เมื่อนักบุญศักดิ์สิทธิ์อยากเป็นภรรยาจอมมาร - When a Divine Priest wants to be a Demon Wife

ตอนที่ 9 : บทที่ 08 - เมื่อสามีภรรยาบาดหมางกัน |100%| -CUT 100%- ตามได้ที่หน้าทวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 766 ครั้ง
    6 ก.พ. 63







8

เมื่อสามีภรรยาบาดหมางกัน



          ทันทีที่องค์รักษ์ผู้เฝ้าประตูหอประชุมเห็นนางเยื้องย่างมา ก็รีบค้อมกายให้เอ่ยบอกให้คนทั้งอาณาบริเวณทราบด้วยสุรเสียงกึกก้อง

เจ้าหญิงแอชลี่ย์ เสด็จแล้ว!”

           และเมื่อบานประตูเปิดออก อัศวินมนตราทั้งห้าที่นั่งอยู่กับเก้าอี้นวมประจำยศของตนก็หยัดตัวลุกขึ้นแล้วค้อมกายให้นางในทันใด

          เรือนผมสีแดงฉานของนางทำให้คนที่บังเอิญมองสะดุ้งตกใจเล็กน้อย กระนั้นก็ต้องสำรวมท่าทีเข้าไว้เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าผู้ใช้มนตร์ดำมักมีสีผมเช่นนั้น แต่ก็ยังคนไม่รู้ความอาจหาญกระซิบกระซาบกันออกมาด้วยปากพล่อยๆจนได้

ข้าไม่เข้าใจ ในเมื่อเจ้าหญิงร่ายมนตร์ดำได้ เหตุใดไม่ทำให้ผมสีแดงแปร๊ดนั่นดำปี๋ดังเดิม

เอ่อ ข้าก็สุดจะคาดเดา...ท่านพี่สงสัยนักก็ถามพระองค์ดูสิ

คนที่กระซิบกระซาบป้องปากกันอยู่นั้น เป็นสองพี่น้องนักเวทย์แห่งจักรวรรดิบิลเลียต

          ดยุคลัซ หรือ ลากซ์ลัซ คาริอัล ผู้นำตระกูลคาริอัลอันเป็นตระกูลขุนนางคอยรับใช้ราชวงศ์มองก์ตันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งยังเป็นนักเวทย์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังเวทย์ธาตุสายฟ้าอัน ซึ่งเป็นเวทย์หายากที่น้อยคนจะได้ครอบครอง

เป็นคนที่สงสัยแม้แต่เรื่องเล็กน้อย อย่างเช่นกริฟฟินกะพริบตากี่ครั้งต่อหนึ่งลมหายใจของมนุษย์

         มาร์ควิสชิส หรือ เรนซ์ชิส คาริอัล รองผู้นำตระกูลคาริอัล ที่แม้จะมียศต่ำกว่าลากซ์ลัซผู้เป็นพี่ไปหนึ่งขั้น แต่ภาระหน้าที่ในการจัดการเมืองในปกครองของลากซ์ลัซที่ถูกโยนมาให้ ก็มากมายพอกันกับขุนนางคนอื่นหรืออาจมากกว่าเป็นเท่าตัว

ผู้ถือครองเวทย์ธาตุเปลวไฟ แล้วยังเป็นผู้คอยไขข้อข้องใจของพี่ชายขี้สงสัยอีกด้วย

          คำที่ทั้งสองกระซิบบอกกัน มีหรือที่เจ้าหญิงแอชลี่ย์จะไม่ได้ยิน กระนั้นนางก็แสร้งไม่สนใจเพราะไม่ใช่เรื่องต้องมาตอบคำถามให้ใครหายสงสัย

          คงมีเพียงสตรีอีกนางหนึ่งที่ไม่พอใจกับท่าทีของลากซ์ลัซกับเรนซ์ชิสที่ดูจะสงสัยใครรู่เจ้าหญิงเพียงองค์เดียวแห่งจักรวรรดิของตน นางจึงสะบัดพัดในมือเสียเสียงดัง เรียกให้สายตาของทุกคนในหอประชุมหันมามองกันเป็นตาเดียว

          นี่รึ ชายที่หญิงทั่วทั้งจักรวรรดิบิลเลียตหลงใหล น้ำเสียงหวานล้ำแทรกขึ้นมา กลีบปากบางแย้มยิ้มเยาะขณะที่ถูกพัดในมือคลี่กางบดบังไว้ หญิงพวกนั้นช่างโง่เขลาเสียจริง ที่หน้ามืดตามัวไปกับรูปโฉมหล่อเหลาแต่มารยาทเลวทราม

แม้จะขุ่นข้องหมองใจไปบ้างกับคำต่อว่าของนาง กระนั้นทั้งสองก็ไม่ถือดีพอจะต่อปากต่อคำกับนางได้

         ดัชเชสลิส หรือ ลอเลียส มาร์ สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ถือครองเวทย์ธาตุสายลม และเข้าร่วมสภาขุนนางแห่งจักรวรรดิจาม่อนแทนที่สามีของนางผู้ล่วงลับในภารกิจกวาดล้างปีศาจตรงชายแดน ซ้ำร้ายหลังจากสามีตายจากไปได้ไม่นาน นางก็ต้องสูญเสียบุตรในท้องไปด้วยอีกคน

ดัชเชสลิสจึงหมายมั่นว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือในการเข่นฆ่าปีศาจที่เป็นตัวการพรากทุกสิ่งอย่างไปจากนาง

          แล้วยังเป็นหญิงแกร่งที่ใครต่างก็ยอมรับในฐานะขุนนาง ไม่แปลกนักหากชื่อเสียงของนางจะเลื่องลือมาถึงหูผู้คนในจักรวรรดิบิลเลียต

          ที่สำคัญคงเป็นเพราะนางอายุราวสี่สิบกว่า สองพี่น้องตระกูลคาริอัลที่อายุรวมกันเท่ากับอายุของนางจำต้องเกรงอกเกรงใจมากกว่าใคร รีบเอ่ยขอโทษขอโพยขอคำอภัยจากนางและเจ้าหญิงคนงามแห่งจักรวรรดิจาม่อน

          เจ้าสองคนนั้นมันยังเด็ก ขอดัชเชสลอเลียสกับเจ้าหญิงแอชลี่ย์อย่าถือสาเลย ชายวัยกลางคนรีบเอ่ยแทรกทันทีที่เห็นเจ้าหนุ่มยศสูงกว่าตนแทบจะลงไปกราบกรานสตรีสูงศักดิ์ทั้งสอง

         บารอนเอล หรือ เอลสัน โรวัล แม้ยศถาจะต่ำยิ่งกว่าใครในสภาขุนนาง แต่ด้วยพลังเวทย์ธาตุดินอันมหาศาลแล้วยังพ่วงตำแหน่งขุนพลแนวหน้ายามออกศึก บารอนเอลสันจึงเป็นที่เคารพและนับหน้าถือตาในฐานะอัศวินมิใช่ขุนนางในสภา

          ใช่แล้วๆ กระผม เอ๊ย กระหม่อมและเจ้าน้องชายตัวดีรู้เท่าไม่ถึงการณ์อย่างที่บารอนเอลสันกล่าว เช่นนั้นดัชเชสกับเจ้าหญิงโปรดอภัยให้กระหม่อมเถอะขอรับ

คนปากพล่อยมันท่านพี่คนเดียว! อย่าเอาข้าไปยุ่งด้วยสิ!!”

          เจ้าหญิงแอชลี่ย์เหนื่อยหน่ายความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้นมาเพราะพวกยศสูงแต่ทำตัวราวเด็กอมมือ นางจึงโบกไม้โบกมือแล้วโปรยยิ้มให้ บอกเป็นนัยว่าไม่ถือสาแม้แต่น้อย

          กระทั่งเผลอสบตามองนัยน์เนตรสีมรกตวาววับของเด็กสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่อีกฟากฝั่ง นางก็จดจำได้ทันทีว่าเด็กคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับอดีตนักบุญแมรี่อย่างไร

         จูเลีย อาร์ดิโค หากมองผิวเผิน นางก็เป็นเพียงเด็กน้อยวัยเจ็ดปีที่สวมใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเวทมนตร์ชื่อดังแห่งจักรวรรดิจาม่อนทั้งที่อายุอานามยังน้อยนักและไม่เหมาะจะมายุ่งเกี่ยวกับสงครามในคราวนี้ แต่ด้วยสกุลของนางที่ต่อท้าย เด็กสาวที่ไม่มียศถาเหมือนใครอื่นจำต้องเข้าร่วมกับห้าอัศวินมนตราอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้

จูเลียเป็นญาติกับนักบุญแมรี่ที่ถูกหมายหัวเป็นกบฏ เจ้าหญิงแอชลี่ย์จึงชี้นิ้วเลือกนางมาเข้าร่วมแผนการด้วย

ทว่านั่นก็ไม่ใช่เหตุผลแท้จริงที่เลือกเด็กคนนี้มา

เพราะเด็กสาวนามว่าจูเลียคนนี้เป็นอัจฉริยะทางด้านเวทมนตร์แต่กำเนิดต่างหากเล่า ถึงได้ถูกเลือกให้มายืนอยู่ตรงนี้ได้

นักเวทย์อันดับหนึ่งแห่งโรงเรียนเวทมนตร์โอลิเวอร์...เป็นนามที่ใครก็ทราบกันดีว่าหมายถึงจูเลีย

เสียงโวยวายของพวกท่านทำให้ธาตุน้ำของข้าปั่นป่วน

          น้ำเสียงเนิบนาบเฉยชาของจูเลีย กลับทำให้สองพี่น้องตระกูลคาริอัลที่กำลังมีปากเสียงกันเองสงบลงได้ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น และพากันทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้นวมของตน ปิดปากเงียบราวกับเกรงกลัวดวงตามรกตคู่งามที่จรดมองมา

อายุยังน้อยนัก แต่แววตาคล้ายกับคนกร้านโลกเช่นนี้...เป็นเพราะเผชิญเรื่องเลวร้ายมากนักต่อนักใช่หรือไม่?

          เห็นพากันเงียบปากได้เสียที เจ้าหญิงแอชลี่ย์ที่รอดูอากัปกิริยาของเหล่าห้าอัศวินมนตราก็ทราบในทันใดว่านางควรมอบไมตรีกับจูเลียให้มาก แต่นางเด็กคนนี้ดูจะไม่อยากรับไมตรีจากนางเท่าที่ควร เพราะดวงตาดุดันนั่นเอาแต่ตวัดมองนางคล้ายกับก่นด่าอยู่ในใจตลอดเวลา

เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า

เดิมทีหอประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงันอยู่แล้ว พอเจ้าหญิงตรัสขึ้นมากลับเงียบยิ่งกว่าเก่าจนได้ยินเสียงแม้กระทั่งลมหายใจ

พวกเจ้าเชื่อเรื่องเกิดใหม่หรือไม่?”

กระทั่งได้ยินคำที่พระองค์ตรัสออกมา ก็พากันทอดถอนหายใจยกมือกุมอกกันเสียยกใหญ่

          เหตุใดถึงตรัสเช่นนั้นเพคะ ที่มีรับสั่งให้พวกเรามาพบถึงจักรวรรดิบิลเลียตไม่ใช่เพราะต้องการหารือเรื่องแผนการรบหรือเพคะ?” ลอเลียสเอ่ยถาม

          แหม ดิฉันเองก็คิดเรื่องแผนการรบอยู่ แต่ช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะจะออกไปรบรากับใคร อย่าลืมสิคะว่าเราต้องตุนเสบียงไว้ให้มากเข้าไว้เสียก่อน

ได้ยินคำที่เจ้าหญิงแอชลี่ย์ตรัส ก็พากันโล่งอกโล่งใจแล้วเหม่อมองรูปโฉมงดงามราวเทพีจุติ

          คงมีเพียงจูเลียที่แสร้งหลุบตามองถ้วยชาในมือที่กอบกำไว้จนแน่นขนัด พยายามเหลือเกินที่จะไม่เผยความเกลียดชังในก้นบึ้งจิตใจออกมาให้ใครสังเกตเห็น

แอชลี่ย์ เจ้ามันมารยาสาไถ!

          หลังจากชมโฉมเจ้าหญิงแอชลี่ย์จนพอใจ พระองค์ก็ตรัสเป็นการเป็นงานว่าเหตุที่ถามเช่นนั้นไปเพราะห้าคืนมานี้นางเฝ้าฝันถึงเรื่องราวเดิมๆทุกคราที่เข้าสู่ห้วงนิทรา ราวกับตำราที่สาธยายจนกว่าจะหมดเล่ม ครั้นตื่นขึ้นมาเนื้อตัวก็เป็นรอยแดงจ้ำ

          ทว่าเหล่าห้าอัศวินมนตรากลับไม่สามารถให้คำตอบที่ทำให้นางพอใจได้ การประชุมในคราวนี้จึงจบลงด้วยคำย้ำบอกว่าประชุมคราวหน้าจะเป็นการบุกจู่โจมทางฟากฝั่งปีศาจ

เมื่อพวกขุนนางยศถาสูงพากันเดินออกจากหอประชุม ข้าราชบริพารแห่งจักรวรรดิบิลเลียตก็ไม่รีรอค้อมกายให้

          กระทั่งเห็นเด็กสาวร่างเล็กก้าวขาออกมา ก็พากันเหลียวมองด้วยความแปลกใจว่าเด็กตัวแค่นั้นก็เป็นหนึ่งในห้าอัศวินมนตราด้วยหรือ...ถึงแม้จะเป็นนักเวทย์อันดับหนึ่งแห่งโรงเรียนเวทมนตร์โอลิเวอร์ก็เถอะ

          จูเลียย่างกรายออกมาจากอาณาบริเวณพระราชวังเพราะสะอิดสะเอียนกับท่าทีเทิดทูนเจ้าหญิงแอชลี่ย์ของพวกข้าราชบริพารเกินจะทานทน รีบก้าวขาขึ้นรถม้ากลับไปยังคฤหาสน์หลังงาม

ระหว่างทางนั่งรถม้า ดวงตาเขียวมรกตงามล้ำเหลือบมองสองข้างทางหวังระบายความชิงชังในอกที่วันนี้ทวีมากกว่าเดิม

          ตระกูลอาร์ดิโคใกล้จะล่มสลายเต็มทน ท่านพี่แมรี่ก็กลายเป็นกบฏ...หากแม่เจ้าหญิงนั่นใช้งานข้าเสร็จ ข้าเองก็คงไม่พ้นถูกเขี่ยอีกคน

          สองมือเล็กกำชายกระโปรงไว้จนสั่นระริก ความรู้สึกมืดมนที่นางได้รับด้วยการเห็นคนรอบตัวตายจากไปด้วยรับสั่งเพียงไม่กี่คำของผู้เป็นใหญ่แห่งจักรวรรดิจาม่อน

นี่อาจเป็นความโชคร้ายที่จูเลียต้องเผชิญ...เพราะนางจดจำเรื่องราวนับแต่มารดาให้กำเนิดได้ทุกอย่าง

แม้ยังเป็นทารกพูดไม่รู้ความ แต่การต้องนอนมองบิดามารดาถูกลากตัวไปแขวนคอก็ทำให้นางต้องกรีดร้องร่ำไห้ออกมา

          ใครต่างก็ทราบกันดีว่าบิดามารดาของนางถูกป้ายสีว่าคิดก่อการกบฏ แต่ใครก็ไม่อาจขัดรับสั่งของจักรพรรดิอาเธอร์ได้ ต่อให้เป็นอัศวินเบอร์ริโต้ผู้เป็นบิดาของนักบุญแมรี่ที่เคยรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิดก็ตาม

จูเลียจึงกลายเป็นเด็กกำพร้า ที่ยังคงได้ร่ำเรียนฝึกปรือวิชาก็เพราะทางจักรวรรดิจาม่อนคิดหาหนทางใช้งานนางให้คุ้มค่าที่สุด

          นางเองก็คิดเช่นนั้นว่าต้องทำตัวให้มีประโยชน์เข้าไว้ จึงตั้งอกตั้งใจสอบเข้าโรงเรียนเวทมนตร์แล้วสอบข้ามชั้นปีเพื่อเร่งรัดให้เรียนจบโดยไว

ทุกสิ่งอย่างทำไปก็เพื่อตัวนางเองจะได้ไม่ต้องทนถูกใครเหยียดหยาม ไม่ได้ทำเพื่อจักรวรรดิจาม่อนอย่างที่ใครเข้าใจ

ข้าจะฆ่าพวกเจ้า ราชวงศ์มองก์ตันจะต้องวายวอด!”

          ครุ่นคิดมาถึงตรงนี้ มือเล็กก็ยกขึ้นมากุมอกเพราะความรู้สึกมืดมนกำลังกลืนกินนางให้หายใจหายคอไม่ออก ต้องเผยอปากหายใจ นึกแปลกใจกับคำพูดแต่ละคำที่นางพ่นออกมาอย่างไม่คิดปิดบังความจงเกลียดจงชัง ทั้งที่ทุกคราจะซ่อนเร้นความรู้สึกพวกนี้เอาไว้ให้มิดชิด

อึก...

จูเลียเห็นท่าไม่ดี นางจึงคิดเคาะประตูรถม้าให้สารถีทราบว่านางหายใจไม่ออก

          แต่ไม่ทันไรนางก็หน้ามืดหมดสติไป ราวกับคนหลับใหลเพราะความเหนื่อยล้า เพียงแต่สองแขนขึ้นรอยแดงจ้ำทันใดคล้ายถูกบีบกดจนขึ้นรอยมือ

          เมื่อรถม้ามาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ในป่าเขามืดทึบที่ทางจักรวรรดิบิลเลียตจัดเตรียมไว้ให้ได้พำนักชั่วคราว สารถีก็ต้องตกใจที่เห็นคุณหนูจูเลียนอนหมดสติ รีบอุ้มร่างเล็กไปยังห้องนอนแล้วออกไปตามหมอในชานเมืองมาดูอาการนางโดยเร็ว

และทันทีที่รถม้าเคลื่อนขับออกไป ลมหายใจของจูเลียก็กลายเป็นหมอกดำทะมึนปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง

          หมอกดำทะมึนพวกนั้นก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างเพรียวระหงของสตรีนางหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็มีรูปลักษณ์เป็นปีศาจซัคคิวบัสอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งในมือของนางปีศาจก็กอบกุมร่างน้อยของภูตนางฟ้าตัวจิ๋วเอาไว้ พลางส่งสายตาเหนื่อยหน่ายใจให้กับภูตนางฟ้าที่เอาแต่ส่งเสียงไอค่อกแค่ก

เจ้าจะแฝงร่างแม่หนูคนนั้นก็แฝงไปคนเดียวสิ!” ภูตนางฟ้าริต้าร้องโวยวาย

ก็เจ้ามีเวทย์กลบกลิ่นไอ ข้าถึงต้องเอาเจ้าไปแฝงด้วยไงเล่า ปีศาจลิเวียธานยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับคำต่อว่านัก

แต่ข้าแพ้กลิ่นไอปีศาจของเจ้า ข้าคันจมูกไปหมดแล้วเนี่ย!”

พูดมากจริง

          ลิเวียธานดีดริต้าออกไปให้พ้นจากฝ่ามือพลางทรุดตัวลงนั่งปลายตั่งเตียง พินิจมองดวงหน้าเล็กแล้วครุ่นคิดว่าเด็กคนนี้คงเติบโตมาเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งและงดงาม เหมาะจะเป็นคู่ครองหนึ่งในเจ็ดทายาทของจอมมารเสียจริง

          นางจับได้ว่าเด็กคนนี้มีจิตใจที่อ่อนแอนักถึงแม้จะทำตัวแข็งกระด้างกลบเกลื่อน จึงเป็นเรื่องง่ายดายที่ปีศาจสาวจะลอบแฝงร่างแล้วสังเกตการณ์ว่าพวกมนุษย์วางแผนการไปถึงไหนโดยไม่มีใครนึกเอะใจ

ทว่าการที่ลิเวียธานเข้าไปแฝงในร่างของจูเลีย กลับทำให้นางรับรู้ถึงความทุกข์ตรมจากเจ้าของร่าง

          อาฆาตแค้น อิจฉาริษยา เกลียดชัง...คงไม่อาจเอ่ยคำไหนออกมาได้นอกจากคำว่าเวทนา ที่เด็กสาวต้องแบกรับความรู้สึกหนักอึ้งพวกนั้นเอาไว้เพียงลำพัง

นางหลุบมองรอยแดงจ้ำบนสองแขนเล็กที่นางทำไว้เพื่อเข้าแฝงร่าง ก่อนเอ่ยปากสั่งให้ริต้าจัดการรอยพวกนี้ให้เลือนหายไป

เอ๊ะ เมื่อคืนเจ้าก็แฝงร่างเจ้าหญิงแอชลี่ย์ มีรอยแดงที่แขนเหมือนกันแต่-

อย่าถามมาก รีบๆทำซะ จะได้ออกจากอาณาเขตของพวกมนุษย์เสียที

          แม้จะไม่พอใจกับคำสั่งที่ถูกยัดเยียดมาให้ แต่ริต้าก็อยากออกไปให้พ้นจากอาณาเขตของพวกมนุษย์อย่างที่ลิเวียธานว่า จำต้องลงมือร่ายเวทย์รักษาให้เร็วที่สุด

          ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ออกไปจากแดนมนุษย์ด้วยเวทย์เคลื่อนย้ายชั่วพริบตา ท่ามกลางความตกใจของนักเวทย์รอบจักรวรรดิที่สัมผัสได้ถึงการมาเยือนของปีศาจ แต่ไม่ทันได้ค้นหาว่าปีศาจตนใดริมาเยือน สัมผัสนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมที่พัดผ่านไป

หากข้าไม่มาสังเกตการณ์ตามรับสั่งขององค์ราชินี เกรงว่าคงไม่ทราบมาก่อนว่าแท้จริงเจ้าหญิงแอชลี่ย์เป็นใคร

          ปีศาจลิเวียธานครุ่นคิดขณะเหยียบย่างมาถึงอาณาจักรเซนเดรีย นางไม่รีรอที่จะลากริต้าไปเข้าพบราชินีเนเดเรียด้วย เพื่อทูลให้พระองค์ทราบโดยเร็วถึงข่าวคราวที่ไปเสาะหามาจากทางฟากฝั่งมนุษย์

(ต่อ)

          ทว่าไม่ทันได้ก้าวเดินไปไหนไกล ใครบางคนที่ทราบถึงการกลับมาของนางก็มาดักรออยู่ตรงโถงทางเดินไปยังปราสาทขององค์ราชินี ด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเช้า

เจ้ากลับมาแล้ว ลิเวีย!”

เป็นเบลเฟกอลนั่นเองที่รอคอยให้ลิเวียธานกลับมาหลายต่อหลายวันจนไม่เป็นอันกินอันนอน

          พอได้กลิ่นไอปีศาจของนาง ก็ไม่มีรอที่จะถลาเข้าไปหาพร้อมสองแขนอ้ากว้างเตรียมโอบกอดร่างบางให้หายคิดถึง แม้จะล่วงรู้อยู่แก่ใจว่านางคงหลบเลี่ยงอ้อมกอดของตนอีกตามเคย

          แต่ก็ต้องชะงักค้างไปเมื่อลิเวียธานในร่างจำแลงของซัคคิวบัสไม่คิดหลบเลี่ยงแต่อย่างใด กลับปล่อยให้เบลเฟกอลเข้ามากอดร่างของนางที่เอนซบเข้าหา พร้อมเสียงทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่บอกเป็นนัยว่านางเหนื่อยล้าเหลือเกิน

เอ่อ ลิเวีย เจ้าบาดเจ็บรึ?” เอ่ยถามพลางสอดส่ายสายตาบาดแผลบนเรือนร่างอันเย้ายวนของนาง

          “ข้าไม่ได้บาดเจ็บ ข้าแค่เหนื่อยดวงตาสีหม่นสบมองดวงตาสีทองสว่าง เห็นทีศึกสงครามในคราวนี้ จะกลายเป็นเรื่องยากเย็นที่ปีศาจอย่างเราจะเอาชนะมนุษย์ได้

เพราะรู้จักกันมาแต่เยาว์วัย เพียงนางเอื้อนเอ่ยยามสบตากัน เขาก็ทราบทันทีว่านางมีเรื่องมากมายอยากจะบอกเล่าให้ฟัง

เจ้าเอาจดหมายฉบับนี้ไปให้องค์ราชินี ฝากทูลบอกด้วยว่าอีกประเดี๋ยวข้าจะไปเข้าเฝ้า

          ภูตนางฟ้าตัวน้อยก็ไม่คิดขัดข้อง กลับรับจดหมายที่นางขุนพลปีศาจเสกสรรขึ้นมาแล้วโบยบินไปยังโถงทางเดินโดยมีข้ารับใช้ปีศาจคอยนำทางไปให้พบกับราชินีแห่งแดนปีศาจ

ปีศาจสองตนนั้นเป็นคู่ชะตากัน...จะรู้ตัวบ้างหรือเปล่านะ?

ริต้าเหลียวมองทั้งคู่ที่เดินจากไป แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจแล้วรีบเบือนหน้าหนี เมื่อถูกปีศาจหนุ่มตนนั้นมองกลับมาด้วยรอยยิ้ม

          ในส่วนของลิเวียธานที่เหนื่อยล้ากับเรื่องมากมายที่ประสบพบเจอ นางปล่อยให้เบลเฟกอลจำแลงกายเป็นเซนทอร์แล้วพาควบขี่ไปไหนต่อไหนก็ไม่อาจทราบ จนความเหนื่อยนั้นถาโถมให้ผล็อยหลับไปครู่หนึ่ง และก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะสายลมเอื่อยเฉื่อยพัดเส้นผมของนางให้ยุ่งเหยิงปรกหน้าปรกตา

เจ้าพาข้ามาที่ไหนกัน...

          คำที่เอ่ยถามออกมากลับเลือนหายไปกับสายลมอีกหน เมื่อนางพบว่าตอนนี้นางอยู่บนยอดผาที่ทอดมองเห็นทิวทิศน์ของอาณาจักรเซนเดรียได้ถนัดชัดเต็มสองตา

เพราะมีภาระหน้าที่ของขุนพลที่ต้องสะสาง นางจึงลืมเลือนยอดผาแห่งนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยมานั่งกินลมชมวิวกับเบลเฟกอล

ข้าอยากให้เจ้ามอบจุมพิตนี้ให้ข้าเพียงผู้เดียว

นอกจากนี้นางยังจดจำได้ดีว่าคราวนั้นนางเผลอไผล มอบจุมพิตแรกให้กับสหายร่วมรบนามว่าเบลเฟกอล

          เป็นเพราะสายลมเป็นใจ หรือเพราะตัวนางเองที่อ่อนไหวไปกับสายตาอบอุ่นคู่นั้น...ลิเวียธานได้แต่ตลบคิดด้วยความไม่เข้าใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

          กระทั่งตอนนี้ที่หวนนึกขึ้นมาได้ว่าจุมพิตแรกนั่นทำนางเร่าร้อนคล้ายถูกแผดเผาจนแทบมอดไหม้ ปีศาจสาวก็เป็นอันต้องผละออกให้ห่างแล้วเดินหนีไปทรุดตัวนั่งใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ ปากก็พาลหาเรื่องวิวาทกลบเกลื่อนท่าทีเขินอายของตัวเอง

ร่างจำแลงครึ่งม้าของเจ้าช่างน่าเกลียดเสียจริง

ทุกคราที่ถูกกวนโทสะด้วยคำพูดคำจาไม่น่าฟัง เบลเฟกอลก็มักจะถกเถียงกับนางไปเรื่อยเปื่อย

          ทว่าคราวนี้ปีศาจหนุ่มกลับขยับยิ้มบางเบา จำแลงร่างกลับเป็นดังเดิมแล้วก้าวขาไปทรุดตัวนั่งเคียงข้างนาง หากข้าน่าเกลียด เหตุใดเจ้าถึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น...หรือว่าเจ้าจะหวั่นไหวเพราะข้า?”

เจ้า...!”

สิ้นคำนั้น นางก็เงื้อมือขึ้นหมายจะฝากรอยไว้บนใบหน้าหล่อเหลาให้รู้สำนึกเสียบ้าง

          เดิมทีก็ชอบใช้กำลังวิวาทะกันมาแต่ไหนแต่ไร ลิเวียธานคิดว่าเจ้าม้าโง่ตัวนี้จะหลบฝ่ามือนางพ้น แต่กลับกลายเป็นว่านางฟาดโดนเข้าไปเต็มแรงจนเบลเฟกอลหน้าหันไปอีกทาง เกรงว่าอีกนิดคอจะเคล็ด

ขะ ขอโทษ ข้าขอโทษ!”

          เพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะฟาดโดนเข้า อากัปกิริยาของนางจึงกลายเป็นตกใจแล้วลนลานเพ่งดูรอยนิ้วทั้งห้าที่ประทับลงบนพวงแก้มปีศาจหนุ่ม

          ครั้นคิดเอ่ยถามว่าเจ็บหรือไม่ กลีบปากอวบอิ่มกลับถูกบดขยี้ด้วยกลีบปากหนา คำถามของนางจึงกลืนหายลงไปในลำคอ พร้อมกับสัมผัสวาบหวามชวนให้ถวิลหาถึงจุมพิตแรกของทั้งสอง เผลอยกมือทึ้งกลุ่มเรือนผมสีทองสว่างจ้า ราวกับอยากห้ามปรามแต่กลับเคลิบเคลิ้มไปกับฝ่ามือหยาบกร้านที่ตะโบมลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์

เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนยิ่งกว่าสัมผัสของใครที่เคยพบเจอ...

          นางเป็นซัคคิวบัสที่ยั่วยวนบุรุษให้หลงใหลได้โดยง่าย และทอดทิ้งไปได้ง่ายดายอย่างไม่รู้สึกผิดว่าตนทำให้คนพวกนั้นคลั่งไคล้นางเจียนขาดใจตาย

ลิเวียธานไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครหน้าไหน นางมักเป็นผู้นำในทุกอย่างโดยมีบุรุษใต้บัญชา

คงมีเบลเฟกอลเพียงผู้เดียวที่นางจำต้องพ่ายแพ้ให้อย่างไม่อาจขัดขืนได้

          แม้แต่ตอนนี้นางก็ยังพ่ายแพ้ให้แก่ความละโมบของตัวเองที่อยากสัมผัสเรือนร่างเร้นลอนกล้ามของอีกฝ่าย หากไม่ผละกันออกไปเสียก่อน

เจ้าบอกข้าใช่หรือไม่ ว่าศึกสงครามคราวนี้ปีศาจอย่างเราคงไม่อาจเอาชนะมนุษย์ได้

ใช่...ข้าแฝงร่างเจ้าหญิงแอชลี่ย์ ถึงได้พบว่าแท้จริงนางเป็นแม่มดลาล่ากลับมาเกิดใหม่

          นับว่าเวลานี้ทางฟากฝั่งปีศาจโชคดีเหลือเกินที่เจ้าหญิงแอชลี่ย์ลืมเลือนตัวตนของนางไป หากจดจำได้เมื่อไหร่ ความหายนะคงมาเยือนไม่ช้าก็เร็ว

          ปีศาจทุกตนต่างก็ทราบกันดีถึงคำเล่าขานว่าเผ่าพันธุ์นับร้อยต้องสูญสิ้นไป เพราะนางแม่มดผู้นั้นร่ายมนตร์ดำสร้างธาตุแสงในสงครามเมื่อนานมาแล้ว

          หลังจากสงครามนั้นนางก็หายสาบสูญไปราวกับตายจากตามกาลเวลาของมนุษย์ เหล่าปีศาจจึงเบาใจว่าคงไม่มีนางคอยสร้างความวิบัติอีกต่อไป...กระทั่งวันนี้ที่หนึ่งในห้าขุนพลปีศาจลิเวียธานล่วงรู้เข้าว่าแม่มดลาล่าไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่กลับมาเกิดใหม่ในร่างของเจ้าหญิงแอชลี่ย์

น้ำเสียงของนางจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวยามเอ่ยถึงเจ้าหญิงเพียงองค์เดียวแห่งจักรวรรดิจาม่อน

          ทว่าความหวาดกลัวของนางก็เลือนหายไปในทันทีที่ถูกปลอบโยนด้วยอ้อมกอดอบอุ่นและคำกระซิบบอกข้างหู คำทำนายของข้าบอกว่าสงครามครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ปีศาจจะกรำชัย มนุษย์จะเลิกระรานเรา

หากเป็นอย่างคำเจ้าว่า เหตุใดเจ้าทำหน้ากังวลเช่นนั้นเล่า?”

ข้าก็แค่กังวลตามประสาเท่านั้น

เสียงหัวเราะของเบลเฟกอลที่ดังลั่นขึ้นมา มีหรือที่ลิเวียธานจะดูไม่ออกว่านั่นเป็นการกลบเกลื่อนความนัยไม่ให้นางทราบ

กระนั้นนางก็ไม่คลายความสงสัย คาดคั้นด้วยเวทย์เค้นความจริงเพียงจรดสายตาสบมองกัน

แต่ก็ดูเหมือนจะโดนรู้ทัน คราวนี้จึงไม่ใช่แค่ถูกจุมพิตให้เคลิบเคลิ้มอีกหนเท่านั้น

เจ้าจะทำอะไร!”

          แม้จะวาบหวามไปกับจุมพิตจนไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปบ้าง แต่ก็เรียกสติกลับคืนมาได้เมื่อถูกโอบอุ้มไปยังโขดหินหลังต้นไม้ต้นใหญ่ สองมือผลักอกแกร่งให้เจ้าม้าตัวใหญ่ตัวนี้ผละออกไปให้เร็วไว ทว่าเรี่ยวแรงของนางก็เหือดหายไปทันทีที่ได้ยินคำกระซิบกระซาบข้างหู

ข้าอดทนรอเจ้ามาห้าร้อยปีจวนเข้าปีที่หกร้อยอยู่รอมร่อ...ยอมข้าซักทีเถอะน่า

ตะ แต่ แต่เผ่าพันธุ์-

          ธรรมเนียมของปีศาจอย่างเราคือห้ามตบแต่งข้ามเผ่าพันธุ์ แต่หลังจากเกิดสงครามคราวที่แม่มดลาล่าปลิดชีพปีศาจนับร้อยเผ่าด้วยธาตุแสง ธรรมเนียมเดิมก็ถูกยกเลิกไป

          ลิเวียธานไม่อาจทราบว่าเหตุใดใบหน้าของนางถึงร้อนผ่าว ในหัวสรรหาคำมากมายมาปรามเบลเฟกอลไม่ให้นึกทำเรื่องพิเรนทร์กับนาง แต่ท้ายที่สุดนางก็ไม่รู้จะหยิบยกข้ออ้างใดมาใช้ ได้แต่สบตามองดวงตาสีสว่างราวดวงตะวันส่องประกายวิบวับแล้วถอนหายใจออกมา

อยากทำอะไรก็ตามแต่ใจเจ้า

ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องยอมข้าจนได้

ข้าเกลียดเจ้า

แต่ข้ารักเจ้าจะตาย!”

อ้อมกอดอบอุ่นจวนเจียนรุ่มร้อน ยังคงทำให้นางรำคาญทุกคราที่ถูกโอบกอดไว้จนแนบแน่น

          ทุกสัมผัสที่ทำให้วาบหวามช่างอ่อนโยนราวกับอยากตราตรึงสัมผัสนี้ให้นางจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ทว่าน้ำเสียงแหบพร่าที่กระซิบข้างหูนั้น กลับทำให้ดวงตาของนางรื้นน้ำตาขึ้นมาจนลืมเลือนความวาบหวามไปชั่วขณะ

อย่างน้อยก่อนสงครามจะมาถึง ข้าก็อยากมีเจ้า อยากมีลูกตัวน้อยให้เชยชม

...เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน?”

ข้าก็แค่วาดหวังเอาไว้เท่านั้น

หยดน้ำสีใสที่หยดเปรอะข้างแก้ม นางไม่แน่ใจว่าหยดน้ำหยดนั้นหยดมาจากดวงตาหรือไม่

          ทว่าลิเวียธานก็ไม่คิดเอ่ยคำปลอบโยนหรือถามคำถามใด นางเพียงยกมือโอบกอดร่างหนาเอาไว้ พลางเงี่ยหูฟังคำบอกรักอันแผ่วเบาราวกับอยากจดจำถ้อยคำนี้เอาไว้จนกว่าจะถึงวันที่นางตายจากไป


|CUT UNCENSORED|

|100%|


(ต่อ)


          แม้เนเดเรียจะคุ้นชินกับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์อันน่าอัศจรรย์ใจ แต่ก็มีเรื่องวุ่นวายอีกมากมายที่นางยังไม่คุ้นชินเสียที

          นางทราบดีว่าชีวิตของนางกำลังดำเนินไปตามนวนิยายเรื่อง ลวงใจจอมมารที่เคยอ่าน แต่หลังจากนางแปรเปลี่ยนสถานการณ์ที่ต้องเผชิญนับแต่เหยียบย่างโลกใบนี้ เนื้อหาในนิยายก็ไม่อาจใช้อ้างอิงวิถีชีวิตของนางต่อจากนี้ได้อีกต่อไป

ด้วยเหตุนั้น นักบุญเนเดเรียจึงได้พบเจอกับจอมมารราฟาเอลตามคำทำนายที่ชี้ชัดว่าเป็นคู่ชะตากัน

          และอาจเป็นเพราะรูปโฉมของพ่อจอมมารช่างต้องตาต้องใจนางตามคุณสมบัติของสามีที่ดีที่บัญญัติไว้ในใจ นักบุญผู้นี้จึงตกลงปลงใจได้โดยไม่ต้องครุ่นคิดให้มากความ ทั้งที่เพิ่งพบเจอกันเพียงไม่กี่ช่วงลมหายใจเท่านั้น

          จวบจนได้ตบแต่งกันสมดังหวังด้วยสะพานรักที่นางคอยทอดไปให้ นางกลับเพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าเหตุใดไม่คิดเชื่อคำของผู้ใหญ่เมื่อชาติก่อนที่คอยย้ำบอกว่าจะคบหาใครควรศึกษานิสัยใจคอไว้มาก เพราะตอนนี้เนเดเรียสังเกตเห็นว่าราฟาเอลมักหายตัวไปในช่วงเที่ยงวัน

และไม่ใช่แค่วันเดียว แต่เป็นทุกวันหลังจากร่วมโต๊ะทานอาหารคาวหวานด้วยกัน

          ครั้นเอ่ยถามข้ารับใช้ก็ไม่ได้ความ แต่มักตอบตรงกันว่าองค์ราชามักเร้นกายหายไปเช่นนี้นับแต่พระบิดาและพระมารดาของพระองค์จากไป

          ราชินีเนเดเรียสุดจะคาดเดาได้ สงสัยใคร่รู้จนแทบขาดใจ แต่ก็คิดว่าไม่ควรไปก้าวก่ายมากนักแม้จะได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม

ไม่ว่าใครต่างก็มีเรื่องต้องปิดบังไว้ดังเช่นตัวนางที่เก็บงำเรื่องราวบางอย่างเอาไว้ด้วยการจดบันทึกลงหนังสือเล่มหนึ่ง

ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ ราชินีเนเดเรีย

          ปีศาจบรรณารักษ์ค้อมกายเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นองค์ราชินีที่ก้าวเข้าห้องสมุดมาโดยไร้ข้ารับใช้ติดตาม ก่อนรีบปิดบานประตูมิใครเล็ดรอดเข้ามาได้ตามรับสั่งของพระองค์

ขอบใจเจ้ามาก

          นางหันไปแย้มยิ้มกับปีศาจตนนั้นที่อุตส่าห์ช่วยนางปิดบังเรื่องที่นางทำลับหลังจอมมาร พลางเดินตรงไปหยิบหนังสือสลักลายงดงามบนปกในซอกหลืบที่เก็บซ่อนไว้ ก่อนคว้าเอาปากกาขนนกมาจรดเขียนคำที่ถูกทิ้งร้างไว้

          หลังจากเข้าพิธีสมรสกับจอมมารไป นางก็จดบันทึกเรื่องราวที่พบเจอพร้อมทั้งเปรียบเทียบอีกหลายเหตุการณ์ว่าตรงตามเนื้อเรื่องในนิยายที่เคยอ่านในชาติก่อนมากน้อยแค่ไหน

          เพราะอยากหาทางเปลี่ยนตอนจบของเรื่องที่จอมมารราฟาเอลต้องตาย นางจึงคิดหนักและคอยสังเกตมาตลอดว่ามีคนรอบตัวที่ไม่มีปรากฏในนิยายโผล่ออกมาให้เห็นอีกหรือไม่

          แล้วเหตุใดต้องมองหาผู้ที่ไม่ปรากฏในนิยายด้วยเล่า?...หากถามเช่นนั้น คงต้องตอบด้วยความสัตย์จริงว่าคนผู้นั้นอาจช่วยนางพลิกผันการตายของสามีนางได้

          เนเดเรียไม่ต้องการพบเห็นความสูญเสียใดอีก ใจนางไม่อาจรับไหวหากต้องถูกพรากคนรักด้วยสิ่งที่เรียกว่าความตายเหมือนกับในชาติก่อน

ฉะนั้นนางจึงยอมรับได้ หากคนผู้นั้นที่ว่าจะเป็นตั้งตัวเป็นศัตรูกับนางแต่แรกเริ่ม

ใช่แล้วนางหาพบจนได้ ผู้ที่ไม่ปรากฏตัวในนิยายแต่มาปรากฏตัวในโลกใบนี้

          อื้ม คริสตัล เป็นนามที่ไพเราะเหมาะกับสตรีโฉมงาม แต่ข้าว่า คริสโตเฟอร์เป็นนามที่ไพเราะยิ่งกว่านามที่เจ้าใช้บดบังตัวตนเสียอีกนางเอื้อนเอ่ยแล้วจรดปากกาขนนกตวัดเขียนนามทั้งสองไว้เคียงกัน

        คริสตัล โดโรแวน หรือ คริสโตเฟอร์ โดโรแวน ปีศาจผู้เข้าควบคุมปราสาทส่วนในและคอยชักใยเหล่านางบำเรอให้เริงระบำไปตามที่ตนปรารถนา ด้วยมนตราล่อลวงที่ปีศาจเผ่าพันธุ์อินคิวบัสใช้กักขังวิญญาณทุกดวงให้อยู่ใต้การควบคุม

ขึ้นชื่อว่าอินคิวบัสที่ฟังดูคล้ายกับซัคคิวบัสอย่างลิเวียธาน ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าทั้งสองเป็นญาติกันอย่างไม่ต้องสงสัย

          เป็นชาย แต่ไปเข้ายึดครองปราสาทส่วนในแล้วตั้งตัวเป็นใหญ่ พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้กลับกลายเป็นหญิงและใช้อีกนามบดบังตัวตนที่แท้จริง

เรื่องนี้นางสงสัยได้ไม่นานนัก เพราะได้รับคำตอบครบถ้วนหลังจากไปบังคับแกมข่มขู่แอสโมดิวส์ให้ปริปากบอกมา

เดิมทีคริสโตเฟอร์มีน้องสาวที่เป็นแฝดกันซึ่งก็คือคริสตัล

          ทั้งสองมีมารดาเป็นแม่ชีที่ถูกปีศาจร้ายอย่างบิดาขืนใจแล้วหายหน้าไป ปล่อยให้มารดาตั้งท้องแล้วให้กำเนิดมาอย่างยากลำบาก จากนั้นก็ทอดทิ้งทั้งสองไว้ให้เศรษฐีนีใจบุญนางหนึ่ง

          ด้วยความที่มารดาเป็นมนุษย์แต่บิดาเป็นปีศาจ พี่น้องฝาแฝดคู่นี้จึงเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยอายุสิบสองปีในเวลาเพียงหนึ่งปี และคอยรับใช้เศรษฐีนีนางนั้นอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หวังทดแทนบุญคุณที่ถูกชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่มาได้โดยไร้บิดามารดาอุ้มชู

ทว่าทั้งสองมีสายเลือดของปีศาจไหลเวียนในกาย ไม่ช้าก็เร็วความเป็นมนุษย์จะต้องถูกความเป็นปีศาจทดแทนเข้าซักวัน

และวันนั้นก็มาถึง ในค่ำคืนที่ฝนพรำท้องฟ้ามืดมัวทั้งที่เป็นช่วงฤดูร้อนเข้าเยือน

          คริสโตเฟอร์ถูกเศรษฐีนีไหว้วานไปรับดาบประดับห้องโถงจำนวนสามเล่มจากช่างตีดาบนอกเมืองเพียงลำพัง โดยที่คริสตัลต้องคอยปัดกวาดเช็ดถูอยู่ที่คฤหาสน์และรับใช้เศรษฐีทั้งวี่ทั้งวัน ซึ่งกว่าเขาจะกลับมาถึงคฤหาสน์ก็ค่ำมืดดึกดื่น

          ทุกคราที่เหยียบย่างเข้าคฤหาสน์ไป น้องสาวตัวน้อยก็มักวิ่งเข้ามาโผกอดแล้วไถ่ถามว่าวันนี้ไปไหนมา แต่ค่ำคืนนี้กลับมีเพียงเสียงกรีดร้องดังก้องจากห้องใต้ดิน พลอยทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะจดจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของน้องสาวตน

          ทันทีที่ทลายประตูห้องใต้ดินลงไปได้ คริสโตเฟอร์ก็ต้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า โทสะนั้นเข้าเกาะกุมในทันใด เมื่อได้เห็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่กว่าห้าคนกำลังรุมทึ้งคริสตัลที่กรีดร้องร่ำไห้อย่างเว้าวอน  กระนั้นเศรษฐีนีนางนั้นก็ทำเฉยเมยพลางนับเหรียญในถุงที่ได้มาจากชายพวกนั้น

ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าเป็นซัคคิวบัส หากทราบเร็วกว่านี้อีกซักเดือนสองเดือน คงขายเจ้าได้ด้วยราคาที่งามกว่าตอนนี้เป็นแน่

          สิ้นคำที่เด็กหนุ่มได้ยินจากปากผู้ที่ชุบเลี้ยงตนมา ดาบทั้งสามเล่มในมือก็ตรงไปตวัดตัดคอชายสามในห้าคน แล้วเงื้อมือเล็กทั้งสองข้างบีบหัวของชายอีกสองคนจนแหลกเหลวคามือด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของปีศาจที่ลืมตาตื่นขึ้นมา

          คริสโตเฟอร์ถูกโทสะครอบงำจนหน้ามืดตามัว กว่าจะได้สติกลับคืนมา สองมือก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของมนุษย์ในห้องใต้ดิน เคล้าเสียงสะอื้นไห้ของคริสตัลที่คลานเข้ามากอดขาไว้ ร้องขอให้ปลิดชีพนางด้วยอีกคน

          คืนนั้นฝนตกพรำราวท้องฟ้าวิปริตเขาจดจำได้ขึ้นใจว่าคฤหาสน์หลังใหญ่มอดไหม้ไปด้วยเปลวไฟที่เขาจุดขึ้นมากลบกลิ่นคาวเลือด สองมือที่แปดเปื้อนโอบอุ้มร่างของน้องสาวเอาไว้แนบอกแล้วพาเดินออกจากเมืองไปอย่างไร้จุดหมาย ข้างหูยังคงได้ยินเสียงวอนขอให้ปลิดลมหายใจนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

          วันรุ่งขึ้นชาวบ้านในเมืองต่างก็ทราบกันทันทีว่าสองพี่น้องฝาแฝดเป็นปีศาจ แต่คิดกันไปเองว่าทั้งสองลวงมนุษย์ไปฆ่าในคฤหาสน์แล้ววางเพลิงทำลายหลักฐาน จึงหารือกันว่าจะตามล่ามารับโทษให้จงได้

          ทว่าวันเวลาผันผ่านไปหลายเดือนก็ยังหาตัวปีศาจทั้งสองไม่พบ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าปีศาจทั้งสองตัวที่ว่านั้น ใกล้เดินทางข้ามแดนไปยังอาณาเขตของปีศาจเสียแล้ว

          คริสโตเฟอร์ทราบมาแต่ไหนแต่ไรว่าตนและคริสตัลเป็นปีศาจ คราวนี้ไร้ที่ไปจึงหวังพึ่งปีศาจด้วยกัน ไม่รีรอออกเดินทางโดยพาน้องสาวไปด้วย

          นางตั้งท้องหลังจากเรื่องเลวร้ายคราวนั้น แม้เขาจะพยายามเอ่ยปลอบแต่ก็ไม่เป็นผล นางยังคงเอาแต่ร่ำร้องว่าอยากตายไปให้พ้นๆ

ข้าไม่ได้ฆ่าใครเพื่อให้เจ้ามาร่ำร้องว่าอยากตายตามพวกมันไป เช่นนั้นอย่าพูดคำน่ารำคาญนั่นอีก!”

          ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ทำให้คริสโตเฟอร์เอ่ยถ้อยคำพวกนั้นออกไป แต่เป็นเพราะเจ็บปวดเกินกว่าจะทำเป็นไม่ได้ยินนางร่ำร้องว่าอยากตายอีกเป็นหนที่สอง

เพราะเขาแสดงความอารมณ์ได้ไม่ดีนัก ไม่ว่าจะอารมณ์ใดก็มักเก็บไว้ในใจมาตลอด คงมีเพียงโทสะที่ไม่เคยเก็บซ่อนไว้

คำพูดที่ควรจะบ่งบอกถึงความเสียใจจึงกลับกลายเป็นคำต่อว่ารุนแรงแฝงโทสะเช่นนี้

          ทว่าถ้อยคำนั้น กลับทำให้คริสตัลตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะขอตายจากไปดีกว่าตายทั้งเป็นเพราะฝันร้ายคราวนั้นตามหลอกหลอนทุกคืนวัน

          นางออกอุบายให้มนุษย์ตามมาเจอเข้าในตอนที่ใกล้เดินทางถึงอาณาจักรเซนเดรีย แต่เพราะไม่อยากให้พี่ชายมาแบกรับเรื่องของนางไว้ จึงลอบวางยานอนหลับในสำรับอาหารของเขา ก่อนออกไปเผชิญหน้ากับมนุษย์พวกนั้นเพียงลำพัง

คริสตัลถูกจับตรึงแล้วเผาทั้งเป็นด้วยเปลวไฟที่ร่ายด้วยธาตุแสง ไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูกให้ถูกเหยียบย่ำ

          สามวันหลังจากนั้นคริสโตเฟอร์ลืมตาตื่นมาด้วยใบหน้านองน้ำตา แม้แต่ในห้วงนิทราก็ยังฝันถึงน้องสาวที่ยิ้มให้อย่างมีความสุขทั้งที่ถูกเปลวไฟผลาญ ทิ้งเพียงจดหมายที่เขียนไว้ให้ได้อ่านต่างหน้า

          เนื้อความมีแค่คำไม่กี่คำที่วิงวอนร้องขอให้ปล่อยนางไปตามทางและอย่าได้เคียดแค้นมนุษย์อีก ทั้งยังขอให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข อย่ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้อีกหน

          คริสโตเฟอร์ไม่อาจทำใจยอมรับได้ แต่เพราะนี่เป็นคำขอร้องไม่ใช่คำสั่งเสีย เขาจึงอยากทำตามความปรารถนาสุดท้ายของนางจวบจนกว่าจะหมดลมหายใจ

และที่ที่สามารถปิดทึบโทสะในใจเอาไว้ได้มิดชิด ก็คือปราสาทส่วนในอันเป็นที่พำนักของเหล่านางบำเรอจอมมาร

          ด้วยเหตุนี้ คริสโตเฟอร์จึงจำแลงกายเป็นสตรีแล้วเข้าปกครองปราสาทส่วนในด้วยนามของคริสตัล ทำหน้าที่ส่งนางบำเรอไปปรนนิบัติจอมมาร ส่วนตนก็ใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบเงียบงันอยู่ในมุมมืด นานทีปีหนจะปรากฏกายออกมาให้ใครได้เห็น

ชีวิตเจ้าช่างน่าสงสาร

          เนเดเรียตวัดปลายปากกาขนนกด้วยตัวอักษรสุดท้ายที่จดบันทึกเรื่องของคริสโตเฟอร์ ก่อนเอนกายกอดอกยิ้มร่า หมายมั่นขึ้นมาในใจว่าจะต้องได้ปีศาจตนนี้มาเป็นข้ารับใช้เคียงคู่กับลิเวียธานให้ได้

(ต่อ)

          คิดได้เช่นนั้นนางก็เตรียมหาหนทางที่จะทำให้คริสโตเฟอร์ปรากฏตัวต่อหน้านาง มิใช่คอยเย้ยหยันด้วยการส่งพวกนางบำเรอมาคอยปรนนิบัติแล้วยิ้มเยาะนางเหมือนอย่างเมื่อคืนวาน

ขออภัยที่หม่อมฉันมารบกวนเวลาสำราญ แต่มีใครบางคนมาขอเข้าเฝ้าพระองค์เพคะ

          ทว่าไม่ทันที่ราชินีเนเดเรียจะได้ส่งมอบหนังสือที่จดบันทึกไว้ให้กับปีศาจบรรณารักษ์ ก็เป็นอันต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียกหาหลังบานประตู จึงร่ายพรประการที่หนึ่งให้หนังสือในมือกลายเป็นกำไรข้อมือ ก่อนจะรีบย่างกรายออกไปทันท่วงทีก่อนจะได้ยินเสียงเรียกนั้นอีกหน

          จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนักบุญแมรี่ที่หลายวันมานี้คอยวนเวียนอยู่ข้างกายนาง ทั้งยังทำหน้าที่ดูแลนางแทนลิเวียธานที่ถูกส่งไปสังเกตการณ์ทางฟากฝั่งมนุษย์

วันนี้ก็ยังคงยิ้มหวานหยดเหมือนอย่างเคย เพียงแต่พาภูตนางฟ้าตัวน้อยมาเป็นเครื่องบรรณาการด้วย

ทะ ท่านเทพี เอ๊ย องค์ราชินีเจ้าขา...

ริต้า!”

          แค่เห็นปลายปีกแม่ภูตนางฟ้าตัวจ้อยแห่งป่าแดนเหนือ นางก็ไม่รีรอจะคว้าตัวมาโผกอดให้หายคิดถึง กระทั่งได้ยินเสียงร้องท้วงจึงต้องผละออกไปแล้วส่งเสียงหัวเราะเสียดังลั่น ที่ทำให้เนื้อตัวของริต้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบแป้งบนหน้านาง

          แม้จะย้ายถิ่นฐานมาพำนักอยู่ที่แดนปีศาจ แต่เนเดเรียที่เคยได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพีแห่งป่าแดนเหนือก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงแสงแดด สายลม และเหล่าสรรพสัตว์ที่นางจากมา

          คำแรกที่คิดเอ่ยถามริต้าก็คงไม่พ้นไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบตามประสา ทว่าภูตนางฟ้าริต้ากลับมอบจดหมายที่หอบหิ้วมาให้กับนาง เอ่ยบอกด้วยวาจาแฝงความนัย

จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่ปีศาจลิเวียธานวานให้หม่อมฉันถวายให้องค์ราชินีเพคะ...อีกประเดี๋ยวนางจะรีบตามมาเข้าเฝ้า

          เห็นสายตาล่อกแล่กที่เจ้าตัวชอบทำท่าทีแสดงพิรุธเหมือนทุกครั้งครา นางก็ทราบในทันใดว่าคงไม่อยากให้แมรี่รู้เห็นเรื่องพวกนี้

ช่างเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็ไว้ใจนักบุญแมรี่

          ว่าแล้วก็รับจดหมายฉบับนั้นมาก่อนคลี่ออกมาอ่านต่อหน้าต่อตา ไม่แยแสต่อสายตาเขม่นมองของริต้าที่จรดมองแมรี่สลับกับมองนาง

เจ้าน่ะ เคยเป็นนักบุญของจักรวรรดิจาม่อนรึ?”

ใช่ ข้าเคยเป็น

ถ้าคิดทรยศต่อความไว้วางพระทัยขององค์ราชินี เจ้าไม่ตายดีแน่!”

วางใจเถอะ ข้าไม่คิดทำเรื่องไร้สาระเช่นนั้นหรอก

ไร้สาระ...นี่เจ้า!?”

เนื้อความในจดหมายมีไม่มากนัก แต่นางก็ใช้เวลาทวนอ่านหลายต่อหลายหนจนลืมเลือนว่ามีคนวิวาทะกันอยู่ใกล้ๆให้รำคาญหู

          กระทั่งเข้าใจเนื้อความนั้นอย่างถ่องแท้ ความกริ้วโกรธระคนมึนงงก็ปรากฏบนดวงหน้างาม และไม่ทันที่ทั้งสองจะได้เอ่ยถามว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ร่างเพรียวระหงก็รีบเดินโซซัดโซเซจากไป พลางกำชับไว้ว่าอย่าได้ติดตามนางมาเป็นอันขาด

องค์ราชินีเพคะ! ช่วงเวลานี้พระองค์อาจกำลังตั้งครรถ์ หากเกิดความกังวล...

          แม้ได้ยินคำย้ำเตือนที่คล้อยตามหลังมา ก็ไม่อาจหยุดยั้งให้นางรีบเร้นกายจากไป แม้แต่เหล่าข้ารับใช้ยังต้องหลีกหนีเมื่อได้เห็นพระพักตร์อันงดงามขององค์ราชินีที่ควรจะแย้มยิ้มให้อย่างมีเมตตา แต่ครานี้กลับดูเรียบตึงคล้ายกับกำลังกริ้วโกรธเนื้อความในจดหมายที่พระองค์ฉีกทิ้งเป็นผุยผงไป

เนื้อความในจดหมายบอกกล่าวถึงเรื่องน่าตระหนกที่ลิเวียธานพานพบมา

ซึ่งก็คือการได้ล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้ว เจ้าหญิงแอชลี่ย์เป็นแม่มดลาล่าในกาลก่อน

แต่นั่นแหละ เป็นปัญหาใหญ่ที่เนเดเรียคิดไม่ตกและกริ้วโกรธเป็นอย่างมาก

แม่มดลาล่าเป็นใครวะ ในนิยายแม่งก็ไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นใครมาจากไหน?

          นักบุญเนเดเรียครุ่นคิดจนคันคิ้วงามขมวดเป็นปมก้อน แล้วยังเผลอไผลสบถคำหยาบคายในชาติก่อนออกมาในใจ จนเกรงว่าใครจะมาเห็นมาดนักบุญศักดิ์สิทธิ์ของนางที่อุตส่าห์ถนอมไว้ต้องมัวหมอง รีบหลบซ่อนไปนั่งแกว่งขาที่บึงปลาอันเงียบเชียบทันใด

กระนั้นสายลมเอื่อยเฉื่อยเย็นฉ่ำที่พัดผ่านไปก็ไม่อาจทำให้ใจนางสงบลงได้

          คงมีเพียงความสงสัยใคร่รู้ในตัวตนของแม่มดลาล่าที่ทุเลาลง แต่ความกริ้วโกรธรำคาญใจกลับทวีขึ้นมา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าชีวิตนางอาจไม่เป็นสุขอีกต่อไป

          ทั้งที่นางอุตส่าห์วางแผนการดำเนินชีวิตต่อจากนี้เอาไว้อย่างแยบยล หลังจากทำใจยอมรับได้ว่าต้องส่งลูกๆไปเข้าร่วมสงครามตามคำทำนายของเบลเฟกอล

แล้วนี่มันเรื่องอันใดกัน?...จู่ๆก็มีตัวละครที่ไม่ปรากฏในนิยายโผล่ออกมาถึงสองตัวสองตน

          อย่างคริสโตเฟอร์นางมั่นใจเต็มประดาว่าต้องรับมือได้ แต่แม่มดลาล่าเนี่ยสิ นางไม่รู้จะไปไถ่ถามใครด้วยซ้ำว่าแม่นั่นเป็นใครในอดีต ครั้นจะเอ่ยถาม ก็เกรงว่าจะถูกสงสัยว่าเหตุใดนักบุญเนเดเรียที่มีอายุยืนยาวมากว่าสามร้อยปีถึงไม่รู้ความ

หากเอ่ยถามออกไป จะมีใครสงสัยในตัวข้าหรือไม่?”

          นัยน์เนตรสองสีคู่งามจรดมองผืนน้ำที่กระเพื่อมไหวยามนางกวัดแกว่งเรียวขาพาดผ่านฝูงปลาในบึง พลางทอดถอนหายใจแล้วเอ่ยถามฝูพวกมันราวกับรู้ประสาและจะช่วยตอบนางได้ ว่าจากนี้นางควรทำตัวอย่างไรไม่ให้ใครคิดสงสัยว่าเนื้อแท้นางหาใช่นักบุญศักดิ์สิทธิ์เนเดเรีย

นับแต่ได้ใช้ชีวิตในร่างนี้ นางก็เฝ้าถามตัวเองทุกครั้งคราว่าเหตุใดถึงได้มีชีวิตในร่างที่ไม่ใช่ของตน

          แม้เคยนึกตัดรำคาญว่าพระเจ้าคงนึกเห็นใจในคำวอนขอน่าสมเพชเวทนาของนางเมื่อชาติก่อน จึงสงเคราะห์นางให้มาสวมบทนักบุญคนงามแห่งจักรวรรดิจาม่อนที่อีกไม่กี่อึดใจก็จำต้องตายด้วยน้ำมือของจอมมาร

            ทั้งที่ไม่คิดเอาเรื่องนั้นมาใส่ใจอีก...แต่เมื่อทราบว่าต้องให้กำเนิดทายาทของจอมมาร จู่ๆความกังวลที่เคยละทิ้งไปก็ถาโถมเข้ามา

          ก่อเกิดคำถามยามประสบพบหน้าจอมมารว่าถ้าหากวันใดวันหนึ่งนางต้องละจากร่างนี้ไป คนที่เคยนอนตระกองกอดในทุกค่ำคืนจะถวิลหานางที่มิได้มีเปลือกเป็นนักบุญเนเดเรียหรือไม่?

          เพียงตลบคิดถึงเรื่องในอนาคตที่ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้น นางก็ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า หวังให้อาการปวดหัวตึบเพราะครุ่นคิดอย่างหนักทุเลาลงบ้าง

          ไม่นานนักที่นางต้องทนขมวดคิ้วนิ่วหน้ากับอาการปวดหัวที่ทุเลาลงไป แต่อาการหน้ามืดกลับแทรกเข้ามา ร่างบางจึงหยัดตัวลุกขึ้นแล้วตั้งใจไว้ว่าจะไปให้แอสโมดิวส์ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหมอหลวงมาตรวจตราอาการของนางเสียหน่อย หลังจากหลบหนีการตรวจมาหลายครั้งหลายครา

          ทว่าไม่ทันได้ก้าวเดินไปไหนไกล นางก็ถูกเหล่านางบำเรอกว่าสิบนางเดินตรงเข้ามาค้อมกายให้ ราวกับล่วงรู้ว่าองค์ราชินีจะเสด็จผ่านมาทางนี้

ถวายพระพรเพคะ

พวกนางยังคงส่งเสียงหัวเราะน่ารำคาญหู แล้วยังยิ้มเยาะราวกับเวทนานางเต็มกลืนเหมือนอย่างเคย

          กระนั้นเนเดเรียก็หาได้โกรธเคืองแต่อย่างใด...ไม่สิ ต้องบอกว่าพยายามจะไม่เก็บความโกรธเคืองนั้นมาใส่ใจ ทั้งที่นางต้องยืนกำสองหมัดสะกดกลั้นความร้อนรุ่มในอกไว้ เมื่อหวนคิดว่านางกำลังถูกหยามเกียรติ

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี 

เอื้อนเอ่ยออกไปด้วยท่าทีเปี่ยมเมตตา แต่ในใจกลับกู่ร้องด้วยความคับแค้นใจ

          ว่าแล้วก็เชิดหน้าหอบอาภรณ์กรุยกรายเดินจากไป แต่นางพวกนั้นกลับเดินตามติดเสียยิ่งกว่าเงา พร้อมทั้งเอ่ยวาจาฉอเลาะเชิญชวนให้เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นแต่เดิมต้องเลิกขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ

หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระองค์โปรดเนื้อแกะ จริงหรือเพคะ!?”

          ก็ชอบทานบ้าง แต่ช่วงนี้ข้าไม่อยากทานเนื้อมันเหม็น เนื้อตัวมีแต่กลิ่นเนื้อแกะ คงไปขลุกในส่วนครัวแล้วยังกล้ามาเอ่ยถามเช่นนี้ จงใจยั่วโทสะกันรึ?

เช่นนั้นให้หม่อมฉันชงชาถวายเถิดเพคะ ลิเลียผู้นี้จะทำให้พระองค์พอพระทัยเอง

          ขอบใจ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องทำ หยามกันเกินไปหรือเปล่า? นี่เจ้าไม่ทราบมาก่อนรึ ว่าในอาณาจักรเซนเดรียมีเพียงข้าที่มีฝีมือชงชาเป็นเลิศ

          ไม่ว่าพวกนางจะพูดกรอกหูด้วยถ้อยคำใดให้ขุ่นข้องหมองใจ ราชินีเนเดเรียก็ได้แต่หันไปยิ้มรับแล้วรีบรุดก้าวขาเดินให้ถึงอีกฟากฝั่งของปราสาท เผยท่าทีไม่อยากเสวนาด้วยแต่มีหรือที่พวกนางจะนึกเกรงอกเกรงใจ

          พอเสียที!” กระทั่งความอดทนที่มีมายาวนานขาดสะบั้นลง นางจึงไม่รีรอที่จะชะงักสองขาพลางหันกลับไปปรายตามองเหล่านางบำเรอด้วยสายตาดูถูกดูแคลนอย่างไม่คิดปิดบัง

          เดิมทีเนเดเรียก็ไม่ใช่คนที่ชอบใช้สายตาเช่นนี้สบมองใคร หากให้นับรวมถึงชาติก่อนด้วย ก็มีเพียงหนเดียวเท่านั้นนั่นคือครั้งยังเยาว์ที่ถูกเพื่อนคนสนิทขโมยอาหารในจาน...และอย่างที่บอกไปว่าตอนนั้นนางยังเยาว์นัก เรื่องนั้นจึงนับเรื่องที่สร้างความรำคาญจนเผลอไผลจรดมองอย่างดูแคลน

จากนั้นก็ถูกคุณครูสอนสั่งให้จดจำเสมอมา ว่าไม่ควรใช้สายตาเช่นนี้สบมองใคร ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครอยากคบหา

หนนี้จึงเป็นหนที่สองที่นางใช้สายตาคู่นั้น หวังให้นางพวกนั้นหวาดกลัวแล้วถดถอยไปอยู่ในมุมมืดของตนตามเดิม

          แม้เหล่านางบำเรอจะถูกควบคุมทั้งร่างกายและจิตใต้สำนึกให้ทำตามปรารถนา แต่พวกนางกลับสั่นกลัวนัยน์เนตรสองสีที่ตวัดมองมา สายตาคู่นั้นคล้ายกับบอกเป็นนัยว่าพวกนางต่างชั้นเกินกว่าจะอาจเอื้อมถึง

          เป็นการดูถูกเหยียบย่ำให้ต่ำต้อยโดยไม่ต้องปริปากต่อว่าต่อขาน ไม่มีทางอื่นใดนอกจากยอมจำนนแล้วนึกน้อยเนื้อต่ำใจในส่วนลึกว่าเหตุใดพวกนางถึงมิได้สูงส่งพอจะอยู่เคียงข้างจอมมารราฟาเอลได้

รูปโฉมงดงาม สืบสายเลือดจากเทพีแห่งสรรพสิ่ง แล้วยังเป็นอดีตนักบุญศักดิ์สิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวที่ถือครองพรถึงห้าประการ...

          เพียงหวนนึกถึงความต้อยต่ำที่ทำได้เพียงยกยอตนด้วยการเข้ามาเป็นนางบำเรอของจอมมาร ส่วนลึกในห้วงจิตของพวกนางก็ร่ำไห้ออกมาด้วยความสังเวชระคนริษยา ยิ่งฉุดรั้งไม่ให้หลุดพ้นจากคำสาปที่เข้าครอบงำ กลับส่งเสียงหัวเราะยั่วยวนกวนโทสะ ตามปรารถนาของผู้ร่ายคำสาปที่ต้องการให้องค์ราชินีกริ้วโกรธจนเผยความน่าเกลียดน่ากลัวที่หลบซ่อนออกมาให้ใครต่อใครได้เห็น

ตายจริง! พวกหม่อมฉันทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยหรือเพคะ ต้องขอประทานอภัยอย่างสูง

          เสียงหัวเราะแหลมเสียดแก้วหูดูขัดกับดวงตาปริ่มหยาดน้ำตา เพราะเจ็บปวดที่ต้องฝืนใจทำอากัปกิริยาให้องค์ราชินีไม่พอพระทัย ทั้งที่จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิบาฮานอุตส่าห์ย้ำเตือนไว้ในคราวก่อนที่บังเอิญพบกัน

ราวกับทราบถึงเสียงแห่งความทุกข์ตรมในใจพวกนางด้วยพรห้าประการที่ไม่อาจควบคุมได้มาพักใหญ่

          เมื่อนั้นความรำคาญใจของเนเดเรียจึงทุเลาลงบ้างเมื่อคิดได้ว่าไม่ควรทำอากัปกิริยาเช่นนี้ออกไป แต่เวลานี้นางไม่อาจหักห้ามห้วงอารมณ์รุ่นร้อนลงได้ ก่อเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่านางกริ้วโกรธได้ถึงเพียงนี้เพราะเรื่องอันใด

          หากไม่นับห้วงอารมณ์ร้อนรนที่เป็นอยู่ หลายวันมานี้นางก็ตกอยู่ห้วงวิตกกังวลไปเรื่อยเปื่อย ไหนจะรังเกียจที่จะทานของคาว ไม่อาจแตะต้องอาหารอื่นใดได้ลงนอกจากของหวานเลี่ยน

          ราชินีเนเดเรียนึกตรองถึงอาการผิดแปลกหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับนาง กระนั้นก็ไม่อยากปักใจเชื่อว่าตนตั้งท้อง เพราะยังคงไม่ได้ยินเสียงจากลูกน้อยที่นักบุญแมรี่มอบพรประการที่หนึ่งไว้ให้สดับฟังเสียงของกันและกัน

จะไปไหนก็ไป แล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”

          ห้วงอารมณ์ที่บังเกิดขึ้นไม่มีท่าทีจะเหือดหายไปได้โดยง่าย นางจำต้องเอ่ยปากตวาดไล่เหล่านางบำเรอให้ออกไปให้พ้นหูพ้นตา พยายามสะกดพรประการที่สามมิให้ปลดปล่อยออกมา แต่ก็ไม่เป็นผล

          เพราะทันทีที่องค์ราชินีตรัสตวาดด้วยสุรเสียงกึกก้อง พรประการที่สามอันเป็นพรแห่งการปัดเป่าก็พัดพาสายลมกรรโชกใส่พวกนางจนผิวกายนวลผ่องปริแตก เกิดบาดแผลให้โลหิตที่ชโลมไปด้วยคำสาปหลั่งไหลออกมา

เหล่านางบำเรอร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็เงียบลงเมื่อได้สติสตังกลับคืนมาเป็นของตน

ขะ ขอบพระทัยเพคะ

          พวกนางรีบค้อมกายแทบจรดหน้าแนบกับผืนดินด้วยความดีอกดีใจ ด้วยทราบว่าหลุดพ้นได้ เพราะพรแห่งนักบุญขององค์ราชินีได้ช่วยเอาไว้แม้พระองค์จะไม่ได้ตั้งใจก็ตามที

          ทว่าไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวคำใดที่ทำให้องค์ราชินีเข้าพระทัยพวกนางผิดไป ก็เป็นอันต้องหวีดร้องกันด้วยความตกใจ เมื่อเห็นพระองค์ล้มลงไปต่อหน้าตา พากันเพรียกหาข้ารับใช้ให้มาดูพระอาการขององค์ราชินีในทันใด

ข้าหายใจไม่ออก...

แม้สติใกล้ดับวูบลง เนเดเรียก็ยังรับรู้ถึงความทรมานราวถูกบางสิ่งบางอย่างในท้องแย่งชิงลมหายใจไปจนแทบไม่มีเหลือให้นาง

          ได้แต่ยกมือกอบกุมลำคอแล้วอ้าปากหายใจ ทว่านางก็อาเจียนออกมามากมาย ดิ้นทุรนทุรายอย่างถึงที่สุดจนกรีดร้องเสียเสียงดังลั่น ได้ยินทั่วทั้งอาณาจักรเซนเดรียจนพากันตกอกตกใจ ทำให้ทราบในทันใดว่าเกิดเรื่องบางอย่างกับองค์ราชินี

หลบไป! ข้าจะไปหาเนเดล!!”

สุรเสียงเดือดเนื้อร้อนใจของผู้เป็นสามีที่ดังแว่วมาแต่ไกลก็ยังไม่อาจทำให้นางหายทุกข์ทรมานได้

          คงมีเพียงเสียงนุ่มทุ้มเสนาะหูในห้วงนิทรามืดมิดที่ดังขึ้น...น้ำเสียงนั้นเป็นดั่งดนตรีที่ขับกล่อมให้นางสงบลงได้ ด้วยถ้อยคำที่ไม่กี่คำที่เอื้อนเอ่ยออกมา

ท่านแม่ ลูกขอโทษที่ทำให้ท่านเป็นเช่นนี้




(ต่อ)

เนเดเรียชื่นชอบดอกลิลลี่ขาว เพราะมันทำให้นางหวนนึกถึงวันที่นางเกี้ยวจอมมารแม้ตัวนางจะเขินอายเพียงใด

          เคยหลงละเมอว่าความหอมหวานเมื่อตอนเกี้ยวกันในคราแรกจะยังคงอยู่แม้ตบแต่งกันไป ทว่าใจของนางกลับห่อเหี่ยวเมื่อทราบว่าต่อให้เป็นสามีภรรยา ต่างคนต่างก็มีความลับที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายล่วงรู้ แม้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางไม่พอใจในตัวจอมมาร แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มรับแล้วกระซิบบอกปลอบใจตนว่าไม่เป็นไร

          เรื่องบางเรื่องที่ไม่พอใจเมื่อได้พบเห็น นางก็ไม่กล้าเอ่ยถามจอมมารถึงเหตุผล เพราะกลัวจะถูกมองว่าแท้จริงแล้วนางก็เป็นแค่หญิงสาวนิสัยเสียที่เอาความอ่อนหวานอ่อนโยนบังหน้า

ข้าไม่อยากให้จอมมารมีนางบำเรอ แล้วก็ไม่อยากทำตัวนอบน้อมเกินควรเพียงเพราะตัวข้ามีหน้ากากเป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์

          ได้แต่ร่ำไห้แล้วพร่ำเพ้อในหลายสิ่งหลายอย่างที่อัดอั้นตันใจ ว่าตัวนางนั้นอ่อนหวาน แต่ก็มีอีกด้านที่ก้าวร้าวและคงไม่น่ามองเท่าใดนัก

แล้วจะทำอย่างไร ให้ความขุ่นข้องหมองใจนี้เหือดหายไปได้เล่า?

หากท่านแม่ไม่ยอมพูดคุยกับท่านพ่อให้เข้าใจตรงกัน ลูกเกรงว่าเรื่องนี้คงรังแต่ทำให้ท่านแม่เป็นทุกข์

ราวกับความทุกข์ตรมในอกนั้นจางหายไป เพียงน้ำเสียงนุ่มทุ้มเอื้อนเอ่ยให้ได้ยิน

          ครั้นนางแหงนหน้ามองหาสุรเสียงที่ดังกึกก้อง ห้วงนิทราอันมืดมิดรอบกายก็กลับกลายเป็นทุ่งดอกลิลลี่ขาวกว้างสุดลูกลูกตา และสายลมที่พัดพากลีบดอกให้ลอยละล่อง ก็ทำให้ใจอันหนักอึ้งของนางบางเบาลงอย่างน่าประหลาดใจ

นัยน์เนตรสองสีที่กวาดมองไปทั่วทั้งทุ่งดอกไม้รอบกาย ชะงักมองร่างสูงที่ก้าวขาเข้ามาแล้วทรุดตัวนั่งอยู่ตรงหน้านาง

ท่านแม่มองหาใครหรือขอรับ

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยดวงหน้าแย้มยิ้ม สองมือหนานั้นประคองมืออันสั่นเทาของนางที่หมายเอื้อมไปแตะเขาคู่งามดำขลับ

อาร์ธีอัส...?”

          ชายหนุ่มรูปงามทำเพียงพยักหน้ารับแล้วเข้าตระกองกอดนางจนแน่นขนัดด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่ได้มากมายเท่าใดนัก ลูกไม่ชอบให้ท่านแม่ร้องไห้ เช่นนั้นได้โปรด ไปพูดคุยกับท่านพ่อเถิดขอรับ

เปลือกตาบางปรือปิดลงอีกคราเมื่อหยาดน้ำตาถูกซับให้เหือดหายด้วยปลายนิ้วที่เกลี่ยออกไป

          และเมื่อลืมตาขึ้นมา ทุกสิ่งอย่างตรงหน้าก็กลายเป็นห้องกว้างที่ตัวนางนอนหลับใหลบนตั่งเตียง และคนข้างกายที่คอยเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ไหลหยดเปรอะเปื้อน

ท่านแม่!”

          ด้วยอารามตกใจที่ลืมตาตื่นจากนิทราแล้วพบว่าท่านแม่ของนางมาเยือนถึงแดนปีศาจ เนเดเรียจึงรีบร้อนหยัดตัวลุกขึ้นคิดไถ่ถามว่าเหตุใดถึงเดินทางมาที่นี่ทั้งที่อุตส่าห์กำชับไว้ว่าประเดี๋ยวนางจะเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเยียนเอง เพราะเป็นห่วงในสุขภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก

          ทว่าอาการคลื่นไส้ก็ทำให้นางต้องรีบคว้าเอากระโถนทองเหลืองข้างตั่งเตียงขึ้นมาโก่งคออาเจียน ทั้งที่ไม่ได้ทานอะไรไปแม้แต่น้อย

ค่อยๆหายใจเนเดล มิเช่นนั้นพรห้าประการของลูกจะตีรวนกันอีกหน

พระมารดาอลิเซียร์ได้แต่เอ่ยปลอบแล้วคอยลูบหน้าลูบตาธิดาที่ดูอิดโรยเกินกว่าจะเอ่ยถามคำใดได้

          กระทั่งล้มตัวลง ดวงตาสองสีของนางก็ตวัดมองเสียงอึกทึกครึกโครมคล้ายกับคนวิวาทกันหลังบานประตูห้อง ก่อนสบมองพระมารดาคล้ายกับจะเอ่ยถามเป็นนัยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นระหว่างที่นางหลับใหลไม่ได้สติ

ลูกตั้งท้องแล้วเนเดล

          เนเดเรียไม่ได้แปลกใจกับเรื่องที่นางได้ยินจากปากมารดาเท่าใดนัก แต่กลับจรดมองหลังบานประตูเพราะได้ยินเสียงของดีออนท์ต่อว่าใครบางคนเสียงดังลั่น

น้องเจ้า...เฮ้อ แม่พยายามปรามแล้วว่าอย่าไปโทษจอมมาร แต่ก็ไม่ฟังกันเลย

นางเพียงขยับยิ้มให้มารดา พลางเอื้อมแตะมือเหี่ยวย่น ลูกคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน

          พระมารดาอลิเซียร์นึกแปลกใจกับคำและสายตาออดอ้อนช้อนมองของนาง กระนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะหยอกเย้า เอ่ยถามว่าทำอ้อนเช่นนี้ต้องการสิ่งใด ทั้งที่พบกันคราวก่อนยังดูเขินอายที่จะเข้าหากันแท้ๆ

หากได้พำนักที่จักรวรรดิบาฮาน ลูกคงได้พบหน้าท่านแม่ทุกวัน

นางเอ่ยแล้วหัวเราะเสียงใส แต่มารดากลับทอดถอนหายใจ ลูกสมรสกับจอมมารแล้ว ควรอยู่ข้างกายกันไว้

          แท้จริงแล้ว เนเดเรียไม่ได้อยากพำนักอยู่ที่อาณาจักรเซนเดรีย แต่เพราะพระมารดาอลิเซียร์อยากให้นางได้อยู่เคียงข้างจอมมารเฉกเช่นสามีภรรยา

และมารดาก็คงจะสังเกตเห็นความเศร้าหมองที่ฉายชัดบนใบหน้า จึงเอ่ยถามในเรื่องที่นางไม่อยากเอ่ยถึงเป็นที่สุด

ลูกคงมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันใช่หรือไม่?”

          เพียงได้ยินคำถามนั้น นางก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นในอกของมารดาที่เข้ามาตระกองกอด จากนั้นก็พร่ำบอกว่านางควรทำเช่นไรให้ความอัดอั้นตันใจนี้หายไป ในเมื่อเรื่องทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะตัวนางเองที่เอาแต่เก็บงำไว้แต่ไม่ยอมปริปากบอกให้จอมมารได้ทราบ แสร้งทำเป็นไม่รู้สึกไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับร้อนรน

          พระมารดาอลิเซียร์เข้าพระทัยในความทุกข์ตรมของธิดา แม้จะไม่ได้เฝ้าดูลูกคนนี้เติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม แต่ก็ทราบดีว่าเนเดเรียที่ใครต่างก็ว่ากันว่ากิริยาเพียบพร้อมอ่อนหวาน ก็มีกิริยาเอาแต่ใจเหมือนอย่างหญิงอื่นใดที่อยากให้สามีใส่ใจให้มากกว่านี้

พลอยทำให้นึกถึงตัวนางในอดีตที่เง้างอนสามี ร้องโวยวายมิยอมให้พวกขุนนางส่งบุตรสาวของตนมาเป็นนางสนม

และท้ายที่สุดนางก็เป็นฝ่ายมีชัย เพราะยอมเผยความเจ้าแง่เจ้างอนให้ได้เห็น

เรื่องเป็นเช่นนี้เองรึเนเดล ฮ่าๆๆ!”

เนเดเรียนิ่งงันไปด้วยความงุนงงเมื่อมารดาหัวเราะเยาะนางทันทีที่เล่าที่มาที่ไปของอาการน้ำตาแตกให้ได้ฟัง

มะ มันน่าขันหรือคะ?”

ไม่เลย แม่เพียงแค่นึกว่าเจ้าเองก็เหมือนแม่ในเรื่องขี้หึงขี้หวง

ได้ยินเช่นนั้นนางก็ขมวดคิ้วเป็นปม เพราะไม่เข้าใจในความหมายที่ว่าขี้หึงขี้หวงของมารดา

          จนได้ฟังเรื่องเล่าของมารดาและคำย้ำบอกให้นางมั่นอกมั่นใจในความรักที่มีให้กับจอมมาร เมื่อนั้นเนเดเรียจึงตัดสินใจได้ว่าต่อแต่นี้ไป นางควรเป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ มากกว่าจะนั่งวิตกว่าจอมมารจะชอบอีกอากัปกิริยาที่เอาแต่เก็บซ่อนเอาไว้

ทว่าอีกใจกลับนึกกังวล เกรงว่าถ้าจอมมารไม่ชอบความเอาแต่ใจของนางเข้าจริงๆ นางจะแก้ต่างในเรื่องนี้อย่างไร

จากนี้ไปแม่ขออวยพร ให้ลูกทั้งสองเข้าใจในกันและกัน

          นางไม่เคยแบ่งแยกว่ารักมารดาในชาติก่อนหรือชาตินี้มากกว่ากัน ถึงอย่างไรก็เป็นคนที่นางรักและเทิดทูน คำอวยพรนั้นจึงศักดิ์สิทธิ์มากกว่าสิ่งอื่นใด

ทั้งสองเสวนากันตามประสาแม่ลูกหลังจากความขุ่นข้องหมองใจผันผ่านไป

          กระทั่งบานประตูเปิดออกพร้อมกับริต้าและโคลด์ที่พรวดพราดเข้ามาไถ่ถามว่านางเป็นอย่างไรบ้างหลังจากหลับใหลไปสามวันเต็ม โดยมีเหล่าสรรพสัตว์แห่งป่าแดนเหนือที่เดินทางมายังอาณาจักรเซนเดรียเมื่อได้ทราบว่าท่านเทพีตั้งท้อง ต่างก็มาแสดงความยินดีกันจนปราสาทเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์

พวกเจ้าจะเดินทางมาให้เหนื่อยทำไมกัน ข้าคิดว่าอีกซักสองสามวันจะไปเยี่ยมเยียนป่าแดนเหนืออยู่แล้วเชียว

          นางตั้งท่าจะต่อว่าเสียให้เข็ดหลาบ แต่พอเห็นทำหน้าตาเหงาหงอยน้ำตาคลอเบ้ากัน ก็จำต้องเก็บคำต่อว่าเอาไว้แล้วอ้าแขนรับอ้อมกอดจากเหล่าสรรพสัตว์ที่เข้ามารายล้อมประหนึ่งนางกอดพวกมันได้หมดทุกตัว

          พระมารดาอลิเซียร์ทอดพระเนตรมองธิดาที่ดูเป็นที่รักใคร่ของเหล่าสรรพสัตว์แล้วแย้มยิ้มอย่างเบาพระทัย ก่อนเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงเดินตึงตังพร้อมกับคำประกาศกร้าวมาแต่ไกล

พอกันที! หากจอมมารไม่ใยดีพี่ข้า ข้าก็จะพานางกับหลานกลับจักรวรรดิบาฮาน!”

          หลังจากวิวาทะกับจอมมารราฟาเอลราวครึ่งค่อนวัน จักรพรรดิดีออนท์ก็ได้ข้อสรุปในใจว่าจะพานางกลับไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่จักรวรรดิของตน

ทว่าเดินอย่างองอาจมาได้ไม่ทันไร ก็ถูกมารดาเขม่นมองให้ชะงักฝีเท้าแล้วโดนลากตัวกลับไปได้ทันท่วงที

นี่มันเรื่องอันใดกัน?”

          เจ้าพวกนั้นคงมาแสดงความยินดีกับองค์ราชินี เบลเฟกอลที่เดินจูงมือมากับลิเวียธานชะเง้อคอมองฝูงสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่มากันเกลื่อนปราสาท

          ทว่าทั้งสองก็เป็นอันต้องสะดุ้งตกใจแล้วรีบสะบัดมือออกจากกันเมื่อเห็นราชาราฟาเอลก้าวเดินผ่านหน้าไป เสียวสันหลังวาบเมื่อดวงตาแดงก่ำปรายมองมาอย่างพินิจพิจารณา ก่อนพระองค์จะผินกายจากไปด้วยถ้อยคำที่เอ่ยชัดว่ายินดีด้วย

เป็นเจ้าชายเจ้าค่ะ! เป็นเจ้าชายน้อยไม่ผิดแน่

หลบไปริต้า ข้าขอฟังบ้าง

          ภายในห้องหับก็ยังคงวุ่นวายไปด้วยเหล่าสรรพสัตว์ที่เข้ามารุมล้อมมองดูท้องของนางที่ดูกลมป่องขึ้นมาเพียงนิดเดียว แต่ที่วุ่นวายยิ่งกว่าก็คงเป็นริต้ากับโคลด์ที่ยื้อแย่งกันแนบหูฟังเสียงบางอย่างในท้องนางที่ดังโครกคราก

อันที่จริงเป็นเสียงท้องของนางกรีดร้องด้วยความหิวโหยต่างหาก...แต่ก็ไม่อยากขัดเจ้าพวกนั้น จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

          แต่แล้วความวุ่นวายอันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก็ต้องเงียบสงัดลงไป เมื่อเหล่าสรรพสัตว์สัมผัสได้ถึงเวทย์กล้าแกร่งดำมืดที่คืบคลานเข้ามาใกล้ จำต้องผละจากองค์ราชินีเนเดเรียไปด้วยความหวาดกลัว พากันทยอยออกไปจากห้องเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ก้าวเดินมาถึงหน้าประตู

เอ่อ ถะ ถวายพระพรเพคะ แล้วก็ลาก่อนเพคะองค์ราชินี

แม้แต่ริต้ากับโคลด์ก็จำต้องลาจากนางไปด้วยความเสียดายที่ไม่ได้เสวนากันมากกว่านี้

          กระทั่งความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหับพร้อมกับบานประตูที่ปิดลง...ดวงตาแดงก่ำดุจโลหิตจึงตวัดกลับมามองร่างบางที่ล้มตัวลงนอนบนตั่งเตียง ไม่แยแสเขาที่อุตส่าห์ละทิ้งงานราชกิจราชการมาหวังจะดูแลนาง

เนเดเรีย ข้าได้ยินว่าเจ้าต่อว่าต่อขานพวกนางบำเรอจนหวาดกลัวกันไปหมด

          เพราะไม่คุ้นชินกับการที่นางทำเฉยเมยใส่ จอมมารราฟาเอลจึงวางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำอย่างไรให้นางยอมหันหน้ามาคุยกันจนต้องเอ่ยถามในเรื่องที่นางก่อไว้

          ทว่านอกจากจะทำให้นางไม่พอใจแล้ว ดวงตาสองสีคู่งามที่เคยช้อนมองกันอย่างหลงใหล กลับหลงเหลือไว้เพียงความเรียบตึงยามสบมองกัน

          นั่นเป็นเรื่องที่สามีสุดแสนจะเลิศเลออย่างท่านควรพูดหลังจากทราบว่าข้าตั้งท้องหรือคะ?” นางปรายตามองแล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้ อีกอย่าง ท่านควรเรียกข้าว่า เนเดล ที่ฟังดูแล้วรู้สึกสนิทสนมสมกับที่ข้าเป็นภรรยาท่าน

         คำค่อนแคะประชดประชันของนาง ทำให้ราฟาเอลงุนงงไปหมดว่านางเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เพราะตั้งท้องหรืออย่างไร

หรือเป็นเพราะอารมณ์แปรปรวนเหมือนอย่างที่แอสโมดิวส์ย้ำบอกให้ระวัง แล้วควรเอาอกเอาใจนางเข้าไว้?

          “เจ้าคงอยากทานของหวาน เช่นนั้นข้าจะให้เบลเซบับทำมาให้จอมมารเอ่ยบอกนางด้วยรอยยิ้มหวังว่านางคงพอใจขึ้นมาบ้าง แต่เปล่าเลย...

ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ก้าวเดินออกไปจากห้อง หมอนยัดขนห่านใบโตก็ถูกเขวี้ยงเข้าใส่กลางหลังพอดิบพอดีราวกับจงใจ

          ตลอดมานางเป็นสตรีที่อ่อนโยนอ่อนหวาน ไม่เคยแสดงอากัปกิริยาอื่นใดใส่เขานอกจากยิ้มเขินอาย ทว่าตอนนี้นางกลับแสดงอากัปกิริยาผิดแปลกไป ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นเพราะอารมณ์แปรปรวนจากการตั้งท้องลูกคนแรก

เจ้าทำเกินไปแล้ว เนเดล!”

จอมมารราฟาเอลไม่ได้โกรธเคืองนางแต่อย่างใด เพียงแต่เอ่ยตวาดทำทีให้นางพอรู้เนื้อรู้ตัวว่าทำเรื่องที่ไม่สมควรลงไป

          ทว่านอกจากนางไม่สลดแล้ว ยังต่อปากต่อคำกลับมาอย่างไม่ลดละ กลับกลายเป็นเขาเองที่ต้องแน่นิ่งไปกับคำพูดเสียดแทงใจของนาง

 “ท่านมันซื่อบื้อ แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือคะว่าข้าเป็นเช่นนี้ก็เพราะท่านมันบื้อ!”

ซะ ซื่อบื้อรึ?”

          ใช่! ท่านเป็นสามีประสาอะไรกัน ถึงปล่อยให้พวกนางบำเรอเดินเพ่นพ่านในปราสาทของข้า นางแค่นหัวเราะ จรดสายตาสบมองดวงตาแดงก่ำที่เบิกกว้างขึ้นไปอีกเท่าตัวกับคำต่อว่าของนาง ท่านปล่อยให้ข้าแบกรับความกังวลมากมายเพียงลำพัง...ท่านเหนื่อยจากงานแล้วอย่างไรเล่า? ใจคอจะทิ้งตัวลงนอนโดยไม่คิดไถ่ถามข้าบ้างหรือไร ว่าแต่ละวันข้าพบเจออะไรมาบ้าง!”

ข้า...ข้าไม่คิดมาก่อน-

อย่าเถียง ข้ายังพูดไม่จบ!”

...

          จวบจนดวงตะวันลาลับขอบฟ้า นางก็ยังต่อว่าต่อขานได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนจอมมารที่ต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเหยียบ ให้นางได้เทศนาจนพอใจแล้วล้มตัวลงนอนไปในที่สุด

คืนนี้ข้าจะนอนที่ห้องหับ ท่านก็ไปนอนที่ห้องของท่านเถอะค่ะ

แม้น้ำเสียงนางฟังดูทุเลาความโกรธลงมาบ้าง ทว่านางก็ยังคงหันหลังให้กับเขา ไม่แม้แต่จะสบตามองกันเหมือนอย่างทุกที

นางคงรู้สึกน้อยใจเหมือนอย่างที่ท่านแม่รู้สึก

          ดวงตาคมกริบลอบมองเรือนร่างบอบบางราวกับจะแหลกสลายได้โดยง่ายหากไม่ถนอมไว้ ทำให้จอมมารหวนนึกถึงมารดาของตนในค่ำคืนที่บิดาเอาแต่โหมงานราชกิจราชการ แม้มารดาป่วยไข้ก็ยังไม่เคยแวะเวียนมาดู

ทั้งที่เขาเองก็เคยหมายมั่นว่าถ้าหากมีภรรยา จะไม่ทำตัวเหมือนอย่างบิดาให้นางต้องทุกข์ใจ

เหตุใดวันนี้กลับกลายเป็นเขาเองที่ทำให้นางต้องมีน้ำตา

ท่านคงแปลกใจที่ข้าไม่ได้อ่อนหวานเหมือนอย่างที่ท่านวาดหวังไว้...อภัยให้ด้วย ที่ข้าเพิ่งมาเผยเนื้อแท้เอาป่านนี้

          เนเดเรียยกสองมือกอดสองแขนเอาไว้ไม่ให้สั่นเทายามสะอื้นในลำคอ อุตส่าห์กลั้นไม่ให้ร่ำไห้ออกมา แต่ก็อดไม่ได้เมื่อหวนนึกถึงเสียงหัวเราะเย้ยหยันของนางบำเรอพวกนั้นและคำกระซิบบอกต่อกันว่าอีกไม่นานนางคงถูกละเลย

นางเงี่ยหูฟัง...เสียงฝีเท้าที่ไม่ได้จากไปไหนไกลแต่ใกล้เข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ถูกทัดลงข้างหูนาง

          เนเดเรียหยัดตัวลุกขึ้นแล้วหยิบฉวยดอกไม้จากข้างหูมาดู และพบว่าดอกไม้ในมือนางเป็นดอกลิลลี่ขาวดอกนั้นที่นางเคยทัดหูให้กับจอมมารด้วยมือของนางเอง

มันควรจะเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา แต่ตอนนี้มันกลับเปล่งประกายในมือนางด้วยเวทย์ที่คอยรักษาไว้

เจ้าไม่ได้ชอบสีขาว แต่ข้าว่าสีนี้ เหมาะกับเจ้ายิ่งกว่าสีใด

          คำที่นางเคยเอื้อนเอ่ยเกี้ยวจอมมารในคราวนั้นที่ทัดดอกลิลลี่ดอกนี้ให้ คล้ายกับคำที่จอมมารเกี้ยวนางในตอนนี้ จนเผลอไผลสบตามองดวงตาแดงก่ำภายใต้แสงที่เล็ดรอดผ่านช่องหน้าต่าง ที่บัดนี้ดวงตาคู่นั้นกลายเป็นสีแดงวาวราวเม็ดทับทิมเมื่อต้องแสงจันทร์ยามค่ำคืน

รอยยิ้มจากกลีบปากหยักลึกที่มีเพียงนางผู้เดียวที่ได้เชยชม ปรากฏขึ้นมาเมื่อหยาดน้ำตาไหลปริ่มรื้นดวงตาสองสี

ท่านเองก็เหมาะกับสีขาวค่ะ

นางไม่อยากเข้าข้างใจตัวเองเหมือนอย่างบทบาทของนักบุญศักดิ์สิทธิ์เนเดเรียที่นางได้รับ

          ทว่านางก็อดไม่ได้ที่จะตอบรับจุมพิตหวานล้ำแล้วซุกดวงหน้าแดงก่ำลงบนอกแกร่ง หวังหลบซ่อนความน่าเกลียดเพราะร้องไห้จนน้ำหูน้ำตาไหลเป็นทาง หมดสิ้นซึ่งความงามที่ใครต่างก็เยินยอ

ข้าผิดไปแล้วที่ละเลยเจ้า อภัยให้ข้าได้หรือไม่?”

ไม่ค่ะ...จนกว่าท่านจะจัดการนางบำเรอพวกนั้นออกไปให้พ้นหูพ้นตาข้า

ข้ารอให้เจ้าเอ่ยเรื่องนี้อยู่เชียว

รู้แล้วก็จัดการด้วยค่ะ ท่านจอมมาร

          ค่ำคืนนั้นไม่มีใครล่วงรู้ว่าองค์ราชาราฟาเอลหายไปแห่งหนใด ทั้งที่พระองค์สั่งการให้เหล่าออร์คทำแหวนทองคำประดับอัญมณีเม็ดงามเพื่อถวายแด่องค์ราชินีเนเดเรีย

คงมีเพียงเบลเซบับที่ล่วงรู้ว่าทั้งสองพระองค์หายไปไหน

          เพราะถูกสั่งการให้จัดเตรียมของหวานไปถวายถึงห้องหับ เจ้าตัวจึงต้องวิ่งวุ่นจากปราสาทไปถึงป่าลึกริมเขตแดนเพื่อเก็บผลเชอร์รี่ที่องค์ราชินีโปรดปรานมาประดับประดาบนของหวานให้ดูน่าทาน

แต่หลังจากยืนเท้าเอวรออยู่หน้าห้องหับราวครึ่งค่อนคืน ก็เป็นอันต้องยกของหวานที่เริ่มจะเย็นชืดกลับเข้าครัวไป

ในห้องหับคงอิ่มเอมและร้อนรุ่ม มากกว่าของหวานของข้ากระมัง

นั่นเป็นคำที่เบลเซบับเอ่ยตอบคำถามของพวกข้ารับใช้ที่เห็นเจ้าตัวเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับไปยังครัว

 

_________________________________________________________


4.1.2020

7.1.2020

11.1.2020

23.1.2020

25.1.2020


วงวารเบลเซบับ

อัพถี่อย่าเพิ่งรำคาญ5555555

...

และในส่วนของน้องอาร์ธี่ เราก็ได้ดีลกับนักวาดมา เพราะนึกหน้าน้องไม่ค่อยออก


ให้ฟีลพ่อหนุ่มตัวใหญ่แต่นุ่มนิ่มนั่นเอง แต่ในรูปดูง่วงไปนิด555


ป.ล.1 เราตั้งใจจะตีพิมพ์เรื่องนี้เก็บเป็นเล่มไว้เชยชมนะคะ ใครสนใจพรีกับเราค่อยว่ากันทีหลังเด้อ

ป.ล.2 ตอนหน้าเป็นต้นไปอัพเต็มตอนไม่มีหย่อน%นะคะ เพราะเราต้องการเร่งเรื่องให้จบภาค1เร็วๆค่าาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 766 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

619 ความคิดเห็น

  1. #614 K-keaw___ (@Laksika-Napit) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 21:44
    laksikanapit@gmail.com
    #614
    1
    • #614-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 21:46
      แปะไว้ในทวิตจ้าาา
      #614-1
  2. #594 acapybab (@Little_G) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 10:02
    น้องอาร์ธี่ไปทางเคะมากเลยแม่!!! อ๊ายยยยยย>×<
    #594
    0
  3. #574 Artemis Rafael (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:05

    ชอบดีออนท์ หล่อมากกกกกก

    #574
    0
  4. #563 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 20:31
    ขอบคุณที่มาอัพค่าา
    #563
    0
  5. #562 yaoi1869 (@yaoi1869) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 08:09
    ทำไมตาของน้องเอียงงงง
    #562
    1
  6. #561 Herezaaa (@Herezaaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 17:30
    ปกรอบนี้สวย
    #561
    1
    • #561-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
      25 มกราคม 2563 / 17:31
      เพิ่งเปลี่ยนกลับฮะ ตอนแรกเอาปกจ้างวาดขึ้น555
      #561-1
  7. #560 May-Is-May (@May-Is-May) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 09:01
    อยากรู้รหัสncตอน8มากค่ะอ่านเเล้วอ่านอีกก็ไม่เจอ😨😢
    #560
    2
    • #560-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
      25 มกราคม 2563 / 09:04
      คำว่าแม่มดแปลเป็นอังกฤษตามด้วยชื่อของแอชลี่ย์เป็นอังกฤษในชาติก่อนค่าา
      #560-1
    • #560-2 May-Is-May (@May-Is-May) (จากตอนที่ 9)
      25 มกราคม 2563 / 14:16

      Σ>―(〃°ω°〃)♡→
      #560-2
  8. #559 #Amnessia (@run421) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 07:10

    5555 อำนาจเมียย ชอบอัพถี่ 555
    #559
    0
  9. #558 VALENZIA KILLER DEATHKNIGHT (@zebell) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 05:11
    ไม่รู้ใครเป็นเหมือนกันไหม อินฉากที่เนเดลแสดงอารมณ์มากก
    #558
    0
  10. #557 Kazael (@Kazael) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 21:14
    รอเลยคุณชายหนึ่ง
    #557
    0
  11. #555 #Amnessia (@run421) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 02:59

    แง่มมมมมมม รอหนักมากกกก
    #555
    1
  12. #551 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:17
    ฟินเฟ่ออออ
    #551
    0
  13. #549 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 10:48
    *ปิดรับเมล์ รับเพิ่มได้อีกนิดหน่อย ที่เหลือตามที่หน้าทวิตเรานะคะ*
    #549
    0
  14. #548 HuZNaja (@HuZNaja) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:59
    prae140544@gmail.com
    #548
    4
    • #548-3 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
      12 มกราคม 2563 / 01:03

      ขออภัยนะคะ พอดีพรุ่งนี้ติดธุระ
      #548-3
    • #548-4 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
      12 มกราคม 2563 / 01:11
      ส่งไปแล้วนะคะ ไหนๆตอนนี้เราก็นอนไม่หลับอยู่55555
      #548-4
  15. #547 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:56
    ส่งแล้วรอบที่1
    #547
    0
  16. วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:53
    Pinpinrmsgjh@gmail.com
    #546
    0
  17. #545 Eastbell (@Eastbell) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:42
    sarobell9494@gmail.com
    #545
    0
  18. #542 Y.Y.Ur (@carost) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:59
    urasrir@gmail.com
    #542
    0
  19. #541 Titprapa (@Titprapa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:53
    falafahh001@gmail.com
    #541
    0
  20. #540 nana_123 (@nana_123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:51
    pd.eyeny@gmail.com
    #540
    0
  21. #539 Nupu0112 (@Nupu0112) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:16
    aratpongjiwanit@gmail.com
    #539
    0
  22. #536 0621377839 (@0621377839) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:56
    dararat.m2u@gmail.com
    #536
    0
  23. #535 soranZ (@soranZ) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:13
    napas871@gmail.com
    #535
    0
  24. #534 AiLove (@ooailoveoo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 17:54
    qqailoveqq@gmail.com.....Emailนี้เลยจ้าาาาา
    #534
    0
  25. #532 PrincessFlower (@susrsom333) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 17:31
    Susrsom333@gmail.com​
    #532
    0