Baby... I love you (Yaoi)

ตอนที่ 63 : Baby…I love you 56 : ที่แห่งนี้ยังมีความรักอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,778 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61


Baby…I love you 56 : ที่แห่งนี้ยังมีความรักอยู่ 

 

แสงแปลบปลาบด้านนอกและเสียงฝนสาดกระทบหน้าต่างทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก มือกวาดไปที่นอนข้างกายก็พบว่าเย็นชืดไม่มีร่องรอยของคนข้างๆ แสดงว่าสิงยังไม่เข้ามานอน  คว้ามือถือขึ้นมากดดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว


ผมลุกขึ้นพลางขยี้ตาตัวเองไปมาระหว่างเดินออกไปด้านนอกห้องนอนเพื่อพบว่าสิงยังทำงานอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือที่มุมประจำ ใบหน้าหล่อเหลาใส่แว่นตาดูคร่ำเคร่งและจริงจังกว่าเวลาปกติ นี่เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของสิงที่ผมชอบ


“ยังไม่เสร็จหรอ” ผมถามระหว่างยื่นแก้วนมอุ่นๆ ให้เจ้าตัว สิงเอ่ยขอบคุณและรับไปดื่มจนหมดแก้ว


“เสร็จพอดี” สิงว่าพลางกดเซฟงานแล้วส่งเมลล์ไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจ สิงวางเมาส์ ดึงผมลงไปนั่งตักแล้วกอดเอวผมไว้หลวมๆ  ผมยิ้มเขินๆ ไม่ชินซักทีเวลาที่ต้องนั่งตักสิงอย่างนี้


“ตื่นขึ้นมาทำไม?


“ได้ยินเสียงฝนเลยตื่น เห็นว่ายังไม่เข้านอนเลยออกมาดู”  ช่วงนี้สิงและเหล่าเดอะแก้งค์วิศวะปี 4 ก็จะโทรมๆหน่อยน่ะครับ เพราะเป็นช่วงสุดท้ายที่ตัดสินชีวิตนักศึกษากับโปรเจ็คจบที่ต้องส่ง  วันก่อนผมบังเอิญเจอคิมกับเอ็ม สภาพเหมือนศพเดินได้ไม่มีผิด เห็นแล้วก็สงสาร


“เหนื่อย” เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ ระหว่างซบหน้าลงกับอกผมเหมือนพักสายตา 


“ตัวหอมจัง” สิงพูดงึมงำ ผมยกมือขึ้นลูบผมสีดำสนิทของเจ้าตัวเบาๆ อดที่จะยิ้มเอ็นดูไม่ได้เวลาสิงทำตัวอ้อนๆอย่างนี้ เห็นแล้วน่ารักดี


“สิง... ถ้าเหนื่อยก็ไปนอนที่เตียงดีๆ” ผมบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป ไม่ใช่ว่าหลับไปแล้วหรอกนะ


“กำลังสบายเลย”


“เหนื่อยมากมั้ย? ดูซิตาคล้ำเชียว” ผมถามระหว่างใช้นิ้วลูบใต้ขอบตาหมีแพนด้าของอีกฝ่ายเบาๆ ท่าทางอ่อนล้าอย่างนี้ทำให้รู้สึกว่าน่าสงสารยังไงไม่รู้ครับ


“เหนื่อยมากเลยแก้ม ขอกำลังใจหน่อย” อีกฝ่ายเงยหน้าหล่อๆขึ้นมาอ้อน


“กำลังใจถึงไม่ขอก็มีให้ตลอดแหละ”


“ไม่พอ...” ว่าพลางชี้นิ้วที่แก้มตัวเองจึ้กๆ เป็นการบอกกลายๆว่าต้องการอะไร ผมหัวเราะแผ่ว  ก้มลงไปจูบแก้มที่เริ่มสากเพราะไรหนวดที่เพิ่งขึ้นเบาๆ


“พอยัง?


“ยัง” คราวนี้จิ้มที่ปากตัวเองแล้วยื่นหน้ารอ ผมรู้สึกแก้มร้อนขึ้นมาทันทีก็ผมไม่เคยเป็นฝ่ายจูบก่อนเลยสักครั้ง


“ไปนอนได้แล้ว”


“แก้ม... พี่สิงเหนื่อย ขอกำลังใจหน่อย”


“....”


“ดีพคิสนะ จุ๊บอนุบาลไม่เอา”  แน๊... สั่งอีก


ลังเลสักครู่ แต่พอเห็นท่าทางเหนื่อยๆอย่างนี้แล้วเลยตามใจซะหน่อย...

“ห..เห็นว่าเหนื่อยหรอกนะ”


ผมยื่นหน้าไปแตะริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างลังเล สิงอ้าปากเล็กน้อยให้ผมสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่น  เอ่อ... แล้วยังไงต่ออ่ะ ผมใช้ลิ้นแตะๆลิ้นของสิงอยู่ชั่วครู่ เอ้อ... พอแค่นี้แล้วกัน เขินจะแย่แล้วครับ แต่พอผมจะผละออกสิงก็หัวเราะในลำคอแล้วยกมือขึ้นมากดท้ายทอยเอาไว้ผมไม่ยอมให้หนีไปได้  ผมดิ้นอึกอักอยู่บนตักสิงเพราะจูบแผ่วเบาเมื่อครู่เริ่มร้อนแรงขึ้นตามลำดับ  กระทั่งคิดว่าจะขาดใจตายซะแล้วสิงก็ผละออกให้ผมได้หายใจ


“อื้อ... สิง” ผมย่นคอหนีเมื่อใบหน้าหล่อเริ่มรุกรานซอกคอผม


“แก้ม... พี่สิงเหนื่อย พี่สิงอยากได้กำลังใจ...”


“มุกซ้ำแล้ว” ผมผลักหน้าอีกฝ่ายออกอย่างรู้ทัน  ดูสิ ตาจะปิดอยู่แล้วยังมีอารมณ์มาทำเรื่องอะไรอย่างนี้อีก  สิงทำแก้มป่องเมื่อถูกขัดใจ ผมหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางเหมือนเด็ก


“ป่ะ ดึกแล้ว เข้านอนเถอะ มัวแต่เล่นอยู่อย่างนี้ไม่ได้นอนพอดี” ว่าก่อนจะฉุดอีกฝ่ายให้เข้าไปนอนที่ห้องให้เรียบร้อย สงสัยจะเหนื่อยจริงๆเพราะพอหัวถึงหมอนก็หลับไปทันที

 

+++

เช้าตรู่ผมรู้สึกตัวตื่นเมื่อถูกสิงปลุก

“แก้ม...”

“หืม... เช้าแล้วหรอ?” ผมถามอย่างงัวเงีย

“เช้าแล้ว”

“นอนพอแล้วหรอ ทำไมตื่นเช้า?

“พอแล้ว ....แก้ม เราไปขับรถเล่นกันมั้ย?

“......” ผมขยี้ตาด้วยความง่วงงุน เห็นใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มให้  ผมยิ้มตอบ ไม่รู้หรอกว่าสิงจะพาไปนั่งรถเล่นที่ไหน ไม่ได้ถามด้วยว่านึกยังไงถึงชวน ผมตอบเพียงว่า


“ไปสิ”  ขอแค่มีสิงอยู่ข้างๆ สิงจะพาผมไปไหนผมก็เต็มใจที่จะไปทั้งนั้นแหละ


สิงฉุดผมลุกขึ้นจากเตียงและสวมเสื้อแจคเกตของชมรมบาสวิศวะให้ผมและพาซ้อนท้ายเวสป้าคันโปรด


ผมยิ้มเมื่อรู้ว่าสิงพาผมมาขับรถเล่นที่ไหน สถานที่ที่เรารักและผูกพัน สถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำมากมายของเราสองคน  ด้านนอกฟ้ายังไม่สว่างดีด้วยซ้ำ ฝนเมื่อคืนยังคงทิ้งร่องรอยไว้จางๆ กลิ่นไอดินและต้นไม้ที่ดูจะสดชื่นเป็นพิเศษเมื่อเจอฝนหลงฤดูที่มาเยือนแล้วจากไปแบบไม่ร่ำลา


บรรยากาศของมหาวิทยาลัยในเช้าวันหลังจากการสอบวันสุดท้ายช่างเงียบสงบ ถนนทุกสายโล่ง สายลมเอื่อยๆและละอองหมอกจางๆพัดผ่านใบหน้าทำให้รู้สึกตื่นเต็มตา ผมสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดก่อนถอนหายใจออกมาช้าๆ   ต้นกาลพฤกษ์อวดดอกสีชมพูแซมขาวบานไสวไปทั้งสองข้างทางทั่วมหาวิทยาลัย  การมาเยือนของดอกกาลพฤกษ์ในปีนี้สวยงามกว่าทุกปี ใบถูกผลัดออกไม่มีเหลือและเปลี่ยนเป็นช่อออกดอกเต็มต้น  เวลาที่สายลมพัดดอกจะร่วงพรูเป็นรายริ้วลงมาคลุมพื้นดิน มันทั้งสวยงามและน่าใจหายไปพร้อมกันในเวลานี้ 


กาลพฤกษ์สำหรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เปรียบเหมือนดอกไม้แห่งกาลเวลา เพราะการมาเยือนของช่อดอกสีชมพูนอกจากความสวยงามแล้วก็มีนัยแฝงคล้ายกับจะบอกว่าใกล้ถึงเวลาที่นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายต้องลาจากสถานที่ที่ผูกพันแห่งนี้แล้ว... แม้ว่าผมจะต้องอยู่ที่นี่อีก 2 ปี แต่นี่คือช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมจะมีสิงอยู่ด้วยกันตรงนี้  ณ ที่ที่เราผูกพันและมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น เป็นที่ที่เก็บความทรงจำของผม ของสิงและอาจจะของเพื่อนพ้องคนอื่นๆ ไว้มากมายนัก สำหรับผมหรือสำหรับคนอื่นๆก็คงรู้สึกไม่ต่างกันว่าที่ตรงนี้เป็นมากกว่าสถานที่เอาไว้เรียน แต่ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเรา


ผมเอนตัวเอาหน้าไปแนบกับแผ่นหลังกว้างตรงหน้าแล้วกอดเอวสิงไว้ระหว่างนั่งรถไปเรื่อยๆ สิงเงียบและผมก็เงียบ  รู้สึกใจหายอย่างไรพิกลครับ


สิงขับรถผ่านคอมเพลกในช่วงเวลาเช้าตรู่ที่ร้างไร้ผู้คน ราวกับมหาวิทยาลัยตอนนี้มีแค่ผมและสิงที่ตื่นอยู่ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเมื่อวานเป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้าย เมื่อคืนนักศึกษาทั้งหลายต่างฉลองสอบเสร็จกันกว่าค่อนมหาลัย บางส่วนที่เหลือก็ยังนอนสลบกันอยู่  สิงพาผมมาจอดหน้าคอมเพลก ผมยิ้มเมื่อเห็นสิงหยิบกล้องโพลารอยด์จากช่องเก็บของใต้เบาะออกมา สิงยิ้มให้ผมแล้วเอ่ย


“เรามาเก็บความทรงจำกันเถอะ” แล้วสิงก็ยกกล้องขึ้นมากดถ่ายรูปผมที่ยืนอยู่หน้าคอมเพลก 


เมื่อได้รูปแล้วก็ใช้ปากกาเมจิกเขียนยุกยิกอยู่สักครู่ ก็ยื่นรูปภาพนั้นให้ผม  ผมรับรูปมาแล้วต้องยิ้มเขิน รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปตอนปีหนึ่งยังไงยังงั้นเลยครับ

ข้อความใต้ภาพคือ

          - ปีหนึ่ง : เที่ยงคืน มานั่งเฝ้าเพื่อนซ้อมบริดจ์


ผมจึงดึงกล้องยกขึ้นมาถ่ายสิงกลับบ้าง เขียนข้อความใต้ภาพแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

- ปีหนึ่ง : ซ้อมบริดจ์ดึก มีเพื่อนมานั่งรอ (ดีใจจัง)

 

สิงอ่านแล้วทำตาโต

“ดีใจจริงหรอ?

“อื้ม”

“จริงป่ะเนี่ย ไม่เห็นเคยบอกเลยว่าดีใจ” สิงถามย้ำราวกับเป็นเด็กอย่างงั้นแหละ

“ต้องบอกด้วยหรอ”

“ฮะๆ”

“คิดถึงสมัยปีหนึ่งที่ต้องมานั่งซ้อมบริดจ์เอาเป็นเอาตายที่นี่นะ  อ้อ  ช่วงสอบแก้งค์วิศวะของคุณก็ชอบมานั่งอ่านหนังสือเหล่สาวที่นี่ด้วยนี่นา สาวเอาขนมมาให้จนเต็มโต๊ะ”

“ก็คนมันหน้าตาดีอ่ะครับ เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ” สิงยักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้ ผมยิ้มแล้วหันไปมองอีกฟากของถนน ฝั่งตรงข้ามคอมเพลกคือหอสมุด สถานที่ๆผมกับเพื่อนๆแก้งค์หมอเข้ามากินอยู่หลับนอนบ่อยพอๆกับหอพักตัวเองเลยทีเดียว 

ผมชอบหอสมุดของที่นี่ มีทั้งความทันสมัยของตึกใหม่และความวินเทจของตึกเก่าที่เชื่อมทะลุกัน เอกลักษณ์ของที่นี่คือกลิ่นหอมๆของหนังสือเก่า สวรรค์ของนักอ่านนั่นเองครับ สิงจึงไม่พลาดที่จะเก็บรูปผมถ่ายคู่กับหอสมุดเอาไว้ด้วย ก่อนจะชวนผมนั่งรถไปต่อ แล้วสิงก็พาผมมาหยุดที่โรงชาย


สถานที่ที่เรามานั่งกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ ตอนปีหนึ่งผมต้องมาแข่งบริดจ์ที่ชั้นสองของที่นี่ด้วย ยังจำความรู้สึกกดดันจากการแข่งวันนั้นได้อยู่เลย  เช้าตรู่ขนาดนี้ยังไม่มีร้านค้าร้านไหนเปิด เราจึงเดินเข้าเซเว่นและได้นมสตรอเบอรี่คนละขวดมายืนดูดหน้าโรงชายที่เวลานี้ดูเงียบเหงาแปลกตาเมื่อเทียบกับความวุ่นวายในเวลาปกติที่จะพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษาจากคณะต่างๆ


ผมลากสิงไปยืนที่หน้าร้านข้าวเจ้าประจำและถ่ายภาพสิงไว้ พร้อมเขียนคำบรรยายใต้ภาพ

- โรงชาย : พี่สิงและร้านข้าวเจ้าประจำของเขา


“จริงๆ เคยถูกสิงเมินใส่ที่หน้าร้านข้าวเจ้านี้ด้วย โต๊ะตัวนี้เลย จำได้แม่น” ผมชี้ที่โต๊ะกินข้าวหน้าร้านข้าวเจ้าโปรดของสิง  จำได้ว่าตอนนั้นสิงโกรธผมเรื่องพี่โอ๊คและเย็นชากับผมมากๆ  รู้สึกหน่วงและจุกในใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับในตอนนั้น เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวตั้งแต่รู้จักกันมาที่สิงทำเหมือนไม่แคร์ไม่สนใจผม


“คนใจร้าย” ผมชี้หน้ามันอย่างกล่าวหา

“เอาเหตุผลจริงๆมั้ย?”  สิงมองผมจริงจัง

“อะไร?

“ที่เมินตอนนั้นเพราะ 1. โกรธ 2.หึง 3.ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้วเมื่อไหร่จะรู้ตัว”

ผมมองสบตาสิงแล้วรู้สึกแก้มร้อนผ่าว

“จีบเปล่าเนี่ย” ผมเสหลบตา แกล้งแซวมันกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง  ที่ผมรู้สึกเขินเพราะเหมือนผมกำลังถูกสิงจีบอยู่ยังไงไม่รู้ครับ

“อืม... กับคนความรู้สึกช้าก็ต้องงี้แหละ เป็นแฟนก่อน จีบทีหลัง เพราะตอนนั้นมันไม่รู้ตัวเล้ยยยว่าถูกจีบ”  ผมหัวเราะเสียงใสเมื่อสิงบ่นยืดยาวอีกหลังจากนั้น ก่อนสิงจะจูงแขนผมข้ามถนนมาที่โรงยิมที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงชาย

 

ผมมีความทรงจำที่นี่ครับ เคยมานั่งดูสิงแข่งบาสตอนกีฬาเฟรชชี่ เคยถูกโทรปลุกให้ไปเอาชุดแข่งมาให้เพราะสิงลืมชุดแข่งไว้ที่หอ แล้วหอพักผมกับหอพักสิงไกลกันมากอ่ะ จำได้ว่าเช้าๆอย่างนี้เลย


สิงหยิบกล้องมาถ่ายรูปผมก่อนยื่นรูปให้ ใต้ภาพบรรยายว่า

- โรงยิม ปีหนึ่ง : หลอกแก้มมาเชียร์บาส


!!!” ผมอ่านแล้วได้แต่ทำตาโต

“อย่าบอกนะว่าตอนนั้นตั้งใจลืมเสื้อน่ะ??

“อืม  ก็อยากให้แก้มมาเชียร์ อยากได้กำลังใจ” สิงตอบหน้าตาย  โอ้ยยยย ผู้ชายเจ้าเล่ห์ รู้สึกเขินย้อนหลังเมื่อรับรู้ว่าที่ผ่านมาผมถูกสิงจีบอย่างไม่รู้ตัวจริงๆ

 

อากาศในยามเช้าภายในมหาวิทยาลัยนั้นเย็นสบาย เราขับรถเล่นไปเรื่อยเปื่อยผ่านสถานที่ต่างๆที่เราเคยเห็นจนชินตา แต่วันนี้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม เพราะจากนี้ไป ที่แห่งนี้จะไม่มีสิงแล้ว...


จากโรงยิมสิงพาผมขับผ่านสนามบาสสี่สนาม  ผมชี้ให้สิงดูและบ่นขึ้นมาถึงวีรกรรมของพวกเด็กแสบทาสคุกกี้ ที่พวกนี้บังอาจเสี้ยมสอนให้เจ้าพวกรุ่นน้องชมรมบาสของวิศวะเรียกผมว่า พี่สะใภ้  เชื่อมั้ยครับว่า ทุกครั้งที่ผมเจอรุ่นน้องบาสของสิงไม่ว่าที่ไหนก็ตาม พวกนี้ก็จะชอบเข้ามาทักและเรียกผมว่าพี่สะใภ้ทุกครั้งเลย แนนกับไอ้แว่นนี่หัวเราะขำไม่ก็แซวผมตลอดอ่ะ บอกว่าอย่าเรียกอย่างงี้ก็ไม่ฟัง


สิงหัวเราะเมื่อได้ฟังผมบ่น แถมยังมีหน้ามาถ่ายรูปผมที่สี่สนามและเขียนบรรยายอีกว่า

            - สี่สนาม : พาสะใภ้วิศวะมาเปิดตัว


เฮ้อ...เพราะมีคนให้ท้ายพวกเด็กๆอย่างนี้น่ะสิครับ เจ้าพวกนั้นเลยไม่ยอมเปลี่ยนคำเรียกผมซักที

 

จากสี่สนามเราก็ขับมาถึงหอเก้าหลัง ซึ่งเป็นหอพักตอนปีหนึ่งของสิง  คิดๆแล้วก็ตลกดี ตอนนั้นสิงพักกับพัท รูมเมทสุดติสจากคณะสถาปัตย์ แล้วห้องก็รกสุดๆเลยด้วย ผมนี่ต้องมาเก็บกวาดให้ประจำ  และบ่อยครั้งที่สิงไปแฮ้งค์เอ้าท์กับเพื่อนแล้วผมต้องพาสิงที่เมาหมดสภาพมาส่งหอ  คิดถึงตรงนี้ผมก็ยิ้มขำแล้วยกกล้องมาถ่ายเจ้าตัวซะเลย

- หอเก้าหลัง : พาคนเมามาส่ง


สิงรับรูปไปดูแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเอากล้องมาถ่ายรูปผมบ้าง ข้อความใต้ภาพทำให้ผมตาโต

-หอเก้าหลัง : เมาแล้วกอดได้ เพื่อนไม่ว่า


“สิง!!! สรุปนี่คือที่ผ่านมาแกล้งเมามาตลอดเลยหรอ”  แล้วที่เมาแล้วชอบเข้ามานัวเนียผมตลอดนี่คือตั้งใจใช่มั้ยยยยย

“ฮะๆ”

“ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก จอมลวนลาม!!” รู้สึกเขินย้อนหลังเลยครับ ตอนนั้นผมก็คิดว่าสิงเมาเลยไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมากมาย ก็คิดอยู่แล้วเชียวว่าแปลกๆ

“ก็...ตอนนั้นอยากกอดแก้ม แต่ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรนี่นา”

“ไม่ใช่แค่กอดนะ ทั้งกอดทั้งหอมเลยเหอะ โอ้ยยย ทำไมถึงได้ร้ายอย่างนี้ เอาเปรียบกันอย่างนี้ก็ได้หรอ”

“ฮะๆ โทษที ก็ตอนนั้นมันเก็บกดนี่ ทำไงได้ล่ะ งั้น..ให้ลวนลามคืนอ่ะ” สิงไม่ได้มีท่าทีสำนึกแถมยังงคว้ามือผมซุกเข้าไปลูบหน้าท้องแน่นๆของตัวเองภายใต้เสื้อ  แล้วผมก็โวยสิงอีกยืดยาวกับความหน้าด้านของมัน  เฮ้ออออ


จากหอเก้าหลังสิงขับรถไปเรื่อยๆวันนี้เป็นวันหยุด ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องเร่งรีบ ผมปล่อยให้บรรยากาศเป็นไป สองข้างทางเป็นอาคารเรียนของคณะต่างๆ ผ่านแปลงเกษตร เข้าสู่ถนนที่มีต้นสักเรียงรายเป็นแนวสองข้างทาง เป็นต้นสักสายรหัสของเด็กเกษตรที่ดูแลรักษาสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นหนึ่งปลูกรุ่นต่อมารักษาและส่งต่อไปยังน้องรุ่นถัดๆไปจนกระทั่งตอนนี้ต้นสักเหล่านั้นยืนต้นสูงดูเก่าแก่ เป็นถนนที่ให้ความรู้สึกถึงความผูกพันระหว่างผองพี่น้องและเต็มไปด้วยความทรงจำของพวกเขา  แสงแดดยามเช้าทอสีทองลอดผ่านช่องระหว่างต้นสัก ข้างๆกันเป็นแปลงทดลองที่กำลังใช้ปลูกผักแปลงใหญ่ ดูเขียวสดชื่นไปพร้อมกับละอองสีทองของแสงแดด สวยจนสิงต้องจอดรถเพื่อลงไปเก็บภาพนั้นไว้


กับพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ของมหาวิทยาลัยสิงก็พาผมขับผ่านถนนที่สองข้างทางเป็นทิวสนยืนต้นเก่าแก่เรียงราย เวลาสายลมพัด ยอดสนจะลู่  เราขับรถกินลมมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงบึงใหญ่ ใกล้ๆกันนั้นเป็นหอศิลป์รูปทรงแปลกตา บริเวณนี้ช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปีจะเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลลอยกระทง  พอคิดถึงตรงนี้ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว  


ความทรงจำที่เด่นชัดที่สุดของผมกับที่นี่คืองานลอยกระทงเมื่อตอนอยู่ปีสอง  ทั้งสอยดาวได้เสื้อ สมาคมพ่อบ้านใจกล้า ที่มีข้อความว่า รักเมียมาก  และเสื้อตัวนั้นก็กลายเป็นของสิงไปแบบงงๆ จะบอกว่าสิงชอบเสื้อตัวนี้มากครับ แต่ถูกผมสั่งห้ามเด็ดขาดว่าไม่ให้ใส่ออกไปข้างนอก เพราะสิงใส่เสื้อตัวนี้ทีไรคนที่โดนแซวจะเป็นผมทุกที   งานลอยกระทงปีนั้นยังมีเหตุการณ์ที่สิงโผล่มาประมูลกระทงของผม แถมผมยังโดนพี่บลอสซั่มลากไปเล่นเกมสาวน้อยตกน้ำ จำได้ว่าพวกทาสคุกกี้เล่นใหญ่กันมากแต่ก็ทำให้ชวนหัวเราะไปพร้อมกัน  เป็นเทศกาลลอยกระทงที่สนุกที่สุดในความทรงจำของผมเลยทีเดียว


แชะ! เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นทำให้ผมหันไปมอง สิงเขียนข้อความใต้ภาพที่พึ่งถ่ายไป  ผมรับภาพนั้นมาดู

- ปีสอง : สาวน้อยตกน้ำที่น่ารักที่สุดในโลก


น่ารักที่สุดในโลกอะไรกัน...


“สิง...”

“อะไร”

“เมื่อไหร่จะเลิกอวยแฟน?

“ทำไม?

“เขิน” ผมบอกออกไปตรงๆ สิงส่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางเขินๆของผม มือใหญ่เอื้อมมาหยิกแก้มผมเบาๆ

“น่ารัก!!

“เออน่า รู้แล้ว”

“น่ารักโคตรๆ”

“.....”

“น่ารักจนอยากจะจับฟัด”

“......”

“อยากกอดให้จมอก”

“......”

“อยากกดให้จมเตียง”

“......”

“เรากลับห้องกันเถอะ”

“สิง!!!  สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องนี้อ่ะ” ผมส่ายหน้าดุๆ ทั้งที่หน้าแดงแปร้ด


เจ้าตัวหัวเราะและเปลี่ยนเรื่องด้วยการชี้ชวนให้ผมดูฝูงนกเป็ดแดงที่กำลังหากินอยู่แถวกอบัวหลวงในบึงแทน  นกพวกนี้บินหนีหนาวมาจากไซบีเรีย เมื่อต้นปีที่แล้วที่มหาวิทยาลัยผมตื่นเต้นกันมากที่เห็นนกพวกนี้กลับมาหากินที่บึงแห่งนี้อีกครั้งหลังจากไม่ได้เห็นมาเกือบ 20 ปี  ช่วงเย็นๆ จะมีนักดูนกกับนักถ่ายภาพมาส่องนกที่นี่เป็นประจำ เรายืนดูนกกันอยู่สักพักสิงก็เอ่ยชวนผมเดินเล่นไปตามถนนทิวสน  บรรยากาศยามเช้ากับสายลมเอื่อยๆอย่างนี้ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก จนกระทั้งเราเดินมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นกาลพฤกษ์ที่ออกดอกเป็นพุ่มใหญ่สีชมพูทั้งต้น สวยจนผมต้องอุทานว่าสวยไปหลายรอบ


ผมแหงนหน้าดูช่อดอกสีชมพู พร้อมๆ กับเป็นจังหวะที่สายลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง ทันใดนั้นกลีบดอกไม้บอบบางก็พร่างพรูหล่นลงมาราวกับสายฝนสีชมพู ผมยกมือออกไปรองรับกลีบดอกไม้เหล่านั้นแต่ไม่มีกลีบไหนหล่นลงมาใส่มือผมเลย ผมมองตามจนกระทั่งกลีบสุดท้ายหล่นลงไปคลุมพื้นดินจึงหันไปยิ้มให้คนข้างๆ


“เมื่อกี้สวยเนอะ”

“ฮื่อ... สวยที่สุดในโลกเลย” สิงยิ้มตอบผม ในแววตาคมคู่นั้นมองมาด้วยความลึกซึ้งและอ่อนโยนอย่างที่ผมรู้สึกได้   มือใหญ่เอื้อมมาหยิบบางอย่างออกจากผมของผมพอสิงแบมือออกปรากฏว่าเป็นกลีบดอกกาลพฤกษ์สองกลีบ


“อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกจัง ว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มาดูกาลพฤกษ์ด้วยกัน  กาลพฤกษ์ช่อสุดท้ายในชีวิตการเป็นนักศึกษาของพี่สิง” ผมเอ่ยเบาๆ สิงจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วบรรจงวางกลีบกาลพฤกษ์คู่นั้นบนผ้า พับอย่างนุ่มนวลแล้วยื่นให้ผม

“อ่ะ”

ผมรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาถืออย่างถนอม แอบอมยิ้มเพราะรู้สึกอบอุ่นกับการกระทำเล็กๆน้อยๆของอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก

“หิวรึยัง?” สิงถาม

“นิดหน่อย ไปกินข้าวที่โรงชายกันมั้ย ตอนนี้ร้านคงเปิดแล้วมั้ง?” ผมเอ่ยชวน

“ไปสิ” อีกฝ่ายตอบรับ


*****

โรงชายเริ่มมีนักศึกษาตื่นมากินข้าวกันบ้างแล้ว แต่ที่ทำผมแปลกใจที่สุดก็เห็นจะเป็น...

“มาม๊าาาาา”

หืมมม พวกเด็กแสบมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า

“ทำไมตื่นเช้ากันล่ะวันนี้ พร้อมหน้าพร้อมตาเชียว” ผมทักทาสคุกกี้ที่โบกไม้โบกมือส่งยิ้มระรื่นมาให้ที่หน้าร้านข้าว

“พวกผมเป็นเด็กดี ตื่นเช้างี้ประจำแหละ” น้องหนึ่งตอบ

“ตื่นเช้าอะไรล่ะ ดูท่าจะยังไม่นอนกันล่ะมั้งนั่น” สิงเอ่ยขัด

“ป๊าอ่ะ รู้ทันตลอด”

“เสร็จทันมั้ยล่ะรายงานน่ะ”

“พึ่งเสร็จสดๆร้อนๆ เอาไปส่งเมื่อกี้เลย อาจารย์จับคงลวกมืออ่ะ”

“ตอนมีเวลาไม่รู้จักทำก็เป็นอย่างนี้แหละ” สิงบ่น

แล้วเด็กๆก็หาข้อแก้ตัวกันไปต่างๆนานา แต่ข้อแก้ตัวแต่ละอย่างฟังไม่ขึ้นเลยทำให้ผมขำ  หลังจากพวกเราได้ข้าวคนละจานแล้วก็มานั่งรวมกันที่โต๊ะ น้องบอลจึงได้โอกาสเอ่ยถามพวกผม


“ว่าแต่พวกพี่ไปไหนกันมาหรอ หรือตั้งใจตื่นเช้ามากินข้าวที่นี่?

“เปล่าหรอก พี่สิงเค้าชวนมาขับรถเล่นในมอน่ะ วันนี้อากาศดี”

“วันนี้อากาศดีจริงๆ พวกพี่ได้ไปถ่ายรูปกับดอกกาลพฤกษ์รึเปล่า ต้นหน้าคณะเกษตรก็สวยนะ”

“พี่สิงจะจบแล้วนี่นะ” น้องตั้มเสริม

“ทำงานได้เงินเดือนเยอะๆแล้วกลับมาเลี้ยงข้าวพวกผมด้วยนะป๊า” น้องหนึ่งยื่นหน้ามาเสริม


สิงได้งานแล้วครับ ก็เป็นบริษัทที่สิงไปฝึกงานนั่นแหละ เค้าติดต่อไว้ตั้งแต่สิงฝึกงานจบ นี่ทรานสคริปยังไม่ออกด้วยซ้ำแต่บริษัทก็โทรมาเร่งยิกๆ เพราะกำลังขาดคน

“ได้ข่าวว่าทุกวันนี้พี่ก็เลี้ยงพวกมึงตลอดนะ กินฟรีทุกงานอยู่แล้วนี่” สิงตอบพวกน้องๆด้วยหน้าเนือยๆ ทำให้พวกเด็กๆ หัวเราะชอบใจ 

“พี่สิงใกล้จะไปแล้วหรอ” น้องพีทำหน้าเศร้า

“พวกผมเหงาแย่”

“แต่มาม๊าคงเหงากว่า”

“พี่ไม่อยู่ ฝากดูแลแม่พวกมึงด้วยล่ะ อย่ามัวแต่เล่น” สิงไม่วายสั่งพวกเด็กๆ

“ป๊าไม่ต้องห่วง พวกผมจะผลัดเวรกันไปนั่งเฝ้าหน้าวอร์ดทุกวัน ใครเข้ามาจีบจะไล่เห่าให้กระเจิงเลย”

“ดี”

“ฮะๆ คนหรือหมาเนี่ย  จะขึ้นปีสี่แล้วยังทำตัวเป็นเด็กๆกันอีก” ผมส่ายหน้าขำๆ


“มาม๊าไม่รู้อะไร พวกผมทำตัวน่ารักเวลาอยู่ต่อหน้ามาม๊าเฉยๆ เวลาอยู่ที่คณะถ้าไม่นับพี่สิงพี่เอ็มแล้วก็มีพวกผมนี่แหละที่สาวๆกรี๊ด”

“ทำไม หล่อหรอ?

“เปล่า เดินเข้าคณะแล้วลืมรูดซิป”

น้องพีตอบ ทำให้ทั้งโต๊ะฮาครืน  แต่เอาจริงๆก็รู้แหละครับว่าเด็กๆพวกนี้ก็คงป๊อบกันพอสมควร

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าแป้บเดียวพวกนี้จะขึ้นปีสี่กันแล้ว” สิงเอ่ย

“จริงพี่ เร็วมากอ่ะ ผมรู้สึกเหมือนพึ่งถูกพี่สิงสั่งซ่อมวิ่งรอบสนามกับเคี่ยวซ้อมบาสเมื่อวานนี่เอง”

“เคี่ยวแล้วได้เหรียญมั้ยล่ะ?” สิงเลิกคิ้วถาม

“ครับพ่อครับ”


“เจอพี่สิงครั้งแรกรู้สึกไงกันบ้างหรอ?” ผมถามพวกน้องๆ ด้วยความอยากรู้

“เจอครั้งแรกตอนไปคัดบาส คิดในใจว่า เชี่ยแม่งพี่คนนี้โคตรหล่อ ตอนนั้นเพื่อนผู้หญิงเซคผมแห่กันมาทำสวัสดิการบาสเลยอ่ะ” น้องพีบอก

“สาวกรี๊ดมาก แต่นอกจากจะเชี่ยแม่งโคตรหล่อแล้ว เชี่ยแม่งโคตรโหดยิ่งกว่า ฮ่าๆๆ” น้องตั้มเสริม

“ไอ้หนึ่งกับไอ้ตั้มแหละ เสือกไปมีเรื่องกับพี่ปีสูง ซ้อมเกือบตายเกือบไม่ได้ลงแข่งแล้ว ห่า”

“เออ แม่งห้าว ดีนะพี่สิงมาช่วยพูดให้ ตอนนั้นปาป๊าเท๊เท่ แม๊นแมน พวกหนูตกหลุมรักเลยอ่ะ” น้องพีว่าพลางเอียงหัวทุยๆไปออเซาะ แต่ถูกสิงดีดออกมาแทบไม่ทัน น้องพีเลยได้แต่มองค้อน

“แล้วก็จำได้ว่าได้รู้จักมาม๊าครั้งแรกที่ร้านหมูกระทะ ตอนพี่สิงพาไปเลี้ยงฉลองแชมป์”น้องบอลพูดขึ้นบ้าง

“ฮ่าๆ เออๆ จำได้แม่นเลย วันนั้นพี่หมอเดินเข้ามาในร้าน ออร่ามาแต่ไกล”

“แล้วเป็นยังไง?” สิงถาม

“ก็เจ้าของคุกกี้แสนอร่อย แถมตัวจริงโคตรน่ารัก และเป็นคนเดียวที่เปิดโหมดละมุนของพี่สิงได้ เห็นแล้วประทับจายยยย”  น้องพีส่งยิ้มหน้าเป็นมาให้ผม สิงฟังแล้วหัวเราะหึหึ

“ว๊ายยย มาม๊าหน้าแดง กิ้วๆ”  พวกเด็กแสบยังคงแซวผมอีกหลายยก จนผมต้องเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วนี่จะไปไหนกันต่อ?” ผมถามเพราะเห็นเด็กๆใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศทั้งที่เป็นวันหยุด

“จะไปคุยเรื่องค่ายอาสากับอาจารย์ธนิตครับ” น้องตั้มตอบ

“ปีนี้ไปที่ไหน?” สิงถาม

“เพชรบูรณ์ครับ”


เด็กๆ ทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ไปออกค่ายห้องสมุดกับทุกคนเมื่อครั้งนั้นจริงๆ เป็นความทรงจำช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมยังคงคิดถึงอยู่เสมอ

“คิดถึงตอนไปออกค่ายที่เลยเนอะ” น้องพีเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดผมได้

“ฮื่อ ตอนนั้นสนุกดี วันก่อนนี่ยังนั่งเปิดดูรูปเมื่อตอนไปออกค่ายอยู่เลย” น้องบอลบอก

“กับข้าวของมาม๊าคือที่สุดอ่ะ” น้องตั้มหันมาหาผม

“คนอื่นไปออกค่าน้ำหนักลด ของกูไปออกค่ายน้ำหนักขึ้นจนแม่กูถาม ฮ่าๆๆๆ” น้องพีหัวเราะชอบใจ

“กับเปิดตัวเจ๊หมอก” น้องหนึ่งหัวเราะชอบใจ

“ใช่ๆ พี่สิงเกือบโดนเจ๊หมอกล็อคคอจูบ ฮ่าๆๆๆๆ”


คือตอนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นผมก็ตกใจนะ แต่พอมาเล่าย้อนหลังแล้วผมก็อดที่จะขำไม่ได้จริงๆ ใครจะคิดว่าหมอกเล็งสิงไว้  สิงพอเห็นผมพลอยหัวเราะไปกับเด็กๆด้วยก็หันมาขมวดคิ้วให้

“หัวเราะไปเถอะ” สิงบ่น

“ไอ้พีหัวโนเป็นลูกมะนาวเลย กูจำได้” น้องบอลหัวเราะระหว่างจับหัวเพื่อนโยกไปมา  น้องพีปัดมือเพื่อนออก

“กูเป็นฮีโร่เว้ยยยย ช่วยมาม๊าได้หวุดหวิด”

“นั่นสิ ตอนนั้นขอบใจนะ ถ้าไม่ได้น้องพีพี่คงแย่” ผมลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู

“เล็กน้อยน่ามาม๊า” น้องพีส่งยิ้มให้ผมอย่างน่ารัก

“ว่าแต่ตอนนี้หมอกเป็นไงบ้าง?” ผมอดที่จะถามถึงหมอกไม่ได้

“จะเป็นไงล่ะม๊า ก็สบายดีแหละ ตอนนี้ได้ผัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ควงเด็กวิดยาไปนั่งเฝ้าถึงคณะ แต่ผมว่าเจ๊แกโดนเด็กหลอกแดกมากกว่า”

“ทำไมล่ะ เค้าอาจจะรักกันจริงๆก็ได้” ผมแย้ง

“เออ มึงอ่ะไปมองเค้าในแง่ร้าย” น้องหนึ่งแย้ง

“แง่ร้ายอะไร ก็กูเห็นผัวเจ๊หมอกควงสาวหมวยกระโปรงสั้นคณะเดียวกันอยู่เลย”

“มึงแหละไอ้พีไปแช่งเค้าไว้ เห็นมั้ยได้ซื้อกินเลย”

“ปากกูไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเว้ย  ใครทำอะไรไว้ก็ได้อย่างงั้นแหละ  ดูอย่างพี่หมอดิ สวยวันสวยคืน พี่สิงทั้งรักทั้งหลง  ลูกๆก็เป็นเด็กดี ครอบครัวอบอุ่นเห็นมั้ย แฮ้ปปี้!!

“เออ ก็จริง” เด็กแสบที่เหลือพยักหน้าหงึกหงัก

“ไหงวกมาเรื่องพี่ได้เนี่ย!!?? ผมโวย

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” พวกนี้ยังจะมาหัวเราะชอบใจเมื่อโดนผมชี้หน้า

“แล้วอะไรคือมาชมผู้ชายว่าสวย ทีหลังไม่ต้องเลยนะ”

“เอ๊า ผมโกหกไม่เป็น  สวยก็บอกว่าสวย ไม่เชื่อถามพี่สิงดูก็ได้   พี่สิง...พี่ว่าพี่หมอสวยมั้ย?

เมื่อถูกถามสิงก็หันมามองพิจารณาผมด้วยท่าทางนิ่งๆ อยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันไปตอบน้องพีสั้นๆว่า  “สวย”

“ฮิ้วววววววววววววววว”


เราจบเช้าวันนี้ด้วยเสียงโวยของผมและเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ  ผมแอบมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของทุกคนในตอนนี้อยู่เงียบๆ  ต้องการถนอมความทรงจำดีๆและรักษามิตรภาพเหล่านี้ให้คงอยู่กับเราไปนานๆ  จนกระทั่งได้เวลาทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง  ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมก็รู้อยู่แล้ว ว่าเราไม่อาจจะอยู่กับช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างนี้ตลอดไปได้ 


ผมโบกมือลาเด็กๆ และยืนมองจนกระทั่งพวกนั้นขับรถออกไปสุดสายตา  ก้มลงมองภาพถ่ายใบสุดท้ายของวันนี้ในมือ  มันเป็นภาพหมู่ของผม สิงและเหล่าเด็กแสบโดยฝีมือการกดชัตเตอร์ของคุณป้าร้านข้าว ทุกคนในรูปส่งยิ้มให้กล้อง และผมตั้งชื่อภาพนี้ว่า ครอบครัว


สิงมองภาพถ่ายแล้วเอื้อมมือมาโอบไหล่ผม

“สี่ปีที่ผ่านมามีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมายเลยเนอะ” ผมหันไปเอ่ยกับสิง

“นั่นสิ เป็นช่วงเวลาที่ดีมากจริงๆ แต่เมื่อถึงเวลาทุกคนก็ต้องไปตามเส้นทางของตัวเองล่ะนะ”

“ทำไมรู้สึกเศร้ายังไงไม่รู้” ผมเอ่ย สิงจึงยกมือขึ้นลูบหัวผมแล้วปลอบ

 “ไม่ต้องเศร้าไปหรอก เพราะทุกเหตุการณ์จะอยู่ในความทรงจำของเรา และมิตรภาพเหล่านั้นมันยังคงอยู่ ...ไม่ไปไหนแต่อยู่ตรงนี้” สิงจิ้มนิ้วลงมาที่ตรงหัวใจผมเบาๆ

“...จริงด้วย”

“เราก็กลับกันเถอะ” สิงชวน

“ฮื่อ” ผมตอบรับเบาๆ


สี่ปีที่ผ่านมา หลายๆอย่างในชีวิตของเราเปลี่ยนไปตามวันเวลา ทั้งความรู้สึก ความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นไม่มากก็น้อย  อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจว่าไม่มีวันเปลี่ยนคือผมจะยังคงมีผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้าง ไม่ใช่แค่ข้างกายแต่หมายถึงอยู่ข้างในหัวใจ สิงคือคนที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ผมจะยังมีเขาอยู่เสมอ  ต่อให้เราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาอย่างเมื่อก่อนก็ตาม

 

 *********** 2beCon

 

ไม่ใช่แค่พี่สิงกับหมอแก้มที่เดินทางมาไกล

ตัวผู้เขียนเองก็เช่นกันค่ะ  ตอนที่เขียนนิยายเรื่องนี้ครั้งแรก เพราะอยากถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ไม่ใช่แค่กับคนสองคน แต่อยากเล่าถึงความรัก มิตรภาพที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน พี่ น้อง หรือมิตรภาพจากคนแปลกหน้าระหว่างทาง

ผู้เขียนก็ยังเชื่อว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามเสมอไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครก็ตาม แม้แต่ความรักระหว่างพี่สิงกับหมอแก้มเอง ถ้าตัดเรื่องเพศสภาพออกไป เค้าก็เป็นแค่คนสองคนที่รักกันมากเท่านั้นเอง  บางทีชีวิตคนเราอาจสั้นกว่าที่เราคิด ใช้ชีวิตตอนนี้ให้มีความสุขจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังค่ะ

ที่สุดของการเป็นนักเขียน(สมัครเล่น) คือการที่ผู้รับสารรับรู้ได้ถึงอารมณ์และสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ ดีใจที่ได้รู้ว่าผู้อ่าน ยิ้ม เขิน หัวเราะ หรือกระทั่งร้องไห้ไปด้วยกัน

ขอบคุณทุกกำลังใจและเสียงตอบรับนะคะ  มันมีความหมายมากจริงๆ

ตอนหน้าจะเป็นบทส่งท้ายแล้วค่ะ  แม้จะมีความสุขระหว่างทางมากแค่ไหนแต่ทุกการเดินทางย่อมถึงจุดหมายในสักวันหนึ่ง

รัก

Kuwa.


ปล. ใครอยากได้หนังสือเดี๋ยวจะรีปริ้นท์ให้นะคะ พร้อมๆกับเล่มจบ  นี่คงเป็นรอบสุดท้ายแล้วค่ะ เดี๋ยวรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ ^^

 

((ที่แห่งนี้มีความรักอยู่ คอยรับรู้และคอยเข้าใจ แม้ข้างนอกจะเป็นอย่างไร จะร้อนหรือหนาวแค่ไหน ก็ไม่สำคัญ จะเตรียมความรักไว้ให้เธอพักผ่อน ลืมความร้อนเรื่องราวที่ไหวหวั่น และรอยยิ้มที่มาจากใจ เพื่อเพิ่มเติมความสดใส เมื่อไหร่ที่พบกัน – ที่แห่งนี้ /P.O.P))

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.778K ครั้ง

5,830 ความคิดเห็น

  1. #5813 ผีขนมหยก (@yokandmom) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 01:23
    ฮืออออ ไม่อยากให้จบเลย มันผูกพันมากๆๆๆค่ะ
    #5813
    0
  2. #5697 annan2527 (@annan2527) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:37
    อ่านรวดเดียวจบ ละมุนมาก
    #5697
    0
  3. #5636 Wooddy (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:37

    ทำไมเรารู้สึกอยากจะร้องไห้อะ คิดถึงครอบครัวนี้จังปาป๊า มาม๊าและลูกๆ(ทาสคุกกี้) ไม่อยากให้จบเลย

    #5636
    0
  4. #5604 pheeraphada (@pheeraphada) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 20:56
    รู้สึกคิดถึงและคิดถึง ความรักในทึกรูปแบบที่เคยได้รับ สุดท้ายอิ่มมากครับและดีใจที่อ่านนิยายเรื่องนี้ในช่วงที่อ่อนแอที่สุดในชีวิตครับ ขอบคุณและขอบคุณครับ
    #5604
    0
  5. #5455 I'm SonE ... B2utY ...!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 08:26
    เหมือนเดินทางมาไกลพร้อมกันหมดทุกคนเลย เหมือนเรองฝกล้จะจบเลยอ่ะ อยากเห็นความนักของพี่สิงกับแก้มไปเรื่อยๆ ชอบความเข้าใจกันของคู่นี้ พอได้ย้อนดูความทรงจำที่ผ่านมามันมีความสุขจริงๆเนอะ โชคดีแค่ไหนที่เข้าใจละได้รักกันขนาดนี้
    #5455
    0
  6. #5391 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 23:08

    ชอบมากเลยค่ะ มีเล่าเรื่องสรุปให้ด้วย ซึ้งตามจริงๆ

    #5391
    0
  7. #5371 minuSnine (@rainsdrop) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 03:49

    ตอนนี้มันเศร้าาามากกก น้ำตาซึมอ่า มีพบก่ะต้องมีจาก เป็นเรื่องจริงในชีวิตที่ไม่อยากให้มี

    #5371
    0
  8. #5271 Smuffy (@armymnn01) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 11:22
    ซึ้งงงงงง
    #5271
    0
  9. #5228 Kaikaewka (@lightpurple) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 00:50
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png รอหนังสือคร้า
    #5228
    0
  10. #5172 rinbgn (@rinbgn) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 09:28

    มารอหนังสือค่ะ^^

    #5172
    0
  11. #5171 chocojunk (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 04:55

    อ่านไปยิ้มไปแต่ก็แอบมีโหวงๆในใจอ่ะค่ะ ไม่อยากให้จบเลยอยากอ่านเรื่องราวของพี่สิงหมอแก้ม กับเหล่าผองเพื่อนต่อไปเรื่อยๆเลย ขอบคุณไรท์นะคะเป็นฟิคที่อบอุ่นหัวใจ อมยิ้มทุกครั้งที่อ่านจริงๆค่ะ ถึงเรื่องนี้จะจบลง แต่ก็แอบหวังและรอเรื่องใหม่ของไรต์นะคะ ^^

    #5171
    0
  12. #5169 tassaneeyaporn kaewwangchai (@soiya) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 17:10
    ไมอ่ยากให้จบเลยค่ะ ภาพทุกๆสถานที่ที่ไรท์บรรยาย เหตุการณ์ต่างๆทำให้หนูอยากใช้ชีวืตนศ.ให้คุ้ม ยิ่งได้เป็นส่วนหนึ่งของช่อกัลปพฤกษ์ ทำให้รู้สึกภูมิใจมาก และเข้าใจความรู้สึก อินไปกับตัวละคร เพราะเราก็เคยได้ยืนในจุดนั้นเหมือนกัน / ขอบคุณมากค่ะไรท์ที่แค่งนิยายดีๆให้เราอ่าน
    #5169
    0
  13. #5168 No.2223 (@Momoo11972) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 22:19
    โอ้ยยย ซึ้งน้ำตาจิไหลตอนหน้าขอไม่ซึ้งแบบนี้ได้มันใจหายอ่ะกลัว~~ไม่อยากให้จบเบยยอยู่ไปนานๆT^T
    #5168
    0
  14. #5167 Pusadee_c (@Pusadee_c) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 20:06
    อบอุ่นหัวใจกับความรัก​ มิตรภาพดีๆ​ ไม่ว่าจะแบบคู่รัก​ เพื่อน​ พี่น้อง​ บางตอนอ่านแล้วำให้มีกำลังใจ​ ได้ข้อคิดดีๆ​ อีกด้วย​ ขอบคุยไรท์น่ะค่ะ​ ที่แต่งเรื่องดีๆ​ แบบนี้ให้อ่าน​ ❤️
    #5167
    0
  15. #5166 creamsarang (@creamsarang) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:19
    ดีงามมากๆ สนุกมากๆค่ะ ซึ้งตามหมอแก้มเลย
    #5166
    0
  16. #5165 bambammb2 (@BambamMB) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 08:18
    ไรท์เขียนดีเหลือเกินค่ะเกินคำว่ามือสมัครเล่นไปเยอะเลยเรื่องนี้ดีงามกับใจเรามากๆเลยค่ะ
    #5165
    0
  17. #5164 arimasa12345 (@arimasa12345) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 08:09
    ไม่อยากให้ถึงตอนจบเลยค่ะ
    #5164
    0
  18. #5163 Suntaree Mui (@suntamuimui555) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 23:58
    ซึ้งงงงงง
    #5163
    0
  19. #5162 zixzak2 (@ZixZak) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:25
    คืออ่านตอนนี้น้ำตาไหลเลยอ่ะ โดยเฉพาะอ่านตอนที่ไรต์ทอร์คอ่ะ ฮืออ คิดถึงเพื่อนเลยย
    #5162
    0
  20. #5161 g_suzu (@g_suzu) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:32
    รอเล่มสามนะคะ ใจหายเหมือนกัน ไม่อยากให้จบเลยค่ะ รักไรต์ รักพี่สิงหมอแก้มค่ะ
    #5161
    0
  21. #5160 jaisangad (@jaisangad) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:09
    ไม่อยากให้จบเลย :)
    #5160
    0
  22. #5159 Hayployly (@Hayployly) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 13:03
    เรื่องนี้เป็นเดอะเบสสุดแล้วที่เราอ่านนนนน
    #5159
    0
  23. #5158 ChanyaSuwan (@ChanyaSuwan) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:24
    รอหนังสือเลย ผูกพันธ์จิงๆๆๆ
    #5158
    0
  24. #5157 Tanyaporn2537 (@Tanyaporn2537) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 11:48
    รักทุกคนนนขอบคุนไรทที่ทำนิยายดีๆแบบนี้มาไห้อ่าานคะ
    #5157
    0
  25. #5156 golf8 (@golf8) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 09:18
    รัก...พี่สิงหมอแก้มมมและทุกกกคน
    #5156
    0