† • The Eternal Destiny • †

ตอนที่ 14 : บทที่9 : ภารกิจพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ต.ค. 53



03/10/53

สวัสดี~ ยามเช้าวันใหม่ค่ะเพื่อนๆทุกท่าน ^0^

ถ้าถามว่าทำไมยังไม่นอน คำตอบคือดิฉันไม่ง่วงค่ะ (ฮา)

ต้องขอโทษที่หายต๋อมไปจนล่วงเกิน 1 อาทิตย์..เหตุเพราะเริ่มเรียนพิเศษแล้วนั่นเอง!

ม.5 ย่างเข้าสู่เทอม2แล้ว จริงจังกับชีวีขึ้นมาบ้าง~ เริ่มทำอะไรเพื่ออนาคตของตัวเอง~

และไม่ลืมที่จะสานฝันเล็กอีกอย่างหนึ่งต่อ นั่นคือยัน TED ให้จบ(ซะที) ได้ข่าวว่าร่างไว้นานมาก..เหอะๆ

พายเรือออกนอกทะเลไปพัก มาเข้าเรื่องกันเถอะค่ะ = ="

บทที่9 นี้ จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจพิเศษตามชื่อ

ก็เป็นอีกตอนหนึ่งที่ไม่มีเรื่องหนักๆมาให้ปวดเศียรเวียนเกล้า(สงสัยว่าทำไมบ่อย กรุณาเปิดอ่านบทนำอีกรอบ ^^)

แต่เงื่อนงำบางอย่างก็แวบมาให้เห็นอีกสองสามจุดแล้ว โปรดสังเกตุกันให้ดี +O+

และในตอนนี้ยังมี Ost. เพราะๆมาให้ฟังกันด้วย~ อย่าลืมฟังกันนะคะ!

สุดท้ายนี้อย่างลืมเม้นๆนะก๊ะ! ให้ผู้เขียนมีกำลังนิดนึงนะ ดิฉันขอร้องงง TT^TT

ขอให้อ่านสนุกกันถ้วนหน้าค่ะ ~ ^____
^


-----------------------------------------------


               บทที่ 9 : ภารกิจพิเศษ




               หลังจากเหตุวุ่นวายเมื่อวันวานผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นโรงเรียนก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้งราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย พวกนักเรียนเองก็เห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้วจึงทำตัวกันตามปกติพร้อมแต่งเครื่องแบบภารกิจพิเศษที่อนุญาติให้ใส่เฉพาะวันศุกร์ซึ่งมีการเรียนการสอนแบบพิเศษเท่านั้นมาตามที่โรงเรียนแจ้งให้ทราบและไปเข้าแถวที่หลังอาคารเรียนกันอย่างพร้อมเพรียง


               เครื่องแบบภารกิจพิเศษนั้นถ้าให้พูดโดยตรงนั้นมีลักษณะคล้ายกับชุดเครื่องแบบปกติอยู่หน่อย เพียงแต่ชุดนี้เป็นปกกะลาสีสีฟ้า ผูกด้วยริบบิ้นสีแดง ตัวเสื้อเป็นสีขาวไม่มีลวดลาย เสื้อที่ใส่ไว้ข้างในก็เป็นเสื้อคอเต่า และกระโปรงเองก็มีรูบแบบไม่เหมือนกัน แล้วยังสวมกางเกงรัดรูปสีดำไว้ข้างในเพื่อให้เคลื่อนไหวง่ายขึ้นอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าที่เหมือนกันคือธีมหลักที่ยังคงเน้นสีฟ้าซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียนเท่านั้นเอง


               เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้านฮินาโกะลอบถามพี่ชายที่ดูอ่อนระโหยโรยแรงราวกับว่าทำงานตลอดทั้งคืนว่า ทำไมถึงต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดภารกิจพิเศษทั้งๆที่มันก็ไม่ได้ต่างกับของเดิมมากเท่าไหร่ คำตอบทีได้จากฮิโรโตะคือ ชุดภารกิจพิเศษนั้นถูกออกแบบมาให้ทำภารกิจอย่างแท้จริง ดูเผินๆอาจจะไม่มีอะไรแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บล้วนเป็นผ้าชนิดพิเศษที่ลงมนตราป้องกันเวทเบื้องต้นเอาไว้ และยังมีคุณสมบัติเบาเหมาะแก่การเคลื่อนไหวมากอีกด้วย นอกจากนี้ฮิโรโตะยังเสริมอีกว่าจะให้ใส่เรื่องแบบเต็มยศเคลื่อนไหวไม่ค่อยจะสะดวกนั่นไปทำภารกิจหรือจะให้เอาชุดเครื่องแบบพิเศษที่ไปพบคนใหญ่คนโตแบบนั้นมันก็ดูกระไรอยู่ จับแยกๆไปซะนั่นแหละดีแล้ว


               "แล้วมันจะเกี่ยวกับที่ทดสอบเมื่อวานมาหรือเปล่าหว่า?"ฮินาโกะคิดภาพห่าฝนมีดแล้วก็นึกสยอง เมื่อเช้าเองเธอก็ไม่ได้ถามพี่ต่อเพราะดูท่าพี่เธอจะสลบได้ทุกเมื่อจึงรีบลามังกรน้อยกับคุณพ่อแล้วพยายามพยุงพี่ชายมาโรงเรียนแล้วไปส่งห้องพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ แต่เมื่อเธอไปถึงก็พบว่าห้องพยาบาลอัดแน่นไปด้วยหลายๆคนที่มีสภาพไม่ต่างกับพี่เธอนักจนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


               "สวัสดีนักเรียนที่น่าร้ากของป๋าทุกคน~~"อาจารย์ใหญ่ริชาร์ด คอร์เดียลขึ้นมาบนเวทีเฉพาะกิจ(อันเพิ่งก่อตั้งเมื่อสักครู่โดยกรรมการนักเรียนทั้งหลาย)และกล่าวทักทายนักเรียนเป็นผลให้เสียงเซงแซ่ค่อยๆเบาลงและเริ่มจดจ่อยู่ที่ริชาร์ดผู้เดียว"เมื่อคืนนอนหลับสบายหรือเปล่าเอ่ย?"
               สิ้นประโยคเสียงโอกครวญก็ดังมาจากข้างๆเวที หนึ่งในนั้นเองก็พี่ชายเธอรวมอยู่ด้วยเช่นกัน


               "แหม่ ดูเหมือนจะมีบางส่วนไม่ไหวงั้นป๋าจะไม่พูดมาก"ริชาร์ดหัวเราะเบาๆผ่านไมค์"อย่างที่รู้กันนะจ๊ะ เบอร์โดเร่ของพวกเฮามีชื่อเสียงด้านการสอนให้เด็กๆเป็นบุคลากรที่ดี ฝึกฝนพลังเวทให้ทั้งกล้าแข็งและใช้ในทางที่ถูกที่ควร การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้จะช่วยให้หนูๆเข้าใจในทั้งสองอย่างมากขึ้น โดยการออกไปช่วยเหลือชาวโรเวเลียที่เดือดร้อนในด้านต่างๆ มีตั้งแต่บู๊ไปจนถึงบุ๋น สบายใจได้จ้ะ"


               คำว่า'สบายใจได้'ของริชาร์ดทำให้เด็กปีหนึ่งเริ่มใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยโดยลืมคำว่า'มีตั้งแต่บู๊ไปจนถึงบุ๋น'ไปเสียสนิทแต่ไม่ใช่กับปีสองถึงสี่แน่นอน หลายๆคนพากันถอนหายใจกันออกมาโดยไม่ได้นัดหมายเลยทีเดียว


               "อ่ะ ทีนี้ ขั้นแรกป๋าจะอธิบายคร่าวๆก่อนว่าขั้นตอนนั้นมีอะไรบ้างนะ ขั้นแรกให้นักเรียนจัดกลุ่มกันตามความเหมาะสม ครั้งนี้ของกลุ่มละสี่คนเด้อ~ ขอให้หนูๆทำตามที่ป๋าพูดเลยจ๋าจ้ะ"สิ้นเสียงหลายๆคนก็เริ่มหากลุ่มกันทันที ทางฮินาโกะได้ซาซึโยะ เฟเรียและมาริน่าลากเข้ากลุ่มจึงไม่มีปัญหา แต่บางคนยังหากลุ่มไม่ได้เลยต้องไปจับกลุ่มกับห้องอื่นก็มี


               "เรียบร้อยดีแล้วค่ะ"อาจารย์จิโคเรียหันไปให้สัญญาณป๋าริชาร์ด เขาพยักหน้ารับพลางยิ้มขอบคุณจากนั้นจึงพูดต่อ


               "ขั้นต่อมา ให้ไปติดต่อรับภารกิจที่อาจารย์บริเวณใกล้เคียงหรือไปรับภารกิจที่บอร์ดประกาศหน้าอาคารเรียน แต่หนูๆต้องดูให้ดีนะจ๊ะว่าภารกิจไหนรับจำนวนกี่คน เหมาะกับเราไหม แล้วเลเวลเท่าไร อยู่ปีหนึ่งก็รับแค่เลเวลหนึ่ง เลเวลสี่ก็รับภารกิจเลเวลสี่ไปไม่ต้องมาแย่งน้องรับภารกิจนะพี่ๆ"เสียงโห่ร้องดังมาจากทั่วสารทิศทันที"โหะๆ จากนั้นให้นำใบแจ้งภารกิจไปลงทะเบียนที่อาตารฝ่ายปกครองจากนั้นก็เริ่มภารกิจได้เลย อ้อ ทำภารกิจเขาเสร็จแล้วอย่าลืมยื่นเข็มกลัดสัญลักษณ์โรงเรียนให้เขาลงนาม แล้วก็มอบพอยท์ให้ด้วยนะเออ"


               "พอยท์คือระบบคะแนนความดีของเบอร์โดเร่ คะแนนนี้มีผลกับการสอบภายใน ถ้าได้ไม่ผ่านเกณฑ์จับเรียนซ้ำนะขอบอก"เสียงของสปริตที่พูดแรกขึ้นมากลางคันทำเอานักเรียนปีหนึ่งขนพองสยองเกล้าขึ้นมาทันที


               "ตามนี้แหละตัว แยกย้ายโลด ~"ริชาร์ดหยิบธงโรงเรียน(ซึ่งคว้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครทราบ)มาโบกแล้วร้อง 'ฮุย~เล~ฮุย~ สู้ๆ เบอร์โดเร่~ วงเล็บโดยเฉพาะเด็กปีหนึ่ง' ส่งผลให้บางส่วนรีบออกจากบริเวณนั้นโดยเร็วกับอีกส่วนเข้าไปดูด้วยความปลาบปลื้มใจ(?)กับท่วงท่าลีลาเด็ดของป๋าริชาร์ดแล้วโห่ร้องตามเลยทีเดียว


               "แล้ว...เราทำงานอะไรกันดี"เฟเรียมองบอร์ดประกาศที่มีภารกิจมากมายมหาศาลติดอยู่เต็มบอร์ด"ถึงป๋าจะบอกให้เลือกงานที่เหมาะกับตัวเองก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะทำงานไหนดีที่สุดน่ะ"


               "เรื่องมากกันจริง"มาริน่ากระชากใบแจ้งภารกิจมี่ใกล้มือที่สุดออกมาจากบอร์ดอย่างว่องไวแล้วยัดใส่มือเฟเรียทันที"อันเนี้ยแหละ"


               เฟเรียคลี่กระดาษใบแจ้งภารกิจออกมาดูและไล่สำรวจตัวอักษรที่เป็นรายละเอียดภารกิจอย่างถี่ถ้วน


               "เจ๋ง!"เมื่อเฟเรียร้องออกมาเช่นนั้นเธอจึงส่งใบแจ้งภารกิจให้ซาซึยะและฮินาโกะอ่านต่อ ทั้งสองเองก็มีควสามเห็นเดียวกันว่าตกลงจะรับภารกิจนี้ ทั้งหมดจึงรีบเตรียมเคลื่อนขบวนไปลงทะเบียนภารกิจ หากไม่ติดที่ว่าซาซึโยะเหลือบไปเห็นจำนวนคนที่รับว่าเป็นแปดคนและต้องเป็นผู้ชายอย่างน้อยสองล่ะก็นะ..


               "แล้วจะไปหาที่ไหนดีล่ะคะ?"ซาซึโยะมองไปรอบๆตัวก็พบว่าหลายๆคนเลือกภารกิจได้แล้วและกำลังจะไปลงทะเบียนกันซะส่วนใหญ่เสียด้วย คงจะยากหน่อยที่จะเจออีกกลุ่มในเวลาเช่นนี้


               "ว้า~ งานหมดแล้วแฮะ"เสียงหนึ่งที่แว่วกระทบหูทำให้สี่สาวหันขวับไปทางต้นเสียงทันที แนคกับแพลกำลังยืนอยู่หน้าบอร์ดนั่นคือเพียงสิ่งที่พวกเธอเห็น ฮินาโกะซึ่งไวกว่าเพื่อนไม่รอช้ารั้งเพื่อนทั้งสองคนเอาไว้เพื่อให้เข้ากลุ่ม ผลที่ได้ก็ดีคือพวกเขาตอบตกลง แต่ที่แย่สักหน่อยก็คือ


               "กลุ่มผมมีท่านชายคาซึเนะ กับฮิโรกิด้วยนะ"แนคพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่กลับสร้างสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงบนกบาลของสองสาว(เฟเรียกับฮินาโกะ)ได้เป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นสองสาวก็ไม่อาจจะค้านได้ เพระอหนึ่งหลวมตัวไปชวนแล้ว อสองถ้าคนไม่ครบตามที่ระบุไว้จะไม่รับลงทะเบียและกลายเป็นสัปดาห์นี้จะวืดพอยท์ไปเลย ต่อให้ดูกลับหน้ากลับหลังหรือจะตีลังกากลับหัวอย่างไรมันก็ไม่เห็นจะคุ้มเลยสักกะนิด!!


               "อ่าว ท่านชาย ฮิโระคุงไปไหนมาตั้งนาน เราได้งานแล้วนะ แล้วก็ต้องทำกับกลุ่มฮินะจัง"แพลแอบพูดติดตลกให้ แต่ทั้งสองคนไม่ได้สนใจคำติดตลกนั้นกลับแบมือขอดูรายละเอียดงาน ซาซึโยะจึงส่งใบแจ้งภารกิจไปให้ เขารับมันมาไล่อ่านรายละเอียดได้ครู่หนึ่งก็ออกเดินนำไปอาคารบริการอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาหลายๆคนเหวอจนเกือบจะวิ่งตามไม่ทันกันเลยทีเดียว


               หลังจากนำใบแจ้งภารกิจไปลงทะเบียบเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็ตรงไปสถาณที่ทำภารกิจนั่นก็คือร้าน้ำชา Tea Time ซึ่งตั้งอยู่ในจัตุรัสเบอร์ริน เดินหากันอยู่พักหนึ่งก็พบว่าร้านตั้งอยู่ห่างจากใจกลางจัตุรัสไปเล็กน้อย ทั้งร้านนี้ยังตกแต่งด้วยโทนสีเบจ ภายในร้านก็จัดแบบเรียบๆ ป้ายร้านเองก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายด้วย เรียกได้ว่า ไม่มีการตกแต่งอะไรมากเกินจำเป็นเลยแม้แต่น้อย แต่การที่จ้างวานให้คนมาทำงานถึง 8 คนเช่นนี้ แสดงว่าร้านนี้เองก็ต้องมีชื่อเสียงอยู่บ้านเหมือนกันแหงๆ


               "สวัสดีค่า มีใครอยู่มั้ยค้า?"เมื่อเห็นป้าย'กำลังเตรียมร้าน'อยู่ข้างหน้าประตูเฟเรียจึงป้องปากตะโกนเข้าไปในร้าน สิ้นเสียงหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งก็ชะโงกหัวออกมาจากห้องครัว และเมื่อเห็นกลุ่มก้อน(?)นักเรียนเบอร์โดเร่กองกันอยู่หน้าร้านเธอจึงรีบเช็ดมือแล้วตรงมาเปิดประตูร้านให้ทันที


               "แหม มากันเร็วดีจังนะจ๊ะ กลุ่มที่รับภารกิจคราวที่แล้วกว่าจะมาก็เปิดร้านโน่นแน่ะ"หญิงสาววัยกลางคนหัวเราะเบาๆจากนั้นจึงบอกให้ทุกคนหาที่นั่งกันก่อนเพื่อที่จะแบ่งหน้าที่และชี้แจงรายละเอียดยิบย่อยในการทำงาน จากนั้นจึงรินชาใส่ถ้วยแล้วส่งต่อให้แก่ทุกคน "แนะนำตัวนะจ๊ะ ฉัน เจมิก้า ทาโรเรีย เป็นเจ้าของร้านน้ำชานี่แล้วก็เป็นผู้จ้างวานในภารกิจครั้งนี้ของพวกหนูด้วยจ้ะ"


               เจมิก้ายิ้มแล้วผงกศรีษะเล็กน้อย ทุกคนจึงพากันลุกขึ้นแล้วโค้งตัวอย่างสุภาพจากนั้นจึงเริ่มแนะนำตัวกันไปทีละคน เริ่มจากแพล แนค เฟเรีย ฮินาโกะ มาริน่า ซาซึโยะ ฮิโรกิ และสุดท้ายปิดด้วยคาซึเนะ เมื่อแนะนำตัวกันครบแล้วทุกคนจึงนั่งลงตามเดิม


               "เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องงานกันนะจ๊ะ ก่อนอื่นจะบอกตำแหน่งทั้งหมดก่อน นั่นคือฝ่ายคิดเงิน ฝ่ายต้อนรับและบริการ ฝ่ายอาหาร และการคลังจ้ะ"เจมิก้าว่า"ฝ่ายคิดเงินเป็นหนึ่งคน ต้อนรับและบริการ3 ที่เหลืออย่างละ 2 จ้ะ หน้าที่สามารถสับเปลี่ยนกันได้ตามสมควร แต่ใครถนัดด้านไหนก็อยากให้ทำตรงนั้นมากกว่านะจ๊ะ"


               เจมิก้าเติมชาลงในถ้วยชาของคาซึเนะตามคำเรียกร้องว่าขออีกถ้วย จากนั้นจึงขอตัวไปเตีรยมร้านต่อ แล้วปล่อยให้พวกฮินาโกะจัดการแบ่งหน้าที่การงานกันตามสบายแทน ฝ่ายพวกฮินาโกะ เมื่อเห็นเจมิก้าเข้าครัวไปเรียบร้อยจึงเริ่มเปิดประชุมวางแผนการทำงานทันที


               "ฉันจะอยู่ฝ่ายการครัวเอง พอทำอาหารกับขนมนิดๆหน่อยๆเป็น คิดว่าไปตรงนั้นจะช่วยได้มากกว่า"ฮินาโกะยกมือในระดับอกแล้วเอ่ยเสนอตัว นั่นทำให้คนอื่นๆเริ่มเคลื่อนไหวเสนองานที่ตัวเองทำได้ออกมา


               "ฉันทำขนมได้ค่ะ จะไปอยู่การครัวด้วยคนค่ะ"ซาซึโยะเสนอเป็นคนต่อมาจากนั้นจึงเป็นแนคที่เอ่ยตะกุกตะกัก


               "ผม..ต้อนรับแล้วกัน"


               "ฉันสายเวทวายุ จะไปหลังร้านแล้วกันนะ"


               "อ๊ะ งั้นผมด้วยคน"แพลเสนอตามฮิโรกิ


               "ฉันถนัดเลข ขออยู่ฝ่ายคิดเงิน"มาริน่าว่าเสร็จเฟเรียก็โพล่งขึ้มาต่อด้วยคาซึเนะที่พูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา


               "เรื่องต้อนรับน่ะของถนัด!"


               "ยังไงก็ได้..."


               "โอเค แบ่งงานกันเรียบร้อย งั้นแยกย้าย"เฟเรียลุกขึ้นนำเป็นคนแรกจากนั้นจึงเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมแล้วจึงหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ ตามมาด้วยคนอื่นๆที่อยูฝ่ายบริการก็เริ่มยกเก้าอี้ลงจากโต๊ะตัวอื่นๆเช่นกัน


               "คุณเจมิก้ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ?"ซาซึโยะใส่ผ้ากันเปื้อนไปพลางถามไป เจมิก้าเหลือบมามองเล็กน้อยก่อนจะละมือจากสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า


               "งั้นเตรียมส่วนผสมให้ทีจ้ะ ตวงแล้วก็ผสมให้ตรงตามในสูตร ที่เหลือฉันจัดการเองจ้ะ"ซาซึโยะตอบรับตกลงแล้วจึงลงมือทำงานต่อจากเธอ"ฮินาโกะจังอาหารในเมนูนี้ทำได้ไหมจ๊ะ?"


               ฮินาโกะรับใบเมนูอาหารทั้งหมดของร้านมาดู รายการส่วนใหญ่มักจะเป็นอาหารง่ายๆที่ทานแล้วพออิ่มอย่างเช่นข้าวห่อไข่หรือข้าวผัดเป็นต้นกับอาหารทานเล่น ซึ่งของพวกนี้ฮินาโกะซึ่งต้องทำกับข้าวที่บ้านอยู่บ่อยๆทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และคำตอบนั้นดูจะทำให้เจมิก้าพอใจเป็นอย่างมาก เธอยิ้มออกมาจากนั้นจึงขอให้ฮินาโกะลองทำอาหารที่คิดว่าตนเองถนัดที่สุดมาหนึ่งอย่างเพื่อเป็นอาหารเช้าให้ตัวเจมิก้าเองด้วย


               "อื้ม ใช้ได้นี่จ๊ะ"เจมิก้าตักข้าวห่อไข่ของถนัดของฮินาโกะเข้าปากอีกคำ"สอบผ่านจ้ะ เตรียมทบทวนรายการอาหารทั้งหมดไว้ได้เลย บอกไว้ก่อนว่าออร์เดอร์มาเร็วมากจำให้ได้หมดเป็นดีนะ"


               ฮินาโกะรับคำแล้วเอาใบรายการอาหารไปทบทวนตามสั่งอย่างฉับไว เมื่อเห็นว่าด้านการครัวไม่มีปัญหาอะไรแล้วเจมิก้าจึงหันไปดูงานคนอื่นๆต่อ ฮิโรกิกับแพลซึ่งอยู่หลังร้าน จะเป็นคนจำแนกวัตถุดิบเบื้องต้น นั่นคือแยกส่วนประกอบในการประกอบเป็นสิ่งต่างๆไว้เป็นพวกๆ อาทิส่วนอาหาร ขนม ส่วนเครื่องดื่ม และส่วนกลาง เพื่อให้ง่ายแก่การหยิบไปเพิ่มเมื่อของในครัวหมด มีหน้าที่ล้างจานและมีหน้าที่เป็นลูกมือในยามที่ในครัวยุ่งมาก โดยรวมแล้วการจำแนกของหรืออื่นๆก็เป็นไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไรนัก


               ไม่นานในเวลาต่อมา  เจมิก้าเช็คสิ่งต่างๆว่าไม่มีอะไรผิดปกติเรียบร้อย เด็กๆตั้งใจทำงานและยังสามารถทำงานกันได้อย่างดีเยี่ยมจนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ และแล้วเธอก็ตัดสิ้นใจเปิดร้านก่อนกำหนดเวลาเล็กน้อย   ผู้คนต่างเริ่มหลั่งไหลกันเข้ามาทันทีที่ป้ายถูกพลิกเป็นคำว่า 'OPEN' พวกเฟเรียเข้าไปต้อนรับลูกค้าและรับออร์เดอร์ไปส่งให้ในครัว ฮินาโกะทำอาหารด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่เคยทำ แต่ก็ไม่ได้ลดทอนฝีมือลงไปมากจนรสชาติตก ซาซึโยะเองก็รีบเตรียมส่วนผสมของขนมชนิดต่างๆจนเสร็จแล้ว เหลือเพียงแค่เจมิก้าทำต่อเท่านั้น เธอจึงนำมันไปไว้ที่อีกฟากหนึ่งเพื่อให้ง่ายแก่การทำงานของเจมิก้าและตัวเธอเอง จากนั้นจึงหันไปเป็นลูกมือฮินาโกะรับออร์เดอร์และนำขนมชุดแรกที่ทำไว้แล้วใส่จานให้พวกเฟเรียมาเสริ์ฟต่อไป


               "ไข่ไก่กับข้าวหมดแล้วค่ะ"ซาซึโยะโผล่หน้าไปในช่องที่ครัวเชื่อมกับหลังร้าน ฮิโรกิและแพลชูสองนิ้วเป็นสัญญาณ OK จากนั้นฮิโรกิจึงนำหม้อหุงข้าวหม้อใหม่มาวางไว้ให้ จากนั้นแพลก็เรียงไข่ไก่ในตู้เย็นแล้วจึงเก็บหม้อหุงข้าวเก่ากลับไป


               "ซอยกะหล่ำปลี กับหั่นแครอททีจ้ะ"ฮินาโกะหันไปบอกซาซึโยะ เธอจึงขอให้ฮิโรกิช่วยนำขนมชนิดต่างๆใส่จานแล้วตนเองไปช่วยฮินาโกะเตรียมส่วนประกอบทำอาหารแทน


               "ข้าวผัดไข่ โต๊ะ 5 นะ"เฟเรียรับอาหารจากในครัว นำไปเสริ์ฟที่โตะและถามลูกค้าว่าต้องการจะสั่งอะไรเพิ่มอีกไหม? ผลที่ได้คือลูกค้าสั่งพายบลูเบอรี่กับเยลลี่สีรุ้งใส่ครีมสดเยอะๆมา เฟเรียจึงจดโน้ตไปแปะไว้ที่เคาท์เตอร์ในครัว บอกรายการอาการกับฮิโรกิก่อนที่เขาจะอ่านโน้ตทวนซ้ำอีกรอบ ฮิโรกิบอกว่าเยลลี่ตอนนี้ยังไม่แข็งตัวดีขอเวลาอีก 3 นาที จากนั้นจึงบอกเจมิก้าว่าเยลลี่สีรุ้งนั้นใกล้หมดแล้ว


               "ซัตจังมาช่วยฉันฮิโระคุงไปทำแทน"เจมิก้าสั่ง"แพลคุง น้ำผมไม้ 7 รส กับครีมสด"แพลรับคำและทำตามอย่างว่าง่ายแล้วส่งของมาอย่างว่องไวด้วยเวทวายุ เจมิก้าและซาซึโยนะจังรับมันมาแล้วลงมือทำทันที การจะทำเยลลี่สีรุ้งนั้นต้องใช่เวลาในแต่ละขั้นพอสมควรจังยังพอมีเวลาทำอย่างอื่นบ้าง และการทำงานต่างๆก็เป็นไปด้วยราบรื่นดี ไม่มีปัญหาใดๆเลย  พอช่วงสายคนก็เริ่มเยอะขึ้นจากเดิมเล็กน้อย การทำงานก็ยังคงเป็นไปด้วยดี จะมีปัญหาเล็กน้อยตรงที่เกือบจะทำขนมไม่ทัน แต่โชคยังดีที่ลูกค้าบอกว่ารอได้จึงไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต


               พอเข้าช่วยสิบเอ็ดโมงครึ่งคนเริ่มทยอยออกจากร้านจนหมด เจมิก้าจึงเดินไปสับป้าบเป็น 'Close' แล้วแจ้งทุกคนว่าร้านจะเปิดอีกครั้งในเวลาเที่ยงครึ่ง ตอนนี้ใครอยากจะพักหรือทำอะไรก็ตามสะดวก ส่วนตนจะขอไปเตรียมของในรอบบ่าย และด้วยความที่ว่าทุกคนตกลงอาสาช่วยกันทำให้เสร็จจะได้พักพร้อมกันทีเดียวทั้งหมด ทุกย่างจึงเรียบร้อยในเวลาไม่นาน


               "เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันแฮะ"เฟเรียทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หลังร้านแล้วรับแก้วน้ำจากแนคมา"แต่ก็สนุกไปอีกแบบเนอะ!"


               "แต่ดีนะครับมีพักครึ่งให้ด้วย"


               ไม่งั้นล่ะก็ตายแหง..


               ฮินาโกะต่อความในใจจากแนค ยิ่งดูจากสภาพแต่ละคนด้วยแล้วก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะเป็นแบบนั้น


               "แต่ร้านคนเยอะมากเลยนะคะ เยอะมากจนตกใจเลย"เพื่อนๆเองพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาไม่เคยเห็นร้านไหนมีคนเข้าเยอะขนาดที่ว่าต้องรอคิวมาก่อน ไม่ใช่ว่าดูถูกหรืออะไร แต่ร้านที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงที่สุดในแถบนี้ยังไม่ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ


               "แปลกอีกอย่าง..ค่าอาหารก็ต่ำกว่าปกติ"มาริน่าหยิบใบรายการค่าอาหารมาเป็นหลักฐาน"คำนวนจากค่าวัตถุดิบต่างๆเท่าที่เห็นนี่เป็นราคาที่ใกล้ต้นทุนมากเลยล่ะ"


               "อืม..แปลกจริงๆด้วยนะ แล้วท่านชายว่าไง?"แนคหันไปถามผู้มียศเป็น'รัชทายาทแห่งดาโรเซีย'ซึ่งกำลังจิบชาสบายใจเฉิบแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมยังทำท่าจะเข้าโลกส่วนตัวได้ทุกเมื่ออีกต่างหาก


               "ไม่รู้สิ"เจ้าตัวว่าแบบไม่ค่อนจะใส่ใจนัก"ไม่ถามเลยล่ะ?"


               "'ไม่ถามคุณเจมิก้าโดยตรงเลยล่ะ' คาซึพูดแบบนี้ครับ"ฮิโริกิแปลภาษา'เปลืองน้ำลาย'ของคาซึเนะออกมาให้เพื่อนๆเข้าใจมากขึ้น แต่ถึงจะเข้าใจมากขึ้นยังไงพวกเขาก็ไม่กล้าจะไปถามตรงๆอยู่ดี เหมือนกับว่ายุ่งมากไปยังไงก็ไม่รู้สิ


               "คุณเจมิก้าคงจะมีเหตุผลของตัวเองมั้ง"ฮินาโกะออกความเห็นจากนั้นจึงงับขนมปัง(ซึ่งหยิบมาเป็นเสบียงจากบ้าน)เข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆจนเพื่อนๆบางส่วนเริ่มน้ำลายสอ ท้อร้องกันไปถ้วนหน้า


               "วันนี้เป็นวันสุดท้ายน่ะจ้ะ"เสียงเจมิก้าที่จู่ๆก็โพล่งขึ้นมาทำเอาหลายๆคนสพดุ้งเฮือกตัวลีบกันโดยอัตโนมัติ เจมิก้าเห็นก็ได้แต่ยิ้มอย่าขำขันแล้วส่งนำข้าวผัดจานใหญ่มาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ ทั้งยังแจกอาวุธ(จาน ช้อน ซ้อม)ให้กับพวกเด็กๆจนครบทุกคน แนคเองก็ไปหยิบเหยือกน้ำมาวางไว้ใกล้ๆ ส่วนแพลหยิบแก้วมาแจกเพื่อนๆเหลือ เว้นไว้คนคือคาซึเนะที่พูดเสียงแข็งว่าจะซดชา ทำให้เพื่อนๆพอเดาได้ว่า 'หมอนี่มันชามาเนีย' และยัง 'ติดใจชาร้านนี้เข้าให้' แล้วด้วยสิ


               "เอ่อ...ที่ว่าสุดท้ายนี่..?"ซาซึโยะรวบรวมความหล้าเอ่ยถามออกไป ผลที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มของเจมิก้า


               "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอกจ้ะ แค่คิดว่าถ้าไม่ถามออกมาเองก็จะไม่เล่าเท่านั้นเอง แต่ในเมื่อพวกหนูตั้งใจจะถามฉันก็จะเล่าแน่นอน ดังนั้นทานข้าวให้อิ่มก่อนเถอะนะ"เมื่อได้ยินคำขอร้องเช่นนั้นจากเจมิก้าพวกเขาจึงทานข้าวให้อิ่มตามคำเรียกร้องนั้น แต่ก็ไม่ได้รีบมากมาย ระหว่างทานข้าวยังหยอกเล่นกันเป็นระยะ แกล้งกันพอเป็นพิธีตามประสา 'เด็กอายุ 13' แนคกี้ที่หัวเราะมากไปก็ข้าวติดคอ ลำบากเพื่อนช่วยกันฟาดหลังแล้วเอาน้ำให้กระเดือกในยกใหญ่ทีเดียว


               หลังจากทานข้าวเสร็จ เมื่อพวกเขาก็จัดการเก็บกวาดซากอาหารทั้งหมดเรียบร้อย ก็มานั่งเรียงกันเพื่อฟังเรื่องราวจากเจมิก้า แต่เมื่อเธอเห็นเด็กน้อยร่วม 6 คน ตาแป๋ว 1 คนหัวเราะ 1 คนจิบชาก็อดหัวเราะดังๆออกมาไม่ได้ เจมิก้านั่งลงแล้วเริ่มเล่าเรื่องของเธอ


               "วันนี้ ฉันตั้งใจว่าจะเป็นวันสุดท้ายของ Tea Time นี่น่ะจ้ะ"เป็นไปตามที่เจมิก้าคาดเด็กๆตั้งหลายตกใจกันมากเลยทีเดียว"ที่จริงร้านนี่เปิดมานานได้ 3 ปีแล้วล่ะ..ฉันคิดว่ามันเกินพอแล้ว อีกอย่างฉันก็บรรลุจุดหมายที่ตั้งใจได้แล้วล่ะจ้ะ"


               "จุดหมายเหรอคะ?"


               "ใช่..ฉันตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ร้านนี้เป็นร้านที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้แล้วก็..ตามหาข่าวสารของคนคนหนึ่ง"เจมิก้ายิ้ม"ตอนนี้ฉันได้บรรชลุเป้าหมายนั้นทั้งหมดแล้ว เลยตัดสินใจให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วก็ลดราคาให้พิเศษเพื่อเป็นการกล่าว'ขอบคุณ'ทุกคนที่เคยมาที่นี่น่ะจ้ะ"


               "แล้วหลังจากนี้จะทำยังไงเหรอครับ?"ฮิโรกิเอ่ยถามด้วย้ำเสียงราบเรียบ แต่เจมิก้าเงียบไปพัดหนึ่งเธอหลับตาลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา


               "จะกลับบ้านเกิดจ้ะ..กลับไปทำหน้าที่ที่ตัวฉันทิ้งมันมา 3 ปีน่ะ"ความเงียบเข้าปกคลุมสู้ร้านทันที พวกฮินาโกะไม่รู้ว่าในเวลาแบบนี้พวกเธอควรจะทำอย่างไร จึงได้แต่นิ่งเงียบ ทางฝั่งคาซึเนะและฮิโรกิเองก็ไม่ได้พูดอะไร ยังคงปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปอยู่เช่นนั้น จนเจมิก้าเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งเอง"แต่ว่า ได้พวกหนูเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะมาทำงานให้ ฉันดีใจมากเลยนะจ๊ะ"


               เจมิก้าลูบหัวทุกคนจากนั้นจึงลุกขึ้น เธอชี้ให้เห็นว่าอีกไม่นานก็จะได้เวลาเปิดร้านรอบบ่ายแล้ว อยากให้ทุกคนเตรียมตัว และยังบอกว่าในเมื่อนี่เป็นครั้งสุดท้าย เธอจึงอยากขอร้องให้พวกเธอสร้างความทรงจำที่ดีให้และทำงานให้เต็มที่ด้วย ทางฝ่ายพวกเด็กๆซึ่งไม่มีอะไรจะมาค้านและตั้งใจจะทำเช่นนั้นอยู่แล้วรับคำด้วยเสียงแข็งขัน แล้วแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ของตน


               และแล้วเมื่อเจมิก้าเดินออกไปนอกร้านสับป้ายเป็นคำว่า 'OPEN' ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปราวกับเมื่อกลางวันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขายังคงทำงานดีเหมือนเดิม จะมีมากขึ้นก็ตรงที่มีไฟสู้มากกว่าเก่า พวกขาทำงานกันโดยไม่หยุดพัก มีบ้างที่ผลัดเปลี่ยนตัวกันทำหน้าที่  การทำงานในรอบบ่ายจึงไม่มีปัญหาอะไรเลยแม้ว่าลูกค้าในช่วงบ่ายนี้จะมีปริมาณที่มากกว่าตอนสายถึงเท่าตัวก็ตาม


               เมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่งช่วงเวลา 4 โมงเย็นซึ่งเป็นเวลาปิดทำการก็มาถึง ลูกค้าชุดสุดท้ายหยิบบิลขึ้นไปที่เคาท์เตอร์จ่ายเงิน เหล่าพนักงานเข้ามาทำความสะอาดโต๊ะ เสียงเครื่องคิดเลขดังต่อเนื่องพร้อมกับเสียงแม็กรายการใบเสร็จ ต่อด้วยเสียงกระทบกันของเศษเงินทอน ประตูร้านถูกเปิดออก เสียงกระดิ่งร้านแว่วมา ท้ายสุดคือเสียงของพนักงานและเจ้าของร้านที่พร้อมใจกันกล่าวออกมาไม่ได้นัดหมาย


               "ขอบพระคุณมากค่ะ"ด้วยเสียงเหล่านั้นเองได้สร้างรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของเหล่าลูกค้าชุดสุดท้าย พร้อมกับความเงียบที่ก่อตัวขึ้นในเวลาต่อมา ตลอดเวลาที่พวกเขาทำความสะอาดร้าน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง ไม่มีใครกล่าวคำใดๆออกมา มีเพียงเสียงสิ่งของกระทบกันเป็นบางครั้งที่ช่วยทลายความอึมครึมลงเล็กน้อย ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปเช่นนี้กระทั่งทุกอย่างเสร็จสิ้น ร้านสะอาดหมดจด ของทุกสิ่งถูกเก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อย รวมทั้งเหล่าเด็กน้อยที่กลับมาอยู่ในชุดเดิมของพวกเขาเช่นกัน


               "เอาล่ะ ได้เวลามอบพอยท์แล้วจ้ะ"เจมิก้าเอ่ยเสียงอารมณ์ดี"ทุกคนยื่นเข็มกลัดมาหน่อยจ้ะ"


               เหล่าเด็กน้อยแห่งเบอร์โดเร่ต่างทำตามที่หญิงสาววัยกลางคนสั่งทันที เด็กผู้หญิงหยิบเข็มกลัดที่ปกเสื้อด้านขวา ส่วนเด็กผู้ชายหยิบเข็มกลัดจาดปกเสื้อด้านซ้าย จากนั้นจึงยื่นมันมาไว้ข้างหน้าในระดับอก เจมิก้าเรียกคทาจิ๋วของเธอออกมา จากนั้นจึงวาดวงเวทหนึ่งขึ้น มันมีสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนอยู่ตรงกลาง ทั้งยังมีเส้นสีออกฟ้าครามซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียนด้วย


               "ตัวข้า เจมิก้า ทาโรเรีย ผู้จ้างวานเหล่าเด็กน้อยแห่งเบอร์โดเร่ รหัส 01011708 ข้าขอขอบคุณในความช่วยเหลือด้วยความซัตย์จริง"ฉับพลันเส้นสายที่ใช้ร่างวงเวทก็ค่อยๆคลายออกเป็นเส้นทั้งหมด 8 เส้น มันวนเวียนอยู่รอบตัวเจมิก้า ค่อยๆไล่เรียงผ่านทะลุบริเวณ 'หัวใจ' ออกมาทีละเส้น จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปในเข็มกลัดของแต่ละคนอย่างช้าๆ เมื่อเข้าไปแล้วเข็มกลัดก็เรียงรองแสงสีฟ้าครามออกมา ก่อนที่อัญมณีที่เข็มกลัดส่วนบน จากสีฟ้าอ่อนจนแทบจะกลืนหายไปกลายมีสีเข็มขึ้นเล็กน้อย


               ปิ๊ป ปิ๊ป


               เสียงเข็มกลัดดังขึ้นเบาๆ โดยแจ้งเตือนว่า 'คุณได้รับพอยท์เป็นจำนวน 5 พอยท์'


               "ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ครับ/ค่ะ"


               "ฝ่ายฉันต่างหากจ้ะ"เจมิก้าแย้มยิ้มอย่าง่อนโยน"อย่างที่บอกไป ฉันดีใจจริงๆที่ได้พวกหนูมาทำงานให้เป็นครั้งสุดท้าย พวกหนูได้สร้างความทรงจำสุดแสนวิเศษให้ฉัน ขอบคุณมากนะจ๊ะ ขอบคุณจริงๆ"


               เจมิก้าค้อมหัวลงด้วยใจที่รู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริง เป็นเหตุให้พวกเด็กๆทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ขอมห้หญิงสาววัยกลางคนเงียหน้าขึ้นเท่านั้น


               "แล้ว คุณเจมิก้าจะกลับบ้านเกิดวันไหนเหรอคะ?"ฮินาโกะเอ่ยถาม ส่วนคำตอบที่ได้คือ เธอจะเดินทางไปวันนี้เวลา 1 ทุ่ม ข้าวของทั้งหมดในร้านนี้เพื่อนของเธอจะเป็นคนส่งตามไปให้ทีหลัง ฉะนั้นถ้าจะลาก็ให้ลาตรงนี้"แล้ว บ้านเกิดของคุณเจมิห้าอยู่ที่ไหนคะ?"


               "ถ้าให้เดา เซซิเลียใช่ไหมครับ?"ฮิโรกิที่จู่ๆก็โพล่งขึ้นมาทำเอาเพื่อนๆและเจมิก้าเหวอไปชั่วขณะปประมาณว่า'รู้ได้ไง?' ฮิโรกิจึงเปิดปากอธิบายต่อ"อย่างที่หนึ่ง คุณเจมิก้ามีเรือนผมสีขาวที่เกิดได้เฉพาะในเซซิเลีย สองเวลาคุณชงชาหรือทำขนมให้ลูกค้ามักจะฮัมเพลงเสมอ"


               "เดี๋ยวดิ? ฮัมเพลงมันเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย"แนคถามฮิโรกิด้วยใบหน้าเอ๋อๆงงๆเช่นเดียวกับ เฟเรีย และฮินาโกะ


               "ในเซซิเลียนั้นการฮัมเพลงโดยแฝงกระแสเวทระหว่างการชงชาหรือขนมนั้นถือว่าเป็น'พร'ของคนทำน่ะ"มาริน่าอธิบาย"เวลาที่เราอัมเพลงมักจะอารมณ์ดีหรือมีความสุขใช่มั้ย? มันก็เหมือนการส่ง'ความรู้สึก'ให้คนรับไปในตัวด้วยน่ะแหละ"


               "แหม นักเรียนของเบอร์โดเร่นี่ยังไงก็ประมาทไม่ได้เลยนะเนี่ย"เจมิก้าเอ่ยชมแล้วหัวเราะเบาๆ"เอาเถอะจ้ะ แต่ว่าที่ถามเนี่ยเพราะอะไรเอ่ย?"เจมิก้าหันไปหาฮินาโกะซึ่งเป็นคนต้นเรื่อง


               "แบบว่า ไม่รู้ทำไมหนูถึงรู้สึกชอบคุณเจมิก้ามากๆเลยค่ะ! หนูอยากเขียนจดหมายให้น่ะค่ะ"ฮินาโกะตอบแบบตรงไหนตรงมาจนเพื่อนๆอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ เจมิก้าจึงยอมแลกที่อยู่กับฮินาโกะ ก่อนที่เธอจะเตือนว่านี่เย็นแล้วให้ทุกคนรีบกลับดีกว่า เหล่าเด็กน้อยจึงพากัยร่ำลาเจมิก้า อวยพรให้เธอเดินทางปลอดภัยและขอให้ได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงออกจากร้านกันมา


               "ดีล่ะ เสร็จงานกันแล้ว ใครอยากไปเสพของหวานต่อบ้าง!"เฟเรียเอ่บถามเพื่อนอย่างเริงร่า หลายๆคนก็ตอบตกลงเป็นเสียงเดียวกันด้วยเหตุที่ว่า หนึ่งทำงานกันมาเหนื่อยต้องการของหวานๆ สองคือเห็นของหวานต่างๆในร้านกันมาเยอะ เกิดอาการอยากกินแต่ก็กินไมได้มาเป็นเวลานานจึงอัดอั้นตันใจกันอย่าวมาก


               "ไป Spring Restaurunt กันมั้ยครับ? ที่นั่นเพิ่งเปิดใหม่แต่เขาว่าของหวานอร่อยขั้นเทพเลยล่ะ"ฮิโรกิผู้ได้รับฉายาจากเพื่อนว่า'เจ้าพ่อนักข่าว'กล่าวแนะนำ ทำให้ไม่มีใครคิดที่ตะปฏิเสธแถมไหนๆพวกเขาก็ไม่มีที่จะไปแบบเป็นหลักแหล่งอยู่แล้วด้วย


               "งั้นฮิโระคุงนำทางโลด!" เมื่อแนคให้สัญญาณฮิโรกิก็ออกเดินพร้อมกับเพื่อนๆที่เดินตามอย่างไม่ทิ้งช่วง ออกเดินจากที่เดินเลี้ยวซ้ายหนึ่งครั้งขวาอีกหน่อยเดินตรงไปแล้วซ้ายอีกทีก็ถึง Spring Restaurunt  ซึ่งเป็นที่หมาย ไม่นานพนักงานในร้านก็เดินออกมาต้อนรับพวกเขาและกล่าวถามว่ากี่ท่าน


               "8 ค่า ขอแบบโต๊ะติดกันเลยนะคะ!"เฟเรียตอบออกไปอย่างมั่นอกมั่นใจ


               "เอ๊ะ?..ตะ แต่ว่า.."พนักงานต้องรับทำหน้างงแล้วพยายามนับจำนวนลูกค้าทั้งหมด"6 ท่านเองไม่ใช่หรือคะ?"


               "เฮ้ย!"เพื่อนๆต่างร้องออกมาอย่างพร้อมเพรียง แล้วสำรวจรอบตัวของตนว่าใครที่หายไปบ้าง ผลที่ได้คือน้องสาวซาตานฮิโรโตะ กับ ผู้มีศักดิ์เป็นรัชทายาทแห่งดาโรเซียนั่นเอง แถมยังไม่มีใครรู้อีกว่าหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะมัวแต่คุยกันเรื่องเค้กจนลืม ฮิโรกิที่เดินนำอยู่ข้างหน้าแม้ว่าจะไวเรื่องประสาทสัมผัสเพียงใดก็ไม่สามารถรับรู้ปฏิกริยาของคนที่เดินอยู่ข้างหลังทั้งหมด และเขาก็คิดว่าคาซึเนะจะเป็นคนช่วยดูข้างหลังให้แทน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นฝ่ายหายไปแบบนี้


               "แยกกันหาเถอะค่ะ!"ซาซึโยะร้องลั่น"ฮินะจังเพิ่งจะมาถึงที่นี่ไม่นานคงยังไม่คุ้นทางเท่าพวกเราที่มาถึงก่อนเธอหลายเดือน ยิ่งที่จัตุรัสนี่ขึ้นชื่อเรื่องคนหลงทางโดนลอบทำร้ายอยู่แล้ว ถ้าปล่อยไว้มีหวังแย่แน่ๆค่ะ!!"


               "ใช่ ตามหาฮินะกันก่อนเถอะ ไอ้เจ้ารัชทายาทนั่นน่ะดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ปล่อยไปเถอะ"เมื่อได้ยินมาริน่าพูดเช่นนั้นทุกคนจึงตกลงกันออกตามหาฮินาโกะก่อนจากนั้นเรื่องคาซึเนะค่อยว่ากันอีกที และถึงจะเจอหรือไม้ให้กลับมารวมตัวกันที่หน้าร้าน Spring Restaurunt นี้ในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง


               "ถ้าคิดว่าตัวเองหลงล่ะก็ให้หยุดหาแล้วถามทางกลับมาที่นี่นะ อย่าเสี่ยงหลงไปด้วยนะครับ"ฮิโรกิกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเป็น 6 แยก
               'ขอร้องล่ะ อย่างเพิ่งเป็นอะไรไปนะคะ ฮินะจัง!'



               ------------------------------------



               "โห สุดยอด!!"เสียงร้องอย่างตระหนกดังนั้นพร้อมกับใบหน้านวลที่แนบชิดติดไปกับกระจก"ไวโอลินรุ่นนี้เสียงเพราะมากเลยนี่นา!"


               ดวงตาสีมรกตจับจ้องไปที่ไวโอลินสีน้ำตาลเงาใสปิ๊งที่ได้ขึ้นชื่อว่า'เสียงไพเราะที่สุด' ทั้งเป็นรุ่นที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่สดๆร้อนๆ และยังมีราคาสูงลิบลิ่วชนิดคนธรรมดามิอาจจะเอื้อม
               "ไม่อยากเชื่อว่าที่นี่จะมีขายด้วย!"


               แล้วก็ไม่นึกว่าชีวิตนี้จะได้เห็นเหมือนกัน!


               "อ๊าาา นั่นฟลุตรุ่นนั้น!"เด็กสาวร้องเสียงหลงจากนั้นจึงนำใบหน้าที่เนบชิดติดกระจกเมื่อครู่ออกอย่างช้าๆ ถอยออกไปดูชื่อร้านซึ่งมีชื่อว่า 'Acapellia' พอเมมโมรี่เข้าสมองต่อมาจึงวิ่งหาเข้าไปในร้านโดยไม่มีการไตร่ตรองใดๆทั้งสิ้น"ฟลุตรุ่น Y-F575 ที่เคยอ้อนพี่ให้ซื้อไว้แต่ไม่ยอมซื้อให้ซะทีนี่นา!!!"


               ดวงตาสีมรกตเปล่งประกายระยิบระยับไล่มองฟลุตตัวนั้นตั้งแต่ปลายด้านหนึ่งไปจนสุดปลายอีกข้างอย่างปลื้มปิติ


               "จำชื่อรุ่นได้แม่นไม่ผิดสักตัวแบบนี้ แสดงว่าชอบมากล่ะสิ?"ลุงเจ้าของร้านที่อยู่เคสาท์เตอร์จ่ายเงินหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทีสุดจะปลื้มของเด็กสาว


               "ค่ะ! ในบรรดาเครื่องดนตรีทั้งหมดกนูชอบฟลุตที่สุดเลยค่ะ!! เสียงมันนุ่มๆฟังสบายๆ แถมก้องกังวาลอีกต่างหาก"ฮินาโกะตอบเจ้าของร้านไปอย่างเริงร่า


               "อืม...ถ้าชอบขนาดนั้นล่ะก็งั้นลองเล่นดูดีไหม?"


               "ดะ ได้เหรอคะ!?"ดวงตาของเด็กสาวเปล่งประกายหนักยิ่งกว่าเดิมเสียอีก


               "ได้สิ ช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษด้วย นับว่ามาถูกเวลาเชียวล่ะ"ฮินาโกะกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านอยู่หลายรอบ จากนั้นลุงเจ้าของร้านจึงเดินไปหยิบรุ่นทดลองเล่นของ Y-F575 มาให้ ฮินาโกะรับมันมาด้วยควาดีใจ แล้วลองเล่นดูทันทีโดยไม่ยอมเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แม้แต่วินาทีเดียว เริ่มแรกด้วยการลองไล่สเกลเสียง จากต่ำไปสูง มา สูงไปต่ำ ลองไล่ของข้ามขั้นไปมา พอคิดว่าเสียงไม่มีปัญหาและตัวเองชินได้ที่จึงเริ่มบรรเลงเป็นเพลงซึ่งเป็นเพลงที่ตนโปรดปรานมากเป็นอันดับต้นๆของตน


               'เมฆาสีคราม' >>เปิดเพลง Click!<<


               เสียงบรรเลงใสก้องกังวาลอย่างช้าๆดังสะท้อนไปทั่วร้าน เสียงเพลงนั้นแฝงไปด้วยความอบอุ่นราวกับกำลังมองท้องฟ้าสีครามในวันอันแสนเจิดจ้า พาลทำให้ใครต่อใครที่กำลังดูเครื่องดนตรีอื่นๆมองกันเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่คนที่เดินผ่านมาเองก็สนใจที่จะหยุดดูด้วย เสียงเพลงยังคงดังอย่างต่อเนื่องกระทั่งมีเสียงไวโอลินที่จูดังแรกขึ้นมาทำให้เด็กสาวชะงักแล้วหันไปมองทานต้นเสียง


               เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลกำลังบรรเลงเพลงต่อจากเด็กสาวโดยใช้ไวโอลินตัวสีน้ำตาลอ่อนมาบรรเลง เขามีใบหน้าคมคายที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้วยดวงตาสีนิลอันน่าหลงไหลของเขาที่บัดนี้ถูกเปลือกตาปิดบังเอาไว้และท่าทีการชักคันสี(โบว)ไวโอลินกับเสียงอันแสนสุขุมนุ่มลึกนั้นทำให้เด็กสาวละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย


               สุด..ยอด


               เด็กสาวอดร้องออกมาในใจไม่ได้ ด้วย การชักคันสีที่ดูเข้มแข็งแต่เสียงเพลงที่ออกมากลับเป็นเสียงที่มีความอ่อนโยนและมีความแข็งแกร่งอยู่ภายใน  ของเขา


               เสียงเพลงได้ถูกบรเลงจบลง เรียกเสียงปรบมือจากทั่วสารทิศได้อย่างแน่นหนา เขาโค้งลงเล็กน้อยเพื่เป็นการแสดงความขอบคุณ และเมื่อเห็นดังนั้นเด็กสาวก็หลุดออกมาจากภวังค์แล้วรีบโค้งตามทันที


               "แหม สุดยอดจริงๆนะทั้งสองคน!"ลุงเจ้าของร้านเอ่ยชมด้วยความจริงใจ ตั้งแต่มาที่เบอร์รินนี้เขายังไม่เคยพบการบรรเลงที่สะกดอารมณ์ผู้ชมไว้ได้มากมายทั้งยังเป็นเด็กอายุเท่านี้มาก่อน "ไหนๆก็ไหนๆจะซื้อฟลุตไปเลยดีไหมคุณหนู ถึงจะมีโปรโมชั่นอยู่แล้วแต่ลุงลดเพิ่มให้เหลือ 5 หมื่น โคลว์เลยเอ้า!!"


               ราคาเดิม 85,000 โปรโมชั่น 65,490 เหลือ 50,000 ใจป้ำมาก!!


               ในบัญชีเธอมีเงินเหลืออยู่ 55,000 ด้วย โอกาสดีแบบนี้ไม่เอาก็ตลกแล้ว!


               "ซื้อครับ"ยังไม่ทันที่ฮินาโกะจะตอบอะไรออกไปเสียงหนึ่งก็พูดตัดบทขึ้นมาเสียก่อน ทำเอาเด็กสาวชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหันไปส่งสายตาเขียวปั้ดให้ไอ้คนบอกจะซื้อตัดหน้า


               "โอ้ เรามีไวโอลินเสียงแจ๋วคุณภาพดีอยู่แล้วนี่นา จะเอาฟลุตไปอีกทำไมรึ?"ลุงเจ้าของร้านเลียบๆเคียงๆตามเด็กหนุ่ม


               "จำเป็นครับ"ด้วยคำตอบสั้นๆง่ายๆทำเอาคุณลุงเจ้าของร้านถึงบางอ้อ หัวเราะลั่นออกมา


               "แผนสูงนะเจ้าหนุ่ม! รอเดี๋ยวนะลุงจะไปเอาเครื่องจริงมาให้"ว่าแล้วลุงเจ้าขอร้านจึงทำท่าจะเข้าไปหยิบหลังร้าน แต่คาซึเนะรั้งไว้บอกว่าขอซื้อไวโอลินรุ่น K-V9237 ด้วย (รุ่นใหม่ล่าสุดที่ขึ้นชื่อว่าเสียงเพราะที่สุด) ลุงเจ้าของร้านขึงรับคำแล้วหายเข้าไปหลังร้าน


               ไม่นานต่อมา กล่องไวโอลินและกล่องฟลุตได้ถูกนำส่งให้เด็กหนุ่ม เขาจึงนำมันเก็บเข้าลูกแก้วโพเลเลียจากนั้นจึงเขียนใบสั่งจ่าย ลงตราประทับเวท แล้วส่งให้ลุงเจ้าของร้าน แวบแรกที่เขาเห็นก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น


               "โหดร้ายยยยยยยยยย!!!"เมื่อออกจากร้านมาแล้วฮินาโกะก็เปิดปากโวยวายทันที"โอกาสแบบนี้หาง่ายๆไม่ได้แท้ๆ เจ้าบ้าาาา"


               เด็กสาวแทบจะร้องไห้ออกมาเป็นภาษาต่างดาว จะมีซักกี่ร้านกันที่จะลดให้เหลือราคาเท่านั้น!  ร้านที่ตั้งอยู่ในจัตุรัสนี้มีค่าใช้จ่ายสูงอยู่แล้วจะให้ไปขอซื้ออักตัวโดยส่วนลดเท่าเดิมมันก็ดูจะงกเกินไป ใครจะไปทำลง!


               "ก่อนอื่น.."เขาเปรยเสียงเบา ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วบีบหัวเด็กสาวเต็มแรง"ใครใช้ให้จู่ๆก็หายไปหา? ป่านนี้คงหากันให้ขวักแล้ว!!"


               เออ..แฮะ ลืมไปเลย


               "โอ๊ยยยยย อ๊าาาา เจ็บนะ หัวจะเละแล้ววววว เบาๆหน่อยเด้!!"


               "ตามเธอมามันเหนื่อยนะ! ต้องหยุดดูทุกที่เนี่ย!"ความหมายของคาซึเนะคือ..ฮินาโกะสามารถหยุดอยู่ตรงไหนก็ได้หรือจะหายไปไหนก็ได้เหมือนกัน เพราะเจ้าตัวดูจะตื่นต่าตื่นใจกับโซนนี้เหลือเกิน"ดีนะที่มาทัน ถ้าหลงคงจะกลับบ้านไม่ถูก แค่นี้น่าจะรู้ตัว!!"


               "อ๊ายยยย ขอโทษแล้วค่ะ ฮินะผิดไปแล้วว แต่ช่วยปล่อยไอ้บีบหัวนี่ที!!!"คาซึเนะยอมปล่อยเด็กสาวตามคำเรียกร้อง เขาถอนหายใจยาวแล้วหันไปเขียนจดหมายด่วนเพื่อส่งให้พวกฮิโรกิรู้จากนั้นจึงลากฮินาโกะ(ที่ยังคงเจ็บหัวไม่หาย)ให้ไปที่สำนักงาน AIR MAIL ที่หนึ่ง เขาจ่ายเงินค่าส่งจดหมายด่วนแล้วให้ AIR MAIL ใช้เวทส่งไปให้


               "มานี่"เด็กหนุ่มคว้าข้อมือเด็กสาวแล้วออกเดินนำไปทิศทางที่เด็กสาวไม่รู้จัก แม้ว่าจะผ่านเข้ามาในโซนที่เธอคุ้นเคยแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่ทิศทางที่จะตรงไปบ้านของเธออยู่ดี และดูเหมือนเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอจะรู้ว่าเธอสงสัยสิ่งใดเขาจึงเอ่ยออกมา"วันนี้มีงานเลี้ยง"


               "งานเลี้ยง?"


               "ฉลองสอบติด ช้าไปหน่อยแต่ก็ต้องจัด"


               "แล้วไง?"


               สามัญชนอย่างฉันจะไปเกี่ยวอะไรกับรัชทายาทอย่างนายฟร้า..


               "มีงานเลี้ยงก็ต้องมีการแสดง เธอต้องเล่นดนตรีคู่กับฉัน"สิ้นเสียงท้องฟ้าพลันมืดครึ้มส่งสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาไม่หยุดในหัวของฮินาโกะ เธออยากจะได้ยินใหม่อีกรอบ


               เล่นดนตรี? แถมเล่นคู่!? พูดผิดพูดใหม่ได้นะคะ!!!?


               "ไม่ผิด"เด็กหนุ่มพูดดักและยิ้มอย่างมีเลศตนัยน์ เห็นดังนั้นฮินาโกะจึงพยายามสะบัดข้อมือเต็มแรงแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะคนข้างหน้าแรงเยอะกว่าเป็นเท่าตัวแถมยังเร่งความเร็วในการเดินเพิ่มขึ้นจนเธอออกแรงได้ไม่เต็มที่อีกต่างหาก และแล้วเมื่อเด็กสาวอับจนหนทางด้วยกำลัง จึงหันไปพึ่งด้วยวาจา...


               "แล้วคิดไงเลือกฉัน! ไปเลือกคนอื่นไป๊!!"


               "ข้อหนึ่งฝีมือใช้ได้ ข้อสองเพราะเรื่องเมื่อวาน"เสียงตอบทันควันส่งผลให้เด็กสาวรีบย้อนนึกถึงเรื่องเมื่อวานทันที มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาจนต้องเก็บมาลงที่เธอในวันถัดมากัน? นึกสิ นึกด่วน!


               ระ...หรือว่า ตอนนั้น!! ใช่ ตอนนั้นแหง


               เมื่อวานคาซึเนะไปส่งฮินาโกะที่บ้านด้วยความที่ทนความทิฐิปากแข็งของเด็กสาวไม่ไหว แต่เมื่อมาถึงบ้านของเธอ อันดับแรกแห่งความซวยก็มาเยือน ฮิโรโตะที่กำลังรดน้ำต้นไม้สวนในบ้านเกิดเห็นแผลและท่าทีของน้องสาวก็เปิดปากถาม พอเด็กหนุ่มตอบไปดีๆเสร็จ ซาตานแห่งเบอร์โดเร่จึงรีบรวบตัวน้องสาวแล้วทำท่าจะถีบส่งเด็กหนุ่มออกไป ไกลๆถ้าไม่ใช่ว่าฮายาโตะกลับมาเจอก่อนเสียก่อนล่ะก็


               แต่..หารู้ไม่ว่านั่นคือความวิบัติอันแท้จริง ฮายาโตะ ต้อนรับคาซึเนะด้วยความจริงใจ(ผิดกับลูกชายที่พร้อมจะจับโยนแขกออกไปทุกเมื่อ) เสริฟทั้งชาทั้งขนม ถามโน่นถามนี่..แรกๆก็ดีอยู่หรอก แต่เมื่อปริมาณในการรินชาค่อยๆเพิ่มขึ้นพ่วงด้วยขนมที่มาจากไหนก็ไม่ทราบมาวางอยู่ตรงหน้าทุกครั้งที่ยัดไปได้เสร็จ ไอ้เรื่องชาคาซึเนะไม่ค่อยหวั่นเพราะทั้งรสดีและเป็นสิ่งที่เขาชอบ แต่ด้วยขนมจำนวนมหาศาลพ่วงด้วยความไม่ปลื้มมันแล้วทำให้เขาหมดสภาพในเวลาไม่นาน อิ่มจุกจนขยับไม่ได้กันเลยทีเดียว


               ตอนนั้นเองที่เขาก็ได้รู้ซึ้ง...ว่าโดนถีบไล่ส่งไปแต่แรกยังจะดีซะกว่าเป็นไหนๆ..และที่น่าจับฆ่าที่สุดคือเด็กสาวไม่มีวี่แววจะช่วยเขาซักนิด กลับกินขนมดื่มชาเหมือนปกติ พออิ่มก็กลีกเลี่ยงด้วยวิธีที่ว่า 'หนูไปทำการบ้านก่อนะนะคะ' ถึงจะมีจริงแต่เด็กหนุ่มก็เชื่อว่าเด็กสาวทำไปได้แค่นิดเดียวก็เลิกแน่นอน ทั้งเมื่อเขาหมดสภาพเรียบร้อยก็ยังลงมาแสดงความเห็นใจด้วยการวางยาสมุนไพรแก้ท้องอืดไว้ให้แล้วบอกบ๊ายบาย ยื้มร่ากระโดดดึ๋งๆ ขึ้นห้องไปอย่างไม่ไยดี


               ไม่หาที่ลงก็คงไม่หายแค้น! และการย้อนกลับมาเล่นงานเด็กสาวถือเป็นวิธีที่ง่ายและสะใจเป็นที่สุด!!


               "อย่าคิดจะเล่นพลาดนะ.."เขาขู่โดยที่ไม่หันกลับมามอง เด็กหนุ่มยังคงลากเด็กสาวไปในมิศทางซึ่งเป็นสถาณที่จัดงาน"ถ้าพลาดอย่าหวังจะตายดี"


               รังสีอาฆาตแค้นโพยพุ่งออกมาจากเด็กหนุ่มทำเอาเด็กสาวที่ถูกลากอยู่แทบอยากจะย้อนเวลาไปแก้ไขเรื่องเมื่อวานซะเดี๋ยวนี้ ถ้ารู้ว่าจะโดนเอาคืนเป้นสามเท่าตัวแล้วล่ะก็เธอไม่ปล่อยให้ท่านพ่อแก้เผ็ดแทนเด็ดขาด!


               "แล้วฉันจะตอบแทนเธอเรื่องเมื่อวานอย่างสาสม!!!"


               ตอนนั้นเองที่เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นมาจากทางแถบที่อยู่อาศัยเซนทรัลโซน




    -----------------------------------------


Modifide
14 เมษายน 2553 - แต่งครั้งแรก (3KB)
15 เมษายน 2553 - แก้ไข+แต่งต่อ (5KB)
16 เมษายน 2553 - แก้ไขคำผิด-สำนวน / แต่งต่อ (6KB)
18 เมษายน 2553 - ต่อเรื่อ (2 บรรทัด...) (7 KB)
21 เมษายน 2553 - ต่อเรื่อง../ แก้ไขรายละเอียดชุดภารกิจพิเศษ (7 KB)
22 เมษายน 2553 - ต่อเรื่องต่อปาย~ (ช่วงเริ่มภารกิจ) (7-8-9-10-12 KB)
23 เมษายน 2553 - แก้ไขข้อผิดพลาด (12 KB)
26 เมษายน 2553 - แก้ไขนิดหน่อย / ต่อเรื่อง (17 KB)
01 พฤษภาคม 2553 - ต่อ (20 KB)
09 พฤษภาคม 2553 - ต่อ (23KB)
12 พฤษภาคม 2553 - ต่อเรื่อง FIN. (27KB)
24 กันยายน 2553 - ตรวจทาน / แก้ไขข้อผิดพลาด!
03 ตุลาคม 2553 (12.37) - รุ่งสางยามเช้า~ มาแก้คำผิด+ลงบทที่9 จ้ะ *0* (30KB)


มุมสารภาพบาป :: ....จบตั้งนานแล้วล่ะค่ะ แต่ดิฉันดองเอง //หลบรองเท้า


7 ความคิดเห็น

  1. #6 pnano (@pnano) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2553 / 01:23
     รอตอนต่อไปครับ
    เป็นกำลังใจให้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #6
    0