[END / PRE-ORDER] [BTS x Blackpink] Snow white and the idols #KookLis #AllLis

ตอนที่ 33 : Return [rw]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 ก.พ. 61


EP 01

Return

 

 

 

เครื่องบินลำใหญ่ลงจอดกับท่าอากาศยานกรุงโซลพร้อมกับการมาถึงของใครคนหนึ่ง ร่างสูงผอมในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งเดินออกมาจากทางด้านในของเกทพร้อมกับหิ้วถือถุงใบใหญ่ในมือมาด้วย แม้ว่าใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกบดบังไว้ด้วยมาส์คสีดำปิดหน้ามิดชิดทว่าร่างของเขาที่เดินออกมาพร้อมกับสมาชิกในวงคนอื่นๆในโซนสนามบินก็เป็นที่สะดุดตาของบรรดาผู้คนที่อยู่ภายในรอบๆนั้นได้อย่างไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อมีแฟนคลับจำนวนหนึ่งไปรอต้อนรับการกลับมาของพวกเขากันอย่างคับคั่งจนสนามบินดูแออัดไปทันตา

‘Welcome Back, IKON’

ป้ายสีแดงโดดเด่นตัดกับประโยคซึ่งถูกพิมพ์ด้วยสีขาวมีขนาดใหญ่สะดุดตาจนไม่ว่าใครก็ตามที่เดินผ่านก็อดเหลียวมองไม่ได้ นั่นรวมไปถึงสมาชิกวงไอค่อนที่เพิ่งจะเดินออกจากเกตของสนามบินมาด้วย เสียงกรี้ดของแฟนคลับนับร้อยๆดังขึ้นต้อนรับสมาชิกของวงอย่างคึกคักและอบอุ่น นั่นทำให้ใบหน้าของทุกคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจางๆอยู่ไม่น้อย

“ไม่เจอกันเสียนานเลย ยินดีต้อนรับกลับสู่ประเทศเกาหลีนะ”

สตาฟจากทางบริษัทวายจีที่เตรียมรถมารอรับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

คิมฮันบิน หรือผู้เป็นหัวหน้าวงไอคอนละสายตาออกจากป้ายที่แฟนคลับทำมาให้ครู่หนึ่ง เขายิ้มแล้วก้มศีรษะโค้งทักทายให้กับสตาฟที่คุ้นหน้าค่าตากันดี ไม่นานหลังจากนั้นผู้จัดการส่วนตัวของวงก็เดินตามมาถึงพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของเขาซึ่งถูกลากและยกขึ้นไปเก็บไว้ที่ท้ายรถ

ฮยองผู้จัดการเดินมาหาหลังจากที่จัดการเก็บกระเป๋าเดินทางเสร็จ สายตาของคนที่อายุมากกว่าเคลื่อนมาจับที่ถุงใบหนึ่งในมือของศิลปินในความดูแลที่เจ้าตัวถือไม่ยอมให้ห่างตั้งแต่ที่สนามบินในประเทศญี่ปุ่นแล้ว

“เอาถุงไปเก็บไว้ท้ายรถไหม จะได้นั่งสบายๆ”

“อ้อ ไม่เป็นไรฮะ”

“เดี๋ยวถุงนี้ผมจัดการเอง”

ฝ่ายที่อายุน้อยกว่าบอก ฮันบินกระชับถุงใบใหญ่ในมือที่มีรองเท้ายี่ห้อดังที่ภายในบรรจุรองเท้ารุ่นลิมิเต็ทที่มีขายแค่ในเฉพาะญี่ปุ่นนอนรออยู่อย่างสงบโดยรอให้ใครบางคนซึ่งเป็นเจ้าของวันเกิดรับมันไปดูแล เพียงแค่คิดว่าคนๆนั้นจะดีใจแค่ไหนที่ได้รับของขวัญ ความรู้สึกเหนื่อยที่เขาใช้เวลาตามหารองเท้ารุ่นนี้ไปหลายชั่วโมงก็ดูเหมือนจะหายไปเสียดื้อๆ

“เจ้าของวันเกิดจะตกใจขนาดไหนถ้ารู้ว่านายกลับมาถึงเกาหลีแล้ว แถมยังหอบของขวัญถุงเบ้อเร่อกลับมาให้ด้วย”

เสียงแซวดังมาจากบ๊อบบี้ฮยองแทบจะทันทีที่เจ้าตัวเดินตามมาถึง

“เล่นหายไปนานแต่กลับมาเกาหลีทันวันเกิดพอดี แบบนี้มันเรื่องบังเอิญซะที่ไหนกันใช่มั้ย”

คิมฮันบินทำสีหน้าไม่ถูกขึ้นมาดื้อๆเมื่อถูกคนรู้ทัน เขายิ้มแห้งๆก่อนจะกระโดดขึ้นรถตู้ที่มารอรับแก้เขิน

“บังเอิญหรอกฮยอง เรากลับมาเกาหลีเพราะซาจังนิมเรียกตัวกลับมาต่างหาก”

ฮันบินตอบในขณะที่บ๊อบบี้ฮยองมีสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

หัวหน้าซึ่งควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของวงค่อยระบายลมหายใจออกช้าๆเมื่อทิศทางของบทสนทนาดูมีทีท่าว่าจะไม่วกกลับไปเรื่องนี้อีกพักใหญ่เพราะอีกหนึ่งแร๊ปเปอร์หลักประจำวงกำลังหันไปเม้ามอยกับพี่ใหญ่ของวงอย่างจินฮวาน เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ไอคอนหายหน้าหายตาไปออกเดินสายที่ญี่ปุ่นจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้กลับมาเหยียบประเทศบ้านเกิดอย่างเกาหลี ในระหว่างอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ข่าวคราวของวงน้องใหม่ของค่ายอย่างแบล๊กพิ้งค์ที่มีเธอเป็นสมาชิกอยู่ด้วยก็มีให้เห็นตามสื่อต่างๆอยู่เป็นระยะ ดูเหมือนว่าในเวลานี้จะไม่มีอะไรมาฉุดความดังของพวกเธอได้เลยจริงๆ

ดวงตาคมชั้นเดียวทอดมองออกไปที่วิวยังนอกหน้าต่างของรถตู้ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่เขาคุ้นเคย คงเป็นเพราะบรรยากาศที่คุ้นเคยในเกาหลีด้วยกระมังถึงทำให้อยู่ๆเขาถึงได้นึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้พบกับเธอเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมาอีก

เขาไม่เคยลืมภาพของหญิงสาวที่อยู่ชุดเสื้อไหมพรมกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบตอนที่มาถึงกองถ่ายมิวสิควีดีโอของแทยังฮยอง การปรากฎตัวของเธอทำให้เขาเผลอมองตามเรือนผมสีน้ำตาลยาวของเธอไปจนแทบจะเหลียวหลังจนมาได้สติอีกทีในตอนที่บ๊อบบี้ฮยองสะกิดเขายิกๆให้รู้สึกตัว ในตอนนั้นเขาเพียงแค่เอ่ยทักทายกับเธอเพียงเล็กน้อยก่อนที่การถ่ายเอ็มวีที่ใช้เทรนนี่ในวายจีมาอยู่ในฉากด้วยจะเริ่มขึ้น

ว่ากันไปตามจริง ด้วยตารางการฝึกที่แยกกันอย่างเด็ดขาด เทรนนี่ชายหญิงในค่ายวายจีไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกันเลยสักนิด ในครั้งนั้นความประหม่าทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะขอเบอร์ติดต่อเธอเอาไว้และได้แต่มานั่งนึกเสียดายทีหลังจนเมื่อเขาได้มีโอกาสร่วมงานถ่ายแฟชั่นกับเธออีกครั้งในหลายปีต่อมา ความรู้สึกเดิมๆที่ประดังเข้ามาหาเขาอีกก็ทำให้เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปขอเบอร์จากเธอโดยที่มีบ๊อบบี๊ฮยองเป็นทีมส่งกำลังใจเชียร์อยู่ห่างๆ

เขาจำสีหน้างงๆของเธอในตอนที่ให้เบอร์กับเขามาได้ก่อนที่ใบหน้าน่ารักนั้นจะเปื้อนรอยยิ้มสวยหวาน เขาถึงมารู้เอาทีหลังนั่นเองว่าเธอดูเป็นกันเองกว่าที่คิด

โลกทั้งใบสว่างไสวจนเขาไม่อยากเชื่อว่ามันจะเกิดมาจากรอยยิ้มของคนๆเดียวได้ ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือคนๆเดียวกันนี้กลับเกือบทำให้เขาหัวใจแทบวายตอนที่เขาได้เห็นเธอเต้นหลังจากที่หยางซาจังนิมให้เขากับมักเน่จุนฮเวไปดูการประเมินรายเดือนของเทรนนี่หญิงซึ่งหนึ่งในนั้นมีเธออยู่ด้วย

เธอพิเศษกว่าทุกคน... ข้อนี้เขารู้และเชื่อว่าถ้าเขายังไม่เริ่มทำอะไรสักที ต่อไปคงไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียวที่เห็นและรับรู้ได้ว่าเธอเป็นคนพิเศษด้วย

ความอ่อนเพลียที่สะสมจากการทำงานหนักมาตลอดหลายวันรวมไปถึงการโดยสารเที่ยวบินรอบเช้าทำให้เปลือกตาของคิมฮันบินค่อยๆกดลงช้าๆ มือของเขายังคงจับยึดถุงของขวัญใบใหญ่ที่วางไว้ข้างตัวอย่างจะให้แน่ใจว่ามันจะไม่ตกลงไปจากเบาะ ใบหน้าดูดีที่ปกติติดจะเย็นชาและเข้าถึงยากสไตล์ศิลปินวายจีกลับดูอ่อนโยนลงเมื่อที่มุมปากหยักมีรอยยิ้มจางระบายไว้ให้เห็นที่มุมปาก

“...หลับไปซะแล้ว”

“คงจะเหนื่อยล่ะ เมื่อคืนก็เห็นนั่งทำเพลงทั้งคืนแทบไม่ได้นอน”

ภาพของหัวหน้าวงผู้มีอายุน้อยกว่าที่ใช้เวลาไม่นานก็เอนศีรษะแล้วหลับลึกทำให้พี่ๆทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะใกล้ๆกันอดยิ้มขำไม่ได้ จินฮวานมองไปที่ถุงใบใหญ่ที่ถูกอีกฝ่ายหนีบเอาไว้เสียแน่นแล้วก็ส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างอ่อนใจ

“ได้ยินว่าแบล๊กพิ้งค์กำลังเตรียมตัวคัมแบ๊คด้วยซิงเกิลเดี่ยวอยู่ นายว่าทั้งสองคนจะได้เจอกันไหม”

“ถ้าต้องซ้อมคัมแบ๊คกันอยู่ก็ไม่แน่นะ น่าจะได้เจอกันที่ตึก”

“ที่น่ากลัวคือหมอนี่จะไม่ยอมไปเจอเธอต่างหาก ไม่รู้จะเขินอะไรนักหนา”

เสียงกึ่งขำกึ่งบ่นของบ๊อบบี้ทำให้จินฮวานหัวเราะเบาๆ

“ดูให้ฮันบินส่งของขวัญให้ถึงมือลิซด้วยละกันนะ จีวอน”

“หมอนี่วันๆแทบจะไม่ไปที่ไหนนอกจากห้องซ้อมกับห้องอัดเสียง ให้วันนี้เป็นสักวันที่จะได้ทำตามใจตัวเองบ้างก็ดี”

“ว่าแต่”

“ฉันไม่ได้รู้สึกไปเองใช่ไหมว่าช่วงนี้ฮันบินดูนอนไม่พอผิดปกติ”

 

 

 

ท้องฟ้าวันนี้ดูโล่งโปร่งเหมาะกับการออกไปเดินเล่นผ่อนคลายรับแสงอาทิตย์ แต่สำหรับไอดอลผู้มีคิวงานรัดตัวแล้ว ท้องฟ้าสวยๆและอากาศดีๆในวันแบบนี้กลับไม่ได้อยู่ในความสนใจนักเมื่อเขามีภารกิจต้องจัดกระเป๋าเดินทางให้พร้อมสำหรับการเดินสายเวิร์ลทัวร์ก่อน ถึงกระนั้นหน้าจอโทรศัพท์ของเขาที่ฉายข้อมูลของคู่สนทนาในสายก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย จอนจองกุกกำลังพับเสื้อผ้าที่เขาเลือกหยิบออกมาจากตู้ลงกระเป๋าเดินทางที่เปิดอ้าซ่า พร้อมกันนั้นเขาก็พูดคุยกับคู่สายไปพลาง

“ฉันต้องออกเดินสายไปเวิร์ลทัวร์เกือบสองเดือนเลย”

“เธอจะโอเคใช่มั้ย”

“จะไม่คิดถึงฉันมากเกินไปใช่หรือเปล่า”

“ไม่คิดถึงหรอก ฉันงานเยอะ ฮ่าๆ”

จองกุกหัวเราะเมื่อเขาได้ยินเสียงใสดังมาจากทางปลายสาย

“เดี๋ยวนี้เถียงเก่งแล้วนี่”

“เห็นไม่อยู่เข้าหน่อยเลยได้ทีเหรอไง”

จองกุกเอ่ยแซวคนที่ส่งเสียงหัวเราะคิก

วันนี้เขาจะต้องออกเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตพร้อมกับสมาชิกบังทันคนอื่นๆโดยเริ่มจากประเทศชิลี บราซิล และไปจนถึงอเมริกา นี่เป็นสัญญาณของการเริ่มเวิร์ลทัวร์ในปี 2017 สำหรับบังทันและ Big Hit entertainment  มันเป็นงานใหญ่ที่พวกเขาวางแผนกันมานานซึ่งมันกำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า

“โชคดีนะ ไว้ฉันจะเอาใจช่วย”

เสียงหวานที่ดังอุบอิบทำให้เจ้ากาตุ่ยกลั้นยิ้ม จองกุกนึกอยากจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มๆของหญิงสาวที่อยู่อีกฟากของสายอย่างหมั่นเขี้ยว

“อะไรนะ”

“พูดใหม่อีกทีซิ ได้ยินไม่ค่อยชัด”

“ย่าห์ จอนจองกุก”

“เป็นกระต่ายทำไมเจ้าเล่ห์ล่ะ”

“ย่าห์?”

“นี่เธอพูดย่าห์กับฉันเหรอ”

จองกุกหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงยัยแมวตัวยุ่งของเขาบ่นอุบ

สิ่งที่เปลี่ยนไประหว่างพวกเขาตั้งแต่ตอนที่ลิซ่าถูกคำสาปสโนว์ไวท์จนทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราทุกๆสามวันนั่นก็คือตอนนี้พวกเขาไม่ต้องมีข้อกำหนดใดๆในความสัมพันธ์ของพวกเขาแล้ว เขากับเธอเริ่มเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กันมากขึ้นและนั่นทำให้เขารู้ว่าจริงๆแล้วเธอนั้นเป็นคนสบายๆมากกว่าที่คิด

คนน่ารักที่ไม่ได้ต้องพยายามทำตัวน่ารัก ลิซ่ามีนิสัยที่ไม่ได้เรียบร้อยอย่างกุลสตรีนักแต่เธอก็ไม่ได้ห้าวเปิ้ง เธอเป็นคนยิ้มง่ายหัวเราะง่ายแต่ก็รู้จักกาลเทศะ เธอช่างสังเกตและมักจะดูแลคนรอบข้างในแบบของเธอเสมอ เธอไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์อย่างเดียวเหมือนไอดอลหลายๆคนที่เขาเห็นแต่กลับเป็นคนที่มีสเน่ห์ให้ค้นหาไม่รู้จบ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่เขารู้จักเธอมา ทุกวันเขาคอยแต่จะนึกสงสัยว่ายังมีด้านไหนที่เธอยังไม่ได้แสดงออกมาให้เขาเห็นอีกบ้าง เพราะเท่าที่เขาสัมผัสได้ ทุกอย่างที่เป็นเธอมันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวกันไปหมดแล้วในตอนนี้

คงเพราะแบบนี้เอง ถึงแม้ว่าเธอจะหายจากคำสาป เขาถึงไม่อยากปล่อยเธอไปง่ายๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาทั้งตั้งใจขุดหลุม ขยันชงตัวเอง แล้วพร้อมใจกระโดดทิ้งตัวลงไปในหลุมนี้เองกับตัว

“ฉันไม่อยู่ตั้งสองเดือน เราคงจะไม่ได้เจอกันอีกสักพักเลยนะ”

“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ เธอห้ามไปทำตัวน่ารักใส่คนอื่นนอกจากฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม”

“ไม่สิ...เธอห้ามให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ในระยะร้อยเมตรเลย ได้ยินหรือเปล่า”

“ชองมัล* (*จริงๆเลย)”

“นี่นายคิดว่าฉันมีโอกาสได้เจอกับคนอื่นนอกจากนายแค่ไหนกันเชียว”

ลิซ่าส่ายหน้าให้กับคู่สายด้วยสีหน้าระอาในขณะที่จองกุกพ่นลมหายใจดังพรืด

“ก็วันนี้เป็นวันเกิดเธอ ถ้าเกิดมีใครเอาปลาย่างมาวางล่อแมวของฉันจะทำยังไง”

ในขณะเดียวกัน คนที่กำลังจะเอา ปลาย่างมาส่งให้เจ้าแมวถึงที่ก็สะดุ้งตื่นเล็กน้อยทั้งที่ยังอยู่บนรถ

“ไม่มีหรอกน่า จะมีใครที่ไหน”

ลิซ่าแย้ง

“วันนี้ฉันอยู่กับพวกเมมเบอร์ทั้งวัน เรามีตารางซ้อมทั้งวันเลยไม่ได้ออกไปเจอใครหรอก”

“อือ อยู่แต่ในห้องซ้อมไปนะ”

“ช่วยไม่ได้นะมีแฟนขี้หึงก็จะวุ่นวายแบบนี้ล่ะ”

จองกุกบอกเธอ ใจก็นึกอยากเอาผ้าคลุมโปงตัวเองซ้ายทีขวาทีเมื่อในตอนนี้สถานะของเขาเปลี่ยนจากนายหมาจิ้งจอกเป็นกระต่ายเชื่องๆให้เธอเพียงคนเดียวโดยสมบูรณ์แบบ

เสียงของเมเนเจอร์ที่มาถึงในห้องโถงทางด้านนอกทำให้จอนจองกุกระบายลมหายใจเบาๆ เขารู้ตัวว่าถึงเวลาที่จะต้องไปแล้ว

“ลิซ่า ฉันต้องวางสายแล้วล่ะ เมเนเจอร์มาแล้ว”

“ถึงที่นู่นเมื่อไหร่แล้วเดี๋ยวฉันจะโทรหานะ”

“...”

แม้จะไม่อยากวางแค่ไหนแต่เรื่องงานก็ต้องมาก่อน จองกุกบอกกับคนที่เงียบเสียงไปด้วยความเสียดาย

“อือ เดินทางปลอดภัยนะ”

เสียงที่ดังอู้อี้ที่ตอบกลับมาทำให้เขาคลี่รอยยิ้มจางๆ

“ลลิซ”

จองกุกเรียกชื่อเธอพลางพูดด้วยเสียงที่อ่อนลง

“ฉันต้องคิดถึงเธอมากแน่ๆ”

“ดูแลตัวเองด้วยนะ”

จองกุกยกมือตบหน้าตัวเองเบาๆให้ได้สติเมื่อถูกโจมตีด้วยความน่ารักช่างอ้อนของแมวเข้าอย่างจัง สายถูกตัดไปแล้วเขาจึงรีบจัดการตรวจดูสัมภาระและข้าวของที่จะเอาไปอีกรอบ

“จองกุก จัดของใกล้เสร็จหรือยัง”

“กำลังจะออกไปแล้วฮะ”

จองกุกร้องบอกพี่ผู้จัดการที่ตะโกนถาม เขามองความเรียบร้อยภายในห้องของตัวเองอีกครั้งเป็นรอบสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกไปทางด้านนอก แล้วที่นั่นเองเขาก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเขาเจอวีฮยองที่กำลังลากกระเป๋าของตัวเองออกมาจากห้องพร้อมๆกันด้วย

“มองฉันแบบนั้นทำไม”

วีฮยองทำสีหน้าฉงนได้อย่างจริงใจที่สุดในขณะที่จองกุกก็รู้สึกตัวเช่นกัน ฝ่ายมักเน่รีบส่งยิ้มกลบเกลื่อน

หึๆ อย่างน้อยๆเขาก็วางใจได้ว่าวีฮยองก็อยู่ใกล้ตัวเขา เท่านี้ก็สบายใจไปเปลาะหนึ่ง

“เปล่าฮยอง ไม่มีอะไร”

“รีบไปกันเถอะ”

จองกุกรอให้วีลากกระเป๋าของเขาผ่านไปก่อนจากนั้นจึงค่อยเดินตามไปรวมกับฮยองคนอื่นๆพร้อมกับสัมภาระตัวเอง ดวงตาเผลอเคลื่อนไปมองที่ปฏิทินอันใหญ่ซึ่งถูกแขวนไว้ที่ผนังห้องนั่งเล่น

อีกตั้งสองเดือนกว่า... รอฉันหน่อยนะ

 

 

 

ฮันบินค้อมศีรษะเล็กน้อยให้กับท่านประธานยางฮยอนซอกซึ่งเปิดประตูห้องอัดเสียงเข้ามาทักแล้วเดินเข้ามาตบบ่าของเขาเบาๆ ภายในห้องทำงานนี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบและเขาก็ได้รับอนุญาตให้สามารถเข้ามาใช้มันได้ทุกเมื่อ แก้วน้ำใบโตที่มีน้ำพร่องไปมากจนเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแก้วเป็นตัวบอกได้อย่างดีว่าเขาคงใช้เวลาอยู่ในห้องนี้มาสักพักแล้ว

“เพิ่งมาถึงเลยนึกว่าวันนี้จะยังไม่เข้าตึกซะอีก”

“นายทำงานหนักมากนะ”

“ขอบคุณครับ”

“ผมไม่ได้เจอซาจังนิมนานเลย สบายดีใช่มั้ยครับ”

ทันทีที่เขาเก็บของๆตัวเองที่หอพักเสร็จ คิมฮันบินก็พบว่าตัวเองกลับเข้าสู่วงจรชีวิตเดิมๆคือการใช้เวลาส่วนใหญ่ทำเพลงในห้องอัดเสียง มันกลายเป็นเหมือนสิ่งที่เขาต้องทำทุกครั้งที่หายใจเข้าออกและเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกจิตใจสงบ

โดยเฉพาะกับในวันนี้ที่เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษจนต้องหาทางจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้ได้ ที่นี่จึงเป็นที่เดียวที่เขานึกถึงจนต้องมาขลุกอยู่กับมันตั้งแต่เขากลับมา แต่กลายเป็นว่าเขากลับใช้เวลานานกว่าหลายชั่วโมงไปกับการทำเพลงจนเกือบจะลืมไปว่ามีบางอย่างที่ต้องไปทำอยู่

ชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจงใจทำให้ตัวเองยุ่งเรื่องงานจะได้ไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องอื่นหรือเปล่า

“อ้อๆ สบายดี”

ยางฮยอนซอกหัวเราะก่อนจะตอบเขา ผู้เป็นเจ้าของค่ายวายจีเอ็นเตอร์เทนเมนท์ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเพลงเกาหลีมองไปรอบๆห้องอัพเสียงที่เปิดไฟสลัวก่อนจะหันกลับมามองเด็กหนุ่มวัยรุ่นลูกด้วยแววตาคมกริบที่เจือด้วยคำถาม

“มัวแต่มานั่งทำเพลงอยู่นี่ แล้วนายได้ไปทำธุระอะไรของนายหรือยังล่ะ”

“ครับ?”

“นายขอฉันว่าอยากกลับเกาหลีมาให้ทันวันนี้ไม่ใช่เหรอไง”

ฮันบินเผลอชะงักไปเล็กน้อยกับถ้อยคำที่คล้ายกับจะบ่งบอกว่ารู้ทันของท่านประธานก่อนจะเผลอเคลื่อนสายตามองเลยไปยังถุงของขวัญที่ถูกวางหลบไว้ที่มุมโซฟาภายในห้อง

อ่า

“ยังเลยครับ”

คนที่เด็กกว่าตอบก่อนจะยิ้มแห้งๆอย่างไม่กล้าสบตาท่านประธานซึ่งเขามองไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

“พักจากงานแล้วนายก็แวะไปดูแบล๊กพิ้งค์แล้วให้คำแนะนำกับพวกเธอบ้างสิ”

“ตอนนี้แบล๊กพิ้งค์น่าจะอยู่ที่ห้องซ้อมเต้น พวกเธอใกล้จะคัมแบ๊คแล้ว”

ยางฮยอนซอกกระตุกยิ้มก่อนจะตบบ่าเขาอีกรอบ

“ตั้งใจทำงานล่ะ”

ฮันบินมองตามท่านประธานแห่งวายจีจนหลังของอีกฝ่ายลับสายตาไปด้วยสีหน้าอึ้งกิมกี่ก่อนที่วินาทีถัดมาเขาจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานของตัวเอง เพิ่งรู้สึกตัวเหมือนกันว่าวันนี้เขาก็ไม่ได้มีสมาธิกับการทำงานของตัวเองนัก ดูจากลายมือยุกยิกที่เขาเขียนกำกับไว้บนโน๊ตดนตรีซึ่งอ่านแทบไม่ออก

“นี่ฉันทำมันได้แน่ใช่ไหม”

เขาพึมพำ มันไม่ใช่ว่าหยางซาจังนิมห้ามเขาเดทหรืออะไรหรอก อันที่จริงท่านสนับสนุนให้เขาทำแบบนั้นเสียด้วยซ้ำเพื่อที่เขาจะได้มีแรงบันดาลใจมาเขียนเพลงดีๆให้กับวง

แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากเขาแล้ว เธอเองก็เป็นศิลปินคนโปรดที่อยู่ในวงโปรดที่ท่านประธานหวงเป็นพิเศษ ยิ่งเขารู้มาว่าในใบเซ็นสัญญาของแบล๊กพิ้งค์มีข้อที่บอกว่าพวกเธอห้ามเดทรวมอยู่ด้วย มันยิ่งทำให้เขานึกตั้งคำถามว่าเขาจะสามารถเดินหน้าเรื่องนี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน

ที่แน่ๆ การที่ท่านประธานอนุญาตให้เขากลับมาในวันนี้ซึ่งรู้ๆกันอยู่ว่าเป็นวันเกิดเธอก็หมายความว่าท่านยอมปิดตาให้ข้างนึง แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรในเรื่องส่วนตัวของศิลปินให้ โอกาสแบบนี้เรียกว่าเป็นหนึ่งในร้อยเลยก็ว่าได้

คิดให้ดี คิมฮันบิน นายควรจะทำยังไงดี

“เอาก็เอา”

ฮันบินตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหยิบถุงของขวัญที่ตัวเองวางไว้ที่มุมห้องขึ้นมาถือไว้ในมือ  เขาทิ้งงานที่ตัวเองกำลังทำค้างเอาไว้เบื้องหลังก่อนที่จะเดินไปกดรอลิฟท์เพื่อตรงไปยังห้องซ้อมที่ช่วงนี้น่าจะมีแค่ห้องเดียวที่ถูกจัดไว้ให้อยู่ในตารางของแบล๊กพิ้งค์ ระหว่างทางก็พยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อปัดความคิดที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่ในหัวของตัวเองออก

น่าแปลก...ทั้งที่เขากำลังจะได้เจอเธอแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกง่วงขนาดนี้

เพราะทำงานหนักเกินไปอย่างนั้นเหรอ

ระยะทางจากหน้าลิฟท์ที่เรื่อยมาจนถึงหน้าห้องซ้อมซึ่งเป็นจุดหมายดูใกล้กว่าเวลาปกติอย่างน่าแปลก ฮันบินย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อพยายามจะส่องทะลุกระจกใสของประตูห้องซ้อมเข้าไปทางด้านในให้เห็นว่ามีใครอยู่ แต่เพียงไม่นานร่างสูงของหัวหน้าวงที่พ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์คนเก่งก็ชะงัก ภาพของสี่สาวเพื่อนร่วมค่ายที่กำลังตั้งใจซ้อมเต้นกันอยู่ทำให้เขาลังเลเล็กน้อย

“ฉันกะแล้วว่านายต้องมาอยู่ที่นี่”

เสียงทักจากบ๊อบบี้ฮยองดังขึ้นจากข้างๆทำให้ฮันบินสะดุ้งโหยง เขาหันไปมองผู้ที่เป็นทั้งพี่และสมาชิกร่วมวงของตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนโดยผีหลอกกลางวันแสกๆ

“โย่ว”

ฮยองมาที่นี่ได้ไง’

ฮันบินกระซิบกระซาบ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำราวกับกำลังกุมความลับระดับชาติแบบนี้

“ใครจะไปรู้ใจนายได้ดีเท่าฉันล่ะ”

บ๊อบบี้ฮยองหรือคิมจีวอนเดินเข้ามากอดคอเขาก่อนจะตบที่บ่าหนักๆแล้วกระซิบล้อๆ

“รอบก่อนกว่าจะยอมเอาอัลบั้มพวกเราไปส่งให้สาวก็ต้องบิ้วอารมณ์กันเกือบตั้งอาทิตย์ จะนับประสาอะไรกับรอบนี้ล่ะ”

“อย่าลืมว่าวันเกิดเธอน่ะ ปีนึงมีแค่วันเดียวนะโว๊ย”

บ๊อบบี้ฮยองยักคิ้วให้ ไม่พูดเปล่าเจ้าตัวก็ยกมือเคาะประตูห้องที่เขายืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างหน้าให้ด้วย ก่อนที่เขาจะทันห้ามฮยองตัวดีถือวิสาสะเปิดประตูให้พร้อมกับตะโกนเข้าไปในห้อง

“ลิซ่า!

เสียงดังของชายหนุ่มแร๊ปเปอร์ผู้ชนะรายการ SMTM 3 ที่ดังแหวกเสียงเพลงที่เปิดเป็นฉากหลังอยู่ทำให้ทั้งสี่สาวที่อยู่ในห้องโดยเฉพาะเธอผู้เป็นเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกต่างก็สะดุ้งโหยงแทบจะพร้อมกัน พวกเธอต่างก็หันมามองด้วยความประหลาดใจ

“มีคนเอาของขวัญวันเกิดมาให้ ออกมารับหน่อยเร็ว”

ฮันบินแทบจะหาอะไรมาอุดปากฮยองของตนเองแทบไม่ทันในขณะที่ฝ่ายบ๊อบบี้เมื่อทิ้งระเบิดไว้เสร็จพี่ชายตัวแสบก็หัวเราะหึๆในลำคอพลางยักคิ้วให้คล้ายกับจะบอกในทีให้เขาค่อยขอบใจตัวเองทีหลัง พร้อมกันนั้นสามสาวที่เหลือในวงแบล๊กพิ้งค์ต่างก็มองหน้ากันสลับกับใบหน้าที่ค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อของลิซ่าพลางส่งเสียงหัวเราะกันคิกคัก

“ไปสิ เดี๋ยวก็รอนานหรอก”

เจนนี่ออนนี่เป็นคนเดินมากอดคอแล้วกึ่งลากกึ่งดันลิซ่าไปส่งให้ที่หน้าประตูห้องด้วยใบหน้าที่ฉายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอมองหน้าคิมฮันบินจากวงเพื่อนร่วมค่ายก่อนจะขยับยิ้มนิ่งๆส่งให้เล็กน้อยอย่างตั้งใจจะแซวอีกฝ่ายและแซะมักเน่ของตัวเองเต็มที่

“ใช้เวลาได้ตามสบายนะ ไม่ต้องรีบ”

ออนนี่!

ลิซ่ายกมือตีแขนออนนี่ดังเพี๊ยะ เธอหันไปมองบ๊อบบี้อปป้าที่เคยร่วมงานถ่ายแบบให้แบรนด์เสื้อผ้าโนนากอนของวายจีด้วยกันมาก่อน เจ้าตัวโบกมือแล้วยิ้มยิงฟันให้เธอนิดๆ

“ไม่เจอกันนานเลย ลิซ”

“งั้นฉันเองก็ไปทำธุระล่ะ เชิญพวกนายตามสบาย”

ฮันบินมองเมมเบอร์วงตัวเองตาขวางทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เมื่อผู้หญิงคนที่เขาอยากเจอในที่สุดก็มายืนอยู่ตรงหน้า

ลิซ่ารีบดันหลังของเจนนี่ออนนี่ให้กลับเข้าไปในห้องพร้อมดึงประตูห้องซ้อมปิดลงเบาๆ ท่าทางเขินๆของเธอทำให้ฝ่ายชายหนุ่มรุ่นพี่แทบจะต้องกลั้นยิ้มด้วยความลำบาก

“สวัสดีค่ะ อปป้า”

“อ...อือ หวัดดี”

เขาตอบก่อนจะหยุดสายตามองที่ใบหน้าของเธอนิ่ง ไม่ผิดไปจากที่คิด ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอดูเหมือนจะสวยน่ามองขึ้นไปอีกนับตั้งแต่เธอเดบิวท์ แต่ในทันทีที่เธอยิ้มให้เขาเท่านั้นล่ะภาพของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่เป็นรักแรกของเขาก็ยังคงซ้อนขึ้นมาทับเหมือนอย่างเคย

ให้ตาย

ให้ตายสิ

หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว

“ไม่เจอกันนานเลยนะ”

ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดังมากนัก คิมฮันบินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยที่มุมปากเพื่อรักษามาดแร๊ปเปอร์และหัวหน้าวงคนชิค ถ้อยคำที่คิดว่าตัวเองจะพูดอย่างไรเมื่อเจอหน้ากับเธอทั้งหมดกลับหายไปดื้อๆหากแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมาก ในเมื่อสิ่งที่เขาอยากจะพูดอยากจะบอกกับเธอทุกอย่าง มันได้ถูกส่งผ่านออกไปทางสายตาของเขาจนหมดแล้ว

“สุขสันต์วันเกิด”

ฮันบินยิ้มแล้วมองเธอนิ่งๆ เขายื่นถุงของขวัญในมือให้กับเธอที่รับไปด้วยความประหลาดใจ

“ขอบคุณนะคะ”

ความรู้สึกมากมายที่แล่นทำให้เขาต้องห้ามใจเอาไว้ก่อนที่ในที่สุดเขาจะทำแค่เพียงกลั้นยิ้มไว้ด้วยความยากลำบากก่อนที่อยู่ๆเขาจะรู้สึกถึงความกล้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ

ดวงตาคมของเขาลอบมองสบกับดวงตากลมโตของเธอที่กำลังฉายรอยสนใจในของขวัญที่ตัวเองได้รับอยู่ สีหน้าสงสัยของเธอทำให้เขาเผลอขยับยิ้มน้อยๆ และไม่รู้ว่าเขาไปเอาความกล้ามาจากไหน อยู่ๆคิมฮันบินก็ทำในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำมาก่อนในชีวิต

“ลิซ”

“ฉันชอบเธอ”

เขาโพล่งออกไป

ราวกับได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง ฮันบินชะงักกึกเมื่อได้สติ พอรู้สึกตัวสีหน้าอ้ำอึ้งก็เข้ามาแทนที่เมื่อเห็นว่าลิซ่ายืนนิ่งคล้ายกับไม่แน่ใจว่าเธอเพิ่งจะหูฝาดหรือเปล่า กลับกันสีหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตกใจที่อยู่ๆตัวเองก็เผลอทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว

เหมือนความรู้สึกทุกอย่างมันประดังเข้ามา…เหมือนว่าเขากำลังตกอยู่ใต้สถานการณ์บางอย่างที่บังคับให้ตัวเองต้องพูดสิ่งที่คิดออกไปแบบนั้น เพียงแค่เขาได้เจอเธอต่อหน้า

(The first dwarf is KimHanbin.)


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รีไรท์ 15 February 2018

-Kwonpinpin-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,718 ความคิดเห็น

  1. #1558 baifern7799 (@baifern7799) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:16
    ว้าวว รีไรท์ใหม่ไฉไลกว่าเดิม 55555
    #1558
    0
  2. #1557 PromizzuReira (@PromizzuReira) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:16
    มีความรู้สึกว่าต่อไปลิซจะโดนเตาะแหงๆ
    #1557
    0
  3. #1352 Helenbrabra (@koonrambo) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 14:52
    ฮันลิซอ้ากก
    #1352
    0
  4. #1259 zestning94 (@zestning94) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 00:31
    ว้าวววววววววววววววววววว เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ เชียร์ฮันลิซเด้อ
    #1259
    0
  5. #1178 ว้อท (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 01:42
    เราชิปฮันลิซคู่แรกเบย
    #1178
    0
  6. #1176 seuo345 (@seuo345) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:04
    จองกุกสู้ๆ ฉันเชียร์เธอ555
    #1176
    0
  7. #1173 Scorpio ★|| (@Scorpionxzz) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:31
    ฮือ มีเด็กๆเราด้วย จะคัมแบคแล้วดีใจสุดๆ
    ปล. ไอคอนไม่ทีชื่อจุนโฮนะคะ มีแต่จุนฮเวค่ะ ชื่อภาษาอังกฤษนางอ่านยากค่ะ ฮเวไม่น่าเขียนแบบนี้ 555
    #1173
    0
  8. #1162 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 15:40
    งานดีอีกแล้ว....... 💜

    ไรท์เอาผู้ชายงานดีมาชิปกับลลิซอีกแล้วน๊าาา TT

    แม่ยกแทลิซอย่างเราหวัั่นไหวจนจะย้ายเรือแล้วนะ

    ฮันลิซ ช่างน่ารักอะไรขนาดนีี้ อ่านไปเขินไป 55
    #1162
    0
  9. #1158 jungkook lisa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:43
    พระเอกขอเป็น กูกน่ะ เพราะไม่มีใครสามารถเเทนที่กุกได้อีกเเล้ว 5555
    #1158
    0
  10. #1157 YungGun99 (@YungGun99) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 12:02
    รอนะคะ????
    #1157
    0
  11. วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 09:26
    ฮันลิซอิสแบค ส่วนตัวแล้วชอบฮันลิซมากเพราะเป็นคนแรกที่เราชิปกับลิซ แต่ไรท์คะยังไงตอนจบเค้าก็อยากให้เป็นลิซกุกน้า เชบัล
    #1156
    0
  12. #1155 Kanokpun (@Kanokpun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 03:14
    เย้ๆ การกลับมาของไรท์ช่างยิ่งใหญ่ รักไรท์ 
    #1155
    0
  13. #1154 Park Baekhyun (@maylycrazy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 02:53
    ยังไงเราก็กุกลิซเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    #1154
    0
  14. #1153 Birisine (@flannies11) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 01:28
    ทำดีมากค่ะ งานเริ่ดอีกแล้ว
    #1153
    0
  15. #1152 รัก ไทย (@thanunt) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 00:45
    แต่พ่อจีม นั้น เงียบไปกับกลีบเมฆ allliceจิงๆ แต่รอจีมจะรุกได้เท่าแทแท อะเปล่า อิอิ
    สู้ๆ คะไรท์ #แฟนคลับตามทุกเรื่องของไรท์เลย
    #1152
    0
  16. #1151 AMANDA.P (@mookko) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:05
    ต๋ามาแบบนี้พี่ก็พร้อมขึ้นเรือฮันลิซโดนไม่ลังเล// กุกลูกขอโทษน้า
    #1151
    0
  17. #1150 РIИKVEL (@Tzukang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:38
    มันดีมากกกก ฟินมากกก
    #1150
    0
  18. #1149 ขี้ชิป (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:54
    ถ้าไปอ่านว่าต๋าเขียนว่าอะไร ความฟินอาจสะดุดได้นะคะ

    คนอะไรโคตรขยันขายของ55
    #1149
    0
  19. #1148 Baitoey44 (@kullathida165602) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:37
    ว้ากกกกก ฮันลิสสุดยอด!!!
    #1148
    0
  20. #1147 natwiiii (@natwiiii) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:33
    กุกต้องสู้เค้านะลูก
    #1147
    0
  21. #1143 eunhyuk2904 (@eunhyuk2904) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 17:33
    โอ้ยยยยม ชีวิตหวั่นไหวกับ ฮันบิน และ แทแท ส่วนกุกกี้นั้นน นายนี่ใันเชื่องเกินไปแล้วนะ!
    #1143
    0
  22. #1142 RaineYLovelY (@boruhima) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:28
    อ๊ากกกกก กลั้นยิ้มมากกว่าต๋าก็รี้ดนี่แหละค่ะ อ่านไปเขินไป กลั้นยิ้มไป ฮื้อออออ เรือผีของเค้า เรือนี้มาทีกัปตันเรืออื่นๆแทบจม
    กุกลู๊กกกกก หนูจะไหวมั้ย มีคู่แข่งมาเพียบเลยลูก 
    ภาค 2 มีแต่ตัวเต็งที่น่ากลัว ต๋า ผู้เป็นเรือรุ่นบุกเบิก แทแท ผู้ที่น่าจะมาสายรุก (?) จองกุก ผู้ที่เป็นหมาจิ้งจอกใส่ชุดกระต่าย โอ๊ยยยยย ดีต่อใจ
    #1142
    0
  23. #1140 Asi_Lice (@Asizi) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:46
    โอ๊ยยย มีความฮันลิซ  เขินๆ
    #1140
    0
  24. #1139 Worapan Penjun (@playai) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:58
    กุก นายมีคู่แข่งเพิ่มอีกเพียบ
    #1139
    0
  25. #1137 Mari_J (@69liqra) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:30
    จองกุกของพี่ไปทัวร์นาน ลิซมีคนเข้ามาหาเยอะเลย
    #1137
    0