[END / PRE-ORDER] [BTS x Blackpink] Snow white and the idols #KookLis #AllLis

ตอนที่ 39 : Taeguk Line (rw)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    19 ก.พ. 61


EP.05

Taeguk Line

 

 

 

“เช้าวันนี้บังทันโซนยอนดันเดินทางกลับมาถึงประเทศเกาหลีหลังจากเสร็จสิ้นทัวร์คอนเสิร์ตของพวกเขาในแถบ...”

“ตอนนี้ทั่วทั้งโลกกำลังจับตามองไอดอลกรุ๊ป บังทันโซนยอนดัน...”

“บังทันโซนยอนดันเป็นฮิปฮอปกรุ๊ปที่เดบิวท์ในปี 2013 พวกเขาเป็นวงศิลปินไอดอลชายที่กำลังฮอตที่สุดในขณะนี้ คำถามคือพวกเขาจะเป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่ได้เข้าร่วมงานพรมแดงของเทศกาลดนตรีบิลบอร์ดด้วยหรือเปล่า เรามาติดตามสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับบังทันโซนยอนดัน...”

 

ตี๊ด

วิทยุภายในรถถูกเปลี่ยนช่องไปมาจนในที่สุดมันก็หยุดอยู่ที่คลื่นวิทยุซึ่งกำลังเล่นเพลงเอื่อยๆ ลิซ่าเคาะนิ้วลงบนเบาะรถเข้ากับจังหวะฟังสบายของเพลงสากลที่เปิดคลอเบาๆในขณะที่เธอเหม่อมองออกไปทางด้านนอกหน้าต่างที่ไอน้ำจับเป็นละอองสวยจับตาแล้วคิดอะไรในใจเงียบๆ รถตู้คันใหญ่ติดฟิลม์สีดำทึบเคลื่อนตัวไปตามทางแคบๆก่อนที่มันจะจอดลงที่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่งที่เธอได้นัดกับเพื่อนของเธอเอาไว้

“เดี๋ยวจะมารับตอนประมาณหกโมงนะ”

เมเนเจอร์อปป้าบอกเธอที่รับคำด้วยความกระตือรือร้น

“แน่ใจนะว่าไม่ต้องให้เข้าไปด้วย มีแค่เธอกับแบมแบม Got7 ใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะอปป้า ไม่ต้องห่วงนะคะ”

ลิซ่าเปิดประตูลงจากรถโดยไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณผู้จัดการที่อุตส่าห์มาส่ง สำหรับเธอที่เป็นชาวต่างชาติคนแรกในวายจีหยางซาจังนิมจึงค่อนข้างให้อิสระกับการนัดเจอไอดอลสัญชาติไทยคนอื่นๆมากเป็นพิเศษเพื่อให้เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองห่างจากบ้านที่ประเทศไทยมาไกลนัก ข้อแม้เพียงอย่างเดียวก็คือเวลาพวกเธอนัดเจอกันเธอจะต้องมีพี่ผู้จัดการคนใดคนหนึ่งตามไปส่งและรับกลับตามเวลาด้วยทุกครั้งเสมอ 

และวันนี้ก็เช่นกันเธอนัดเจอกับแบมแบมที่ร้านอาหารไทยร้านประจำในย่านฮงแด โชคดีที่ว่าเมเนเจอร์อปป้าของเธอใจดีมากพอที่จะปล่อยให้ศิลปินในความดูแลรู้สึกถึงอิสระได้บ้าง เธอจึงสามารถเข้าไปในร้านอาหารได้โดยที่ไม่ต้องมีเขาคอยมานั่งคุมด้วย แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับระหว่างเธอกับเมเนเจอร์อปป้าเท่านั้น

ร่างบางยกมือขึ้นจัดผมหน้าม้าของตัวเองให้เข้าที่นิดหนึ่งก่อนจะรีบพาตัวเองเข้าไปในร้าน

“เฮ้ย เปลี่ยนสีผมมาเหรอ”

แบมแบมที่มาถึงและรออยู่ก่อนแล้วในห้องที่จัดไว้เป็นส่วนตัวเอ่ยทักพร้อมกับโบกมือให้เธอด้วยรอยยิ้มกว้าง สีหน้าของเพื่อนสมัยเด็กบ่งบอกว่าเจ้าตัวยินดีที่ได้เจอเธออยู่ไม่น้อย

“อือ มานานแล้วเหรอ”

“ไม่เจอกันนานเลย นายตัวสูงขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย”

แบมแบมหัวเราะก่อนที่จะยื่นเมนูอาหารส่งให้เธอที่รับไปในขณะที่นั่งลงตรงกันข้ามเขา

“ฉันสั่งพวกต้มยำกุ้งกับอาหารอีกสองสามอย่างเอาไว้แล้ว เธอจะเอาอะไรเพิ่มไหม”

“ไม่ล่ะ กลัวกินไม่หมด”

“เธอใกล้จะคัมแบ๊คแล้วนี่” 

แบมแบมหัวเราะดังพรืดก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆร้านซึ่งมีฉากกั้นระหว่างโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่

“แล้ววันนี้พี่ฮยองผู้จัดการของเธอไม่ตามมาคุมเหรอ”

“มาแต่ไม่เข้ามาด้วย” ลิซ่ายักคิ้วให้เพื่อนสมัยเด็ก “เขาเจอนายหลายรอบแล้วเลยปล่อยให้มาได้ คืออปป้าเขาค่อนข้างขี้อายน่ะ ยิ่งพูดไม่ค่อยจะทันนายอยู่ด้วย”

“เธอไม่รู้เหรอว่านั่นน่ะเป็นแผนของฉันต่างหาก เป็นไงล่ะวันนี้เธอเลยไม่ต้องมีผู้จัดการมาคุมกระทั่งตอนกินข้าวเลย”

แบมแบมแกล้งรับมุกไวพอกัน ในระหว่างนั้นเองอาหารที่เพิ่งจะทำเสร็จใหม่ๆก็ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ กลิ่นหอมฉุยและควันร้อนๆทำให้เพื่อนรักทั้งสองต่างก็รู้สึกน้ำลายสอขึ้นมากันในทันที ทั้งคู่หยิบช้อนส้อมขึ้นแล้วเริ่มลงมือจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าในเวลาแทบจะพร้อมๆกัน

“แล้ว...ที่พิมพ์บอกในแชทกรุ๊ป นายกำลังวางแผนจะกลับไทยเร็วๆนี้เหรอ”

“อือ ไปทำงาน”

“อยากให้ซื้ออะไรกลับมาให้มั้ย”

“รองเท้าสักคู่เป็นไง”

แบมแบมถามขณะที่กระตุกยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองกำลังเพลิดเพลินกับอาหารที่รสชาติถูกปาก มือของลิซ่าที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงัก ร่างบางแทบสำลักไอค่อกแค่กจนผู้เป็นเพื่อนต้องรีบรินน้ำส่งให้

“ค่อยๆกินดิ ใจเย็น”

“แค่บอกว่าจะซื้อรองเท้ากลับมาให้เอง ทำตกใจไปได้”

ลิซ่ามองเพื่อนตัวเองตาขวาง หน้าแดงไปหมดเพราะไอจนตัวโยน

“ไม่ต้องแซวได้มั้ย แล้วนี่ไปรู้อะไรมา พูดมาเลยนะ”

“คนรู้น่ะแฟนคลับเธอต่างหากล่ะ ส่วนฉันมันก็แค่ตามทันข่าวไง”

แบมแบมยื่นโทรศัพท์ของเขาที่เปิดหัวข้อกระทู้ในเว็บแพนเมื่อวันก่อนให้ ภาพที่แฟนคลับเอามาเทียบระหว่างรองเท้าที่เธอใส่ไปถ่ายวีแอพกับถุงรองเท้าที่รุ่นพี่ฮันบินหิ้วกลับมาจากญี่ปุ่นดูเป็นความบังเอิญจนน่าสงสัย

“เนี่ย แล้วเล่นระบายสีทับรองเท้าแบบนี้ คนเขาถึงยิ่งจับผิดกันน่ะสิ”

“สรุปว่าคู่นี้คิมฮันบินเป็นคนซื้อมาฝากเธอจริงหรือเปล่า”

สายตาที่ฉายรอยอยากรู้ข่าวฉบับเอ็กซ์คลูซีฟจากปากเพื่อนตัวเองทำให้ลิซ่ามองค้อนแบมแบมวงเบ้อเร่อ

“ก็รู้อยู่แล้ว จะถามทำไมเนี่ย”

“นั่นไง ฉันว่าแล้ว”

แบมแบมหัวเราะลั่นแล้วตบมือตัวเองดังฉาด

“สรุปว่าเธอได้รองเท้ารุ่นลิมิเต็ทเป็นของขวัญจากเขาสินะ แล้วอะไรที่ทำให้เธอสงสัยว่าเขาโดนคำสาป”

“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าสงสัยเขานะ”

ลิซ่าเถียงแต่แบมแบมกลับทำสีหน้ารู้ทันได้อย่างน่าหมั่นไส้

“ก็เธอเล่นโทรมาหาฉันแล้ววันถัดมาก็มีข่าวเรื่องรองเท้านี่หลุดมาเลย ฉันก็พอเดาได้มั้ยล่ะ”

“แล้วยังไง ได้อ่านกระทู้รีวิวที่ส่งไปให้รึยัง”

“อ่านแล้ว” ลิซ่าทำหน้ามุ่ย ออกอาการงอแงเพราะเถียงเพื่อนตัวเองไม่ได้ ““ถ้าภายใน 90 วันนี้ ฉันไม่เลือกคนแคระทั้งเจ็ดที่ต้องคำสาปสักคน ฉันจะถูกคำสาปสโนว์ไวท์แล้วกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอีกแล้ว" 

"ในกระทู้นั้นไม่ได้บอกวิธีแก้คำสาปอย่างอื่นเอาไว้ด้วย เพราะนายเลยอะแบม ไปท่องคาถาต่อหน้ากระจกได้ยังไง ฮือ”

“เฮ้ย” ถึงคราวนี้แบมแบมกลับมีสีหน้าเลิ่กลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อเพื่อนตัวเองทำท่าจะงอนเขาจริงจัง “ฉันขอโทษ ไม่โกรธนะ ดีกัน”

“นายต้องหาทางช่วยฉัน”

ลิซ่ายื่นคำขาดในขณะที่แบมแบมยิ้มแห้งๆ เขาตักไข่เจียวเนื้อปูที่เธอชอบวางลงในจานให้อย่างเอาใจทำราวกับว่าติดสินบนไม่ให้เธอโกรธ แบมแบมกดเปิดกระทู้รีวิวนั้นขึ้นมาอีกรอบก่อนที่จะไล่สายตาอ่านด้วยความไวแสง

“ในนี้บอกว่า คนที่สามารถเป็นคนแคระได้จะต้องเป็นคนโสดที่แอบปลื้มหรือมีความรู้สึกดีๆกับเธออยู่ และคนแคระส่วนใหญ่ที่ฉันสังเกตจะไม่รู้ว่าตัวเองถูกคำสาป แต่ผลของคำสาปคนแคระแต่ละคนจะรู้สึกถึงความกล้าที่จะสารภาพความรู้สึกของตัวเองออกมา”

“ในระหว่างที่ผลของคำสาปทำงานคนแคระทุกคนที่ถูกคำสาปก็จะมีอาการง่วงคล้ายกับผลของคำสาปแอปเปิ้ลสโนว์ไวท์ แต่อาการเหล่านี้จะไม่ได้มีมากจนทำให้พวกเขาสลบ อย่างนี้ก็หมายความว่าเธอจะรู้ว่าใครเป็นคนแคระถ้าเขามีอาการสองอย่างหลักๆ”

“หนึ่ง ถ้าเขาสารภาพว่าชอบเธอ และสอง ถ้าเขาดูง่วงนอน”

แบมแบมสรุปพลางพยักหน้าหงึกหงัก เจ้าเพื่อนตัวดีชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามเธอ “งั้นนี่หมายความว่าฮันบินมีอาการทั้งสองอย่างตอนเจอเธอเหรอ”

รอยกรุ้มกริ่มในแววตาของผู้เป็นเพื่อนทำให้ลิซ่าแทบจะรู้สึกถึงเลือดที่พากันสูบฉีดขึ้นที่บริเวณใบหน้าของเธอจนรู้สึกว่าหน้าร้อน เธอพึมพำตอบอุบอิบในขณะที่แบมแบมขยับยิ้มกว้างขึ้นไปอีกด้วยความเริงร่า

“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าคิมฮันบินเป็นคนแคระคนแรก”

“แสดงว่าภายในเก้าสิบวันนี้ เธอจะได้เจอคนแคระคนที่เหลืออีกหกคนน่ะสิ โอ๊ะ” อยู่ๆเพื่อนรักก็เงียบเสียงไปเมื่อคำนวณบางอย่างในใจเร็วปรื๋อ “โห นี่มันประจวบเหมาะมากเลย”

“เธอกำลังจะคัมแบ๊คก่อนหน้าช่วงงานประกาศรางวัลพอดีเลยนี่”

“ก็นั่นน่ะสิ” ลิซ่ามีสีหน้ากลุ้มใจ “แต่นายลืมอะไรไปไหม ฉันจะคัมแบ๊คตอนเดือนมิถุนายนแต่งานประกาศรางวัลมันเริ่มสิ้นปีนะ”

“ถึงตอนนั้นเวลาเก้าสิบวันก็ผ่านไปแล้ว”

เสียงทุ้มเรียบของใครคนหนึ่งที่ดังขึ้นข้างหลังพูดสิ่งที่อยู่ในใจของเธอออกมาแทนได้ราวกับรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เพื่อนสมัยเด็กทั้งสองคนชะงักกึก ลิซ่ารู้สึกราวกับว่าหัวใจของเธอร่วงตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อร่างสูงของคนที่ตอนนี้ควรจะกำลังเดินสายทัวร์อยู่ในประเทศห่างออกไปอีกซีกโลกเดินเข้ามาใกล้แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างข้างๆเธออย่างกับจังหวะในละคร

ลิซ่ามองคนที่ปรากฎตัวขึ้นด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง เธอคิดว่าบางทีเธออาจจะคิดถึงเขาจนเห็นภาพหลอน

แต่ไม่ใช่

คนที่อยู่ข้างๆเธอนี้คือจอนจองกุก ตัวจริง เสียงจริง!

“ฉันคิดอยู่แล้วว่ามันต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างพอกลับมาถึงเกาหลีเมื่อเช้านี้ก็เลยกะจะมาเซอร์ไพรซ์ แต่ไม่คิดว่าจะมาได้ยินเรื่องทั้งหมดแบบนี้”

จอนจองกุกคลี่รอยยิ้มน้อยๆอย่างที่เธอคิดว่าเธอเห็นภาพของจิ้งจอกจอมเจ่าเล่ห์ตัวเดิมในคราบกระต่ายกลับมาอีก ใบหน้าดูดีที่รับกับนัยน์ตาคมและจมูกโด่งของเขาฉายรอยวาววับขณะที่ดวงตาใสจับจ้องมาที่ลูกแมวของตนอย่างใจเย็นและคาดโทษไปในตัว

 “มีอะไรจะสารภาพก็พูดมาให้หมดเดี๋ยวนี้เลย”

 

 

 

ฉ่า

เสียงเนื้อติดมันที่กำลังถูกย่างบนตะแกรงพร้อมกับกลิ่นที่หอมฉุยทำให้ผู้มองที่กำลังรออยู่กลืนน้ำลายดังเอื๊อก โต๊ะเตี้ยสไตล์เกาหลีโบราณทรงยาวถูกวางเต็มไปด้วยเนื้อและผักที่เป็นเครื่องเคียงนานาชนิดทำให้มันดูเล็กไปถนัดตา ที่รอบๆโต๊ะมีเหล่าไอดอลหนุ่มนั่งล้อมกันอยู่พร้อมกับส่งสายตาจับจ้องไปที่เนื้อที่กำลังเปลี่ยนสีเป็นความสุกกำลังพอดีพร้อมรับประทานกันอย่างใจจดใจจอ หนึ่งในนั้นที่หิวจัดอดใจเอ่ยถามขึ้นอย่างแทบจะทนกลิ่นหอมยั่วน้ำลายตรงหน้าไม่ไหว

“ยังไม่ได้อีกเหรอ”

“รออีกนิดนึงน่าฮยอง เดี๋ยวก็สุกแล้ว”

 โดยองบอกกับแทยงฮยองที่วันนี้ยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้า วันนี้สมาชิกวง NCT จากค่าย SM Entertainment ได้รับอนุญาตให้สามารถเข้าบริษัทได้สายหน่อยในช่วงบ่าย สมาชิกบางคนที่ยังอยู่หอแล้วยังไม่ได้ไปไหนจึงชวนกันมาทานอาหารที่ร้านดังในย่านฮงแดซึ่งเป็นย่านแหล่งรวมศิลปะและแฟชั่นอินเทรนด์ของวัยรุ่นกันอย่างพร้อมหน้า

ที่หน้าจอโทรทัศน์ภายในร้านอาหารสไตล์เกาหลีแบบปิ้งย่างกำลังฉายหนังเรื่องเกี่ยวกับแม่มดใจร้ายที่ดารานักแสดงชื่อแดงในฮอลลีวู้ดอย่างแองเจลินา โจลี่ นำแสดงอยู่ ขณะที่มือก็พลิกเนื้อย่าง โดยองก็เลยเคลื่อนสายตาไปมองหน้าจอแวบหนึ่งไปด้วย

“Mirror Mirror on the wall (มีเร่อร์ มีเร่อร์ ออน เดอะ วอลล์)

“หือ นายว่าอะไรนะ”

“คำพูดฮิตติดปากจากเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับกระจกวิเศษไง" 

"ใช่เรื่องเดียวกับหนังที่ฉายอยู่นี่รึเปล่า”

เตนล์มีสีหน้าประหลาดใจขณะที่เขาหันไปหาโดยองที่เพิ่งจะพึมพำคำพูดติดปากของราชีนีแม่มดในหนังที่ดัดแปลงมาจากนิทานสำหรับเด็ก เพื่อนที่เกิดปี 1996 เหมือนกันกับเขาแต่สูงกว่าเขาเกือบคืบส่ายหน้าเล็กน้อย เจ้าตัวแจกจ่ายเนื้อที่ย่างเสร็จแล้วให้สมาชิกคนอื่นๆ ก่อนที่ตัวเองจะใช้ตะเกียบคาบกิมจิผักกาดขาวส่งเข้าปากไปด้วย

“คนล่ะเรื่องแล้ว นั่นมันสโนว์ไวท์” 

แทยงแย้งขณะที่แก้มยังเคี้ยวชิ้นเนื้อที่ถูกส่งให้อยู่

“นี่ติดนิสัยแปดมิติมาจากใครหรือเปล่าเนี่ย ได้ข่าวว่าช่วงนี้สนิทกันไม่ใช่เหรอ”

เจ้าตัวหัวเราะก่อนที่จะแซวคนที่เด็กกว่าตัวเองปีหนึ่ง ส่วนฝ่ายผู้เป็นน้องที่ตัวสูงชะลูดกว่าคนพูดกลับชะงักไปเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองตกอยู่ในสายตาของสมาชิก NCT U คนอื่นๆที่มองมาด้วยสายตารู้ทันแปลกๆ

โดยองกระแอมลำคอเล็กน้อยก่อนจะรีบเอ่ยเสียงขรึม

“มันเกี่ยวกันที่ไหน ฉันกับจีซูนูน่า...”

“ฉันยังไม่ได้บอกว่าเกี่ยวกับ จีซูนูน่า’ ที่เป็น MC รายการอินกิกาโยด้วยกันกับนายสักคำ”

แทยงที่กำลังตักซุปขึ้นมาจากหม้อใบเล็กที่ตั้งไว้ตรงกลางโต๊ะเอ่ยดักทาง

“พักหลังมานี้นายพูดถึงคิมจีซูบ่อยมากเลย รู้ตัวหรือเปล่า”

“หรือว่าใครกำลังมีความรักกันน้อ”

เจ้าตัวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างกรุ้มกริ่มจนโดยองนึกอยากจะเอื้อมมือไปเขกหัวอีกฝ่ายดังป๊อกถ้าไม่ติดว่าแทยงฮยองอายุมากกว่าเขาและยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวงด้วย

“ฮยอง ซุปน่ะกินเข้าไปสิ”

“อ้าว”

“เขินทำไม ฉันพูดเรื่องจริงนี่”

แทยงหัวเราะในขณะที่เขาวางถ้วยซุปของตัวเองลงตรงหน้า เขาหันไปหาสมาชิกคนอื่นๆพลางทำสีหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม

“ยิ่งช่วงนี้รุ่นพี่จินยองวง Got7 ต้องไปเดินสายโปรโมทในต่างประเทศบ่อยๆด้วย”

“ตอนนี้ MC หลักที่ยังทำหน้าที่เหมือนเดิมก็คือนายกับคิมจีซูแค่สองคนไม่ใช่เหรอ”

“จะว่าไปตอนนี้โดยองฮยองน่าจะเป็นไอดอลชายที่สนิทกับจีซูวงแบล๊กพิ้งค์มากที่สุดแล้วใช่ไหม”

คำถามดังขึ้นจากมาร์คผู้เป็นมักเน่ที่กำลังเคี้ยวซัมกยอบซัลที่ย่างสุกแล้วตุ๊ยๆส่วนโดยองฟังแล้วก็ทำสีหน้าแปลกๆ

“ฉันว่าพวกนายกำลังเข้าใจอะไรสักอย่างผิดอยู่นะ ฉันไม่ได้...”

คำพูดของโดยองถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อฝ่ายมักเน่ไลน์อีกคนอย่างแจฮยอนกลับยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ เจ้าตัวส่ายหน้าไปมาพร้อมกับวางมาดอย่างผู้รู้อย่างนึกสนุก

“ผมเข้าใจน่า ฮยองไม่ต้องเขินไปหรอก”

“แต่ถ้าฮยองจะจีบเธอก็ต้องเร่งเดินหน้าแล้วนะ ยิ่งเค้าสวยมากขนาดนั้น ไม่มีทางหรอกที่พวกไอดอลคนอื่นๆจะปล่อยไว้ให้เธอโสดอยู่นานๆแน่ ผมฟันธง”

โดยองอ้าปากค้างอย่างจนด้วยคำพูดของเมมเบอร์ที่ร่ายมาเสียเป็นตุเป็นตะ เขาก็พยายามบอกอยู่นี่ไงว่ามันไม่ได้มีอะไรระหว่างจีซูนูน่ากับเขา 

มันฟังบ้างไหมล่ะน่ะ!

“จริงๆตอนนี้เมมเบอร์ในวงเราที่รู้จักกับสมาชิกบึลพิ้งเป็นการส่วนตัวก็มีแค่โดยองฮยองกับเตนล์ฮยองใช่ไหม”

มาร์คหันไปถามเตนล์บ้าง

“ฮยองก็เคยร่วมงานกับลิซ่าบึลพิ้งตอนงานเต้นของ SBS มาแล้ว พวกพี่มาจากประเทศไทยทั้งคู่เลยนี่”

“นี่จะเปลี่ยนมาที่ฉันแทนแล้วเหรอ”

“รู้สึกว่าวันนี้ดูทุกคนจะจริงจังกับการคุยเรื่องแบล๊กพิ้งค์กันจังเลยนะ”

เตนล์ถามพลางยิ้มให้คนที่เด็กกว่าปีหนึ่งพลางหัวเราะให้ตาหยีในขณะที่โดยองที่พยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วย

“ก็ไม่แปลกหรอกเพราะมันมีข่าววงในที่เค้าพูดกันไงว่าพวกเธอใกล้จะคัมแบ๊คแล้วไง ไอดอลทุกคนก็สนใจเป็นธรรมดา”

“ว่าแต่เตนล์ นายได้คุยกับเธอบ้างไหม”

“อย่างเรื่องคอนเซปหรืออะไรแบบนี้”

“หมายถึงลิซ่าน่ะเหรอ?”

“เรื่องแบบนี้ใครเขาจะเอามาบอกกันล่ะฮยอง” 

“เอ้า กินกันเร็ว กินกันเข้าไปเยอะๆ”

โดยองพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันได้ตอบ เจ้าตัวเริ่มคีบเนื้อส่งให้เมมเบอร์เรียงคนจนพูนจานไปด้วย

“เอ้า กินเข้าไปๆ”

“เนื้อหายร้อนหมดแล้ว” 

เตนล์หัวเราะกับท่าทางของเพื่อนวัยเดียวกันที่ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าพยายามจะเบนความสนใจของเหล่าเมมเบอร์กลับมาที่เนื้อย่างเต็มที่ แต่ถึงเจ้าตัวจะไม่พูดอะไรออกมามากนักแต่การกระทำที่เห็นได้ชัดเจนเช่นเวลาที่เขาดูกระตือรื้อร้นกับการไปอัดรายการอินกิกาโยทุกอาทิตย์ก็อธิบายทุกอย่างได้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าตัวรู้สึกยังไง 

แค่ใครล่ะจะไปเดาได้ล่ะว่าเจ้าเพื่อนตัวสูงคนนี้กลับจะกลายเป็นคนที่ปากแข็งกว่าที่คิด

เตนล์ยิ้มจางๆก่อนที่เขาจะคีบเนื้อบนจานของตนเองขึ้นใส่ปากบ้างแล้วเริ่มเคี้ยวมันอย่างเงียบๆ พอได้ยินเหล่าเมมเบอร์คุยกันเรื่องวงของเธอขึ้นมา ภาพของรุ่นน้องเจ้าของผมยาวสีบลอนด์ก็กลับลอยเข้ามาในความทรงจำของเขาอีกครั้ง  

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเขาได้บังเอิญเห็นบทสัมภาษณ์ของนิตยสารฉบับหนึ่งที่สัมภาษณ์วงแบล๊กพิ้งค์ ในเนื้อข่าวนั้นได้กล่าวถึงรายชื่อของแทกุกไอดอลหรือไอดอลผู้มีสัญชาติไทยที่ลิซ่าแบล๊กพิ้งค์สนิทด้วย

เธอสนิทกับแบมแบม Got7 เพราะเป็นเพื่อนที่อยู่ทีมเต้นเดียวกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก

เธอสนิทกับสร CLC เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนเธอเดบิวท์

เธอสนิทกับรุ่นพี่นิชคุณ 2PM เพราะเขาเป็นเหมือนพี่ใหญ่ของแทกุกไลน์ไอดอลทุกคน

แต่ในบทสัมภาษณ์นั้น 

ไม่มีชื่อของเขา

เตนล์แค่นรอยยิ้มจาง จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้นึกเสียใจหรอกนะที่เธอไม่ได้เอ่ยชื่อของเขาในบทสัมภาษณ์นั้นด้วย เพียงแต่...

“เตนล์... เตนล์!

เสียงเรียกดังๆจากโดยองทำให้เตนล์สะดุ้ง ชิ้นเนื้อย่างที่คีบไว้ด้วยตะเกียบค่อยๆร่วงกลับลงไปบนจานของตัวเองราวกับภาพสโลว์โมชั่น

“หะ...ห๊ะ?”

“เรียกตั้งนานแล้วเป็นอะไรไป” โดยองมีสีหน้าสงสัย “ช่วงนี้นายดูใจลอยแปลกๆนะ”

“กลางคืนนอนหลับสนิทดีใช่ไหม”

“อือ” เตนล์พยักหน้ารับพลางยิ้มแห้งๆ “โทษที เมื่อกี้เผลอคิดอะไรนิดหน่อย”

“กินกันต่อเถอะ”

ลิซ่า...

ทำไมพักนี้เขาถึงหยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลยนะ

เตนล์นึกในใจก่อนที่มือเรียวสวยเกินกว่าจะเป็นมือของผู้ชายค่อยๆล้วงเข้าไปในช่องของกระเป๋าเป้ของตัวเองนิดหนึ่งเพื่อตรวจให้แน่ใจว่าของอย่างหนึ่งที่พักนี้เขาพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ยังอยู่ดีไม่หายไปไหน 

กระจกขนาดเท่าฝ่ามือที่เคยแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ตอนนี้ถูกประกอบกลับเข้าด้วยกันจนดูดีดังเดิมด้วยฝีมือของเขาเอง ไอดอลสัญชาติไทยหนึ่งเดียวในวงค่อยระบายลมหายใจแผ่วเบาเมื่อเขาผละมือออกจากกระจกบานเล็กก่อนจะก้มหน้าก้มตากินเนื้อย่างในส่วนของเขาต่อ 

หากแต่ความคิดบางอย่างที่อยู่กับเขามาตลอดก็ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มดูไม่เป็นตัวของตัวเองนัก

ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เขาไปเจอเธอกับจอนจองกุกและเพื่อนที่ร้านกาแฟในวันนั้น

เรื่องบทสัมภาษณ์นั่น จริงๆเขาเสียใจที่ไม่มีชื่อเขาออกมาจากปากของเธอด้วย แต่คิดอีกทีแล้วก็ไม่แปลกเพราะเขาเจอเธอทีไรก็มัวแต่เขิน มัวแต่ประหยัดคำพูดคำจาจนดูเป็นคนที่เข้าถึงยากอยู่นั่นเอง

ถ้าให้นึกถึงช่วงเวลาที่เขาสื่อสารกับเธอได้ดีที่สุด ก็เห็นจะมีเพียงแค่ในตอนที่เธอกับเขาได้เต้นด้วยกันก็เท่านั้น    

ลิซ่า...พี่อยากจะบอกว่าพี่ชอบเธอ

พี่ชอบเธอมากจริงๆ


--------------------------------------------------------------------------------------------------

รีไรท์ 19 February 2018

-Kwonpinpin-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

1,718 ความคิดเห็น

  1. #1701 CreamPKC (@CreamPKC) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 07:12
    ลิซ่ากับแบมแบมไม่ได้คุยกันเป็นภาษาไทยหรอคะ ตอนเจอกัน
    #1701
    0
  2. #1631 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 00:40
    เรากลับมาอ่านต่อแล้ว เย้ๆ
    คิดถึงเรื่องนี้มากๆ
    #1631
    0
  3. #1344 ELDERSISTER' (@eldersister) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 23:01
    ตอนนี้เป็นตอนที่เราชอบที่สุดเลยยยย
    โอ้ย มันดีต่อใจ มันให้ความรู้สึก มันเรียล!
    นี่ถ้าคู่นี้เดทกัน ฟีลคงประมาณนี้แน่ๆเลยยย ><
    #1344
    0
  4. #1312 จองกุกเท่านั้น (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 23:21
    คิดถึงล้าวววววว

    มาอัพสักทัก ไรท์จร้าาาาา
    #1312
    0
  5. #1306 RaineYLovelY (@boruhima) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 23:17
    มีความหวงแฟนนะกุก จะไปจัดการกับเจ้าของปลาย่างยังไงนะ 555
    #1306
    0
  6. #1305 Park ChimChim (@Kimnisita) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 07:50
    ไรท์มาต่ออออ กำลังฟินเลย
    #1305
    0
  7. #1304 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:33
    หวานมาก อยากมีโมเม้นแบบนี้กับแฟนบ้าง
    #1304
    0
  8. #1303 charinthonptp (@charinthonptp) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:11
    กุกคะ ขอหวานหนักกว่านี้ค่ะ หนักกว่านี้ อิจจจจจจจ~
    #1303
    0
  9. #1302 love my key (@kanyapon) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:40
    กุก หนูจะมาจับแค่มือไม่ได้นะลูก
    จูบซิจูบบบบบบ
    #1302
    0
  10. #1300 จัสมินสีชมพู (@mattika_nong) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:48
    กลับมาสักทีนะจองกุก ไม่งั้นก็โดนแย่งตำแหน่งพระเอกไปแน่ หายไปนานพร้อมไรท์เตอร์เลยรึไง5555
    #1300
    0
  11. #1299 NOCHULI (@Jinnejinn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 11:16
    บักจ่อนของเพ่ ฮึก สู้เขานะลูก คิดถึงหนู
    #1299
    0
  12. #1298 Juria_flok (@Luna_good94) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 10:11
    หวานมากกก น่ารัก
    #1298
    0
  13. #1297 krislulay (@krisluzumlay) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 09:54
    หวานเชียววววว ความหวงแฟนนี่นะ5555
    น้องกุกจะทำอะไรกับน้องฮันบินคะ //พร้อมปกป้องลูก
    สรุปใครเป็นพระเอก
    #1297
    0
  14. #1295 nuhava13 (@nuhava13) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 08:07
    เบาหวานขึ้นตาอ๊ายยน่ารัก
    #1295
    0
  15. #1294 lovelalice (@lovelalice) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 07:44
    เขินนน >< ร้ายปาจน่ะไรท์
    #1294
    0
  16. #1293 CLOTS (@xylopohon) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 05:41
    น่ารักมากกกกก ฮือออ ขอบคุณนะคะ
    #1293
    0
  17. #1292 Kanokpun (@Kanokpun) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 02:30
    น่ารัก อบอุ่นจัง แต่แอบคิดถึงฉากฟินๆสมัยต้นเรื่องซีซั่น 1 ><
    #1292
    0
  18. #1291 Forlone (@p-tears) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 01:51
    เหมือนเว่อร์ แต่อ่านเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งมาก ชอบมากๆจริงๆนะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1291
    0
  19. #1290 mnvv (@nayiiez) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 01:36
    ขอบคุณนะคะ นั่งเปิดรอทุกวันเลยย เขินน
    #1290
    0
  20. #1289 aomessi (@aomessi) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 01:24
    น่ารักจังมาเดทแล้ว
    #1289
    0
  21. #1288 filmfilmbar (@filmfilmbar) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 00:38
    ดีต่อจายยย
    #1288
    0
  22. #1287 yathip (@yathip) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 00:27
    อ่านแล้วอบอุ่นมากๆ
    #1287
    0
  23. #1286 0810018779 (@0810018779) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 00:09
    ดีต่อใจจริงๆคะ สู้ๆน้า
    #1286
    0
  24. #1285 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:56
    จะจัดการกับเจ้าของปลาย่างยังไงน้ออออ
    #1285
    0
  25. #1284 bobbyislove (@bobbyislove) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:41
    รอค่ะ คิดถึงเรื่องนี้มากเลย
    #1284
    0