kookJin ผู้ชายคนนี้พี่ชายผมThis man, my brother

ตอนที่ 2 : Ep.2|:ก็แค่นวดทำไมต้องทำเสียงแปลกๆ!!?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ก.ค. 63



kookJin ผู้ชายคนนี้พี่ชายผมThis Man, my hrother


Ep.2|:ก็แค่นวดทำไมต้องทำเสียงแปลกๆ!!?








พักเที่ยง.............






      จากช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็ทำให้ซอกจินณ ตอนนี้เหมือนคนตายไร้วิญญาณจนโฮซอกและยุนกิเป็นห่วงเขาแทบเป็นแทบตาย ทั้ง2ลนลานเมื่อเห็นสภาพของซอกจินเพื่อนรักของพวกเขาเมื่อสภาพของซอกจินดู ไม่ได้จริงๆจินที่นอนฟุบบนโต๊ะในโรงอาหารด้วยสภาพเหมือนคนตาย ทำเอาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอึ้ง




"เหวอออ!!! ซอกจินม..มึงไหวสภาพมึงเหมือนคนตายเลย!!?**" 


โฮซอกและยุนกิลนลานทำอะไรไม่ถูกก็ดูสภาพของจินตอนนี้สภาพดูไม่ได้เลย แค่เห็นทั้ง2ก็รู้สึกเพลียทันที



"อือ...........ไ..ห..ว...."ซอก จินตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าเหมือนคนไร้วิญญาณอีกทั้งยังฟุบหน้ากับโต๊ะต่อ ที่เขาสภาพเป็นแบบนี้คงโทษใครไม่ได้นอกจากไอ้นัมจุน!






...................



(ย้อนกลับไปความเดิมที่แล้ว)



หลังจากนัมจุนพูดจบเหมือนหัวสมองของซอกจินมันหยุดไปถึง3วิ


"ห..หา..ม.มุกนี้ใช้ได้นี่นัมจุนมึง..ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้มึงจะเล่นมุกเก่งจนกูเงิบเลยอะ....55555"


ซอกจินแทบจะไม่เชื่อหูเขาได้แต่หัวเราะแก้เก้อไปแทนเหมือนในหัวมันเขากำลังเบลอไปหมดจนน้ำเสียงที่เขากล่าวออกมามันสั่นคลอนจนแทบไม่สามารถจับใจความได้... นี่เขาคงหูเพี้ยนไปแน่ๆเจ้านัมจุนมันบอกว่าตัวเขาคือเหยื่อรายต่อไป.....!?



       ส่วนอีกด้านของไอ้โฮซอกและยุนกิที่นั่งอึ้งเป็นไก่ตาแตกทั้ง2เองก็ตกใจไม่ต่างจากซอกจิน เลยทำให้ทั้ง2หันมามองหน้ากันอย่างพร้อมเพียงก่อนจะหันกลับไปมองที่ซอกจินที่นั่งอึ้งพอๆกับพวกเขา





    "กูไม่ได้เล่นมุก..แล้วพวกมึงก็ไม่หูฝาดแน่นอนเตรียมใจไว้ด้วยนะซอกจิน" นัมจุนยิ้มมุมปาก


'จุ๊บ...'


นัมจุนจับท้ายทอยของซอกจิน ก่อนจะก้มจุ๊บริมฝีปากอวบอิ่มของจินต่อหน้าต่อตาโฮซอกและยุนกิ นัมจุนยิ้มได้ใจก่อนลุกขึ้นออกจากโต๊ะและก้าวขายาวๆของมันเดินออกจากห้องเรียนไปแบบหน้าตาเฉย ทิ้งให้ซอกจินกับยุนกิและโฮซอกนั่งอึ้งกันอยู่3คน



'ตึง!'


    ซอกจินเหมือนจะหน้ามืด ล่วงจากเก้าอี้ จนล้มลงไปเสียงดังฟังชัด ตามมาด้วยเสียงร้องของยุนกิและโฮซอกที่รีบอุ้มซอกจินไปห้องพยาบาลเมื่อไปถึงหน้าห้องพยาบาลทำให้ครูพยาบาลตกใจอึ้งกับสภาพของซอกจิน....



(ย้อนกลับมาณ ปัจจุบัน)



      สภาพของซอกจินตอนนี้น่ากลัวหนักมาก เขาแทบไม่คิดเลยว่าเจ้านัมจุนมันคิดอะไรถึงเลือกเขาซอกจินรู้ดีว่าครั้งนี้มันคงไม่หยุดง่ายๆ เหมือนคนอื่นๆที่มันเคยคบด้วย เพราะตอนที่มันพูดมันดูจริงจังกว่าทุกครั้งแววตาของมันดูเด็ดเดี่ยวมีความตั้งใจ ซอกจินรู้จักนัมจุนมันดี เขารู้มันชอบอะไร นิสัยยังไงเพราะมันเป็นเพื่อนรักของเขาไม่แปลกหรอกที่จินจะรู้ว่ามันคงไม่หยุดแค่นี้แน่นอน เพราะถ้ามันจะจริงจังกับอะไรสักอย่างนั้นโครตน่ากลัว อีกอย่างนึงถ้ามันจริงจังแบบนี้สิ่งไหนที่มันวางแผนและคิดเอาไว้แล้วมันต้องย่อมนำมาครอบครองให้ได้...






  ความจริง ซอกจินก็ไม่ได้รังเกียจพวกชายรักชายเท่าไหร่หรอกเพราะว่าเมื่อ2ปีก่อนที่ซอกจินเข้ามหาลัยแรกๆจินก็เคยคบกับผู้ชายคนนึงแต่ผู้ชายคนนั้นจินไม่ได้รู้สึกรักเขาเลย แต่ซอกจินไม่ใช่คนใจร้ายเสียขนาดนั้น เขาเลยพยายามที่จะสร้างความสุขกับคนคนนั้นดูเหมือนว่าหัวใจของจินนั้นจะไม่ได้เลือกชายคนคนนั้น เมื่อจิน

เห็นว่าไปกันไม่รอดจินจึงขอเลิก เพราะทั้งเขาทั้งจินก็อยู่ด้วยกันเพราะร่างกายเขาคนนั้นถึงจะรักจินมาก  แต่แค่น้อยนิด แต่สิ่งที่เขาสนใจคือร่างกายของจินเขาแค่ชื่นชมในร่างกายของจินเท่านั้น...ไม่ได้รักใคร่ไปมากกว่านั้น




แน่นอนว่าครั้งแรกของเขานั่นก็คือชายคนนั้น คิม จงอินหรือไค..อยู่คณะเดียวกับเขาทุกครั้งที่เจอจงอิน จินก็จะหลบหน้าหมอนั่นตลอด





"กูว่ามึงไม่ไหวอะ ซอกจิน"


โฮซอกพูดก่อนจะจับบ่าของจิน แว๊บนึงโฮซอกก็นึกคิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา...



"ซอกจิน.."


"หา?"


"กูรู้อะไรบางอย่างออกแล้ว เลิกเรียนแวะกลับพร้อมกูสักหน่อยนะ.."












.........................






[ฟิทเนส]





"โฮซอกมึงพากูมาที่ฟิสเนททำไม?"


  จินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัยเมื่อพอเขาออกมาจากคณะโฮซอกก็ลากเขามาที่ฟิสเนททันที ทั้งๆที่เขาไม่ได้อยากจะมาสักนิด ด้วยความที่นิสัยกินจุแบบเขา



    เรื่องออกกำลังกายหรือเข้าฟิสเนทล่ะก็ ฝันไปเถอะถึงจินจะอยากมีกล้ามหน้าท้องสวยๆเหมือนชายคนอื่นๆผู้ทั่วไปก็ตามแต่เพราะจินเป็นคนที่ขี้เกียจเรื่องแบบนี้เป็นวิสัยประจำตัวไปแล้ว เพราะว่าจินเคยพยายามมาแล้วมีครั้งนึงตอนม.ต้นเขาถูกจองกุกด่าว่าอ้วนเป็นหมูเขาโกธรมากจึงไปส่องกระจกดู  เมื่อเห็นเหนียง2ชั้นใต้คางของตนแขนและขาจินก็เริ่มใหญ่ขึ้นจนสังเกตุเห็นชัดเจนเมื่อจินรู้ว่าตนเองอ้วนขึ้นถึง5กิโล ด้วยความที่เขานั้นห่วงหล่อเอามากๆกลัวว่าสาวๆจะไม่ปลื้มเขาเหมือนแต่ก่อน จินจึงพยายามที่จะออกกำลังกาย




      ในช่วงนั้นจินถูกจองกุกน้องชายตัวแสบของเขากลั่นแกล้งทุกวันว่า 'หมูน้อยซอกจินสีชมพู' เมื่อนึกถึงจินก็อยากจะเอาหัวเขกกับฝ่าผนังสักล้านรอบเมื่อย้อนนึกถึงอดีตอันดำมืดของเขาเพราะเขา ['เคยอ้วน']

จินใช้เวลาถึง5-6เดือน 


       น้ำหนักของจินก็กลับมาในเป็นที่พอใจของเขาได้สำเร็จ ตอนที่จินลดน้ำหนักจองกุกมักจะเอาขนมอร่อยๆมาล่อจินทุกวัน จึงทำให้เขารู้สึกทรมาณมากจึงได้แต่มองด้วยสายตาเครียดแค้น


 

   ไม่ใช่เพียงแค่ขนมจองกุกก็มักจะซื้อพวกของที่จินชอบซื้อ มาล่อทุกวันด้วยบางทีก็เอามานั่งกินต่อหน้าต่อตาจินมั้ง ในตอนนั้นก็อยากจะเอาไขมันพวกนั้นมาฝาดหน้าเจ้าเด็กบ้านี่ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เพราะรักน้องจึงทำไม่ลงไม่ว่าจะตีจะดุจินก็ไม่เคยทำกับจองกุก แน่นอนว่าเพราะ[ 'รักน้อง' ]นี่แหล่ะ แค่คิดจินก็เศร้าแล้ว




"กูลากมึงเข้าฟิสเนทขนาดนี้ มึงคิดว่ากูพามาทำอะไรล่ะ[เจ้าหมูน้อยซอกจินสีชมพู]"


"มึงรู้ฉายาเก่ากูได้ไง!!"


"แหม่อยากรู้ก็ไปถามน้องชายสุดที่รักหัวแก้วหัวแหวนมึงดิซอกจิน โอ๊ะ!ไม่สิ..หมูน้อยซอกจินสีชมพู~"


ว่าแล้วโฮซอกก็หัวเราะล้อซอกจินก่อนจะส่งรอยยิ้มทะเล้นที่ซอกจินเกลียดเข้าไส้มาให้



'แปล๊บ..แปล๊บ...'



เมื่อจินได้ยินฉายาเก่าของตนในหัวของเขาก็เจ็บแปล๊บๆขึ้นมาทุกๆที แค่นั้นเองซอกจินก็ยืนนิ่งหน้าบูดใส่โฮซอกทันที


"555 เจ็บใจอะดิเมื่อกูเรียกฉายาเก่ามึง55 เอ้าๆกูล้อเล่นก็ได้ ที่กูลากมึงมาฟิสเนทก็เพราะว่ากูจะมาสอนวิธีป้องกันตัวจากเจ้านัมจุนให้มึงไงล่ะ"


     พูดจบดวงตาของจินก็แวววาวขึ้นมาเมื่อโฮซอกพูดจบ



"เหรอ!!! มีวิธีที่จะทำให้กูป้องกันตัวจากเจ้านัมจุนได้ด้วยเหรอ!!?"


ซอกจินพรวดพราดเข้ามาจับมือของโฮซอกเพื่อนรักและมองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น มองก็รู้ว่าคิมซอกจินคนนี้เป็นประเภทผู้ชายหลอกง่ายงี่เง่าและซื่อบื้อไม่สิถ้าต้องพูดให้ถูกก็ [ซื่อบื้อบริสุทธิ์เลยมั้ง]



'หมอนี่ หลอกง่ายเกินไปแล้ว..ทำไมฉันต้องมีเพื่อนซื่อบื่อระดับคูณ100แบบนี้ด้วยว่ะ' โฮซอกคิดในใจ





"มึงเคยบอกว่าอยากมีกล้ามหน้าท้องแบบกูใช่ไหมล่ะ"



"ก็ใช่.."



"มึงจะให้กูออกกำลังกายอ่ะดิ ถ้าให้กูออกกำลังกายกูไม่เอานะกูขี้เกียจอ่ะ หิวก็หิวอ่ะตอนนี้"




นั่นไง........ถ้าไม่พูดแบบนั้นคงไม่ใช่คิม ซอกจิน





      ไม่ทันที่โฮซอกจะพูดอะไร ซอกจินก็ตัดหน้าเขาซะเสียก่อน ซอกจินร่ายยาวออกมาซะขนาดที่โฮซอกแทบจะปวดขมับ เขาไม่ทันที่พูดอะไร มันก็พูดดับฝันหวานเอาซะแล้ว



เขาไม่เข้าใจเพื่อนของเขาจริงๆ มันอยากมีกล้ามโตใหญ่ๆแต่ว่าไม่อยากออกกำลัง ดูท่าจะซื่อบื้อระดับขั้นสุดจริงๆ ถ้าไม่ออกกำลังกายจะมีพวกซิกแพคได้ไง 

โฮซอกคิดก็ปวดหัว..



"มึงซื่อบื้อรึมึงโง่ว่ะซอกจินมึงอยากมีซิกแพคดีๆแต่ขี้เกียจแล้วมึงจะมีไหมล่ะเจ้าบ้า! ถ้ามึงไม่ออกออกกำลังกายมันจะมีได้ไงว่ะมึงจะบอกว่าแค่พูดซิกแพคก็จะปิ๊งมีให้มึงเองอัตโนมัติรึ กูจะบ้าตายกับมึงว่ะหยุดซื่อบื้อสัก5นาทีไม่เป็นรึไง==!!"



   โฮซอกหมดความอดทนจึงโต้เถียงกลับไปอย่างเหลืออดเมื่อทนเห็นความซื่อบื้อของ เพื่อนรักไม่ได้เสียแล้ว เมื่อกล่าวจบซอกจินก็ยืนนิ่งจกจ้องโฮซอกไม่วางตาทั้ง2ยืนจ้องหน้ากันด้วยสายตาอาฆาตและแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนคนที่กำลังออกกำลังอยู่แถวๆนั้นต้องรีบถอยห่างออกจากรังสีทำร้ายล้างของโฮซอกและซอกจินที่แผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว






..................สองชั่วโมงต่อมา





         สุดท้ายจินก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่จองโฮซอกเพื่อนรักของเขาจนได้ เมื่อบทเรียนการออกกำลังกายฉบับเลือดพล่านของจอง โฮซอกเริ่มขึ้นจินเหมือนจะต้องตายให้ได้เดี๋ยวใจนั่นจริงๆ เมื่อเขาต้องออกกำลังอย่างหนักซึ่งมีเวลาเพียงแค่2ชั่วโมงเท่านั้น ภายในเพียงแค่2ชั่วโมงนั่นเหมือนไฟนรกกำลังลุกโชน  ซอกต้องถูกจับให้มาออกกำลังกายทั้งๆที่ไม่อยากอยู่เต็มอก

เขาต้องวิ่งรอบสนามเป็นจำนวนสิบๆครั้งวิดพื้นมั้งยกดัมเบลมั้งจอกกิ้งมั้ง ของพวกนั่นมันนรกชัดๆในสายตาจิน






    เมื่อบทเรียนการออกกำลังกายสุดเลือดพล่านของจองโฮซอกจบลงสภาพของจินเหมือนคนตายไร้วิญญาณขนาดที่ก้าวขาจะเดินก็เหมือนจะไม่มีแรง เขาเมื่อยไปหมดทั้งตัวแค่ขยับแขนขยับขาสักหน่อยกระดูกมันเหมือนจะหลุดจากข้อต่อเสียซะให้ได้


คอของเขามันตึงจนปวดไปหมด..ถึงจะฝึกหนักไปมากแต่ในสายตาโฮซอกมันยังน้อยไปมากแต่ถึงอย่างนั้นโฮซอกก็ไม่ใจร้ายถึงขนาดให้เพื่อนรักของเขาต้องเดินกลับบ้าน จากฟิสเนทไปถึงบ้านที่ห่างออกไปถึง3บล็อคขนาดนั้นหรอก แค่ซอกจินเดินออกจากฟิสเนทสภาพมันก็ดูไม่ได้แล้ว 




                 เขากลัวว่าซอกจินจะไปนอนหมดสภาพแถวริมถนนตรงไหนสักแห่งเอานี่สิไม่ว่า 






 ........................





      นับว่าวันนี้เป็นวันที่ซอกจินรู้สึกหัวหมุนที่สุด เมื่อกลับถึงบ้านก็ทุ่มนึงพอดี ซอกจินได้พยายามดันทุรังลากตัวเองอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนสำเร็จอีกทั้งยังเข้าครัวไปทำอาหารเพื่อรอให้จองกุกกลับมาทานแต่เหมือนจะรอเท่าไหร่จองกุกก็ยังไม่กลับมาสักที อีกทั้งตอนนี้จินก็รู้สึกล้าไปหมดจึงไม่สามารถฝืนตัวเองให้รอได้อีกจินจึงเดินไปนั่งที่โซฟาและเปิดทีวีดูเพื่อฆ่าเวลาจนกระทั่งซอกจินก็เผลอหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว




2ทุ่มครึ่ง.........



    จองกุกเปิดประตูเข้ามาในบ้านก่อนจะจัดการถอดฮูทถอดรองเท้าออก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโถงบ้านก็ได้ยินเสียงเปิดทีวีดังเป็นระรอกมาจากห้องนั่งเล่น



เมื่อจองกุก เดินเข้าไปก็พบกับพี่ชายไหล่กว้างสุดแสนจะงี่เง่าของเขานอนหลับขดตัวอยู่บนโซฟาขณะที่ทีวียังเปิดทิ้งเอาไว้ เมื่อหันไปมองที่โต๊ะก็พบกับอาหารที่พี่จินทำตั้งเอาไว้ 




'อะไรกันนี่รอฉันจนหลับไปรึไง งี่เง่าจริงๆ'

 

     จองกุกส่ายหน้าก่อนจะเดินขึ้นห้องไป และจัดการอาบน้ำแต่งตัวลงมายังห้องนั่งเล่น และเดินตรงมาที่โซฟาที่มีพี่ชายงี่เง่าของเขานอนอยู่ จองกุกเอื้อมไปเขย่าเพื่อปลุกอีกคนแต่เมื่อไม่ทันที่ จะเอื้อมถึงตัวซอกจินก็ปรือตาขึ้นด้วยความงัวเงีย



  "จองกุกกลับมาแล้วเหรอ..?"


ซอกจินพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียขณะพยายามฝืนดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งเท่าที่ทำได้ แต่เพราะปวดเมื่อยไปทั่วร่างกายจินก็ต้องเผลอหลุดร้องออกมาเล็กน้อย



"อ๊ะ...เจ็บจริง"


"เป็นอะไร"


จองกุกเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัวและช้อนตามองพี่ชายของเขาที่เหมือนพยายามจะดันตัวเองให้นั่ง แต่จู่ๆก็ร้องเจ็บออกมา



  "ป่าวหรอกไม่มีอะไร"


  ถึงคำพูดของซอกจินอาจจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไหร่เพราะดูยังไงก็ต้องมีอยู่แล้ว หน้าซีดๆเหมือนคนใกล้ตายของจินนี่แหละเป็นหลักฐาณชั้นดีแต่ถึงอย่างนั้น จองกุกก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะต่อให้พี่ชายคนนี้เป็นอะไรเขาก็ไม่สนใจอยู่เเล้ว เป็นทุนเดิม



  เมื่อลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จก็หยิมส้มในถ้วยขึ้นมาเพื่อจะปอกให้จองกุกกินแต่ทว่าก็ต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ

ก่อนจะหันมามองจองกุกด้วยสายตาเว้าวอน




"จองกุกอา..."


"อะไร?"


จองกุกที่กำลังนั่งตอบแชทจีมินอยู่บนโซฟาก็หันมามองกำลังนั่งปอกส้มอยู่ข้างๆเขาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เมื่อหันไปก็พบกับคนพี่ที่นั่งมุ่ยอยู่ด้วยท่าทีนั่นก็ทำให้รู้ว่าคนพี่เหมือนจะพร้อมที่จะร้องไห้ได้ตลอดเวลา


"พี่เมื่อยอะ"


   จินตอบเสียงอ่อยพร้อมกับสีหน้าหง๋อยๆ คงต้องโทษใครไม่ได้แล้วตอนนี้ คงต้องโทษได้แต่เจ้าจองโฮซอกเท่านั้นแล้ว เพราะมันลากเขาเขาฟิสเนทและให้ออกกำลังบ้าบอนั่นจนจะตายอยู่ร่อมรอแล้ว แม้แต่กระทั่งจินก็แค่ขยับแขนขยับขาเล็กน้อยจินก็รู้สึกเหมือนกระดูกและไหล่ของเขาแทบจะหลุดออกจากข้อต่อ การสร้างกล้ามเนื้อนี่มันยากและเรเวลสูงเกินไปสำหรับซอกจินใช่เขาคิด...


                          เพราะมันต้องอาศัยความตั้งใจแบะความอดทนเพื่อที่จะแลกกับสิ่งที่รุ้มค่าที่สุดแต่คงต่างจากเขาที่เป็นขี้เกียจทำอะไรก็ไม่ค่อยจะสำเร็จกับเขาสักเท่าไหร่นัก พูดตรงก็เพราะขร้เกียจสุดตัวแบบนี้ไงล่ะเรื่องความคิดที่จะมีกล้ามหน้าท้องสวยๆแบบโฮซอกมีหุ่นล่ำๆแบบนัมจุนก็เป็นได้แค่เศษความคิดในความคิดของซอกจิน



ทุกครั้งที่โฮซอกมันโชว์กล้ามหน้าท้องให้เขาดูซอกก็แทบจะขาดใจตายเพราะมาจี้ใจดำในสิ่งที่เขาไม่มี เขามีแค่อย่างเดียวก็แค่หุ่นนายแบบ ร่างสูงๆไหล่กว้างๆหน้าตาที่สุดแสนจะเพอร์เฟคแค่นั้น เรื่องเรียนเรื่องหนังสือซอกจินก็พอไปวัดไปวาได้มั่ง แต่ขาดแค่กล้ามโตๆหน้าท้องสวยๆที่ผู้ชายทุกคนควรพึงมีแค่นั้น

และนั่นคือสิ่งที่ซอกจินเจ็บใจเป็นที่สุด!




"เหมื่อยก็ไปทายาซะสิมาบอกผมทำไมล่ะ งี่เง่าจริงๆเลย"


"นี่จองกุกนายไม่มีสิทธิ์มาดุพี่นะ เอาจองกุกกี้เด็กน้อยฟันกระต่ายผู้น่ารักของพี่เมื่อ10ปีกลับมานะ!"


"จองกุกกี้เหรอ..ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะอีกอย่างอีกไม่กี่เดือนผมก็ครบ20แล้วไอ้ชื่อเห่ยๆนั่นพี่เอาไปตั้งให้หมาข้างๆแมนชั่นไปซะเลยสิ ผมไม่เด็ก5ขวบแล้วที่จะต้องใช้ชื่อจองกุกกี้นั่นอีก"


"เจ้าเด็กบ้า!!!!"



'ผั๊วะ!!'




หมอนอิงใบเล็กลอยเข้าปะทะกับใบหน้าหล่อของจองกุกจนมือถือของเขาหลุดออกจากมือหนา นับวันจองกุกก็ยิ่งใจร้ายมากขึ้นจริงๆ ยิ่งโตยิ่งดื้อยิ่งหัวรั้นไร้เหตุผลไม่เคยแม้แต่ที่จะที่นะพูดคำดีๆปราณีจิตใจของเขาเลยคำพูดและสีหน้าที่แสดงออกมาจากจองกุกนั่นบ่งบอกว่าน้องชายที่เขารักนั่นเปลี่ยนไปจริงๆ ทุกทีที่จองกุกพูดซอกจินก็อยากจะต่อยให้ฟันกระต่ายซี่เล็กๆนั่นให้หลุดจากเหงือกนั่นจริงๆ


   ....... แต่เพราะเขาเป็นคนใจดีและใจอ่อนอยู่เล้วเสมอเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็มักจะใจอ่อนและไม่ที่จะทำร้ายและด่าทอน้องชายที่เขารักถึงอาจจะโตมาพร้อมๆกันจนเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันจริงๆก็ตาม ความจริงซอกจินนั้นก็อยากจะมีน้องชายสักคนแต่เพราะคุณแม่ของเขามักจะป่วยและร่างกายไม่ค่อยดีตั้งแต่แต่เด็กๆแล้ว

จึงไม่สามารถทำให้คุณแม่ของเขามีน้องชายให้กับเขาได้ โดยเดิมแล้วจองกุกเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อกับแม่ของเขารับมาอุปการะ......

 


  พ่อแม่ของจองกุกถูกรถชนตายพร้อมกันเหลือไว้แค่..ทารกน้อยที่ถูกส่งไปสถานสังเคราะห์เด็กเนื่องจากไม่มีญาติพี่น้องอื่นๆ มารับไปเลี้ยงต่อจองกุกเติบโตในที่แห่งนั้นปราศจากความรักแต่เมื่อจองกุกอายุได้เพียง5ขวบคุณพ่อก็เจอกับจองกุกและรับมาเลี้ยงในฐาณะลูกบุญธรรม 



.................



    วันแรกที่เด็กน้อยย่างขาเข้ามาในบ้านของเขาหัวใจของเขาก็เต้นระทึกเขาได้ตกหลุมรักเด็กน้อยหน้าตาน่ารักมีฟันกระต่ายสองคู่ เข้าเต็มหัวใจมี ชื่อว่าจอนจองกุกเป็นชื่อที่คุณพ่อมอบให้เด็กน้อยน่ารักคนนี้เป็นของขวัญ ซอกจินที่เดิมแล้วมีแค่พี่ชายคนเดียวเท่านั้นโดยที่ซอกจินนั้นเป็นน้องเล็กของบ้านจึงอยากมีน้องชายสักคน เมื่อรู้ว่าคุณพ่อจะรับเด็กมาเป็นน้องชายให้เขา ซอกจินก็ดีใจจนแทบร้องไห้นี่เป็นสาเหตุที่ต่อให้ซอกจินจะโกธรจองกุกอย่างไรก็ทำไม่ลง



จะตีจะดุสักนิดใจมันเลยไม่กล้าพอ.....



        เขายังจำเด็กน้อยในตอนนั้นได้ดีตอนนั้นเขาดีใจมากๆที่จะได้มีน้องชายกับเขาเสียที ตอนนั้นซอกจิน อายุ7ขวบ...



    ร่างสูงของเด็กที่โตกว่าวิ่งเข้าหาเด็กน้อยฟันกระต่ายพร้อมกับกระชับอ้อมกอดแน่นก่อนผงะออกและยิ้มด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรต้อนรับสมาชิกคนที่5ของบ้าน 



นายคิม ซองโจยิ้มเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเข้ากันได้ดีจึงเอ่ยถาม


"เป็นไงซอกจินลูก ชอบน้องเขาไหมหื้ม?"


"ชอบครับพ่อ น้องน่ารักมากๆเลยครับ"


เด็กน้อยตอบกลับผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มจนอดไม่ได้ที่จะเอ็นซอกจินและน้องชายคนใหม่


    "น้องเขาชื่อจองกุก จอนจองกุกพ่อเป็นคนตั้งให้เองกับมือเลยนะ"  ซอกจินพยักหน้าก่อนจะหันไปสบตากับเด็กน้อยจองกุกที่ยืนมองซอกจินด้วยสายตาแวววาวในสายตาของซอกจินนั้นแววตาของจองกุกดูกลมโตน่ารักและน่าเอ็นดูเป็นที่สุดปากนิดจมูกหน่อยแก้มป๋องๆนั้นสามารถทำลายหัวใจของซอกจินไปชั่วขณะ ซอกจินจับมือเด็กน้อยพร้อมกับยิ้มเป็นมิตรอีกครั้ง



   ซอกจินบีบมือจองกุกเบาๆและแน่นในบางครั้งก่อนจะเอ่ยออกไปว่า...


"จองกุกอา..พี่ชื่อคิมซอกจินเรียกพี่ว่าพี่ซอกจินก็ได้นะ"ไม่เพียงแค่พูดเท่านั้นซอกจินก็ต้องเผลอยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อเด็กน้อยยิ้มให้เขาจนเห็นฟันกระต่ายสุดน่ารัก


"ผมชอบพี่ซอกจินที่สุดเลยฮ่ะ"







นั้นเป็นครั้งแรกที่เขาเผลอรักเด็กน้อยคนนี้เข้าเต็มหัวใจ แต่ในตอนนั้นกลับเป็นแค่อดีตไปเสียแล้วเพราะตอนนี้จองกุกไม่ได้น่ารักเหมือนแต่ก่อนแล้ว







     เมื่อหมอนอิงใบเล็กถูกปาเข้าเต็มหน้าจองกุก จองกุกเริ่มโวยวายขึ้นทันทีที่ดึงหมอนออก





"เจ็บนะ พี่โยนมาทำไม!"


"นี่มันยังน้อยไป!"





ซอกจินตอบกลับเขาเหลืออดกับจองกุกจริงๆ นั่นแค่หมอนอิงเท่านั้นถ้าหากเขาโกธรไปมากกว่านี้คงเป็นรีโมททีวีแน่นอนไม่จมูกแตกก็ฟันหักเสียชื่อดาวคณะไปอย่างเเน่นอน!


"ไม่คิดรึไงว่าผมเจ็บนะ! พี่เห็นไหมว่ามือถือผมเกือบตกแตกนะ มือถือเครื่องนี้อันนึงราคาไม่ใช่วอนสองวอนนะ!"


"สมควรไหมล่ะ เจ้าเด็กเฮงซวยปากเสีย!!"



              

 ครั้งนี้ซอกจินเหลืออดจึงโต้กลับไปอย่างไร้เยื้อใยเขาโครตจะโกธรจองกุกมากๆ ในตอนนี้แค่คิดก็อยากจะต่อยจองกุกสักหมัดสองหมัดแต่คงทำไม่ได้เพราะจองกุกเป็นนักกีฬาดีเด่นของมหาลัย ไม่ต้องถามว่าน้องชายของเขาจะแข็งแกร่งเพียงไหนแค่กล้ามข้างนึงแค่ซอกจินเห็นก็อิจฉาตาร้อนแล้ว






           หลังจากซอกจินตอกกลับไปจองกุกก็หยุดชะงักไปวูบนึงเมื่อเห็นใบหน้าหล่อคมคายอันเป็นเอกลักษณ์พี่ชายของตนที่นั่งหน้าบูดข้างๆเขาบ่งบอกว่าครั้งนี้พี่ซอกจินคงโกธรเขาจริงๆ เพราะนับเป็นครั้งแรกที่จองกุกเห็นใบหน้าที่แสดงถึงความโกธรของพี่ชายของงี่เง่าของเขา อีกทั้งไม่ใช่นั้นเขาก็เพิ่งจะเคยได้ยินพี่ซอกจินด่าเขาเป็นครั้งแรกพร้อมตวาดออกมา


   ส่วนจองกุกเองก็เพิ่งตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกนั้นมันไม่เหมาะสมที่จะพูดกับคนที่เลี้ยงดูเขามาตลอดคนที่เหมือนทั้งพี่ชายและแม่ของเขา...



"เมื่อกี้พี่ว่าผมว่าอะไรนะ!?"จองกุกเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหู



จองกุกแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองจึงเอ่ยออกไปทั้งๆที่รู้ตัวตัวเองไม่มีทางหูฝาดแน่นอนว่าพี่จินด่าเขานับเป็นครั้งแรกในชีวิต


"นายมันเฮงซวยเจ้าเจ้าเด็กไม่รู้จักเอาเหตุเอาผล" 


แค่นั้นแหละจองกุกก็แทบจะอึ้งรอบ2เขาคงหูไม่ฝาดแล้วล่ะพี่จินด่าเขาจริงๆเหมือนเขากำลังฝันแต่ไม่ได้ฝันแต่มันคือความเป็นจริง



"นี่พี่ด่าผม?"


"ก็ใช่ไงเจ้าเด็กบ้า  พี่เมื่อยตัวจนแทบจะบ้าอยู่แล้วแท้ๆช่วยนวดให้หน่อยสักนิดแต่ดูถ้อยคำแต่ล่ะคำที่หลุดออกมาจากปากนายสิ เบาๆซะที่ไหนถ้าเป็นเด็กดีสักนิดให้พี่ชื่นใจสักหน่อยมันไม่ได้รึไง!?"


"ทำไมถึงเมื่อย ไปทำอะไรมา"


จองกุกนันตาดูทอประกายความน่ากลัวออกเด่นชัดจนซอกจินสัมผัสได้แต่เพราะเขาเป็นคนซื่อบื้อเลยไม่รู้ว่าสายตาที่จองกุกมองนั้นมันแปลกไปรวมถึงคำพูดที่ก็อดออกมาจากไรฟันนั้นฟังดูน่ากลัวกว่าทุกครั้งนั้นกำลังสื่ออะไรอยู่




"นั่นมันเรื่องของพี่ พี่ไปทำอะไรมานั่นมันก็เรื่องของพี่!"


"แล้วก็อีกอย่างอยู่ที่พี่ว่าพี่จะบอกนายรึป่าวอีกอย่างนะพี่ขี้เกียจที่จะต่อปากต่อคำกับนาย พี่จะตายอยู่แล้วแท้ๆช่วยหัดเข้าใจพี่ไม่เป็นรึไงว่าพี่เมื่อยจะตายอยู่แล้วเนี่ย!!"


"นั่นพูดหรือแร็ปกันแน่ ฟังไม่เห็นรู้เรื่องสักนิดวิญญาณผีแร็ปเปอร์เข้าสิงรึไง"


"จอน จองกุก!!!!!"



'หมับ!' แขนแกร่งดึงจินให้มานั่งที่พื้นปลายเท้าของตนและจับคนพี่ให้กันหันหลังพิงกับต้นขาของเขา

ไม่ทันที่ซอกจินจะได้หันไปเอ็ดจองกุกต่อจองกุกก็พูดขัดเขาเสียก่อน


"อยู่นิ่งๆและหันหน้าไปทางทีวีซะ"


"ทำไม!?"


"อยากให้นวดไม่ใช่รึไงอยู่นิ่งๆไปซะไม่งั้นจะไม่นวดให้"


"นายจะนวดให้พี่เหรอ?"


    เหมือนความโกธรที่ซอกจินมีนับมหาศาลของซอกจินถูกเททิ้งหายไปในสายลมฉับพลันเมื่อจองกุกบอกว่าจะนวดให้ เป็นครั้งแรกที่ยอมทำอะไรสักอย่างที่เขาร้องขอ แต่ถึงบอกจะนวดให้แต่สีหน้านั้นไม่ไปด้วยสักนิด เพราะคนที่เอ่ยปากจะนวดให้ด้วยความไม่เต็มใจนัก นั่งทำหน้ายักษ์อย่างเก็บไม่มิดถึงรู้ว่าจองกุกจะไม่เต็มใจจะนวด แต่แค่นั่นเขาก็ดีใจแล้วแต่ลึกๆก็ยังนึกโกธรที่จองกุกไม่เคยพูดดีๆกับเขาสักนิด


"ใช่"


"โกหก! พี่เห็นก็รู้ล่ะเพราะว่าถึงนายไม่เอ่ยออกมาที่หน้าผากนายก็เขียนหราอยู่ชัดเจนว่าไม่เต็มใจสักนิด"




"จะอยู่เฉยๆให้ผมนวดดีๆหรือจะต้องโดนนวดทั้งน้ำตา!" 



    จองกุกถึงแม้พยายามสุดความสามารถแล้วที่จะไม่พยายามพูดด้วยน้ำเสียวเกรี้ยวกราดแต่ทำได้เพียวแค่นั้นจริงๆเพราะสีหน้าเขาไม่ไปให้


"อึก...ก็ได้..แต่พี่ยังโกธรนายอยู่!ชิ"


ถึงจะบ่นแต่ก็ยอมนั่งดีๆตามที่ น้องชายสั่งก่อนจะเขยิบเข้ามานั่งพิงขาจองกุก มือหนาของจองกุกเอื้อมมือมาตั้งบนไหล่ของจินและออกแรงบีบกดย้ำจุดตรงที่จินปวด จองกุกเป็นนักกีฬาของมหาลัยเขาจึงรู้จุดดีๆที่กดแล้วรู้สึกดีที่สุดและทำให้คลายอาการปวดได้มากที่สุด จองกุกนับว่ารู้ทุกจุดอย่างดีจนชำนาญขณะที่ออกแรงบีบสายตาของจองกุดนั่นก็จับจ้องไปที่ทีวีขณะที่มือยังคงบีบอยู่อย่างนั้นแบบต่อเนื่อง ถึงสายตาจะจับจ้องทีวีแต่มือที่ยังคงออกแรงนวดนั้นก็รู้ว่านวดอยู่บริเวณไหน จองกุกเลือกวิธีกดจุดตรงที่ปวดเพราะเป็นวิธีที่ดีและผลลัพย์ดีที่สุด


แต่เมื่อจองกุกเพิ่งรู้สึกตัวว่าบรรยากาศตอนนี้มันแปลกๆไปเมื่อในหูเขาได้ยินเสียงครางหวานๆดังอยู่เป็นระยะๆ ก็เกิดจำเสียงได้ว่านี่คือเสียงของใครไม่ได้ทั้งนั้นนอกจาก พี่ซอกจิน!?...... 



ขณะเดียวที่อีกฝ่ายของซอกจินที่ไม่รู้ตัวว่านั้นเผลอทำอะไรลงไปเพราะซอกจินไม่รู้ตัวเลย... ซอกจินรู้แค่ว่าตอนนี้จองกุกนั้นนวดเก่งมากๆถึงจะแปลกใจแต่ก็ไม่คิดอะไรเพราะจองกุกเป็นนักกีฬามหาลัยจึงน่าจะรู้วิธีนวดที่ถูกต้องเป็นธรรมดาเขามัวแต่เคลิ้มจนไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรที่ปลุกตัวจองกุกเอาเสียแล้ว 



"อ่าาา..จองกุกอาตรงนั้นแหละ..อา..อ่ะ!แรงอีก"


     ซอกจินครางออกมาทุกครั้งที่จองกุกกดน้ำหนักแรงบีบลงมา โดยหารู้ตัวไม่ว่าตัวเองเผลอครางออกมาเสียงหวานเยิ้มจองกุกได้แต่จำใจทนบีบให้ เขาอยากจะตระโกนออกไปดังๆสุดเสียงจริงๆ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะเขารู้พี่ชายน่ารำคาญของเขานั้นซื่อบื้อเสียจนเขาเหมือนจะหมดแรง ซอกจินไม่รู้ตัวสักนิดว่าตัวเองครางออกมา 


     จนจองกุกต้องนึกคิดในใจว่า'ก็แค่นวดทำไมต้องทำเสียงแปลก!' จองกุกและอยากจะตระโกนออกเสียตรงๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไปว่าทำไมต้องครางเสียงสยิวๆแบบนั้นทั้งๆที่เขาก็แค่นวดแต่เจ้าพี่ซื่อบื้อของเขาเหมือนจะไม่รู้ตัวสักนิดว่ามันไปกระตุ้นอารมณ์ของจองกุกไปชั่ววินาที 


เพราะเขากำลังอยู่ในวัยที่ฮอร์โมนพุ่งพล่านแบบเลือดพล่านไงล่ะการที่มีใครเรียกชื่อเขาแบบนั้นและครางออกมามันทำให้จองกุกก็อดที่จะคิดเรื่องอกุศลไม่ได้ขณะที่ตนกำลังบีบให้ต้นต่อเสียงครางต่อไปเรื่อยๆจองกุกเผลอลอยและคิดถึงเสียงหวานที่ดังอย่างต่อเนื่อง



'จองกุกอา..ตรงนั้นแหล่ะ..อาา..จองกุกอาแรงๆ'



คำพูดเหล่านั้นบวกกับเสียงครางกระเส่านั้นทำให้อารมณ์และความคิดของจองกุกมันฟุ้งซ่านไปหมด


'อะไรกัน..ทำไมต้องมาทำให้คิดอกุศลด้วยนะ เมื่อไหร่จะเลิกซื่อบื้อสักทีนะ!'

     


          แต่ไวเท่าความคิดจู่ๆพี่ซอกจินก็ร้องเสียงหลงออกสุดเสียงพร้อมกับกระโดดหนีจองกุกด้วยความตื่นตระหนก มันทำให้จองกุกหลุดจากความคิดของตัวเองก่อนที่จองกุกเอ่ยเอ็ดคนเป็นพี่ที่กระโดดหนีเขาแบบติดสปิงอย่างรวดเร็ว











#จะมาต่อพรุ่งนี้เด้อ 


(°\\\∆\\\°,)





(อุ้ย มือลั่น)






ฝากติดตามด้วยนะคะจะพยายามหาเวลาว่างๆมาอัพเรื่อยๆนะคะ! แน่นอนว่าไรท์จะไม่ทำให้ผิดหวังคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น