เจินหวง

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ( 60%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ก.ค. 63

บทที่ 1

  เพียะ!! 

ใบหน้าข้าหันขวับไปตามแรงตบ ไม่ต้องส่องคันฉ่องข้าก็พอจะจินตนาการออกได้ว่ารอยฝ่ามือบนหน้าข้ามันจะต้องแดงมากเพียงใด ข้าทำได้เพียงคุกเข่ารอรับฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของข้า เป็นที่แน่ชัดว่าข้าถูกสามีหย่าและบ้านเดิมไม่ได้ต้อนรับไม่สิจวนแห่งนี้ก็ไม่เคยต้อนรับข้าแต่ไหนแต่ไร ข้าไม่เข้าใจเหตุใดไม่ปล่อยให้ข้าไปตามทางของข้ากับรับข้ากลับมา เพื่อทุบตีงั้นหรือ   

“ลูกทรพีเจ้าทำให้ให้ข้าขายขี้หน้าเจ้ามันตัวอัปมงคล” อำมาตย์เกาหรือเกาเสวียนเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก เจินหวงเป็นบุตรชายคนโตของเขากับภริยาเอกผู้ล่วงลับ ข้ากำเนิดมาพร้อมกับปานแดงรูปหนึ่งที่อัปลักษณ์

เสนาบดีเกาจึงไม่เคยใยดีข้าผู้เป็นลูกชายคนโตผู้นี้แม้แต่เพียงนิดประกอบกับเชื่อสนิทใจว่าการที่ฮูหยินของตนต้องตายไปเป็นเพราะคลอดเด็กต้องสาป ข้าจึงถูกส่งไปยังวัดไร้ชื่อแห่งหนึ่งอันห่างไกลจากเมืองหลวงและให้ข้าใช้แซ่เจินตามมารดา

ข้าเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของอาหว่านซึ่งเป็นสาวใช้ประจำตัวของมารดาที่จากไป เมื่ออายุได้สามขวบปีปานแดงอัปลักษณ์เริ่มเผยให้เห็นถึงรูปร่างที่คล้ายจะเป็นหงส์สวรรค์ คงตี๋ไต่ซือผ่านทางมาได้พำนักอยู่ ณ วัดที่เขาอยู่จึงได้ทำนายดวงชะตาว่าเขามีดวงเป็นมารดาแผ่นดิน บุรุษผู้หนึ่งมีชะตาเป็นมารดาแผ่นดินคำพูดนี้กล่าวออกมาได้ช่างน่าหัวเราะยิ่งข้าจึงไม่เคยใส่ใจและมองข้าผ่านมัน

หากทว่าชื่อเสียงของคงตี๋ไต่ซือเป็นที่รู้จักและได้รับเคารพยกย่องของพุทธศาสนิกชนทั่วหล้า ยามนั้นฮองเฮาที่ทราบข่าวการพำนักของคงตี๋ไต่ซือจึงเสด็จมาหาด้วยตนเองพร้อมทั้งนำบุตรชายของตนมาเพื่อดูโชคชะตาวาสนาและนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของข้ากับเขาสามีเพียงในนามของข้า ‘มู๋หลิงรุ่ย’ 

ขณะนั้นมู๋หลิงรุ่ยเป็นเพียงโอรสลำดับที่สองขององค์จักรพรรดิแม้จะมีมารดาเป็นถึงฮองเฮาแต่ก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเพราะทั่วทั้งวังหลวงต่างทราบดีว่าฮองเต้รักและเอ็นดูบุตรชายที่เกิดจากหวงกุ้ยเฟยสกุลจางมากเพียงใด ยิ่งมีศักดิ์เป็นโอรสคนแรกขององค์จักรพรรดิทุกสิ่งทุกอย่างจึงตกเป็นขององค์ชายใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัยแม้จะมีพระชนมายุเพียง 5 ชันษาก็ถูกขุนนางน้องใหญ่เรียกร้องให้แต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทแม้ฮองเต้จะไม่ได้แต่งตั้งทันทีทันใดแต่ตำแหน่งองค์รัชทายาทในพระทัยของฮองเต้คงจะหนีไม่พ้นองค์ชายใหญ่   ‘มู๋หลงต้าตี๋’

นับแต่นั้นสกุลเจียงของอันเป็นสกุลเดิมของเจียงฮองเฮาก็เริ่มบ่มเพาะอำนาจและใช้ทุกวิธีทางสั่งสมอำนาจบารมีให้องค์ชายรองอย่างลับๆ รวมไปถึงการพึ่งพิงหนุนดวงชะตา ข่าวคราวปานหงส์เป็นที่รับรู้และถูกเก็บเป็นความลับของจวนอัครมหาเสนาบดีเจียงและฮองเฮา

ตัวข้าถูกท่านอัครมหาเสนาบดีรับเป็นบุตรบุญธรรมโดยแลกกับตำแหน่งและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของบิดา บิดาที่เดิมทีไม่ได้รักใคร่ไม่ได้ใกล้ชิดกับบุตรชายคนโตคนนี้ก็ยกให้อย่างไม่คิดอะไรและกลายมาเป็นสุนัขรับใช้ของสกุลเจียงและองค์ชายรองนับแต่นั้นมา

แม้จะถูกรับมาในฐานะของบุตรบุญธรรมที่จวนอัครมหาเสนาบดีแห่งนี้ก็ไม่มีใครเห็นข้าเป็นบุตรบุญธรรมอย่างแท้จริง ทุกคนรู้เพียงว่าข้าคือคนที่จะช่วยเกื้อหนุนชะตาให้องค์ชายรองถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท ข้าถูกเลี้ยงดูและบ่มเพาะให้คิดได้เพียงว่าอนาคตข้าจะต้องแต่งให้กับมู่หลิงรุ่ย 

      เช่นนี้แล้วสำหรับข้ามู๋หลิงรุ่ยไม่ใช่องค์ชายรองแต่เป็นผู้ที่ข้าฝากชีวิตของข้าเอาไว้ ระยะเวลาหลายปีผันผ่านความสัมพันธ์ของข้ากับองค์ชายรองก็เป็นไปได้ดีเสมอหากเขามองข้าเป็นน้องชายคนหนึ่งที่ต้องปกป้องในขณะที่ข้ามองเขาเป็นดั่งขุนเขาสูงตระง่านเป็นที่พึ่งและผู้ที่ข้าจะแต่งงานด้วย สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นเพราะความดื้อดึงของข้าก็ดี ของฮองเฮาและอัครมหาเสนาบดีก็ดี ก็ได้บีบบังคับองค์ชายรองในวัยสิบเจ็ดหนาวแต่งข้าเป็นพระชายาอย่างลับๆ แบบไม่เต็มใจ

              การแต่งงานที่ข้าได้รับช่างแตกต่างจากที่ข้าเคยจินตนาการไว้ มู่หลิงรุ่ยไม่มองข้าเป็นน้องชายอีกต่อไปแต่ก็หาได้มองข้าเป็นภรรยาไม่ ในสายตาเขาข้าไม่ต่างอะไรจากมดปลวกหรือศัตรูคู่อริ สองปีหลังจากการแต่งงานของเรา ฮองเต้ที่สุขภาพแข็งแรงก็เริ่มทรุดโทรม พระองค์เริ่มมีอาการประชวรการแต่งตั้งองค์รัชทายาทได้ถูกหยิบยกมาอีกครั้งและครั้งนี้ก็เป็นองค์ชายใหญ่มู๋หลงต้าตี๋ถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท

              ของข้าในสายตาเขาจึงยิ่งตกต่ำและมันก็ย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อชินอ๋องมู๋หลิงรุ่ยถูกส่งไปเป็นกุนซือร่วมกับองค์ชายใหญ่ในการรบกับชนเผ่าทะเลทราย  เขาได้พบเจอกับแม่นางน้อยคนหนึ่งที่บ้านแตกสาแหรกขาดจากภัยสงคราม ความงามและอุปนิสัยของนางเป็นที่ต้องตาต้องใจของเขา

ภายหลังจากสงครามสิ้นเขาก็ได้รับนางกลับมาพร้อมทั้งสัญญาว่าจะมอบตำแหน่งพระชายาให้ ชินอ๋องมู๋หลิงรุ่ยมีมันสมองที่ยอดเยี่ยมคำแนะนำและแผนการรบได้รับการชมเชยจากแม่ทัพผู้ร่วมศึกท้ายที่สุดชนเผ่าทะเลทรายก็ไม่อาจทนต่อสภาวะสงครามได้อีกต่อไปและปราชัยในที่สุด

 ขณะเดียวกันองค์รัชทายาทก็ถูกลอบทำร้ายจนสูญเสียดวงตาข้างขวาขณะวางระบบสาธารณูปโภคให้กับอำเภอวานหลี่ ทำให้ท้ายที่สุดพระองค์โดนปลดจากตำแหน่งสายฟ้าผ่า ตำแหน่งรัชทายาทไม่อาจว่างเว้นในขณะนี้จะมีผู้ใดเหมาะสมไปมากกว่าชินอ๋องมู๋หลิงรุ่ยผู้ที่เป็นหัวหอกสำคัญในการวางแผนการรบจนได้รับชัยชนะ ท้ายที่สุดเขาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทเตรียมตัวย้ายเข้าสู่ตำหนักบูรพา ขณะนี้เขาเป็นองค์รัชทายาทแล้วคำทำนายของคงตี๋ไท่ซือไม่นับเป็นอะไรสำหรับชินอ๋องมู๋หลิงรุ่ยอีกต่อไป

กระดาษที่ลงรายละเอียดว่าข้าเป็นคนไร้คุณธรรมน้ำมิตรไร้น้ำใจกว้างขว้างถูกเขียนขึ้นมาเพื่อหย่าขาดข้า หย่าขาดก็หย่าไปเถิดข้าเองก็เหนื่อยล้ามากเกินกว่าจะฝืนใจอยู่กับคนที่ไม่ได้รักตัวเองแล้วเช่นกันเช่นนั้นข้าจึงยินยอมหย่าอย่างยินดี

 ข้าคิดจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในเมื่อทุกคนต่างได้ในสิ่งที่ต้องการเหตุใดยังไม่ปล่อยข้าไปตามทางของข้า เหตุใดจึงต้องกลับมา

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น