กำเนิดเทพเจ้าสวรรค์

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 เริ่มปรุงยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    1 เม.ย. 62

บทที่ 13 เริ่มปรุงยา


   เอ็มเมอร์ได้ใช้วิชาล่องนภาเข้ามาในตัวเมืองตัวเมืองนั้นดูมีผู้คนหลากหลายไม่ว่าจะนักเวทย์  ก็มาเดินกันหาวัตถุดิบกันมากมายแต่เอ็มเมอร์ได้มองดูนักปรุงยามีแค่ 1 คนแล้วเขาสังเกตแล้วไม่เห็นภูติต้นไม้ที่ติดตามนักปรุงยาเลย


   "อืม ดูเหมือนว่าข้าคงเป็นนักปรุงยาที่โชคดีที่มีภูติต้นไม้ติดตามสินะ"


   เอ็มเมอร์พูดเสร็จก็เอามือลูบหัวมู่ซื่ออย่างเบามือมู่ซื่อที่โพล่งออกมาตรงคอเสื้อก็ทำหน้าตาเคลิ้มหลับตาเหมือนจะนอนอีกครั้ง


   "หึหึ เจ้านอนก่อนเดียวข้าจะปลุกเจ้าที่หลังหลังจากข้าเจอของแล้ว"


   มู่ซื่อได้ยินก็พยักหน้ารับแล้วมุดกลับนอนต่อ


    "อืม ข้าต้องมองดูวัตถุดิบในการปรุงยาของข้าก่อน"


   เอ็มเมอร์เดินสำรวจตัวเมืองมีของขายมากมายทั้งอาวุธ ยา และอื่นๆอีกมากมายมันทำให้เขาสังเกตดูแล้วเหมือนอาวุธจะเป็นนักอักขระสีส้มเป็นคนทำมาขายซะส่วนใหญ่และเขาก็เดินไปเรื่อยๆก็ไปเจอกับร้านหนึ่งที่ดูไม่โดดเด่นอะไรซ่อมซ่อมากเขาตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านนี้


    เมื่อเจ้าของร้านเจอเอ็มเมอร์ก็ทำหน้าดีใจมากวิ่งเข้ามาหาเอ็มเมอร์และมาตอนรับเขาอย่างดี


   "ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใด?"


   เอ็มเมอร์มองคนแก่อายุราวๆ 60-70 ปีมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มกล่าวตอนรับเขาด้วยความจริงใจในการค้าขายมากเอ็มเมอร์ทำท่าทางคิดอยู่สักพักพยักหน้าและได้ถามออกไป


    "เจ้ามีวัตถุดิบในการปรุงยาหรือไหม?"


    "ท่านเป็นนักปรุงยาหรือ?"


    "ใช่ข้าเป็นนักปรุงยา"


    "ได้ขอรับเดียวข้าไปเอาวัตถุดิบมาให้ท่าน"


    คนแก่ที่ดูเหมือนเจ้าของร้านเพียงคนเดียวที่ดูแลร้านแห่งนี้เข้าไปหยิบของบางอย่างและกลับออกมาหาเอ็มเมอร์ด้วยสีหน้ายินดี


   "นี้คือหม้อปรุงยาขอรับข้ามีแค่หม้อปรุงยาอันนี้อันเดียวเท่านั้นขออภัยและนี้คือพืช 10 อย่างที่เอาไว้ปรุงยาขอรับ"


   "พืชนี้มันเหมือนธรรมดาที่หาได้ทั่วไปขอรับแต่ความจริงมันสามารถปรุงยาที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นมากเพื่อเพิ่มความสำเร็จในการปรุงจึงไม่ค่อยมีคนซื้อพืช 10 อย่างนี้เท่าไร"


   "ทำไมเจ้าถึงได้รู้เรื่องนี้ได้?"


   "ข้าเคยศึกษาข้อมูลในการปรุงยามาบ้างแต่ข้าไม่สามารถปรุงยาได้เลยข้าเลยมาเปิดร้านข้าน้ำยาแทนขอรับแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยรุ่งเป็นท่านวันนี้ที่เป็นลูกค้าคนแรกขอรับ"


   "แล้วร้านของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"


    "ก็มีลูกค้าเข้าบ้างเป็นครั้งคราวขอรับข้ามันตัวคนเดียวจึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนักขอรับ"


  "อืม ข้าขอซื้อหม้อปรุงยา 1 และซื้อพืชทั้งหมด ถ้าข้าซื้อพืช 500 กำ ราคาประมาณเท่าไร?"


   

  "ท่านขอรับพืชพวกนี้ขึ้นเองตามธรรมชาติงั้นข้าจะขายให้ท่านแค่ 500 เหรียญทองแดงขอรับ"


   "ไม่ถูกไปรึ?"


  "ไม่ได้ขอรับข้าขายแค่นี้ก็พอแล้วขอรับเพราะความจริงแล้วพืชพวกนี้ไม่มีราคาเท่าไรอย่างมากก็แค่ 5 เหรียญดินเท่านั้นขอรับ"


   "อืม ถ้างั้นหม้อปรุงยาอันนี้ราคาเท่าไรรึ"


   "มันทั้งเก่าแล้วเท่าที่ข้าดูแล้วน่าจะประมาณ 100 ปีได้แล้วขอรับคงไม่มีคนใช้แล้วข้าคิดท่านประมาณ 800 เหรียญทองแดงขอรับ"


   "อืมถ้างั้นข้าซื้อทั้งหมดแล้วกัน"


   เอ็มเมอร์ได้หยิบเหรียญเงิน 2 เหรียญเงิน (ประมาณ 2000 บ.) ให้กับพ่อค้าพ่อค้าได้แต่ตะลึงและกล่าวออกมาเสียงที่ดูตกใจ


   "คือท่านขอรับแบบนี้มันคง.."


  "ไม่เป็นไรเพราะข้าต้องมาร้านเจ้าบ่อยๆข้ามีเรื่องอย่างจะถามเจ้าเจ้ามีห้องส่วนตัวหรือไม่"


  "มะ มีขอรับเชิญทางนี้"


  เอ็มเมอร์ได้เดินตามเจ้าของร้านไปที่ห้องส่วนตัวเจ้าของร้านนั้นไปหาเก้าอี้ให้เอ็มเมอร์นั่งแล้วตัวเองก็นั่งที่ประจำของเขา


   "เจ้ามีชื่อว่าอะไรรึ"


   "ข้ามีชื่อว่า ออส ขอรับ"


   "งั้นข้าพูดเลยล่ะกันเจ้าสนใจมาทำธุรกิจกับข้าหรือไหม?"


   เอ็มเมอร์เริ่มบทสนทนาทันทีทำให้ออสที่นิ่งๆอยู่สะดุ้งตกใจเป็นอย่างมากและกล่าวออกมาเสียงสั่นๆออกมา


   "ท่านคือข้ารู้ดีว่านักปรุงยาที่ประสบความสำเร็จนั้นมีน้อยเหลือเกินและท่านที่ยังรูปร่างเด็กยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้และควรที่จะไปทำธุรกิจที่ร้านอื่นที่รุ่งเรืองกว่านี้เถอะขอรับ"


   ออสทำหน้าเหมือนจะร้องไห้และกล่าวออกมาอย่างสั่นเครือเอ็มเมอร์เห็นแบบนั้นจึงส่ายหน้าเล็กน้อย


   "แต่ข้าอยากทำธุรกิจกับเจ้าถึงตอนนี้ข้าจะเป็นแค่นักปรุงยาระดับฝึกหัดก็ตามแต่ภายภาคหน้าถ้าข้ารุ่งเรืองขึ้นเจ้าก็จะรุ่งเรืองขึ้นด้วยที่ข้าเลือกเจ้าเพราะว่าข้ามองเจ้าออกทั้งหมดเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ นอบน้อม อดทน และจริงใจ แต่สิ่งที่เจ้าขาดไปนั้นก็คือ ความกล้าเจ้าต้องการกว่านี้การขายของเจ้าถึงจะประสบความสำเร็จ"


   เอ็มเมอร์ลุกจากเก้าอี้และไปข้างๆของออสและกล่าวออกไปว่า


   "เจ้าจะทำธุรกิจกับข้าหรือไหม?"


   ออสนั้นร้องไห้ออกมาและนั่งลงคุกเข่ากุมมือเอ็มเมอร์ไว้และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเงยหน้ามองเอ็มเมอร์


  " ขอรับออสผู้นี้จะทำธุรกิจกับท่านอย่างซื่อสัตย์ด้วยความจริงใจและไม่มีวันทรยศท่านแน่นอนขอรับ"


   "ดี งั้นมาคุยธุรกิจกันต่อ"


   "ขอรับ"


   เอ็มเมอร์กำลังกลับไปนั่งที่เดิมแต่กลับโดนออสจับไว้เอ็มเมอร์หันไปมองด้วยความสงสัย


   "คือท่านตรงข้าก็ได้ขอรับเดียวข้าไปนั่งที่ท่านเอง"


   เอ็มเมอร์พยักหน้าเข้าใจและนั่งตรงที่ออสเคยนั่ง


   "ข้าให้เจ้าหาวัตถุดิบให้ข้าเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ครั้งแรกข้าจะทำให้เจ้าก่อนประมาณ 10,000 ขวดเพราะวัตถุดิบเจ้ามีแค่นี้และข้าจะเอาส่วนแบ่งประมาณ 30 ของเจ้าก็ 70 เข้าใจแล้วสินะ"


   "แต่ท่านข้าว่าส่วนแบ่งของท่านมันไม่น้อยไปเหรอขอรับ"


   "ไม่ล่ะข้าคิดดีแล้วเดียวเจ้าก็คอยดูล่ะกัน"


    มี้~


    มู่ซื่อที่ดูเหมือนจะนอนเต็มอิ่มแล้วโพล่งหัวออกมาและไต่ไปที่ไหล่เอ็มเมอร์แล้วขยับไปที่คอถูไถที่คอไปมาด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู


   "นะ นี้มันภูตต้นไม้!"


    ออสเห็นดังนั้นตกใจจนหล่นเก้าอี้ทำหน้าตาประหลาดใจสุดขีดที่ได้เห็นมู่ซื่อ


   มู่ซื่อที่ได้ยินเสียงดังก็สะดุ้งและไต่ไปที่กลับไปที่คอเสื้อของเอ็มเมอร์อย่างรวดเร็วและค่อยๆเอาหน้าออกมาดู


   "ทะ ท่านมีภูติต้นไม้หรือขอรับ"


  เอ็มเมอร์ให้มู่ซื่อที่หลบไปแล้วออกมามู่ซื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงค่อยๆออกมาจากเสื้อและกระโดดไปหามือของเอ็มเมอร์ที่ยื่นมาใกล้ๆเมื่อลงมาในมือแล้วเอ็มเมอร์ก็ลูบๆหัวมันอย่างเบามือ


   มู่ซื่อที่เริ่มง่วงนอนอีกครั้งเพราะโดนลูบหัวก็หลับไปอีกครั้ง


   "ใช่ข้ามีภูติต้นไม้ทำไหมรึ"


   เอ็มเมอร์ถามไปถึงจะรู้คำตอบอยู่แล้ว


   "ทะ ท่านคงทราบว่าภูติต้นไม้นั้นมีความสำคัญกับนักปรุงยายิ่งนักการที่มีภูติต้นไม้ไว้นั้นมันทำให้ท่านปรุงยาที่มีประสิทธิที่ดีกว่านักปรุงยาทั่วไปมากมายหนัก"


   ออสที่ดูเหมือนได้สติก็กลับมานั่งที่เก้าอี้และเริ่มพูดอีกครั้ง


    "ตอนนี้ท่านนั้นสามารถเป็นนักปรุงยาระดับหล่อหลอมได้ด้วยซ้ำท่านชั่งโชคดียิ่งนัก"


    "อืมข้าก็ว่าข้าโชคดี งั้นพรุ่งนี้ข้าจะนำยาที่ข้าทำเสร็จมาให้เจ้าขาย"


    "ทราบแล้วขอรับ"


    เอ็มเมอร์ที่คุยธุรกิจเสร็จก็ค่อยเดินออกจากร้านและเก็บวัตถุดิบเข้าไปในวงแหวนมิติและกำลังออกจากร้านไป


    "เออ คือไม่ทราบว่าท่านมีชื่อว่าอะไรหรือขอรับ"


   เอ็มเมอร์ที่ได้ยินก็หันกลับมาหาออสและพูดออกไปว่า


   "เรียกข้าว่า ลิเลีย"


   "ข้าทราบแล้วท่านลิเลีย"


    เอ็มเมอร์หันกลับไปแล้วใช้วิชาล่องนภากลับไปยังโรงเรียนอย่างรวดเร็ว


   เอ็มเมอร์ที่ตรงกลับมาห้องของตัวเองและนำอุปกรณ์ออกมาอย่างรวดเร็ว


    "มู่ซื่อ"


   มี้~


  มู่ซื่อที่ได้ยินเจ้านายเรียกชื่อก็ออกมาด้วยความร่าเริง


   "มาเริ่มปรุงยากันเถอะ"


   เอ็มเมอร์ได้วางหม้อปรุงยาลงที่พื้นและเริ่มใส่พืชลงไป


  เอ็มเมอร์นั้นค่อยๆใส่พืชลงไปที่ล่ะอย่างและคอยที่จะสังเกตว่าตัวยานั้นกำลังมีรวมตัวกันเอ็มเมอร์ได้ใช้พลังลมปราณของตัวเองใส่ไปในหม้อเพื่อควบคุมตัวยาไม่ให้มันเสียหาย


   มู่ซื่อที่กำลังร้องเพลงเพื่อให้พืชทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากขึ้นและคอยช่วยให้พืชนั้นรวมตัวกันกลายเป็นยาได้เร็วขึ้น


   หลังจากนั้น หนึ่งชั่วยามเอ็มเมอร์ก็ได้ยาที่มีสีส้มป่นเขียวออกมาได้ร้อยขวด


   "ไม่เลวสำหรับครั้งแรกของข้าจริงๆ"


   เอ็มเมอร์มองขวดยาของตัวเองและหยิบมันขึ้นมาตรวจดู


   "แต่ว่าทำไหมมันถึงเป็นสีส้มป่นเขียวทำไหมมันถึงไม่เป็นสีส้มอย่างเดียวเหล่า"


   เอ็มเมอร์ได้มองยานั้นด้วยความสงสัยและได้ทดลองกระดกดื่มไปหนึ่งขวด


   "อืมมันเพิ่มพูนพลังเวทย์ได้อย่างสูงที่เดียวนี้คงจะเป็นยาเพิ่มพลังฟื้นฟูระดับสูงแต่ข้าว่ามันมีอะไรอีกอย่างหนึ่งที่มันไม่เหมือนยาทั่วไป"


   เอ็มเมอร์ลองเสกเวทย์มนต์ลมขึ้นมาเขารู้สึกได้ว่ามันรวดเร็วกว่าแต่ก่อนหลายเท่าอยู่


   "ถึงข้าจะไม่ต้องร่ายคาถาแต่ข้าก็รู้สึกได้ว่ามันเพิ่มเวลาในการร่ายเวทย์ให้รวดเร็วขึ้น"


   "อืมดูท่าแล้วมันจะเป็นน้ำยาที่พลังแฝงอยู่ด้วยสินะ ไม่เลวเลย"


   เอ็มเมอร์ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำน้ำยาพอวัตถุดิบหมดแล้วเขาก็ได้ยาประมาณ 10,000 ขวดเขารีบเก็บทุกอย่างใส่วงแหวนมิติและนั่งสมาธิเพื่อรวบรวมพลังลมปราณของเขา


   เมื่อตอนเช้ามาถึงเขาก็ไปรับใช้เลโอ เลโอได้บอกเอ็มเมอร์ว่าเขาจะไม่อยู่ 3 เดือนเพราะจะไปทดสอบรับผ้าคลุมเวทย์ที่หอคอยแห่งการทดสอบเอ็มเมอร์พยักหน้ารับแล้วเมื่อรับใช้เลโอเสร็จเขาก็หยิบเสื้อคลุมสีเทามาใส่และใช้วิชาล่องนภาไปหาออสทันที


    "ท่านลิเลีย"


   ออสที่ได้เห็นเอ็มเมอร์มาถึงร้านก็ได้เดินมารอต้อนรับเอ็มเมอร์และได้นำเขาไปที่ห้องส่วนตัวและพูดคุยกัน


   เอ็มเมอร์ได้ใช้วงแหวนมิติและนำเอาขวดยามาให้ออสทั้งหมดและได้กล่าวกับออสว่า


   นี้คือน้ำยาเพิ่มพูนพลังเวทย์ระดับสูงที่มีพลังเพิ่มเวลาในการร่ายเวทย์อยู่มีคุณสมบัติอยู่สองอย่างในขวดเดียว


    "ทะ ท่านทำได้อย่างไรท่านลิเลีย"


    "เอาเถอะเจ้าจะต้องขายแค่ 20 ขวดต่อวันเท่านั้นและขายด้วยราคา 10,000 เหรียญทองและเพื่อกระตุ้นยอดขายไปเรื่อยๆและข้าจะทำยาให้เจ้าในคลังของเจ้าเมื่อ 1 สัปดาห์มาถึงข้าจะมารับวัตถุดิบออสเจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่"


    "ขอรับข้าเข้าใจแล้ว"


    "ดีงั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ข้าจะมารับวัตถุดิบ"


    เอ็มเมอร์ได้เดินออกไปจากร้านและมุ่งตรงกลับไปที่โรงเรียน


    เมื่อมาถึงเอ็มเมอร์ก็ได้นั่งเพื่อรวบรวมพลังปราณเพื่อเลื่อนถึงขั้นถัดไป


    ผ่านไป หนึ่ง สัปดาห์


    เอ็มเมอร์ลืมตาขึ้นมาช้าๆและรับรู้ว่าตัวเองได้บรรลุพลังปราณเซียนถึงขั้น 6 แล้วเขายิ้มออกมาอย่างยินดี


   "หึ ในที่สุดข้าก็บรรลุพลังปราณเซียนระดับ 6 แล้วสินะที่นี้ข้าก็ไม่ต้องดื่ม กิน หรือ นอนอีกแล้วมันชั่งรวดเร็วเกินไปครั้งก่อนข้ายังระดับ4 แต่ตอนนี้ข้าระดับ 6 เมื่อก่อนกว่าข้าจะขึ้นระดับ 6 ได้นั้นข้าต้องใช้เวลาตั้ง 3 ปีนี้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นข้าก็มาอยู่ระดับ 6 อย่างรวดเร็วนี้มันน่าอิจฉาเกินไป"


   เอ็มเมอร์ยิ้มแล้วลุกขึ้นมองสำรวจร่างกายของตัวเองตอนนี้เอ็มเมอร์รู้สึกผิวพรรณเปล่งเนียนขาวและภายในก็คงที่ 


   "ข้ามาเพิ่มพลังเวทย์ของข้าดีกว่าตอนนี้ข้าจะได้เพิ่มพลังเวทย์สักที"


   เอ็มเมอร์ได้นั่งสมาธิอีกครั้งแล้วรวบรวมพลังรอบๆมาตรงตำแหน่งที่เก็บพลังเวทย์เอาไว้


   พอผ่านไปแค่ 3 ชั่วยามเอ็มเมอร์ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นนักเวทย์วงแหวนขั้น 1 อย่างรวดเร็วแต่จู่ๆเอ็มเมอร์ก็รู้สึกเจ็บที่ตาขวาของเขาอย่างรุนแรงทำให้เอ็มเมอร์หลุดจากการนั่งสมาธิและกุมที่ตาขวาของเขามันเหมือนมีพลังบางอย่างกำลังทะลักออกมาจากดวงตาขวาของเขา


   "อึก มันเกิดอะไรขึ้นกัน?"


++++++++++++

 

  สวัสดีค่าไรท์เองน้าอันที่จริงไรท์กะจะอัพตั้งแต่เมื่อวานแต่พึ่งแต่งเสร็จวันนี้ง่ะ55555ไรท์จะมาอัพวันเว้นวันเหมือนเดิมล่ะน้าขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์น้าไรท์จะพยายามแต่งต่อไปน้าค่ารักนักอ่านทุกคนนะจุ้บๆ




   

   




    


   


   



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

20 ความคิดเห็น