เมื่อนักบุญศักดิ์สิทธิ์อยากเป็นภรรยาจอมมาร - When a Divine Priest wants to be a Demon Wife

ตอนที่ 5 : บทที่ 04 - ดอกไม้ในอุ้งมือมาร |100%|

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,716 ครั้ง
    8 ก.ย. 62







4

ดอกไม้ในอุ้งมือมาร

 


 

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพีองค์หนึ่งผู้ก่อกำเนิดจากเกลียวคลื่นแห่งลมหายใจของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายแหล่ หรือที่รู้จักกันในนาม เทพีแห่งสรรพสิ่ง...เทพีผู้นั้นแหละที่ใครต่อใครต่างก็ชื่นชมในความงดงามและอ่อนโยน ทั้งยังเป็นที่รักของสิงสาราสัตว์ รวมไปถึงเหล่าเทพที่หลงใหลได้ปลื้มในรูปโฉมของนาง

          กระนั้นนางก็ไม่แม้แต่จะมอบมิตรไมตรีให้เทพองค์ใดที่ย่างกรายเข้ามาหานางด้วยช่อดอกไม้ แต่นางกลับชักสีหน้าใส่แล้วไล่ตะเพิดไปให้ไกล เพราะโกรธเคืองที่เด็ดดอกไม้พวกนั้นออกมาจากต้นจนมันบอบช้ำ

          อย่าว่าแต่เทพที่เข้ามาเกี้ยวนางด้วยดอกไม้เลย ต่อให้เป็นใครอื่นที่คิดทำลายความงดงามของผืนป่า นางก็กริ้วโกรธใส่ทุกผู้ทุกคนจนก่อเกิดคำรหา ว่าเทพีแห่งสรรพสิ่งเป็นเทพีที่มีจิตใจคับแคบ เอาแต่ปกปักษ์รักษาดอกไม้ใบหญ้าพวกนั้นจนไม่คิดผูกมิตรกับใคร

คำครหาเหล่านั้นล่วงรู้ไปถึงหูนาง

ทว่านางก็ไม่ได้นึกสนใจแต่อย่างใด เพราะแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่ได้อยากข้องเกี่ยวกับคนในแดนสวรรค์ซักเท่าไหร่

          ดีเสียด้วยซ้ำ ที่นางโดนมองว่าเป็นเทพีที่เลวร้าย...จะได้ไม่ต้องเข้าร่วมเทศกาลร่วมโต๊ะจิบน้ำชาเพื่อเฟ้นหาคู่ครอง ตามกฎที่บัญญัติไว้ว่าเทพหรือเทพีองค์ใดมีอายุมากกว่าพันปีต้องมีคู่ครอง สืบทอดสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ให้คงอยู่ต่อไป

กระนั้นเทพีแห่งสรรพสิ่งก็ไม่อาจหนีพ้นจดหมายเวียนที่เชื้อเชิญมาถึงนางให้ไปเข้าร่วมเทศกาล

แม้นางจะหลบไปอยู่ตรงซอกหลืบใด สัตว์บริวารของมหาเทพก็คอยแต่จะมอบจดหมายเวียนให้จนนางเหนื่อยหน่ายที่จะวิ่งหนี

นางจึงตัดสินใจเด็ดขาด ที่จะหลบไปลี้ภัยที่แดนมนุษย์เป็นเวลาซักร้อยปี

ข้าไม่ต้องการมีชีวิตรักกับใครทั้งสิ้น

          คำนั้นที่นางเอื้อนเอ่ยออกมายามปลายเท้าเหยียบย่างผืนป่าของแดนมนุษย์ เป็นดั่งคำสัตย์ที่นางให้ไว้กับตัวนางเองว่านางจะตั้งมั่นกับคำพูดของนางไม่ผันเปลี่ยนไป

ใช่แล้ว...นางตั้งมั่นและวาดฝันเอาไว้มากมาย ว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับผืนป่าไปชั่วกัปชั่วกัลป์

          กระนั้นก็ไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้สั่นไหว ยามได้พบสบตากับมนุษย์ที่รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของนาง ในคืนจันทร์เต็มดวงที่นางกำลังร่ายรำ เพื่อเพรียกหามวลดอกไม้ใบหญ้าที่ทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกหน

          เทพีแห่งสรรพสิ่งไม่รู้ประสาในเรื่องรักใคร่มาก่อน แต่นางก็รู้ดีว่าอาการใจเต้นระรัวและผิวแก้มที่แดงก่ำของนาง เป็นอาการที่เรียกว่าขวยเขินอย่างไม่ต้องสงสัย

และดูเหมือนชายหนุ่มผู้นั้น ก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับนาง

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากทั้งสองจะเข้าหากันได้โดยง่าย เพราะใจที่ตรงกัน

          ยามชิดใกล้กับชายผู้นั้น ทำให้นางลืมเลือนไปหมดสิ้นว่าก่อนย่างกรายมายังแดนมนุษย์นางได้ตั้งมั่นในสิ่งใดไว้ มัวแต่เอียงอายกับคำเกี้ยวของเขาที่ต่างกับคำเกี้ยวของใครอื่นที่เคยเกี้ยวนาง

ใครต่างก็หยอดคำหวาน ด้วยการยกยอรูปโฉมของนาง

แต่เขากลับหยอดคำหวาน ด้วยการยกยอว่านางมีจิตใจอ่อนโยนและสูงส่งยิ่งกว่าใคร

          พวงแก้มของนางก็แดงเรื่อทันทีที่ได้ยินและได้สบมองแววตาที่แสดงถึงความจริงใจเมื่อเอื้อนเอ่ยคำยกยอนั้นออกมา ยิ่งได้เสวนากันในเรื่องราวของตนเอง ก็ยิ่งทำให้ทั้งสองผูกใจรักอีกฝ่ายจนไม่อาจถอนตัวขึ้นปักใจรักกันโดยมองข้ามความต่างของเผ่าพันธุ์ไปโดยสิ้นเชิง...

นางเป็นเทพีแห่งสรรพสิ่ง ผู้มีหน้าที่ปกปักษ์รักษาทุกสิ่งอย่าง

เขาเป็นมนุษย์ที่มียศถาเป็นเจ้าชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรเล็กๆทางตอนใต้ของแดนมนุษย์

          กระนั้นทั้งสองก็ตัดสินใจครองรักกันที่อาณาจักรเล็กๆอย่างที่กล่าวไปข้างต้น และมีบุตรีด้วยกันหนึ่งคน...บุตรีที่สืบเชื้อสายของมารดาที่เป็นเทพี และบิดาที่เป็นมนุษย์

         เนเดเรีย...เป็นนามของเจ้าหญิงน้อยที่กำเนิดในค่ำคืนนั้นที่จันทร์เต็มดวง และกำเนิดท่ามกลางคำอวยพรของผู้คนในอาณาจักรที่โห่ร้องอย่างยินดี

          เทพีแห่งสรรพสิ่งที่กลายเป็นราชินีและมารดาในคราวเดียวกัน รู้สึกตื้นตันระคนสังหรณ์ใจยามได้สบมองดวงตาสองสีของธิดาในอ้อมอก  

          นางไม่อาจเอื้อนเอ่ยความรู้สึกในใจนางที่ตีรวนกันออกมาเป็นคำพูดได้ จึงเลือกที่จะบอกกล่าวกับสามีว่านางจะให้นางฟ้าแม่ทูนหัวมอบพรให้แก่ธิดา หากมีเหตุต้องพลัดพรากจากกัน ธิดาตัวน้อยจะได้เอาพรส่วนนั้นออกมาใช้ได้ตามแต่ใจ

          ทว่าสามีของนางกลับไม่เห็นด้วย เพราะการมอบพร หากไม่ได้รับการยินยอมจากมหาเทพจะเป็นการหมิ่นพระองค์อย่างถึงที่สุด และพระองค์อาจจะกริ้วโกรธถ้าล่วงรู้ว่าเทพีแห่งสรรพสิ่งมีธิดาที่มีสายเลือดอันต่ำต้อยของมนุษย์ปะปน

         ข้ารู้ดีว่าข้าทำผิดต่อมหาเทพที่ให้กำเนิดสายเลือดก้ำกึ่ง แต่ขอเพียงลูกข้าได้รับพรติดตัวไว้ใช้ปกป้องตัวนางเอง ไม่ว่าโทษใดข้าก็ยินดีจะรับ

คำที่เทพีแห่งสรรพสิ่งเอื้อนเอ่ย คล้ายกับบอกเป็นนัยว่านางกังวลในชะตาของธิดาเหลือเกิน

          สามีของนางไม่เข้าใจนางนัก เพราะเขาเป็นมนุษย์ที่ไม่อาจหยั่งรู้อนาคตเหมือนกับเทพีเช่นนาง แต่ก็ยินยอมที่จะตามใจภรรยา ด้วยการจัดพิธีเฉลิมฉลองและเชื้อเชิญเหล่าภูตนางฟ้าจากทั่วทุกสารทิศมายังอาณาจักร เพื่อเฟ้นหานางฟ้าแม่ทูนหัวที่จะมอบคำอวยพรให้แก่เจ้าหญิงเนเดเรีย

          ในวันนั้นที่อาณาจักรจัดพิธีเฉลิมฉลอง นางหลงคิดว่าทุกสิ่งอย่างจะราบรื่นตามที่หวังไว้ กระทั่งพิธีการดำเนินถึงขั้นตอนที่ภูตนางฟ้าต้องทยอยกันมาอวยพรเจ้าหญิงน้อยที่นอนหัวเราะตามประสาในเปลทองคำ ท้องฟ้าที่สว่างสดใสก็แปรปรวน ก่อเกิดเมฆฝนและแสงสว่างวาบของสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงตรงกลางท้องพระโรง

เป็นมหาเทพที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านางอย่างไม่ต้องสงสัย

บังอาจนัก!”

          สุรเสียงของมหาเทพที่ดังก้องไปทั่วทั้งท้องพระโรง ทำให้ผู้คนในพิธีตื่นกลัวมาน้อย ต้องรีบทรุดตัวลงไปคุกเข่าเหมือนกับราชาและราชินีแห่งอาณาจักร

          เทพีแห่งสรรพสิ่งรู้สึกตระหนกตกใจกับการปรากฏตัวของมหาเทพไม่น้อย แม้จะเตรียมใจไว้ว่าถึงอย่างไรก็ต้องได้รับโทษจากพระองค์ แต่พอได้พบเจอกัน ปากคอนางกลับสั่นระริกเพราะไม่อาจร้องขอคำให้อภัย ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาเอ่ยว่าตัวนางยินดีรับโทษทุกสิ่งอย่าง ขอเพียงฝ่าบาทละเว้นสามีและลูกของนางไว้

          ได้ยินภรรยาเอ่ยเช่นนั้น สามีของนางก็ขอรับโทษแทนนาง ไม่เกรงกลัวต่อสายตาของมหาเทพที่ทอดมองทั้งสองด้วยสายตาเรียบตึง...ที่ผันเปลี่ยนไปเป็นสายตาขบขัน ทั้งยังส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสำราญใจ

ไม่ว่าเรื่องใด ข้าก็หาได้กริ้วโกรธอย่างที่เกรงกลัวกัน

          ก่อเกิดความมึนงงที่ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของสองสามีภรรยาเมื่อเห็นมหาเทพหัวเราะเสียเสียงดังลั่น ครั้นเอ่ยถามว่าเหตุใดฝ่าบาทไม่กริ้วโกรธ กลับโดนหยอกเย้าว่าทั้งสองช่างคิดเล็กคิดน้อยเสียจริง

          จริงอยู่ที่มีกฎบัญญัติไว้ว่าเทพหรือเทพีต้องมีคู่ครองเพื่อสืบทอดสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ให้คงอยู่ต่อไป...แต่ไม่มีข้อห้ามใดที่บัญญัติไว้ ว่าต้องสืบทอดสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีสายเลือดอื่นใดปะปน

มหาเทพไม่ได้บังคับให้มีคู่ครองที่กำเนิดในแดนสวรรค์เสียหน่อย...ที่ทำตามกัน ก็ล้วนแล้วแต่คิดไปเองกันทั้งสิ้น

          ราวกับยกความหนักอกหนักใจที่มีมานานให้พ้นไป แข้งขาของเทพีแห่งสรรพสิ่งอ่อนแรงด้วยความโล่งใจจนสามีนางต้องเข้ามาตระกองกอดไว้ไม่ให้ล้มลง ได้แต่เอ่ยขอบคุณมหาเทพที่ไม่ถือโทษโกรธนาง ทั้งยังมาเยือนเพื่อร่วมอวยพรให้แก่ธิดาตัวน้อยที่นอนหัวเราะไม่รู้ประสาว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ณ ที่แห่งนี้

นี่หรือลูกของเจ้า...ช่างงดงามเหมือนเจ้าเสียจริง

          มหาเทพก้มมองเจ้าหญิงน้อยที่คว้าปลายเส้นผมดำขลับของพระองค์แล้วยื้อเล่นอย่างสนุกสนาน แม้ข้าราชบริพารจะรีบเข้ามาปราม ก็จำต้องก้มหน้างุดเพราะมหาเทพเอ่ยว่าจะขอเชยชมหลานรักให้เต็มตาเสียหน่อย

จากที่นึกเอ็นดูในความร่าเริงของนาง พระองค์กลับชะงักไปเมื่อได้สบมองเข้าไปในดวงตาสองสีของเจ้าหญิงเนเดเรีย

ข้าจะมอบพรสามประการให้นาง

          ไม่ทันที่เทพีแห่งสรรพสิ่งจะได้ยกมือทาบอกด้วยความตกใจกับคำบอกของมหาเทพ ปลายนิ้วของพระองค์ก็จรดลงบนหน้าผากมนของลูกนาง ก่อเกิดแสงสว่างวาบแสบตาจนต้องยกมือขึ้นมาปัดป้อง

และเมื่อแสงสว่างนั้นจางหายไป มหาเทพก็หายไปพร้อมกับแสงนั้น มีเพียงคำบอกกล่าวของพระองค์ที่ดังก้องอยู่ในหูของนาง

ลูกของเจ้าจะพบเจอความทุกข์ยากที่จะมาเยือน ขอเจ้าอย่ากังวลและจงนำนางมาพบกับข้าอีกหนหนึ่ง

          เทพีแห่งสรรพสิ่งสังหรณ์ใจในชะตาของบุตรีตั้งแต่ได้พบสบตากัน แต่ลางสังหรณ์ของนางก็ยังไม่แน่ชัด กระทั่งได้ยินคำย้ำบอกของมหาเทพ...นางจึงแน่ใจแล้วว่า คงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในอีกไม่ช้าเป็นแน่

อย่างคำว่า ชะตาไม่อาจคาดเดาได้

เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น สงครามรวบรวมอาณาจักรให้เป็นจักรวรรดิเพื่อต่อกรกับจอมมารก็เกิดขึ้น

          ความแห้งแล้งอดยากที่คืบคลานเข้ามาเพราะไฟสงคราม ทำให้อาณาจักรเล็กๆหลายอาณาจักรต้องร่วมมือกัน และลุกขึ้นมาจับดาบจัดกองทัพเพื่อเข้าต่อกรกับอีกฟากฝั่งอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

ฝ่าบาทเก่งกล้า คงนำชัยชนะกลับมาไม่ช้าก็เร็ว

          เพราะได้ชื่อว่าเป็นองค์ราชินี นางจำต้องเอ่ยปลอบใจข้าราชบริพารทั้งที่ใจนางก็สั่นคลอนไม่น้อย ยามเห็นคนรักต้องจากกันไปนำทัพออกรบ และกลับมาด้วยใบหน้าอ่อนแรงกับเรือนกายที่โชกเลือดทุกครั้งครา

นางจึงได้แต่ภาวนา ขอให้สงครามจบลงโดยเร็ว...

แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

          เมื่อกลางดึกคืนหนึ่งที่นางไม่อาจข่มตาหลับได้ นางจึงโอบอุ้มธิดาขึ้นมาในอ้อมอกแล้วเดินชมสวนดอกไม้หลังพระราชวังพอให้ใจนางคลายกังวล ในตอนนั้นเอง นางบังเอิญได้ยินอัศวินรักษาประตูอาณาจักรที่เร่งรุดเข้ามา แล้วกระซิบบอกกับนายทหารประตูพระราชวัง

องค์ราชาสิ้นพระชนม์แล้ว ข้าว่าเราควรพาองค์ราชินีกับเจ้าหญิงหลบหนีจะดีกว่า

          ราวกับใจนางแตกสลายเป็นผุยผง...ทั้งปวดหนึบในอก ทั้งเสียใจจนอยากกรีดร้องออกมาเมื่อได้ทราบว่าคนรักของนางตายจากไป

          กระนั้นนางก็ต้องรีบตั้งสติแล้วเข้าไปออกคำสั่งกับนายทหารให้นำผู้คนในตัวเมืองเข้าไปหลบในพระราชวัง ส่วนตัวนางจะปกป้องอาณาจักรนี้ไว้ไม่ให้ใครหน้าไหนบุกรุกเข้ามาได้

จงเติบโตเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน...พรสองประการนี้ แม่ขอมอบให้เจ้าไว้ใช้ปกป้องตัวเจ้าจากภัยทั้งปวง

          นั่นเป็นคำที่นางกระซิบบอกธิดาให้จดจำไว้ ก่อนตัดสินใจส่งมอบธิดาให้เรือลำเล็กนำพาลูกของนางไปพบกับมหาเทพตามที่พระองค์เคยตรัสไว้ แล้วจึงหันหลังกลับไปเผชิญกับไฟสงครามที่คืบคลานเข้ามาใกล้

ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่รื้นริน แห้งผากไปกับความเศร้าใจในชะตาที่ต้องพบเจอ       

...

ทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาของนักบุญเนเดเรียจนครบจบความ

          หยาดน้ำตาของขุนพลแฝดก็ไหลพรากอย่างไม่อาจห้ามได้ ทั้งยังหันไปกอดกันกลม ส่งเสียงร้องไห้จ้าดังลั่นโถงจนข้ารับใช้สะดุ้งตกใจ

คนที่หวังตีสนิททั้งสองด้วยการเล่าอดีตของตัวเองให้ฟัง จึงต้องเข้าไปเอ่ยปลอบให้เลิกร้องไห้เสียที

          ทว่าต่อให้นางเอ่ยปลอบหรือเกลี้ยกล่อมให้พากันเลิกร้องไห้ ก็ไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะหยุดยั้งเสียงร่ำไห้ของตนได้ ทั้งยังหันมาต่อปากต่อคำกับนางอีกต่างหาก 

เจ้าไม่เสียใจเลยรึ ทำไมถึงไม่มีหยาดน้ำตาซักหยด!” เบลเซบับว่า

          ข้าฟังแล้วยังเศร้าใจแทนเจ้าจนต้องร้องไห้ออกมา  แต่เจ้ากลับไม่มีน้ำตาให้ได้เห็น นี่เจ้ายังมีหัวใจอยู่หรือไม่!?” แอสโมดิวส์ต่อว่านาง

          เนเดเรียได้แต่ยิ้มเจื่อนกับคำว่ากล่าวของทั้งสอง ก่อนย่องออกมาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ แล้วตรงไปยังสวนดอกไม้หลังปราสาทที่จอมมารราฟาเอลคงนั่งเท้าคางอยู่ที่ศาลา รอนางให้ไปพบอยู่นานสองนาน

          ถ้าหากถามถึงที่มาที่ไป ที่นางล่วงรู้ถึงอดีตของตัวนาง คงต้องเท้าความ ย้อนกลับไปเมื่อคืนวันก่อนที่ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวฉายชัดอยู่บนท้องฟ้า...

          คืนวันนั้นนางนอนพลิกตัวไปพลิกตัวมาอยู่บนตั่งเตียงในโพรงไม้ต้นม่านเมฆา เพราะมัวกระวนกระวายว่านางควรชงชาอย่างไรให้จอมมารราฟาเอลประทับใจมิรู้ลืม

กระทั่งความอ่อนล้าที่ต้องมานั่งนอนขบคิดจนปวดหัว นางจึงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

และฝันถึงเรื่องราวในอดีต ที่ตัวนางไม่เคยสงสัยมาก่อน

เมื่อลืมตาตื่นขึ้น เนเดเรียก็เป็นอันต้องยกมือเกาหัวด้วยความมึนงง

          เพราะชาติก่อนที่นางจะสิ้นใจตาย นางอ่านนิยายจนจบและไม่มีบทไหนซักบทที่กล่าวถึงบิดามารดาของนาง นอกจากบอกเอาไว้ว่ามารดาเป็นเทพีแห่งสรรพสิ่ง และบิดาเป็นมนุษย์เท่านั้น

แต่จู่ๆนางก็ได้ทราบถึงเรื่องราวของบิดามารดาตั้งแต่พบเจอกันไปจนถึงให้กำเนิดนาง

เรื่องนั้นทำให้เนเดเรียสับสนว่านางควรรู้สึกอย่างไรที่บิดาตายจากไป ส่วนมารดาก็ไม่อาจทราบว่าอยู่หรือตาย

ทั้งมึนงงและตกใจ แต่กลับไร้ซึ่งความเศร้าโศกเสียใจอย่างที่ควรเป็น

ราวกับใจนางถูกมนตร์บางอย่างสะกดไว้ ไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดกับความหลังในครั้งนั้นเมื่อนางจดจำได้...

เนเดเรียทราบในทันทีว่ามนตร์ที่สะกดนางไว้ คงเป็นมนตร์ของมหาเทพที่ร่ายใส่นางในครั้งที่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยไม่รู้ประสา

ทำไมถึงคิดว่าเป็นฝีมือของมหาเทพรึ?

ก็เพราะนอกจากนางจะไม่รู้สึกเจ็บปวดกับความหลังแล้ว นางยังจดจำนามของบิดามารดาไม่ได้แม้แต่คำเดียวอย่างไรเล่า!

          ยิ่งไปกว่านั้น นางก็ไม่อาจทราบว่าหลังจากที่ท่านแม่ปล่อยให้นางไปพบกับมหาเทพด้วยเรือลำน้อย...นางได้พบเจอกับพระองค์หรือไม่ แล้วนางเติบใหญ่จนกลายเป็นนักบุญเนเดเรียได้อย่างไร?

          คำถามที่ก่อเกิดขึ้นมา ทำให้นางปวดหัวจนอยากเลี่ยงที่จะนึกถึงด้วยการตรงดิ่งไปยังแดนปีศาจ ทั้งยังหอบหิ้วชาร้อนที่นางชงเองกับมือมาให้ หวังจะเอาใจเขาให้ยิ้มแก้มแตกอย่างที่วาดฝันเอาไว้

          บังเอิญได้พบเจอกับปีศาจเบลเซบับและปีศาจแอสโมดิวส์ที่วิ่งเข้ามาพันแข้งพันขานางเสียก่อน แล้วยังจะร้องขอชาที่นางเอามาให้จอมมารอีกต่างหาก

          แม้เนเดเรียจะชื่นชอบเด็ก แต่นางก็ขอละเว้นปีศาจเด็กทั้งสอง ที่มีรูปลักษณ์เป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักแต่เนื้อแท้เป็นปีศาจตัวใหญ่ยักษ์ที่มีอายุมากกว่านางเป็นพันปี

นางก็แค่อยากเล่านิทานด้วยเรื่องในอดีตของตัวนางให้เจ้าแฝดปีศาจฟัง จะได้ละความสนใจจากกาน้ำชาในมือนางก็เท่านั้น

ใครจะรู้เล่า ว่าเรื่องราวของนางจะทำให้เจ้าแฝดบ่อน้ำตาแตกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

น่าเศร้าขนาดนั้นเชียว?”

          กลีบปากอิ่มเปรยถามตัวนางเองด้วยความสงสัย ดวงตาสองสีอันงดงามเหม่อมองออกไปนอกช่องหน้าต่างเป็นร้อยช่องของปราสาทยามในขณะที่สองขาของนางก้าวไปตามโถงทางเดิน จนไม่ทันสังเกตว่ามีร่างสูงใหญ่เดินตามติดนางไปไม่ห่างหาย

          กว่าเนเดเรียจะรู้ตัวว่าเดินใจลอย นางก็มาโผล่อยู่ที่ส่วนในของปราสาทหรือที่เรียกกันว่า...ส่วนพำนักของเหล่านางบำเรอจอมมารราฟาเอล

          สติอันเลือนรางกลับคืนมาทันใด พร้อมกับมุมปากนางที่เบะคว่ำลงเมื่อเผลอนึกถึงบทรักอันเร่าร้อนที่นางบำเรอพวกนั้นคงคอยปรนเปรอให้กับว่าที่สามีของนางได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อจะได้ตะเกียกตะกายจากมุมมืด แล้วก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดินีเคียงข้างจอมมารได้อย่างสง่าผ่าเผย

เพียงครุ่นคิด หูกาน้ำชาในมือนางก็ร้าวเป็นรอย

นางรู้สึกหงุดหงิดใจจนอยากจะกระทืบเท้าเร่าๆเสียตรงนี้ แต่ก็ต้องทำทีสำรวมเข้าไว้ แม้เส้นเลือดข้างขมับนางจะปูดโปน

          อีกประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น เนเดเรียก็จะได้ตบแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของจอมมาร.. และเมื่อถึงเวลานั้น นางจะจัดการส่วนในของปราสาทให้ราบเป็นหน้ากลองเลยคอยดู!

เพราะความหงุดหงิดจนไม่คิดปรายหางตามองคนรอบตัว ทำให้นางหันกลับไปโดยไม่ทราบว่ามีคนยืนอยู่ชิดติดนางยิ่งกว่าเงา

          กระทั่งหน้านางยับยู่หลังจากหันกลับไปกระแทกกับอกกว้างของคนตรงหน้านั่นแหละ นางจึงทราบว่าเป็นจอมมารราฟาเอลที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

ตายจริง ท่านราฟาเอลเดินตามข้ามาตั้งแต่ตอนไหนกันคะ?”

          เนเดเรียกลบเกลื่อนสีหน้าทะมึนครึ้มของนางด้วยการแสร้งยิ้มกว้าง แล้วค้อมกายทักทายด้วยท่วงท่าสง่างามให้กับจอมมารราฟาเอล ที่ยืนก้มหน้างุดราวกับจะหลบเลี่ยงสายตาของนาง

เห็นจอมมารมีท่าทีที่แปลกไป นางก็นึกเอะใจ

          แต่ไม่ทันได้เอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น มือนางที่หมายจะยื่นเข้าไปเกาะกุมชายเสื้อของอีกฝ่าย ก็ถูกมือหนาเข้าฉวยแล้วฉุดรั้งให้เดินออกไปยังสวนดอกไม้หลังปราสาทด้วยกัน

เอ๊ะ ประ-ประเดี๋ยว...

          เมื่อถูกฉุดกระชากลากถูมาถึงศาลากลางสวนดอกไม้ นางก็จำต้องทรุดนั่งลงด้วยเรี่ยวแรงของมือหนาที่กดไหล่นางไว้ ครั้นจะเอ่ยถามว่าเขาเป็นอะไรไป ก็ได้แต่ลากเสียงให้เหือดหายไปกับสายลม

เพราะจู่ๆ ไหล่นางก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งของศีรษะทุยที่เอนซบลงมา

ข้าได้ยินเรื่องที่เจ้าเล่าให้เบลกับแอสฟัง...ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหลือเกิน

          เนเดเรียไม่คิดคาดคั้นถามหาเหตุผลที่จอมมารทำตัวแปลกไป เพราะนางได้ล่วงรู้จากปากของเขาที่เอ่ยออกมาโดยที่นางไม่ต้องไถ่ถามซักคำ ทั้งยังฝ่ามือหนาที่เข้ามากอบกุมมือของนางเอาไว้ด้วยราวกับจะช่วยให้นางได้คลายความเศร้าใจลง

          ทั้งที่นางไม่ได้รู้สึกเศร้าใจอย่างที่ใครเข้าคิด แต่พอได้รับความเห็นใจ...ความเศร้าของนางที่ถูกสะกดเอาไว้ กลับปะทุขึ้นมาทีละเล็กละน้อยเสียอย่างนั้น

ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้เศร้าค่ะ

          แม้จะว่าเช่นนั้น แต่นางก็ยกมืออีกข้างที่ละจากการน้ำชา มาลูบเรือนผมสีขาวพิสุทธิ์ของจอมมารราฟาเอลอย่างเบามือ เป็นการตอบแทนในความเห็นใจที่ได้รับมาจากเขา

หากใครเห็นจอมมารทำตัวเชื่องยิ่งกว่าลูกแมวยามอยู่กับข้า... คงเป็นข้าเองที่หึงหวงจนไม่เป็นอันทำอะไร

          นักบุญเนเดเรียหัวเราะในลำคอเมื่อตลบคิดเช่นนั้น นางคิดว่าจะขอลอบสูดกลิ่นกายของเขาให้เต็มปอดอีกซักหน่อยแล้วค่อยผละออกไป แต่ทว่าห้วงอารมณ์นางก็ถูกขัดด้วยกระซิบคำขออันใสซื่อของจอมมารราฟาเอล

ข้าจับมือเจ้าได้ใช่หรือไม่?”

อย่ามาถามหลังจากจับแล้วสิคะ

(ต่อ)

          นางหัวเราะเสียงดังเมื่อจอมมารราฟาเอลผละออกจากนางด้วยสีหน้าเรียบตึงที่เก็บซ่อนความขวยเขินเอาไว้ ราวกับเจ้าตัวนึกขึ้นได้ว่าถามเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง จึงต้องทำเป็นกระแอมไอแล้วเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงดุดัน

ข้าบอกให้เจ้ารออยู่ที่ป่าแดนเหนือ แล้วนี่เจ้ามาหาข้าทำไมกัน?”

          สีหน้าท่าทางคล้ายกับผู้ใหญ่กำลังดุเด็กน้อยที่ดื้อรั้น ทำให้นางจำต้องเม้มปากแน่นสะกดกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ในลำคอจนไหล่สั่น เพราะไม่อยากให้จอมมารรู้สึกเขินอายไปมากกว่านี้ นางจึงเลิกคิดที่จะหยอกเย้าเขาแล้วโปรยยิ้มหวานไปให้อีกหนึ่งตลบ

ข้าคิดถึง ก็เลยมาหาท่านด้วยตัวเอง

          ว่าแล้วก็ปรอยตามองคนข้างกายด้วยจริตจกร้านของที่นางคิดว่างดงาม แต่ก็เป็นอันต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อสิ่งที่นางได้รับกลับมาคือสันมือที่สับเข้ากลางหัวนางเบาๆ พร้อมกับน้ำเสียงเรียบตึงที่แปรเปลี่ยนเป็นขึงขัง ข้าว่าข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่รึ ว่าตอนนี้เจ้าเป็นคู่หมั้นคู่หมายข้า?”

เจ้าจึงไม่ควรไปไหนมาไหนตามใจชอบ เพราะพวกมนุษย์อาจหมายหัวเจ้าซักวัน...ท่านจะว่าอย่างนี้ใช่ไหมคะ?”

เนเดเรียล้อเลียนน้ำเสียงเข้มของอีกฝ่ายยามว่ากล่าวแล้วกลั้วหัวเราะ กลบเกลื่อนความหวาดหวั่นในใจที่ก่อตัวขึ้นมา

          ข่าวลือที่อดีตนักบุญศักดิ์สิทธิ์หมั้นหมายกับจอมมารแพร่สะพัดออกไปเป็นวงกว้าง และฝ่ายมนุษย์คงจะทราบโดยทั่วกันแล้ว...ทว่าทางนั้นกลับแน่นิ่งจนน่าแปลกใจ

เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องขบคิดอย่างหนัก

          คราวก่อนที่พรห้าประการเสียสมดุล เนเดเรียก็บังเอิญทราบเจตนาอันร้ายกาจของแม่เจ้าหญิงแอชลี่ย์ และแน่ใจยิ่งกว่าอะไรดี ว่านางต้องโดนแม่คนนั้นหมายหัวเป็นแน่

          ทว่านางก็ไม่ได้มีสีหน้าหวาดวิตกหรือหน้านิ่วคิ้วขมวดแต่อย่างใด กลับส่งเสียงเจื้อยแจ้วแล้วหันไปรินชาลงถ้วยให้กับจอมมารได้อย่างสบายอกสบายใจ

แน่นอนว่านางไม่มีทางเปิดโอกาสให้แม่เจ้าหญิงใช้เล่ห์กลอะไรกับนางได้

          เพราะนักบุญเนเดเรียผู้นี้ก็ได้ตระเตรียมแผนการ เพื่อคอยต้อนรับขับสู้ทางนู้นไว้เช่นกันมิเช่นนั้น นางคงไม่มีหน้ามาวิ่งตามว่าที่สามีแบบนี้หรอก

ชาหอมดี เจ้าชงเองรึ?”

น้ำเสียงที่ย้ำถาม ทำให้มุมปากที่กำลังแย้มยิ้มยามนึกถึงแผนการที่เตรียมไว้ต้องชะงักไป

ข้าชงเองค่ะ...ทำไมคะ ท่านสงสัยว่าข้าไม่ได้ทำเองรึ?”

          จู่ๆนางก็เสียวสันหลังวาบเมื่อดวงตาแดงก่ำคู่นั้นจรดมองคล้ายจับผิดอากัปกิริยาเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหัวเราะของนาง จำต้องกลบเกลื่อนด้วยการเอ่ยถามประชดประชัน ทำท่าแง่งอนกอดอกผินหน้าหนี

หวังให้จอมมารยื่นปลายนิ้วก้อยมาให้นางเกี่ยวไว้ด้วยท่าทางน่ารักน่าชังเหมือนเมื่อครู่ แต่ทว่า...

          เปล่า ข้าไม่ได้สงสัย แค่แปลกใจที่เจ้าคอยเอาใจข้าด้วยการชงชา จอมมารหัวเราะในลำคอเสียงแผ่ว คงคิดว่านางไม่ได้ยิน ช่างน่าดีใจจริงๆ ภรรยาใส่ใจข้าถึงเพียงนี้

          ทว่าอากัปกิริยาที่นางหวังให้เขาเขินอาย กลับเป็นนางเสียเองที่เขินอายจนตัวม้วนกลม เพียงเพราะคำว่า ภรรยา ที่เอื้อนเอ่ยออกมา

          อาจเป็นเพราะที่ผ่านมา มีแต่นางที่คิดรุกเข้าหา แต่พอโดนรุกกลับบ้าง จึงมีอากัปกิริยาปากคอสั่นนั่งตัวบิดตัวม้วน ราวกับสาวน้อยวัยแรกแย้มที่เพิ่งเคยโดนหนุ่มหยอดคำหวาน

แล้วนั่น ยังจะมามองหน้านางแล้วหัวเราะใส่อีก!

ท่านราฟาเอล! ข้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของท่านนะคะ แค่ว่าที่ค่ะ ว่าที่!!”

          เนเดเรียจำต้องแก้เก้อด้วยการโพล่งออกไปเสียงดัง หลุบตามองสองมือของนางที่กำชายกระโปรงจนแน่นขนัดเพื่อสะกดกลั้นใจนางที่จู่ๆก็เต้นระรัว

          กระทั่งลมหายใจอุ่นร้อนที่เข้ามาชิดใกล้จนรินรดพวงแก้มแดงเรื่อของนาง เพียงปรายมองด้วยหางตาคนข้างกาย นางก็ต้องกลืนคำแก้เก้ออีกมากมายลงคอ

เพราะตอนนี้นางถูกจับจ้องด้วยดวงสายตาที่มองกันมาราวกับจะจับนางกินทั้งตัวให้รู้แล้วรู้รอด...

จากที่เขินอายเป็นทุนเดิม คราวนี้นางเขินอายจนตัวแดงไปทั้งตัวจนไม่อาจเงยหน้าสบตากับจอมมารได้

ข้าแค่หัดเรียกไว้ ถึงเวลาจะได้ไม่ขัดเขิน

ถ้อยคำที่กระซิบบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทวีความเขินอายไปอีกเท่าตัวเพราะนางไม่เคยได้ยินน้ำเสียงเช่นนั้นมาก่อน

          กระนั้นก็ยังยิ้มเจื่อนให้จอมมารที่คิดรุกไล่นางให้เลิ่กลั่ก ก่อนค่อยๆถดกายหนีทีละนิด แล้วจึงหยัดตัวลุกขึ้น เดินหนีไปเชยชมดอกไม้ในแปลงหน้าตาเฉย

วันนี้อากาศดี น่าเดินเล่นซักครึ่งวันจริงๆนะคะ

          เนเดเรียพยายามอย่างมากที่จะเก็บซ่อนความแดงก่ำของนางด้วยการเดินลากชายกระโปรงออกมาสูดความหอมหวานของดอกไม้รอบกาย พร้อมทั้งหันไปพูดคุยกับจอมมารราฟาเอลที่ควรจะนั่งจิบชาหอมกรุ่นจนหมดถ้วย ทว่าพอนางหันไปกะพริบตามองอีกที ร่างสูงก็ยืนอยู่ข้างนางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

และไม่ทันที่นางจะได้ถดกายหนีด้วยความตกใจ มือหนาก็เข้ามาประคองใบหน้านางให้แหงนขึ้นมาสบมองตากัน

ทำไมเจ้าไปเล่าเรื่องในอดีตให้เบลกับแอสฟัง?”

ข้าก็แค่อยากตีสนิทกับสองคนนั้นไว้ค่ะ

งั้นรึ...

มีอะไรหรือคะ?”

ข้าควรทราบเรื่องของเจ้าเป็นคนแรก แต่เจ้ากลับไปเล่าให้คนอื่นฟังก่อน...

          น้ำเสียงคราวนี้ไม่ได้นุ่มนวล แต่เป็นน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความน้อยใจที่แสดงออกมา พร้อมกับมือที่ประคองสองแก้มนางที่กระชับแน่นขึ้น

จริงด้วย...ฉันลืมคิดไปเลย

เนเดเรียเปรยบ่นในใจเมื่อจรดมองดวงหน้าคมคร้ามที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แต่กลับทำแก้มพองกลมใส่นาง จนนางเองก็ยังงุนงง...

ก่อนหน้านี้ยังเป็นบุรุษที่เกี้ยวสตรีให้เขินอาย แต่แล้วก็กลายเป็นเด็กน้อยงอแงในชั่วพริบตา

          อารมณ์ของจอมมารมีหลากหลายจนนางไม่อาจคาดเดาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่นางทราบตอนนี้ ก็คือปีศาจตัวใหญ่กำลังน้อยอกน้อยใจนาง ด้วยการปิดปากเงียบหลังจากเอื้อนเอ่ยถ้อยคำนั้น แต่ฝ่ามือยังคงประคองหน้านางไว้ บอกเป็นนัยว่าจงทำให้ข้าหายน้อยใจประเดี๋ยวนี้!

          เห็นเช่นนั้น นางจึงหัวเราะเสียงใสแล้วเขย่งปลายเท้า พร้อมทั้งเอื้อมแขนไปรั้งร่างสูงให้โน้มตัวลงมา เพื่อให้หน้าผากของเขาและนางแนบชิดติดกัน

ท่านยังมีเวลาฟังเรื่องราวของข้าอีกทั้งชีวิต เช่นนั้นก็อย่าไปริษยาเจ้าแฝดคู่นั้นเลยค่ะ

          จอมมารราฟาเอลไม่เข้าใจในการงอนง้อของนางที่ต้องอิงแอบกันด้วยหน้าผาก หลงคิดไปว่าเป็นธรรมเนียมที่พวกคนแดนสวรรค์ทำกัน จึงทำการไถหน้าผากนางจนเป็นรอยแดง

ทั้งสองยังคุยพูดคุยกันอย่างสนิทสนมกันราวครึ่งค่อนวัน กระทั่งถึงเวลาที่ต้องนักบุญเนเดเรียต้องกลับไปพำนักที่ป่าแดนเหนือ

          ข้ารับใช้ก็พากันกระซิบกระซาบกันยกใหญ่ ว่าหลายวันมานี้ที่นักบุญมาเยือนและต้องจากไป เหตุใดนายท่านถึงเอาแต่มองนางจากที่ห่างไกลด้วยด้วยสายตาครุ่นคิดแล้วทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่

หากพะวงที่ต้องจากลากับนาง ทำไมถึงไม่เร่งเร้าให้นางมาอยู่ด้วยกันที่อาณาจักรเซนเดรียกันเล่า?

          เหล่าข้ารับใช้ได้แต่ตลบคิดด้วยความไม่เข้าใจ หารู้ไม่ ว่านายจอมมารไม่ได้เฝ้ามองนางด้วยความพะวงตามที่คิดกันแต่อย่างใด หากแต่กำลังเฝ้ามองนางด้วยความสงสัยต่างหากเล่า

 

 

|บทบรรยาย ราฟาเอล|

สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ข้าปักใจรักก็คือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดข้า...

แม้ที่ผ่านมาข้าจะพบเจอหญิงงามมากหน้าหลายตา แต่ก็ไม่มีนางคนใดที่ทำให้ข้ารู้สึกสุขกายสบายใจเหมือนได้อยู่กับท่านแม่

          มีแต่จะยั่วยวนด้วยเรือนร่าง เอาอกเอาใจเพราะหมายมั่นในคลังสมบัติใต้ปราสาท ไม่ได้ดั่งใจก็กรีดร้องโหยหวนเฉกเช่นคนบ้า นานวันเข้าก็ยุ่มย่ามกับกิจธุระในแดนปีศาจ ด้วยข้ออ้างว่าพวกนางเป็นคนที่ข้าโปรดปราน

สิ่งที่พวกนางทำล้วนแล้วแต่ทำให้ข้ารำคาญใจทั้งสิ้น

          และข้าก็ไม่รีรอที่จะปลิดลมหายใจของพวกนางให้พ้นๆไป เพื่อเป็นการตักเตือนนางคนใดที่คิดเข้ามายุ่งวุ่นวายกับข้ามากเกินควร

          วันเวลาผันผ่านไป ข้าไม่เคยคิดเคยฝันที่ได้จะพบเจอกับใครที่ทำให้ข้าพึงใจได้ กระทั่งได้พบเจอกับสตรีประหลาดนางหนึ่งด้วยความตั้งใจของตัวข้าเอง

          เพราะเบลเฟกอลมีคำทำนายในคู่ชะตามาถึงข้า ว่าหนทางเดียวที่ข้าจะนำชัยชนะมาให้ฝ่ายปีศาจได้ ก็คือการให้กำเนิดทายาทที่สืบสายเลือดจากข้าและสตรีที่เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์...

          ทีแรกข้าก็คิดว่าจะไปฉุดคร่านักบุญแห่งจักรวรรดิบิลเลียต เพราะเคยได้ยินว่านางเลอโฉมนักหนา แต่ไม่ทันที่ข้าจะได้คิดแผนการฉุดคร่านาง  ก็ได้ยินข่าวลือว่านางเพิ่งหย่าร้างกับสามีที่เป็นผู้กล้าจักรวรรดินั้น

คำว่าชะตาฟ้าลิขิต ทำให้ข้าเชื่อว่าคำนั้นมีอยู่จริงก็วันนี้

          ข้าไม่คิดว่าทุกสิ่งอย่างจะเปิดทางให้ข้าได้เข้าถึงตัวนางได้ราบรื่นจนน่าแปลกใจ จึงเป็นโอกาสให้ข้าได้ไปทำความรู้จักกับนางที่ป่าแดนเหนือ มั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่านางนักบุญผู้นั้นคงเหมือนกับหญิงใดที่ข้าเคยได้พบเจอ...เพียงข้าชายตามอง ก็คงทำเป็นเขินอาย

          แต่แล้วความมั่นอกมั่นใจของข้าก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อข้าถูกนางชกหน้ากลับมา ทั้งที่ข้าเอ่ยวาจาหยาบคายใส่เพราะอยากทราบท่าทีของนาง มิได้มีเจตนาคิดดูถูกนางแต่อย่างใด

ทว่าอากัปกิริยาอันอ่อนโยนอ่อนหวานที่หลบซ่อนเกรี้ยวกราดของนางเอาไว้ กลับยิ่งทำให้ข้าสนใจในตัวนางเสียอย่างนั้น

ท่านบอกว่าท่านไม่ชอบสีสันใด...แต่ข้าว่าสีขาวเหมาะกับท่านที่สุด

เป็นครั้งแรกที่ใจข้าสั่นไหว นับแต่วันที่นางทัดดอกลิลลี่ให้ข้าอย่างหาญกล้า ทั้งที่นางเองก็เขินอายจนเนื้อตัวแดงก่ำ

ต่อจากคราวนั้น ข้าจึงตัดสินใจที่จะเป็นฝ่ายเข้าหานางบ้าง และเราทั้งสองก็เข้ากันได้ดีในทุกเรื่อง

กระนั้นข้าก็ยังสองจิตสองใจที่จะมีนางนักบุญอยู่ในสายตา เพราะเกรงกลัวว่าจิตใจของข้า จะสั่นไหวยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

          และเหมือนนางจะทราบว่าข้านึกลังเลใจ นางจึงหาเรื่องมาเยี่ยมเยียนข้าได้ทุกวี่ทุกวัน รู้ตัวอีกที วันไหนที่นางไม่มาหา ข้าก็จะเอาแต่ชะเง้อคอมองไปยังประตูปราสาทที่ปิดสนิท

ทั้งที่ข้าคิดมาตลอดว่ารู้จักนิสัยใจคอนางดีพอ ทว่าตอนนี้ข้าชักเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว...ว่าข้ารู้จักนางดีพออย่างคำว่าหรือไม่

เพราะอากัปกิริยาของเนเดลในวันนั้นที่แปลกไป ทำให้ข้าทราบทันทีว่านางคงคิดทำเรื่องบางอย่างโดยไม่ปรึกษาหารือกับข้า

เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า ดื้อรั้นนัก ข้าจะทำให้เจ้าร้องไห้เสียให้เข็ด

          เมื่อหวนนึกถ้าหน้านางที่ดูซ่อนเร้นความในใจเอาไว้ ข้าก็อดไม่ได้ที่จะเปรยออกมาเพียงลำพังท่ามกลางแสงจันทร์และสายลมเอื่อยเฉื่อย พัดพามวลดอกไม้ใบหญ้ารอบกายให้ปลิวหายไป

          และข้าก็เกรงว่าเศษซากแห้งเหี่ยวพวกนั้นจะพัดไปยังดอกลิลลี่ที่ข้าเสกสรรให้มันผลิบานอยู่กลางแปลง ข้าจึงตวัดปลายนิ้ว ไล่เศษซากพวกนั้นให้พัดไปทางเบลเฟกอลที่กำลังเดินดิ่งมาหาข้า

เบลเฟกอลหลบหลีกพายุเศษซากขนาดย่อมได้อย่างง่ายดาย ก่อนเข้ามาค้อมกายให้ข้าแล้วเอ่ยถามคำเดิมที่ข้าหน่ายจะฟัง

ค่ำมืดดึกดื่นป่านนี้ นายท่านยังไม่หลับอีกหรือครับ

          ช่างข้าเถอะ เจ้าจะไปไหนก็ไป ข้าเลือกตอบปัดแล้วทอดสายตามองดอกลิลลี่ขาวที่เนเดลมอบไว้ให้ แต่ก็เป็นอันต้องรำคาญใจเพราะน้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังอยู่ข้างหู

อย่าห่วงไปเลยครับ ลิเวียธานกำลังไปเชื้อเชิญท่านนักบุญที่ป่าแดนเหนือ ประเดี๋ยวก็คง-

ไม่ได้ห่วง ข้าแค่สังเวชนางที่คิดมีความลับกับข้า...แล้วใครสั่งให้พวกเจ้าไปเชื้อเชิญนางมาหาข้ามิทราบ

          ก็พวกข้าเห็นนายท่านเอาแต่แวะเวียนมาดูดอกไม้ดอกนั้นที่แปลง พวกข้าก็เลยบังอาจ ขัดใจนายท่านด้วยการไปเชิญนักบุญมาหาเสียเอง

          ข้าเบื่อหน่ายที่ต้องมาต่อปากต่อคำกับขุนพลคนสนิทที่สื่อรู้ไปเสียทุกอย่าง จึงแสร้งทำหน้าถมึงทึงใส่เป็นการตำหนิที่มายุ่งวุ่นวายกับเรื่องข้า

แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าใจข้าที่ห่อเหี่ยวมาหลายวัน กลับผลิบานราวดอกไม้เมื่อได้ทราบว่านางกำลังจะมาหา

          อันที่จริง ข้าคิดจะปล่อยให้เนเดลทำเรื่องลับหลังข้าต่อไปเพราะอยากจะสั่งสอนนางให้หลาบจำว่าถ้าข้าไม่สนใจนาง นางจะรู้สึกเช่นไร

กลับกลายเป็นข้าเองที่โดนนางสั่งสอนให้ได้รู้สึกว่ายามที่นางไม่อยู่ข้างกาย ข้าจะรู้สึกห่อเหี่ยวและร้อนรนแค่ไหน

          เพียงตลบคิดอีกสองสามหนว่าการที่ข้าทำเป็นไม่สนใจไยดีนางเช่นนี้ นางอาจไปพบเจออันตรายหรืออาจจะทุกข์ใจที่คิดลองใจกันแต่ข้าไม่ใส่ใจ ทำให้ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างยอมแพ้ต่อความดื้อด้านของตัวข้าเอง

ถ้านางมาแล้ว ก็ให้นางไปพบข้าที่ห้องโถงก็แล้วกัน

ข้าหันไปบอกกับเบเฟกอลไว้ ก่อนผินกายกลับเข้าไปยังปราสาท

          เพราะมัวครุ่นคิดว่าถ้าได้พบเจอนางหนนี้ จะต่อว่าที่นางหายหน้าไปหรือจะถามไถ่ว่านางปลอดภัยดีหรือไม่ ข้าเลยไม่ทันได้ฟังเสียงเรียกของใครบางคนที่เรียกหาอยู่หลายครั้งหลายครา กระทั่งรู้สึกได้ถึงชายเสื้อที่ถูกรั้งไว้  ทำให้ข้าต้องชะงักฝีเท้าแล้วปรายหางตามองคนที่ริอาจเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวข้า

          “อภัยให้ด้วยค่ะ เป็นลิเวียธานที่เข้ามารั้งชายเสื้อเข้าไว้ แต่ก็รีบทรุดตัวคุกเข่าลงเมื่อทราบว่านางกำลังล่วงเกินข้า ข้าไปหาท่านนักบุญที่ป่าแดนเหนือ แต่ไม่พบเจอใครแม้แต่ข้ารับใช้ของนาง

สีหน้าเป็นกังวลของลิเวียธาน พลอยให้ข้าต้องขมวดคิ้วมองแล้วหันไปส่งสายตาฉงนสงสัยกับเบลเฟกอล

 “ชักไม่ดีแล้วนายท่าน…”

          ไม่ต้องรีรอให้เบลเฟกอลมาย้ำบอกให้ข้าคิดว่าการที่นางหายหน้าหายตาไปเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากล ข้าก็หันไปสั่งให้ขุนพลทั้งสองตระเตรียมทัพไปพร้อมกับข้า

          แต่ไม่ทันที่ข้าจะได้ไปตระเตรียมตัวบ้าง ลิเวียธานก็รั้งชายเสื้อข้าไว้อีกครั้งอย่างเกรงกลัวว่าจะโดนข้าต่อว่า พร้อมกับยื่นดอกลิลลี่ขาวที่ส่องแสงอันเจิดจ้ามาให้ ข้าพบเจอดอกไม้ดอกนี้ใต้ต้นม่านเมฆาค่ะ

ลางสังหรณ์ของข้า ทำให้ข้าจำต้องรับดอกลิลลี่ดอกนั้นมาไว้ในฝ่ามือ

และทันทีที่ข้าแตะมัน แสงอันเจิดจ้าที่ประดับก็สว่างยิ่งกว่าเดิม พร้อมทั้งน้ำเสียงหวานล้ำที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากดอกไม้ในมือข้า

         หากท่านราฟาเอลได้ยินเสียงของข้าที่ได้ฝากฝังไว้กับดอกไม้ดอกนี้ ขอให้ท่านรู้ไว้ว่าข้ากำลังรับมือกับกองทัพอัศวินแห่งจักรวรรดิจาม่อนและจักรวรรดิบิลเลียตที่ร่วมมือกัน คิดจะจับกุมข้าไปคุมขังไว้เป็นตัวประกันต่อรองกับท่าน

น้ำเสียงอันคุ้นหูยิ่งทำให้ใจข้าร้อนรน อยากจะรีบเร่งไปหานางเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็จำต้องนิ่งเฉยแล้วรอฟังคำที่นางจะเอื้อนเอ่ย

         “ข้าทราบว่าพวกมนุษย์คิดการใหญ่ก็เพราะนักบุญแมรี่ สหายของข้า...นางได้ตัดสินใจทรยศต่อฝ่ายมนุษย์ด้วยการบอกเรื่องนี้ให้ข้าได้ทราบด้วยพรประการที่หนึ่งที่หอบลมหายใจของทุกสิ่งอย่างมากระซิบบอกให้ฟัง และนางก็หลบหนีออกมากับพ่อของนางจากจักรวรรดิจาม่อน แต่ก็ไม่อาจหนีพ้น จนเป็นฝ่ายโดนจับกุมเสียเอง

          พยายามเหลือเกินที่จะสะกดกลั้นโทสะเอาไว้ด้วยการกำมือไว้ให้แน่นขนัดและก่นด่าตัวข้าเองที่นิ่งนอนใจ แต่ไม่ทันที่จะได้สั่งการอื่นใดให้ขุนพลทั้งสองได้ทราบ ก็ต้องแน่นิ่งไปเมื่อได้ยินถ้อยคำถัดมา

         ด้วยเหตุนี้ข้าจึงอยากปิดบังท่านไว้เพราะไม่อยากให้ท่านต้องเดือดเนื้อร้อนใจ และข้าอยากจะประกาศจุดยืนของข้าให้ได้ทราบโดยทั่วกันเสียหน่อย ก็เลยชักชวนขุนพลแมมมอนให้ไปช่วยนักบุญแมรี่ด้วยกันพร้อมกับกองทัพสรรพสัตว์ของข้า

ทันทีที่ข้าได้ยินนางเอ่ยถึงแมมมอน ข้าก็ได้ยินเสียงอันน่าระคายหูของบลเซบับกับแอสโมดิวส์ที่ตะโกนก้องมาจากยอดปราสาท

นายท่าน! พวกข้าไปหาหัวหน้าที่ห้องเก็บคลังสมบัติแต่ไม่พบ

นายท่านรู้หรือไม่ว่าหัวหน้าหายไปไหน?”

          เป็นอีกครั้งคราที่ข้าต้องพยายามสะกดกลั้นโทสะด้วยการหันไปตวาดเจ้าตัวน่ารำคาญทั้งสองว่าหุบปากเสีย และข้าก็หันมาตั้งใจฟังถ้อยคำสุดท้ายของนางจากดอกลิลลี่ในมืออีกหน

         และถ้าหากท่านได้ฟังข้อความของข้าจนจบ ข้าอาจกำลังต้องการความช่วยเหลือของท่าน เช่นนั้นได้โปรดมาหาข้าที่เมืองแอนเนลด้วยค่ะ...

ดอกลิลลี่ในมือข้าดับแสงลงเมื่อเสียงของนางแผ่วเบาและเหือดหายไปในที่สุด

          ข้ายังคงขมวดคิ้วมองดอกลิลลี่ในมือที่เริ่มแห้งเหี่ยวเพราะเวทย์ที่เสื่อมคลาย เพราะรู้สึกได้ถึงถ้อยคำช่วงท้ายของนางที่แฝงอะไรบางอย่างมากกว่าเจตนาที่จะขอความช่วยเหลือจากข้า

นายท่านคะ?”

          กระทั่งได้ยินเสียงเรียกของลิเวียธาน ข้าจึงหลุดจากห้วงความคิดแล้วตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้ว เนเดลหาได้ต้องการความช่วยเหลือของข้าอย่างที่นางบอกกล่าวเอาไว้ให้ทราบ

แต่เป็นการชักชวนให้ข้าไปเชยชมชัยชนะของนางต่างหากเล่า

อีกประเดี๋ยวข้าค่อยไป พวกเจ้ากับกองทัพไม่ต้องติดตามข้ามาก็แล้วกัน

          ข้าหันไปบอกทั้งสองที่ยังคงยืนนิ่งด้วยความมึนงงกับคำที่ข้าบอกให้ทราบ กระนั้นก็ไม่คิดเอ่ยถามให้ข้ารำคาญใจ ทำเพียงพยักหน้ารับแล้วแยกย้ายกันไปจัดการกิจธุระคนละทิศละทาง ปล่อยให้ข้าได้ทอดสายตามองดอกลิลลี่ในมือที่แห้งเหี่ยวลีบเล็ก สลับกับดอกลิลลี่ในแปลงที่ยังคงผลิบานอย่างงดงามดังเดิม

นับว่านางหลักแหลมพอตัวที่จะทำให้ข้าไม่ต้องเป็นกังวลด้วยการเอาแมมมอนมาเป็นเกราะกำบัง

แม้รู้ดีว่านางมิใช่สตรีอ่อนแอเปราะบาง แต่ข้าก็ไม่อาจละความกังวลลงได้ เพียงแต่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้เสียเรื่อง

ข้าจะพยายามเข้าใจว่าเจ้ามีแผนการ เช่นนั้นก็อย่าทำให้ข้าผิดหวัง

ข้าทอดถอนหายใจอีกหนขณะที่ปรือตาลง ปัดเป่าความร้อนรนใจให้เบาบาง ส่วนดอกไม้แห้งเหี่ยวในมือก็ยังคงประคองเอาไว้

คาดโทษเอาไว้ในใจ ว่าถ้าพบเจอนางเมื่อไหร่ จะจับนางลงโทษให้หนักเชียว!

|จบบทบรรยาย ราฟาเอล|

 

 


(ต่อ)

         เปลือกตาบางที่บดบังดวงตาสองสีคู่งาม ปรือขึ้นแล้วกวาดมองความมืดรอบกายที่มีเพียงลูกไฟกะโหลกมนุษย์ที่ลอยละล่อง คอยให้แสงสว่างตามทางเดินในอุโมงค์มืดที่นางย่างกรายลึกเข้าไป

ท่านเทพีเจ้าขา ริต้ากลัว...

          ภูตนางฟ้าริต้าที่ติดตามเทพีแห่งป่าแดนเหนือมาร่วมรบกับแผนการครั้งนี้ คอยโบยบินเกาะติดปลายเส้นผมน้ำตาลกรอมดำที่พลิ้วไหวนั้นไม่ห่างหาย ปากคอสั่นยามเหลือบมองดวงไฟกะโหลกมนุษย์ของปีศาจแมมมอนที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดจนอยากจะกรีดร้องด้วยความตื่นกลัว แต่ก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคอแล้วพึมพำในลำคอ เพราะเกรงว่าถ้านางส่งเสียงดัง จะทำให้ท่านเทพีของนางเสียสมาธิในการก้าวขาเดินไปข้างหน้า

ถหากถามถึงที่มาที่ไป ที่ต้องมาลอดอุโมงค์เพื่อลอบเข้าไปในเมืองแอนเนลเช่นนี้ คงต้องเท้าความเป็นมาของเมืองนี้เสียก่อน

          เมื่อนานมาแล้ว เมืองแอนเนลเป็นเมืองของเผ่าออร์คผู้เคยจงรักภักดีต่อจอมมารตนก่อน แต่แล้วเมืองนี้ก็ถูกจักรวรรดิจาม่อนเข้ายึดครองด้วยสัญญาทาสปีศาจ จนต้องจำใจยกเมืองนี้ให้ตามข้อต่อรองที่ตกลงกันไว้

          เมืองแอนเนลจึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิจาม่อนมาหลายต่อหลายปี ทว่าความเป็นอยู่ของเหล่าออร์คก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมแม้แต่น้อย เพราะถึงอย่างไร ในเมืองนี้ก็มีแต่ปีศาจที่พวกมนุษย์จงเกลียดจงชัง เสบียงที่ควรจะได้รับจากจักรวรรดิจึงไม่ได้ ต้องดิ้นรนให้พ้นจากความแร้นแค้นที่มาเยือน

 “ดูเหมือนท่านราฟาเอลจะได้รับข้อความของข้าแล้ว

          กระทั่งเนเดเรียเอื้อนเอ่ยพร้อมกับสบมองแมมมอนที่นำทางอยู่ข้างหน้า ความเงียบสงัดเมื่อทั้งสี่พากันเดินไปตามทางในอุโมงค์แคบ ก็สลายหายไปในพริบตา

          ได้ยินเช่นนั้น แมมมอนก็หันมาพยักหน้ารับคำแล้วเอ่ยถามนางถึงแผนการนี้ ข้าพาท่านและข้ารับใช้ทั้งสองของท่านรุกล้ำเข้ามาในคุกใต้ดินเมืองแอนเนลแล้ว จากนี้ท่านจะทำอย่างไรต่อ?”

นางยืนนิ่งเมื่อได้ยินคำเอ่ยถาม จนโคลด์และริต้าที่ก้าวขาตามต้องชะงักฝีเท้าแล้วมองดูท่าทีครุ่นคิดอย่างหนักของนักบุญเนเดเรีย

เอาเถอะ เป็นข้าก็คงคิดหนัก

          ทั้งสามเสมองหน้ากันเล็กน้อยแล้วปล่อยให้นางยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดไปอีกนานสองนาน หารู้ไม่ว่านางไม่ได้คิดหนักในเรื่องแผนการ แต่นางกำลังนึกถึงจดหมายเวียนลึกลับที่ถูกส่งมาถึงนางในคืนวันนั้นต่างหาก

          ในค่ำคืนนั้น เนเดเรียจำต้องตั้งสติสตังไว้ให้มั่น เพราะนางต้องรับทราบเรื่องราวมากมายที่ถาโถมเข้ามาจนมึนงงไปหมด...เพราะนอกจากจะได้รับข่าวคราวทางฟากฝั่งมนุษย์ด้วยพรประการที่หนึ่งของแมรี่แล้ว ในเวลาต่อมานางก็ได้ทราบว่าสหายและบิดาถูกคุมขังไว้ที่เมืองแอนเนล

          ไม่ต้องคิดให้มากมาย นางก็พอคาดเดาได้ว่าทางจักรวรรดิมาม่อนคงจับจ้องนักบุญแมรี่แต่แรกเริ่ม และแม่นักบุญซื่อบื้อนางนั้นคงไหวตัวจนสังเกตเห็นได้ชัด ถึงได้โดนดักจับกุมปุบปับทั้งที่วางแผนจะลอบหนีไปกับบิดาแล้วแท้ๆ

          เรื่องนี้ทำให้นักบุญเนเดเรียนึกอยากขอความช่วยเหลือจากจอมมารราฟาเอล ทั้งที่ในใจนางร้องทัดทาน เพราะไม่อยากให้จอมมารต้องยุ่มย่ามกับเรื่องนี้จนถูกพวกมนุษย์มองว่าสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ริเริ่มขึ้นก่อนถึงเวลาอันควร

          ทว่าจดหมายเวียนลึกลับที่ปลิวมาตามสายลมแล้วมาหล่นแหมะอยู่บนหน้าตักของนางราวกับถูกมนตร์ใดพัดพามา ก็เข้ามาขัดห้วงความคิดของนางที่อยากขอความช่วยเหลือจากจอมมารไว้ได้ทันท่วงที

อย่างที่เคยบอกไปว่าชาติก่อนนางอ่านนิยายเรื่องนี้จนจบเล่ม และนางก็จดจำรายละเอียดแต่ละอย่างได้เป็นอย่างดี

          รวมไปถึงตราหัวสิงโตอันเป็นสัญลักษณ์แห่งจักรวรรดิบาฮานที่ในนิยายกล่าวถึง ตรงตามที่เนเดเรียเห็นตราสัญลักษณ์นั้นประทับบนหน้าจดหมายเวียนในมือนาง

คิดได้เช่นนั้น เนเดเรียก็ไม่รีรอที่จะคลี่จดหมายแล้วจรดสายตาอ่านเนื้อความด้วยความแปลกใจที่ก่อตัวขึ้น

         ตัวเราคือผู้เป็นใหญ่แห่งจักรวรรดิบาฮาน มีประสงค์จะให้ความช่วยเหลือแก่เจ้า ขอจงเฝ้ารออยู่ที่เมืองแอนเนล เพื่อรอต้อนรับเราให้สมเกียรติ

นางเอื้อนเอ่ยเนื้อความในจดหมายด้วยความหมั่นไส้กับความหยิ่งยโสที่แฝงอยู่ในทุกตัวอักษรจนอยากจะอาเจียน

          แต่กลับรู้สึกโล่งอกโล่งใจเมื่อได้ทราบว่าจักรวรรดิบาฮานที่ใครต่างก็บอกว่าไม่ข้องเกี่ยวหรือฝักใฝ่ในฝ่ายใด กลับเสนอตัว อยากจะช่วยเหลือนางซึ่งตอนนี้มีสถานภาพเป็นคู่หมั้นคู่หมายจอมมาร นับว่าอยู่ทางฝ่ายของปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัย

          กระนั้นก็อดแปลกใจไม่ได้ เมื่อนางตลบคิดดูแล้วพบว่าจดหมายเวียนฉบับนี้มิใช่จดหมายล่อหลอกให้นางหลงเชื่อแต่อย่างใด อีกทั้งเนื้อความก็บอกเป็นนัยว่าทราบเรื่องราวความวุ่นวายของฟากฝั่งนี้ไม่มากก็น้อย จึงอยากให้ความช่วยเหลือเนเดเรียที่กำลังกลุ้มใจว่าควรทำอย่างไรต่อจากนี้

แล้วเหตุใดต้องให้ความช่วยเหลือข้าด้วยเล่า?...

          แม้นึกสงสัยจนก่อเกิดคำถามขึ้นมาในใจ เทพีแห่งป่าแดนเหนือจำต้องละทิ้งความสงสัยนั้นไว้ยามจรดมองตราประทับบนหน้าจดหมาย เพราะนางไม่มีเวลาที่จะมัวมานึกสงสัยว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู

แต่นางก็แน่ใจยิ่งกว่าอะไรดี ว่าจักรวรรดิบาฮานเป็นมิตรกับนางอย่างแน่นอน

          ด้วยเหตุนี้ นางจึงริเริ่มแผนการข้าช่วยเหลือนักบุญแมรี่และหัวหน้าอัศวินเบอร์ริโต้ที่ถูกคุมขังไว้ที่คุกใต้ดินเมืองแอนเนล และแบ่งกองทัพสรรพสัตว์ของนางให้ไปสู้รบปรบมือเหล่าออร์ดที่ประตูเมืองตามคำบอกกล่าวในจดหมายเวียน ที่ย้ำบอกนักหนาว่าจงทิ้งกองทัพไว้เพื่อปกปิดร่องรอยการมาเยือนของกองทัพแห่งจักรวรรดิบาฮานที่จะเข้ามาสมทบ

ไปเถอะ ประเดี๋ยวจะไม่ทันการ

          เนเดเรียหันไปบอกกล่าวสองข้ารับใช้และขุนพลแมมมอนหลังจากยืนนิ่งหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืนวันก่อนอยู่นานสองนาน แล้วจึงก้าวขาไปยังทางข้างหน้าที่สลัวไปด้วยเปลวไฟกะโหลกมนุษย์อย่างไม่เกรงกลัวต่อเสียงร้องโหยหวนที่ดังอยู่ใกล้ๆ

ให้ข้านำทางจะดีกว่า

          กระทั่งดาบเล่มหนาที่เข้ามาขวางไว้ เนเดเรียจึงต้องชะงักฝีเท้าแล้วก้าวถอยออกมาให้ร่างสูงใหญ่ได้เป็นฝ่ายนำทางตามคำขอ เพราะทราบถึงเจตนาของขุนพลแมมมอนที่มาเพื่อปกป้องนาง ไม่ให้จอมมารที่เฝ้ารอต้องเป็นกังวล

          ดวงตาคมกริบที่หลบซ่อนภายใต้หน้ากากกะโหลกมนุษย์ที่สวมไว้ กวาดมองแสงสลัวจากมนตร์เปลวไฟที่ส่องสว่างผ่านซี่กรงสองข้างทาง เยื้องย่างอย่างระแวดระวังยามเข้าไปใกล้คนที่ส่งเสียงร้องโหยหวนในคุก จนแน่ใจแล้วว่าคนที่นอนขดตัวแล้วส่งเสียงร้องนั้นเป็นมนุษย์ จึงตวัดปลายดาบ ตัดซี่กรงตรงหน้าให้พังทลายได้ในคราวเดียว

ผมเผ้าสีขาวซีดที่ยุ่งเหยิงปรกหน้าปรกตา ทั้งยังเนื้อตัวที่มอมแมมเต็มไปด้วยบาดแผลปริแตกคล้ายถูกเฆี่ยน

          แต่ด้วยดวงตาสีมรกตที่เหลือบมองมา ไม่อาจทำให้เนเดเรียลืมเลือนได้ว่าชายชราที่นอนร้องโอดครวญผู้นี้คืออดีตหัวหน้ากองอัศวินเบอร์ริโต้ หรือที่ทราบกันว่าเป็นบิดาของนักบุญแมรี่แห่งจักรวรรดิจาม่อน

ท่านเบอร์ริโต้!?”

          เนเดเรียรีบรุดเข้าไปประคองร่างที่นอนขดอยู่กับพื้นหินเย็นเยียบ แต่แล้วก็เป็นอันต้องชะงักไปด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงผิวกายเหี่ยวย่นและร่างที่ผอมแห้ง

          ไม่มัวมานั่งตกอกตกใจให้เสียเวล่ำเวลา นางรีบสั่งการให้ภูตนางฟ้าริต้าร่ายเวทย์ตรวจจับพลังชีวิตเพื่อเสาะหาต้นเหตุที่ทำให้เบอร์ริโต้นอนร้องโอดครวญด้วยความทรมานเช่นนี้

         ราชาธันเดอร์สุขุมเกินกว่าจะกระทำการโจ่งแจ้งโผงผาง...เช่นนั้นแผนการต่ำทรามนี้จะมีใครอื่นทำได้ นอกจากธิดาของอพระองค์กันเล่า?

          แม้นางจะคาดโทษ พร้อมทั้งกล่าวหาเจ้าหญิงแอชลี่ย์ไว้ในใจ แต่ก็ยังไม่แน่ใจมากพอที่จะตัดสินได้ จึงทำได้เพียงรอคอยคำบอกกล่าวจากปากของริต้า ที่กระซิบบอกให้นางได้ทราบด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจในเวลาต่อมา

มนุษย์ผู้นี้ถูกคำสาปโลหิตพิษกลืนกินพลังชีวิต เกรงว่าจะมีลมหายใจอยู่ได้อีกสองสามวันเท่านั้นเจ้าค่ะ

คำกล่าวหาที่เนเดเรียคาดคิดไว้ กลับกลายเป็นความจริงเมื่อคำได้ยินคำบอกกล่าวจากริต้า

          ใครต่อใครก็ทราบกันดีว่า คำสาปโลหิตพิษ เป็นเวทย์ต้องห้ามที่ราชวงศ์มองก์ตันแห่งจักรวรรดิจาม่อนสืบต่อกันมานานนม กระนั้นเวทย์นี้ก็ไม่ค่อยมีใครเชื้อพระวงศ์องค์ใดคิดกล้าหยิบยกขึ้นมาร่าย...เหตุเพราะเวทย์จำพวกนี้ ต้องมีสิ่งของแลกเปลี่ยนเทียบเคียงกันได้ จึงจะสัมฤทธิ์ผลตามใจปรารถนา

บ้างก็แลกด้วยเลือดเนื้อของสัตว์

บ้างก็แลกด้วยเลือดเนื้อของมนุษย์

ยิ่งผู้ใช้เวทย์มีความปรารถนามากเพียงใด สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนก็มากขึ้นไปอีกเท่าตัว

เช่นนั้นแล้ว ใครกันที่กล้าใช้คำสาปโลหิตพิษ เพียงเพื่อปลิดลมหายใจของอดีตหัวหน้าอัศวินเบอร์ริโต้ให้สิ้นไป

ท่านเทพี...

          เสียงเพรียกหาของข้ารับใช้ทั้งสองที่ดังอยู่ข้างกาย ทำให้ดวงตาสองสีที่หลุบมองดวงหน้าซูบเซียวของชายชราละไปมองทั้งสอง ก่อนที่นางจะลอบถอนหายใจแล้ววางร่างในอ้อมแขนลงอย่างเบามือ

          นักบุญเนเดเรียพยายามเหลือเกินที่จะเก็บซ่อนความกริ้วโกรธเอาไว้ในใจก่อน แล้วร่ายพรประการที่สามเพื่อปัดเป่าเวทย์อันชั่วร้ายที่หลงเหลือบนร่างของอัศวินเฒ่า

          นางเคยใช้พรประการนี้ปัดเป่ามานักต่อนัก แต่ครานี้นางต้องปัดเป่าความชั่วร้ายที่เหนือกว่าความชั่วร้ายใดที่เคยประสบพบเจอมา จึงกังวลว่าพรของนางจะช่วยชีวิตบิดาของสหายได้หรือไม่

ริต้า โคลด์...พวกเจ้าจงเฝ้าดูท่านเบอร์ริโต้อยู่ที่นี่ ข้าและแมมมอนจะไปตามหานักบุญแมรี่

          เมื่อเสียงโอดครวญแห่งความทรมานนั้นเหือดหายไปหลังจากที่นางร่ายพรประการที่สามให้ เนเดเรียก็หันไปสั่งการข้ารับใช้ทั้งสองที่พยักหน้ารับคำแล้วทอดมองนางด้วยสายตาห่วงใยในความกริ้วโกรธที่นางเก็บซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มอันเย็นเยียบ

          ทว่าไม่ทันที่ร่างบางจะได้หยัดตัวลุกขึ้น ฝ่ามืออันไร้เรี่ยวแรงก็ฉุดรั้งชายกระโปรงยาวกรอมเท้าของนางไว้ได้ทันท่วงที พร้อมทั้งน้ำเสียงแผ่วเบาที่เล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผาก ได้ ได้โปรด...แมรี่ ช่วยลูกข้า

          เพราะเคยชินกับการสังเกตอากัปกิริยาของจอมมาร ขุนพลปีศาจแมมมอนจึงสังเกตเห็นความร้อนรุ่มในดวงตาสองสีของนางนักบุญที่ปิดไว้ไม่มิด เผลอไผลปรามไม่ให้นางไปเสวนากับมนุษย์ผู้น่าเวทนา เพราะเกรงว่านางจะกักเก็บโทสะไว้ไม่อยู่...แต่นอกจากจะปรามไม่ได้แล้ว ยังถูกดวงตาคู่งามปรายมองอย่างตำหนิติเตียนกันอีกต่างหาก

          เนเดเรียรีบทรุดตัวลงไปอีกหน นางตวัดปลายนิ้วแล้วไล้ผ่านชีพจรตรงข้อมือเหี่ยวย่นที่ผิวกายกลับมาเต่งตึงทีละเล็กละน้อย ทั้งยังรูปร่างหน้าตาที่เริ่มกลับมาอ่อนเยาว์ดังเดิม ทำให้นางตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าพรประการที่สามของนางจะปัดเป่าคำสาปโลหิตพิษออกไปได้

ท่านเบอร์ริโต้ ท่านทราบหรือไม่ว่านักบุญแมรี่อยู่ที่ไหน?”

แต่ด้วยดวงตาที่ยังคงเลื่อนลอยไม่ได้สติ ทำให้อัศวินเฒ่าไม่อาจตอบคำถามของนางได้

          เอาแต่ส่ายหัวแล้วพึมพำด้วยประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าเป็นถ้อยคำสุดท้ายที่จิตใต้สำนึกจดจำเอาไว้ ก่อนที่จะโดนคำสาปลบล้างจนเลือนหายไป

แมรี่ ลูกข้า...ดะ ได้โปรด

          ฝ่ามือหยาบกร้านเข้ามากอบกุมฝ่ามือของนางไว้แล้วร่ำไห้ด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม ผงกหัวแทบจรดพื้นดินเขรอะก้อนกรวดเพื่อร้องขอ ให้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวเช่นนางไปช่วยบุตรสาวของตน

          เห็นท่านเทพีแน่นิ่งอยู่นานสองนาน โคลด์และริต้าก็เสมองกันเล็กน้อย ก่อนจะหันไปปรายตามองกับแมมมอนที่ยืนเกาหัวอย่างมึนงงว่าควรทำอย่างไรต่อไป

          แต่แล้วอดีตนักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวรรดิบิลเลียตก็หยัดตัวขึ้น นางก้าวขาจากไปพร้อมกับปีศาจหนุ่มที่เฝ้าติดตามไม่ห่างหาย ไม่แม้แต่จะหันกลับมาเหลียวแลอัศวินเฒ่าที่ยังคงส่งเสียงร้องดังก้องอย่างน่าเวทนา

ราวพักใหญ่ที่นางไม่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างเคย กระนั้นแมมมอนก็ไม่คิดเอ่ยถามให้นางต้องรำคาญใจ

เพราะเสี้ยวหน้าอันงดงามที่เรียบตึงแต่เก็บซ่อนความกริ้วโกรธนั้น บอกทุกสิ่งอย่างให้ตนได้ทราบเป็นนัยแล้ว

|บทบรรยาย เนเดเรีย|

ต้องการเพียงความสงบและครอบครัวที่อบอุ่น นั่นเป็นสิ่งที่ข้าวาดฝันไว้มาตั้งแต่ชาติก่อน  

          แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ข้าต้องคอยรับใช้ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า ทำให้ข้าพบเจอศัตรูมากหน้าหลายตาทั้งที่ข้าไม่ได้อยากจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับใคร ชาตินี้ข้าได้รับชีวิตใหม่ ข้าจึงอยากสานต่อความปรารถนาในชาติก่อนให้สมดังหวัง...

          ใครเล่าจะคิด ว่าการที่ข้าพึงใจในตัวจอมมารจนได้หมั้นหมายกัน จะนำพาเรื่องวุ่นวายมาให้ข้าต้องอดกลั้นโทสะไว้ไม่ไหวเช่นนี้!

          แอชลี่ย์ เลอ มองก์ตัน...นางทำให้ชีวิตอันราบเรียบในจักรวรรดิบิลเลียตของข้าต้องเลือนหายไปในพริบตา ด้วยความทะเยอะทะยานอยากได้อยากมีของนางที่มากเกินพอดี กระนั้นข้าก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองนาง กลับรู้สึกขอบอกขอบใจเสียด้วยซ้ำที่ทำให้ข้าได้พบเจอจอมมารราฟาเอล

และข้าก็หลงคิดว่านางคงต้องการเพียงเท่านั้น จากนี้คงไม่มีเรื่องต้องข้องเกี่ยวกันอีก

ทว่านางกลับยังคงหาเรื่องมาวุ่นวายกับข้า ราวกับจะเหยียบย่ำให้ข้าแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

          ซึ่งแผนการทั้งหมดของนางนี้ ข้าก็พอจะคาดเดาได้ว่านางอยากจะยั่วโทสะข้าให้คลั่งเล่นๆ แต่ถ้าหากจอมมารยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ดีไม่ดี อาจเป็นชนวนที่เร่งให้สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นในเร็ววัน

ข้าจึงกันจอมมารออกไปให้ห่างแล้วลงมือจัดการด้วยตัวเอง...และความช่วยเหลือจากกองกำลังแห่งจักรวรรดิบาฮาน

          เมื่อหวนคิดได้เช่นนั้น มือข้าที่กำลังเอื้อมไปจับมือหยาบกร้านของแมมมอนที่ยื่นเข้ามาพยุงตัวข้าออกไปจากประตูคุกใต้ดิน ก็เป็นอันต้องชะงักไป

ทำไมเงียบขนาดนี้กัน?”

          ข้าหันไปเอ่ยถามแมมมอนที่รอรับข้าอยู่บนพื้นดิน แต่เมื่อคำตอบที่ได้รับชักช้าเกินควร ข้าจึงรีบรุดก้าวขาขึ้นไปดูด้วยสองตาของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าปีศาจตัวใหญ่ตัวนี้มัวนิ่งงันแล้วหันรีหันขวางอย่างตื่นตระหนก

          และสิ่งที่ข้าเห็นตรงหน้า ทำให้ข้าได้เข้าใจว่าแมมมอนแน่นิ่งแล้วเบิกตากว้างอยู่นานสองนานตั้งแต่เหยียบย่ำพื้นดินเพราะเหตุใด

          ตามที่ข้าตกลงกับองค์ราชาแห่งจักรวรรดิบาฮานเอาไว้...ข้าจะมอบกองทัพแห่งสรรพสัตว์ให้ไปสมทบกับกองกำลังแห่งจักรวรรดิบาฮานในการสู้รบกับเหล่าออร์ค ส่วนทางฟากฝั่งข้าก็จะไปช่วยเหลือแมรี่และพ่อของนางที่คุกใต้ดิน แล้วค่อยมาพบเจอกันอีกหนเมื่อสงครามขนาดย่อมบนพื้นดินจบลง

          แต่แผนการที่ข้าวางไว้กลับพลิกผันไปเล็กน้อย เพราะแมรี่ไม่ได้ถูกคุมขังที่คุกใต้ดินอย่างที่คิด ทำให้ข้าต้องขึ้นมาบนพื้นดินเร็วกว่าเวลาที่คาดเดาไว้

          ทั้งที่เป็นเช่นนั้น...สงครามบนพื้นดินก็คงจะฟาดฟันใส่กันอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นตอนนี้ ก็คือความเงียบสงบของเมืองแอนเนลตรงหน้าข้า รายล้อมไปด้วยเหล่าออร์คที่ก้มหน้าก้มตา ช่วยกันขนย้ายเศษซากบ้านเรือนที่พังทลายเพราะการปะทะกันที่ผ่านพ้นไปแล้ว

เอ๊ะ?...”

          แล้วนั่นก็เป็นคำอุทานที่ข้ากับแมมมอนอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน เพราะมึนงงกับสิ่งที่เห็นจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ในตอนนี้

          ทว่าพวกข้าก็ยืนเลิ่กลั่กได้ไม่นานนัก เพราะมีออร์คนางหนึ่งเข้ามาไถ่ถามว่าข้าใช่นักบุญศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ พร้อมทั้งเชื้อเชิญให้ข้าไปยังยอดหอคอยของเมือง ย้ำบอกว่าองค์ราชาแห่งจักรวรรดิบาฮานรอพบข้าอยู่

          แน่นอนว่าข้าตบปากรับคำแล้วไปยังหอคอยของเมืองแอนเนลพร้อมกับแมมมอน เพราะต้องการคำชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมืองนี้ แล้วพบตัวนักบุญแมรี่หรือไม่...

หารู้ไม่ว่าข้าจะได้พบเจอกับใครบางคน ที่สายลมแห่งโชคชะตานำพามาให้ได้พบกัน

|จบบทบรรยาย เนเดเรีย|

 

 

         ท่ามกลางสายลมเอื่อยเฉื่อยที่พัดผ่านเส้นผมสีดำสนิทให้ปลิวไสว เสียงทอดถอนหายใจของหญิงสาวข้างกายที่ถูกจับมัดไว้ทั้งตัว ทำให้ดวงตาสองสีคู่งามปรายมองอย่างนึกสงสัย ทั้งยังเอื้อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มหูแต่ถ้อยคำโง่เง่าเสียเหลือเกิน

ลมบนหอคอยไม่เย็นรึ ทำไมเจ้าถึงเอาแต่ถอนหายใจกัน?”

          ความหล่อเหลาของชายหนุ่มสูงศักดิ์ตรงหน้า ถูกทำลายลงด้วยคำพูดชวนน่ารำคาญหู ทำให้นักบุญแมรี่ที่ได้ฟังคำถามต้องทอดถอนหายใจอีกหนแล้วเบือนหน้าหนีสีหน้าสงสัยใคร่รู้ ราวกับเด็กน้อยไม่รู้ประสาของราชาแห่งจักรวรรดิบาฮาน

          หม่อมฉันเป็นห่วงท่านพ่อ นางทรุดตัวนั่งลงกับพื้นหินเย็นเยียบของยอดหอคอย ก่อนเขม่นมองบรรดาองค์รักษ์ขององค์ราชาที่ยืนตรงอกแอ่นยิ่งกว่ารูปปั้นหิน เกรงว่านักบุญเนเดเรียจะอึดอัดนะเพคะ หากพบว่ามีสายตานับสิบจ้องมองนางเช่นนี้

อึดอัด...พี่ข้ามีอารมณ์อ่อนไหวขนาดนั้นเชียวหรือ?”

          แม้องค์ราชาจะตรัสเช่นนั้น แต่ก็ยินยอมที่จะรับสั่งให้องค์รักษ์ทั้งหลายออกจากอาณาบริเวณไปอยู่กับกองกำลังสรรพสัตว์ข้างล่างหอคอยตามคำบอกกล่าวของนางอย่างง่ายดาย จากนั้นก็เอาแต่เดินวนไปเวียนมา แหงนมองฟ้ามืดมีดาวประดับแล้วรำพึงรำพันถึงคำพูดที่จะเอื้อนเอ่ยเมื่อได้พบพี่น้องสายเลือดเดียวกันที่พลัดพรากจากกันมานานนม

ทว่าก่อนจะพูดถึงเรื่องอื่นใด คงต้องเท้าความถึงเรื่องราว ก่อนที่นักบุญแมรี่จะได้รับความช่วยเหลือเสียหน่อย

          ต้นเหตุมาจากความคิดอันโง่เง่าของนางเอง ที่นำเรื่องทางฟากฝั่งมนุษย์ไปบอกให้นักบุญเนเดเรียได้ทราบ พลอยทำให้ท่านพ่อของนางต้องตกหลุมพรางที่เจ้าหญิงแอชลี่ย์ขุดเตรียมไว้ เป็นผลให้สองพ่อลูกถูกจับกุมแล้วคุมขังที่เมืองแอนเนล ซ้ำร้าย พ่อของนางยังถูกเจ้าหญิงทำร้ายด้วยการร่ายคำสาปโลหิตพิษ กลืนกินพลังชีวิตและจะต้องตายลงในไม่ช้า

เฝ้าดูพ่อเจ้าขาดใจตาย...เป็นการลงโทษที่สาสมต่อคนทรยศเช่นเจ้า

          ในตอนนั้น นางได้แต่กรีดร้องแล้วเข้าตระกองกอดร่างของบิดาที่โดนร่ายคำสาปด้วยความตกใจ สายตาทอดมองร่างบางที่ก้าวขาจากไปด้วยเสียงหัวเราะน่าสะอิดสะเอียนที่ดังก้องราวผีร้าย ไม่เหลือเค้าเจ้าหญิงผู้เลอโฉมแห่งจักรวรรดิจาม่อนแต่อย่างใด

          จากนั้นนางกับบิดาก็ถูกแยกกันคุมขัง โดยที่บิดาถูกคุมขังในคุก ส่วนตัวนางถูกคุมขังที่ยอดหอคอย และนางจะถูกเหล่าออร์คบั่นหัวตามรับสั่งของเจ้าหญิงแอชลี่ย์ที่กำชับไว้ว่า...หากค่ำคืนนี้นักบุญเนเดเรียไม่โผล่หัวมา จงปลิดลมหายใจของนางให้ดับดิ้น

แม้ทราบว่าตัวนางจะต้องถูกปลิดลมหายใจ แต่แมรี่ก็ไม่ได้มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด

เพราะนางรู้ว่าเนเดเรียจะต้องช่วยเหลือนางได้ทันท่วงที และก็เป็นตามที่คาดไว้

          สหายของนางฉลาดคิดที่บุกรุกเข้าไปยังคุกใต้ดินแล้วส่งมอบสงครามบนพื้นดินให้กับจักรวรรดิบาฮานที่เข้าช่วยเหลือ ทำให้แมรี่โล่งใจได้หนึ่งเปราะที่บิดาได้ถูกช่วยเหลือไว้ทันการ เพราะพรประการที่สามที่ปัดเป่าความชั่วร้ายได้ทุกสิ่งอย่าง คงช่วยฟื้นคืนลมหายใจต้องคำสาปของบิดาได้ไม่มากก็น้อย

ทว่ากลับเป็นตัวนางที่จะดับดิ้นเสียเอง

          กองกำลังสรรพสัตว์บุกรุกเข้ามายังเมืองแอนเนลแต่ไร้ซึ่งร่องรอยของเนเดเรียให้เหล่าออร์คได้เห็น พวกมันจึงตกลงกันว่าจะคอยประมือกับกองกำลังสัตว์กันไปก่อน ระหว่างนี้ก็บั่นคอนางตามรับสั่งของเจ้าหญิง เผื่อนางนักบุญผู้นั้นจะยอมปรากฏตัวออกมา

          ตอนนั้นนางหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อคมดาบในมือออร์คตนหนึ่งเงื้อขึ้นเหนือหัวนาง แต่แล้วออร์คตนนั้นก็เป็นอันต้องกระเด็นไปไกลด้วยแรงกระชากจากมนุษย์ตัวจ้อยที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนางได้ทันการ พร้อมกับกองทัพแห่งจักรวรรดิบาฮานที่เข้าสมทบ

ข้ามีนามว่า ดีออนท์ จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิบาฮาน

ได้ยินเช่นนั้น นางก็ยังนึกลังเลว่าควรค้อมกายด้วยท่วงท่างดงามให้แก่องค์ราชา          หรือควรตกใจที่ได้เห็นดวงตาสองสีที่สบมองมา

          ดวงตาสองสีของสีผืนทะเลอันกว้างใหญ่และดวงตะวันยามลาลับขอบฟ้า ใครต่างก็ทราบกันดีว่าผู้ที่ถือครองดวงตาอันงดงามเช่นนี้ มีเพียงนักบุญศักดิ์สิทธิ์เนเดเรียเท่านั้น

          ทว่าราชาดีออนท์กลับมีดวงตาคู่นั้น ทั้งยังพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าตนเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันที่อยู่ในท้องพระมารดาในช่วงที่อาณาจักรเกิดสงคราม ทำให้สองพี่น้องไม่เคยพบหน้า และพลัดพรากจากกันมานับแต่นั้น

และปิดบังไว้เนิ่นนานว่าตนเป็นน้องชายของนักบุญเนเดเรีย เหตุเพราะพระมารดาร้องขอไว้

          แต่หนนี้ราชาดีออนท์จำต้องฝืนรับสั่งนั้น คอยสอดส่องสังเกตความเป็นไปในชีวิตของพี่สาวอยู่ห่างๆ กระทั่งเกิดเรื่องนี้ขึ้น พระองค์จึงเห็นควรว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะได้บอกให้ได้ทราบโดยทั่วกัน

ว่าราชาแห่งจักรวรรดิบาฮาน เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันกับอดีตนักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวรรดิบิลเลียต

          แน่นอนว่าต้องโดนกริ้วโกรธเป็นแน่ ทว่าพระองค์กลับไม่คิดสนใจ เพราะสังขารและอายุขัยที่ร่วงโรยของพระมารดา ทำให้ราชาดีออนท์ตัดสินใจเด็ดขาด ว่าจะพาพี่สาวกลับไปพบหน้ามารดาให้จงได้

เทพีแห่งสรรพสิ่งองค์ต่อไปจะต้องเป็นพี่ข้า ข้าจึงต้องพานางกลับไปหาเสด็จแม่

          คำบอกเล่าของราชาดีออนท์ ทำให้นักบุญแมรี่ที่นั่งเท้าคางฟังพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ แต่แล้วหางตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นปีศาจตัวใหญ่ที่โอบอุ้มนักบุญเนเดเรียแล้วโบยบินมาใกล้ พร้อมทั้งร่างบางที่ร่อนกายลงมายังยอดหอคอยอยู่เบื้องหลังองค์ราชาผู้ไม่รู้ประสา มัวแต่ร่ายถามสิ่งที่ตนอยากทราบต่อไป

ได้ยินมาว่าพี่ข้าจะสมรสกับจอมมารใช่หรือไม่?”

          “…” นักบุญแมรี่ตกใจจนปากคอสั่น ไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้นอกจากชี้มือชี้ไม้ บอกใบ้ให้ราชาดีออนท์ได้ทราบ ว่าเสด็จพี่ของพระองค์อยู่ข้างหลังแล้ว

ข้าไม่ยอม! สายเลือดอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพีแห่งสรรพสิ่งจะไปคลุกคลีกับสายเลือดต่ำชั้นของจอมมารได้อย่างไรกัน!!”

          องค์ราชายังคงพร่ำพรรณนาอย่างโมโหโทโสต่อไป ไม่แม้แต่จะรู้ตัวว่าเสด็จพี่ของพระองค์ กำลังตาลุกตาพองเมื่อได้ยินว่าพระองค์ไม่เห็นด้วยกับการเกี่ยวดองนี้ของนางกับจอมมาร

ต้องเป็นแผนการชั่วช้าของจอมมารที่ล่อลวงพี่ข้าเป็นแน่!”

กระทั่งประโยคสุดท้ายที่ราชาดีออนท์ตรัสไว้ ถูกขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานล้ำแต่เสียดหู

พระองค์จึงทราบว่าเสด็จพี่ได้มาเยือนแล้วแอบเงี่ยหูฟังอยู่นานสองนานแล้ว

          แล้วมันเป็นธุระกงการอะไรของเจ้า ที่คิดขัดขวาง ไม่ให้ข้าสมรสกับจอมมาร?” เนเดเรียแย้มยิ้มเย็นเยียบ ขณะตบฝ่ามือหนักๆลงบนบ่าหนาของราชาดีออนท์ แล้วก็ไม่มีใครล่อลวงใครทั้งนั้น เราสองจะสมรสกันด้วยความเต็มใจ

          เพียงนางดีดนิ้วบอกเป็นนัย ขุนพลแมมมอนก็เข้าไปหิ้วนักบุญแมรี่ที่ยังคงนั่งปิดปากเงียบด้วยความมึนงงให้ไปให้พ้นอาณาบริเวณ ปล่อยให้นางและน้องชายสายเลือดเดียวกันได้เสวนากันตามแต่ใจ

นะ นี่ นี่ท่านได้ยินตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่า...ว่าเราเป็นพี่น้องกัน!”

          ตั้งแต่อยู่หน้าประตูคุกใต้ดิน นางยักไหล่ เจ้าคงเผลอปลดปล่อยพรประการใดประการหนึ่งออกมาใช่หรือไม่ เสียงเจ้าถึงได้ดังก้องไปทั่วทั้งเมืองแอนเนลเช่นนี้

ข้า-

เลินเล่อเสียจริงน้องข้า อีกไม่ช้า เรื่องนี้คงถึงหูแม่เจ้าหญิงแอชลี่ย์เป็นแน่

ทั้งที่โดนตำหนิ แต่ราชาดีออนท์กลับไม่รู้สึกกริ่งเกรงสายตาอ่อนโยนของนางที่ทอดมอง

          อาจเป็นเพราะความอบอุ่นของฝ่ามือบางที่ลูบไล้พวงแก้ม ทำให้อากัปกิริยาที่พยายามกล้าแกร่งให้สมชายชาตรีของพระองค์อ่อนยวบในทันใด พร้อมทั้งปลดปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความคิดถึงออกมา โผเข้ากอดนางอย่างไม่เขินอาย

          ในส่วนของเนเดเรียที่นึกสงสัยแต่แรกแล้วว่าเหตุใดจักรวรรดิบาฮานต้องให้ความช่วยเหลือนางขนาดนี้ กลับรู้สึกโล่งใจและดีใจเหลือเกิน ที่ได้พบว่านางไม่ได้ตัวคนเดียวอย่างที่คิดไว้

แม่ของนางยังมีชีวิต แล้วยังมีน้องชายเป็นราชาแห่งจักรวรรดิ

          นางยินดีจนไม่อาจเก็บซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ได้ กระนั้นก็จำต้องทำหน้าเรียบหน้าตึงเมื่อน้องชายของนางเอาแต่ตระกองกอดนางไว้ แล้วเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเดิมที่ให้ใจนางขุ่นมัวอยู่อย่างนั้น

เราเพิ่งพบกันแท้ๆ ประเดี๋ยวท่านพี่ก็จะไปแต่งงานแล้ว...ข้าไม่ยอมอ่ะ ไม่ยอม

นี่เจ้า...ได้พบกัน ทำไมถึงเอาแต่พูดอย่างนี้กันเล่า?”

ก็ข้าไม่อยากให้ท่านไปยุ่งเกี่ยวกับจอมมาร

ว่าแล้วก็น้ำตาร่วงเผาะไปอีกหนึ่งหยด ทำเอาเนเดเรียอยากยกมือขึ้นมากุมขมับกับอารมณ์อันอ่อนไหวยิ่งกว่าเด็กน้อยของดีออนท์

มีเรื่องอีกมากมายที่ข้าอยากพูดคุยกับเจ้า เอาไว้เราค่อยพบกันใหม่จะดีกว่า

ไม่เอา!”

          เนเดเรียอยากจะตัดความรำคาญให้พ้นตัวไปก่อน จึงเลือกที่จะสะสางเรื่องตรงหน้าให้เสร็จสรรพเพราะนึกขึ้นได้ว่าจอมมารรอคอยนางอยู่

ทว่าดีออนท์กลับกลัวว่าจะไม่ได้พบหน้ากันอีก จึงกอดรั้งนางไว้ไม่ให้ไปไหน

          กระทั่งได้ยินน้ำเสียงราบเรียบแฝงความกริ้วโกรธ และเงามืดที่ฉายชัดอยู่เหนือหัว นางจึงเผลอผลักคนเจ้าน้ำตาออกไปจนไกลลิบด้วยความลืมตัว

          เห็นกลับช้านัก ข้าก็นึกเป็นห่วง จึงตามมาดู น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เคยฟังแล้วหลงใหล กลับกลายเป็นเสียงเรียบตึงแข็งขึง ได้พบเจอพี่น้องที่พลัดพรากจากกันไปนี่เอง เจ้าถึงได้ไม่มาเสียที

          คำพูดบ่งบอกว่ายินดีกับนางนักหนา แต่น้ำเสียงที่ได้ฟังกลับดูค่อนแคะ จนนางไม่กล้าที่จะเหลือบตาขึ้นมองว่าคนที่เอื้อนเอ่ยคำนั้นเป็นใคร

ได้แต่นึกภาวนาในใจ ว่าขอให้อย่ามีเรื่องยุ่งยากอื่นใดมาให้นางสะสางอีก

เพราะตอนนี้นางได้ยินเสียงฟึดฟัดของเจ้าน้องชายตัวดี บ่งบอกว่าอีกประเดี๋ยวเดียวต้องเกิดเรื่องน่าปวดหัวเป็นแน่



_____________________________________________________________


สวัสดีค่าาา
หายไปประมาณ2อาทิตย์ได้มั้งเนี่ย -.-
ขอโทษด้วยค่ะ พอดีนิ้วซ้นทำให้พิมพ์ไม่ถนัด
คือมือข้างซ้ายอ่ะ นิ้วซ้นเรียงกันเลย ชี้กลางนาง
กว่าจะหายก็นะ55555555
ตอนนี้หายดีแล้วค่า ก็อัพอาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิมนะค้าาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.716K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

623 ความคิดเห็น

  1. #564 urmyday1 (@ishutterb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:02

    ผู้ชายเรื่องนี้น่ารักกันทุกคนเลยยย55555

    #564
    0
  2. #471 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 20:32
    55555555555 ชอบทากกกกก
    #471
    0
  3. #397 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 08:40
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #397
    0
  4. #311 kyungsoosan (@kyungsoosan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:47

    เป็นนิยายที่สนุกมากก หานิยายถูกจริตเราแบบนี้ยากมากเลยค่ะ ไรท์เก่งมาก แต่งดีมากกก เรารอนะคะ สู้ๆ

    #311
    1
    • #311-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 5)
      14 ตุลาคม 2562 / 12:11
      กำลังจะอัพต่อแล้วฮ้าบบบ
      #311-1
  5. #304 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 13:08
    ทำไมท่านเเม่ถึงไม่ยอมมารับลูกสาวไปอยู่ด้วยนะ มีเหตุอันใดกัน
    #304
    0
  6. #283 A-minus (@Fordelle) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 17:09

    โห คาดไม่ถึงเลยนะคะเนี่ยว่าท่านจักพรรดิขี้แยจะเป็นพี่น้องกับนางเอกของพวกเรา ดีใจกับเนเดียด้วยนะคะที่เจอครอบครัวแล้ว ;-; คุณนักเขียนคะ ขอให้นิ้วหายไว ๆ น้า ไม่ได้อัพตามตารางเพราะนิ้วซ้นไม่ใช่ความผิดนะคะ สุขภาพต้องสำคัญกว่าอยู่แล้วสิคะะะะ

    #283
    1
    • #283-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 5)
      9 กันยายน 2562 / 18:16

      ตอนนี้หายแล้ววววว ขอบคุณค่า
      #283-1
  7. #280 Musumeji (@wanathida) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 07:28
    หวงจริงหวงจ๊างงงงง อีกหน่อยคงไม่ให้ออกปราสาทอ่ะ
    #280
    0
  8. #279 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 06:53
    ดีออนท์ นายเป็นซิสค่อนเรอะ!?
    #279
    0
  9. #278 MooBiN FlYingpig (@moobin1150) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 00:06
    น้องชาย vs พี่เขย ก้างชิ้นใหญ่กำลังจะมากวนจอมมารแล้ว
    #278
    0
  10. #277 Jennipa (@mfgcdjnf) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:30
    อยากอ่านแบบให้น้องชายป่วนเวลาสวีทของนักบุญกะจอมมาร5555
    #277
    0
  11. #276 Joom1995 (@Joom1995) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:02

    ศึกพี่เขย ปะทะ น้องชาย //นี่ขนาดยังไม่เจอพ่อตานะเนี่ยยย สู้ๆนะท่านจอมมาร 555555555555555

    #276
    0
  12. #274 PLOYSOIYXX (@ployyy567) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 20:57
    ตลก555555555
    #274
    0
  13. #273 chalita01 (@timmyna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 20:44
    ขอบคุณค่าา
    #273
    0
  14. #272 nanim2 (@NaNiM) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 20:39

    หายไปเลยยย จะรอนะ
    #272
    1
    • #272-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 5)
      8 กันยายน 2562 / 20:46
      แหะๆ นิ้วซ้นค่า พิมพ์ไม่ถนัดเลยหายไปรักษาตัวมาา
      #272-1
  15. #271 SeleneSO (@SeleneDSO) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 20:09
    รออออออออ
    #271
    0
  16. #270 Princess@My id (@My-Princess123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 19:48
    อ้าวๆไรท์ขาอัพชดเชยหน่อยค่า5555555555(ติดงอมแงม><)
    #270
    2
    • #270-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 5)
      8 กันยายน 2562 / 20:08
      ได้ค่าาา ว่าจะแวบมาอัพอีกนิดนึง555
      #270-1
  17. #269 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 19:07
    อาทิตย์นี้งดอัพนะคะะ ติดงานด่วนค่า
    #269
    0
  18. #268 Call me 'Michy' (@namine-38) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 08:51
    สนุกมากค่ะ ชอบการวางตัวละคร ชอบการวางบท จอมมารน่ารักมากกกก 5555
    #268
    0
  19. #267 BlackMoon14 (@bamaz416) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 20:31

    รอออออ~

    #267
    0
  20. #265 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:34
    สนุกมากก ติดตามค่ะ
    #265
    0
  21. #263 K1MHANNAH (@_Hanna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 11:13

    สนุกมากค่าาา
    #263
    0
  22. #262 ควินน์เฮเซล (@brownie-9127) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 09:06
    สนุกค่าๆ
    #262
    0
  23. #261 Henachan (@Henachan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:29
    นั่นแน่~~
    #261
    0
  24. #260 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:04
    ห่วงเค้าล่ะซิจอมมารรร~
    #260
    0
  25. #259 chalita01 (@timmyna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 17:10

    ขอบคุณค่า
    #259
    0