Baby... I love you (Yaoi)

ตอนที่ 62 : Baby…I love you 55 : ขอบคุณสรวงสวรรค์...ให้เราได้เจอกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,073 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61



IIIพี่สิงกับหมอแก้มIII


Baby…I love you 55 : ขอบคุณสรวงสวรรค์...ให้เราได้เจอกัน 

 

“สิง คุณแม่ชอบกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า” ผมถามสิงเป็นรอบที่ร้อย และสิงก็ตอบคำเดิมมาเป็นรอบที่ร้อยว่า


“อะไรก็ได้ แม่กินได้หมดแหละ”


“เอาดีๆสิ” ผมเงยหน้าจากกระดาษจดรายการอาหารที่จะทำพรุ่งนี้มาขมวดคิ้วให้ร่างสูงที่นอกจากจะนั่งมองท่าทางกระวนกระวายใจของผมด้วยรอยยิ้มแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย  สิงหัวเราะเบาๆให้ผมก่อนดึงกระดาษรายการอาหารไปกวาดตาอ่าน


“โห... ถ้าทำหมดนี่น่ะเลี้ยงคนได้ทั้งคอนโดเลยนะแก้ม”


“ก็จดๆไว้เดี๋ยวมาเลือกอีกที  สิงช่วยเลือกหน่อยสิ อย่าเอาแต่ยิ้ม” ผมบ่นให้คนข้างๆ ทั้งที่ผมกลุ้มจะแย่แต่อีกฝ่ายดูจะชอบใจเหลือเกินที่เห็นผมกระวนกระวายใจ


“ก็ท่าทางว้าวุ่น ดูตั้งอกตั้งใจจะทำกับข้าวเอาใจแม่สามีขนาดนี้เห็นแล้วมันน่ารักอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ” ผมจึงมองค้อนคนข้างๆพร้อมๆกับที่รู้สึกเขิน


“หัวเราะไปเถอะ ตัวเองไม่ได้มาเจอคุณแม่เวอร์ชั่นหวงลูกชายเมื่อเช้านี่”  สิงเคยบอกผมบ่อยๆว่าคุณแม่ใจดี และผมก็เชื่ออย่างนั้นมาตลอดจนกระทั่งเจอคุณแม่เมื่อเช้านี่แหละครับ  คุณแม่อาจจะใจดีกับคนอื่นก็ได้แต่กับผมนี่บอกเลยว่าน่ากลัวมาก (ก ไก่ ล้านตัว)


จนถึงตอนนี้ก็ผมยังตระหนกไม่หายจากเหตุการณ์เมื่อเช้า เพราะการเจอแม่สิงแบบที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนยิ่งทำให้ผมทำตัวไม่ถูก แถมคุณแม่ยังมาเจอผมตอนกำลังอบขนมหน้ามันแผล่บอยู่ในครัวซะด้วย ความประทับใจแรกสำหรับคุณแม่คงติดลบ


“ไม่ต้องกังวลไปหรอก” สิงปลอบ


“อื้ม...”


 “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น?”  สิงถามเมื่อเห็นท่าทางนอยด์ๆของผม


“ก็เมื่อเช้า....”


“เมื่อเช้าคุณแม่แค่ต้องการหาคำตอบที่คุณแม่อยากรู้เท่านั้นเอง”  สิงลูบแก้มผมเบาๆ ระหว่างมองผมด้วยแววตาลึกซึ้ง


“คำตอบหรอ?”


“หึหึ... ถ้าเมื่อเช้าคะแนนเต็มร้อย แก้มคงได้ซักพันคะแนนนี่แหละมั้ง”


“จริงอ่ะ?! 


“จริงสิ จะโกหกทำไม  เป็นไงล่ะประสบการณ์เจอแม่สามีครั้งแรกประทับใจมั้ย? ถึงกับปล่อยโฮเลย” นิ้วเรียวเขี่ยแก้มผมล้อๆ


“ยังจะล้อเล่นอีก ทางนี้เครียดจะตายอยู่แล้วนะ”  ผมหมั่นไส้อีกฝ่ายมากเลยฟาดแขนล่ำๆนั้นไปหลายที สิงเลยรวบตัวผมเข้าไปกอดซะแน่น


“ขอบคุณนะ” อยู่ๆสิงก็ขอบคุณผมด้วยเสียงทุ้มนุ่มชิดริมหูผม


“ขอบคุณเรื่องอะไร?” ผมเอ่ยถามเบาๆ ซุกหน้าลงกับอกอุ่นของอีกฝ่าย


“ขอบคุณที่แก้มเป็นแก้ม ขอบคุณที่รักกัน ขอบคุณที่ปกป้องรักของเรา”


ผมกอดตอบสิงด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี เมื่อเช้าผมกลัวมากเลย กลัวที่จะไม่ได้กอดสิงอีก  ผมซบหน้าลงกับอกกว้าง  ไม่รู้อนาคตพรุ่งนี้ของเราจะเป็นอย่างไร  คุณแม่ของสิงจะว่ายังไงบ้าง สิงบอกไม่ให้ผมกังวลแต่ผมก็อดกลัวไม่ได้จริงๆ  ผมนึกภาพตัวผมที่ไม่มีสิงไม่ออก...


“ยังคิดมากอยู่หรอ?” สิงถามเมื่อเห็นผมเงียบไป


“นิดหน่อย”


“งั้นเดี๋ยวช่วย”


“จะช่วยคิดเมนูหรอ?” ผมเงยหน้าขึ้นถามอย่างดีใจ 


“เปล่า  ช่วยให้แก้มเลิกคิดมากต่างหาก” ร่างสูงตอบพร้อมๆกับพลิกร่างผมให้เอนลงไปกับโซฟาแล้วตามมาทาบทับทันที  ผมตกใจรีบใช้มือยันหน้าอกของคนข้างบนไว้


“ไม่ต้องเลย คนกำลังกลุ้มอยู่ยังมีหน้ามาทำเจ้าชู้ใส่อีก”  แต่สิงทำเพียงหัวเราะแล้วเริ่มซุกไซร้ซอกคอผม ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดผิวทำให้ผมใจสั่น รู้จุดอ่อนผมทุกทีสิน่า


“อื้อ... ไม่เอานะ”


“ไม่เอาอะไร?” สิงถามหน้าตาย


“ไม่เอาอย่างนี้...”


“อย่างนี้คืออะไรอ่ะ?” ยังจะมาแกล้งถามผมกลับอย่างไม่รู้ไม่ชี้อีก ผมนี่หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


“ไม่ตอบก็ไม่หยุดนะ ว่าไง ไม่เอาอะไร?” สิงพูดงึมงำกับซอกคอผม ระหว่างไซร้ริมฝีปากร้อนไปมากับผิวอ่อนที่ลำคอทำเอาผมขนลุกเกรียว


“ว่าไง” สิงยังถามจะเอาคำตอบจากผมให้ได้โดยที่มือเริ่มเลื้อยเข้ามาก่อกวนใต้เสื้อของผมจนต้องรีบตะครุบไว้


“ไม่ทำ... เอ่อ”


“อะไร?” 


“ม..ไม่ป่ามป๊าม” ผมหลับหูหลับตาตอบออกไปด้วยหน้าแดงๆ ไม่เคยพูดคำโจ่งครึ่มอะไรตรงๆขนาดนี้มาก่อนเลยครับ เขินมาก

“.....” สิงหยุดชะงักกึกไปชั่วครู่ก่อนระเบิดหัวเราะออกมาชนิดน้ำหูน้ำตาไหล 


“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ  โอ้ยยยยยย แก้มมมมม น่ารักอ่ะ ป่ามป๊ามงั้นหรอ คำศัพท์อนุบาลมาก  ฮะๆๆๆๆ”


เรียกป่ามป๊ามตลกตรงไหนนนนนนนนนนน ผมนี่ขมวดคิ้วยุ่งเลยครับ  พอสิงเห็นผมหน้างอ อีกฝ่ายเลยพยายามกลั้นหัวเราะแล้วหันมาง้อผม


“โอ๋ๆ เด็กน้อย ไม่หัวเราะแล้วก็ได้ อย่างอนสิ น่ารักจังเลยครับ” ว่าเสร็จก็ก้มลงมาหอมแก้มผมหนักๆไปหนึ่งฟอด


“ไม่งอน  ปล่อยเลย!


ผมหันหน้าหนีแต่สิงแตะใบหน้าผมให้หันกลับมาสบตากันอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมไม่มีแววล้อเล่นแล้ว  ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ ใช้หน้าผากแตะหน้าผากผม  จมูกเราคลอเคลียกันก่อนที่สิงจะกระซิบเสียงทุ้ม “สามเดือนมานี้เป็นยังไงบ้าง”


“ถามทำไม เราก็โทรคุยกันแทบทุกวันไม่ใช่หรอ”


“เหงามั้ย?”


“.....”

คำถามของสิงทำให้ผมชะงักก่อนหลับตาลงแล้วพยักหน้าเบาๆอย่างยอมรับความรู้สึกตัวเอง  สามเดือนที่สิงไม่อยู่ ผมเหงามากเลยแต่ไม่อยากจะงอแงกับสิงเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมีหลายอย่างที่ต้องทำทั้งที่ใจอยากจะอ้อน อยากจะให้กลับมาเจอกันบ้าง

 

สิงจูบผมเบาๆที่ริมฝีปาก ไล้จมูกโด่งผ่านแก้มขมับแล้วกลับมาหยุดที่ริมหูของผมก่อนกระซิบเว้าวอนด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผมแทบละลาย  “คิดถึงแก้มมากเลย  so I wanna make love to you ...all night  ได้มั้ยครับ?”


“.......”

เหมือนผมถูกสิงล่อลวงด้วยเสียงทุ้มหวานหู  เฮ้อ...แพ้จนได้... รู้ตัวอีกทีผมก็ยอมให้สิงอุ้มมาที่เตียงซะแล้ว


“สิง...จะทำจริงๆหรอ?” ถามอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจแม้จะรู้ตัวว่าเสียงอ่อนเต็มที


“ทำไม? ” สิงถามทั้งที่มือยังไม่หยุดสร้างความปั่นป่วนกับเรือนร่างของผม


“ก็..สิงชอบทำรอย  เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่มา อายคุณแม่อ่ะ...”


“สัญญาว่าจะไม่ทำรอยนอกร่มผ้า โอเคมั้ย?”  ดูพูดเข้า คือยังไงก็จะทำรอยให้ได้ใช่มั้ย?  แล้วทำไมเป็นคนมือไวอย่างนี้ เสื้อของผมถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลยครับ


“ด...เดี๋ยวเพลีย....พรุ่งนี้ต้องเจอคุณแม่ด้วย” ผมยังไม่เลิกล้มความพยายามที่จะห้าม  แต่ความตั้งใจของผมคงเทียบไม่ได้กับความมุ่งมั่นของสิงตอนนี้


“งั้นครั้งนี้จะทำเบาๆ” สิงเอ่ยพร้อมกลั้วหัวเราะ รู้เลยครับว่าตอนนี้หน้าผมคงกำลังแดงก่ำแน่ๆ


“เคยด้วยหรอ?” ผมถามด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด บอกจะทำเบาๆทีไร ไม่เคยเบาอ่ะ


“เดี๋ยวทำแค่ครั้งเดียว แก้มจะได้ไม่เพลีย”  อีกฝ่ายตอบขณะที่เลื่อนใบหน้าต่ำลงเรื่อยๆ ริมฝีปากและลิ้นร้อนๆและเล็มอยู่แถวหน้าอกผม


“โกหก เมื่อกี้บอกอยู่เลยว่า all night ”  


คำพูดของผมทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ “ชอบจังคนรู้ทันเนี่ย เดี๋ยวพี่สิงให้รางวัลนะครับ ชดเชยที่ไม่ได้กอดแก้มตั้งสามเดือน ขอโทษนะ แก้มคงจะเหงามากเลยใช่มั้ย” ผมอ่ะแค่เหงา แต่คนตรงหน้านี่ทั้งเหงาทั้งหื่นจนผมอ่อนใจ  ทั้งหมั่นไส้ระคนเอ็นดู


เฮ้อ... พาลเผลอตัวเผลอใจไปกับลูกอ้อนของสิงจนได้ “ง...งั้นครั้งเดียวนะ”


“รับทราบ” สิงตอบรับ  แต่รอยยิ้มร้ายๆนั่นคืออะไรอ่ะ  นี่ผมคิดผิดรึเปล่านะ

 

เช้าวันรุ่งขึ้นผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบลอๆ  พอจะขยับร่างกายที่อ่อนล้าก็พอว่าตัวเองถูกกอดไว้ด้วยอ้อมแขนอุ่นของคนที่คุ้นเคย  กระพริบตาปรับสมองอยู่ชั่วครู่ก็เริ่มจะจำได้เหตุการณ์เมื่อคืนได้  หันไปมองใบหน้าหล่อๆที่ยังคงหลับสนิท พอเห็นท่าทางอิ่มเอมนั่นก็ทำให้นึกโมโหขึ้นมา


“โอ้ยยยยยย แก้ม เจ็บ ทำร้ายกันทำไมเนี่ย?”  สิงสะดุ้งตื่นเมื่อถูกผมหยิกเข้าไปเต็มแรงที่เอวสอบ


“ก็เมื่อคืน...” ผมไม่พูดต่อเพราะไม่อยากจะพูดอะไรที่มันเข้าตัวให้สิงได้ล้อเลียนไปมากกว่าเดิม


“ทำไมล่ะ แก้มอนุญาตเองนะ”


“ก...ก็... บ้าที่สุดเลย!!”  จำได้มั้ยครับที่เมื่อคืนผมบอกสิงว่ายอมให้ครั้งเดียว  แต่สิงตีความคำว่าครั้งเดียวของผมชนิดเข้าข้างตัวเองไปไกลสุดกู่  ไม่ขอพูดถึงแล้วกัน แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เช้านี้ผมรู้สึกเพลียมากเลย


“ก็ครั้งเดียวไง ข้างในตัวแก้ม...”


“หยุด! อย่าพูด ไม่อยากฟัง คนลามก” ผมยกมือขึ้นปิดหูแดงๆของตัวเองทันทีเมื่อสิงทำท่าจะเอ่ยอะไรที่ทะลึ่งๆออกมาก  ถามว่ารู้ได้ไงน่ะหรอครับ  ก็รู้จากแววตาวิบวับแสนเจ้าเล่ห์คู่นั้นนั่นไง


สิงหัวเราะกับท่าทางของผม ก้มลงจูบไหล่เปลือยที่โผล่พ้นผ้าห่มก่อนลุกออกจากเตียงทั้งๆที่ไม่ได้สวมอะไรเลย


“รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวไปชงกาแฟมาให้”


“สิง!! หาอะไรใส่หน่อยสิ หน้าไม่อาย”


“โวยทำไมเนี่ย ทีเวลาแก้มโป๊พี่สิงยังไม่เห็นจะบ่นเลย”


ผมไม่ตอบแต่คว้าบ๊อกเซอร์ของสิงที่หล่นอยู่พื้นข้างเตียงขึ้นมาปั้นเป็นก้อนก่อนปาใส่หน้าหล่อๆไปที  สิงรับบ๊อกเซอร์ที่ผมปาไปอย่างสบายๆแล้วยืนใส่โชว์อยู่ตรงนั้นอย่างอ้อยอิ่ง  เฮ้ออออ ผมนี่ไม่มีอะไรจะพูดแล้วครับจึงได้แต่ซุกหน้าแดงๆของตัวเองลงกับหมอน หูก็ได้ยินเสียงหัวเราะขำของอีกฝ่ายแว่วห่างออกไป

 

สิงหายไปสักครู่ก็กลับมาที่เตียงพร้อมกาแฟร้อนๆสองแก้วในมือ  ร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงโดยมีผมนั่งพิงอกสิงอีกที  การได้นั่งจิบกาแฟหอมๆอุ่นๆบนเตียงในยามเช้ากันสองคนเงียบๆอย่างนี้ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


เรานั่งกอดกันบนเตียงอยู่เงียบๆ บางครั้งระหว่างเราก็ไม่จำเป็นต้องสรรหาถ้อยคำอะไรมาพูดกันมากมาย แค่เท่านี้นี้ก็มีความสุขมากแล้วสำหรับเราทั้งคู่


“อ่ะ”


อยู่ๆสิงก็ยื่นกระดาษใบหนึ่งให้ผม  ผมรับไปดูจึงรู้ว่ามันคือกระดาษจดรายการเมนูอาหารของผมเมื่อคืน ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ บางเมนูถูกขีดด้วยปากกาไฮไลต์ไว้เรียบร้อย


“ช่วยเมียทำคะแนนกับแม่สักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าเมื่อคืนเรากินแรง”


“ฮึ” ดูพูดเข้า... ผมเหลือบตามองคนที่นั่งซ้อนหลังอยู่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนหันกลับมาอ่านเมนูอาหารที่สิงช่วยเลือกด้วยความดีใจ  คุณแม่สิงชอบทานอะไรที่คล้ายๆสิงเลยครับ


“นี่เลือกเมนูที่แม่ชอบหรือที่ตัวเองอยากกินกันแน่เนี่ย?”


“ก็เป็นแม่ลูกกันนี่ เลยชอบอะไรคล้ายๆกัน”


“ขอบคุณนะ” ผมยื่นหน้าไปจูบแก้มสีแทนเร็วๆทีหนึ่งเป็นการขอบคุณ พอทำแล้วก็เขินเองเลยโบกเมนูอาหารในมือไปมาแก้เขิน

“งั้น...เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จแล้วจะได้ออกไปซื้อของมาเตรียมทำกับข้าว สิงจะไปด้วยมั้ย?” ผมถามอีกฝ่ายพลางหันไปหยิบเสื้อยืดของสิงที่ถอดทิ้งเมื่อคืนมาสวม  เสื้อผ้าของผมนั้นสิงเหวี่ยงหายไปทางไหนก็ไม่รู้ครับ   ระหว่างลุกออกจากเตียงอยู่ๆร่างสูงก็เดินมายืนซ้อนหลังแล้วคว้าเอวผมไว้


“อะไร?” ผมเอี้ยวตัวไปถามอย่างงงๆ


“ใส่เสื้อยืดตัวเดียวอย่างนี้แล้วโคตรเอ็กซ์เลยอ่ะ”  ไม่พูดเปล่า แต่โอบผมให้ถอยไปแนบชิดลำตัวของตัวเองมากขึ้นและผมก็หน้าร้อนผ่าวเมื่อรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่อุ่นร้อนดุนดันอยู่กับสะโพกของผม


“โอ้ยยยย สิง พอแล้วนะ รู้จักยับยั้งชั่งใจซะบ้าง”


“แก้มอ่ะ...”


“ไม่แก้มอ่งแก้มอ่ะอะไรทั้งนั้นแหละ ไปจัดการตัวเองเลย เดี๋ยวสาย”


“จัดการให้หน่อยสิ” อีกฝ่ายทำหน้าอ้อน


“ไม่เอ๊าาาาา”  ผมยื้อตัวเองไว้หน้าตื่นเมื่อถูกลากไปทางห้องน้ำ  แล้วก็อย่างที่รู้ว่าผมไม่เคยสู้แรงของสิงได้เลย  โอ้ยยย ผมควรจะจัดการกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่ายยังไงดีเนี่ย! 


+++


หลังจากจัดการมื้อเช้าเป็นแซนวิชง่ายๆเราก็ออกไปซื้ออาหารสดและกลับมาเตรียมมื้อเที่ยงเพื่อต้อนรับแม่ของสิงกัน โดยที่มีร่างสูงคอยป้วนเปี้ยนช่วยหยิบจับโน่นนี่อยู่ในครัวด้วยไม่ห่าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอกครับเพราะรายนี้ถนัดกินมากกว่า สกิลการทำครัวของสิงเลเวลสูงสุดคือการต้มมาม่า


“แก้มๆ ดูนี่ เป็นไง สวยเปล่า” สิงยกจานผักที่ผมมอบหมายหน้าที่ให้จัดขึ้นมาอวดด้วยท่าทางภูมิใจ


“เก่งครับ” ผมชม 


“โห...หอมมาก หิวแล้วอ่ะ กินก่อนได้มั้ย?” สิงชะโงกหน้ามาดูต้มข่าไก่ในหม้อที่ผมพึ่งทำเสร็จแล้วและตอนนี้กำลังมองไปทางหม้อหุงข้าวตาเป็นมัน


“ไม่ได้สิ ต้องรอคุณแม่ก่อน”

 

ปิ๊งป่อง

 

ผมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น มองนาฬิกาก็เห็นว่าพึ่งจะ 11 โมงนิดๆ คุณแม่มาเร็วกว่าที่คิด ผมยังไม่ได้เตรียมใจเลย ได้แต่หันไปมองสิงหน้าตื่น


“หึหึ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น?” อีกฝ่ายหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางตื่นๆของผม


“ตื่นเต้น” ผมตอบพลางยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง พยายามปลอบหัวใจไม่ให้เต้นแรงเกินไป


“ฮะๆ ทำตัวปกติเถอะ” สิงยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มผมก่อนเดินไปเปิดประตู  ผมจึงเดินออกไปต้อนรับบ้าง


ผมมองคุณแม่ที่เดินเข้ามาด้วยลุคที่ผิดกับเมื่อวานราวกับไม่ใช่คนเดียวกัน  แม่ของสิงวันนี้แต่งตัววัยรุ่นมากกก 


ถ้านี่คือลุคปกติของเธอ ผมก็ไม่แปลกใจที่เมื่อวานสิงจะเอ่ยปากแซวแม่ตัวเอง  กางเกงยีนส์ขาห้าส่วนสีซีดขาดตรงเข่า เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวเก็บชายเสื้อไว้ในกางเกงอย่างเนี้ยบและสวมทับด้วยแจคเกตยีนส์ สนีคเกอร์ลาคอสสีขาว  ต่างหูห่วงสีเงินอันใหญ่และแต่งหน้าแบบสวยเฉี่ยว  ดูเก๋และเปรี้ยวมาก แต่ก็ยังคงความดูแพงด้วยกระเป๋าแอร์เมสอยู่ดี วันนี้ไม่มีทรงผมไม่ตีกระบังแล้วยิ่งทำให้ดูเด็กลงกว่าอายุจริงมาก ถ้ามีคนบอกว่าเป็นพี่สาวของสิงผมคงเชื่อ


“สิง ลงไปเอาถุงของฝากในรถขึ้นมาให้หน่อย แม่ลืมไว้อยู่ท้ายรถน่ะ ถุงสีฟ้านะ”  มาถึง แม่สิงก็โยนกุญแจรถให้ลูกชายทันทีแบบไม่มีเกริ่น  สิงรับกุญแจไว้ด้วยมือเดียวก่อนหรี่ตามองแม่ตัวเองอย่างจับผิด


“อย่าแกล้งอะไรแก้มอีกล่ะ  เมื่อวานแม่กลับไป เค้าร้องไห้ใหญ่เลย”


“สิง” ผมเรียกอีกฝ่ายดุๆ ก่อนหันไปแก้ตัวกับคุณแม่


“ไม่ใช่เพราะคุณน้านะครับ ผมแค่...ตกใจนิดหน่อย”


“ฉันไม่ทำอะไรแฟนแกหรอกน่า  ไปได้แล้ว รถจอดช่อง 2B นะ”  คุณแม่โบกมือไล่  และทันทีที่สิงออกจากห้องไปแม่ก็หันมากอดอกเผชิญหน้ามองผม  เล่นเอาผมถึงกับสะดุ้ง เกร็งตัวรอรับวาจาเชือดเฉือนอย่างที่เจอเมื่อวาน


อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองท่าทางตื่นๆของผมด้วยใบหน้าอมยิ้ม ไม่มีรังสีคุณหญิงแม่สุดโหดแม้แต่น้อย


“เรามานั่งคุยกันเถอะ”  แม่เอ่ยชวนและเอื้อมมาดึงมือผมไปนั่งที่โซฟา


“เมื่อวานขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ  แล้วก็...ทำให้ร้องไห้ด้วย” น่าประหลาดใจเมื่อสิ่งแรกที่คุณแม่ทำคือการเอ่ยคำขอโทษ  ผมนิ่งไปเพราะไม่คิดว่าเธอจะขอโทษผมออกมาตรงๆอย่างนี้  รู้สึกนับถือในตัวตนของผู้หญิงตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เธอเป็นผู้ใหญ่กว่าแต่กลับไม่ลังเลเลยที่จะพูดคำว่าขอโทษกับเด็กอย่างผม


“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ...”


“เข้าใจว่าไง?” คุณแม่ถามกลับ


“เข้าใจว่าคุณน้าเป็นห่วงสิงมาก เลยอยากรู้ว่าคนที่สิงกำลังคบอยู่เป็นคนยังไง”


“ใช่แล้วนั่นก็เป็นความตั้งใจหลักๆ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะสิงมาอวดเรื่องหนูกับแม่ไว้เยอะ ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันที่สิงบอกว่ามีแฟนเป็นผู้ชาย แต่พอเห็นรูปที่สิงเอาให้ดูแล้วก็น่ารักดี”


“สิงบอกเรื่องผมกับคุณน้าเองเลยหรอครับ?” ผมถามอย่างตกใจ 


มิน่า คุณแม่ดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นผมเมื่อวาน และสิงก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือกังวลอะไรเลยที่แม่มาเจอผม  สิงไม่บอกเรื่องนี้กับผมสักคำ   ผมก็เข้าใจไปเองว่าแม่แอบไปสืบเรื่องของผมมา ที่ไหนได้เพราะสิงไปเล่าให้ฟังหรอกหรอ


“ใช่สิ แม่ยังบอกว่าให้พามาแนะนำหน่อย สิงก็ไม่ยอมพามาแนะนำสักที มีแต่บอกว่าหนูไม่กล้ามาเจอ  แม่ก็เลยมาหาเองซะเลย”


“ขอโทษครับ ให้ผู้ใหญ่มาหาเองอย่างนี้ ดูเสียมารยาทยังไงไม่รู้” ผมบอกอย่างรู้สึกผิด


“โอ้ยยย คิดมาก”  อีกฝ่ายโบกมือไปมาคล้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย


“แล้ว...สิงไปบอกคุณน้าว่ายังไงหรอครับ” ผมถามอย่างหวั่นๆ นี่สิงคงไม่ได้ไปเล่าอะไรแปลกๆ ให้คุณแม่ฟังหรอกนะ


“เค้าบอกว่าหนูน่ารัก  มากกว่าหน้าตาคือจิตใจดี ถ้าแม่รู้จักแล้วจะต้องรักหนูเหมือนที่เค้ารัก”


“......” ผมฟังคำตอบแล้วได้ทำได้เพียงก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม  รู้สึกอบอุ่นข้างในหัวใจเกินจะบรรยาย นี่คือสิ่งที่สิงเอ่ยถึงผมลับหลังให้คนที่เค้ารักฟัง


“ทีแรกแม่ก็นึกว่าเค้าโม้  แบบหลงแฟนไรงี้”  แล้วแม่สิงก็ไม่ได้อธิบายต่อว่าพอได้รู้จักผมจริงๆแล้วคุณแม่คิดยังไง


เราเงียบกันไปสักครู่ สายตาของคุณแม่ละจากผมออกไปมองวิวนอกห้องผ่านกระจกใสบานใหญ่ เมฆก้อนเล็กเป็นปุยขาวลอยอยู่ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าจัด เป็นภาพที่แปลกตาดีแล้วแม่สิงก็เอ่ยขึ้นมา


“.... สิ่งที่แม่ได้เรียนรู้หลังจากพ่อของสิงเสียจากอุบัติเหตุคือชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักอย่าง เมื่อวานเราอาจหัวเราะวันนี้เราอาจร้องไห้  เมื่อคืนเรากินข้าวนั่งดูทีวีด้วยกัน เช้านี้เค้าอาจไม่อยู่แล้ว   ชีวิตของเรามันสั้นเกินกว่าที่จะมาเสียเวลาให้กับความทุกข์ใจและคำพูดไร้สาระของคนอื่น ตอนนี้อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ   ถ้าพวกหนูสองคนจะรักกันแม่ก็ไม่ห้าม ในเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่และยังมีโอกาส เราก็ควรจะถนอมคนที่เรารักและรักเราไว้ดีกว่า”


“ครับ”  ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณแม่ของสิงดี เพราะผมก็เคยสูญเสียคนสำคัญไปเหมือนกัน


“......”  แม่ของสิงเงียบไปอีกครั้งเหมือนเธอกำลังคิดอะไรหรือไม่ก็คิดถึงใครบางคนที่อยู่แสนไกล ชั่วขณะหนึ่งผมรู้สึกว่าในแววตาของคุณแม่ช่างดูเปราะบางขัดกับบุคลิกภายนอกที่แสดงออกมากมายนัก จึงทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดในมุมของตัวเองบ้าง


“อย่างน้อยถึงแม้ว่าตัวเค้าจะจากไปแล้ว แต่ความรักของเค้าก็ยังคงอยู่กับเรานะครับ ผมแน่ใจในเรื่องนี้” ผมแค่อยากปลอบคุณแม่ของสิงเมื่อได้เห็นแววตาเจือความเศร้าของเธอ


แม่สิงเบือนหน้าจากก้อนเมฆมามองที่ผมนิ่งนานอย่างพิจารณาก่อนเอ่ย  “ปกติแม่ไม่ค่อยตัดสินใครง่ายๆหรอกนะ แต่แม่ว่าหนูใช้ได้เลยแหละ หึหึ... สิงมันไม่ได้โม้สินะ” คุณแม่เอ่ยยิ้มๆ ทำให้ผมที่ได้รับคำชมถึงกับเขิน ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว


“เอ่อ... ผมขอถามอะไรสักอย่างได้มั้ยครับ?


“ถามมาสิ”


“คุณแม่ไม่คิดว่าความรักระหว่างผมกับสิงเป็นเรื่องแปลกหรอครับ ทั้งๆที่...เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน” ผมเลียบเคียงถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจ


“แล้วการที่พวกหนูรักกันมันไปทำความเดือดร้อนให้ใครรึเปล่าล่ะ?” คุณแม่ถามผมกลับ


ผมไตร่ตรองคำถามนั้นก่อนส่ายหน้า “เปล่าครับ”


“ถ้างั้นอะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ  เราไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใครนี่นา ส่วนใครจะมาเดือดร้อนเรื่องของเราก็ปล่อยเค้าไป เราห้ามความคิดคนไม่ได้อยู่แล้วนี่..ใช่มั้ย” แม่สิงตอบง่ายๆ 


ผู้หญิงคนนี้โคตรเจ๋งเลย... ผมรู้แล้วว่าสิงถอดแบบแนวคิดและวิธีการใช้ชีวิตมาจากใคร 


“ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ให้อิสระกับสิงมาโดยตลอดไม่เคยบังคับเค้าเลยไม่ว่าเรื่องอะไรและคงไม่คิดจะเริ่มตอนนี้ แม่รู้จักลูกชายตัวเองดี สิงไม่ใช่คนโง่ ตรงกันข้ามเค้าออกจะฉลาด ก็คงไม่แปลกที่เค้าจะเลือกคนที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แม่ว่าเรื่องหนูเค้าคงคิดมาดีแล้วแหละ สิงเค้าจริงจังมากนะไม่งั้นเค้าคงไม่บอกแม่หรอก” แม่สิงเอื้อมมือมาจัดปอยผมที่ยุ่งเล็กน้อยของผมอย่างอ่อนโยนก่อนเอื้อมมากุมมือผมไว้ทั้งสองข้าง


“ได้รู้จักหนูแม่ก็สบายใจ ทั้งๆที่เมื่อวานเจอหนักขนาดนั้นก็ยังมีสติ ไม่ฟูมฟาย ดูเข้มแข็งต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นนะ และแม่ชอบมากที่หนูเป็นคนเย็นเพราะสิงเป็นคนใจร้อน  ภายนอกเค้าอาจจะดูนิ่งๆเหมือนจะเย็น แต่บางครั้งบางเรื่องเค้าค่อนข้างที่จะอารมณ์ร้อนเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน”


“จริงครับ”  สมกับเป็นแม่  รู้จักลูกชายตัวเองแบบทะลุปรุโปร่ง


“คนข้างๆต้องเย็นแบบนี้แหละถึงจะเบรกเค้าได้ นี่มันคงจะขี้หึงด้วยสินะ”


 “ฮะๆ ก็...นิดหน่อยครับ”  จริงๆก็ไม่นิด...


 “ตอนเด็กๆของชิ้นไหนที่เค้ารักนะเค้าจะหวงมาก ไม่ยอมให้ใครแตะเลย นี่พอมีแฟนคงหวงแฟนมากอ่ะแม่ว่า ใช่มั้ย?”


“นินทากันเข้าไป” อยู่ๆก็มีเสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาทำให้ผมสะดุ้ง  สิงกลับเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบครับ  เจ้าตัวเดินเข้ามาพร้อมถุงของฝาก เอามาวางตึงไว้บนโต๊ะตรงหน้าก่อนกระแทกตัวนั่งลงข้างๆผม


“แม่บอกช่องจอดผมผิด เดินหาซะทั่วชั้นเลยกว่าจะเจอ” มาถึงก็บ่นเลยครับ


แม่สิงเอามือทาบอกพร้อมทำหน้าตกใจ “อ้าวหรอ โทษที แก่แล้วก็งี้ ขี้หลงขี้ลืม”


“ก็ไม่นะ”


“หรอ ไม่แก่หรอ?”


“ไม่เนียน...”


“โฮะๆ” คุณแม่ยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะเมื่อโดนลูกชายจับได้


“ว่าแต่เมื่อวานแม่ดึงหน้าแทบแย่อ่ะ กลัวตีบทแม่ผัวจอมโหดไม่แตก ดูสินี่ตีนกาขึ้นมาสองเส้น ต้องไปเติมโบแล้วเนี่ย” คุณแม่ว่าพลางเอียงหน้าชี้ให้ลูกชายดูริ้วรอยจางๆที่หางตาประกอบ


“กรรมสนองไง ค่าที่มาทำแก้มร้องไห้” สิงว่าพลางยกแขนขึ้นมาโอบไหล่ผม คุณแม่มองแล้วได้แต่เบะปากใส่ลูกชายตัวเองด้วยความหมั่นไส้ ก่อนหันมาแซวผม


“ร้องไห้เพราะกลัวจะได้เลิกกับสิงใช่มั้ยจ้ะ  หนูรักลูกชายของแม่มากนี่เนอะ”


“อ..เอ่อ..” โดนคุณแม่ย้อนคำพูดเมื่อวาน ทำให้ผมหน้าร้อนผ่าวทันที และก็หันไปเจอสายตาของสิงที่มองมาด้วยแววตาลึกซึ้งชวนให้เขินจนทำหน้าไม่ถูก


“ลูกชายแม่นอกจากหล่อแล้วมีอะไรดีน๊า...หนูแก้มถึงได้รักมากมายขนาดนี้”


“.....”


เมื่อถูกคุณแม่ถามเย้าๆ สิงก็ไม่ละเลยที่จะช่วยขยี้ซ้ำ “ว่าไงล่ะ ตอบคุณแม่ไปสิ”


“เอ่อ..คือ...คุณแม่หิวหรือยังครับ”


“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ ตอบแม่มาก่อน ไม่งั้นแม่ไม่ยกลูกชายให้หนูนะ” คุณแม่ไม่ยอมให้ผมเปลี่ยนเรื่อง


“คือ...”


“ชอบที่ผมลีลาดี” สิงชิงตอบ ทำให้ผมเหวอ หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม มาพูดเรื่องอะไรต่อหน้าแม่เนี่ย!!


“ม...ไม่ใช่นะครับ!


“ไม่ใช่อะไร? ลูกชายแม่ลีลาไม่เด็ดหรอ?” คุณแม่ยกมือขึ้นทาบอกพร้อมทำหน้าผิดหวัง ยังอุตส่าห์รับมุกกันอีก


“เปล่าครับคือ...” ผมรีบแก้แต่คุณแม่ก็ชิงเอ่ยไม่ทันให้ผมได้อธิบาย


“งั้นก็หมายความว่าลีลาเด็ดใช่มั้ย?  ต้องอย่างนี้สิ เป็นลูกแม่อย่าให้เสียชื่อ”  คุณมุกดาตบไหล่ลูกชายพร้อมทำหน้าภูมิใจแล้วสิงก็ยิ้มรับไปอีก โอ้ยยย


“คนละเรื่องแล้วครับ โธ่...” อยากหายตัวไปจากตรงนี้จริงๆเมื่อได้เห็นแววตาวิบวับล้อเลียนของคนทั้งคู่ คือดูสนุกกันมากอ่ะที่ได้รุมแกล้งผม


“ฮะๆๆ อ่ะๆ ไม่แกล้งแล้ว  ว่าไงจ้ะ สรุปว่ารักลูกชายแม่ที่ตรงไหน”  คุณแม่ถามผมยิ้มๆ ผมเหลือบตามองใบหน้าหล่อเหลาของคนข้างๆที่จ้องมองผมด้วยดวงตาคมคู่นั้นคล้ายเจ้าตัวก็รอฟังคำตอบอยู่เช่นกัน  ผมเขินมากแต่ก็ตอบออกไป


“ทุกตรงครับ ผม...รักทุกอย่างที่ประกอบเป็นสิง ขอบคุณนะครับที่สร้างผู้ชายคนนี้มาขึ้นมาบนโลก ...และให้โอกาสผมได้รัก”


“.......”

สิงและคุณแม่เงียบเมื่อได้ฟังคำตอบของผม  ทั้งคู่มองมาที่ผม มีแววตาอบอุ่นอ่อนโยนส่งมาให้


“น่ารักเนอะ” คุณมุกดาหันไปพูดกับลูกชาย


“ก็บอกแล้ว”


“น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัยเลยอ่ะ แม่ล่ะช๊อบชอบ”


“เขินเก่งด้วยนะ”


“ส่วนนี้ยิ่งชอบ เวลาเขินแล้วแก้มแดงเชียว เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม”  สิงพยักหน้าเห็นด้วยกับมารดา


“ดูๆไปแล้ว หน้าเค้าสวยดีเนอะ”


“ใช่มั้ยล่ะ”


“เอ่อ... คุณน้าหิวรึยังครับ?”  ผมเบี่ยงบทสนทนาให้พ้นตัวเอง  คือสองแม่ลูกคุยกันเรื่องผมประหนึ่งผมไม่ได้ยืนฟังอยู่ตรงนี้ด้วย  ดีที่คุณแม่ยอมเปลี่ยนเรื่องทั้งที่ยังยิ้ม คงเพราะเห็นว่าผมเขินจะแย่แล้ว


“จ้ะ หิวมาก เมื่อเช้าแม่กินกาแฟไปถ้วยเดียว ว่าแต่หนูแก้มชงกาแฟอร่อยนะ เมื่อวานแม่ชอบมาก ยังไงทำให้กินอีกสิคราวนี้ขอวิ้บปิ้งเยอะๆ”


“ไม่กลัวอ้วนแล้วหรอ?” สิงแซะ


“อย่าขัดสิ” แม่สิงหันมาบ่นลูกชายก่อนเดินเข้าครัวไปเปิดดูอาหารบนโต๊ะที่ผมเตรียมไว้


“หูยยยย หอมมาก ไปสั่งกับข้าวร้านไหนมาเนี่ย น่ากิน...”


“ร้านไหนอะไรล่ะ ฝีมือลูกสะใภ้แม่นั่นแหละ เค้าอยากทำกับข้าวมัดใจแม่สามี นี่ผมต้องพลอยตื่นมาช่วยล้างผักตั้งแต่เช้าอ่ะ”

“สิง...” ผมปรามอีกฝ่ายเสียงเข้ม  มาสะใภ้มาสามีอะไรต่อหน้าแม่ไม่ทราบ แต่เจ้าตัวไม่สำนึกยังมีหน้ามาหัวเราะแล้วเอื้อมมาหยิกแก้มแดงๆของผมอีกต่างหาก


“ต๊ายยยย ทำอาหารเก่ง บราวนี่เมื่อวานเหมือนกัน เพื่อนแม่นะชอบมาก แม่เลยบอกไปว่า เนี่ยยยย ลูกสะใภ้ทำ”

โอ้ยยยย คุณแม่ก็เป็นไปด้วยอีกคน ผมทำหน้าไม่ถูกแล้วครับ

 

จากที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการวันนี้ผมก็สรุปได้ว่าคุณแม่สิงเป็นผู้หญิงที่เท่ในความคิดและน่ารักมากครับ(แถมขี้แกล้งสุดๆ)  คิดว่านี่คงเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอ  ดูได้จากวิธีการสนทนากับลูกชายที่คุยกันเหมือนเพื่อนมากกว่าจะเป็นแม่ที่สั่งนู่นสั่งนี่ คุณแม่ของสิงจะออกลักษณะรับฟังและแชร์ความเห็นมากกว่า ไม่แปลกใจเลยที่สิงจะโตมาเป็นสิงอย่างที่ทุกคนเห็นในทุกวันนี้ เพราะถูกหล่อหลอมมาโดยผู้หญิงคนนี้นี่เอง

 

เมื่อเราลงมือทานอาหารมื้อเที่ยงผมก็โล่งใจที่คุณแม่แสดงออกว่าชอบอาหารที่ผมทำ


“อุ้ย... ต้มข่าไก่รสชาติดีมาก... นี่ๆ น้ำพริกกะปิกินกับผักสดๆอย่างนี้คืออร่อยมากอ่ะ คิดถึงมากไม่ได้กินนานแล้ว   สิงๆ นี่ชิมนี่ดู ปลากะพงทอดน้ำปลา  แม่ว่าอร่อยกว่าร้านที่หัวหินที่เราไปกินกันตอนนั้นอีกนะ  โอ้ย  แม่ชอบผัดผัก”

คุณแม่สิงพูดว่าอร่อยทุกคำที่ตักเข้าปากจนผมเขิน


“แม่... โอเว่อร์ตลอดอ่ะ”


“ลูกไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่พึ่งกลับมาจากต่างประเทศแล้วได้มาเจออาหารไทยอร่อยๆหรอก หนูแก้มลูก ทำอาหารอร่อยมาก แม่แปลกใจทำไมเจ้าสิงมันไม่อ้วน ถ้าได้กินของอร่อยๆอย่างนี้ทุกวัน” แม่สิงค้อนลูกชาย


“ผมก็ออกกำลังกายสิครับ”


“ไม่ได้ทำให้สิงทานทุกวันหรอกครับ แล้วแต่โอกาสมากกว่า บางครั้งผมก็เรียนหนัก ไม่มีเวลาเท่าไหร่”


“เรียนจบแล้วไปเปิดร้านอาหารที่โน่นมั้ย เดี๋ยวแม่ออกทุนให้ รับรองรวยไม่รู้เรื่อง” แม่สิงชวนผมด้วยสีหน้าจริงจัง


“แม่... แก้มเค้าเรียนหมอ เค้าต้องจบออกไปใช้ทุน” สิงบอกมารดาด้วยเสียงเนือยๆ


“รู้น่า แม่พูดเล่น”


จนกระทั่งเมื่อเติมข้าวไปเป็นรอบที่สาม คุณแม่ก็ตัดสินใจวางช้อนยกน้ำขึ้นดื่มแล้วนั่งลูบพุงตัวเองไปมา

“สิง... แม่แน่นท้องมากอ่ะตอนนี้” 


“สมควร”


“รู้งี้ใส่กางเกงเอวยืดมาดีกว่า ลูกว่าถ้าแม่ปลดกระดุมออกสักเม็ดสองเม็ดจะน่าเกลียดมั้ย  ไม่น่าเกลียดหรอกเนอะ ยังไงก็มีแต่คนในครอบครัว” คุณมุกดาหันไปปรึกษาลูกชาย ซึ่งก็ได้รับสีหน้าเหนื่อยใจกลับมา


“เอาที่คุณแม่สบายใจเถอะครับ”


คำพูดของคุณแม่ทำให้ผมชะงักมือที่กำลังเก็บจาน โดยที่สองแม่ลูกยังคงคุยกันไปเรื่อยๆ เหมือนเมื่อครู่ไม่ได้เอ่ยคำพูดพิเศษอะไรเลย แต่มันกลับมีความหมายกับผม  เมื่อกี้คุณแม่พูดว่า ยังไงก็มีแต่คนในครอบครัว หมายความว่าคุณแม่นับรวมผมเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกในครอบครัวของคุณแม่แล้วอย่างงั้นหรอ...  ผมยิ้มระหว่างฟังสองแม่ลูกกำลังถกกันเรื่องหุ้นตัวที่น่าจับตาในตลาดอยู่ตอนนี้ ซึ่งก็ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ส่วนใหญ่คือไม่รู้เรื่อง จึงหันไปยกของหวานมาเสิร์ฟ  โชคดีที่วันนี้ที่ตลาดมีลูกตาลสด ผมเลยได้โอกาสเอามาทำเป็นของหวานมื้อนี้ด้วย


“ลูกตาลลอยแก้วครับ” ผมยกถ้วยแก้วใบเล็กที่มีลูกตาลในน้ำเชื่อมและน้ำแข็งเกล็ดลอยวางลงตรงหน้าคุณแม่ทำให้อีกฝ่ายตาโตขึ้นมาทันที


“อุ้ยยยย มีของหวานก็ไม่บอก”


“เมื่อกี้แม่บอกว่าอิ่มแล้วนี่ งั้นเอามาให้ผม” สิงเอ่ยหน้าตาย(แต่ดูก็รู้ว่าแกล้ง)ก่อนคว้าถ้วยของหวานไปจากมารดาแต่ถูกยื้อไว้ซะก่อน


“แม่จะกิน กระเพาะแม่ยังมีที่ว่างสำหรับของหวานอยู่ โอ้ยยยย ไม่ได้กินลูกตาลลอยแก้วตั้งนานแล้ว โชคดีจัง”


อาหารมื้อนี้จบลงด้วยความสุขและเสียงหัวเราะจากการพูดคุยเย้าแหย่ระหว่างสองแม่ลูกที่ไม่มีใครยอมใคร ผมรับรู้ได้ถึงความรักของครอบครัวสิงผ่านสายตาคำพูดและการกระทำที่พวกเค้ามีให้กัน เห็นแล้วทำให้ผมอดที่จะคิดถึงแม่ของตัวเองไม่ได้ ถ้าตอนนี้แม่ยังอยู่ด้วยผมจะเป็นยังไงนะ  แม่คงจะหัวเราะเวลาที่เห็นผมทำอะไรเปิ่นๆและมองผมด้วยสายตารักใคร่เหมือนที่คุณแม่ของสิงมองสิงอยู่ในตอนนี้


ผมคงจะเหม่อไป จึงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อคุณแม่เอื้อมมาแตะมือผม

“หนูแก้ม แม่จะกลับแล้วนะลูก”


“ครับคุณน้า ขับรถดีๆนะครับ”


“...รู้ใช่มั้ยว่าแม่ชอบหนูมาก  แต่มีอย่างหนึ่งที่แม่ไม่พอใจ ถ้ายังคิดจะคบกับสิงต่อหนูต้องแก้ไขนะ” แม่สิงพูดกับผมอย่างจริงจัง แล้วเธอก็เอ่ยต่ออย่างอ่อนโยนว่า


“เลิกเรียกคุณน้าได้แล้ว...เรียกว่าแม่สิ”


“.....”

ผมพยายามกลืนก้อนแข็งๆที่จุกอยู่ที่ลำคออย่างยากลำบากก่อนตอบรับ “ครับ...คุณแม่”


“ฉันรู้สึกขอบคุณแม่ของหนูที่เลี้ยงหนูมาให้เป็นเด็กดีได้ขนาดนี้”


“......”


“ต่อให้แม่หนูไม่อยู่แล้ว แต่ความรักของแม่ก็ยังคงอยู่กับหนูใช่มั้ยจ้ะ” เพราะสัญชาตญาณของคนเป็นแม่สินะที่ทำให้เธอรับรู้ได้ว่าตอนนี้ผมรู้สึกอย่างไร


“ครับ”


“วันนี้หนูไม่ได้เสียอะไรไป แต่หนูจะได้รับความรักเพิ่มเติมจากฉัน”  แล้วคุณแม่ของสิงก็ดึงผมเข้าไปกอด ลูบหลังผมคล้ายปลอบประโลม ผมรู้สึกเหมือนได้รับอ้อมกอดจากแม่จริงๆในรอบหลายปีหลังจากที่แม่ผมจากไป ผมพึ่งรู้ตัวว่าโหยหาอ้อมกอดจากแม่อยู่ลึกๆมาโดยตลอด


“ต่อไปนี้หนูคือครอบครัวของเรานะจ้ะ   หนูไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ...เราจะเป็นครอบครัวให้หนูเอง”


“ครับ...คุณแม่”

ผมกอดเธอแน่น แล้วน้ำตาก็ร่วงพรูออกมา...  คุณแม่ของสิงทำให้ผมร้องไห้สองวันติด เมื่อวานเพราะความเจ็บปวดและกลัวสูญเสีย  วันนี้เธอทำให้ผมร้องไห้เพราะผมรู้สึกมีความสุขที่ได้รับความรักและการยอมรับอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน มากกว่านั้นคือคำว่า ครอบครัว


ผมหันไปยิ้มให้สิงทั้งน้ำตา  ร่างสูงยิ้มตอบและเดินเข้ามารวบตัวผมกับคุณแม่ไว้ในอ้อมแขนใหญ่อันอบอุ่น

...ผมจะไม่ลืมความรู้สึกในวันนี้เลย

 

“ดีใจจังที่คุณแม่ยอมรับเรื่องของเรา” ผมพูดกับสิง  ในตอนนี้ที่เรากำลังนั่งกอดกันเงียบๆอยู่ที่โซฟา  บรรยากาศในห้องยังคงกรุ่นไปด้วยความรู้สึกดีๆที่คุณแม่ของสิงทิ้งเอาไว้  คำพูดของแม่สิงที่เอ่ยถึงแม่ของผมทำให้ผมทั้งคิดถึงท่านขึ้นมาจับใจ


“คิดอะไรอยู่”


“กำลังคิดว่า ถ้าแม่ยังอยู่ แม่จะว่ายังไงที่เราคบกัน”  คุณแม่จะทำหน้าแบบไหนตอนผมพาสิงไปแนะนำ แม่จะชอบสิงหรือเปล่า จะรับได้มั้ย?


“ก็ไม่ว่าไง เพราะแม่ยกแก้มให้สิงตั้งนานแล้ว ไม่รู้หรอ”


“โกหก... ตอนไหน?” ผมผละจากอ้อมแขนสิงมานั่งตัวตรงเพื่อจะมองหน้าสิงให้ชัดๆ


“ที่โรงพยาบาล วันที่แม่เสีย”  สิงยิ้มอ่อนโยน มือใหญ่เอื้อมมาจับปอยผมที่ยุ่งไปทัดหูให้ผมแล้วประคองใบหน้าผมไว้  ผมสบตาคมที่มองผมด้วยความรักเสมอมาคู่นั้น


“วันนั้นแก้มเหนื่อยมากจนเผลอหลับไป แม่พูดกับพี่สิงว่า สิง...แม่ฝากคริสหน่อยนะลูก ” 


“.....”  วันที่แม่ผมเสียแม่แทบจะไม่มีแรงขยับตัวแล้วครับ  แม้แต่จะพูดออกมาสักคำยังลำบาก แต่แม่ก็ยังฝืนร่างกายตัวเองเพื่อพูดกับสิง


“แล้ว....สิงตอบแม่ว่าไง”


 “ผมจะดูแลคริสเอง แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”


ผมหลับตาลงพร้อมกับหยาดน้ำใสๆที่ไหลลงเปื้อนแก้ม ยกมือขึ้นทาบทับมือของสิงที่ยังคงประคองใบหน้าผมอยู่ แล้วผมก็สะอื้นออกมา รู้สึกเจ็บปวดราวกับพึ่งเสียคุณแม่ไปเมื่อวานมากกว่านั้นคือความโล่งใจที่ได้รู้ว่าแม่รับรู้ว่ายังมีใครบางคนคอยดูแลผมอยู่ และแม่ได้จากไปแบบหมดห่วงแล้วจริงๆ... ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสิงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังเลย วันนี้เหมือนทุกคำถามที่เคยค้างคาอยู่ในใจมาเนิ่นนานได้รับคำตอบที่สมบูรณ์พร้อมๆกับหัวใจของผมที่ได้รับการเยียวยา  ผมถอนสะอื้นแล้วซบหน้าลงกับอกกว้างของคนที่ผมรักสุดหัวใจ...


แม่ครับ...ผมรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน

 

******** 2becon.


เป็นตอนที่ใช้เวลาในการเขียนมากๆตอนหนึ่งเลยค่ะ

อยากจะถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของหมอแก้มให้ทุกคนได้รับรู้มายมายจริงๆ

สำหรับสองคนนี้มันไม่ใช่แค่ความพึงใจในรูปลักษณ์ภายนอกที่มีต่อกัน แต่มันเป็นความรักที่ลึกซึ้งกว่านั้น

จะดีแค่ไหนที่เรามีใครสักคนที่รักเราอย่างที่พี่สิงรักหมอแก้ม และแบบที่หมอแก้มรักพี่สิง

ขอให้นิยายเรื่องนี้เป็นแหล่งเยียวยาหัวใจของใครก็ตามที่กำลังโดดเดี่ยว เหนื่อย หรือต้องการกำลังใจสำหรับต่อสู้กับอะไรสักอย่าง

ทุกๆเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมักมีเรื่องดีๆซ่อนอยู่เสมอค่ะ

พอทุกคนได้อ่านตอนนี้จบ คงรู้สึกเหมือนกันว่านิยายเรื่องนี้ใกล้ที่จะถึงจุดหมายปลายทางเต็มทีแล้ว

ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมาตั้งแต่เมื่อแรกเริ่มจนกระทั่งถึงตอนนี้นะคะ  จะพยายามทำให้นิยายรักเรื่องนี้สวยงามที่สุดในแบบของมันค่ะ

รัก

Kuwa.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.073K ครั้ง

5,828 ความคิดเห็น

  1. #5815 malilyy (@malilyy) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 19:11
    กลับมาอ่านกี่ครั้ง ตอนนี้ก็น้ำตาไหล รัก
    #5815
    0
  2. #5800 rumith (@rumith) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 18:31
    ความรักของแม่​ 2 คน
    #5800
    0
  3. #5790 pepo3341 (@pepo3341) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 16:57
    ตอนนี้ทำน้ำตาไหล
    #5790
    0
  4. #5740 sunisa_su26 (@sunisa_su26) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:40
    มันดีมากอ่านแล้วรู้สึกได้จริงๆเลยค่ะตั้งแต่ต้นเรื่องเลย
    #5740
    0
  5. #5692 yisan2 (@Yisan) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:25

    มาอ่านทีเดียวรวดมาเจอตอนนี้ถึงกับต้องยอมแวะเม้นท์อ่ะนะ คือดีงามมากสื่อได้ดีสุดยอดน้ำตาไหลตลอด(ณ.STARBUCKS) ถามว่าอายมะที่ร้องไห้อย่างหนักมุมนึงของร้าน ตอบเลยอายแต่มันซึ้งมากกกกกกกกกก
    ไรท์คุณนี่สุดยอดจริงๆ
    #5692
    0
  6. #5639 peangorPP (@peangorPP) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:24
    มันดีมากกก
    #5639
    0
  7. #5635 Wooddy (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 14:27

    ตื้นตันใจ มันฟูๆในอก อยากมีแม่สามีแบบนี้จัง

    #5635
    0
  8. #5603 pheeraphada (@pheeraphada) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 22:18
    ร้องไห้ครับผม เข้าใจและเจ้าใจ
    #5603
    0
  9. #5278 วิหคเพลิง (@nl_vampire) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 08:51

    เป็นตอนที่เราร้องไห้ทั้งตอน เราเข้าใจความรู้สึกของหมอแก้มกับคุณแม่อ่ะ คิดถึง ระลึกอยู่ในใจเสมอ แม้ว่าเขาจะจากเราไปนานแล้วก็ตาม

    #5278
    2
  10. #5270 Smuffy (@armymnn01) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 11:14
    รัก รักทั้งคู่เลยย
    #5270
    0
  11. วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 17:21
    ไรท์คะคิดถึงหมอแก้มของพี่สิงจังเลยคิดถึงๆๆๆคิดถึงค่ะ
    #4933
    0
  12. #4932 aungsuma5594 (@aungsuma5594) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 13:06
    จะมี ebook เล่มสามไหมค้า
    #4932
    0
  13. #4931 357_kwan (@357_kwan) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 10:49
    มาต่อเร็วนะคะนานแล้วน้า
    #4931
    0
  14. #4929 AuntyN_N (@AuntyN_N) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:59
    ไม่เคยร้องไห้ให้กับฟิคเรื่องไหนเลย ไม่เคยติดฟิคเรื่องไหนเท่าเรื่องนี้ ไม่ต้องมี nc หวือหวา แต่กลับอมยิ้มได้ในทุกๆตอน และพร้อมจะอ่านไปเรื่อยๆ และมีหลายครั้งที่หัวเราะจนกรามค้าง ขอบคุณนะคะทีถ่ายทอดออกมาได้ดีขนาดนี้ ภาษาดีมาก พล็อตก็ดีมาก ชื่นชมจากใจเลยค่ะ จะเป็นฟิคเรื่องแรกที่เราซื้อเก็บ :) รออ่านผลงานอื่นๆอีกนะคะไรท์
    #4929
    1
  15. #4927 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 22:28
    <p>ร้องไห้ตามหมอแก้มเลย ไรท์บรรยายได้กินใจเหลือเกิน ทั้งสิ่งที่คริสขาด สิ่งที่กลัว แม้กระทั่งความรักที่สิงกับคริสมีให้กัน มันมากมายจนมั่นใจว่าไม่มีอะไรมาทำให้มันลดลงได้ always....<a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png"> </a></p>
    #4927
    0
  16. #4926 Fernhring (@Fernhring) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 21:17
    ไรท์หลายไปไหนนะ? รีบๆกลับมานะ คิดถึงแล้ว
    #4926
    0
  17. #4925 ลูกแก้วสีม่วงใส (@k-keaw) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 20:28
    ไรท์.. เรารอเล่ม3อ่ะ มามั้ย มายัง มาเหอะ นะๆๆๆ มาเหอะ พรีสสสสส
    #4925
    0
  18. #4923 Bebepatta (@Bebepatta) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 23:33
    รอค่าาาาา
    #4923
    0
  19. #4922 Hyuk4ever (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 22:13
    <p>รอสอยเล่ม3นาจา (ภาค3=ภาคจบรึป่าว? คิดถึงแย่เลย มะเปนรายคิดถึงก็อ่านวนไป)</p>
    #4922
    0
  20. #4921 Kaikaewka (@lightpurple) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 10:42
    <p>ชอบมากๆๆๆ อยากเก็บเล่มไว้เลย เป็นเรื่องที่น่ารักจริงๆ &#9829;</p>
    #4921
    0
  21. #4920 aepeer (@aepeer) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 11:35
    เปนนิยายที่สวยงาม เปนนิยายน้อยเรื่องที่ไม่มี ฉากNC ร้อนแรง แต่พาให้เราเขิลตลอดเวลาที่อ่าน..ขอบคุณค่ะไรท์
    #4920
    0
  22. #4919 lisianthus01 (@lisianthus01) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:09
    คิดถึงแล้วอะคุณไรท์ มาต่อเร้ววววว
    #4919
    0
  23. #4918 ติ่งความสุข (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 07:44
    นิยายจบยังอะค่ะ ถ้าจบแล้วยังไม่อยากให้จบเลย
    #4918
    0
  24. #4917 lOoK_wAh (@keika) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:31
    ร้องไห้ตามแก้มอีกแร้ววววว
    #4917
    0
  25. #4910 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 10:55
    งือๆๆซึ่งกินใจอ่ะ
    #4910
    0