เมื่อนักบุญศักดิ์สิทธิ์อยากเป็นภรรยาจอมมาร - When a Divine Priest wants to be a Demon Wife

ตอนที่ 3 : บทที่ 02 - ภรรยาควรเข้าใจในตัวสามี |100%| - 31.07.2019

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,725 ครั้ง
    3 ส.ค. 62


สำหรับใครที่อ่านในแอปแล้วเห็นแจ้งเตือนขึ้นไม่ตรงบท ต้องขอโทษด้วยนะคะ

พอดีเราบันทึกตอนผิด เนื่องจากเซฟบทร่างไว้มากมาย





2

ภรรยาควรเข้าใจในตัวสามี




         ข่าวลือเรื่องการหมั้นหมายของจอมมารกับนักบุญศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่องลือมาถึงแดนมนุษย์ราวกับมีคนจงใจมาปล่อยข่าวแล้วให้บอกกล่าวกันไปปากต่อปาก เกิดคำครหาที่ว่ากันว่านางเป็นอดีตภรรยาของผู้กล้าจักรวรรดิบิลเลียต การที่นางหมั้นหมายกับจอมมารคงคิดหักหน้าจักรวรรดินั้นเป็นแน่

          หากนางคิดเช่นนั้นก็คงสมใจนาง เพราะราชาบิลเบิร์ตกริ้วโกรธจนพระพักตร์ดำแดงสลับกันไป ทั้งยังมีรับสั่งให้ผู้กล้าเอริคและเจ้าหญิงแอชลี่ย์มาเข้าเฝ้าถึงห้องทรงงาน

นางทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน!”

          เมื่อผู้กล้าเอริคทราบความก็มีสีหน้าไม่ต่างไปจากราชาบิลเบิร์ตนัก เขารู้สึกว่าถูกหยามเหยียดศักดิ์ศรีจนไม่อาจแหงนมองหน้าใครได้ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางต้องทำกับเขาให้อับอายขายขี้หน้าเช่นนี้

เพราะแค้นเคืองที่ทอดทิ้งนางไป...หรือเพราะอยากเอาคืนให้เจ็บแสบกันแน่?

แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด นางก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม!

เอริค ท่านอย่ากังวลไปเลยค่ะ

          น้ำเสียงหวานล้ำกับปลายนิ้วที่แตะลงบนฝ่ามือหนา ทำให้เอริคที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งโทสะเงยหน้าสบตาเข้ากับดวงตากลมโตที่จรดมองมาด้วยสายตาอ่อนโยน ปัดเป่าโทสะที่ก่อตัวขึ้นในใจเขาให้หายไปได้อย่างง่ายดาย

          เจ้าหญิงแอชลี่ย์เห็นอากัปกิริยาของเอริคที่ดูร้อนรนใจทั้งที่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ นางจึงหันไปเกลี้ยกล่อมสามีให้ใจเย็นลงก่อนหันไปเสวนากับราชาบิลเบิร์ตด้วยใบหน้าอันงดงามเหมือนอย่างเคย “เสด็จลุงโปรดอย่าถือสาเอริคเลยเพคะ ช่วงนี้เขาฝึกปรืออย่างหนัก อารมณ์ขึ้นๆลงๆจนหม่อมฉันเองก็นึกแปลกใจ

นางกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงใสด้วยกิริยาที่น่าเอ็นดูจนทำให้คนเฝ้ามองอย่างผู้กล้าเอริคหลงรักนางไปไม่รู้กี่ครั้งครา

กระทั่งเสียงกระแอมไอขององค์ราชาบิลเบิร์ตดังขึ้น ทั้งสองจึงละสายตาจากกันแล้วหันมาสำรวมกิริยามิให้ถูกตำหนิเอาได้

          เห็นพวกเจ้ารักใคร่กันดี ข้าเองก็เบาใจ” ราชาบิลเบิร์ตคลายสีหน้าเคร่งขรึมลง ก่อนแย้มยิ้มอย่างมีเมตตา “ที่เรียกเจ้าทั้งสองมาพบในวันนี้ ก็เพราะข่าวลือของนักบุญผู้นั้นที่ออกจากจักรววรดิไปได้ไม่ทันไรก็หมั้นหมายกับจอมมารเสียแล้ว...ข้าเป็นกังวลยิ่งนัก เกรงว่านางคิดทำการใหญ่ให้เผ่ามนุษย์ต้องสูญสิ้น

ไม่ใช่คำที่เกินเหตุหากจะกล่าวเช่นนี้

          นักบุญศักดิ์สิทธิ์เป็นดั่งผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า มีความสำคัญต่อจักรวรรดิทั้งยังเป็นกำลังสำคัญให้แก่ผู้กล้าในการต่อกรกับจอมมาร กระนั้นพระองค์ก็ทอดทิ้งนางไป เป็นเพราะตัดสินพระทัยแน่วแน่แล้วว่าเจ้าหญิงแอชลี่ย์คู่ควรกับตำแหน่งนี้มากกว่านาง อีกทั้งพระสหายอย่างราชาแห่งจักรวรรดิจาม่อนก็ได้ร้องขอให้ธิดาได้เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์เคียงข้างชายที่นางรัก พระองค์จึงได้ทำการปรึกษาหารือกับผู้กล้าเอริคมานานนม เห็นตรงกันว่าควรให้สตรีผู้นั้นออกจากตำแหน่งนักบุญศักดิ์สิทธิ์

          แต่นึกไม่ถึงว่านางจะหันไปยืมมือจอมมารมาเย้ยหยันกันให้เสียหน้าอย่างนี้ พระองค์จึงต้องรีบเร่งให้แต่งตั้งเจ้าหญิงแอชลี่ย์เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวรรดิบิลเลียตโดยเร็ว 

          แม้ไม่มีเชื้อสายกึ่งเทพอย่างสตรีนางนั้น แต่ออร่าอันเจิดจ้าคล้ายกับนาง...ไม่ช้าก็เร็ว พรห้าประการจะต้องกล้าแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับจอมมารในสงครามครั้งหน้าได้เป็นแน่

แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่น่ากังวล เกรงว่าจะไม่ทันการหากนักบุญเนเดเรียรุดเร่งแผนการนำไปแล้วหลายขุม

เฮ้อ ข้ากังวลเหลือเกิน

          สุรเสียงทอดถอนหายใจขององค์ราชา ทำให้ทั้งสองเสมองหน้ากันเล็กน้อยคล้ายบอกเป็นนัยกันว่าควรให้พระองค์คลายกังวลในเรื่องนี้

          เสด็จลุงเพคะ” ร่างบางก้าวขาไปหาราชาบิลเบิร์ตถึงบัลลังก์ทองคำ พร้อมทั้งกอบกุมมือหยาบย่นอย่างถือวิสาสะ “แม้กำลังของหม่อมฉันจะมีเพียงน้อยนิด แต่หม่อมฉันขอให้สัญญาว่าจะปกป้องเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้ได้...เพื่อเสด็จลุงและจักรวรรดิทั้งสามเพคะ

          พระพักตร์ที่ดำคล้ำเคร่งเครียดหลายต่อหลายวัน กลับคลายลงเพียงได้ยลรูปโฉมและรอยยิ้มอันงดงามของเจ้าหญิงแอชลี่ย์ที่ตราตรึงอยู่ในห้วงจิต คำเอ่ยปลอบของนางก็ปลอบประโลมให้ใจที่ทุกข์ตรมได้ทุเลาลงในชั่วพริบตา ครุ่นคิดว่าคิดถูกแล้วที่ให้นางได้เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์

          เมื่อคลายกังวลลงแล้ว ราชาบิลเบิร์ตจึงรับสั่งให้ทั้งสองได้ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ปราสาท กระนั้นก็ไม่ลืมกำชับให้ฝึกปรือฝีมือไว้ให้คล่อง โดยเฉพาะเจ้าหญิงแอชลี่ย์ที่ต้องคอยทดสอบพลังเวทย์กับนักเวทย์ระดับสูงในทุกๆสิบวัน

กระหม่อมนึกว่าฝ่าบาทจะคลายกังวลลงได้แล้ว แต่ก็ยังรับสั่งให้เจ้าหญิงต้องลำบากพระทัยอยู่เรื่อย

          ผู้กล้าเอริคทอดถอนหายใจยามหย่อนกายลงบนนวมขนหมาป่าที่ลงมือล่าไปกว่าร้อยตัว ส่วนเจ้าหญิงแอชลี่ย์ก็โบกมือไล่สาวรับใช้ให้ไปยกน้ำชาและของหวานก่อนจะเข้าไปทรุดนั่งเคียงข้างสามีของนาง เอนศีรษะซบไหล่กว้างแล้วเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอย่างมีจริตจกร้าน

          ในสายตาชายใด คงมองว่านางช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนไม่อาจอดใจไหว จนมองข้ามความร้ายกาจในแววตาใสซื่อที่ซุกซ่อนไว้โดยสิ้นเชิง

สามีข้า เราอยู่ด้วยกันสองคนอย่าใช้คำเรียกข้าอย่างนั้นสิ

อา...ลืมไปเลย เพราะเจ้าเป็นเจ้าหญิง ข้าก็เลยคุ้นชินกับคำพวกนั้นมากกว่า

          กลิ่นกายที่หอมหวนของนางทำให้เอริคต้องจรดจมูกลงไปดอมดม แต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะความเจ็บปวดข้างริมฝีปากที่ยังหลงเหลือจากการถูกอดีตศรีภรรยากระทำไว้ ส่งเสียงร้องโอดโอยจนแอชลี่ย์สะดุ้งไปด้วยอีกคน ต้องเอ่ยปลอบให้สามีนางใจเย็นลงเมื่อสามีนางเริ่มปริปากก่นด่าภรรยาเก่าที่ฝากฝังรอยแผลอันอัปยศและซี่ฟันที่หลุดหายไปจนต้องใส่ฟันทองทดแทน

สารเลวนักไม่คิดเลยว่าตลอดมานางจะเสแสร้งแกล้งสงบเสงี่ยมให้ข้าตายใจ

ใจเย็นก่อนเอริค นางอาจไม่ได้ตั้งใจก็ได้ค่ะ

เจ้าอย่าเข้าข้างนางนักเลย สตรีจิตใจดีเช่นเจ้าจะไปเข้าใจอะไรกับสตรีใจทรามเช่นนั้น

อย่าพูดเช่นนั้นสิคะ

          นางพยายามปลอบใจเอริคให้เย็นลงด้วยการเอนกายเข้าออดอ้อนด้วยสีหน้าเป็นกังวล พร่ำบอกว่าไม่อยากให้ถือสาอดีตภรรยา แต่ปากนางกลับแสยะยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่ตัวตนของนักบุญเนเดเรียได้ถูกลบเลือนออกไปจากใจคนทั้งจักรวรรดิบิลเลียต

          แต่แล้วก็ต้องปรับสีหน้าสีตาเมื่อถูกอ้อมแขนแกร่งตระกองกอดไว้แนบแน่น ทำทีเขินอายยามถูกจุมพิตข้างพวงแก้ม ยิ้มกว้างกับคำบอกรักจากใจของสามีที่นางยื้อแย่งมาได้อย่างง่ายดาย

ข้ารักเจ้า แอช

          เจ้าหญิงแอชลี่ย์หัวเราะเสียงใสกับคำบอกรักของชายหน้าโง่ตรงหน้า นึกเวทนาจนต้องบอกรักตอบกลับไปแล้วสวมกอดกายหนาไว้ให้แน่นขนัด หลบซ่อนมุมปากที่แสยะยิ้มและเสียงหัวเราะในลำคออย่างสังเวชต่อใครก็ตามที่หลงใหลไปกับรูปโฉมและความอ่อนหวานของนาง

หากข้าควบคุมใครต่อใครได้ด้วยจริตมารยา ทั้งสามจักรวรรดิคงได้เทิดทูนข้าเป็นจักรพรรดินีในเร็ววัน

          เพียงครุ่นคิดว่าทุกสิ่งอย่างจะตกเป็นของนางในไม่ช้า ก็เป็นอันต้องลอบหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ ปลายนิ้วก็ลูบไล้ปลายคางผู้กล้ายามนางตระกองกอดไว้ด้วยสายตาหลงใหลอย่างสุขใจที่ได้มาครอบครอง

หากต้องการสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น...เป็นสิ่งที่นางวาดฝันมาตลอดและก็สำเร็จไปเสียทุกอย่างที่ต้องการ

          ความปรารถนาของนางสำเร็จไปหลายอย่าง ที่ต้องทำในคราต่อไปก็คือการได้ทั้งสามจักรวรรดิมาอยู่ในกำมือ เป็นการรวบรัดตัดตอนเพื่อไม่ให้ความปรารถนายิบย่อยของนางมีเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว กระนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่อยากครอบครองจนตัวสั่น

ข้าอยากครอบครองจอมมาร

         เมื่อตลบคิดถึงความปรารถนาที่สองได้ นางก็ขยับยิ้มกว้างจวนเจียนจะเรียกได้ว่าแสยะ ดวงตาสั่นระริกอย่างนึกสนุกเมื่อนึกถึงของเล่นชิ้นใหม่ที่จะได้มาครอบครองในอีกไม่ช้า หัวเราะเสียงหวานกลบเกลื่อนเสียงหัวเราะอันต่ำทรามที่เร้นอยู่ในน้ำเสียง

ทุกสิ่งเป็นของข้า ทุกสิ่งอย่างกำเนิดมาเพื่อข้าเพียงผู้เดียว!



 

 

จงสง่างามและน่าเกรงขามให้ยิ่งกว่าข้า

นั่นเป็นคำที่บิดาสั่งสอนให้เขาได้รับรู้ไว้ตั้งแต่อยู่ในท้องของมารดาจวบจนเติบใหญ่ และจดจำได้ขึ้นใจจนฝังลึกอยู่ในจิต...

          บิดาของเขาเป็นจอมมารตนก่อนที่ปกครองแดนปีศาจซึ่งถูกเรียกขานด้วยนามว่า อาณาจักรเซนเดรีย อันเป็นอาณาจักรเพียงหนึ่งเดียวที่เหล่าปีศาจยึดมั่นเป็นถิ่นฐานเอาไว้ หลังจากที่สูญเสียอาณาจักรในการปกครองไปมากมายให้กับฝ่ายมนุษย์ เพื่อแลกกับอิสระภาพของทาสปีศาจชนชั้นต่ำต้อยที่ถูกมนุษย์จับไปกดขี่ข่มเหง

บิดาของเขากล้าแกร่ง น่าเกรงขาม สง่างาม จนไม่อาจมีใครเทียบได้

          ทั้งที่จอมมารราฟาเอลคิดเช่นนั้นและเทิดทูนบิดาจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่ก็ไม่อาจเข้าใจในความคิดที่ว่า เหตุใดต้องให้ความสำคัญกับปีศาจชั้นต่ำที่ถูกมนุษย์จับไปเป็นทาส ทั้งยังยอมยกอาณาจักรหลายส่วนเพื่อปลดโซ่ตรวนที่รัดรึงข้อเท้า แม้ทักท้วงไปก็ไม่เคยได้คำตอบกลับคืนมา

กระทั่งดึกคืนหนึ่งก่อนออกรบกับฝ่ายมนุษย์ บิดาก็บอกความที่สงสัยมานานนมให้ได้ทราบ

ลูกข้า ถ้าเจ้าเป็นปีศาจพวกนั้น เจ้าจะทรมานหรือไม่ที่ถูกจองจำเหยียดหยามโดยมนุษย์

ข้าคงทรมานมาก

เช่นนั้น เจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ ว่านั่นเป็นเหตุผลที่พ่อจำต้องมอบอิสระภาพให้ปีศาจพวกนั้น

ไม่ ข้าไม่อาจเข้าใจ เหตุใดต้องไปให้ค่ากับปีศาจชั้นต่ำ

          ในตอนนั้นที่เอ่ยตอบไปด้วยความสัตย์จริงตามประสาเด็กน้อย...บิดาก็ได้แต่นึกส่ายหน้าระอาใจ ทั้งยังกล่าวโทษตัวเองที่สั่งสอนเขาได้ไม่ดีนัก

         ลูฟซ์...เจ้าควรมีจิตเมตตาและความเห็นใจต่อผู้อื่นในการปกครองผู้คน เช่นนั้นจึงจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนักปกครองที่ดี

แล้วความสง่างามกับความน่าเกรงขามที่ท่านพ่อเคยสอนสั่งเล่า?”

มันควรเป็นเพียงหน้ากาก มิใช่จิตใจของเจ้า

          และนั่นก็เป็นถ้อยคำสั่งสอนครั้งสุดท้ายที่จอมมารราฟาเอลได้รับมาจากบิดา เพราะในค่ำคืนนั้นเองที่บิดาพลาดท่าให้กับผู้กล้าแห่งจักรวรรดิจาม่อนจนสิ้นใจตาย สละชีพได้โง่เง่าด้วยการใช้ร่างกายเป็นเกราะกำบังให้แก่เด็กน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในอาณาบริเวณเขตสงคราม

          รีบเร่งรุดไปยังห้องบรรทมเพื่อดูใจบิดาตามคำบอกของมารดา แต่ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวเสียงกระซิบ ทำให้ไม่อาจได้ยินชิดจนต้องโน้มตัวใกล้แล้วเงี่ยหูฟังว่าบิดาต้องการสั่งเสียในเรื่องใด

หากพบเจอสตรีใดคล้ายกับแม่เจ้า จงอย่าลังเลที่จะมอบใจให้นาง

          คำสั่งเสียที่ได้ยินมา ไม่อาจทำให้จอมมารราฟาเอลเข้าใจได้ว่าบิดาวาดหวังในเรื่องใด กระนั้นก็พอทราบความนัยว่าอยากให้จักรพรรดินีของเหล่ามารเป็นสตรีที่อ่อนโยนแต่เด็ดขาด

          ทว่าจอมมารเบื่อหน่ายกับการต้องเลือกเฟ้นสตรีมานั่งเคียงกาย จะมีก็แต่คอยบำเรอให้คลายห้วงอารมณ์ ไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาพบเจอสตรีที่คล้ายกับมารดาให้หงุดหงิดใจเช่นนี้

นายท่านคะ

          น้ำเสียงหวานล้ำของลิเวียธานที่เพรียกหามาแต่ไกลก่อนที่ตัวนางจะมาถึงท้องพระโรงอันโอ่อ่า ทำให้สายตาที่จรดมองฎีกาที่ร้องเรียนการเพาะปลูกต้องละไปมองร่างเพรียวระหงที่ค้อมกายให้ ครั้นเอ่ยถามว่ามีสิ่งใด นางก็บอกกล่าวในเรื่องเดิมที่ได้ยินมาสามวันเต็ม

นักบุญมาเยือนค่ะ

          ได้ยินเช่นนั้น จอมมารราฟาเอลก็ผุดลุกจากบัลลังก์เหล็กกล้าด้วยความเหลืออดเกินจะทานทน ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะว่ากล่าวนางนักบุญผู้นั้นเสียหน่อยว่าเหตุใดต้องแวะเวียนมาที่นี่ทุกวี่ทุกวัน

ทว่าพอได้เห็นใบหน้าแป้นแล้นประดับประดาไปด้วยรอยยิ้มอันสดใสของนาง ความตั้งใจนั้นก็เป็นอันล้มเลิกไป

ข้ามาจีบท่านค่ะ

แม้นางจะหลบซ่อนความเอียงอายยามเอื้อนเอ่ยออกมาได้หน้าตาเฉย แต่ติ่งหูนางกลับแดงก่ำจนสังเกตเห็น

ดูแล้วนางคงไม่เชี่ยวเรื่องรักใคร่แม้แต่น้อย แล้วเหตุใดต้องฝืนใจมาจีบข้าด้วยเล่า?

          จอมมารได้แต่ครุ่นคิดด้วยความสงสัย และปล่อยให้นางนักบุญได้เพลิดเพลินกับการยื้อยุดฉุดชายแขนเสื้อตนให้ไปนั่งจิบน้ำชาที่นางตระเตรียมมาให้ หารู้ไม่ว่าในใจของนางกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นตกใจ

พระผู้เป็นเจ้า...ไม่สิ พระเจ้าริต้า ได้โปรดประทานความกล้าหาญให้ลูกด้วย

          ดวงหน้าอันงดงามของเนเดเรียแดงก่ำยามหย่อนกายนั่งลงบนผืนผ้าที่ปูไว้กลางแปลงดอกไม้หลังปราสาท ภายใต้ความหน้าตาเฉยของนาง เก็บซ่อนความเขินอายจนแทบเป็นลมล้มพับเอาไว้ในใจ แม้ได้รับการติวเข้มมาจากริต้า ก็ไม่อาจช่วยให้ความเขินอายของนางลดน้อยลงได้

          และเหตุที่นางต้องคอยแวะเวียนมายังแดนปีศาจ ก็เพราะคำยุยงต่างๆนานาของริต้าที่กระซิบบอกว่าควรผูกใจเขาไว้ให้มั่น มิใช่นางคนเดียวที่หลงใหลได้ปลื้มในตัวจอมมาร เหล่านางบำเรอในห้องหับก็หลงใหลในตัวจอมมารเช่นกัน

เช่นนั้น เนเดเรียจึงควรเร่งรุกจีบจอมมารให้ได้โดยเร็ว เพราะนางเสียเปรียบเหล่านางบำเรอที่อยู่ชิดใกล้จอมมารยิ่งกว่านาง

(ต่อ)

          ทั้งที่เดิมทีนางคิดอยากใช้ชีวิตให้สงบสุขในป่าแดนเหนือหลังจากลาขาดจากจักรวรรดิ จากนั้นก็มองหาชายหนุ่มรูปงามในอุดมคติที่หมายมั่นไว้มาเป็นสามี และสร้างครอบครัวด้วยกันที่ป่าแดนเหนือ

แต่เป็นเพราะได้พบเจอจอมมารราฟาเอลผู้มีคุณลักษณะตรงตามสามีในอุดมคติของนาง

ไหนจะคำทำนายแห่งคู่ชะตาของเบลเฟกอลที่บ่งชัดว่าทั้งสองจะต้องตบแต่งกันเพื่อสร้างทายาทของจอมมาร

แน่นอนว่าเนเดเรียเห็นดีเห็นงามด้วยอย่างมากจนลืมนึกไปว่านางอาจมีปัญหากับฝ่ายมนุษย์ในภายหลัง

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจเท่าที่ควร เพราะเรื่องที่น่าหนักใจยิ่งกว่า...คือการหาทางชิดใกล้จอมมารราฟาเอล

ทำไมพ่อคุณถึงได้จีบยากจีบเย็นนักนะ

          ตั้งแต่นางคิดดื้อด้าน ย่างกรายมายังแดนปีศาจทั้งที่จอมมารย้ำบอกว่าจะไปหาที่ป่าแดนเหนือด้วยตัวเอง จอมมารก็ทำทีไม่อยากจะเสวนากับนางเท่าไหร่นัก ทั้งยังเมินเฉยยามนางเอ่ยถามในสิ่งใด จนเนเดเรียเหนื่อยใจที่จะเข้าหา ได้แต่ครุ่นคิดว่าทำไมพ่อจอมมารรูปงามถึงได้จีบยากเหลือเกิน

ดูสิ นางอุตส่าห์หอบตะกร้าผลไม้มาให้ทาน ยังเอาแต่นั่งเงียบแล้วจ้องหน้านางโดยไม่คิดเอ่ยขอบคุณกันซักคำ

          แม้จะได้รับการติวเข้ม ว่าด้วยการเอาใจจอมมารจากริต้ามาอย่างดี แต่พอเจอสถานการณ์ชวนน่ากระอักกระอ่วนตรงหน้า หลักสูตรติวเข้มพวกนั้นก็ไม่อาจช่วยนางได้

เชิญค่ะ

          นักบุญสาวยิ้มเจื่อนด้วยความประหม่าที่ฉายชัดบนใบหน้า ผายมือเชื้อเชิญให้จอมมารได้ลิ้มรสผลแอปเปิ้ลที่นางเด็ดจากต้นด้วยตัวเอง

          เพราะเนเดเรียเอาแต่หลบเลี่ยงดวงตาแดงก่ำที่จ้องมองมา นางจึงไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว จอมมารราฟาเอลกำลังมองนางด้วยความประหลาดใจที่เหล่าสรรพสัตว์ทั่วทุกสารทิศในแดนปีศาจเข้ารายล้อมนาง ไม่เว้นแม้แต่ฝูงมดตัวเล็กที่เดินเรียงแถวกันมา

          ชั่วพริบตาที่นางมาเยือน ความมืดมนแห้งแล้งก็ผันเปลี่ยนไป กลายเป็นความชุ่มชื้นสดใสที่แม้แต่ดอกไม้ใบหญ้ายังผลิบานอย่างยินดี ยิ่งตอกย้ำถึงความพิเศษในตัวนางให้จอมมารได้ตระหนักถึงคำทำนายแห่งคู่ชะตา

         กระผมทราบดีว่านายท่านไม่เห็นด้วยกับแผนการสร้างทายาทเพื่อช่วยรบในสงครามครั้งหน้า แต่อยากให้นายท่านตรองให้ดีก่อน...เพราะถ้าเราชนะสงคราม เราจะได้ทวงคืนอาณาจักรที่เสียไป และกลับมาเป็นใหญ่เหนือมวลมนุษย์

          หวนนึกถึงคำย้ำเตือนอันน่าหนักใจของเบลเฟกอล พลันคันคิ้วโก่งก็ขมวดมุ่น เผลอไผลทำหน้าเคร่งขณะที่ละสายตาจากนางมาจ้องมองผลแอปเปิ้ลในมือ

นักบุญยินดีจะช่วยทำให้แผนการลุล่วง ทั้งยังอุตส่าห์ผูกมิตรกับข้าเพื่อการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในอนาคต...

หลังจากลังเลกับแผนการมานาน ในที่สุดจอมมารก็ตัดสินใจได้เสียทีว่าควรยอมรับแผนการตามคำร้องขอของเหล่าขุนพล

ขอบคุณสำหรับอาหาร

          เมื่อเห็นว่าจอมมารราฟาเอลยอมกินผลแอปเปิ้ลในมือ เนเดเรียก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเกรงว่าจะถูกปฏิเสธเหมือนอย่างสองวันก่อนที่อุตส่าห์หอบหิ้วผลไม้จากป่าแดนเหนือมาให้ แต่เจ้าตัวก็เลี่ยงที่จะรับของที่นางหอบมาให้ทุกครั้งครา

นางก็นึกว่าจอมมารจะจีบยากกว่าที่คิดไว้เสียอีก

          เนเดเรียยิ้มแย้มด้วยสีหน้าแจ่มใสปราศจากความประหม่าทันทีที่เห็นท่าทีของจอมมารที่มีต่อนางเปลี่ยนไป ทั้งยังยกทั้งตะกร้าผลไม้ให้เขาได้กินอิ่มท้อง เพราะดูท่าแล้วคงหิวโซไม่น้อย

ข้าได้ยินมาว่าท่านไม่ค่อยได้กินอะไร จริงหรือคะ?”

ใช่ เพราะเสบียงในอาณาจักรเข้าขั้นขาดแคลน จะให้ข้ากินอยู่สุขสบายต่างจากไพร่พลคงเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจนัก

          เป็นอีกครั้งที่นางลอบมองเสี้ยวหน้าคมคร้ามด้วยสายตาชื่นชมอย่างไม่คิดปิดบัง จนคนที่โดนลอบมองรู้สึกตัว หันมาปรายมองด้วยดวงตาแดงก่ำดุจโลหิตอย่างนึกสงสัย

ทำไมเจ้าต้องทำสายตาเช่นนั้น?”

เอ่อ สายตาแบบไหนหรือคะ

“…เหมือนจะกินข้าเข้าไปทั้งตัว

ถ้ากินได้ก็ดีนะคะ

          ปากที่กำลังจะอ้ากัดผลแอปเปิ้ลในมือเป็นอันต้องชะงักค้างไป จู่ๆจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบยามถูกดวงตาสองสีอันวาววับจับจ้องอยู่ใกล้ๆ ทั้งยังเอื้อนเอ่ยออกมาได้หน้าตาเฉย ไร้ซึ่งความเอียงอายเหมือนอย่างหลายวันก่อน

จิตใจของสตรี...ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!

          กลับเป็นจอมมารเสียเองที่รู้สึกเขินอายแทนนางที่เกี้ยวบุรุษเช่นเขาอย่างไม่รู้สึกรู้สา จำต้องแสร้งกระแอมไอเสียงดัง และนางคงทราบว่าเขาขัดเขิน จึงเป็นฝ่ายหาเรื่องเสวนาด้วยเจตนาที่อยากทราบเรื่องราวในโลกนี้ที่นางยังไม่ค่อยคุ้นเคยนัก

ได้ยินมาว่า ท่านหลงรักเจ้าหญิงแอชลี่ย์หรือคะ

          คำถามที่เอื้อนเอ่ยออกมาโดยไม่คิดหน้าคิดหลังของนาง กลับทำให้สีหน้าของจอมมารที่มืดครึ้มลงหลายส่วนจนนางสะดุ้งตกใจ

          เนเดเรียลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสบตาสองสีเข้ากับดวงตาแดงก่ำที่หลุบมองนาง สายที่มองนั้นไม่ได้เมินเฉยเหมือนอย่างครั้งแรกที่ได้พบกัน...แต่กลับเป็นสายตาดุดันคล้ายกับผู้ใหญ่ที่ต่อว่าเด็กน้อยเช่นนางให้หลาบจำ ทั้งยังแฝงไปด้วยความไม่พอใจยามนางขยับปากคิดแก้ตัวจนนางไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้

เหตุใดเจ้าต้องมากล่าวหาว่าข้าหลงรักเจ้าหญิงแอชลี่ย์กัน?”

เกิดความมึนงงที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าเนเดเรียหลังจากได้ยินคำกล่าวเช่นนั้น

          จากในนิยายที่อ่านจนจบก่อนสิ้นใจตาย นางจำได้แม่นยำว่าจอมมารหลงรักเจ้าหญิงหมดหัวใจ ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนล่อหลอกให้ถูกผู้กล้าปลิดชีพในตอนจบของเรื่อง

          เช่นนั้นแล้วทำไมจู่ๆจอมมารถึงเอื้อนเอ่ยด้วยถ้อยคำที่ไม่นิยมชมชอบเจ้าหญิงแม้แต่น้อย...หรือเป็นเพราะบทนิยายที่เปลี่ยนไปหลังจากนางคิดพลิกสถานการณ์จนเกิดความโกลาหลของไปหลายอย่าง

          หากเรื่องตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ นางก็ควรยินดีที่จอมมารไม่ได้ปักใจรักเจ้าหญิงเหมือนอย่างนิยายที่อ่านมาใช่หรือไม่?

แหม ท่านราฟาเอลล่ะก็ ข้าก็แค่...

แค่?”

ใช่แล้ว นางควรฉีกยิ้มยินดีอย่างยิ่ง

          แต่เมื่อตลบคิดอีกหนแล้วนึกได้ว่านางไม่อาจคาดเดาเนื้อเรื่องจากในนิยายได้อีกต่อไป พลันสีหน้าเริงร่าของนางก็แปรเปลี่ยนสีหน้าห่อเหี่ยวราวดอกไม้ใกล้ร่วงโรยทันตาเห็น

อา ข้าก็แค่สงสัยกับคำพูดของท่าน...ในเมื่อท่านไม่ได้หลงรักเจ้าหญิง ทำไมหลายปีก่อนถึงลักพาตัวเจ้าหญิงกันล่ะคะ?”

เนเดเรียเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาด้วยความสงสัย     

          ได้ยินคำถามของนาง จอมมารก็ชะงักไปเล็กน้อยที่นางไม่คิดปิดบังความอยากรู้อยากเห็นที่แฝงมาในคำถามนั้น ทั้งยังส่งสายตาอ้อนวอนแกมบังคับให้เขาต้องตอบคำถามนางด้วยความสัตย์จริง

แม้เรื่องราวเมื่อตอนนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง แต่อีกไม่นานนางก็ต้องทราบไม่ช้าก็เร็วหลังตบแต่งกัน

เช่นนั้นเล่าให้นางฟังก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

เจ้าหญิงแอชลี่ย์มีรูปโฉมเหมือนท่านแม่ของข้าที่จากไปในสงครามเมื่อร้อยปีก่อน...

               ทว่าไม่ทันที่จอมมารจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดมากไปกว่านี้ ก็เป็นอันต้องชะงักปากไว้เมื่อปลายนิ้วเรียวเอื้อมแตะริมฝีปากที่กำลังขยับเอ่ย

ราวกับว่านางล่วงรู้ ว่าเขาเก็บซ่อนความเศร้าโศกเอาไว้ในส่วนลึกยามเอ่ยถึงมารดา...

 “ข้าขอโทษที่เอ่ยถามท่านโดยไม่คิดให้ดี ดูสิ ดวงตาอันงดงามของท่านเริ่มแดงก่ำแล้ว

          ไม่ว่าเปล่า นางยังรั้งศีรษะเขาให้โน้มลงมาซบอกนางโดยไม่มีความเขินอายให้เห็น ปากก็เอาแต่เอ่ยขอโทษแล้วยังส่งเสียงปลอบราวกับจอมมารอย่างเขาเป็นเด็กน้อย

          จอมมารราฟาเอลทั้งงุนงงและรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวกับการกระทำของนักบุญเนเดเรีย แต่ก็ไม่อาจขัดน้ำใจของนางด้วยการผละจากอ้อมอกนางไปได้ ทำได้เพียงปล่อยให้นางปลอบจนกว่าจะพอใจแล้วผละออกไปด้วยตัวเอง

ท่านอารมณ์ดีขึ้นรึยัง?”

          เนเดเรียเอ่ยถามด้วยสีหน้าแย้มยิ้มเปี่ยมเมตตาแห่งนักบุญศักดิ์สิทธิ์ แสร้งไม่เห็นติ่งหูอันแดงก่ำของจอมมารยามเงยหน้าขึ้นมาจากอ้อมอกอันอบอุ่นของนาง

ข้า...ดีขึ้นแล้ว

          อากัปกิริยาของจอมมารที่เอื้อนเอ่ยออกมาทีละคำได้ยากเย็น แล้วยังทำทียกมือลูบหน้าลูบตา...เป็นที่น่าพอใจแก่นางเมื่อได้เห็นจอมมารมีท่าทีเช่นนั้น

จะว่าเนเดเรียทำดีหวังผลก็ไม่ถูก เพราะนางสงสารจอมมารด้วยใจจริง

          กระนั้นนางก็ขอหาเศษหาเลยจากจอมมารนิดหน่อย แม้ขัดเขินกับความใจกล้าหน้าด้านของตัวเองไม่น้อย แต่ถ้าหากนางสามารถปักธงไว้ที่กลางใจจอมมารได้ ก็ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าอะไรดี

อย่างคำว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้ด้วยกล!

          คิดได้เช่นนั้น เนเดเรียก็ลอบกระหยิ่มยิ้มย่องก่อนหันไปหาจอมมารราฟาเอลที่นั่งเคียงข้างกัน จงใจกระเถิบกายเข้าใกล้จนไหล่นางชิดชนไหล่หนา

เอื้อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอันเจิดจ้าที่ใครมองต่างก็ต้องร้องบอกว่าแสบตา

ต่อจากนี้ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านเอง

          สายลมเอื่อยเฉื่อยที่พัดผ่านผิวกายให้หนาวเหน็บ กลับทำให้กายหนาอุ่นร้อนด้วยความร้อนผ่าวที่โลดแล่นจากใบหน้าไปจนถึงปลายเท้า จำต้องละมือที่กอบกุมกันไว้เพราะเกรงว่านางจะรับรู้ถึงความร้อนผ่าวบนเรือนกาย แต่นางกลับเกาะกุมไว้แน่นขนัดจนไม่อาจละมือหนีไปไหนได้

เนเดเรีย...

เรียก เนเดล จะดีกว่านะคะ

แต่นามเช่นนั้น มีไว้ให้คนสนิทเรียกกัน

ถ้าท่านอยากสนิทกับข้า ก็เรียกข้าด้วยนามนั้นเถอะค่ะ

          เนเดเรียรู้สึกกระอักกระอ่วนระคนเขินอายกับคำพูดคำจาของตัวเอง จนต้องทำเป็นเท้าคางผินหน้าหนีจอมมารราฟาเอลที่จรดมองนางด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในลำคอ

แม้จะอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายที่จะมีตัวตนอยู่ในสายตาเขา    

ทั้งที่เนเดเรียคิดเช่นนั้นว่าในที่สุด ทุกอย่างก็ราบรื่นเหมือนอย่างที่หวังไว้

แต่พอได้ยินคำเอ่ยถามที่จอมมารเอื้อนเอ่ยออกมาจากปาก พลันความราบรื่นของนางก็สลายหายไปกับตา

ในเมื่อสนิทสนมกันมากพอ ข้ากับเจ้าก็ไปสร้างทายาทกันจะดีกว่า

เอ๊ะประเดี๋ยวก่อนค่ะ รอหลังพิธีแต่ง-

จะช้าอีกไม่ได้ เพราะอีกห้าปีจะเกิดสงคราม ข้าเกรงว่าลูกข้าจะเติบโตไม่ทันการ

ภาพของลูกน้อยหน้าตาน่ารักที่เนเดเรียเคยวาดฝันไว้ สลายหายไปเมื่อได้ยินคำกล่าวของว่าที่สามีนาง

               กลับกลายเป็นภาพของลูกน้อยในใบหน้าเหี้ยมเกรี้ยมเปรอะเปื้อนคราบเลือด ยืนอยู่เหนือผู้ใดด้วยกองศพพะเนินในทุ่งสงคราม

          ระหว่างถูกจอมมารฉุดกระชากลากถูไปยังห้องหลับนอน เนเดเรียก็ครุ่นคิดถึงคำทำนายของเบลเฟกอลที่ย้ำหนักในเรื่องการสร้างทายาทจอมมารเพื่อการสงคราม

          อาจเป็นเพราะเนเดเรียมัวคิดหาหนทางเข้าหาจอมมารให้ได้สนิทใจ จนหลงลืมไปว่าเจตนาที่แท้จริงในการแต่งงานของนางกับเขา...ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

(ต่อ)

ทำไมกัน...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้?

          นักบุญเนเดเรียหลุบตามองข้อมือบางที่ถูกกอบกุมไว้ ก่อนเหลือบมองแผ่นหลังของร่างสูงใหญ่ที่ฉุดกระชากนางให้เดินตาม ย่ำเท้าไปตามโถงทางโดยไม่สนใจสายตาของเหล่าข้ารับใช้ปีศาจที่มองกันเป็นตาเดียวด้วยความสนอกสนใจ ทั้งยังกระซิบกระซาบถึงแผนการสร้างทายาทของจอมมารมาเป็นกำลังในการรบครั้งหน้า

          นางเข้าใจว่าจอมมารเติบโตมาท่ามกลางความสูญเสียและไฟสงคราม แต่ที่นางไม่เข้าใจ ทำไมเขาคิดแต่จะสร้างทายาทเพื่อจะเป็นกำลังในการรบโดยไม่คำนึงถึงอนาคตว่าลูกจะตายหรือไม่

ถ้าไม่ตายก็คงดีไป...แต่ถ้าตายขึ้นมา จะแบกรับความสูญเสียที่ได้กลับคืนมาได้มากน้อยแค่ไหน?

          อาจเป็นเพราะในชาติก่อนนางเป็นคนที่รักครอบครัว จึงไม่อาจทนไหวกับการจากไปของคนในครอบครัวได้ และถ้าหากชาตินี้ยังต้องสูญเสียใครไปอีก

นางขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับจอมมารแต่แรกเริ่มยังจะดีกว่า!

          เมื่อคิดได้เช่นนั้น เนเดเรียก็เลือกที่จะยื้อตัวเองไว้ด้วยสองขาไม่ให้ถูกฉุดรั้งไปไหนไกล จนจอมมารชะงักไปเมื่อรับรู้ว่านางคิดต่อต้านด้วยการฝืนแรง จึงทอดถอนหายใจแล้วตวัดมองนางด้วยความรำคาญที่แฝงอยู่ในแววตา

ข้าไม่ต้องการให้ลูกข้าไปรบราฆ่าฟันกับใคร!”

ไม่ทันจะได้ต่อว่านางเสียด้วยซ้ำ นางก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเดือดดาล และดวงตาสองสีที่จ้องมองกันมาด้วยน้ำตาที่รื้นริน

          จอมมารราฟาเอลเห็นท่าทีกริ้วโกรธของนาง จึงเลือกที่จะละมือจากนางแล้วจรดมองด้วยความไม่เข้าใจ ปล่อยให้นางส่งเสียงฟึดฟัดเสียให้พอแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบตึง

ยังต้องรั้งรออะไรอีก ในเมื่อเจ้าก็ตกลงใจกับข้าแล้ว

ข้าตกลงใจกับท่านและแผนการสร้างทายาท แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องส่งลูกไปยุ่งเกี่ยวกับสงคราม!”

ราวกับสรรพสิ่งในอาณาจักรเซนเดรียรับรู้ถึงความขุ่นมัวของผู้ปกครองแผ่นดินเช่นจอมมาร...

          ความสดใสที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันเมื่อนักบุญมาเยือน กลับกลายเป็นความมืดมนของเมฆทึบที่เข้าปกคลุมปราสาท เหล่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเป็นอันต้องวิ่งหนีไปด้วยความตกใจเมื่อสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา ท้องฟ้าก็คำรามลั่นจนข้ารับใช้ปีศาจทั้งหลายรับรู้ถึงแรงโทสะของนายเหนือหัว

บ้างก็ลนลานเก็บซ่อนตัวในซอกหลืบด้วยความตื่นกลัว บ้างก็ลอบเมียงมองจอมมารและนักบุญที่กำลังวิวาทะกันกลางโถงเดิน

เจ้าฟังไม่รู้ความหรืออย่างไร ถึงได้ไม่เห็นด้วยกับแผนการเอาป่านนี้

          น้ำเสียงเย็นเยียบที่ไม่ว่าใครได้ยิน ก็เป็นอันต้องสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ แต่กลับไม่มีผลใดต่อนักบุญเนเดเรียที่ใจของนางกำลังสุมไปด้วยโทสะ

ข้าผิดเองที่ฟังไม่รู้ความ เพราะเอาแต่นึกหาทางให้มีตัวตนในสายตาท่าน

เจ้ามีตัว-”

          จอมมารราฟาเอลเกือบพลั้งเผลอพูดออกไปว่านางมีตัวตนในสายตาเขามาแต่แรก กระนั้นก็ไม่อาจพูดออกมาได้ เพราะไม่อยากให้นางได้ใจมากไปกว่านี้

การที่นางกล้าโต้เถียงให้ข้ารับใช้ได้เห็นเช่นนี้ ก็เป็นที่น่าอับอายสำหรับเขามากพอแล้ว

          ข้าอยากมีลูกกับท่าน แต่ก็ไม่อยากให้ลูกต้องไปรบรากับใคร...อาจเป็นคำขอที่เอาแต่ใจ แต่ถ้าท่านต้องการกำลังในสงครามครั้งหน้า ข้าจะเป็นกำลังนั้นให้แก่ท่านเอง

เจ้าพูดเรื่องอะไร ก็คำทำนาย...

ช่างหัวคำทำนายสิ! เอาเป็นว่าข้าจะเป็นกำลังให้ท่าน ขอแค่ลูกไม่ต้องไปออกรบได้หรือไม่?”

“…”

และถ้อยคำอีกมากมายที่นางประโคมใส่เขาจนนับไม่ถ้วน จนปลายคิ้วที่ขมวดมุ่นของจอมมารยิ่งขมวดเป็นปมใหญ่เมื่อได้ฟัง

          เห็นนางเพ้อเจ้อเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้นึกถึงมารดาที่เคยร้องขอเช่นนาง ออกรบแต่ละครั้งคราก็มักถูกเหนี่ยวรั้งไม่ให้ไป เอาแต่วิงวอนว่าเป็นห่วงนักเป็นห่วงหนา

ยิ่งขบคิด ก็ยิ่งไม่เข้าใจในความเป็นกังวลไร้สาระของสตรี

สุดท้ายแล้ว จอมมารราฟาเอลก็เลือกที่จะทำลายน้ำใจนางเหมือนกับที่ทำลายน้ำใจของมารดา

สตรีเช่นเจ้า คงดีแต่ร้องขอในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

          เนเดเรียคิดว่าจอมมารจะเข้าใจนางเพราะหลงคิดว่ารู้นิสัยใจคอกันมากพอแล้ว ทว่าพอได้ยินคำเอ่ยเช่นนั้น รอยยิ้มบนหน้านางก็เหือดหายไปอย่างรวดเร็ว มือที่จับทึ้งชายแขนเสื้อของร่างสูงใหญ่ไว้ก็ตกลงมาข้างตัว

สายตาแห่งการร้องขอของนาง แปรเปลี่ยนเป็นสายตาผิดหวังระคนกริ้วโกรธในคราเดียวกัน

เปลือกตาบางปรือลงบดบังดวงตาแดงก่ำ ทอดถอนหายใจแล้วเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของนางที่เดินจากไปอย่างเงียบงัน

แต่แล้วก็เป็นอันต้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงกระซิบกระซาบยามเดินจากกันไป

อย่าคิดว่าข้าจะยอมแพ้ท่านง่ายๆ

          ดวงตาสองสีของนางปรายมองจอมมารอย่างคาดโทษก่อนเดินสวนไปด้วยใบหน้าเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ทั้งยังเดินกระแทกฝ่าเท้าจนดังก้องไปทั้งปราสาท บอกเป็นนัยว่านางกริ้วโกรธเป็นอย่างมาก และถ้าอยากได้รับการให้อภัย ต้องตามมาง้องอนนาง

          เมื่อนางเดินจากไปพร้อมกับเสียงฟึดฟัดในลำคอ เปลือกตาบางก็ปรือขึ้นอีกครั้งอย่างเหน็ดหน่ายใจ แม้ลองร้องเรียกนางว่าเนเดล นางก็ตะโกนกลับมาว่าอย่ามาเรียกข้าด้วยนามนั้น

ขนาดยังไม่ตบแต่งกัน นางยังแง่งอนกันได้ถึงเพียงนี้ หากตบแต่งกันไป...จะไม่หนักข้อยิ่งกว่านี้หรือ?

นางช่างดื้อด้าน เหมือนแม่ข้าเหลือเกิน

          จอมมารราฟาเอลได้แต่เปรยบ่นในใจ หากเป็นสตรีนางอื่นมาทำท่าทีเช่นนี้ใส่ เขาคงไม่รีรอที่จะบั่นคอทิ้งเพราะความรำคาญใจเป็นแน่

          ในส่วนของเนเดเรียทราบดีว่าจอมมารราฟาเอลผ่านศึกสงครามมาไม่รู้กี่ครั้งครา ทั้งยังต้องแบกรับความหวังของผู้คนมากมาย แม้บิดามารดาจากไปก็ยังต้องยืนหยัดด้วยตัวเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจิตใจจะแข็งกร้าวและเห็นเรื่องทุกอย่างเป็นแผนการรบไปเสียหมด

ในนิยายที่อ่านจนจบ ก็บอกถึงตัวตนของจอมมารในทุกบรรทัดว่าไม่เคยเห็นความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวเท่าที่ควร

          แม้เศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของบิดามารดา แต่ความเศร้าโศกนั้นก็ถูกทดแทนด้วยภาระหน้าที่จนไม่อาจเหลือที่ว่างใดให้ได้เศร้าโศกอีกต่อไป

ทั้งที่คิดเช่นนั้นและไม่ได้กริ้วโกรธจอมมารเหมือนอย่างท่าทีที่แสดงออกมา แต่นางก็อดไม่ได้จริงๆ

          กระนั้นก็ไม่อาจหนีกลับไปยังป่าแดนเหนือได้ เพราะทันทีที่ย่างกรายออกมาจากปราสาท เนเดเรียก็ถูกลิเวียธานดักรออยู่หน้าประตูราวกับล่วงรู้ว่านางต้องหนีหน้าจอมมารออกมา

จะไปไหนหรือคะ ท่านนักบุญ?”

สายตาของจอมมารนางยังไม่หวั่นเกรง แต่พอได้สบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทของลิเวียธาน นางกลับตัวสั่นระริกเสียอย่างนั้น

          สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในชาติก่อนของเนเดเรีย ชี้ชัดว่านางปีศาจลิเวียธานเป็นตัวอันตราย เช่นนั้นจงแย้มยิ้มด้วยท่าทีมีเมตตาเข้าไว้ อย่าได้คิดยั่วโมโหเหมือนอย่างที่ทำกับจอมมารเชียว

ข้าแค่ออกมาเดินสูดอากาศอันบริสุทธิ์ค่ะ

          เหรอคะ...แต่ตอนนี้สภาพปราสาทรกร้าง ทั้งยังมีแต่กลิ่นเผาไม้ของสายฟ้าที่ฟาดใส่ต้นไม้ให้ไหม้โกร๋น ปีศาจสาวเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงยานคางและรอยยิ้มอันเป็นมิตรบนใบหน้า แต่คำพูดนางช่างสวนทางกับท่าทีเหลือเกิน ความแปรปรวนในอาณาจักรนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของท่านที่ไปยั่วโทสะนายท่านใช่หรือไม่?”

เพราะคำพูดของลิเวียธานที่จี้ใจดำเนเดเรียได้ตรงจุด นางจำต้องหลุบตาต่ำเพื่อหลบเลี่ยงสายตาอันดุดัน

เผลอกำหมัดยกขึ้นมาเมื่อร่างเพรียวระหงก้าวเดินมาหานางพร้อมกับแส้หนามในมือ ไปกับข้า

เนเดเรียไม่อาจขัดคำของลิเวียธานได้ จึงต้องปล่อยให้นางจับจูงมือไปไหนก็ไม่อาจทราบ

          แต่แล้วก็ต้องนึกแปลกใจที่ปีศาจสาวผิวปากเพรียกหารถม้าโครงกระดูกของแมมมอนให้วิ่งมาเทียบท่าอยู่ตรงหน้า ครั้นคิดเอ่ยถาม ก็ถูกจับโยนเข้ารถม้าพร้อมกับน้ำเสียงดุดันที่กระซิบบอกชิดใบหูนาง

ข้ามีธุระจะพูดคุยกับท่านที่ป่าแดนเหนือ

“…ตามแต่ใจเจ้า

ได้ยินเช่นนั้น เนเดเรียก็ทอดถอนหายใจแล้วนั่งเท้าคางอย่างเหนื่อยหน่ายตลอดทางที่รถม้านำพาให้นางกลับไปยังถิ่นฐานของตน

          กระทั่งเหยียบย่างมาถึงป่าแดนเหนือ ผู้ที่เข้ามาต้อนรับขับสู้นางอย่างเช่นทุกครั้งคราก็เป็นโคลด์และริต้า แต่ครานี้ทั้งสองพากันสะดุ้งตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นนางก้าวขาลงจากรถม้าพร้อมกับลิเวียธานที่เดินตามมาไม่ห่างหาย

ข้ามีแขก พวกเจ้าช่วยยกน้ำชามาให้ข้าได้หรือไม่

ระ รับทราบ!”

          เพราะความเคยชินในชาติก่อนที่ต้องคอยต้อนรับแรกด้วยน้ำชากรุ่นร้อน นางจึงบอกริต้าและโคลด์ให้ไปตระเตรียมมา ก่อนที่นางจะเป็นฝ่ายพาแขกผู้มาเยือนป่าแดนเหนือให้ไปยังต้นม่านเมฆาอันเป็นที่พำนักของนาง พร้อมทั้งเสกสรรเครื่องเรือนโต๊ะน้ำชาด้วยพรประการที่หนึ่ง

          ลิเวียธานตื่นตาตื่นใจเล็กน้อยกับพรประการที่หนึ่งแห่งนักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถร่ายเวทย์สรรสร้างเครื่องเรือนได้ในชั่วอึดใจ นางทราบทันทีว่าเนเดเรียพิเศษมากกว่านักบุญคนไหนที่นางได้เคยพบเจอ จึงล้มเลิกความคิดที่จะต่อว่านักบุญที่ไม่เข้าใจในตัวนายท่านของนางแม้แต่น้อย และเลือกที่จะก้มหน้าร้องขอแทน

ได้โปรด กลับไปคืนดีกับนายท่านด้วยเถอะค่ะ

นี่เจ้ารู้ด้วยรึ ว่าข้ากับจอมมารวิวาทะกัน

          เสียงพวกท่านดังลั่นปราสาทเสียขนาดนั้น ใครจะไม่ทราบกันล่ะค่ะ ปีศาจสาวสูดหายใจเข้าคล้ายรวบรวมความกล้า ก่อนโพล่งออกมาจนริต้าและโคลด์ที่ช่วยกันยกกาน้ำชามา เป็นอันต้องถอยกรูดด้วยความตกใจ แม้ข้าจะขุ่นเคืองที่ท่านไม่เข้าใจอะไรเสียเลย ทั้งยังคิดเอ่ยวาจาทำร้ายจิตใจกันด้วยคำว่านายท่านไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวมากพอ แต่ข้าก็คงต้องร้องขอให้ท่านรีบเร่งปรับความเข้าใจกับนายท่าน

เกิดความมึนงงชั่วขณะที่ได้ยินปีศาจสาวทราบถึงสิ่งที่นางคิดในใจ

ข้าใช้เวทย์เค้นความจริงกับท่านระหว่างนั่งรถม้ามาค่ะ

และก็ต้องร้องอ้อ! ขึ้นมาทันทีที่ได้ยินแม่ปีศาจสาวเอ่ยบอกโดยที่นางไม่ต้องเอ่ยถาม

          เนเดเรียจดจำได้จากนิยายที่อ่านจนจบก่อนตายว่า ลิเวียธานเป็นปีศาจที่คุมปราสาทส่วนใต้ดินด้วยตำแหน่งทรมานนักโทษโดยใช้เวทย์เค้นความจริง รีดเค้นความลับจากอีกฝ่ายให้ปริปากพูดออกมาราวกับดื่มยาสั่งเข้าไป ทั้งยังใช้อ่านความจริงที่เก็บซ่อนเอาไว้ในใจ ไม่ต่างไปจากพรประการที่สองของนางนัก

ไม่สิ...ที่ต้องเพ่งเล็ง ณ จุดนี้คือการที่ลิเวียธานมาร้องขอให้ฉันไปคืนดีกับจอมมาร

นักบุญสาวแสร้งกระแอมไปเพื่อเปลี่ยนบทสนทนา นางเอื้อนเอ่ยอย่างใจเย็นผิดกับปีศาจสาวที่มีท่าทีร้อนรนนั่งไม่ติดที่

หากไม่นับเรื่องที่ข้าพึงใจในตัวจอมมาร ข้าก็ขอไม่ข้องเกี่ยวกับพวกเจ้าจะดีกว่า

ทะ ทำไมล่ะคะท่านนักบุญ!?”

          ได้ยินลิเวียธานเอ่ยถามเช่นนั้น เนเดเรียก็ยกถ้วยน้ำชาแตะขอบปากราวกับคิดหลบเลี่ยงที่จะตอบ เพียงนึกถึงสีหน้าสีตาของจอมมารราฟาเอลที่จดจ้องมองนางราวกับจะต่อว่าว่านางช่างไร้สาระ...เพียงนึก นางก็กำหูแก้วชาแหลกคามือจนเป็นผุยผง

          “ถ้าเจ้าเคยคิดจะเป็นแม่คน เจ้าน่าจะเข้าใจดีว่าคนเป็นแม่ย่อมไม่อยากให้ลูกเผชิญอันตรายใด! เจ้านึกดูสิ ถ้าลูกเจ้าต้องออกรบทุกครั้งครา กลับบ้านมาด้วยร่างกายโชกเลือด...เจ้าอาจจะพอใจที่ลูกเจ้าได้กลับมาทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่ถ้าครั้งไหนพลาดท่า เจ้าจะรู้สึกอย่างไร!!”

          เพียงนึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่นางเกลียดชังมาแต่ไหนแต่ไร เนเดเรียก็อดไม่ได้ที่จะร่ายยาวออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ทั้งยังสาเหตุการตายที่แท้จริงของครอบครัวในชาติก่อนที่ถูกศัตรูจัดฉากว่าตายด้วยอุบัติเหตุ

ชาตินี้นางได้รับชีวิตใหม่ และนางก็ไม่อยากพบเจอความสูญเสียใด

ถ้าเป็นเช่นนั้น...นางขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับจอมมาร และเลือกที่จะเป็นสาวทึนทึกอยู่ที่ป่าแดนเหนือจะดีกว่า!

ลิเวียธานตกใจเล็กน้อยกับความเกรี้ยวกราดของนักบุญ กระนั้นก็ยังคงฟังด้วยความเห็นใจระคนเข้าใจ

 “อย่าไป ได้โปรดข้าขอร้อง

          คำกล่าวของนักบุญ ทำให้นางหวนนึกถึงองค์ราชินีในอดีตที่ร่ำไห้แล้วตระกองกอดองค์ราชาไว้ กระนั้นก็โดนผลักไสออกไปอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้องค์ราชินีร่ำไห้กับตัวนางในวัยเยาว์ที่คอยอยู่รับใช้ไม่ห่างหาย       

ภาระหน้าที่ ย่อมมาก่อนความรู้สึกอื่นใด ข้าจะพยายามเข้าใจ

แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่องค์ราชินีก็เอาแต่ร่ำไห้ทุกคืนวันที่อยู่ในช่วงศึกสงครามจนลิเวียธานต้องเข้าไปปลอบพระทัย

อย่าคิดปลอบใจข้าว่าต้องไม่เป็นไร...ถ้าซักวันเจ้าเป็นสตรีที่มีทั้งสามีและลูกให้ห่วงหา  เจ้าจะเข้าใจว่าข้ารู้สึกอย่างไร

          ไม่ว่าลิเวียธานจะเอ่ยปลอบพระทัยขององค์ราชินีให้ทุเลาความทุกข์ตรมลงด้วยถ้อยคำใด องค์ราชินีก็มักตรัสกับนางเช่นนั้นจนนางจดจำได้ขึ้นใจ

หวนนึกถึงเรื่องในอดีตแล้วสบมองสตรีตรงหน้า ลิเวียธานก็พอจะทราบถึงความทุกข์ตรมของทั้งสองนางที่คล้ายคลึงกัน

แต่ทว่า ภาระหน้าที่ของจอมมารและความคาดหวังที่ต้องแบกรับไว้ กลับอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ณ ตอนนี้

นายท่านแบกรับทุกอย่างเอาไว้มากมาย โปรดอย่าเอาแต่ใจ และกลับไปคืนดีกับนายท่านโดยเร็วด้วยค่ะ

สุดท้ายแล้ว ลิเวียธานก็เลือกที่จะหักหาญความทุกข์ตรมของนักบุญด้วยวาจาเด็ดขาด ก่อนผุดลุกขึ้นแล้วค้อมกายลา

          ทว่าไม่ทันที่นางจะขอตัว ร่างของนักบุญเนเดเรียก็ล้มหงายหลังลงไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความทรมานจนเหล่าสรรพสิ่งตกใจกับเสียงของท่านเทพี รีบกรูกันเข้ามามุงดูพร้อมกับริต้าและโคลด์ที่ไปหลบซ่อนกายอยู่ที่ลำธารมรกต

ลิเวียธานก็ตกใจไม่น้อย รีบเข้าไปประคองเนเดเรียที่กรีดร้องทั้งยังยกมือกุมศีรษะราวกับเจ็บปวดเกินจะทานทน

พร...ประ ประการ ที่หนึ่ง!”

          นางกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจนเป็นที่น่าหวาดกลัว ริต้าจึงต้องโบยบินไปเรียกหาเหล่าภูตนางฟ้าให้มาร่ายเวทย์หลับใหลให้แก่ท่านเทพี ส่วนโคลด์ก็คอยนั่งเฝ้ายืนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง

เนเดเรียไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้...

          เพราะตัวละครนักบุญศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ชื่นชอบของนางมาก นางจึงจดจำได้แม่นยำว่าพรห้าประการใช้อย่างไร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดในวิธีการใช้พรประการที่หนึ่งที่มีนามเรียกว่า ‘คำอวยพรแห่งพระผู้เป็นเจ้า’ เพราะในนิยายเนเดเรียชิงตายเสียก่อน

          พรประการที่หนึ่งเป็นเหมือนคำอวยพรจากพระเจ้าอย่างนามของมัน เพราะเนเดเรียสามารถเสกสรรได้ทุกสิ่งที่นางต้องการแต่แลกกับอาการเหนื่อยอ่อนทางร่างกาย และความพิเรนทร์ของนางที่อยากได้เครื่องเรือนมากมายมาใช้สอยทั้งที่ไม่จำเป็นต้องมี นางจึงสรรสร้างมันขึ้นมา

ด้วยความที่อยากลองฝึกใช้พรประการที่หนึ่ง นางก็ลงมือฝึกตั้งแต่เมื่อคืนวานโดยไม่ทันคิดหน้าคิดหลังว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้

          และต้องแลกกับสมดุลของพรทั้งห้าประการที่ไม่อาจควบคุมได้...ซึ่งนางเพิ่งทราบ หลังจากที่พบเจออาการอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

เพราะอาการปวดหัวจวนเจียนจะระเบิด เพิ่งมาแสดงอาการหลังจากที่นางใช้พรประการที่หนึ่งมาเกินควรจนถึงขีดจำกัด!

หลับก่อนนะเจ้าคะท่านเทพี

          ริต้ากับเหล่าภูตนางฟ้าช่วยกันร่ายเวทย์หลับใหลให้กับท่านเทพีแห่งป่าแดนเหนือ ก่อนที่นางจะส่งสายตาไปร้องขอความช่วยเหลือจากลิเวียธานที่กำลังก้าวขากลับไปยังรถม้า

ข้าจะรีบไปตามนายท่าน

ไม่ต้องรีรอให้ใครส่งสายตาร้องขอ นางก็คิดที่จะไปบอกเรื่องนี้ให้จอมมารทราบเป็นแน่

          ห้วงสติสุดท้ายก่อนที่เนเดเรียจะหลับใหลไปพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่รินไหลจากปลายจมูก นางเห็นลิเวียธานรีบร้อนกลับไปยังแดนปีศาจ แต่ก็ไม่อาจได้ยินว่าแม่ปีศาจสาวเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาเพราะหูตานางอื้ออึงไปหมดก่อนจะสลบไสลไป

แต่แล้วก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการปวดหัวที่ยังคงเดิม และดวงตะวันที่ลับหายกลายเป็นดวงจันทร์ที่ฉายชัดเหนือท้องฟ้า

พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือหนาที่เข้าทาบทับหน้าผากนางยามลืมตาตื่น


_______________________________________________


สำหรับใครที่อ่านในแอปแล้วเห็นแจ้งเตือนขึ้นไม่ตรงบท ต้องขอโทษด้วยนะคะ

พอดีเราบันทึกตอนผิด เนื่องจากเซฟบทร่างไว้มากมาย



และก่อนอื่นก็ต้อง สวัสดีค่ะ

กลับมาอัพเรื่องนี้เหมือนเดิมแล้วค่ะ บทคงเดิมทุกอย่าง

แค่ปรับบุคลิกนางเอกให้ลดหลั่นความไบโพลาร์ลง และน่ารักขึ้นเล็กน้อย55555



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.725K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

619 ความคิดเห็น

  1. #550 BamTTP (@thitaporn-bam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 11:01
    ทะเลาะกับเขาแต่ก็มาดูแลเขาอะเนอะจอมมาร น่ารักกก
    #550
    0
  2. #301 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 17:14
    เข้าใจจอมมารเหมือนกัน เเละก็เข้าใจเนเดลด้วย เเต่อยากจะโกรธเนเดล เธอคิดได้ช้าเกินไปไหมมมมมมม
    #301
    0
  3. #220 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 21:53
    แม่ค่ะ หนูชอบคู่นี้
    #220
    0
  4. #206 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:12
    แบบห้าวๆ ก็น่ารักน้าาาา จะแบบไหนก็ชอบค่ะ อย่ายึดคนอ่านเป็นหลักเลย เราวางตัวละครยังไงก็ดำเนินมันในแบบของเราก็พอแล้วววว
    #206
    0
  5. #197 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:32
    เนเดลจะเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย
    #197
    0
  6. #192 Call me 'Michy' (@namine-38) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 13:15
    ไม่ว่าแบบไหนเราก็ชอบค่ะ ตัวละครควรเป็นสิทธิ์ที่คนเขียนกำหนดขึ้น อย่ายึดติดกับความต้องการของคนอ่าน เพราะนั่นจะทำให้เราเขว้ออกจากแพลนที่ตั้งไว้ คำแนะนำของคนอ่านนำไปใช้ได้ แต่อย่าทำให้ความตั้งใจแรกของไรท์หายไปค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ นิยายสนุกดี ชอบค่ะ บุคลิกใหม่ของนางเอกน่ารักดี เหมือนมาเพื่อเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง
    #192
    1
    • #192-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      31 กรกฎาคม 2562 / 13:16

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
      #192-1
  7. #186 ZenCruz (@ZenCruz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 09:25
    มีความชอบในบุคคลิกเก่าของนางเอกนะดูห้าวๆดุแมนๆดี ความสมเหตุสมผลคือมันไม่จำเป็นอยู่แล้วแค่อ่านแล้วสนุกคือจบ เพราะเราเข้ามาอ่านหาความสนุกไม่ได้มานั่งจับผิด
    #186
    2
    • #186-1 ZenCruz (@ZenCruz) (จากตอนที่ 3)
      31 กรกฎาคม 2562 / 09:26
      แต่แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะแย่นะ ยังไงก็จะติดต่อแล้วกัน
      #186-1
    • #186-2 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      31 กรกฎาคม 2562 / 09:29
      ขอบคุณมากค่ะ พล็อตเก่าโดนจับผิดเยอะมากจนปวดหัวเลย
      #186-2
  8. #185 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 08:01
    ทันอ่านแค่แบบใหม่ . สนุกดีค่ะ
    #185
    2
  9. #182 mosarii (@mosarii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:33
    สำหรับผม ไม่ว่าจะแบบเดิม หรืออันที่เพิ่งปิดไปก็ดีหมดครับ ต่างกันตรงที่รูทการดำเนินเรื่องที่เร็วขึ้น ปุบปับขึ้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ไม่ชอบอะไรนะ ไรท์เขียนไปตามความรู้สึกเถอะครับ ยังไงเราก็ตามใจรีดเดอร์ไม่ได้ทุกคน เขียนไปได้สัก 60% แล้วมาทวนดูแนวโน้มสำหรับการรีไรท์ก็ยังได้นะ (ถึงจะควรวางพล็อตให้แน่ไว้ก่อนก็เถอะ555555) สู้ๆนะครับ ✌ เป็นกำลังใจให้ อ่านแนวนี้มาเยอะบอกเลยว่า เรื่องนี้แต่ละตอนเต็มอิ่มมาก ตัวเอกน่าสนใจมาก ยังรอผลงานต่อๆไปนะ :)
    #182
    3
    • #182-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      30 กรกฎาคม 2562 / 19:35
      เหตุเกิดจากตัวเราเองล้วนๆเลยค่ะที่เซ้นซิทีฟกับคำติ(บางคำที่รุนแรง)มากเกินไป555
      ยังไงก็ขอบคุณนะคะ จะพัฒนาต่อไปค่ะ^^
      #182-1
    • #182-3 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      30 กรกฎาคม 2562 / 19:52

      ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับกำลังใจ เราโอเคขึ้นเยอะแล้วและแต่งนิยายได้สบายๆเหมือนเดิม ตอนนี้คือปกติละ555555
      #182-3
  10. #147 nanim2 (@NaNiM) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 13:50
    แต่ทำไมเราชอบแบบเก่าอ่ะ เราว่าเป็นแนวที่ไรต์ตั้งใจเขียนมาแรกๆ คือบางครั้งการอ่านนิยายสักเรื่องถ้าไม่อยากเครียดเราว่ามันก็ควรไม่ต้องมีเหตุผลมากก็ได้นิ

    มันก็ดีนะคะที่ไรต์แก้ตามใครพวกรีดที่คอมเม้น แต่ไรต์แบบรู้สึกสนุกหรอถ้าแบบเรื่องที่เราตั้งใจแต่งมาแก้ตามใจรีดทั้งหลาย จะจิ๊กโก๊จะมาเฟียแล้วไง แปลกหรอที่นางเอกจะต่อยผู้กล้าไม่ได้ แปลกหรอที่บทส่งมาว่าจอมมารดูถูกนางเอกแล้วนางโมโหต่อยอ่ะ มาเฟียแสดงออกไม่ได้หรอ บางคนเม้นแต่อยากให้เปลี่ยนนู้นเปลี่ยนนี้จนเราอ่านก็เริ่มงงแล้ว แล้วถามจริงเคยเป็นมาเฟียกันหรอถึงรู้ว่าควรแสดงออกยังไง เคยดูอนิเมะกันป่าวบางครั้งตัวละครบรรยายตัวละครอย่างเวอร์แต่ตัวละครแสดงอีกแบบมันก็ทำให้เราคิดว่าเออ สนุกว่ะ มันแสดงออกแบบนี้ด้วย มันทำให้แปลกใจจนน่าติดตามนี้นร้า แล้วแปลกไงที่ผู้กล้าจะโดนต่อยไม่ได้อ่ะ เราว่าผู้กล้ามันก็อาจจะไม่รู้นิว่านางเอกเปลี่ยนไปจนไม่คิดที่จะโดนต่อย แล้วทำไมนางเอกจะต่อยจอมมารสลบไม่ได้อ่ะจอมมารอาจจะตั้งตัวไม่ทันก็ได้นิ คิดง่ายๆกันหน่อยเราขำจะตายไม่มีเหตุผลแล้วไงไหลตามไปกับมันดิ เราตามเรื่องไรต์ก็เพราะแบบนี้ ใครจะบอกว่านางเอกไม่มีเหตุผลบ้าง นางเอกงอแงบ้างแล้วไง ทุกตัวละครที่ไรต์สร้างจำเป็นต้องคีพลุคมาเฟียฉลาดมาดเข้มตามที่รีดทั้งหลายอยากให้เป็นหรอ เราอยากให้ไรต์ตามใจตัวเอง เราชอบตรงที่ไม่แก้ มันทั้งตลกและแปลกใหม่ บางเรื่องการเป็นนิยายรักแฟนตาซีไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลทุกอย่างนิ จะขำขันตลกบ้างไร้เหตุผลบ้างมันก็ทำให้เกิดนิยายเรื่องนี้นิ เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ

    *เราชอบนางเอกแบบเก่ามาก ใครจะว่ากาก เก่ง งอแง หรือยังไง แต่เราว่าสนุกดีออก

    ปล. ไม่เบื่อกันไงที่ให้นางเอกเก่ง เทพ ที่มีตามนิยายข้ามโลกอ่ะ ไม่อยากเปลี่ยนแนวความรู้สึกตัวละครไง เก่งจริงคอมเม้นอยากได้นู้นได้นี้อ่ะ รสสัมผัสนิยายเริ่มเพี้ยนแล้ว ถ้าใครตามแรกๆจะรู้

    *ขอเป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ ตามใจตัวเองดีที่สุด เราชอบแบบเก่าจริงๆตามใจการบรรยายของไรต์หรือตัวละครที่ไรต์สร้างอ่ะ เราว่าสนุกที่สุดแล้ว
    #147
    12
    • #147-9 Nam (จากตอนที่ 3)
      29 กรกฎาคม 2562 / 14:24
      +++1 เราก็เป็นอีกคนที่ชอบการเขียนแบบเก่าของนักเขียนจ้า ชอบตั้งแต่ฉากแรกที่ต่อยผู้กล้าเลย เราอยากให้นักเขียน เขียนแบบที่ตัวเองชอบมากกว่านะการเขียนตามใจนักอ่านมันจะทำให้นักเขียนลำบากในการเป็นตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

      ปล. เขียนแบบเป็นตัวนักเขียนดีที่สุดเคยวางโครงยังไงก็เขียนแบบนั้นถ้าเอาตามที่คนอ่านต้องการทุกอย่าง แล้วนิยายเรื่องนี้จะใช่นิยายของ "นักเขียน" เรื่องนี้ไหม? เราขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนเสมอนะ สู้สู้จ้า
      #147-9
    • #147-11 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      29 กรกฎาคม 2562 / 14:31
      ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ เปิดเรื่องใหม่ไว้แล้วนะ ไปเร้ววว
      #147-11
  11. #146 Goy04 (@Goy04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 13:33
    เราชอบให้นางเอกห้าวแล้วมีกำลังเยอะเพราะจะได้ไม่มีใครมากดขี่แล้วนางเองบ๋องๆซื่อๆเดี่ยวก็โง่เดี่ยวก็ฉลาดมีสีสันดีนะ5555
    #146
    1
  12. #142 sovy1212312121 (@sovy1212312121) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 03:25
    หงุดหงิดนางเอก อะไรก็จอมมารๆ นางจะเกร่งด้วยตัวเองไม่ได้เลยรึไง เก่งขนาดต่อยผู้หล้าฟันหลุด ต่อยจอมมารสลบยังจะต้องกลัวอะไรอีก ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
    #142
    1
    • #142-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      29 กรกฎาคม 2562 / 05:48
      เพิ่งมีแค่สามตอนเองค่ะ รบกวนอ่านไปซักพักก่อน
      #142-1
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  15. #137 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 10:45

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ^_^
    #137
    0
  16. #136 Dermie (@JaminiChevalier) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 18:30
    รุกเลยคร่าา หม่อมแม่
    #136
    0
  17. #135 Pannita6701 (@Pannita6701) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 11:53
    100% เร็วๆนะคะ รออยู่
    #135
    0
  18. #133 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 08:15
    รอตอนต่อไปครับ
    #133
    0
  19. #132 Vimohoungheung (@Vimohoungheung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 01:33
    รอค่า~
    #132
    0
  20. #131 Mook.mook (@l3loomme) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:45
    โดนตกแน่ๆ ท่านจอมมารโดนตกแน่ๆ
    #131
    0
  21. #130 Call me 'Michy' (@namine-38) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 22:37
    ท่านจอมมารน่ารักอ่ะ พยายามสง่างามในสายตาของว่าที่ภรรยา ชอบความอบอุ่นในตอนนี้มากค่ะ รอนะคะ
    #130
    0
  22. วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 22:12
    ฮื่อ มาแล้วววว อีก20%เค้าล่ะเธออออ
    #129
    1
    • #129-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 3)
      26 กรกฎาคม 2562 / 22:26

      เดะเรามาอัพวันอาทิตตต
      #129-1
  23. #127 สีเทาจางๆ (@UkIkka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 19:47
    ชอบอ่ะ จอมมารของเนเดเรียคนเดียวนะะ
    #127
    0
  24. #126 KKI.KM.MIKI (@7129) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 18:22
    ชอบนิยายมากๆจ้า ติดตามน๊า
    #126
    0
  25. #125 inkmss_ (@I_mIN) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 17:39
    ชอบมากๆๆเลยค่ะะ!! รอตอนต่อไปนะคะ *_*
    #125
    0