เมื่อนักบุญศักดิ์สิทธิ์อยากเป็นภรรยาจอมมาร - When a Divine Priest wants to be a Demon Wife

ตอนที่ 2 : บทที่ 01 - นักบุญคนนี้ต้องการเป็นภรรยาจอมมารค่ะ!|ลงใหม่|

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,767 ครั้ง
    3 ม.ค. 63






1

นักบุญคนนี้ต้องการเป็นภรรยาจอมมารค่ะ!

 


 

         ป่าแดนเหนืออุดมไปด้วยพฤกษาหลายพันธุ์อันเป็นที่ต้องการของนักวิจัย และสัตว์ในตำนานซึ่งเหมาะแก่การนำไปเป็นพาหนะของอัศวิน ทั้งยังมีบ่อแร่ธาตุมากมายให้เลือกสรรไปตีเป็นเกราะสวมใส่

          ทุกสิ่งอย่างบนผืนป่าอุดมสมบูรณ์นี้ เป็นดั่งขุมทรัพย์ของมนุษย์ที่ต้องการนำทรัพยากรมหาศาลมาแปรรูปเป็นไอเทมให้แก่ผู้กล้า เพื่อที่จะได้มีกำลังในการต่อกรกับจอมมาร...กระทั่งนักบุญศักดิ์สิทธิ์ผู้มีนามว่าเนเดเรียปรากฎตัวขึ้น นางคอยปกป้องป่าแดนเหนือจากการรุกรานของมนุษย์มากว่าร้อยปี นางจึงกลายเป็นที่รักของสรรพสิ่งในป่า จนได้รับการขนานนามว่าเทพีแห่งป่าแดนเหนือ

          ปีก่อนที่นางหลงคารมผู้กล้าแล้วทอดทิ้งป่าแดนเหนือไปอยู่ที่จักรวรรดิบิลเลียต เหล่าภูตและสัตว์ป่าต่างก็โศกเศร้าเสียใจที่นางจากไป แม้นางจะสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมเยียนทุกเดือน แต่นางก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมเยียนอย่างคำว่าเพราะผู้กล้าคอยแต่จะหาภารกิจให้ออกไปปราบปีศาจจนนางลืมสัญญาที่ให้ไว้

ผู้กล้ากับท่านเทพีมิใช่คู่ชะตา

          ภูตน้อยตัวจิ๋วล่วงรู้แต่แรกเริ่มว่าทั้งสองมีชะตาที่ไม่ต้องกัน จึงคอยกระซิบบอกต่อกันไปว่าให้อดทนรอการกลับมา ต้องพึ่งพาตนเองด้วยการพิทักษ์ผืนป่าแทนนาง เฝ้ารอวันให้วันนั้นมาถึงในเร็ววัน

กระทั่งวันที่รอคอยนั้นมาถึง

          ทุกสรรพสิ่งต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อร่างเพรียวระหงร่อนกายมายังป่าแดนเหนือด้วยสายลมแห่งพรห้าประการ ดอกไม้ใบหญ้าที่เคยห่อเหี่ยวไร้สีสันผลิบานอย่างยินดี สรรพสัตว์ที่แอบซ่อนตัวในเงามืดต่างก็กรูกันเข้ามารายล้อมนาง เหล่าภูตนางฟ้าขับขานบทเพลงเสียงเจื้อยแจ้วแล้วพากันโบยบินเข้าไปหานาง มอบมงกุฎดอกไม้ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้นางได้สวมใส่

ขอบใจพวกเจ้ามาก

          เนเดเรียแย้มยิ้มยินดีเมื่อได้รับมงกุฎดอกไม้ใบหญ้าที่เหล่าภูตนางฟ้านำมาให้นาง หัวเราะเสียงใสยามถูกสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเอาปลายจมูกมาดุนดันปลายนิ้วนาง ราวกับจะบอกกันว่า ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง

          หลังจากที่หงุดหงิดใจกับพวกคนโง่เง่าในจักรวรรดิบิลเลียต นางก็ได้คลายสีหน้าท่าทางที่ครุ่นคิดตลอดเวลาลงโดยไม่รู้ตัว รู้สึกราวกับว่าเบาใจที่ไม่ต้องสวมบทบาทนักบุญศักดิ์สิทธิ์ให้คนจักรวรรดินั้นใช้งานอีกต่อไป

ลึกๆแล้วนางรู้สึกดีใจที่ได้กลับมา

อาจเพราะบทในนิยายกำกับไว้ว่า เนเดเรียมีความผูกพันกับป่าแดนเหนือที่คอยปกปักษ์รักษามาเป็นร้อยปี

          นางนึกสนุกอยากจับเข่าคุยกับพวกสิงสาราสัตว์และเหล่าภูต แต่ด้วยอาการอ่อนเพลียกับเนื้อตัวที่สกปรกมอมแมม จึงต้องขอโบกมือลาไปล้างเนื้อตัว ทว่าไม่ทันได้ก้าวขาไปไหน ภูตนางหนึ่งก็ปรี่เข้ามากางแขนอยากตรงหน้านางไม่ให้ได้ไปไหน

เอ่อ ถะ ถ้าจะไปล้างตัวที่ลำธาร อย่าไปดีกว่าค่ะ...คือ คือตอนนี้ลำธารแห้งขอดมีแต่ดินโคลน อย่าไปเลยค่ะ!”

         ริต้า มิวส์ หัวหน้าของเหล่าภูตนางฟ้าแห่งป่าแดนเหนือ มีพลังในการหยั่งรู้อนาคตแล้วยังสามารถทำนายได้แม่นยำอีกว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น คอยเฝ้าติดตามเนเดเรียมาตลอดเพราะหลงใหลในความงดงามและอ่อนโยน หลงใหลนางถึงขั้นเสนอตัวเป็นมือซ้ายเคียงกายของนาง

          ริต้ามักชอบทำนายความเป็นไปของดินฟ้าอากาศในป่าแดนเหนือ แต่พอมีเนเดเรียเข้ามาอยู่ในสายตา ก็มักแอบทำนายชะตาของนางโดยไม่ขออนุญาตกันก่อน แล้วยังไม่บอกกันอีกด้วยว่าชะตาของนางเป็นอย่างไร...

          จากนิสัยใจคอของริต้าที่อ่านมาในนิยาย ทำให้เนเดเรียเลิกคิ้วมองริต้าที่กางแขนอยู่ตรงหน้านาง แล้วยังพูดจาตะกุกตะกัก สายตาก็ดูเลิ่กลั่กเหมือนคนคิดหาคำโกหก

แค่มองนางก็จับได้ถึงความผิดแปลก จับทางได้ทันทีว่าแม่ภูตตัวน้อยกำลังปิดบังบางสิ่งบางอย่างจากนาง

ตายจริง อย่างนี้ข้าก็ล้างตัวไม่ได้น่ะสิ

...เอ่อ น่าจะเป็นอย่างนั้นเจ้าค่ะ

          เนเดเรียสวมบทเทพีแห่งป่าแดนเหนือผู้มีเมตตา ยิ้มกว้างแล้วร้องขอด้วยสายตาเว้าวอน ถ้าอย่างนั้น รบกวนพวกเจ้าช่วยใช้มนตร์ชะล้างเนื้อตัวให้ข้าได้หรือไม่?”

ริต้าเทิดทูนนางจนแทบจะวางไว้เหนือหัว ทุกครั้งคราที่นางร้องขอไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ริต้าก็ไม่เคยคิดปฏิเสธนางแม้แต่คำเดียว

          ทั้งที่ในนิยายบรรยายถึงความสัมพันธ์ของเนเดเรียกับริต้าไว้มากมายก่ายกอง แต่พอนางลองร้องขอให้ช่วยใช้มนตร์ชะล้างตัว ทั้งริต้าและเหล่าภูตตนอื่นก็เริ่มแสดงท่าทีเลิ่กลั่ก

นั่นไง มีพิรุธจริงๆด้วย

          เนเดเรียไม่ย้ำขอในเรื่องเดิม นางยังคงเหยียดยิ้มกว้างแต่สองแขนกลับยกขึ้นมากอดอก มองดูว่าริต้าและเหล่าภูตจะทำอย่างไรต่อไปกับคำขออันแสนจะง่ายดายแต่ไม่อาจทำให้นางได้

          เหตุที่นางร้องขอให้ใช้มนตร์ชะล้าง เพราะภูตนางฟ้าในป่าแดนเหนือมีมากกว่าร้อยตน การใช้มนตร์ของภูตแต่ละทีจะต้องร่วมมือกันร่ายมนตร์ไม่ต่ำกว่าห้าสิบตน และเท่าที่นางมองดูเหล่าภูตด้วยสายตาในตอนนี้...มีไม่ถึงยี่สิบตนด้วยซ้ำ

          เหล่าภูตนางฟ้าส่งสายตาเลิ่กลั่กใส่กัน จะพูดภาษาภูตให้รู้เฉพาะพวกนางก็ไม่อาจทำได้เพราะท่านเทพีฟังรู้ความ ครั้นส่งต่อสายตาไปยังเหล่าสิงสาราสัตว์ พวกมันก็วิ่งกันไปคนละทิศละทาง ทวีความน่าสงสัยที่ก่อขึ้นให้ท่านเทพีสังเกตเห็นยิ่งนัก

บอกความจริงให้ท่านเทพีทราบสิ ถึงอย่างไรท่านก็ต้องรู้

บอกสิ บอกเลย

ถ้าไม่บอก ท่านต้องโกรธพวกเราเป็นแน่

          ภูตตนอื่นต่างก็ล้อมวงปรึกษาหารือกัน เมื่อได้ความที่เห็นตรงกันแล้ว จึงผลักไสให้หัวหน้าเหล่าภูตอย่างริต้าไปสารภาพความจริงที่ปิดบังให้ท่านเทพีเนเดเรียทราบความ

ว่าอย่างไรริต้า เจ้ามีเรื่องใดจะสารภาพให้ข้าฟังหรือไม่?”

          ริต้าผู้ไม่เคยถูกเนเดเรียกดดันหรือต่อว่า นางรู้สึกอึดอัดใจจวนเจียนจะร้องไห้ที่ถูกกดดันกันด้วยรอยยิ้มหวานเยิ้มหยดย้อย แต่สายตาที่จ้องมองมาช่างสวนทางกัน รู้สึกสับสนกับอากัปกิริยาของท่านเทพีดูแข็งขึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

กระนั้นนางก็ยังปากคอสั่นไม่กล้าเอ่ยเรื่องที่ปิดบังให้ได้ทราบต่อให้ท่านเทพีส่งสายตาเช่นนั้นใส่นาง

คือ...คือว่า

ดูเหมือนแม่ภูตตัวน้อยไม่คิดจะสารภาพต่อให้กดดันกันด้วยสายตา

เนเดเรียเองก็ไม่อยากทำให้นางตื่นกลัวมากเกินไป จึงได้แต่ทอดถอนหายใจแล้วบอกว่าช่างมัน นางขอตัวไปนอนก่อนจะดีกว่า

ไม่ได้ขอรับ!”

          คราวนี้คนที่คิดขัดขวางไม่ให้นางได้หลุดพ้นไปจากตรงนี้ พร้อมกับส่งเสียงร้องห้ามมาแต่ไกลก่อนตัวจะมาถึงที่ กระทั่งได้ยินเสียงวิ่งย่ำแทรกกิ่งไม้มาจากในป่า แล้วโผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้มาด้วยการลงมาย่อตัวอยู่ตรงหน้าด้วยท่วงท่าสง่างาม

          สัตว์สี่ขาขนสีดำเมื่อมตัวนี้ ดูเผินๆคงคล้ายกับหมาป่าทั่วไปอย่างที่นางเคยพบเจอในชีวิตจริง แต่ถ้าเพ่งมองให้ดีก็จะได้เห็นว่ามันตัวใหญ่โตนัก กลิ่นกายที่ควรเป็นกลิ่นสาปสัตว์กลับมีกลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้ แล้วยังมีดวงตาสีสว่างราวแสงจันทร์ยามเต็มดวง

         โคลด์ หมาป่ารัตติกาลที่เสนอตัวเป็นมือขวานางเพราะตำแหน่งมือซ้ายถูกริต้าช่วงชิงไป มีพลังในการผันเปลี่ยนช่วงเวลาดวงจันทร์ไม่ให้ตรงตามกำหนดของธรรมชาติ หลงใหลคลั่งไคล้นางไม่ต่างไปจากริต้า แต่จะต่างเพียงน้อยนิดก็ตรงที่โคลด์จงรักภักดีกับนางจนไม่คิดมีความลับให้ปิดบัง เรื่องเล็กน้อยอย่างช่วงปีที่ผลัดขนของตัวเองยังมาบอกให้นางฟังจนจำขึ้นใจ

          ในนิยายบรรยายถึงโคลด์เอาไว้อย่างที่กล่าวมาข้างต้น เนเดเรียจึงละความสนใจจะเสียงกรีดร้องเล็กๆของเหล่าภูตเมื่อเห็นโคลด์โผล่พรวดออกมา นางรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆทันทีที่เห็นโคลด์เงยหน้าขึ้นมาจ้องนางด้วยดวงตาสีสว่างคู่นั้น

จอมมารบุกป่าแดนเหนือมาเมื่อคืนขอรับ

          ไม่ทันที่จะเนเดเรียจะเอ่ยถาม โคลด์ก็โพล่งใส่หน้านางให้เบิกตากว้างนิ่งงันไปด้วยความตกใจ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของภูตนางฟ้าตัวน้อยที่รายล้อมเข้าไปใช้กำปั้นเล็กๆทุบตีโคลด์ พร้อมกับต่อว่าว่ามาแย่งความไปบอกเสียเอง

เดี๋ยวนะ...ตามบทนิยาย จอมมารต้องบุกมาเมื่อคืนก็จริงแต่ถ้าเรามาวันนี้ก็น่าจะกลับไปแล้วไม่ใช่รึไง?

          พอยืนนิ่งทบทวนถึงบทนิยายในช่วงการปรากฏตัวของจอมมาร เนเดเรียก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาทันที ต้องยกมือบอกเป็นนัยให้เจ้าพวกนั้นส่งเสียงเงียบซักประเดี๋ยวให้นางได้ใช้ความคิด แต่ไม่ทราบว่าทำไมเสียงถึงดังขึ้นกว่าเดิม

          ทั้งที่นางอยากขอเวลาให้ได้คลายอารมณ์เสียหน่อย และคิดเอาไว้ว่าค่อยริเริ่มแผนการทีหลัง แต่พอปลายเท้าแตะอาณาเขตป่าแดนเหนือได้ นางก็ได้รับมอบหมายให้พบเจอกับจอมมารเนี่ยนะ...ไม่เร็วเกินไปหน่อยรึ?

เวรแล้ว

นางได้แต่สบถคำอุทานในใจแล้วน้ำตารื้น อยากจะร้องไห้ออกมากับบทนิยายบ้าบอที่นางไม่อาจคาดเดาได้อีกต่อไป

จอมมารอยู่ไหน แล้วทำไมพวกเจ้าถึงปล่อยให้เขาเข้ามาได้เล่า!!”

         ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นท่านเทพีเนเดเรียแสดงอากัปกิริยากระฟัดกระเฟียดให้ได้เห็น ทำให้เจ้าหมาป่ารัตติกาลกับเหล่าภูตนางฟ้าตัวน้องชะงักไปด้วยความตกใจและแปลกใจกับท่าทีของท่านเทพีในคราวเดียวกัน แต่ก็ยังไม่คิดตอบคำถามนางให้ได้หายสงสัย เอาแต่ส่งสายตาโบ้ยกันไปโบ้ยกันมา

จนในที่สุด หมาป่ารัตติกาลจำต้องบอกความให้ทราบก่อนที่ท่านเทพีจะมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ข้างขมับ

          ข้าไม่ผิดข้าพยายามไล่จอมมารให้ออกไปแล้ว แต่ริต้าก็ห้ามข้าไว้ โคลด์เอ่ยเสียงดังฟังชัด แต่ก็แผ่วลงในประโยคหลัง “ริต้าบอกว่าจอมมารเป็นคู่ชะตาของท่านเทพี ข้าก็เลยปล่อยให้รุกล้ำเข้ามาถึงต้นม่านเมฆา

ท้ายที่สุด คนที่นำพาเรื่องยุ่งยากมาให้นางถึงถิ่นก็เป็นแม่ภูตตัวน้อยที่ไปแอบซ่อนกายหนีความผิดอยู่หลังต้นไม้

เนเดเรียได้แต่ปลอบตัวนางเองว่าให้ตั้งสติแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ

จริงอยู่ที่นางคิดหาหนทางเป็นศรีภรรยาของจอมมาร คิดไว้มากมายว่าจะฉุดคร่า ขืนใจ หรือกักขังหน่วงเหนี่ยว

แต่นี่มันไม่ถูกต้องซักนิดที่จอมมารจะมาหานางถึงที่ เช่นนั้นแผนที่วางไว้ในใจแต่แรกก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี!

เพราะเจ้าตัวเดียวเลยโคลด์ ท่านเทพีต้องกลัดกลุ้มก็เพราะเจ้าปริปากพูด!”

เจ้าต่างหาก คิดเป็นแม่สื่อแม่ชัก ถึงไม่ชอบน้ำหน้าผู้กล้าอย่างไร เจ้าก็ไม่ควรทำเช่นนี้

          ทั้งที่นางสงบจิตสงบใจลงได้เมื่อครู่ ก็เป็นอันต้องปวดหัวกับสองข้ารับใช้ที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วต่อปากต่อคำกันได้ไม่เกรงใจนาง หากไม่ปรายหางตามอง คงไม่คิดปิดปากเงียบให้นางสบายหู

          เนเดเรียไม่เปิดช่องให้โคลด์หรือริต้ามาเอ่ยถามให้เสียเวลาอีก นางจ้ำเดินไปยังต้นม่านเมฆาตามคำบอกของโคลด์ด้วยใบหน้าเรียบตึงจนข้ารับใช้สองนึกหวาดหวั่นในใจ คาดเดากันไปต่างๆนาๆว่าท่านเทพีคงมีโทสะที่จอมมารเข้ามาล่วงล้ำป่าแดนเหนือ         

หารู้ไม่ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบตึงของนางนั้น ซ่อนเสียงกรีดร้องและคำก่นด่ามากมายเอาไว้ในใจ

         จะรับมือกับจอมมารยังไงดu แล้วไม่มีอาณาเขตของตัวเองให้หลับนอนรึไง ถึงต้องมาแย่งที่ซุกหัวนอนเพียงหนึ่งเดียวของฉันเนี่ย!

          หากนางอยู่เพียงลำพัง นางคงส่งเสียงกรีดร้องระบายอารมณ์ขุ่นมัวในใจให้ดังจนคอแตกไปข้าง แต่อยู่กับข้ารับใช้เช่นนี้จำต้องสำรวมเข้าไว้ นอกจากสีหน้าสีตาแล้ว คงแสดงอากัปกิริยาอย่างที่ทำกับผู้กล้าและองค์ราชาไม่ได้

          เนเดเรียย่างกรายมาถึงต้นม่านเมฆาต้นใหญ่เพียงต้นเดียวในป่าแดนเหนือ เป็นอันต้องยกมือทาบอกความตกใจเมื่อได้เห็นต้นไม้ใบหญ้าในอาณาบริเวณนั้นเหี่ยวเฉา เหล่าภูตนางฟ้าที่แยกตัวมาจากกลุ่มที่เข้ามาต้อนรับนาง กำลังเร่งใช้เวทย์ฟื้นฟูให้ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉากลับมาผลิบาน คงเกรงว่าถ้านางมาเห็นเข้าแล้วจะกริ้วโกรธ

เห็นแบบนี้แล้ว โกรธไม่ลงจริงๆแฮะ

          เนเดเรียทอดถอนหายใจเมื่อได้เห็นว่าเหล่าภูตนางฟ้าต้องทำงานหนักเพียงเพราะกลัวนางโกรธ จึงปรายมองริต้าที่โบยบินอยู่เคียงข้างนาง แต่พอเห็นนางจดจ้องก็บินไปซ่อนตัวในก้อนขนของโคลด์เสียอย่างนั้น

เอาเป็นว่า ข้าจะไม่โกรธเจ้าที่เปิดทางให้จอมมารเข้ามายังป่าแดนเหนือก็แล้วกัน

          ใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวเหมือนต้นไม้ใบหญ้าเป็นอันต้องผลิดอกออกผล เมื่อริต้าได้ยินคำให้อภัยจากท่านเทพีที่นางเทิดทูนนักหนา นางก็ออกอาการยินดีจนน่าหมั่นไส้ โบยบินกลับไปหาท่านเทพีแล้วใช้แรงอันน้อยนิดดันให้เข้าไปหาจอมมาร

ไปหาคู่ชะตาของท่านเถอะเจ้าค่ะ อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดมือนะเจ้าคะ

          เนเดเรียถูกผลักไสให้ก้าวเดินไปยังต้นม่านเมฆา จากที่ใจนึกกังวลกลับผ่อนลงได้เมื่อได้ยินเสียงเชียร์จากริต้า ผิดกับโคลด์ที่ถอนหายใจแล้วเบือนหน้าหนี ราวกับไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้

ทำได้ เราต้องทำได้

          นางประสานมือไว้แนบแน่น จิกปลายเล็บลงบนผิวเนื้อพอให้เจ็บเพื่อตั้งสติให้มั่น เม้มปากกลั้นใจที่สั่นเล็กน้อยเพราะชีวิตนี้ไม่เคยจะเข้าหาบุรุษ แล้วจึงก้าวขาไปยังต้นม่านเมฆาที่มีใครบางคนหลับตานอนอยู่ใต้ต้น

          ด้วยเชื้อสายที่ก้ำกึ่งระหว่างเทพีแห่งสรรพสิ่งและมนุษย์ ทันทีที่นางเหยียบย่ำไปบนผืนหญ้าที่แห้งเหี่ยวด้วยพลังเวทย์อันชั่วร้ายของจอมมาร ผืนหญ้าที่แห้งเหี่ยวก็กลับมางอกเงยในทุกย่างก้าวที่นางย่ำ เหล่าภูตนางฟ้าจึงหลบหลีกให้ท่านเทพีได้ฟื้นคืนผืนป่า ไม่ลืมจะช่วยกันร่ายเวทย์ชะล้างให้นางกลับมางดงามดังเดิม ก่อนพากันหลบฉากไปรอชมท่านเทพีเกี้ยวจอมมารกับริต้า

เนเดเรียเป็นอันต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วแน่นิ่งไป หลับตานึกทวนถึงรูปลักษณ์จอมมารที่อ่านมาจากในนิยาย

เรือนผมสีขาวพิสุทธิ์ยาวเรี่ยบั้นเอว มีเขาคู่งามที่วาววับ ดวงตาแดงฉานดั่งโลหิต ผิวกายเข้มคล้ำ ทั้งยังมีร่างที่สูงใหญ่...

          ราวกับหัวใจนางถูกทุบด้วยของหนักยามได้สบมองรูปหน้าคมคร้าม ตรงตามข้อบัญญัติของสามีในอุดมคติที่นางเคยหมายมั่นปั้นมือไว้ก่อนจะตายในชาติก่อน

สามีรูปงาม ที่จะช่วยนางสรรสร้างลูกๆที่น่ารัก...อา แค่คิดจินตนาการ เนเดเรียก็เผลอมีหยดน้ำลายหกจากมุมปากเสียแล้ว

          นางหลุบตามองชายหนุ่มรูปงามที่นอนหลับใหลอยู่ตรงปลายเท้านางอีกหน เพ่งมองความงดงามราวกับสวรรค์สรรสร้างมาอย่างดี ไปจนถึงริมฝีปากหยักหนาแต่ได้รูปน่าขบกัด แพขนตาสีขาวพิสุทธิ์อย่างเส้นผม เขาคู่งามที่วาววับราวกับขัดมาอย่างดี  ทั้งยังไหล่กว้างที่ดูอย่างไรก็น่าเข้าไปซบ

เฮ้อ ต้องเป็นสามีในอนาคตของฉันไม่ผิดแน่

          นางสูดหายใจเข้าลึกๆอีกหนแล้วทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับผืนหญ้า กระซิบชิดใบหูของจอมมาร หวังจะยั่วยวนแต่มันดูน่าขันในสายตาผู้ชมที่อยู่โดยรอบป่าแดนเหนือเสียอย่างนั้น

          จอมมาร ตื่นได้แล้วค่ะ เนเดเรียขยับยิ้มมุมปากเมื่อเห็นปลายคิ้วโก่งกระตุกคล้ายรู้สึกตัวแต่แสร้งหลับ ตรงนี้มันที่นอนข้านะคะ

          เพียงนางย้ำเสียงหนักในประโยคท้าย เปลือกตาที่บดบังดวงตาสีแดงฉานก็ปรือขึ้นสบกับดวงตาสองสีเบื้องหน้า คันคิ้วขมวดมุ่นอย่างคนรำคาญใจที่โดนรบกวนในตอนหลับสนิท ก่อนหยัดกายอันสูงใหญ่ลุกขึ้นนั่งแล้วจดจ้องสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่นางก็ไม่อาจคาดเดาได้

นักบุญศักดิ์สิทธิ์รึ?”

          เนเดเรียไม่ตอบคำถามนั้น นางแย้มยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างเอียงอายด้วยท่าทีที่เสแสร้ง นางคิดว่านางคงดูน่ารักน่าทะนุถนอมเท่าทวีหากลองทำจริตจกร้านอย่างที่เจ้าหญิงแอชลี่ย์ทำ

          แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจรดมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างล่วงเกิน ริมฝีปากหยักก็ยิ้มเยาะออกมา เอ่ยวาจาที่เสียดแทงใจนางยิ่งนัก นี่รึ เมียเก่าของผู้กล้า

          ด้วยเหตุที่ต้องสวมบทบาทนักบุญศักดิ์สิทธิ์ผู้มีเมตตาต่อสัตว์โลกอย่างเปี่ยมล้น กิริยาไม่พอใจของนางที่แสดงออกมาจึงมีเพียงเส้นเลือดข้างขมับที่เต้นตุบๆ มือที่ประสานกันลดลงมาข้างตัวแล้วกำหมัดอย่างอดทนอดกลั้นกับวาจาอันร้ายกาจที่ถาโถมใส่

เป็นจอมมาร ที่บัดซบดีจริง

          นางหัวเราะแล้วยิ้มเจื่อนๆกับคำกล่าวของจอมมาร ยังคงวางตัวเสแสร้งได้ดีด้วยการเข้าไปกอบกุมฝ่ามือหนาอย่างถือวิสาสะ โปรยยิ้มหวานหยดไปหนึ่งทีแล้วลั่นวาจาทันใด

โปรดออกไปจากป่าแดนเหนือด้วยค่ะ

เนเดเรียลั่นวาจาออกไปด้วยสีหน้าแย้มยิ้มไม่รู้สึกรู้สา ผิดกับจอมมารที่ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยังจ้องนางไม่วางตา

         ราฟาเอล คลาวด์  จอมมารผู้มีนามดั่งเจ้าชายแห่งจักรวรรดิ แต่กลับเป็นนามที่เจ้าตัวไม่ชอบนักจึงให้ข้ารับใช้เรียกด้วยอีกนามว่า ลูฟซ์

          จอมมารราฟาเอลมีขุนพลปีศาจถึงห้าตนคอยเคียงกาย แต่จอมมารกลับทำทุกสิ่งอย่างด้วยตัวเองเพราะรักในสันโดษเกินกว่าที่ปีศาจตนใดจะเข้าใจ ทำให้ขุนพลทั้งห้าไม่อาจเคียงกายจอมมารได้ตลอดเพราะโดนไล่ตะเพิดไปให้พ้นหูพ้นตา

          จากที่อ่านในนิยาย กล่าวว่าจอมมารมีสายตายากหยั่งถึงทั้งยังเงียบขรึม แต่บทจะตรงไปตรงมาก็เรียกได้ว่าใช้วาจาได้ร้ายกาจอย่างไม่น่าให้อภัย ดูเย็นชาไร้หัวใจแต่กลับหลงรักเจ้าหญิงแอชลี่ย์ตั้งแต่นางอายุเพียงสิบปี เพราะเจ้าหญิงมีรูปโฉมที่คล้ายกับมารดาของจอมมารที่จากไป จึงจับนางไปขังไว้ในหอคอยและเลี้ยงดูอย่างดี

          เนเดเรียลอบถอนหายใจกับบทของจอมมารที่นางยังมึนงงกับนิสัยใจคอ เพราะพรประการที่สองไม่อาจอ่านใจจอมมารได้ ทำให้นางไม่รู้ว่าหลังจากลั่นวาจาไปเมื่อครู่ เขาคิดเช่นไรกับนาง

          ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตสบเข้ากับดวงตาสองสีของสตรีตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ก่อนหลุบตามองมือของนางที่กำแน่นขนัดจนสั่นระริก แล้วจึงสบมองดวงหน้างดงามของนางที่ไม่ใครได้เห็น ก็คงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่างดงามอย่างนางฟ้านางสวรรค์

แต่สำหรับเขาแล้ว...

สตรีที่อัปลักษณ์แล้วยังมีตำหนิอย่างเจ้า ทำไมถึงได้ใช้คำพูดอวดดีนัก?”

                    จอมมารราฟาเอลจงใจทดสอบนางด้วยคำพูดส่อเสียดแทงใจ ทั้งที่เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่านางหาได้มีตำหนิและอัปลักษณ์อย่างคำที่กล่าวไป

ลือกันว่าผู้กล้าได้ภรรยาเป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่มีรูปโฉมหยาดเยิ้มจนใครเห็นก็ต้องริษยา แต่กลับไม่คิดแตะต้องนางให้มัวหมอง

          ไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษอย่างที่ใครเข้าใจ...เพียงแต่ไม่ต้องการทำลายพรหมจรรย์นาง เพราะนางจะเสียสมดุลในการควบคุมพรห้าประการไปพักใหญ่ คงกลัวภารกิจล้มเหลวจึงอดทนอดกลั้นเอาไว้

สำหรับเขาแล้ว นางช่างเป็นสตรีที่น่าเวทนาเพราะหลงรักตัวโง่งม

จอมมารราฟาเอลคิดเช่นนั้น จึงเอ่ยปากแล้วรอดูท่าทีของนางตามคำบอกของขุนพลปีศาจตนหนึ่งที่บอกเอาไว้

          ทว่าทันทีที่คิดเหลือบมองดวงหน้านางให้เต็มสองตา ก็เห็นหน้านางมีรูปหน้าคล้ายปลายหมัดที่พุ่งเข้ามาใส่อย่างไร้ความเขินอาย กว่าจะรู้ตัวว่านั่นหาใช่หน้านางแต่เป็นกำหมัดของนางที่เสยเข้าซีกหน้า ร่างหนาก็หงายหลังล้มตึง เป็นอันสิ้นชื่อจอมมารผู้น่ากริ่งเกรงด้วยความเผลอเรอเพราะถูกสตรีที่เพิ่งได้พบเจอกัน ชกหน้าจนหมดสติไป

ปากดีนัก แค่พูดมาว่าตกลงหรือไม่ตกลงมันยากนักหรือคะ

          แม้ใกล้หมดสติก็ยังแว่วเสียงต่อว่าอันเดือดดาลของนาง และเสียงย่ำเท้าจากไปโดยไม่คิดเหลียวแลจอมมารอย่างเขาที่หมดสติเพราะถูกนักบุญศักดิ์สิทธิ์ชกจนหน้าหงาย คงมีเพียงเหล่าภูตนางฟ้าที่กรูกันเข้ามามุงดู

เราคงต้องส่งจอมมารกลับแดนปีศาจ ขืนปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ ข้าว่าจอมมารต้องโดนท่านเทพีทำร้ายอีกหนเป็นแน่

          เหล่าภูตนางฟ้าปรึกษาหารือกันด้วยสายตาอยู่นานสองนาน เพราะตกใจระคนแปลกใจกับความเกรี้ยวกราดของท่านเทพีไม่น้อย ก่อนพยักหน้าเห็นด้วยกับความเห็นของริต้าที่เสนอขึ้นมา

          พวกนางช่วยกันร่ายเวทย์เคลื่อนย้ายใส่ร่างของจอมมารที่สลบไสลไม่ได้สติให้กลับไปยังแดนปีศาจในชั่วพริบตา เมื่อแสงสว่างวาบจางลงและไร้ซึ่งร่องรอยการมีอยู่ของจอมมาร จึงพากันถอนหายใจเป็นแถบแถวแล้วแยกย้ายกันไปปรนนิบัติท่านเทพีที่เดินจ้ำไปแย่งโพรงนอนของโคลด์มาพำนักชั่วครั้งชั่วคราว

ข้าไม่เคยทำนายผิดพลาด จอมมารและท่านเทพีเป็นคู่ชะตา...แต่ทำไมเรื่องถึงตาลปัตรไปขนาดนี้เล่า

          ริต้าได้แต่ครุ่นคิดด้วยความไม่เข้าใจ นางทราบดีว่าท่านเทพีคงแค้นเคืองกับคำพูดคำจาของจอมมาร แต่ไม่ควรถึงขั้นทำร้ายจอมมารจนเลือดตกยางออกเช่นนั้น

          ภูตนางฟ้าริต้ายังคงตลบคิดแล้วโบยบินไปหาท่านเทพีไปพร้อมกับภูตตนอื่น แต่แล้วก็ชะงักปีกที่กำลังโบยบินไว้พลางแหงนมองท้องฟ้าจ้าแสงแดด จู่ๆภาพนิมิตก็ผุดขึ้นมาให้นางได้เห็น บ่งบอกถึงคำทำนายในชะตาแห่งป่าแดนเหนือที่จะมีผู้มาเยือนอีกหน

ข้าว่าแล้ว คำทำนายของข้าไม่มีทางผิดพลาด

          นางยิ้มกว้างเมื่อภาพในนิมิตจางหายไป หัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วรีบตรงไปหาท่านเทพีก่อนที่ท่านจะกริ้วโกรธที่นางมาช้าเกินควร

 



 

          ขุนพลทั้งห้าหรือที่ทราบกันในนามองค์รักษ์ปีศาจของจอมมารราฟาเอล ส่งเสียงทอดถอนหายใจเรียงรายตามกัน บ้างก็นั่งกอดอกเท้าคางกันอยู่ในห้องประชุมลับใต้ดินของปราสาทด้วยสีหน้าเหม่อลอยเพราะรอคอยการกลับมาของนายเหนือหัวตั้งแต่เมื่อคืน จนตอนนี้ย่ำรุ่งก็ยังไม่กลับมา เกรงว่าจะไปพบเจอกับนักบุญศักดิ์สิทธิ์แล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้น

          ปีศาจทั้งห้าตนยังคงปิดปากเงียบไม่พูดไม่จากัน กระทั่งปีศาจตนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยวาจาเอื่อยเฉื่อยแต่เรียกความสนใจให้ปีศาจอีกสี่ตนหันเหไปมองกันเป็นตาเดียว

พวกเจ้าคิดว่า...นายท่านจะล่อลวงนักบุญศักดิ์สิทธ์สำเร็จรึเปล่า?”

สำเร็จแน่นอน!/ไม่มีทาง นักบุญนั่นต้องรู้ทันนายท่านเป็นแน่

          เสียงแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนตั้งคำถามแสดงสีหน้าประหลาดใจ เพราะนานทีปีหนที่ความเห็นของพวกเขาจะไม่ตรงกัน

         เบลเฟกอล โกลเวอร์ ปีศาจแห่งเผ่าเซนทอร์ ผู้เป็นตัวแทนแห่งความเกียจคร้าน เป็นปีศาจเพียงตนเดียวที่ไม่มีหน้าที่อื่นใดให้ทำในปราสาทนอกจากจะนอนเกลือกกลิ้งไปวันๆ ถึงจะทำตัวดูไร้ประโยชน์จนปีศาจระดับล่างคิดลอบฆ่าให้ได้ตำแหน่งหนึ่งในห้าขุนพลปีศาจที่ว่างลง แต่เบลเฟกอลก็เป็นถึงผู้อารักขาจอมมารอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าปีศาจตนใด ทั้งยังมีพลังในการทำนายคล้ายกับพวกภูตนางฟ้าที่จำเป็นต่อการรบอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เบลเฟกอลจึงเอ่ยคำถามเช่นนั้นขึ้นมา เพราะตนเป็นตัวตั้งตัวตีแผนการที่มองเห็นจากคำทำนาย

          ต้นตอของแผนการ มาจากหลายวันก่อนในช่วงเวลาอันแสนสุขที่ได้หลับนอนบนกองหญ้าแห้งหลังปราสาท ปีศาจหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยแสงเจิดจ้าของดวงตะวันที่อยู่เหนือหัว ทันทีที่หยีตามองแสงจากดวงตะวัน ภาพนิมิตของคำนายก็วนเวียนอยู่ในหัวจนต้องเด้งตัวขึ้นมาด้วยความตกใจ

ในนิมิตนั้น เขาเห็นกองทัพที่นำโดยผู้กล้าพ่ายแพ้ยับเยินด้วยน้ำมือของปีศาจเจ็ดตนที่มีใบหน้าคลับคล้ายคลับคลาจอมมาร

แม้เห็นเพียงประเดี๋ยวเดียว เบลเฟกอลก็มั่นใจนักหนาว่าต้องเป็นทายาทของจอมมาร

          แต่ที่ยังไม่มั่นใจก็คงเป็นภรรยาของท่านจอมมาร...ในนิมิตไม่ได้บ่งชี้ว่านางเป็นใคร แต่ด้วยแสงออร่าอันเจิดจ้าที่เป็นดั่งเงาของปีศาจทั้งเจ็ดตน ทำให้เบลเฟกอลพอคาดเดาได้ว่าต้องเป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่

ปีศาจหนุ่มจึงหันไปรวมหัวกับขุนพลปีศาจอีกสี่ตนแล้วบอกให้ทราบในคำทำนาย

และเรียกขานแผนการนี้ว่า วิธีสร้างทายาทจอมมารด้วยการล่อลวงนักบุญศักดิ์สิทธิ์

          กล่าวคือเหล่าขุนพลทั้งห้า เรียนให้ท่านจอมมารได้ทราบถึงคำทำนายว่าในอนาคตปีศาจจะเป็นฝ่ายมีชัยเหนือมนุษย์ หากแต่ท่านจอมมารต้องมีทายาทที่กำเนิดจากนักบุญศักดิ์สิทธิ์

ต้องนางเท่านั้น จะเป็นใครอื่นไม่ได้!

ถึงข้าอยากทำลายทัพของผู้กล้าให้ย่อยยับ แต่ให้ทำด้วยวิธีการนั้น ข้าไม่ต้องการ

          ได้ยินคำยืนกรานของจอมมารราฟาเอล ก็ไม่อาจทำให้ขุนพลทั้งห้าละความตั้งใจได้ ยิ่งเร่งเร้าให้จอมมารเข้าร่วมแผนการแห่งชัยชนะของฝ่ายปีศาจด้วยกัน

          เร่งเร้าหนักเข้าคงทำให้จอมมารรำคาญใจ หนีหายไปตามคำยุยงของเบลเฟกอลที่แสร้งบอกว่าถ้ารำคาญนักก็หนีไปพักผ่อนหย่อนใจ รับแสงจันทร์เต็มดวงในป่าซักคืนสองคืน

          ใช่แล้วนั่นเป็นคำยุยงที่สุดแสนจะชาญฉลาดของปีศาจเบลเฟกอล เพราะได้ยินคำลือมาว่านักบุญศักดิ์สิทธิ์เพิ่งหย่าร้างกับผู้กล้า นางคงระเห็จกลับไปยังป่าแดนเหนือตั้งแต่เมื่อคืนวาน เช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะได้พบปะกับจอมมารไม่มากก็น้อย

          หวนคิดถึงแผนการอันชาญฉลาดของตน ปีศาจหนุ่มก็กอดอกยิ้มกริ่ม แต่ก็โดนขัดให้รอยยิ้มนั้นเหือดหายไปด้วยคำต่อว่าอันหยาบคายของใครบางคน

นี่เลิกยิ้มโง่ๆซักทีเถอะ มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะไปตามหานายท่านหรือรอให้นายท่านกลับมา

ไม่ว่าเปล่า ปีศาจสาวผุดลุกขึ้นพร้อมกับแส้หนามในมือ ต้องช่วยกันปรามให้นั่งลงก่อนแล้วรอท่านจอมมารกลับมาจะดีกว่า

         ลิเวียธาน ดิเอวา ปีศาจแห่งเผ่าซัคคิวบัส ผู้เป็นตัวแทนแห่งความริษยาที่มีรูปโฉมอันเย้ายวน ล่อลวงศัตรูให้หัวปั่นได้เพียงปรายตามอง นางเทิดทูนจอมมารเหนือสิ่งอื่นใดจนไม่อาจยินยอมให้เจ้าหญิงแอชลี่ยมานั่งบนบัลลังก์จักรพรรดินีของเหล่าปีศาจ เพราะทราบดีว่าจอมมารหาได้รักใคร่เจ้าหญิง นั่นเป็นเพียงความลุ่มหลงในรูปโฉมที่มีหน้าตาคล้ายกับมารดาของท่านจอมมารเท่านั้น

สตรีนางเดียวที่ลิเวียธานยินยอมให้เป็นจักรพรรดินีของเหล่าปีศาจ ก็คือสตรีที่จอมมารปักใจรักอย่างแท้จริง

แต่นางจำต้องละเว้นนักบุญศักดิ์สิทธิ์ไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อชัยชนะของฝ่ายปีศาจ

ลิเวีย อย่าร้อนรนนักเลย อีกประเดี๋ยวนายท่านก็คงกลับมา

ต้องร้อนรนสิ ฝ่ายนั้นเป็นถึงนักบุญศักดิ์สิทธิ์ เจ้าอย่าได้โง่เง่าไปหน่อยเลย!”

อ้าว ถ้าข้าโง่ เจ้าก็คงโคตรโง่แล้ว

นะ นี่เจ้า-

เจ้านี่จู้จี้ข้าจัง อยากเป็นเมียข้ารึ?”

          จบคำกล่าวของเบลเฟกอล เสียงกรีดร้องของลิเวียธานก็โหยหวนจนต้องพากันยกมือปิดหูก่อนที่จะแก้วหูแตกสลายเพราะเสียงอันทรงพลังของนาง แม้นางกรีดร้องจนพอใจ แต่ก็ยังพากันต่อปากต่อคำได้ไม่หยุดหย่อนจนหัวหน้าขุนพลต้องยกมือตบโต๊ะเสียงดังลั่น

          ได้ผลทันทีที่เหลือบไปเห็นรอยแยกของโต๊ะไม้คร่ำครึ สองหนุ่มสาวจึงพากันสงบปากสงบคำ ทรุดนั่งลงแล้วเท้าคางผินหน้าหนีใส่กันราวกับเด็กเล็กที่ถูกผู้ใหญ่ปรามแต่ก็ยังทำแง่งอนกันอยู่

เห็นตั้งท่าแง่งอนกัน หัวหน้าขุนพลก็ได้แต่ทอดถอนหายใจแต่ไม่ได้ปริปากต่อว่า เพียงแต่ส่งสายตาไปให้ขุนพลแฝดได้พูดแทน

          แมมมอน เรฟเลอร์ ปีศาจแห่งเผ่าอันเดธ ผู้เป็นตัวแทนแห่งความโลภ มีหน้าที่เฝ้าคลังสมบัติใต้ปราสาทที่เหล่านักผจญภัยจดจ้องอยากเข้ามาขโมยกันจนตัวสั่นระริก แต่ก็ไม่อาจฝ่าด่านของแมมมอนไปได้ซักครา เหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจที่มีผิวเนื้อแห้งกรังติดกระดูก ถูกจองจำไปชั่วกัปชั่วกัลป์

          เมื่อสายตาของหัวหน้าขุนพลแมมมอนส่งต่อมาถึงขุนพลแฝด ทั้งสองจึงเสมองหน้ากันแล้วคิดหาคำกล่าวให้ทุกฝ่ายคลายกังวล แต่ทว่า ผลที่ได้กลับมายิ่งทำให้นั่งไม่ติดเสียด้วยซ้ำ

เอาน่า บางทีนายท่านกับนักบุญอาจสนิทชิดเชื้อกันจนถึงขึ้น...เอ่อ แอส มันเรียกว่าขั้นไหนรึ ไอ้คำที่เจ้าชอบใช้น่ะ

ขั้นนั้นที่ว่า หมายถึง  กอดจูบลูบคลำ ใช่หรือไม่?”

ขุนพลแฝดพากันหัวเราะคิกคัก ผิดกับขุนพลตนอื่นที่เบิกตากว้างแน่นิ่งไป ในหัวพากันจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน

         เบลเซบับ ดาดิแอ ปีศาจแห่งเผ่าคิเมร่า ผู้เป็นตัวแทนแห่งความตะกละ แฝดพี่ผู้ที่มีหน้าที่ในการตระเตรียมอาหารและดูแลจัดการครัวหลังปราสาทให้เรียบร้อย อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ต้องคอยตามติดจอมมารในการออกรบ

         แอสโมดิวส์ ดาดิแอ ปีศาจแห่งเผ่าคราเคน ผู้เป็นตัวแทนแห่งตัณหา แฝดผู้น้องที่มีหน้าที่คัดสรรสาวงามทุกเผ่าพันธุ์มากักตุนให้จอมมารได้สำเริงสำราญ แต่เมื่อไม่นานมานี้ เหล่าสาวงามหย่อมหนึ่งได้ถูกจอมมารไล่ตะเพิดให้ไสหัวออกไปเพราะทำตัววุ่นวายเกินควร

          ทั้งสองเป็นปีศาจที่มีรูปลักษณ์น่ากลัวเกินกว่าจะบรรยายได้ และจอมมารก็รู้สึกรกหูรกตายามต้องเหลียวมอง จึงสาปให้คงอยู่ในรูปลักษณ์ของปีศาจเด็กน้อยไปตลอดกาล อีกทั้งยังมีอารมณ์ที่ร่าเริงเกินเหตุจนเป็นที่น่ารำคาญใจของคนที่ได้พบเห็น

          อย่างเมื่อครู่ที่หัวเราะคิกคักกันโดยไม่ดูสีหน้าของใครอื่น ทำให้ใครอื่นที่ว่าไม่สบอารมณ์นัก และคนที่จัดการหิ้วคอสองขุนพลออกไปโยนนอกห้องก็คือหัวหน้าขุนพลแมมมอนอย่างไม่ต้องสงสัย

พวกข้าสำนึกผิดแล้ว ขอเข้าไปหน่อยขอรับบบ!”

ขุนพลอีกสามตนในห้องประชุมลับเสมองหน้ากันแล้วปรึกษาหารือกันต่อ เมินเฉยต่อเสียงทุบประตูปึงปัง

          เอาล่ะ พวกเจ้าเห็นควรว่าอย่างไร แมมมอนเอ่ยพร้อมกับเอนตัวพิงพนัก จรดสายตามองเบลเฟกอลและลิเวียธานที่ยังทำตั้งแง่กัน ตัวข้าเห็นควรว่าไม่ต้องออกไปตามหานายท่าน ประเดี๋ยวนายท่านก็กลับมาพร้อมกับนักบุญ

ข้าเห็นควรอย่างที่ท่านหัวหน้ากล่าวทุกประการ” เบลเฟกอลว่า

          ข้า...ข้าไม่เห็นด้วย ลิเวียธานทอดถอนหายใจอย่างจำนน แต่ถ้าท่านหัวหน้ากล่าวเช่นนั้น ข้าก็ต้องเห็นควรตามท่านหัวหน้าอยู่แล้ว

          เมื่อได้ข้อสรุปที่เห็นตรงกัน ทั้งสามจึงนั่งปิดปากเงียบกันตามเดิม เมินเฉยต่อเสียงทุบประตูที่ดังขึ้นทุกทีจนนึกเอะใจ กระทั่งปีศาจแฝดด้านนอกร้องโวยวายขึ้นมา

ท่านหัวหน้า! มีข้ารับใช้มารายงานว่าจู่ๆก็พบท่านจอมมารนอนหน้าช้ำอยู่ในห้องนอนขอรับ!!”

          เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าขุนพลปีศาจก็รีบผุดลุกแล้วตรงไปยังปราสาทใหญ่อันเป็นปราสาทหลับนอนของจอมมาร แทรกผ่านปีศาจรับใช้ที่วิ่งเข้าวิ่งออกห้องนอนของจอมมารกันจ้าละหวั่น

กระทั่งได้เห็นร่างที่นอนสลบไสล คนที่กรีดร้องคนแรกเมื่อเห็นจอมมารกลับมาด้วยสภาพเช่นนี้ก็เป็นลิเวียธานอีกตามเคย

          ตามด้วยแมมมอนที่เบิกตากว้างอย่างตกใจกับภาพที่ได้เห็น ไม่ลังเลที่จะดึงดาบโครงกระดูกออกจากฝักแล้วลั่นวาจาเสียเสียงดังลั่น ข้าจะไปลากนักบุญกลับมารับโทษ ใครจะไปกับข้า!”

          คงมีเพียงแฝดขุนพลที่ยกมือกันอย่างไม่คิดลังเล  ไม่ได้คิดไปลากคอนักบุญอย่างที่แมมมอนกล่าว แต่อยากออกไปเที่ยวเล่นนอกแดนปีศาจเสียมากกว่า

ในส่วนของลิเวียธานนั้น นางเอาแต่เรียกหาจอมมารที่เริ่มขมวดคิ้วเป็นปมยามนางโหวกเหวกโวยวายอยู่ใกล้ๆหู

          หนึ่งในห้าขุนพลปีศาจที่ยังครองสติเอาไว้ได้คงมีแต่เบลเฟกอล เขาหันรีหันขวางมองความวุ่นวายรอบตัวก่อนโบกมือไล่ข้ารับใช้ปีศาจตนอื่นให้ออกนอกห้องไปก่อน หลับตาฟังเสียงอันวุ่นวายอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตวาดเสียงดังลั่นกลบให้เสียงเหล่านั้นสงบลง

เงียบ!!!”

          เพียงได้ยินเสียงอันทรงพลังพอกันกับเสียงกรีดร้องของลิเวียธาน ขุนพลปีศาจอีกสี่ตนก็ชะงักแล้วปิดปากเงียบกริบ ก่อนเหลียวมองสีหน้าถมึงทึงของเบลเฟกอลที่กราดมองแต่ละคนราวอยากตำหนิเสียเหลือเกิน

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์สงบลง ปีศาจหนุ่มจึงร่ายประโยคยาวเหยียดคล้ายบทเทศนา กระนั้นก็ยังอุตส่าห์เข้าใจกันได้

          ข้าคาดไว้ไม่ผิดว่านายท่านต้องพบเจอนักบุญ นางอาจอยู่ในสภาวะที่จิตใจไม่มั่นคงอย่างที่มนุษย์เรียกว่าอกหัก เช่นนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดถ้านางจะพลั้งมือทำร้ายนายท่านไป ข้าเชื่อว่านางทำไปด้วยความไม่ตั้งใจ คำทำนายของข้าได้บอกเอาไว้แล้วว่าถึงอย่างไรนายท่านกับนางก็ต้องได้ครองคู่กัน ทั้งยังมีทายาทอีกเจ็ดตนอันเป็นกำลังสำคัญในการถล่มผู้กล้าให้ย่อยยับไม่มีชิ้นดี...ขอพวกเจ้าอย่ากังวล ข้าไม่อยากให้นายท่านตื่นมาแล้วพบว่าการเกี้ยวนักบุญช่างยากเย็นและยืดยาวจนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับนักบุญอีก

ขุนพลปีศาจทั้งสี่ต้องแน่นิ่ง เรียบเรียงคำของเบลเฟกอลไว้ในหัวครู่หนึ่ง

          ข้าเข้าใจแล้ว แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือเจ้าจะร่ายยาวไปทำไม ลิเวียธานลอบยิ้ม หรือว่าเจ้ากำลังกลัวนายท่านจับได้ เรื่องที่หลอกล่อให้นายท่านไปอาบแสงจันทร์เพื่อจะได้พบนักบุญ ใช่หรือไม่?”

ปีศาจหนุ่มชะงักเล็กน้อยที่โดนจับเจตนาได้ ไม่ปริปากยอมรับแต่ก็พยักหน้าอย่างยินยอม

          แต่ทว่าสถานการณ์สงบได้ไม่ทันไร แมมมอนก็ตั้งท่าจะก้าวขาออกไปจากห้อง ครั้นถูกเอ่ยถามว่าจะไปไหนก็ทำเพียงยักไหล่พร้อมทั้งบอกว่า ถ้าการเกี้ยวนักบุญมันยากเย็นนัก ข้าจะไปจับนักบุญมาให้นายท่านเอง

ประเดี๋ยวก่อน

ไม่ทันที่เบลเฟกอลกับลิเวียธานจะได้เอ่ยปราม เสียงนุ่มทุ้มก็กล่าวขึ้น หยุดชะงักสองขาของแมมมอนได้แน่นิ่งราวกับโซ่ตรวน

เป็นจอมมารราฟาเอลที่เอ่ยขึ้น ทั้งยังหยัดตัวลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าที่งัวเงียของคนเพิ่งฟื้นตื่นจากนิทรา

          เมื่อนายเหนือหัวลืมตาตื่นขึ้น ขุนพลปีศาจทั้งห้าก็คุกเข่าลงแล้วก้มหัวต่ำเป็นการทำความเคารพผู้เป็นใหญ่แห่งแดนปีศาจ ทว่าสายตาที่เลิ่กลั่กส่งกันไปมานั้น คล้ายบอกเป็นนัยว่าการที่จอมมารเอ่ยคำว่า ประเดี๋ยวก่อน ต้องเกิดเรื่องน่าปวดหัวขึ้นเป็นแน่

          ดวงตาสีแดงก่ำอันงดงามหลุบมองเหล่าขุนพลในบัญชาของตน ก่อนยกฝ่ามือแตะปลายจมูกที่เกิดรอยช้ำดำเขียวจากหมัดอันนุ่มนิ่มของสตรีนางนั้นกระทั้นกระแทก ทันใดนั้นมุมปากอันเรียบตึงก็ขยับยิ้มขึ้นมา ยิ่งได้หวนนึกถึงดวงหน้าอันงดงามที่แสร้งวางตัวสงบเสงี่ยมแต่ไม่อาจปิดบังความแก่นไว้ได้มิด มุมปากนั้นก็ยิ่งขยับขึ้นจนก่อเกิดรอยยิ้มที่ไม่ว่าใครเห็นก็เป็นอันต้องงุนงงระคนตกใจ

นายท่านแย้มยิ้มรึ...โอ้ เป็นเพราะนักบุญศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?

          เหล่าขุนพลปีศาจขบคิดแล้วลอบยิ้มไปตามกัน ดูเหมือนจอมมารจึงพึงใจในตัวนักบุญศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อย เช่นนี้แผนการ วิธีสร้างทายาทจอมมารด้วยการล่อลวงนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ที่จอมมารไม่ยอมรับคงสำเร็จในไม่ช้า

ที่เหลือคงขึ้นอยู่กับวันเวลา และใจของนางนักบุญผู้นั้นว่าจะกล้าแกร่งเพียงใด

ข้าไม่ยอมรับในแผนการของพวกเจ้า

ราวสิ่งที่วาดฝันเมื่อครู่ถูกหักหาญด้วยวาจาของนายเหนือหัว คนที่น้ำตาคลอคงเป็นเบลเฟกอลอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่แล้วน้ำตาที่ไหลรื้นออกมาก็ต้องจางหายไป เมื่อได้ยินนายเหนือหัวกล่าวในประโยคถัดมา

ข้าสนใจในตัวนาง อยากรู้นักว่าแท้จริงแล้วมนุษย์กึ่งเทพเช่นนางมีจิตใจที่ยากหยั่งถึงหรือไม่

แม้ไม่ยอมรับในแผนการ แต่ถ้าเอ่ยว่าสนใจใคร่รู้ในตัวนักบุญศักดิ์สิทธิ์ แผนการนั้นก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

          เหล่าขุนพลปีศาจได้พูดคุยกับจอมมารราฟาเอลได้ไม่กี่คำก็จำต้องไสหัวออกมาเพราะโดนไล่ตะเพิดเพราะอยากอยู่เพียงลำพัง ได้แต่พูดคุยกันเองว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี

ในส่วนของจอมมารราฟาเอลที่ยังตลบคิดไปเรื่อยเปื่อย กำลังอยากรู้นักว่านางจะรับมือเช่นไรหากได้พบเจอกันอีกรอบ

ทำเคอะเขินแล้วเอ่ยขอโทษที่ได้ลงมือชกหน้าเขา

หรือตวาดใส่แล้วไล่ไปให้ไกล

จอมมารราฟาเอลตลบคิดไปมากมาย หารู้ไม่ว่านักบุญศักดิ์สิทธิ์นางนั้น มิใช่คนที่เอาแน่เอานอนได้

 

 

         หลังจากตายไปด้วยยาพิษในชาติก่อน ชาตินี้จึงตั้งมั่นที่จะใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย และตบท้ายด้วยการมีครอบครัวกลับใครซักคน แต่กลับมีบางอย่างไม่ถูกต้อง บางอย่างที่จะนำพาโชคร้ายมาให้...

          เทพีแห่งป่าแดนเหนือหรือนักบุญศักดิ์สิทธิ์ นางกำลังนั่งเท้าคางกับก้อนขนตัวใหญ่ยักษ์ที่มีนามว่าโคลด์ และปลายข้อศอกอันแหลมคมของนางก็ทิ่มแทงเจ้าโคลด์จนมันเอ่ยปากร้องบอกว่าเจ็บไปไม่รู้กี่หน แต่นางก็หาได้สนใจไม่เพราะกำลังครุ่นคิดอย่างหนักในเรื่องที่ลงไม้ลงมือกับจอมมารไปโดยไม่ยั้งคิด

จะว่าไม่ยั้งคิดก็ไม่ถูก เพราะนางจงใจให้จอมมารหุบปากไปด้วยการหลับใหล

แต่แค่หลับเอง...จะเป็นอะไรไปเล่า?

โอ๊ยข้าเจ็บขอรับ

          กระทั่งเสียงร้องของโคลด์ที่ดังกว่าทุกครั้งดังขึ้น เนเดเรียจึงได้รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายร่างกายหมาป่ารัตติกาลให้น้ำตารื้นด้วยข้อศอกของนางเอง ต้องเอ่ยขอโทษแล้วลูบขนปลอบใจกันยกใหญ่

          แต่เจ้าหมาป่ารัตติกาลกลับส่งเสียงฮึในลำคอแล้วเบือนหน้าหนี กล่าวประชดประชันกันอย่างไม่ปิดบัง ถ้าท่านเทพีทำข้าเจ็บอีก ข้าจะให้ท่านออกไปจากโพรงไม้ของข้า

อย่าเชียวโคลด์ ข้ายังไม่อยากกลับไปที่ต้นม่านเมฆา เกรงว่าจอมมารจะยังอยู่ตรงนั้น นางส่ายหัวระรัว

          เหตุที่นางต้องออดอ้อนเข้าไว้ต่อให้โคลด์มีท่าทีสงสัยในท่าทางของนางที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะเมื่อสองสามวันก่อนที่นางชกหน้าจอมมารไป นางก็ไม่กล้ากลับไปพำนักที่ต้นม่านเมฆาแม้ริต้าจะยืนกรานว่าได้ส่งตัวจอมมารกลับไปแล้ว จำต้องแย่งโพรงไม้อันเป็นที่พำนักของโคลด์มาหลับนอนชั่วคราว

จะว่าอย่างไรดี...นางแค่รู้สึกอับอายตัวเอง

          ทั้งที่นางคิดอยากจะฝากฝังชีวิตน้อยๆไว้ในอุ้งมือจอมมารด้วยการเป็นมิตรที่ดี แต่นางกลับลงมือลงไม้กับอีกฝ่าย เพียงเพราะนึกโมโหกับวาจาอันหยาบคายที่กล่าวล่วงเกินกัน

หมดกันสามีในอุดมคติ หมดกันลูกๆน่ารักที่นางวาดหวัง...

เอาเป็นว่า อย่าเพิ่งคิดถึงขั้นนั้น นางไม่โดนสาปให้เป็นกบก็ดีเท่าไหร่แล้ว!

เฮ้อ เห็นทีคราวนี้ต้องบุกปราสาทจอมมารแล้วขอโทษ จะได้เลิกแล้วต่อกัน...ดีหรือไม่?

          แต่แล้วความคิดอันเลิศเลอก็ผุดขึ้นมาได้ ดวงตาสองสีเป็นประกายอีกครั้งหลังจากห่อเหี่ยวมาหลายวัน นางคลานออกจากโพรงไม้แล้วผุดลุกขึ้น วิ่งไปยังลำธารมรกตเพื่อไปปรึกษาหารือกับริต้า ทั้งยังกำชับโคลด์ว่าไม่ต้องตามมาโดยไม่ทันได้สังเกตท่าทีของโคลด์ที่ปลายหูกระดิกและม่านตาที่เบิกกว้าง

ท่านเทพี ประเดี๋ยว-

ไม่ต้องห่วงข้า อ้อ! อย่าตามข้ามาล่ะ

ว่าเสร็จสรรพนางก็จ้ำฝีเท้าจากไป มัวแต่ฮึมฮัมบทเพลงในลำคอ

          แค่ครุ่นคิด เนเดเรียก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วลูบคางอย่างมาดร้าย เยื้องย่างไปยังลำธารมรกตด้วยบทเพลงอันไพเราะในลำคอที่ไม่ว่าภูตนางฟ้าตนใดได้ยินก็เป็นอันต้องท้วงถามว่าบทเพลงอันใด

          เมื่อเห็นร่างบางย่างกรายมายังลำธารมรกตอันเป็นที่พำนักของเหล่าภูตนางฟ้า พวกนางก็หันไปร้องเรียกหัวหน้าภูตว่าท่านเทพีมาเยือน ก่อนพากันโบยบินจากไปพร้อมกับหอบหิ้วตะกร้าเมล็ดพันธุ์ที่ช่วยกันเก็บไปปลูกไว้ในที่ห่างไกล ราวกับจงใจออกไปให้ไกลหูไกลตา

มีพิรุธอีกแล้วแฮะ...

          จู่ๆเนเดเรียก็รู้สึกว่ามีพิรุธเหมือนคราวก่อน นางหันไปชะเง้อคอมองหาริต้าที่โบยบินออกมาจากพุ่มไม้ด้วยใบหน้าแป้นแล้น ไม่ทันเอ่ยปากถามว่าคราวนี้แอบทำเรื่องพลการอื่นใดลับหลังนาง ริต้าก็เอาดอกไม้มาทัดหูนางไว้เสียก่อน

ดอกลิลลี่ดอกนี้ ข้าให้ไว้ใช้ยามจำเป็นเจ้าค่ะ

ปลายคิ้วนางขมวดมุ่นทันทีที่ได้ยินริต้าเอ่ยเช่นนั้น มือก็จับดอกไม้ที่ทัดบนหูอย่างนึกสงสัยในความหมายเชิงชู้สาวของมัน

ริต้า นี่เจ้า...

          ราวกับรู้ทันว่านางคิดพูดในเรื่องใด ริต้ารีบปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าระรัว ไม่เจ้าค่ะที่ข้ามอบให้เพราะเอาไว้ให้ใช้ยามจำเป็นอย่างที่บอกไป

ปลายคิ้วที่ขมวดมุ่น ยิ่งขมวดกันเป็นปมใหญ่ที่ได้ยินแม่ภูตนางฟ้ากล่าวด้วยคำกำกวม

ยามจำเป็นอะไรของเจ้า

เอ่อ เรื่องนั้น

“…นี่เจ้าไปทำเรื่องลับหลังข้ามาใช่หรือไม่?”

          ภูตนางฟ้าริต้าไม่ชอบสายตากดดันของท่านเทพีเอาเสียเลย เพราะนางเป็นพวกเก็บงำความลับไม่ค่อยได้ จึงแสดงท่าทีพิรุธออกมาอย่างเห็นได้ชัด จำต้องนับหนึ่งถึงสามไว้ในใจแล้วหันไปฉีกยิ้มกว้างให้ท่านเทพี

ได้แต่ภาวนาว่าท่านเทพีคงไม่กริ้วโกรธนาง เพราะสิ่งที่นางทำไป ล้วนแล้วแต่นำพาท่านเทพีให้พบเจอบุรุษที่คู่ควร

          เนเดเรียยกมือกอดอก ตั้งท่าเตรียมคาดคั้นแม่ภูตนางฟ้าจนลืมเลือนว่านางมาหาริต้าด้วยเรื่องใด ย้ำถามแล้วย้ำถามอีกว่าไปแอบทำเรื่องใดมา ทว่าริต้าก็ไม่มีท่าทีจะหลุดพูดออกมาแม้แต่น้อย

นอกจากคำว่า...

ประเดี๋ยวก็ทราบแล้วเจ้าค่ะ

          สิ้นคำกล่าวของริต้า เส้นขนทั่วสรรพางค์ของเนเดเรียก็ลุกตั้งขึ้นมา ความรู้สึกคล้ายถูกใครจับจ้องจากมุมมืดจนต้องมองหา สองขาก้าวถอยไปโดยไม่รู้ตัวเพราะเอาแต่หวาดระแวง

          แต่แล้วก็ต้องชะงักขาแล้วหันขวับไปเบิกตามอง เมื่อแผ่นหลังอันบอบบางของนางกระแทกเข้ากับแผ่นอกแกร่งของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังนาง

          นางคาดหวังว่าอย่างน้อยขอให้เป็นจอมมารที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับเป็นปีศาจร่างสูงใหญ่ผู้มีหน้ากากกะโหลกมนุษย์สวมใส่บดบังใบหน้าที่แท้จริง

          จากในนิยายที่อ่านมาจนจบเล่ม เนเดเรียจดจำได้ดีว่าปีศาจตนนี้เป็นหนึ่งในห้าขุนพลรับใช้ของจอมมาร เป็นปีศาจที่นักผจญภัยหวั่นเกรงที่สุดซึ่งมีนามว่า แมมมอน ปีศาจผู้เป็นตัวแทนแห่งความโลภ

แต่เอาเถอะ จะเรียกนามของอีกฝ่ายตรงไปตรงมาก็เกรงว่าจะแปลกไป เช่นนั้นนางคงต้องสวมบทนักบุญศักดิ์สิทธิ์เสียหน่อย

          “นี่ท่านเป็นใครกัน แล้วใครอนุญาตให้มายังป่าแดนเหนือกันคะ!” เนเดเรียยกมือทาบอกอย่างตื่นตระหนกด้วยจริตของนักบุญศักดิ์สิทธิ์ แต่สายตานางกลับเลิ่กลั่กมองหาตัวการ ริต้า!?”

          ครั้นหันไปกวาดสายตามองตัวการ ริต้าก็บินจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งป้องปากตะโกนกลับมาว่าจะเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ และนางก็จะกักตัวโคลด์เอาไว้ในระหว่างนี้เอง

          พอล่วงรู้ว่าตัวการที่นำพาความวิบัติมาให้นางถึงที่เหมือนอย่างคราวก่อนเป็นริต้าอีกตามเคย เนเดเรียก็ยืนหน้าซีดหน้าเซียวแล้วปรายหางตามองปีศาจแมมมอนที่กระชับดาบโครงกระดูกในมือ กลัวเหลือเกินว่าจะตวัดดาบขึ้นมาใส่นางพร้อมกับก่นด่าที่ไปสร้างบาดแผลบนใบหน้าอันงดงามของจอมมาร

          ในใจนักบุญศักดิ์สิทธิ์เช่นนางพ่นคำอุทานไปมากมาย แต่ใบหน้านางกลับยิ้มแย้มยามหันไปเหลียวมองแมมมอน ผิดกับเหงื่อเม็ดเป้งที่ไหลหยดข้างขมับเพราะมัวคิดประดิษฐ์คำที่จะมาต่อกรด้วย

          “เอ่อ ตัวข้ามีนามว่าเนเดเรีย เป็นผู้ปกปักษ์รักษาป่าแดนเหนือ เนเดเรียย่อกายลงอย่างงดงาม พลางฉีกยิ้มกว้างจนแทบถึงรูหู ไม่ทราบว่ามาที่ป่าแดนเหนือด้วยเรื่องอันใดหรือคะ?”

          หัวหน้าขุนพลแมมมอนมองดูท่าทีของนักบุญศักดิ์สิทธิ์แล้วก็พอจะเข้าใจว่าเหตุใด จอมมารถึงมีคำสั่งให้พาตัวนางกลับไปยังแดนปีศาจเพื่อพูดคุยกิจธุระกันต่อหน้าเหล่าขุนพล

นางไม่ใช่สตรีที่รับมือได้ง่ายอย่างคำที่นายท่านว่าจริงๆ...

ขออภัยที่มายังป่าแดนเหนือโดยที่ไม่บอกกล่าวให้ทราบล่วงหน้า

          ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวคุกเข่าลงกับผืนหญ้า ก้มหน้าต่ำอย่างอ้อนน้อม ด้วยเกรงว่านางจะคิดไปไกลว่าตนจะมาทำร้ายนาง เพราะนายท่านของข้ามีคำสั่งลงมา ให้พาท่านไปยังแดนปีศาจเพื่อพูดคุยกิจธุระจากครั้งก่อนให้เสร็จสิ้น

          ใจดวงน้อยของนางเต้นโครมครามด้วยความตื่นตกใจก่อนหน้า จู่ๆก็สงบลงเพราะโล่งใจที่จอมมารไม่ได้สั่งให้แมมมอนมาบั่นหัวนาง ทว่าพอนึกทวนคำพูดของแมมมอนในใจ ใจดวงน้อยก็เป็นอันต้องต้องเต้นโครมครามอีกหน

ทะ ท่านว่าอย่างไรนะคะ?”

จอมมารต้องการพบท่านขอรับ

          นางฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดีที่ได้ยินคำนั้น แทบทันทีที่นางตอบตกลงว่าจะไปแดนปีศาจ นางกำลังนึกอยู่เชียวว่าจะไปบุกปราสาทจอมมารเพื่อขอคำขอโทษ แต่ถ้าเชื้อเชิญกันถึงที่เช่นนี้ก็ไม่ว่ากัน

          แมมมอนผิวปากเรียกรถม้าคันงามให้มาเทียบท่าอยู่เบื้องหน้า ก่อนขออนุญาตจับจูงมือนางให้ไปหย่อนกายนั่งแล้วขับเคลื่อนรถม้าให้แล่นไปตามเส้นทางที่ผันเปลี่ยนไปด้วยเวทย์ร่นระยะทางของแมมมอน เพราะต้องการนำตัวบุญศักดิ์สิทธิ์ไปให้จอมมารโดยเร็ว

          รถม้าคันงามไม่มีช่องหน้าต่างให้นางได้โผล่หน้าออกไปดูว่าแล่นไปถึงที่ใดบ้าง กว่าจะทราบว่าถึงแดนปีศาจ ก็ตอนรถม้าแน่นิ่งอยู่กับที่และบานประตูที่เปิดออกโดยมีแมมมอนยื่นมือให้นางจับจูงแล้วย่างกรายลงมา

          เนเดเรียตื่นตาตื่นใจกับปราสาทของจอมมารที่ตั้งตระหง่าน เพราะมันดูโอ่อ่าและสวยงามกว่าพระราชวังของจักรวรรดิบิลเลียต ทั้งยังข้ารับใช้มากมายที่ยืนเรียงรายแล้วก้มหัวให้ พูดโดยพร้อมเพรียงกันว่ายินดีต้อนรับท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์

          แม้แต่ด้านในตัวปราสาทที่นางเคยจินตนาการว่ามันคงเก่ากึกคร่ำครึ แต่แท้จริงแล้วปราสาทถูกตกแต่งอย่างงดงาม ได้กลิ่นหอมหวนของน้ำหอมที่มีส่วนผสมของดอกไม้หลากชนิดที่นางชื่นชอบ การแต่งกายของปีศาจแต่ละตนก็สวยงามมีอารยธรรมกว่ามนุษย์ในเมืองอื่นใดที่นางพบเจอมา

ขอเชิญท่านนักบุญทางนี้ขอรับ

นางเกือบเดินหลงไปที่สวนดอกไม้หลังปราสาทถ้าหากแมมมอนไม่เข้ามาเรียกไว้

          ภายนอกปราสาทมีปีศาจรับใช้เดินกันพลุกพล่าน แต่พอนางเดินเข้ามายังภายในปราสาทมาจนถึงห้องโถงกว้าง กลับไม่มีข้ารับใช้ตนใดอยู่ในอาณาบริเวณ

ไม่ต้องคาดเดาให้เสียเวลาว่าถ้านางเดินเข้าไปในห้องโถง นางจะพบเจอกับใครบ้าง

นายท่าน ข้าพานักบุญมาแล้วขอรับ

แมมมอนที่เดินนำทางมาถึงห้องโถง เอื้อนเอ่ยเสียงดังลั่นก่อนจะเหยียบย่างไปถึงห้องโถงจนนางสะดุ้งตกใจ

          เนเดเรียชะงักขาที่ก้าวเดินแล้วสำรวจว่ารูปโฉมนางพร้อมจะพบเจอจอมมารหรือยัง กระทั่งได้ยินเสียงร้องเรียกของแมมมอน นางจึงรีบสับเขาเดินตามไปพลางชะโงกหน้ามองจากมุมประตูไปยังภายในห้องโถง เพราะยังคงหวาดระแวงว่าจอมมารเชื้อเชิญมาถึงถิ่นด้วยแค้นเคืองในเรื่องคราวก่อน

          ทันทีที่นางมองเข้าไปในห้องโถงกว้างขวาง ปีศาจตนแรกที่นางพบเจอก็คือผู้เป็นใหญ่แห่งแดนปีศาจอย่างจอมมารที่นั่งบนตั่งทองคำ และปีศาจอีกสี่ตนที่นางมองปราดเดียวก็จดจำได้จากนิยายที่อ่านว่าเป็นขุนพลปีศาจที่อยู่เคียงจอมมารมานานนม

น่าอึดอัดดีแท้

          เป็นอีกครั้งที่นางต้องประสานมือจิกเล็บลงบนผิวเนื้อ กลั้นใจหวาดกลัวระคนกริ้วโกรธที่ได้เห็นจอมมารจรดสายตามองนางอย่างราบเรียบไร้ความรู้สึกใด อยากจะวิ่งเข้าไปลากลงมาแล้วก่นด่าให้สาสมที่พูดจาไม่ให้เกียรติกันในคราวก่อน แต่สิ่งที่นางทำได้ตอนนี้ก็คือแย้มยิ้มแล้วเข้าไปค้อมกายให้ด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย สมกับที่เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่ใครต่างก็ล่ำลือว่านางมีกิริยามารยาทที่ดีทั้งยังรูปโฉมงดงาม

ยินดีที่พบเจอท่านอีกครั้งค่ะ ท่านจอมมาร

          ขุนพลปีศาจทั้งห้าตนเสมองหน้ากันเมื่อได้ชมโฉมนักบุญศักดิ์สิทธิ์เต็มสองตา สายตาที่จรดมองล้วนแล้วแต่บอกเป็นนัยกันว่านางเป็นอย่างที่นายท่านบอกไว้ไม่มีผิด

ในแววตานางนักบุญคนนี้ดูขบคิดไตร่ตรองในทุกสิ่งอย่างที่ทำ แม้แต่ยามสบมองสิ่งใด

เป็นสตรีที่ยากจะรับมือไหวจริงๆ...

ไปบอกนาง

ลิเวียธานพยักหน้ารับคำทันทีที่ได้ยินจอมมารราฟาเอลกระซิบบอก ไม่ลืมลากคอเบลเฟกอลเป็นตัวแก้ต่างไปด้วยกัน

ตัวข้ามีนามว่า ลิเวียธาน เป็นหนึ่งในห้าขุนพลปีศาจ ผู้เป็นตัวแทนแห่งความริษยา ยินดีที่ได้พบท่านนักบุญอย่างยิ่งค่ะ

ส่วนกระผมนั้นมีนามว่า เบลเฟกอล แน่นอนว่าต้องเป็นหนึ่งในห้าขุนพลปีศาจเช่นกัน ตัวแทนแห่งความเกียจคร้านครับผม

          เนเดเรียค้อมกายรับการก้มหัวเป็นการทำความเคารพต่อนาง ทั้งสองเป็นปีศาจอีกคู่ที่นางอินและขวยเขินยามได้อ่านในนิยายช่วงบทเกี้ยวกันไปเกี้ยวกันมา จำได้ว่าสุดท้ายก็ตบแต่งกันเป็นเรื่องเป็นราว

ถึงแม้ตอนนี้จะตั้งท่าแยกเขี้ยวใส่กันทั้งที่อยู่ต่อหน้านางก็เถอะ

          อย่างที่ท่านทราบว่านายท่านเชิญท่านมาที่นี่เพื่อพูดคุยกิจธุระ ลิเวียธานว่า ทางเรามีคำทำนายในเรื่องการสร้างทายาทของนายท่านเพื่อเป็นกำลังในการรบกับมนุษย์ครั้งหน้า พวกข้าในฐานะขุนพลปีศาจ จึงอยากเรียนให้ท่านทราบก่อนว่านายท่านเองก็เห็นควรตามคำทำนาย

ตกลงค่ะ!”

ด้วยความยินดีเต็มเปี่ยม และเห็นดีเห็นงามกับคำทำนายที่จะทำให้นางได้จอมมารหนุ่มรูปงามมาเป็นสามี

เนเดเรียก็เผลอตอบไปด้วยความลืมตัวท่ามกลางสายตาทั้งหกคู่ที่หันเหมามองนางเป็นตาเดียวกัน

มะ ไม่มีอะไรค่ะ เชิญพูดต่อ

          ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดมาแก้ตัวให้กับความน่าเขินอายจนทั้งเรือนกายของนางแดงก่ำ เนเดเรียจึงทำทีหลุบตาต่ำกำชายกระโปรงจนแน่นขนัด เพราะอยากหลบเลี่ยงดวงตาแดงก่ำที่จรดมองนางด้วยความขบขันในใจ ทั้งยังปลดปล่อยพรประการที่สามออกมาโดยไม่รู้ตัว

          โปรดสงบสติอารมณ์ลงก่อนครับ กระผมเกรงว่าเจ้าสองตัวนั้นจะหนาวตายเสียก่อน เบลเฟกอลรีบเข้ามาปรามแล้วชี้นิ้วไปยังเบลเซบับกับแอสโมดิวส์ที่กอดกันกลม เป็นเพราะคำทำนายครับ

          เพียงได้ยินในเรื่องคำทำนาย นางก็ชะงักไปเพราะนึกถึงริต้าที่เอาแต่ร้องบอกว่าจอมมารเป็นคู่ชะตาของนาง ในนิยายก็บอกไว้ว่าเบลเฟกอลมีพลังในการทำนายเหมือนกับริต้าเช่นกัน

นางอยากทราบว่าเบลเฟกอลทำนายอะไรไว้

 “หมายความว่าอย่างไรกันคะ?”

          ได้ยินคำถามเช่นนั้น ปีศาจหนุ่มก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หันไปขอความเห็นจากจอมมารก็เป็นอันเข้าใจในทันทีว่าควรที่จะบอกให้นางได้รู้เช่นกัน

          เบลเฟกอลร่ายยาวให้นางฟังตั้งแต่เรื่องเมื่อนานมาแล้วว่า ฝ่ายปีศาจและฝ่ายมนุษย์ต่อกรกันมายาวนานไม่จบไม่สิ้น แม้เคยทำพันธสัญญาสงบศึกกัน แต่ทางมนุษย์ก็ยังลอบเข้ามาวุ่นวายกับปีศาจอยู่ร่ำไป กระนั้นก็ยังไม่มีศึกสงครามใดเพราะพันธสัญญาที่ค้ำคอ ทว่ามนุษย์ก็ฉีกสัญญานั้นทิ้งทั้งที่เหลือระยะเวลาไปการสงบศึกอีกสิบกว่าปี สงครามระหว่างปีศาจและมนุษย์จึงเริ่มขึ้นและยังไม่มีท่าทีว่าฝ่ายใดจะเอาชนะกันได้

มนุษย์มีวิวัฒนาการในการคิดค้นเวทย์มากมายมาใช้ในการกำจัดปีศาจ

ปีศาจก็มีวิวัฒนาการทางด้านกายภาพที่สามารถป้องกันเวทย์ได้เช่นกัน

ทางฝ่ายปีศาจพยายามคิดหาหนทางที่จะสิ้นสุดสงครามลง แต่ไม่ว่าจะคิดหาอย่างไรก็ไม่มีท่าทีว่าจะหาเจอ

          กระทั่งวันหนึ่ง กระผมได้รับคำทำนายมาว่าหนทางเดียวที่จะหยุดยั้งสงครามน่าเบื่อพวกนี้ได้ก็คือท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ต้องให้กำเนิดทายาทของท่านจอมมารถึงเจ็ดตน นำทัพในสงครามครั้งต่อไปขอรับ!”

เป็นอย่างนี้นี่เอง...

เช่นนั้น เชิญสร้างทายาทกับจอมมารเลยครับ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

นางครุ่นคิดตามคำพูดของเบลเฟกอล แต่แล้วก็ต้องชะงักไปกับคำพูดช่วงท้าย

เอ๊ะ ได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า?

          เนเดเรียชะงักค้างแล้วกวาดตามองเหล่าขุนพลปีศาจที่พากันย่องออกไปจากห้องโถงในช่วงที่นางมัวครุ่นคิด ปล่อยให้นางยืนมองจอมมารที่นั่งเท้าคางอยู่บนตั่งเพียงลำพัง

          เมื่อเนเดเรียเข้าใจในคำที่เบลเฟกอลกล่าวทิ้งท้ายไว้ นางก็ถอยกรูดออกมาให้ห่างจอมมาร ลนลานจนไม่อาจกักเก็บสีหน้าท่าทางเอาไว้ได้ ยิ่งจอมมารก้าวขามาหานางจนแทบชิดใกล้

นางยังไม่ได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ทั้งยังกลิ่นกายที่ไม่มั่นใจว่าจะเป็นกลิ่นหอมหวนของมวลดอกไม้หรือกลิ่นเหม็นเขียว

แน่นอนว่านางยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยจอมมารผลิตทายาท แต่ขอนางสำรวจเนื้อตัวได้หรือไม่

เกรงว่าจอมมารจะไม่ประทับใจหากมีอะไรมารบกวน

          ราวกับได้ยินเสียงกรีดร้องของนางดังเล็ดรอดออกมาจากลำคอ นางเอาแต่ก้มมองเนื้อตัวของตัวนางเองด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ทั้งยังยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขาดด้วยสายตายั่วยวนซึ่งมันดูน่าขบขันมากกว่าจะให้เสน่หา

การได้มองดูสตรีที่สามนาทีมีสี่อารมณ์เช่นนี้ ก็ทำให้เพลินตาไม่น้อยทีเดียว

ว้ายยยย...

เนเดเรียร้องครางในลำคอด้วยจริตเขินอาย หดคอจนเนื้อส่วนนั้นพับเป็นชั้นเมื่อฝ่ามือหนายื่นเข้ามาใกล้   

          นางนึกภาพอันเร่าร้อนไปไหนต่อไหนว่าจอมมารราฟาเอลจะจัดการกับนางเช่นไร แต่แล้วก็ปรือตาขึ้นมอง เมื่อฝ่ามือนั้นวางแหมะอยู่บนศีรษะนาง ทั้งยังขยุ้มปลายนิ้วทั้งห้าเบาๆบนเส้นผมน้ำตาลกรอมดำอันหนานุ่ม

ก่อนอื่น ข้าต้องขอโทษที่พูดจาไม่ให้เกียรติเจ้า อภัยให้ข้าได้หรือไม่?”

นางพยักหน้า

นักบุญ นี่เจ้าคิดจริงๆรึ ว่าข้าจะล่วงเกินเจ้า?”

นางพยักหน้าอีกตามเคย

ข้าไม่ทำเช่นนั้นแน่ แม้ขุนพลเหล่านั้นจะคะยั้นคะยอให้ข้าทำก็ตาม

          เนเดเรียที่ยังคงอยู่ในสภาวะตั้งตัวไม่ถูก นางไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ถูกจอมมารจับจูงมือออกไปจากห้องโถงแล้วเดินลัดไปยังสวนดอกไม้หลากชนิดที่นางตื่นตาตื่นใจตั้งแต่แรกเห็น กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ฝ่ามือหนาละจากไป

ข้าไม่ชอบดอกไม้ ไม่ชอบสีสันใดทั้งสิ้น แต่เพราะเจ้ามาเยือนปราสาท ขุนพลพวกนั้นจึงเนรมิตจนข้าเองก็จำปราสาทไม่ได้

          นางมองตามร่างสูงที่ก้าวเดินไปมองดูดอกไม้โดยรอบในสวนหน้าปราสาท แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว ดอกไม้อันบอบบางพวกนั้นก็เหี่ยวเฉาเพราะไม่อาจต้านทานเวทย์กล้าแกร่งได้ ก่อนที่นางจะหลุบตามองดอกไม้ในแปลง นั่นทำให้นางยกมือแตะดอกลิลลี่ที่ริต้าทัดหูให้นางไว้

อ้อ...ที่เจ้าให้ข้า เป็นเพราะอย่างนี้เองรึริต้า

               เนเดเรียสูดหายใจเข้าคล้ายรวบรวมความกล้า นางหันไปเหลียวมองจอมมารราฟาเอลอีกครั้ง ก่อนก้าวขาไปหาด้วยใจที่สั่นระริก

จอมมารบอกกับนางเองว่าไม่คิดจะล่วงเกินนาง แม้เหล่าขุนพลทั้งห้าจะคอยคะยั้นคะยอในเรื่องคำทำนาย

          แต่ตัวนางกลับหลงใหลได้ปลื้มถึงขั้นปักธงตั้งแต่แรกพบว่าจอมมารเป็นสามีในอุดมคติ ทั้งยังมีคำทำนายทายทักของเบลเฟกอลช่วยส่งให้นางได้ใกล้ชิดจอมมารถึงเพียงนี้...มีหรือที่นางจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป

นักบุญคนนี้ต้องจีบจอมมาร แล้วกุมใจของเขาให้อยู่ในกำมือให้ได้!

          ดวงตาแดงก่ำดั่งโลหิตเหลือบมองร่างบางที่ก้าวเข้ามาหาพร้อมกับดอกลิลลี่ขาวที่นางหยิบฉวยมาจากข้างหูที่นางทัดไว้ จอมมารไม่ทราบว่านางคิดทำอันใด แต่ก็ยืนนิ่งให้นางเขย่งปลายเท้าแล้วยืดแขนขึ้นมาทัดดอกลิลลี่ดอกนั้นบนหูของเขา

          ท่านบอกว่าท่านไม่ชอบสีสันใด นางย่อกายลงมาด้วยความสูงเท่าอกเขา พร้อมทั้งยิ้มกว้างจนดวงตาหยี แต่ข้าว่าสีขาวเหมาะกับท่านที่สุด

          ทั้งที่เนเดเรียตั้งใจเต๊าะจอมมารให้ประทับใจมิรู้ลืม แต่กลับเป็นนางเองที่ขวยเขินจนตัวแดง กระนั้นก็ยังฝืนทนเสกสรรสัญญาหมั้นด้วยมนตร์ของนาง พร้อมทั้งยื่นให้เขาประทับลายนิ้วมือหน้าตาเฉย

          ในชีวิตจริงและบทในนิยาย สัญญาการหมั้นหมายเหมือนกันตรงที่สัญญานั้นจะติดตัวไปจนกว่าจะถึงกระบวนการแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญาก่อนถึงวันแต่งงาน อีกฝ่ายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้ทุกสิ่งอย่าง จะต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่ในชีวิตจริงนั้น สิ่งที่เรียกร้องคืนจะต้องเป็นเงินทองหรือของหมั้น แต่ในบทนิยายสามารถเรียกร้องจากอีกฝ่ายได้มากกว่าเงินทองหรือของหมั้น...แม้แต่ขอยึดทรัพย์ที่มีติดตัวตั้งแต่ลืมตาเกิดยังสามารถร้องขอได้

แต่นางไม่ได้คิดเช่นนั้น

          นางเพียงแต่ต้องการสัญญาหมั้นเอาไปนอนกกกอดจนพอใจ จะได้เตือนตัวเองไว้ว่าอีกประเดี๋ยวนางก็คงจะมีสามีตามที่ฝันไว้ตั้งแต่ชาติก่อน

 “เช่นนั้นแล้ว โปรดประทับลายนิ้วมือลงบนสัญญาหมั้นด้วยค่ะ

          จอมมารราฟาเอลชะงักเล็กน้อยกับสัญญาหมั้นที่ถูกยื่นมาให้ เห็นดวงตาแห่งความหวังของนางก็พอจะทราบเจตนารมณ์ของนางแน่ชัดแล้ว

เฮ้อ...

ได้แต่ทอดถอนหายใจกับแววตาของนางที่จ้องมอง ก่อนสะบัดมือให้แผ่นกระดาษอันไร้ค่านั้นเลือนหายไปกับธาตุอากาศ

ปีศาจอย่างเรา ไม่มีพิธีรีตองมากมายเหมือนกับมนุษย์

ว่าแล้วก็ผินกายหนีหายไป ปล่อยให้นางออดอ้อนเสียงหวานทั้งยังจ้ำเดินตามมาไม่ห่างหาย ท่านจอมมารแต่-

          ไม่ทันที่เนเดเรียจะได้เอื้อนเอ่ยจบความ ก็เป็นอันต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อราฟาเอลหันหลังกลับมาแล้วสืบเท้ามาหานางด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่เก็บซ่อนแววตาสั่นระริกไว้เบื้องหลัง

เจ้าแน่ใจแล้วรึ ที่คิดจะหมั้นหมายกับข้า

          แทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา นางพยักหน้าระรัวแทนคำตอบนั้น และผลที่ได้กลับมาก็คือฝ่ามือที่รั้งเอวบอบบางเข้าไปจนหน้านางยับยู่เพราะกระแทกกับแผ่นอกของอีกฝ่าย ครั้นจะอ้าปากต่อว่าก็ถูกจับปลายคางให้เงยแหงนขึ้นมาสบกับดวงตาคู่งามคู่นั้น

ปีศาจอย่างเรา เพียงจุมพิตก็ถือเป็นการหมั้นหมาย

หือพ่อรูปหล่อว่าอะไรนะ...

          ไม่แม้แต่จะให้เวลาเนเดเรียได้ตกใจ กลีบปากอวบอิ่มแดงเรื่อของนางก็ถูกบดขยี้ด้วยกลีบปากหยักลึกที่ฉกฉวยเข้ามาประทับจุมพิตอย่างเอาแต่ใจ พยายามทำใจแล้วย้ำเตือนกับตัวเองว่าจุมพิตนี้เป็นเพียงสัญญาหมั้นที่จะนำความปลอดภัยมาให้แก่ชีวิตนาง แต่ไม่ทราบว่าทำไมต้องขบกัดริมฝีปากนางจนมันแดงช้ำ แม้ผละจากกันก็ยังทำให้สองขาอ่อนระทวยจนต้องเซถลาไปกอดเสาเป็นที่ยึด

นะ...นี่ นี่ท่านวางยาข้ารึ!?”

นางชี้นิ้วอันสั่นเทาไปยังจอมมารราฟาเอลที่ไม่ตอบคำถามนั้น ทำเพียงยักไหล่จนนางหลงคิดไปไกลว่าต้องวางยานางเป็นแน่

ก็แค่จุมพิต เหตุใดนางถึงหน้าเห่อร้อน กายสั่นเทา ใจปั่นป่วนจนแทบทะลุทะลวงออกมานอกออกได้ถึงเพียงนี้

ไม่ใช่วางยา แล้วจะเป็นอะไรอื่นได้อีกเล่า!

ท่านจอมมาร ประเดี๋ยวก่อน ถึงอย่างไรท่านก็ต้องประทับลายนิ้วมือบนสัญญาหมั้นด้วย!!”

มัวขบคิดว่านางคงโดนวางยา หันไปหาจอมมารอีกทีก็ก้าวเท้าหนีนางไปไกลจนต้องจ้ำเท้าตามไป

ข้ามีนามว่า ราฟาเอล

          จอมมารกล่าวไว้ให้นางได้รับรู้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการแค่จุมพิตมันไม่พอ อย่างน้อยก็ต้องมีลายนิ้วมือบนสัญญาหมั้นเป็นหลักคำประกันว่านางจะไม่โดนทอดทิ้งให้เป็นม่ายขันหมาก

โอ๊ย อะไรนักหนาเนี่ย เสียจูบแล้วก็ต้องมีหลักค้ำประกันด้วยสิ!

ส่วนข้ามีนามว่า เนเดเรีย เรารู้จักนามกันแล้ว เช่นนั้นก็ควรประทับลายนิ้วมือให้ข้าด้วยสิคะ

          นางได้แต่เดินตามหลังจอมมาร เอ่ยปากอ้อนวอนขอลายนิ้วมือมาประทับบนสัญญาหมั้น แต่ไม่ทันได้ดั่งใจก็ถูกส่งตัวกลับไปที่ป่าแดนเหนือทั้งอย่างนั้น

ไว้ข้าจะไปพบเจ้าด้วยตัวเองที่ป่าแดนเหนือ

          เนเดเรียควรดีอกดีใจที่ได้อยู่ฐานะคู่หมั้นคู่หมายของจอมมารสมดังหวัง แต่นางกลับแสดงสีหน้าบึ้งตึงเบือนหน้าหนียามจอมมารราฟาเอลกระซิบบอกนางเช่นนั้น

          นางรู้ในทันทีว่าโดนเจ้าปีศาจตัวยักษ์นี่กลั่นแกล้งให้ใจขุ่นมัว แต่จะทำอะไรได้นอกจากกระแทกเสียงตอบรับว่าทราบแล้วก่อนกลับไปพำนักที่ป่าแดนเหนือ

การแต่งงานในนามเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ถือว่าบรรลุเป้าหมายแต่ก็ยังไม่ชัดแจ้งจนกว่าจะได้สัญญาหมั้น

และเรื่องใหญ่ที่สุดอย่างการให้กำเนิดทายาทของจอมมาร...

หลังจากแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามพิธี นางจะเร่งเร้าจอมมารให้สร้างปีศาจตัวน้อยมาให้นางเชยชมทันที

ให้สมกับที่นางละเม้อเพ้อพก อยากมีสามีมีลูกมานานนม!




_______________________________________________________


จากพล็อตเดิมที่วางไว้ กว่าจอมมารจะมีลูกก็ปาไปตอนที่สิบกว่าๆ

พล็อตนี้จะมีลูกเร็วนิดนึงนะคะ จากความว้อนท์ของตัวนางเอกเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.767K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

619 ความคิดเห็น

  1. #615 @24.aprch (@daradabiwty) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 21:46
    งึ้ยยยยมันฮีลใจมากไรท์ ไรท์เขียนดีมากๆเลยชอบมากค่ะ😍
    #615
    0
  2. #573 nawnom (@lkamonwan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 17:05
    นางน่ารักมาก55555555555
    #573
    0
  3. #554 naname43794 (@1100703563901) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 10:51
    ทำไมรู้สึกนางเอกหมกมุ้นกับการมีสามีมากไปTUT
    #554
    2
    • #554-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      17 มกราคม 2563 / 10:57
      จากตอนที่1นังใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยวเมื่อชาติก่อนค่ะ5555
      #554-1
  4. #455 Pisces )•( (@MeAn-101) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 15:17
    แต่ละตอนเนื้อหาเยอะมาก ชอบสุดๆ ไรท์แต่งดีมากเลยค่าา
    #455
    1
  5. #300 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 16:57
    นี่ไม่ใช่เเค่สนใจเขาเเล้วมั้งงงงง
    ขำนางเอก ทำไมสิ่งที่นางพยายามทำ มันถึงไม่ออกมาดูสวยเลยนะ
    #300
    0
  6. วันที่ 9 กันยายน 2562 / 14:01
    เนื้อหาโอเคเลยนะคะ แต่อยากติเรื่องเวลานางเอกพูดคะ/ค่ะ หน่อยนะคะ เราว่าน่าจะเปลี่ยนเป็นการใช้ เพคะ/เจ้าค่ะ อะไรพวกนี้เพื่อให้เข้ากับธีมเรื่องหน่อยจะดีกว่านะคะ ซึ่งพอใช้คำว่า คะ/ค่ะ มันทำให้รู้สึกห้วนๆเกินไป ละมันก็ดูไม่พีเรียดแฟนตาซีด้วย

    ปล.ชอบการบรรยายบรรยากาศรอบข้างนะคะ ภาษาดีอยู่
    #282
    1
    • #282-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      9 กันยายน 2562 / 14:07
      รับทราบค่าา เดี๋ยวแก้ย้อนทีหลังนะคะ
      #282-1
  7. #218 Mirage of Darkness (@blissdestiny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:12
    ไม่รู้จะขำหรือจะเขินดีค่ะ แอร๊ยยยย เชียร์นางสุดใจแต่ก็เขินแทน อยากมีโมเม้นท์กับจอมมารบ้าง ท่านเราฟาเอลขาาาาาส
    #218
    0
  8. #211 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 04:01
    ง่วงนิดหน่อยแต่ตั้งใจอ่านมากๆ น้องงน่ารักก
    #211
    1
    • #211-1 GINA ^-^ (@Jeeranuu) (จากตอนที่ 2)
      13 กันยายน 2562 / 00:02
      04.01ไม่ง่วงเลยคะ55
      ตอนนี้00.02ตาเเทบจะลืมไม่ได้เเล้ว
      #211-1
  9. #205 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:40
    ชอบฉากดอกไม้ทัดหูสุดแล้ว แง น่ารักมาก ฉากจูบก็คือดี ;-;
    ปล. ประโยคตรงที่อยู่ป่าแดนเหนือมันมีจุดไม่เชื่อมกันอยู่น้าาา
    #205
    3
    • #205-2 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 2)
      1 สิงหาคม 2562 / 19:46
      ตรงที่ของจอมมารเป็น “สตรีที่อัปลักษณ์แล้วมีตำหนิอย่างเจ้า.....” แล้วเนเดเรียคนสวยของเราก็เสยจอมมารล้มกับพื้นพร้อมบอกว่า “ปากดีนักนะ แค่บอกตกลงหรือไม่ตกลง....”
      ถ้าหากเราเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยค่ะ ;-;
      #205-2
    • #205-3 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      1 สิงหาคม 2562 / 19:52
      ผิดจริงๆด้วย เป็ยประโยคที่เราลืมลบเองค่ะ555ขอบคุณที่เตือนค่า
      #205-3
  10. #193 Pannita6701 (@Pannita6701) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 15:46
    เหมือนไรท์ไม่ได้ตรวจทานอีกรอบนึงเลยค่ะ มีประโยคที่มันไม่เชื่อกันอยู่ ตอนจอมบอกว่ามีตำหนิอยู่ ถัดมานางก็พูดว่า"ให้ตอบมาว่า..." มันไม่เชื่อกันนะคะไรท์
    #193
    2
    • #193-1 Pannita6701 (@Pannita6701) (จากตอนที่ 2)
      31 กรกฎาคม 2562 / 15:46
      เชื่อม*
      #193-1
    • #193-2 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      31 กรกฎาคม 2562 / 15:52
      ขอบคุณที่เตือนนะคะ เดี๋ยวขอแก้แปบนึง
      #193-2
  11. #191 Call me 'Michy' (@namine-38) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 12:57
    งุ้ยยยย ชอบภาษาการเขียนของไรท์มากค่ะ ยังชวนเขินเหมือนเดิม
    #191
    0
  12. #138 ElfsujuBowranny (@ElfsujuBowranny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:01
    ชอบบบบ
    #138
    0
  13. #81 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 15:27
    แอร้ยยย
    #81
    0
  14. #80 intira0625058322 (@intira0625058322) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 14:51
    ไรท์บอกว่าห้ามมีคำล่อแหลมใช่มั้ยคะ งั้นรีดขอถามว่าเมื่อไหร่เขาจะอุอีอุอะอากันหรอคะ #รีดคนบาป
    #80
    6
    • #80-4 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      23 กรกฎาคม 2562 / 15:02
      ยังไม่ได้เปิดค่าา แต่ธัญวลัยกะลงเฉพาะตอนที่มัน*ตื๊ดๆ* เนื้อหาหลักๆลงในเด็กดีพอ5555
      #80-4
    • #80-6 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      23 กรกฎาคม 2562 / 15:05

      เรายังไม่ได้เปิดเรื่องในเว็บไหนนอกจากเด็กดีน้าา ถ้าเปิดแล้วจะมาแจ้งงับ
      #80-6
  15. #78 time9u (@time9u) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 22:10
    ชอบมากกกกก
    #78
    0
  16. #77 bunluepa (@bunluepa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 20:42
    รอออค่า
    #77
    0
  17. #76 TipArkira (@TipArkira) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 20:40

    รักเรื่องนี้เลยอ่ะ
    มาอัพเร็วๆน้าาาา
    #76
    0
  18. #75 ACHIRAPHON (@ACHIRAPHON) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 18:57
    รอนะคะ
    #75
    0
  19. #73 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 00:38
    รอตอนต่อไปครับ
    #73
    0
  20. #72 Jigsaw_0711 (@nuntouchporn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 23:30

    ชอบเรื่องนี้มากเลยอ่า แต่งได้ไม่สะดุดเลย
    #72
    0
  21. #71 som270320 (@som270320) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 20:09
    ชอบน่ารักดี🍑🍑
    #71
    0
  22. #70 + SaiChil + (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 17:12
    รอติดตามจ้าาาา

    ชอบอ่าาาา
    #70
    0
  23. #69 molobee_kk (@mobeekk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:46
    ท่านจอมมารขี้แกล้งอ่ะ><
    #69
    0
  24. #68 Darkness_merina (@0821337077) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 10:04

    งื้อ~รักเรื่องนี้มากๆเลย รักไรท์ด้วยน๊า~สู้ๆ
    #68
    1
    • #68-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      21 กรกฎาคม 2562 / 10:09

      ขอบคุณค่าา รักๆๆ
      #68-1
  25. #67 enthalia (@enthalia) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:22

    น่ารักจังเลยอะ เขินนนนน
    #67
    1
  26. #66 Princess@My id (@My-Princess123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:02
    รออยู่แล้วค่ะไรท์ รอแผนการจีบจอมมารของนางน่ารักดี555 เมื่อเผลอหลับก่อนไรท์มาอัพอะแต่ก็รออยู่เสมอนะคะ^^
    #66
    1
    • #66-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      21 กรกฎาคม 2562 / 09:05

      ขอบคุณค่าา จะรีบมาต่อเบยย
      #66-1
  27. #65 Musumeji (@wanathida) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 07:50
    7 คนน้อยไปท่าน 12 คนดีกว่า
    #65
    3
    • #65-1 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      21 กรกฎาคม 2562 / 09:06
      12คนเลยยย จะไหวหรออ5555
      #65-1
    • #65-3 M O A N A (@kyokoharuprinces) (จากตอนที่ 2)
      21 กรกฎาคม 2562 / 09:34
      เอ้อะ จริงด้วย5555
      #65-3