† • The Eternal Destiny • †

ตอนที่ 16 : บทที่10 : นักดนตรีจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 เม.ย. 54



06/04/54


สวัสดีค่า~ มาพบกับรุนะยามรุ่งสางอีกครั้งค่ะ(ฮา) 

เป็นอะไรไม่รู้อัพช่วงเวลาปกติกะเค้าไม่ได้ อย่าถือสานะคะ 555

ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยพ่อแม่พี่น้องที่ห่างหายไปนานราวครึ่งปีได้..

ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะภารกิจรัดตัว+แต่งไม่ออกเองค่ะ..รุนะต้องขอโทษในส่วนนี้มากๆ

นิสัยรุนะคือไม่ชอบแต่งสดค่ะ คือต้องร่างไว้ เขียนไว้ แล้วต้องQCซ้ำหลายรอบมาก

เพื่อที่ว่าเนื้อเรื่องจะได้ไม่หลุดนอกกรอบเกินไป(แค่นี้ก็หลุดจนไม่รู้จะว่าไงแล้ว XD)

ทั้งเป็นโรคแปลกๆ...คือต้องเห็นตอนนึงมีเผื่อไว้ถึงจะลงตอนนั้นๆได้..

.คือสมมติจะลองตอน 10 ตอน 11 ต้องใกล้เสร็จอะไรงั้น ผลมันก็เลยออกมาตามที่เห็น

ต้องขอโทษจริงๆค่ะ //กราบท่านผู้อ่าน (_/l\_)


บทที่10 นี้เป็นตอนที่รุนะชอบมากค่ะ(ในหลายๆจุด หลายๆความหมายด้วยกัน ^ ^) 

บทนี้จะเกี่ยวกับดนตรี ความสัมพันธ์ของตัวละคร และเงื่อนงำบางสิ่งที่เริ่มเผยออกมาให้เห็น

แน่นอนว่ายังคงมี Ost.มาให้เสนาะหูเช่นตอนที่แล้วค่ะ

(รุนะคัดแต่เพลงที่ชอบมาอ่ะ ทำใจหน่อยนะคะ 5555)

เอาเป็นว่ารักใครชอบใคร เชียร์ใครก็เต็มที่นะคะ(ฮา) บอกกล่างกันมั่งก็ได้น้า

(แอบเชคเรตติ้งตัวละคร กร๊ากกกก)

ยังไก็ขอให้ท่านสนุกสนานไปกับ TED ค่ะ ^^


†• LunaR •†™



-------------------------------------------------------------




               บทที่ 10 - นักดนตรีจำเป็น 






               ประตู รั้วสูงใหญ่ พื้นหญ้าสีเขียวกว้างไกลพอที่จะวิ่งเล่นได้อย่างอิสระ เหล่าตนไม้นานาพันธุ์เรียงราย  บ้านหลังใหญ่ที่มีห้องนับร้อย เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงก็พบกับพรมแดง รอบห้องมีภาพราคาแพงที่ประดับอยู่ประปราย ทั้งยังมีเครื่องใช้เครื่องเรือนราคาแพงส่องประกายปิ๊งๆตั้งตระหง่านอยู่ให้ เห็นทั่วไป ...ต่อให้จะมองกลับหัว ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา หรือจะดูยังไงมันก็คือคฤหาสน์...คฤหาสน์ชัดๆ!!


               "ยินดี ต้อนรับกลับมาครับ/ค่ะ นายท่าน!!"เสียงของเหล่าเมดสาวนับร้อยและพ่อบ้านอีกห้าคนดังขึ้นอย่างพร้อม เพรียงเมื่อเจ้าบ้านได้ก้าวเหยียบผ่านเข้ามาภายในบริเวณห้องโถง สร้างความขนลุกไปทั่วร่างกายของเด็กสาวเป็นอย่างมากจนอดที่จะกระดึ๊บๆ เดินเข้าไปใช้เจ้าของบ้านเป็นโล่กำบังเสียมิได้ ฝ่ายเจ้าบ้านเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรจึงให้สัญญาณว่าเงยหน้าขึ้นได้ เมื่อทุกคนเงยหน้ากันครบแล้วเขาจึงเอ่ยถามขึ้นมา


               "ชาร์ล เตรียมงานไปถึงไหนแล้วครับ?"


               "เตรียม การเรียบร้อยแล้วครับ เหลือเพียงรอเวลาเริ่มงาน เชิญนายท่านเตรียมตัวได้เลยครับ"หัวหน้าคนงานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลันดวงตาของเขาก็ไปสะดุดกับหัวสีทองๆที่โผล่ออกมาจากหลังของนายเหนือหัว ทั้งยังพยายามจะหลบหลังเจ้านายของเขาสุดชีวิต(ทั้งๆที่รู้กันอยู่ว่าให้ตาย ก็หลบไม่มิด)จึงอดเอ่ยถามออกไปไม่ได้"แล้วคุณหนูท่านนั้นล่ะครับ?"


               ได้ ยินดังนั้นคนที่ริอาจเอาเข้าบ้านเเป็นไล่กำบังกาย(ไม่มิด)ก็พลันสะดุ้งเฮือก ทันที ทั้งยังพยายามเอาหน้ามุดหลังคนข้างหน้ายิ่งขึ้นไปอีกต่างหาก


               "เพื่อน ร่วมชั้นของผมแล้วก็เป็นคนที่จะแสดงคู่กับผมคืนนี้"มือหนากคว้าหมับเข้าที่ คอเสื้อของคนที่เกาะแกะอยู่ข้างหลังแล้วจับโยนให้เมดที่อยู่ใกล้ตนเองมากที่ สุดพร้อมทั้งสั่งทิ้งท้ายไว้ว่า"ฝากจัดการด้วย ส่งเธอที่ห้องดนตรีที่1 ภายในเวลา 17.45"


               "รับ ทราบค่ะ!!"เหล่าเมดสาวทั้งหลายรับคำ และพากันฉุดกระชากลากถูเด็กสาวเข้าห้องหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดไป จากนั้นจึงช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดแจงวัดตัว ตัดเสื้อ แต่งหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผม แปลงโฉมซะเสร็จสรรพ์ ทั้งยังเอาไปโยนไว้ห้องดนตรีที่1ไว้ก่อนเวลาด้วยความรวดเร็วชนิดที่เด็กสาว ทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว 


               ดวง ตาสีมรกตไล่มองไปรอบห้องดนตรีที่1อย่างคร่าวๆ จึงเห็นว่าห้องนี้มีขนาดที่กว้างพอสมควร ตกแต่งด้วยสีขาวเป็นหลัก รอบห้องมีตู้กระจกที่บรรจุเครื่องดนตรีเอาไว้มากมาย โดยมีแกรนด์เปียโนสีดำหลังใหญ่เป็นจุดศุนย์กลางของห้อง เด็กสาวเดินไล่มองเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดที่อยู่ในตู้ ทุกชิ้นถูกจัดเป็นหมวดหมู่จึงดูไม่ค่อยยากนัก ตั้งแต่เครื่องสาย เครื่องดีด เครื่องเป่าลมไม้ เครื่องเป่าทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะแบบฟอนท์ไลน์ ขาดเครื่องประกอบจังหวะแบบบีตส์ กับพวก พิณ ฮาร์ป ออร์แกน เท่านั้น แต่ถ้านับกันตามปกติทั่วไปแล้วการรวบรวมเครื่องดนตรีจำนวนขนาดนี้ไว้ได้ก็ เป็นเรื่องที่สุดยอดมากทีเดียว เธอไม่อยากจะคิดด้วยซ้ำว่าในปราสาทเซเวียร์ในดาโรเซียจะมีเครื่องดนตรี มากกว่านี้อีกขนาดไหน บางทีคงจะมีจำนวนใกล้เคียงกับปราสาทราเช่ในเซซิลเลียเลยก็ได้


               แกร๊ก


               เสียง เปิดประตูห้องที่ดังขึ้นทำให้เด็กสาวหันไปมองที่ต้นเสียงก็พบเด็กหนุ่มเดิน เข้ามาอย่างช้าๆ ผมสีน้ำตาลของเขาถูกเสยขึ้นไปเล็กน้อยถึงจะดูแปลกตาไปบ้างแต่ก็นับว่าดูดีที เดียว ยิ่งสูทสีดำขลับตกแต่งด้วยลวดลายงดงามสีทองรับกับดวงตาสีนิลของเขายิ่งทำให้ ดูโดดเด่นขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว  ไม่นานนักเด็กหนุ่มก็เดินมาหยุดตรงหน้าเด็กสาวแล้วใช้ดวงตาอันชวนหลงใหล นั้นไล่สแกนตั้งแต่หัวจรดเท้าดังที่เคยทำเมื่อวันที่มีพิธีแห่งราโคเลียไม่ มีผิดเพี้ยน


               ขณะ นี้เด็กสาวอยุ่ในชุดประโปรงสายเดี่ยวสีขาว ประดับตกแต่งด้วยลูกไม้สีดำ ตรงช่วงล่างชุดกระโปรงถูกผ่าออกมาเพื่อให้เห็นกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่อยู่ ภายใน ผมสีทองถูกแต่งให้เรียบโดยมีริบบิ้นสีดำผูกเป็นโบว์ทั้งสองข้าง สวมใส่ด้วยรองเท้ารัดส้นสีขาวประดับลูกไม้  หากดูโดยรวมแล้วนับว่าเด็กสาวเองก็น่ารักอยู่ไม่น้อย ถ้าได้ใส่ชุดประเภทนี้ทุกวันคงจะดึงเสน่ห์ของเด็กสาวออกมาได้ดีทีเดียว


               "ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง"


               "หุบ ปากไปเลยเจ้าพวกเผด็จการ!"ฮินาโกะเอ่ยอย่างมีน้ำโห ทั้งชีวิตเธอไม่เคยขึ้นแสดงต่อหน้าประชาชี ฝีมือเธอก็ไม่ใช่ระดับที่จะใช้อวดชาวบ้านไปทั่วซะด้วย ถ้าเกิดว่างานนี้พลาดขึ้นมา มันย่อมไม่เป็นผลดีกับตัวคาซึเนะและเป็นผลร้ายแรงถึงตายสำหรับเธอ


               "นี่ ตอบแทนเรื่องเมื่อวานต่างหาก"เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างสะใจผิดกับคำพูด ที่เขาเปล่งออกมาเมื่อกี้ลิบลับ เขาเดินเข้าไปใกล้เด็กสาวจับล็อกแสดงสัญญาณว่าให้อยู่นิ่งๆแล้วคว้าบางสิ่ง ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นริบบิ้นสีดำสนิทเช่นเดียวกับที่ผูกผมเด็กสาว เพียงแต่มีความยาวที่สั้นกว่าเล็กน้อยเท่านั้นผูกเข้าที่คอของเธอ


               "นี่?"


               "พวกเมดลืมผูกให้"เด็กหนุ่มอธิบายสั้นๆ และเมื่อผูกริบบิ้นเสร็จ เขาจึงถอยออกไปเล็กน้อย "ยื่นมือมา"


               เด็ก สาวยื่นมืออกไปตามสั่ง มือหนายกขึ้นทำท่าประคองมือของเด็กสาว พลันแสงสว่างเล็กๆก็เกิดขึ้นที่ฝ่ามือของฮินาโกะก่อนมันจะแปรรูปกลายไปเป็น ฟลุตรุ่น Y-F575 ตัวที่ซื้อมาจากร้าน 'Acapellia' เมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง เด็กสาวสัมผัสฟลุตตัวนั้นด้วยความตื่นเต้น แต่จับไปได้ไม่ดท่าไรจู่ๆก็มีเส้นอักขระเวทพุ่งออกมาจากฟลุตมาล้อมรอบตัว เด็กสาว จากนั้นมันก็ค่อยๆลดขนาดพื้นที่ลงเรื่อยๆกระทั่งสัมผัสผิวของเธอจึงซึมหายไป โดยไม่เหลือร่องรอยใดๆไว้ในที่สุด


               "จากนี้มันเป็นของเธอ"


               สิ่งที่ เกิดขึ้นเมื่อครู่เรียกกันว่า 'พันธะสิ่งของ' เป็นพันธะที่เชื่อมระหว่างสิ่งของกับตัวผู้ถือเอาไว้ เมื่อทำสัญญากันแล้วจะยกเลิกไม่ได้ แต่สามารถส่งต่อให้ผู้อื่น และการทั้งการเรียกและใช้สอยสิ่งของนี้จะใช้ได้กับ'เจ้านาย'คนปัจจุบันเท่า นั้น     พันธะนี้จัดว่าเป็นมนตราชนิดหนึ่ง จะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อร่ายมนตราฝังลงไปในสิ่งของก่อนแล้วเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ใช้มนตรานี้ได้ผู้ใช้ต้องมีพลังเวทที่สูงในระดับหนึ่งซ้ำยังกิน พลังไม่น้อย ไม่ใช่มนตราที่นำมาใช้พร่ำเพรื่อ การที่สิ่งของต่างๆมีมนตรานี้ลงไว้แต่ต้นจึงมักเป็นของที่ควรจะให้ความสำคัญ จริงๆและยังมีราคาที่สูงขึ้นจากเดิมเล็กน้อย เป็นเหตุให้มนตรานี้ไม่ค่อยแพร่หลายนักในหมู่คนธรรมดาเท่าไรนัก


               "ดะ..เดี๋ยว สิ! ของแพงแบบนี้รับไว้ไม่ได้หรอก! เด็ดขาดเลย!!"ฮินาโกะร้องยื่นคำขาด และทำท่าจะเรียกฟลุตออกมาคืนให้แต่ก็ถูกเจ้าของเดิมห้ามเอาไว้ทั้งยังบอกอีก ด้วยว่า 'พวกนี้เป็นของขวัญ ให้แล้วให้เลยไม่มีการรับคืนใดๆทั้งสิ้น'


               ได้ เจออย่างนี้เข้าไปทำเอาฮินาโกะสะอึกเถียงไม่ออก อารมณ์ก็เริ่มอยากจะฟาดกบาลคนตรงหน้าซักป้าบสองป้าป แต่ก็ได้แค่คิดนั่นแหละ เกิดทำไปแล้วโดนเอาคืนกลับสามเท่าเธอคงไม่ทรุดเลยเรอะ? ยิ่งกับคนที่กำลังแก้แค้นเธออยู่ ณ ตอนนี้แถมยังเคยจับเธอชุดกระชากลากถูไถพื้นอย่างไม่ใยดีแบบหมอนี่แล้ว คงไม่ต้องบอกว่าศพมันคงจะไม่สวยเท่าไหร่..จริงไหม?


               "โธ่ เอ๊ย!"ฮินาโกะร้องอย่างอารมณ์เสียวิ่งไปนั่งที่โซฟา เอาตามตรงตั้งแต่เธอเข้าพื้นที่ส่วนตัวของเด็กหนุ่มมา ยังไม่มีแต้มชนะซักกะคะแนนเจอแต่ติดลบตลอด แถมยังเถียงไม่ได้ซักแอะ เจ็บใจชะมัด!!


               ก็อก ก็อก


               "ขอ อภัยที่ขัดจังหวะ น้ำชามาเสริ์ฟครับ"สิ้นเสียงหัวหน้าคนงานผู้มีนามว่าชาร์ลก็เดินเข้ามาพร้อม กับรถเข็นซึ่งบรรจุไปด้วยถ้วยชา ใบชาและน้ำชาหลากชนิด พร้อมทั้งขนมหวานอีกมากมายเรียงรายจนชวนน้ำลายสอ..เป็นเหตุให้ความ'ตะกละ 'ของใครบางคนเริ่มเปิดสวิตช์ทำงาน..


               "ผมเอิร์ลเกรย์เหมือนเดิม" 


               "รับทราบครับ แล้วคุณหนูทางนี้ล่ะ?"


               "ดาร์จิลิ่งกับเค้กหมดนั่นเลยค่า!!"


               "ครับ!?"ชา ร์ ลมีสีหน้าไม่อยากเชื่อเขาหันไปหาเจ้านายด้วยท่าทางว่าจริงหรือ? แต่ผลคือสีหน้าดังเช่นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย


               "เหมือน จะยุ่งยาก งั้นชาอะไรก็ได้กับเค้กหมดนั่นเลยค่ะ!!"ความสว่างไสวในดวงตาของเด็กสาวที่ เปล่งออกมาทำเอาหัวหน้าพ่อบ้านจุกไปในทันใด...


               "....แน่ใจนะครับ เยอะขนาดนี้ทานไหวแน่เหรอครับ? แล้วไหนราชาติของชาที่ไม่เข้ากับขนมนั่นอีกล่ะครับ?"


               "อันไหนก็เหมือนกันแหละค่ะ!"


               "ทำ ตามที่เธอขอเถอะ"เมื่อได้ยืนยันจากนายเหนือหัวชาร์ลจึงทำตามอย่างเลียงไม่ ได้ แล้วจากไปพร้อมกับรถเข็นคันเดิมแต่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด และความงงงวยเล็กๆที่แฝงอยู่ในความประหลาดใจนั่นเอง


               "ทาน แล้วนะค้า"เด็กสาวไม่รีรอเริ่มลงมือซัดของตรงหน้าทันที เป็นเหตุให้คนที่ค่อนข้างจะไม่ปลื้มของหวานเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีรีบซดชาดับ หวานเลี่ยนไว้อย่างทันท่วงที"บ้านนายเมดเยอะดีนะ.. รุมทีนี่แทบจะทับฉันตายได้เลยล่ะ"


               เด็กสาวเปิดประเด็นทั้งๆที่ยังมีเค้กหลงเหลือในปาก..แล้วหวนนึกถึงภาพที่โดนรุมล้อมอย่างน่าสยดสยองไปด้วย


               "จริงๆเมดมี 3 พ่อบ้านแค่ 2"เด็กหนุ่มเว้นช่วงจิบชาเล็กน้อย"ที่เหลือมาตามคำสั่งพ่อ"


               "มา จากปราสาทเพื่อเตรียมงานน่ะเหรอ? โห! งั้นแสดงว่าที่ปราสาทต้องมีเยอะกว่านี้สิ หวา..แค่คิดก็ขนลุกแล้วแฮะ"เค้กชิ้นที่ 3 ถูกตัดแบ่งและเข้าปากเด็กสาวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยชาถ้วยที่2ที่หายไปกว่าครึ่ง


               "เธอควรจะชิน นักเรียนของเบอร์โดเร่ต้องเข้างานสังคมทุกคนอยู่แล้ว"


               "ถ้า งั้นจะหนีทุกงานให้ดู...โอ๊ยๆๆ เห็บฮะ ห่อยฮี่!"ฮินาโกะร้องเสียงอู้อี้ไม่เป้นภาษา ตีมือคนข้างหน้าที่ลุกขึ้นเดินมาหยิกแก้มอย่างเอาเป็นเอาตาย"อูยยยย หยิกแก้มเค้าทำไมอ่ะ!"


               "เลือก เพลงที่จะใช้มา 2 เพลง ที่เธอเล่นได้ และคิดว่าดี"ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะตอบกลับมา ฮินาโกะจึงตัดสินใจปล่อยเลยตามเลยไป เธอจึงหันไปเปิดสมุดโน้ตดนตรีที่ถูกยื่นมาให้ แล้วพยายามเลือกเพลงที่ตนเองเล่นได้ทั้งยังไม่อับอายขายขี้หน้าชายบ้านชาว ช่องมากที่สุด 


               "งั้น เพลงนี้ กับเพลงนี้"ฮินาโกะขั้นหน้าโน้ตที่จะใช้เอาไวให้คาซึเนะ เขารับมันมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบตกลงและบอกว่าเขาจะเล่นเพลงเมฆาสี ครามเสริมเป็นบทสุดท้ายด้วย และเพื่อไม่ให้พอถึงเวลาแล้วเกิดปัญหา เลยจะซ้อมเผื่อเอาไว้


               การ ซ้อมเริ่มต้นจากไล่สเกลเทียบเสียงก่อน จากนั้นจึงเริ่มวอร์มเสียงกันด้วยเพลงง่ายๆ เสียงฟลุตและไวโอลินดังประสานกันอย่างทุกลักทุเลอยู่สักพัก เมื่อเริ่มเข้าการเล่นเพลงจริงแล้วเสียงกลับเข้ากันอย่างน่าประหลาด ทั้งสองเองก็ตกใจไม่น้อยที่ลักษณะการเล่นเสียงออกมาได้เข้ากันขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากและลงมือซ้อมต่อ  สักพักคาซึเนะก็เปลี่ยนมาเล่นเปียโน เขาเริ่มลองดีดไล่สเกลอยู่ไม่นานก็เริ่มเล่นบรรเลงเพลงถัดๆไปโดยไม่ได้บอก ล่วงหน้า แต่กระนั้นเด็กสาวกลับรู้จังหวะที่เขาจะเริ่มเล่นและสอดประสานท่วงทำนองจนจบ ได้เป็นอย่างดี สร้างความงงวงยและความตกใจเป็นครั้งที่สองให้แก่พวกเขาเป็นอย่างมาก


               "แปลก"เขาพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิดปกติ"ไม่มีใครเล่นประสานได้เขนาดเธอ"


               "ไม่ รู้เหมือนกัน ฉันคิดแค่ว่าเริ่มตรงนี้มั้งแล้วก็เล่นเลยน่ะ"การที่เธอเล่นประสานกับคนที่ เคยเจอหน้ากันยังไม่ถึง ครึ่งเดือนได้อย่างดีนั้นนับว่ามันเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดน้อยมากจนเรียก ได้ว่าแทบไม่มีเลยเชียวล่ะ นักดนตรีส่วนใหญ่เองกว่าจะประสานกับคู่เล่นของตนเองได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะปรับให้เข้ากันได้ แต่นี่อะไร? ไม่กี่นาทีเองนี่นา!


               "ซ้อม ก่อน"เมื่อฝ่ายคาซึเนคิดจะไม่ใส่ใจเธอเองก็ไม่คิดจะสนใจอะไรให้มากความ ทั้งเธอและเขาต่างซ้อมกันต่ออยู่หลายรอบจนคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดอีก แล้วจึงพักยกนั่งพักหายใจกันสักหน่อย  คาซึเนะรินชาให้ตัวเขาเองและเด็กสาว จากนั้นจึงยื่นคุกกี้ 2-3 ชิ้นให้อย่างรู้ทัน ฮินาโกะเห็นดังนั้นก็เอ่ยขอบคุณแล้วลงมือทานของตรงหน้าทันที


               "ว่า ไปแล้วนายรู้จักเพลงเมฆาฯได้ยังไงเหรอ?"ฮินาโกะเป็นฝ่ายเริ่มเปิดบท สนทนา"เพลงนั้นน่ะ ไม่ค่อยโดดเด่นแล้วก็ม่ค่อยมีคนรู้จักด้วยนี่นา"


               "ชื่อเพลงน่าสนใจ เลยลองฟังดู"คาซึเนะตอบด้วยเสียงราบเรียบ"ถึงโน้ตเพลงจะไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แต่ก็เพราะดี"


               "แล้ว นักแต่งเพลงก็เป็นผู้หญิง เลยยิ่งชอบใช่มั้ย!! นายเนี่ยตาถึงเหมือนกันนี่นา"ฮินาโกะหัวเราะชอบใจพลางรินชาเติมให้เด็ก หนุ่ม"แล้วก็พูดตรงๆว่าผิดคาดที่นายซึ่งเป็นรัชทายาทแห่งความมืดกลับเล่น ดนตรีซึ่งเป็นของแสงสว่าง แถมสะสมเครื่องดนตรีไว้ขนาดนี้เนี่ย"


               "เธอ เองก็สมควรจะเป็นเนปจูน*มากกว่าเล่นดนตรีเป็นเสียอีก"เด็กหนุ่มโต้กลับ"แล้ว ที่เล่นเป็นเพราะฝึกไว้ต้านพลังกับควบคุมพลัง และผลพลอยได้คือเป็นความสามารถพิเศษ"


               *เนปจูน - ชื่ออาชีพไกด์นำเที่ยวธุรกิจทางน้ำซึ่งเป็นของขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของวอเรตาร์


               "ฉัน เองก็เป็นเนปจูนเหมือนกันแหละน่า! แต่คงเพราะเมื่อก่อนคุณแม่เล่นให้ฟังบ่อยๆมั้ง เลยพลอยชอบไปด้วย แล้วยิ่งพอชอบมากเข้าเลยกลายเป็นอยากเล่นเองน่ะ"ฮินาโกะหวนนึกถึงวันที่เธอ โพล่งบอกกับพ่อและพี่ว่าอยากลองเล่นดนตรีดูแล้วก็ขำ เพราะหลังจากเธอบอกออกไปทั้งพ่อและพี่ต่างมีอาการปลาบปลื้มใจราวกับรอคำพูด นี้มานานแสนนาน แล้วเริ่มฝึกให้เธอโดยยืมเครื่องดนตรีของทางโรงเรียนสอนดนตรีมาสอนให้(ตอน นั้นคุณพ่อทำงานที่โรงเรียนสอนดนตรีอยู่พอดี)..ซึ่งฝึกโหดเอาเรื่องเหมือน กัน


               "ถ้า ชอบขนาดนั้นล่ะก็..พิสูจน์ให้ดูได้ไหมล่ะ?"เด็กหนุ่มลุกขึ้นพลางขยับปกเสื้อ ให้เข้าที่"พิสูจน์ว่าเธอหลงใหลมันแค่ผิวเผิน หรือฝังรากลึกถึงหัวใจ" 


               เด็ก หนุ่มเดินไปทางประตู เห็นดังนั้นเด็กสาวจึงรีบลุกขึ้นไปหยิบฟลุตตามไป มือหน้าสัมผัสลูกบิดประตูอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบว่า


               "อย่าให้ผิดหวังล่ะ คุณลูกไก่น้อย"



               -------------------------------------------------------------



               "พาฉันออกไปที!"เฟเรียโวยวายกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงกึ่งพูดกึ่งตะโกน แล้วเข้าไปเขย่าคนข้างๆเธอ"ฉันอึดอัด ได้ยินมั้ย!?"


               "จ้า จ้า ได้ยินแล้ว ฉะนั้นเธอปล่อยโมเดิร์นเถอะ เดี๋ยวตายซะก่อน"มาริน่าเข้าไปเกะมือขอเฟเรียออกจากเพื่อนหนุ่มร่วมห้องอัน แสนจะโชคร้ายซึ่งบังเอิญเดินมาทักทายด้วยไมตรีจิตแต่กลับโดนประทุษร้ายกลับ ไปเสียอย่างนั้น ซาซึโยะมองภาพเพื่อนสาวของเธอด้วยความขำขันปนเหนื่อยหน่ายนิดๆก่อนจะเดิน เข้ามาเตือนสติเพื่อนสาวผมแดงเล็กๆน้อยๆ


               "คุณ เฟเรียคะ อย่าลืมสิคะว่าเรามาทำอะไรกัน"ซาซึโยะพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเริ่มเบี่ยงความสนใจของเพื่อน"อีกอย่างที่นี่มีอาหารอร่อยๆเยอะแยะเลย นะคะ จะไม่อยู่ลองชิมสักหน่อยหรือคะ?"


               "อะ...ไอ้ นั่นมันก็อยากนะ! แต่พวกไฮโซพวกนี้น่ะ..จะเยอะเกินไปมั้ย?"เฟเรียกวาดสายตาไปรอบห้องถึงจำนวน นักเรียนที่มาร่วมงานนี้จะมีอยู่ถึงครึ่งค่อนจะดับชั้นแต่จำนวนเหล่าป้าๆไฮ โซ แต่งกายด้วยเพชรพลอยสะท้อนแสงแสบตา และเหล่าคุณชายคุณหนูทั้งหลายนั้นเยอะกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว


               "เอา น่ะ ถือว่ามาเรียนรู้สังคม ถ้าเข้าใจแล้วก็กรุณาสงบปากสงบคำ ทำคัวเป็นผู้ดีไม่ให้อับอายต่อชื่อเสียงของตนและโรงเรียนด้วยย่ะ"มาริน่าดีด หน้าผากเฟเรียไปหนึ่งทีแล้วเดินนำละลิ่วไปนั่งที่เก้าอี้ซึ่งจัดไว้ให้นั่ง พักผ่อนภายในงานก่อนใคร ตอนนั้นเองที่เสียงเปิดประตูได้ดังขึ้น เป็นผลให้ทุกคนบริเวณงานหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว


               ณ ประตูซึ่งเชื่อมโดยตรงกับคฤหาสน์และในวันนี้อนุญาติให้ใช้เพียงเจ้าบ้านเท่า นั้น ขณะนี้ปรากฏเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่วันนี้ดูแปลกตาไปจากเคยทั้งทรงผมและเสื้อ ผ้าที่สวมใส่ แต่เดินออกมาได้ไม่ทันไรเขาก็หันไปยื่นมือให้แก่เด็กสาวที่ตามมาข้างหลัง เธอมีผมสีทองและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีต จากการออกแบบ แลดูทำให้เธอน่ารักสมวัย ทั้งสองโค้งและย่อกายอย่างสุภาพและเดินเข้างานมาอย่างช้าๆ 


               [ท่านโมริโตะ เจ้าบ้านแห่งนี้เดินทางมาถึงแล้วครับ!]


               สิ้น เสียงประกาศผู้คนต่างเข้ามารุมล้อมเจ้าของงานอย่างมิได้นัดหมาย ทุกคนต่างถามถึงเด็กสาวปริศนาที่เดินเคียงคู่มากับเขา เพราะไม่ว่าจะงานก่อนหน้านี้ หรืองานอื่นใดก็ตาม เขาไม่เคยพาใครมาเป็นคู่ในงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว


               "แต่ คำตอบที่ทุกคนได้ยินคือ'ความลับครับ'พร้อมรอยยิ้มบางๆที่มุมปากเล่นเอาป้าๆ สาวๆกรี๊ดกันกระหึ่ม กับลุงๆหนุ่มๆที่ลุ้นตื่นเต้นกันตัวโก่ง"ฮิโรกิรายงานสถาณการณ์แบบเกาะติด ให้แก่เพื่อนสาวสองคนที่นั่งทำหน้าตาแปลกๆ อีกคนทำตาเป็นประกายอยู่ที่เก้าอี้ เขาหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลก"ทายซิ ใครเอ่ย? เป็นคู่ของคาซึ!"


               "เอ่อ...ก็ เค้าบอกว่าความลับ ฉันจะรู้มั้ยล่ะยะ"เฟเรียอยากจะถีบฮิโรกิให้รู้แล้วรู้รอด หมอนั่นมันไปเอาคู่มาจากไหนใครจะไปตรัสรู้วะคะ..


               "แต่ก็..คุ้นหน้าอยู่นะ ว่ามั้ย?"มาริน่าเสริมพลางใช้ความคิด


               "จะเป็นใครล่ะคะ! ก็ตุ๊กตาแสนน่ารักของฉัน ฮินะจังน่ะสิคะ!!!"ซาซึโยะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น 


               "ปิ๊งป่องงง ถูกต้องนะคร้าบบบบ"ฮิโรกิหัวเราะร่า"แหมคุณซาซึโยะตาแหลมไปแล้วนะ"


               "จะ ไม่รู้ได้ยังไงคะ! ท่าทางการเดินแบบนั้น รอยยิ้มแบบนั้น ดวงตาสีงดงามขนาดนั้น ยิ่งชุดนะคะ ชุดนั้นออกแบบได้ดีมากเลยค่ะ! เหมาะกับฮินะจังมากกก อยากขอบคุณคุณคนออกแบบจังเลยค่ะ!!"สเต็ปพูดรัวเทพบวกกับความจริงที่ได้รับ รู้ทำเอาสองสาวเฟเรียมาริน่าอึ้งกันไปพักหนึ่ง..ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียง หัวเราะในลำคออย่างสยดสยอง


               "หึ หึ เจอตัวแล้วก็ดี! ฉันจะสั่งสอนให้เธอรู้ว่าปล่อยให้พวกเราวิ่งว่อนตามหามันสนุกขนาด ไหน!!!"มาริน่าแผดเสียงออกมาอย่างชวนขนลุกรังสีดำมืดเริ่มพวยพุ่งออกมาจาก ตัวเธอและเพื่อนสามผมสีเพลิง


               "ตาย ยยยยย!!!"เฟเรียกับมาริน่าจับมือกันวิ่งไปหาฮินาโกะที่ปลีกตัวออกมานั่งพัก ด้วยความเร็วสูงชนิดคนธรรมดาตามไม่ทัน แล้วเขกหัว+รัดคอกันไปคนละที ฝ่ายฮินาโกะที่ตั้งตัวรับไม่ทันก็ได้แต่ตกใจและรับชะตากรรมไปอย่างช่วยไม่ ได้เท่านั้นเอง..


               "ขอ โทษค่า.."ฮินาโกะเอ่ยขอโทษเสียงแผ่วหลังจากเจอเทศน์ยาวราวยี่สิบนาทีของ หนึ่งเพื่อนสาวผมสีเพลิง หนึ่งเพื่อนสาวสุดแสนจะโหดลึก แถมด้วยหนึ่งรอยยิ้มเพชรฆาตจากเพื่อนสาวผมดำขลับกับสับหัวรัวไม่ยั้งจาก เพื่อนหนุ่มนักข่าวตลอดการเทศ


               "ที หลังอย่าทำอีกนะครับ"ฮิโรกิเปลี่ยนจากสับหัวรัวมาเป็นผลักหัว"รู้ไหมครับ กว่าข่าวที่คาซึส่งมามันใช้เวลาเดินทางตั้ง 2 ชม. ผมน่ะไม่เท่าไหร่แต่เพื่อนคนอื่นๆเป็นห่วงกันมากนะครับ"


               "จะไม่ทำอีกแล้วค่ะ ยกโทษให้ด้วยนะคะ"ฮินาโกะน้ำตาซึมกอดเพื่อนสาวทั้งสาม"ไว้วันหลังจะเลี้ยงเค้กเป็นขอโทษนะ นายด้วยฮิโรกิ"


               "โอเค ยกโทษให้(ค่ะ/ครับ)"ทั้งสี่ตอบเป็นเสียงเดียว


               "แล้ว เป็นไงมาไงถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?"ฮินาโกะเอ่ยถามอย่างสงสัย เธอไม่นึกว่างานของพวกชนชั้นสูงจะเปิดให้นักเรียนเข้าร่วมแบบไม่มีเงื่อไข ได้ซักนิด


               "ก็...เหมือน รู้สึกว่างานนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองเนื่องจากสอบเข้าได้น่ะ ที่จัดวันนี้เพราะงานถูกเลื่อนมาเรื่อยๆจากปัญหาหลายๆด้านของทางนายโมริโตะ นั่น แล้วบัตรเชิญก็ถูกส่งให้นักเรียนปีหนึ่งทุกคนอยู่แล้ว ในบัตรเค้าบอกอยากให้เรามาสนุกด้วยกันพร้อมทั้งศึกษาสังคมไปในตัวน่ะ"


               เมื่อ ได้ยินคำอธิบายเช่นนี้ฮินาโกะเลยร้องอ๋อ..ออกมาทันที จะว่าไปเธอก็เห็นไอที่คล้ายๆบัตรเชิญอยู่บนโต๊ะทานข้าวเหมือนกัน..แต่น่า เสียดายยังไม่ทันจะหยิบไปอ่านก็ถูกพี่ชายคว้าไปอ่านแล้วฉีกทิ้งแหลกไม่มี ชิ้นดีแถมเผาไม่เหลือซากเสียก่อนน่ะสิ...


 
               "ถ้า ไม่ใช่เพราะในบัตรเขียนไว้ว่าไม่ต้องแต่งตัวมากมาย เอาแค่พอดีก็เข้างานมาได้ฉันก็ไม่มาหรอก"มาริน่าถอนหายใจยาว อีกนัยหนึ่งของเธอคือขี้เกียจจะแต่งตัวอะไรให้มันยุ่งยากมากความนั่นเอง ซึ่งในจุดนี้เฟฟเรียเองก็เห็นด้วย



               "น่า เสียดายออกนะคะ ฉันมีเสื้อผ้าสวยๆให้ทั้งมาริจังกับเฟจังเยอะแยะเลย"ซาซึโยะพูดเสียงแผ่วและ ถอนหายใจยาวอย่างผิดหวัง ผิดกับอีกสองสาวที่มีสีหน้าโล่งใจเป็นอย่างมาก


               "ทุก คนมาก็ดีแล้วล่ะครับ ไม่งั้นฮินะจังคงต้องโดดเดี่ยวเดียวดาวในงานนี้แหงๆ"ฮิโรกิยังคังพูดติด ตลก"โอ๊ะโอ เจ้านายผมเรียกฮินะจังแล้วแน่ะ รับไปก่อนเขาจะโกรธนะครับ เพราะเห็นทำเรียกหลายรอบแล้ว.."


               "แล้ว ทำไมไม่บอกเล่า!"ฮินาโกะว้ากใส่ฮิโรกิก่อนจะแทรกคลื่นมหาฝูงชนเข้าไปหาคุณ เจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ซึ่งกล่าวเปิดงานเป็นทางการอยู่อย่างว่องไว ทำเอาเพื่อนๆหัวเราะร่าตามหลังไปด้วยความสนุกสนานเลยทีเดียว


               [...และ เพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับงานในครั้งนี้มากขึ้น ผมมีการแสดงพิเศษมาให้ได้รับชมกันครับ]มือหนาผายมือไปด้านข้างของเวที เด็กสาวผมสีทองผู้เข้างานมากับเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ได้เดินข้าวขึ้นมาอย่าง ช้าๆ[เธอคนนี้คือ ซากุระ ฮินาโกะ เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของผมซึ่งจะบรรเลงบทเพลงในการแสดงพิเศษของผมครับ]


               ทั้ง สองค้อมกายลงทำความเคารพแก่ผู้ร่วมงาน เสียงเซ็งแซ่ผสมกับเสียงปรบมือดังระงมไปทั่ว เหล่าผู้คนในงานทั้งหลายต่างหันมาใจจดจ่อกับการแสดงบนเวที แม้กระทั่งดวงตาสีอำพันงดงามคู่หนึ่งที่คอยเฝ้าสังเกตุเธอไม่วางตานั้นเองก็ ตาม..


               TED Ost. - Peer Gynt Suite No.1- I. Morning Mood

               เมื่อ เสียงอื้ออึงค่อยๆลดระดับจนเหลือเพียงเสียงกระซิบกระซาบ  เสียงฟลุตอ่อนหวานนุ่มนวลได้ถูกร้อยเรียงออกมาพร้อมกับเปียโนที่เริ่ม บรรเลงคลอเบาๆและประสานกันอย่างลงตัว เมื่อบรรเลงไปได้ไม่นาน ทั้งสองก็สลับกันบรรเลงเรื่อยๆแล้วจบลงด้วยมาประสานกันอีกครั้งของเครื่อง ดนตรีทั้งสองชนิด

               TED Ost. - Meditation from -Thais-

               แต่ การบรรเลงประสานของทั้งสองนั้นไม่ได้จบเพียงแค่เพลงเดียวแน่ เสียงเปียโนบรรเลงคลอเริ่มขึ้นอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงฟลุตที่ยังคงความนุ่มนวมเอาไว้อย่างดี หากแต่เสียงบทเพลงคราวนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกยามเช้าเหมือนเพลงแรก หากแต่เป็นบรรยากาศสบายๆในช่วงเย็นที่ชวนให้นั่งอ่านหนังสือในสวนได้อย่าง รื่นรมย์แทน  ซึ่งดูเหมือนแขกในงานเองก็รู้สึกบรรยากาศนี้จึงมีสีหน้าผ่อนคลายกันเสีย ส่วนใหญ่ และแล้วบทเพลงนี้ก็จบลงด้วยเสียงของฟลุตอีกครั้ง


               TED Ost. - Vocalise
               เพลง ถัดมา เมื่อทิ้งช่วงอารมณ์ให้แก่แขกในงานแล้ว เสียงฟลุตก็เริ่มบรรเลงอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นเสียงบทเพลงอันเศร้าสร้อยที่เคียงคู่กับเสียงเปียโนอันแสนเจ็บปวด ราวกับว่ากำลังรอใครคนหนุ่งให้มาในค้ำคืนราตรีนี้ หากแต่ว่า.เขาหรือเธอคนนั้นไม่อาจมาที่นี่ได้อีก บรรเลงอยู่พักหนึ่งเสียดนตรีก็ค่อยๆเบาๆลงจนหายไปในที่สุด

               TED Ost. - Blue Clouds

               เมื่อ จบไปอีกเพลงหนึ่ง ทิ้งช่วงไว้ไม่นานเปียโนก็ได้ถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้ง..'เมฆาสีคราม' ได้ถูกบรรเลง เสียงฟลุตอ่อนหวานสอดประสานกับเสียงเปียโนได้อย่างลงตัวนี้เอง ทำให้บรรดาแขกในงานเริ่มมีอารมณ์ร่วมไปกับบทเพลงมากกว่าเดิม.. เพลงนี้ให้ความรู้สึกถึงท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่โอบอุ้มทุกสิ่งไว้ในอ้อมกอด ของตน เป็นเพลงที่รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่พอบรรเลงไปได้ครึ่งเพลงเสียงไวโอลินก็ดังขึ้นมา..เด็กหนุ่มผมน้ำตาลได้ เปลี่ยนเครื่องจากเปียโนเป็นไวโอลิน ทางด้านเด็กสาวเองก็เปลี่ยนจากฟลุตไปเป็นเปียโน สร้างความตกใจให้แก่ผู้ชมเล็กน้อย..แต่กระนั้นทั้งเสียง เทคนิค และอารมณ์ในบทเพลงยังคงเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ใจทีเดียว


               เมื่อ บทเพลงทั้งหมดจบลง ทั้งสองได้ลุกขึ้นและก้มหัวให้แก่ผู้ชม เสียงปรบมืออย่าชื่นชมดังอย่างต่อเนื่อง จนพ่อบ้านชาร์ลต้องออกมาประกาศขอความกรุณาเบาเสียงลงก่อน เสียงนั้นจึงจะค่อยๆเบาลง


               [การ แสดงของนายท่านและผู้ร่วมบรรเลงขอจบลงเพียงเท่านี้ ต่อไปจะเป็นการแสดงบรรเลงเดี่ยวของนายท่านโมริโตะ เจ้าบ้านครับ] สิ้นเสียงเด็กสาวก็ค้อมหัวอีกรอบก่อนจะค่อยๆเดินลงจากเวที เหล่าผู้ร่วมงานเห็นดังนั้นก็ทำท่าจะกรูเข้าไปทำความรู้จัก หากแต่ว่าเสียงไวโอลินได้กังขึ้นเสียก่อน ทำให้เท้าที่ทำท่าจะขยับต่างชะงักไปตามๆกัน ฮินาโกะจึงใช้จังหวะนั้นเองรีบวิ่งหนีเข้ากลุ่มเพื่อนไปในทันใด


               "เก่ง ใช่ย่อยนะ..เธอน่ะ"มาริน่ากระซิบชมแล้วดันตัวเธอไปไว้ข้างหลังเพื่อหลบ เลี่ยงสายตาของพวกตาสัปปะรดที่จ้องจะเข้ามาหาเธอตลอดเวลา ฮินาโกะกล่าวขอบคุณเล็กน้อยด้วยความเขินนิดๆ ก่อนทีทั้งสองจะหันไปสนใจการแสดงเดี่ยวของเด็กหนุ่มบนเวที


               ใน เวลานี้ ตัวเด็กหนุ่มที่อยู่บนเวทีนั้น ให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม ในการบรรเลงของเขา ดูแข็งแกร่งที่เสียงที่ถูกบรรเลงออกมานั่นกลับแฝงความนุ่มนวลอยู่เล็กๆ ไม่ว่าเขาจะเล่นไวโอลินหรือเปียโน ไม่ว่าเขาจะบรรเลงบทเพลงใดออกมา ก็ล้วนชวนให้ผู้คนหลงใหลคล้อยตามได้ทั้งสิ้น เด็กสาวเห็นดังนั้นจึงรู้สึกตัว..ว่าตนนั้นโชคดีที่สามารถประสานกับเขาได้ โดยใช้เวลาไม่นาน เพราะมิเช่นนั้นเธอคงถูกคนบนเวทีฆ่ตายข้อหาทำงานล่มเป็นแน่


               เมื่อ การบรรเลงเดี่ยวจบลง ทุกสิ่งก็เป็นไปตามคาด เหล่าบรรดาผู้ร่วมงานทั้งหลายต่างกรูกันเข้ามาหาคาซึเนะ และอีกส่วนหนึ่งต่างตามหาเด็กสาวผมทองที่บรรเลงคู่กับเจ้าบ้าน หากแต่เด็กสาวได้ใช้เวทอำพรางที่ฮิโรกิเป็นคนร่ายให้กำบังกายอยู่ในมุมของ งาน..ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยากที่ว่า..เล่นดนตรีมา ตั้งแต่เมื่อไหร่?..เจอกับคุณโมริโตะได้อย่างไร? ซ้อมนานไหม? ฯลฯ ก็ว่ากันไป..


               "ฮินะจังคงหิวแล้วสินะคะ เดี่ยวพวกฉันจะไปตักอาหารมาให้ดีกว่า"ซาซึโยะออกปาก และลุกขึ้นเดินไปทางซุ้มอาหาร


               "อ๊ะ งั้นผมไปช่วยถือแล้วกัน ฮินะจังนั่งนิ่งๆนะครับ ไม่งั้นเวทคลายผมไม่รู้ด้วยนา.."คำขู่เล็กๆจากฮิโรกิทำเอาเธอแข็งทื่อไปเลย ทีเดียว..


               "อืม..พวก ฉันก็ขอไปเคลียร์กับเพื่อนในห้องก่อนแล้วกัน..เรื่องเธอน่ะ"ฮินาโกะพยักหน้า รับให้แก่เฟเรียและมาริน่า คาดว่าทางนั้นคงมีคำถามมาเยอะแยะ และกำลังตามหาตัวเธออยู่เป็นแน่..พวกเฟเลยจะไปรับหน้าให้ก่อน


               '...เมื่อ ไหร่ที่หมอนั่นหลุดจากวงล้อม เราคงกลับได้แล้วล่ะมั้ง'เด็กสาวคิด ปากเธอเริ่มหาววอดๆอย่างไม่อายฟ้าดิน(ก็ไม่มีใครเห็นนี่) ร่างกายของเด็กสาวเริ่มล้าไปทั้งตัว คงเพราะวันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องของคุณเจมิก้า การทำภารกิจพิเศษ และสุดท้ายคือจบลงที่นี่


               ช่างเป็นหนึ่งวันที่ยาวนานจริงน้า...


               "นี่เธอน่ะ"


               หาวววว~~~ 


               อยากหลับซักงีบ


               "ฉันเรียกเธอนะ ไม่ได้ยินหรือไง?"


               งืมๆ เรียกแล้วก็หันไปสิคะคุณ ทางนั้นดูมีน้ำโหแล้วนา..


               "ยังจะมาหาวอีก! มารยาทสังคมเธอมีบ้างมั้ยยะ?"


               เค้า หาวเพราะง่วงน่า..ไงๆก็ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว....ล่ะนะ!!ฮินาโกะหันขวับไปทาง ต้นเสียงที่ดูท่าจะเรียกเธอมาพักใหญ่ๆ(แต่มาได้ยินเอาช่วงหลังๆเอง) ปรากฏหญิงสาวผู้มีใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตาสีอำพันเปล่งประกายงดงาม ยิ่งเรือนผมสีม่วงยาวสลวยราวกับดอกลาเวนเดอร์ที่ถูกดัดเป็นลอนนั่นด้วยแล้ว นะ.. ทำให้เธอดูน่าหลงใหลเป็นพิเศษ ใครได้เห็นคงหลงเสน่ห์เธอเป็นแน่แท้


               "ระ..เรียกฉันเหรอคะ?"ฮินาโกะชี้หน้าตัวเองแบบงงๆ


               "ก็ใช่น่ะสิ! นอกจากนี้ยังมีคนอื่นอีกหรือไงกัน!!?"เด็กสาวผมสีม่วงเริ่มเอ่ยอย่างมีน้ำโห


               "ละ..แล้วเห็นได้ไง?"พลันทันใดเหงื่อเย็นก็เริ่มไหลซึมออกมาจากผิวหนัง..


               หรือว่าเวทมันไม่ได้ผลกันหว่า @_@


               "เวท รัตติกาลระดับแค่นั้นน่ะ อย่าคิดว่าจะตบตาฉันได้เชียวนะ!!!"เธอกล่าวน้ำเสียงไม่พอใจอย่างที่สุดก่อน จะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดไว้ที่อกพร้อมส่งสายตาเสียดแทง..ที่บาดลึกไปถึง หัวใจ"แล้วก็..ช่วยตอบมาตามตรงด้วยว่าเธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับเขา! เธอมาแสดงกับเขาได้ยังไง! ทั้งๆที่ฝีมือของเธอยังด้อยกว่าคนอื่นๆที่ฉันรู้จักและตัวฉันเอง!"


               "เพื่อน ร่วมห้อง โดนลากมา และเห็นด้วย"ฮินาโกะตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ยิ่งเรื่องฝีมือด้วยแล้วเธอไม่คิดจะปฏิเสธว่ายังด้อยกว่าเขา..และอาจจะแม้ แต่คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอ"ถึงจะโดนบังคับ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่คนฝีมืออย่างฉันได้แสดงรวมกับเขาค่ะ"


               ฮิ นาโกะยังคงเอ่ยตรงไปตรงมา การได้แสดงร่วมกับคนเองก็เป็นลาภอันประเสริฐอย่างหนึ่งของเธอเช่นกัน เพราะการเรียนรู้บางสิ่งจากคนที่เก่งกว่า ย่อมช่วยให้เราพัฒนาตนเองขึ้นอยู่แล้ว


               "...คิด ได้อย่างนั้นก็ดี ต่อไปจะเป็นคำถามสุดท้าย ว่าฟลุตนั่นทำไมถึงมีสัญลักษณ์ของผู้ให้เป็นรัตติกาล!!"ดวงตาสีอำพันแข็ง กร้าวขึ้นมาทันตา.เด็กสาวผมทองชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกมาอย่างทุกลักทุเลว่า


               "ก็..นี่ ไง คนให้นี่มาคือคุณแม่ของฉันน่ะ ท่านเป็นสายเวทรัตติกาล"คำตอบแถสุดๆของเธอทำให้เด็กสาวผมม่วงขมวดคิ้วจ้อง หน้าเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเดินหันหลังกลับมาทางที่เธอจากมา


               ระ...รอดตัวไป


               ฮิ นาโกะถอนหายใจยาว ความจริงนั้นแม่เธอมีสายเวทวารีต่างหาก..ไม่ได้มีเสี้ยวของสายเวท รัตติกาลเลยซักนิด ถึงจะรู้สึกผิดที่โกหกไปแบบนั้นแต่ท้งหมดก็เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากตาม มา..หวังว่าของเธอคงจะเข้าใจ..ที่เธอทำแบบนี้


               "ฮิ นะจัง..เป็นอะไรไปครับหน้าหมองเชียว"ฮิโรกิเรียดสติของฮินาโกะกลับจากภวังค์ เธอเงยหน้ามองเขาและเพื่อนๆอีกหลายคนที่ส่งสายตามองอย่างหวงใย..ก่อนจะคลี่ ยิ้มออกมาและส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร


               "เออ เมื่อกี้เธอคุยอะไรกับชาร์เรร่าล่ะ?"มาริน่าถามเสียงเรียบแต่เมื่อเห็นว่า เพื่อนสาวทำหน้างงตอบเลยอธิบายเพิ่ม"คนผมเมื่อเมื่อดี้นั่นแหละ เธอชื่อ ชาร์เรร่า มาร์เดอเวล ลูกสาวคนเดียวของ ชาลี มาร์เดอเวล เสนาธิการฝ่ายซ้ายของกษัตร์เดเซอร์แห่งดาโรเซียไงล่ะ"


               "ดูเหมือนว่าจะรู้จักกับนายโมริโตะนั่นมาแต่เล็กเลยล่ะ โอ๊ใช่ๆ อยู่ห้อง C ด้วยนี่!"  


               ...รู้สึกโชคดีที่โกหกไปตงิดๆแฮะ..


               "คา ซึทางนี้ๆ!!"ฮิโรกิโบกมือให้กับคาซึเนะที่หาทางใช้เวทพรางตัวอ่อนๆหลบเลี่ยง ปลีกตัวออกมาได้"เป็นไงบ้าง สู้รับปรบมือกับเหล่าไฮโซทั้งหลาย"


               "เหนื่อยสิ..น่าเบื่อด้วย"เห็นได้ชักว่าตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดสุดๆถึงหน้าจะยังตายเหมือนเดิมก็เถอะนะ..


               "หาว ววว~ แล้วนี่ฉันกลับได้แล้วใช่มั้ย? งืมงัม ง่วงชะมัดเลย"ฮินาโกะถามอย่างงัวเงีย และเตรียมจะลุกขึ้นยืนแต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของเธอนั้นจะหมดไปกับการสนทนา ครั้งสุดท้ายเรียบร้อย ร่างของเด็กสาวถึงเซถลามาข้างหน้า โชคยังดีที่ได้มือหนาของเจ้าบ้านช้อนตัวไว้ทัน มิเช่นนั้นพรุ่งนี้เด็กสาวคงต้องพบกับลูกกลมๆแดงๆปูดบนหัวแหงมๆ


               "ตาย จริง หลับไปแล้วเหรอคะเนี่ย"ซาซึโยะใช้นิ้วจิ้มๆดึงๆแก้มของฮินาโกะแต่เด็กสาวก็ ไม่ได้รู้สึกตัวสักนิด"ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะค่ะ พวกเราเดินกันมาเองพร้อมกับคนในห้องด้วยสิ"


               "อืม..นี่ ก็ดึกแล้วด้วยสิครับ..แถมชาร์ลยังต้องคอยต้อนรับแขกด้วยสิ คงยากที่จะให้เขาขับรถม้าไปส่งน่ะ งั้นเอางี้กันดีกว่า ให้ฮินะจังค้างที่นี่แล้วกันนะครับ"


               "หา!!?"


               "ก็ดี งั้นฝากฮินนะด้วยแล้วกัน"


               "ดะ ดะ เดี๋ยวสิคะ จะดีเหรอคะแบบนั้นน่ะ?"


               "มาริ พูดอะไรอกไปน่ะ คิดดีแล้วเหรอ แน่ใจนะ!?"


               "แน่ ใจสิ..สองคนนนี้มันไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือไง? คนหนึ่งรัชทายาท อีกคนอังค์รักษ์ ฝีมือก็สูงกันทั้งคู่ แล้วคฤหาสน์นี้ก็กว้างขวาง ฮินะใช้ไปซักห้องก็ไม่ตายหรอกน่า"คำตอบอย่างมีเหตุผลของมาริน่าทำเอาเฟเรีย สงบปากสงบคำในทันใด


               "งะ..งั้นฉันอยู่ด้วยนะคะ ถ้าฮินะจังตื่นมาในที่แปลกตาคงจะไม่ดี.. "


               "ซัตจังครับ วันนี้วันอะไรครับ"


               "อะ..เอ่อ วะ วัน..ศุกร์!!"สีหน้าของซาซึโยะดูตกใจมาก..


               "ฮินะจังดูแลตัวเองได้นะครับ ไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉะนั้นรีบกลับบ้านดีกว่านะครับ นี่ก็ดึกแล้วด้วยสิ เดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วง"


               "...ค่ะ" ซาซึโยะรับคำอย่างว่าง่ายและหันไปสะกิดเพื่อนให้เครียมตัวกลับกัน ถึงแม้ทั้งมาริน่าและเฟเรียจะมีเรื่องสงสัยและอยากถามเพียงไร..แต่ในเมื่อ เพื่อนเธอไม่ต้องการพูดถึงพวกเธอก็จะไม่ถามออกมา เมื่อทั้งสามลับหายไปจากสายตาของทั้งสองแล้ว คาซึเนะก็กระชับอ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้เด็กสาวร่วงลงกลางทาง จากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับฮิโรกิเสียงแผ่ว


               "อย่า ถลำลึกให้มากล่ะ"พูดเสร็จเขาหมุนตัวกลับเดินไปประตูทางที่เชื่อมกับคฤหาสน์ และบอกชาร์ลให้ช่วยจัดการที่เหลือต่อให้ด้วย เขาจะไปพักผ่อน และบอกเมดแถวๆนั้นให้เตรียมห้องรับรองชั้นสามฝั่งตะวันตะวันออไว้ให้ด้วย พวกเมดรับคำและวิ่งนำหน้าไปเตรียมห้องให้ก่อน


               ทางด้านฮิโรกิที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมนั้น เขาค่อยๆยกมืขวาขึ้นมาและกำแน่น


               "ไม่ต้องบอก..ก็รู้น่า"


               ว่าถ้าถลำลึกไปกว่านี้..จะกลับมาอีกไม่ได้.. แต่ถ้าหากไม่ถลำลึกลงไป เขาก็ไม่อาจได้พบกับสิ่งที่เขาต้องการ..ชั่วชีวิต


 
               --------------------------------------------------------------------

               ท่าม แสงจันทร์ที่ทอลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องหนึ่งยามราตรี เด็กสาวคนหนึ่งหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงใหญ่ ร่างบางนั้นกระชับผ้าห่มเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น.. ภาพนั้นทำให้บุคคลอีกผู้หนึ่งที่เฝ้ามองเธอมาพักใหญ่ๆได้เข้าไปนั่งข้าง เตียงพลางไล้ใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน


               "อืม..คุณ... แม่"เด็กสาวละเมอเรียกชื่อบุคคลอันเป็นที่รักออกมา..นั่นทำให้มือที่กำลัง ไล้ใบหน้าเธออยู่ชะงักลง..ก่อนจะปัดผมสีทองที่ปิดหน้าของเด็กสาวออกไปและ จุมพิตลงที่หน้าผากของเด็กสาว


               "จ้ะ...แม่ อยู่นี่ หลับให้สบายเถอะนะคนดี"หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอลุกขึ้นจากเตียงและสางเรือนผมสีน้ำทะเลของเธอ.."แต่เวลาที่เราจะได้อยู่ ด้วยกันยังมาไม่ถึง..ดังนั้น"


               สายลมได้เข้ามาล้อมรอบกายของหญิงสาว ทั้งเส้นผมสีน้ำทะเลและชุดกระโปรงที่สวยงามนั้น


               "จงฝ่าฟันบททดสอบที่จะมานับแต่นี้...แล้วไปให้ถึงปลายทางจุดหมาย ทุกคนกำลังรอลูกอยู่นะ"


               ร่างของหญิงสาวค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับรอยยิ้ม


               "ตราบเท่าที่ลูกยังเก็บ'สิ่งนั้น'ไว้..แม่ก็จะอยู่กับลูกเสมอจ้ะ"


               สายลมค่อยๆสงบลง..เหลือไว้เพียงความเงียบงันดังเดิม..อย่างที่มันควรจะเป็น


               ฟันเฟืองแห่งชะตากรรม...อันที่สี่...เริ่มหมุนแล้ว


               ----------------------------------------------------------------





Modifide 
12 พฤษภาคม 2553 - แต่งครั้งแรก (2KB)
18 กรกฏาคม 2553 - ต่ออีกกก มันสฺมากค่ะ 55+ (16 KB)
26 กรกฏาคม 2553 - แต่งต่อคร่ะะะะะะ (17KB)
4 กันยายน 2553 - บรรยายยทเพลง (23KB)
05 กันยายน 2553 - แต่งจนจบจ้ะ (27KB)
24 กันยายน 2553 - เช็คความเรียบร้อย/แกไขคำผิด (ทำไมหลังๆมันปิดเยอะจังฟะ..)
06 เมษายน 2553 - QC รอบสุดท้าย/ลงบทที่10

มุมสารภาพบาป2 : จบนานแล้วเช่นกันจ่ะ...พอดียุ่งจนลืม+คิดว่าัมันยังแปลกๆ..ตอนแรกเลยยังไม่ลง //กราบรอบทิศ


7 ความคิดเห็น