห้องประชุมเล็ก

 

......................................................................................

 

Shit!” สายลมสบถออกมาอย่างหัวเสีย พร้อมกับทุบลงกลางโต๊ะในโรงอาหาร หลังจากที่ออกจากห้องมา บัตรนศ.ของเขาหายไป เพราะตอนประชุมรุ่นพี่ให้วางกระเป๋ากองรวมกันไว้หลังห้อง และสายลมกับเพื่อนๆก็นั่งอยู่ด้านหน้าใกล้เวทีทำให้ไม่ได้หันไปมองด้านหลัง มาดูอีกทีก็หายไปแล้ว ถ้าทำบัตรใหม่ต้องเสีย200บาท ซึ่งไม่คุ้มสักนิด แม่ง!

 


“มึงอย่าเครียด มันมีกล้อง จับได้อยู่แล้วล่ะ” เต้ หนุ่มร่างเล็กหน้าหวานไม่เหมือนผู้ชายสักเท่าไหร่เพื่อนสนิทของสายลมพูดขึ้น

 

“สัด มึงไม่ได้หายกับกูมั้ย มึงก็พูดได้ดิวะ” สายลมพูดเสียงขุ่น

 


“เอาน่า ไอ้แบงค์กับเจมส์ มันไปดูกล้องวงจรปิดหน้าห้องให้อยู่” เต้ตอบกลับ

 


“นี่มันวันซวยของกูหรอวะ เมื่อเช้าก็ตื่นสาย บ่ายมาก็ของหาย จะมีอะไรที่_ยิ่งกว่านี้มั้ย”

 


“ซวยยิ่งกว่านี้คือ ไม่มีภาพคนที่ขโมยของมึงไปเลย มีแค่คนในห้องที่เดินเข้า-ออก ไม่มีคนน่าสงสัย” เจมส์ หนุ่มมาดเท่เพื่อนอีกคนที่เดินมาถึงโต๊ะบอกกับสายลม

 


“เออ มีแต่คนในห้องกับอาจารย์นี่ล่ะ มึงว่าใครเอาไปล่ะ” แบงค์ หนุ่มขี้เล่นและนิสัยกวนๆคู่หูตัวติดกันกับเจมส์ที่เดินตามมาพูดบ้าง พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างๆกับเจมส์

 


“เออๆขอบใจพวกมึงมากที่ช่วยไปดูให้ ถ้าไม่ติดว่าเขียนงานอยู่กูคงไปเอง” สายลมบอก

 


“แล้วมึงเขียนงานเสร็จแล้วใช่มั้ย” เจมส์ถาม

 


“ไอ้ลมมันเขียนเสร็จแล้ว และกูก็หิวมาก หาไรแดกกัน” กอล์ฟ ร่างสูงผิวคมเข้มมาดร้ายเพื่อนอีกคนพูดขึ้น พวกเขาเลยไปสั่งข้าวมานั่งกินกัน

 


“พวกมึง จะเอาไงดีวะ กิจกรรมล่าลายเซ็นรุ่นพี่” แบงค์พูดขึ้นหลังจากที่นั่งกินข้าวกันสักพัก

 


“ไม่รู้วะ คำใบ้กูคือ คนที่บ๊องสุด แถมหล่อและสวยมาก มึงคิดว่าคำใบ้ปญอ.แบบนี้กูจะหายังไง” เต้บ่นออกมา

 


“เออ ของกู คือ ป้า คำเดียวเนี่ย ใครคือป้าวะ” สายลมบ่นบ้างพร้อมกับขยี้หัวตัวเอง

 


“ดีนะของกูง่ายๆ ผู้ชายที่ใส่ตุ้มหู แต่แม่งไม่ยอมให้ลายเซ็นกู บอกให้ไปยืนคุยกับถังใส่ขี้หมา” กอล์ฟพูดแล้วถอนหายใจหนัก

 


“ฮ่าๆๆๆ คำสั่งห่าไรวะนั่น”

 


“แต่ยังไงก็ดีนะ มึงหาเจอง่ายๆเลยมีคนเดียวใส่ตุ้มหู แต่พวกกูนี่ต้องไปไล่ถามทุกคน” เจมส์บอก

 


“นั่น พี่คล้าวกับพี่เมฆากำลังเดินมาทางนี้” ทุกคนหันไปมองพร้อมกับยกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งสอง คล้าวยิ้มรับพร้อมกับถามความคืบหน้าของกิจกรรม มีเพียงเมฆาที่ยืนเงียบแต่สายตาจ้องมาที่สายลมอย่างไม่ปิดบัง

 


“แม่ง จะจ้องไรนักหนาวะ” สายลมหันไปบ่นกับกอล์ฟที่นั่งข้างๆ

 


“มึงไปทำไรให้พี่เขาไม่ชอบขี้หน้าปะวะ” กอล์ฟบอกเสียงเบา

 


“พวกมึงอย่าลืมเข้าประชุมตอนบ่ายละกัน ถ้ากูไม่เห็น พวกมึงเจอดีแน่” เมฆาพูดเตือนขึ้นแต่สายตายังคงจ้องไปที่สายลม

 


“ครับพี่” ทุกคนพูดตอบ ก่อนที่คล้าวและเมฆาจะเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองบ้าง

 


“ตอนเช้าก่อนเข้าห้องประชุมกูเจอพี่เมฆาด้วย แม่งขัดขากู เป็นห่าไรก็ไม่รู้ กูจำได้ว่าไม่เคยไปยุ่งกับมันนะ” สายลมบ่นออกมา

 


“เขาอาจจะเหม็นหน้ามึงว่ะ กูจำได้ว่าน้องมิ้นท์ ช.3ที่มึงตามจีบเป็นเด็กเก่าพี่เมฆา” เจมส์เล่าให้ฟัง

 


“กูว่าไม่เกี่ยวกับมิ้นท์ แต่เกี่ยวที่มันเห็นกูหล่อกว่าเลยหมั่นไส้” สายลมพูดอย่างมั่นใจ

 


“มึงว่าใครหมั่นไส้ใครนะ” กลุ่มของสายลมหันไปตามเสียงก็เห็นว่าเมฆายืนอยู่ข้างหลัง

 


“ผมพูดถึงไอ้ขี้เหร่คนหนึ่ง มันหมั่นไส้ผมเพราะว่าไปตามจีบเด็กเก่ามัน” สายลมตอบแล้วยิ้มนิดๆ

 


“มึงคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกซีรี่ย์เกาหลีหนังหน้าดีขนาดด่าคนอื่นได้เลยว่างั้นเถอะ” เมฆาบอกยิ้มขำ

 


“ก็หน้าตาดีกว่าพี่ละกัน” สายลมพึมพำในลำคอ

 


“มึงว่าอะไรนะไอ้ลม” เมฆาพูดพร้อมกับบีบไปที่ไหล่ของสายลมไม่แรงมากนัก

 


“กูไปเตะบอลกับพวกไอ้เติ้ลหน่อยละกัน” สายลมบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมที่จะปัดมือของเมฆาออกจากไหล่ของตัวเองแล้วเดินออกไปที่สนามทันที

 


“ไอ้ลม! เอ้า มันเป็นไรของมันวะ” เพื่อนๆตะโกนเรียกแต่สายลมเดินห่างออกไปแล้ว

 


“น่าแกล้งชิบหาย” เมฆายกยิ้ม

 

............................................................................

 

หลังจากที่ได้เตะบอลระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวในใจออก สายลมก็เดินมาล้างหน้าล้างตาที่สวนหย่อมหลังห้องปกครอง พร้อมกับนึกถึงจุดเริ่มต้นความซวยที่ทำให้ตัวเองต้องมาอยู่ที่นี่และเจอกับเมฆาในวันแรกของการสมัครเรียน


เพราะครอบครัวกำลังมีปัญหาเรื่องเงินอย่างหนักหลังจากที่พี่สะใภ้คลอดลูกชายออกมา เงินที่ปกติก็ไม่พอใช้จ่ายในบ้านอยู่แล้วยิ่งต้องเอาเงินมาเป็นค่านม ค่าผ้าอ้อม ค่าใช้จ่ายของเด็กเล็ก ทำให้พ่อตัดสินใจพาสายลมมาสมัครเข้าเรียนปวส.หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หลังจากจบม.6 เพื่อที่จะได้เรียนจบไวๆแล้วออกมาหางานทำ ส่งเสียตัวเองเรียนป.ตรีเอา ปกติที่ไม่ชอบพวกเด็กช่างอยู่แล้วยิ่งต้องมาอยู่ในวิทยาลัยของพวกเด็กพาณิชย์ อาชีวะ ยิ่งทำให้สายลมหงุดหงิดเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มาเรียน


แต่หลังจากเข้ามาเรียนได้สักพักก็ทำให้เขามองเด็กสายอาชีพเปลี่ยนไป เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเด็กพวกนี้ถึงมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสังคมและไม่ถูกยอมรับมากนัก ถึงจะยังไม่ชอบอยู่แต่ก็เปิดใจรับมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทุกสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี เด็กสายอาชีพก็เช่นกัน มีทั้งคนที่เก่งและเก่งน้อยกว่า ในแง่การเรียนอาจจะสู้สายสามัญหรือมหาลัยไม่ได้ แต่ในด้านการทำงานเขาคิดว่าสู้ได้แน่นอน  คนที่เรียนสายอาชีพไม่ใช่ไม่เก่งการเรียนแต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาในด้านการเงินและต้องการรีบจบรีบทำงานเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว


ซึ่งเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีปัญหานี้และอยากรีบเรียนให้จบหางานหาเงินช่วยครอบครัว แต่หลังจากที่คิดแบบนี้ พี่ชายกับพี่สะใภ้ก็กู้เงินมาปรับแต่งบ้านให้เหมาะกับการเปิดร้านขายอาหารและสร้างห้องพักเล็กๆหลังบ้านเปิดให้นักศึกษาที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้านของเขาเข้าพักในราคาไม่แพงมาก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทำให้ตอนนี้ครอบครัวของเขามีเงินเก็บและฐานะดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เรื่องหนี้สิ้นที่มีก็ค่อยๆผ่อนไปเรื่อยๆ

 


ติ๊ด.... ติ๊ด.....

 

 “ครับ” สายลมกรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถือ

 

 (“ลมวันนี้หนูเลิกกี่โมง”) วิมลผู้เป็นพี่สะใภ้ถามขึ้น

 

“ไม่รู้เหมือนกันพี่มล วันนี้มีประชุมสาขาด้วย” สายลมบอก

 

(“หรอ นานมากมั้ยนะ ขอกลับก่อนไม่ได้หรอ”) วิมลพูดเสียงเครียด

 

“พี่มลมีอะไรเปล่าครับ” สายลมถามอย่างสงสัย

 

(“พี่ว่าจะพาน้องตั้มไปหาหมอน่ะ ไข้ไม่ลดลงเลย”)

 

“แล้วไม่มีคนอยู่ที่บ้านหรอครับ”

 

(“ไม่มีเลยลม แม่กับพ่อออกไปซื้อของมาเพิ่มที่ร้าน ส่วนน้ำมีเรียนพิเศษเลิก5โมง ”)

 

(“ลมออกมาก่อนได้มั้ย กลับมาดูร้านให้พี่หน่อย พี่จะรีบไปรีบกลับนะ”) วิมลพูดออกมาอีก

 

“ได้ครับ งั้นผมจะรีบกลับ พี่มลรีบพาตั้มไปหาหมอเลย ฝากลุงยศเฝ้าร้านให้ก่อน” สายลมตอบตกลงพร้อมกับเดินไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กับเพื่อน

 

(“โอเค ขอบใจมากนะลม”)

 

สายลมกดวางสายแล้วเดินมาแสกนบัตรนศ.ออกจากวิทยาลัยอย่างเนียนๆเหมือนกับว่ามันถึงเวลาเลิกเรียนของเขาแล้ว โดยที่รุ่นพี่อย่างเมฆามองตามอย่างหงุดหงิดทั้งๆที่พูดเตือนไว้แล้วว่าให้มาเข้าประชุม

 


“มึงกล้าขัดคำสั่งกูหรอวะไอ้ลม” เมฆากัดฟันพูดคนเดียวอย่างโมโห


..............................50%...........................


ติ๊ด ... ติ๊ด ...

 

 

"ครับแม่" สายลมตอบ

 

 

(เป็นไงบ้างลูก ถึงบ้านแล้วใช่มั้ย) ปลายสายตอบกลับมา

 

 

"ครับ แล้วแม่จะกลับมากี่โมงอ่ะ" สายลมถาม

 

 

(แม่อาจจะกลับดึกหน่อยนะ พอดีพ่อเขาเจอเพื่อนเก่าเลยว่าจะไปกินข้าวกัน)

 

 

"โอเคครับ เดี้ยวผมปิดร้านเอง แม่ไม่ต้องห่วงนะ"

 

 

(จ๊ะ ฝากดูแลด้วยละกัน ส่วนหลานน่ะนอนโรงพยาบาล วันนี้คงไม่กลับนะไม่ต้องรอ หนูนอนไปเลยนะลูก)

 

"ครับแม่ หวัดดีครับ"

สายลมวางสายจากแม่ แล้วนั่งเล่นโทรศัพท์รอเวลาปิดร้าน ส่วนลูกค้าก็มีเข้าร้านเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยถึงทุ่มนึง

 

 

"ร้านยังไม่ปิดใช่มั้ยครับ"

 

 

"ยังครับ รับอะ...ไ.....!!" สายลมตอบกลับและเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง แต่ก็ต้องตกใจอย่างหนัก รวมถึงร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าร้านเช่นกัน

 

 

"ไอ้ลม!?" เมฆามองอย่างแปลกใจเมื่อเจอรุ่นน้องที่ไม่ยอมเข้าประชุมวันนี้อยู่ตรงหน้า

 

 

"บ้านมึงเปิดร้านขายอาหารตามสั่งหรอวะ"ร่างสูงถามพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งในร้านโต๊ะด้านในสุด

 

 

"พี่จะรับอะไรดีครับ" สายลมไม่ตอบคำถามแต่เปลี่ยนเรื่องแทน

 

 

"หึ ร้านมึงมีอะไรบ้าง" เมฆาถามกวน

 

 

"ก็ขายทุกอย่างที่กินได้" สายลมตอบเสียงแข็ง

 

 

"ขายทุกอย่างในร้านนี้เลยรึเปล่า"

 

 

"นี่!พี่จะเอาไรวะ ทุกอย่างในนี้ก็ขายหมด" สายลมตอบอย่างหงุดหงิด ทำไมต้องมากวนประสาทกันด้วยวะ

 

 

"กู เอา มึง ขายเท่าไหร่ล่ะ" เมฆาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ร่างตรงหน้า

 

 

"เฮ้ย!พี่จะบ้าหรอวะ ถ้าไม่กินก็ออกไปเลย ผมจะเก็บร้าน" สายลมตอบแล้วจ้องหน้าอีกคนอย่างเอาเรื่อง

 

 

"หึหึ ไล่ลูกค้าแบบนี้เดี้ยวร้านมึงก็เจ๊งหรอก" เมฆาพูด จ้องหน้าอีกคนอย่างไม่ละสายตา

 

 

"ถ้าลูกค้ากวนตีนแบบพี่ ไม่มาอีกผมก็จะดีใจมาก!" สายลมตอบกระแทกเสียงๆ

 

 

"เออๆแม่งกวนนิดกวนหน่อยทำเป็นขึ้นนะมึง กูเอาสุกี้ทะเล น้ำโค้ก" เมฆาบอก สายลมก็จดตามอย่างหงุดหงิด

 

 

"ขายของหน้าต้องยิ้มแย้มไม่ใช่คิ้วผูกกันเป็นโบว์แบบนี้" เมฆาบอกแล้วตบไปที่กลางหน้าผากสายลมไม่แรงนัก



"โวะ!พี่แม่ง แล้วเพราะใครล่ะที่กวนตีนกัน" สายลมบ่นออกมาแล้วถอยห่างอีกคนเล็กน้อย มือก็ลูบไปที่หน้าผาก



"กูหิว มึงรีบไปทำ แล้วอย่าใส่อะไรแปลกๆลงไป ไม่งั้นตีนกูแปะที่หน้ามึงแน่" เมฆาพูดบอกพร้อมกับขู่กันไว้

 

 

"ฮึ่ย! พูดเหมือนรู้ทัน" สายลมบ่นพึมพำแล้วเดินไปเปิดเตาแก๊ส

 


ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเมฆา เขามองตามทุกๆอิริยาบทของอีกคน และอดที่

จะยิ้มขำออกมาไม่ได้ รุ่นน้องที่เขาเห็นว่าน่าแกล้งน่าหยอก ตอนนี้กลับดูน่ารัก น่ามอง น่า

กอด น่าฟัดไปหมด ดูเป็นแม่(?)ศรีเรือนที่ดี ความรู้สึกที่คิดว่าถ้าเจอสายลมจะจัดบทลงโทษ

ให้อย่างหนักที่กล้าโดดประชุม แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นกลับหายไปหมดเพียงแค่ได้เห็นอีก

คนหงุดหงิด คิ้วขมวด กระเง้ากระงอเพราะเขา มันดูน่ารักน่าหยิกเกินไป

 

 

"ทำไมวันนี้มึงไม่เข้าประชุม" เมฆาถามขึ้นเมื่ออีกคนยกถ้วยสุกี้มาเสิร์ฟ

 


"พี่สะใภ้พาหลานไปหาหมอไม่มีคนอยู่ ผมเลยกลับมาเฝ้าร้านแทน" 

สายลมตอบโดยที่ไม่มองหน้าคนถาม

 



"ทำไมไม่ปิดร้านไปเลย ในเมื่อไม่มีใครอยู่" เมฆาถามพร้อมกับตักปลาหมึกเข้าปาก

 

 


"ปิดร้านไปครึ่งวันก็เสียรายได้ไปหลายร้อย สู้ให้ผมรีบกลับมาขายต่อดีกว่า อีกอย่าง

ประชุมก็ไม่ได้ มีอะไรสำคัญ" สายลมตอบแล้วทยอยเดินเก็บของเพื่อปิดร้าน

 



"มึงรู้ได้ยังไงว่าไม่มีอะไรสำคัญ อย่าตัดสินใจเอง" 


สายลมหันไปมองหน้าอีกคนพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ

 



"แล้วกิจกรรมรับน้องล่าลายเซ็นมันสำคัญยังไง ก็แค่รุ่นพี่แกล้งรุ่นน้องเพื่อความพอใจของตัวเอง"

 



"มึงเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่พวกกูคิดผิดมากไปนะ"เมฆาพูดเสียงนิ่ง

 



"จะยังไงก็ช่างพี่รีบกินรีบกลับเหอะ ผมจะปิดร้านแล้ว"

          สายลมรีบพูดเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากเถียงกับอีกคนมากนัก




"มึงมีความผิดติดหลังอยู่นะ ยังมีหน้ามาไล่กูอีก"

 



"เออผมขอโทษแล้วกัน ครั้งหน้าจะเข้าแน่นอน" สายลมตอบปัด

 



"พรุ่งนี้มึงซื้อหมูปิ้งหน้าตลาดมาให้กูด้วยตอนเช้า" สายลมเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับอีกคนแล้วมอง

เคืองๆ

 



"ทำไมพี่ต้องใช้ผมด้วยวะ หน้าวิทลัยก็มีขาย ซื้อเองดิ"

 



"กูอยากกินเจ้านี้และอยากให้มึงซื้อ มึงมีปัญหาอะไรมั้ย" เมฆาตอบยกยิ้ม

 



"มีดิพี่! ผมไม่ใช่เบ๊ส่วนตัวของพี่นะเว้ย"


สายลมโวยวาย เรื่องอะไรจะต้องทำตามที่สั่งด้วย

 



"เพราะมึงโดดประชุม และกูคือประธานสาขา นี่คือบทลงโทษ" 

เมฆาพูดจบก็วางเงินไว้บนโต๊ะแล้วลุกขึ้น

 



"50ไม่ต้องถอน อย่าลืมที่กูสั่ง" เมฆาดีดหน้าผากสายลมไปทีหนึ่งแล้วเดินออกจาก

ร้านไป สายลมหยิบเงินขึ้นมาเก็บไว้ที่กล่องเก็บเงิน

 



"สุกี้35น้ำ12เหลือ3บาทเนี่ยนะ งกชิบ" 

 



เมื่อเห็นว่าคงไม่มีคนเข้าร้านแล้ว สายลมก็เดินไปปิดประตูเหล็กหน้าบ้าน แล้วเตรียม

ตัวอาบน้ำขึ้นห้องนอน ปกติถ้าที่บ้านมีคนอยู่จะเริ่มเก็บร้านช่วง3ทุ่ม แต่เพราะตอนนี้มีแค่เขา

คนเดียวจึงรีบเก็บปิดร้านนอนดีกว่า

 

......................50%.....................

 

                ติ๊ด... ติ๊ด...

 

                “อือ... ใครวะ โทรมาตอนนี้”

                สายลมที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ดันตัวลุกขึ้น บ่นอู้อี้ในลำคออย่างงัวเงีย เอื้อมมือไปยังโทรศัพท์อย่างเกียจคร้าน



                “ฮัลโห....ล ฮาว...วว ...ใครครับ”

                กรอกเสียงตอบปลายสายพร้อมกับฮาววอดออกมา โทรมาตอนตี3ถ้าไม่มีอะไรสำคัญพ่อจะด่าให้!



                (ไง เสียงดูงัวเงียนะไอ้น้อง เพิ่งตื่นหรือไง) เสียงทุ้มตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี


สายลมเบิกตาโพลง หายง่วงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงปลายสายที่ตอบกลับมา  



                “ไอ้พี่เมฆา!!” สายลมตะโกนใส่ปลายสายอย่างลืมตัว ไม่นึกเลยว่าเบอร์แปลกที่โทรมาก็คือเบอร์ของเมฆา แถมที่สำคัญโทรมาตอนตี3เนี่ยนะ!



                (มึงจะตะโกนทำไมวะ หูกูไม่ได้หนวก) เมฆาพูด



                “ตอนนี้ไม่หนวก แต่ถ้าพี่ไม่บอกเหตุผลดีๆที่โทรมาเวลานี้ หูพี่ไม่ได้ยินอะไรอีกแน่!” สายลมบอกเสียงแข็ง



                (ไม่มีอะไร กูแค่จะโทรมาเตือนเรื่องหมูปิ้ง)



                “เฮอะ เพื่อเรื่องแค่นี้หรอวะ แล้วนี่พี่ไปเอาเบอร์ผมมาจากไหน” สายลมถามอย่างสงสัย



                (ความสามารถพิเศษส่วนตัวของกู มึงไม่จำเป็นต้องรู้หรอก) เมฆาพูดตอบกวนๆ



                “เออ!ก็ไม่ได้อยากรู้หรอก แค่นี้นะ!!คนจะนอน” สายลมตะคอกใส่ปลายสาย



                (เดี้ยว!กูยังพูดไม่จบ)



                “อะไรของพี่อีกวะ แม่ง” สายลมบ่น



                (คิดถึง)



                “ห๊ะพี่ว่าอะไรนะ”



                สายลมถามซ้ำ เพราะคิดว่าตัวเองคงจะได้ยินผิดไป



                (คิดถึง กูบอกว่าคิดถึงมึง) เมฆาพูดย้ำ



                “พ...พี่เมากาวหรอวะ คิดถึงอะไร ขนลุก!” สายลมตอบกลับ ไม่เข้าใจว่าทำไมเมฆาถึงได้พูดอะไรแบบนี้



                (เมาสุกี้มึงนั่นแหละ ไม่กวนละ ฝันดีครับ) เมฆาพูดก่อนจะวางสายไปโดยที่อีกคนไม่ทันได้ตอบอะไร


                “แม่ง คนบ้าอะไรวะ แล้วยังงี้จะนอนหลับได้ไงเนี่ย!” สายลมโวยวายออกมาพร้อมกับขยี้หัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ พี่มันก็แค่อยากแกล้งเท่านั้น จำไว้ไอ้ลม เขาแค่แกล้งมึง ไม่ต้องคิดมากอะไรทั้งนั้น!


“กูบอกว่าคิดถึงมึง”


“กูบอกว่าคิดถึงมึง”


“กูบอกว่าคิดถึงมึง”


“กูบอกว่าคิดถึงมึง” ......... “ฝันดีครับ”


                “เ_!ไอ้พี่เมฆาบ้า!โว้ยยย!!!” สายลมที่พยายามข่มตาหลับ พูดออกมาอย่างหัวเสีย ทั้งๆที่คิดจะลืมแต่ทำไมเสียงทุ้มยังคงดังหลอกหลอนในโสตประสาทไม่หายไปสักที แถมหัวใจยังเต้นแรงแปลกๆอีก

                ชอบแกล้งกูจังวะ  คิดถึงอะไร ฝันดีอะไร ไม่รู้ไม่ชี้โว้ยยยยย!!!!

.

.

.

.

.

.

.

.

                “หึหึ ป่านนี้คงกำลังหงุดหงิดอยู่ล่ะสิ”

                เมฆายกยิ้มอย่างพอใจที่โทรไปกวนอีกคนได้ แถมได้ผลเกินคาด ฟังจากน้ำเสียงที่ตอบกลับมาดูเหมือนจะไม่พอใจเขามากเลยล่ะ



                “ดูมีความสุขเหลือเกินนะมึง โทรไปแกล้งน้องมันเนี่ย” เบนซ์เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มพูดขึ้น รู้ดีว่าเพราะอะไรเพื่อนตัวสูงถึงชอบแหย่รุ่นน้องอย่างสายลมนัก ก็อาการชอบแกล้งชอบแหย่จะแสดงออกมาก็ต่อเมื่ออยู่กับคนที่มันชอบเท่านั้นแหละ



                “แค่ได้ยินเสียงมัน กูก็นอนหลับฝันดีละ” เมฆาตอบพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ตอนนี้เขาและกลุ่มเพื่อนนั่งสังสรรค์กันอยู่ที่ร้านเหล้าซึ่งครอบครัวของเบนซ์เป็นเจ้าของ



                “ระวังจะโดนเกลียด ดันโทรไปตอนตี3อีก สมองมึงคิดดีแล้วใช่มั้ย” คร้าวพูดขึ้นหลังจากที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่นาน



                “ไอ้ช้างเผือกมึงไม่ต้องเสือกกับเขาสักเรื่องจะตายมั้ยหะ” นพเพื่อนสนิทคนสุดท้ายในกลุ่มพูดบอก คร้าวไม่ให้เข้าไปยุ่งกับเรื่องความรักของเมฆามากนัก



                กลุ่มของเมฆามีกัน4คน คนแรก คร้าว หนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวจัด ในกลุ่มชอบเรียกกันว่า เผือก เพราะผิวขาวมากเกินหน้าเกินตาคนอื่นๆ ซึ่งแตกต่างกับนพมาก



                นพ หนุ่มร่างสูงผู้มีใบหน้าที่ดูดุดันคู่กับผิวสีน้ำผึ้ง เป็นที่ชื่นชอบของบรรดารุ่นน้อง ใบหน้าหล่อคมเข้มแบบไทย ร่างกายกำยำ ดึงดูดบรรดาสาวน้อยใหญ่



                เบนซ์ หนุ่มร่างเล็กที่สุดในกลุ่ม ที่มักจะโดนล้อเลียนอยู่เสมอกับความสูงและหน้าตาที่ออกหวานเหมือนผู้หญิง เบนซ์มีส่วนสูงอยู่ที่172เซน ถือว่าตัวเล็ก เพราะคนอื่นสูง183เซนขึ้น


                และสุดท้าย เมฆา ร่างสูงที่มักจะมีใบหน้าบึ้งตึงต่อผู้พบเห็นเสมอ แต่ถึงยังงั้นก็มีผู้คนหลงใหลกับใบหน้าเย็นชาและท่าทางสุดเท่นั้น ไม่ค่อยมีใครที่จะได้เห็นรอยยิ้มจากผู้ชายคนนี้มากนัก ทั้งที่ความจริงเป็นคนที่มีนิสัยกวนๆและยิ้มง่ายมากๆ แต่ก็มีโลกส่วนตัวมากเช่นกัน นอกจากเพื่อนๆร่วมรุ่นและรุ่นน้องในสาขาก็ไม่ค่อยมีใครเห็นเขายิ้ม



                “พวกมึงเลิกเถียงกัน กูเลิกแดกละ เดี้ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว” เมฆาบอกพร้อมกับกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายจนหมด



                “เออว่ะ พรุ่งนี้มีสอบย่อยพี่ศรี” เบนซ์ที่นึกขึ้นได้รีบหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่หน้าร้าน ที่ขณะนี้ตีบอกเวลา ตี3.41 น.



                “งั้นก็รีบแยกย้ายกันขึ้นนอนได้แล้วลูก เดี้ยวจะตื่นสายกัน” แม่ของเบนซ์ที่เดินเอาน้ำแข็งมาเสิร์ฟให้โต๊ะข้างๆบอกออกมา ในเวลานี้มีลูกค้านั่งกินในร้านไม่กี่โต๊ะถึงแม้จะทยอยกันกลับบ้านไปบ้างแล้วก็ตาม



                “พวกผมช่วยแม่เก็บร้านก่อนมั้ยครับ” นพเอ่ยถามขึ้นอย่างเกรงใจเพราะมาดื่มบ่อยและแม่ของเบนซ์มักจะไม่เก็บเงินค่าเหล้าเบียร์พวกตน



                “โอ้ย ไม่ต้องหรอกนพ ยังมีเด็กเก็บร้านอีก2คน รีบขึ้นไปนอนพักเถอะ เดี้ยวแม่ก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน”



                “โอเคครับแม่ ขอบคุณครับ” พวกผมยกมือไหว้แม่ของเบนซ์ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะแล้วขึ้นนอนกันเรามักจะนอนค้างกันที่บ้านของเบนซ์ทุกครั้งที่มีการดิ่ม เพราะไม่อยากขับรถกลับบ้านทั้งที่ดื่มแอลกอฮอล์



                เมฆาที่เข้าห้องนอนเป็นคนสุดท้ายเดินไปนั่งที่ปลายเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความ ก่อนจะยิ้มออกมา



ฝันดีฝันถึงพี่เมฆานะครับ ไอ้หมาดื้อ :D

                              จากรุ่นพี่สุดหล่อ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 #เรียบๆเรื่อยๆใสๆวัยเรียน(?)

#ค่อยๆเข้มข้นขึ้นนะคะ ตอนแรกอาจจะน่าเบื่อเนอะ

#ฝากเม้นติชมด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

#แก้ไขคำผิดและวรรค#

 

8 ความคิดเห็น

  1. #7 หนอนอวบ (@lataetae12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 20:44
    อร้ายยยย พี่เมฆา



    #7
    0
  2. #5 Sirinya9450 (@sirinya9450) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:01
    พี่เมฆานี่ชอบแกล้งน้อง ตลอดเลย
    #5
    0
  3. #1 bunnysky_jp (@juneexo2542) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 16:05
    คุณกำลังจะมีเคราะห์ คุณสายลม
    #1
    0