Baby... I love you (Yaoi)

ตอนที่ 50 : Baby…I love you 46 : 1 วันธรรมดาของหมอแก้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    13 ก.พ. 61




Baby…I love you 46 : 1 วันธรรมดาของหมอแก้ม 

 

06.00 น.  ตื่นนอน  

ผมเป็นคนตื่นเช้ามาแต่ไหนแต่ไร อาจเป็นเพราะตั้งแต่เด็กผมต้องตื่นมาช่วยแม่ทำขนม ความรับผิดชอบสมัยเด็กส่งผลมาถึงปัจจุบัน ร่างกายจะรู้สึกตัวตื่นโดยอัตโนมัติ  พอขยับตัวจะลุกต้องชะงัก เมื่อพบว่ามีท่อนแขนแกร่งพาดทับช่วงเอวอยู่  จึงค่อย ๆ ยกแขนนั้นออกจากเอวตนออกอย่างเบามือด้วยไม่อยากรบกวนคนหลับ  เมื่อหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาก็อดใจไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปกดจูบแผ่วเบาลงที่ริมฝีปากได้รูป  หลังจากผละออกก็ได้แต่ยิ้มเขินอยู่คนเดียว ...ถ้าเป็นตอนสิงตื่นผมคงไม่กล้าทำ

 

06.20   มื้อเช้า  

มื้อเช้าวันนี้เป็นโจ๊กเจ้าอร่อยใกล้ ๆ คอนโด ตอกไข่ลวกและใส่ขิงเยอะ ๆ ในแบบที่ชอบ ตบท้ายด้วยเต้าหู้ อิ่มสบายท้องไปอีกมื้อ... สำหรับผมแล้วอาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะรีบแค่ไหน ก็ต้องหาอะไรใส่ท้องให้อิ่มไว้เสมอและไม่ลืมที่จะดูแลกระเพาะของคนข้างกายด้วย ถ้าวันไหนไม่ได้อยู่ด้วยกันซึ่งก็บ่อยครั้งที่ผมเรียนหนักจนไม่มีเวลามาหาอีกฝ่าย หรือกลับไปนอนหอพักนักศึกษาของตัวเองเพราะอยู่ใกล้คณะมากกว่า วันนั้นจะต้องโทรถามสิงเสมอว่าได้กินข้าวเช้าหรือเปล่า สิงก็เหมือนนักศึกษาวิศวะทั่วไปที่บางครั้งก็ต้องออกไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนๆ พี่น้องบ้าง ทำให้บางครั้งก็ตื่นสายและไม่ดูแลตัวเอง  คิดถึงตรงนี้ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ขณะคว่ำชามที่ล้างเสร็จ... ใช่ว่าจะรังเกียจที่ต้องคอยดูแลอีกฝ่ายหรอกนะ  ผมรักการที่ได้ดูแลคนของตัวเอง

 

06.5น. รีดผ้า  

ปกติผมจะรีดผ้าตอนเย็น แต่ก็มีบ้างที่รีดตอนเช้าอย่างวันนี้ที่รีดชุดนักศึกษาของตัวเองแล้วก็เอื้อมไปหยิบเสื้อชอปสีกรมท่าของสิงออกมารีดด้วย  พูดถึงเรื่องเสื้อชอป เจ้าของเสื้อนั้นเข้าข่ายซกมก เสื้อตัวเดียวใส่ได้เป็นอาทิตย์ พอถูกบ่นเข้าหน่อยเจ้าตัวก็แก้ตัวอ้อมแอ้มว่าแค่ใส่คลุมทับเสื้อยืดด้านในอีกทีเพราะงั้นมันไม่เลอะ(เท่าไหร่)หรอก(มั้ง)  หลัง ๆ ผมจึงเลิกบ่นและหยิบไปซักให้เองซะเลย  ผมเลือกที่จะซักมือเพราะถ้าซักเครื่องเสื้อชอปจะซีดเร็วและเสียทรง

 

07.20 ปลุกคนขี้เซา    

ได้เวลาไปเรียน  วันนี้ผมมีเรียนเช้าส่วนสิงมีเรียนตอนเก้าโมง หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปปลุกร่างสูงที่ยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง  เรียกก็แล้ว เขย่าแขนก็แล้วก็ไม่ตื่นจึงใช้วิธีที่ได้ผลเสมอนั่นคือดึงผ้าห่มออกจากตัว  จนในที่สุดใบหน้าหล่อ ๆ ก็ผงกหัวขึ้นมาปรือตามองผมแล้วซุกหล้าลงกับหมอนต่อ  ถามงึมงำว่าผมจะไปแล้วหรอ  ผมตอบว่าใช่และบอกให้อีกฝ่ายลุกได้แล้ว เพราะถ้านอนต่ออีกคงหลับยาวและไปเรียนสายแน่ ๆ สิงพลิกตัวก่อนจะดึงผมให้ล้มลงไปบนเตียงด้วยกัน บางทีผมก็สงสัยว่าทำไมแรงคนพึ่งตื่นถึงได้เยอะนัก ผมโวยว่าเสื้อจะยับและผมจะเข้าเรียนสาย แต่กว่าสิงจะยอมปล่อยตัวผมและเดินมาส่งที่หน้าประตูห้องผมก็โดนมันลวนลามไปมากโข  เสื้อนักศึกษาที่เคยเรียบกริบตอนนี้มีรอยยับจนต้องหน้างอใส่มัน  สิงแกล้งทำหน้าสำนึกทั้งที่ตาเป็นประกาย  ถึงแม้จะหมั่นไส้แค่ไหนแต่ก็วายบอกอีกฝ่ายว่ามีโจ๊กและน้ำเต้าหู้อยู่ในครัวอย่าลืมกิน

 

10.30 น. สอบย่อย   

เมื่อเรียนคาบแรกเสร็จผมแนนและแว่นก็นั่งสุมหัวคุยกันเรื่องคำตอบของข้อสอบที่พึ่งส่งไป  เมื่อครู่อาจารย์แม่สอบย่อยท้ายคาบกันแบบไม่บอกไม่กล่าว พวกผมถึงกับมึน  ดีนะเมื่อวานรู้สึกตงิดใจยังไงไม่รู้ เลยหยิบวิชานี้ขึ้นมาอ่านทบทวน ก็คิดว่าน่าจะรอดกันทุกคนนะครับ  แนนบ่นงุ้งงิ้งเรื่องข้อสอบระหว่างเปิดกระเป๋าเพื่อเก็บเลคเชอร์  ผมได้ยินเสียงเม็ดยากระทบกันในขวดแก้วจากกระเป๋าของอีกฝ่ายจึงอดถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงไม่ได้  แนนยิ้มแล้วบอกว่าสบายดี ที่พกใส่กระเป๋ามาทุกวันนี่เป็นวิตามิน 

 

12.00 น. พักเที่ยง  

ตอนเที่ยงเราทานข้าวกันที่โรงอาหารคณะ ซึ่งก็คนเยอะเช่นเคย หลังจากได้ชามราดหน้าเจ้าประจำร้อน ๆ ในมือแล้วผมก็นั่งลงข้างเพื่อนแว่นที่จองโต๊ะไว้  แต่ได้ยินเสียงฮือฮารอบตัวเบาๆ เลยต้องเงยหน้ามองหาที่มาของเสียง ก็พบว่าเป็นแก้งค์คุกกี้ที่อาจหาญใส่เสื้อชอปวิศวะเดินกันมาเป็นกลุ่ม  ไม่บ่อยที่จะมีโอกาสได้เห็นหนุ่มวิศวะโผล่มาโรงอาหารคณะแพทย์ ประกอบกับความหน้าตาดียิ่งถูกจับจ้อง พวกลูกลิงที่ท่าทางหิวโซได้ข้าวแกงคนละจานพูนๆ กำลังมองหาที่นั่ง แล้วหนึ่งในนั้นก็หันมาสบตาผมเข้าพอดี  “มาม๊าาาา” ก็อย่างที่คาด บรรดาลูกลิงกรูเข้ามาทักทายตื่นเต้นเสียงดัง ยิ่งไม่เจอกันนานยิ่งเจี๊ยวจ๊าวจนผมตอบคำถามไม่ทัน เฮ้อ ผมก็ได้แต่เอ็ดไป บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกมาม๊าต่อหน้าคนอื่นแต่ก็ไม่เคยฟังกันเลย “มาทำอะไรแถวนี้” ผมถามเมื่อเด็ก ๆ นั่งลงร่วมโต๊ะกันแล้ว

“มาเหล่สาวคณะแพทย์ ” น้องพีตอบ พลางยิ้มแป้นแล้น

“เอาความจริง”

“อาจารย์ใช้ให้ขนบอร์ดงานวิชาการมาคืน ขนตั้งหลายรอบพึ่งหมดเนี่ย หิวเลยแวะกินข้าวก่อนกลับไปเรียน” น้องบอลเป็นคนอธิบายพร้อมเอื้อมช้อนไปตักบร๊อคเคอรี่ที่น้องพีเขี่ยไว้ขอบจานมากินซะเอง

“พอดีเลยเจอพี่แว่นด้วย พี่คิมฝากของมาให้ด้วยแหละ” น้องหนึ่งหันไปหาแว่นทำให้มันสะดุ้ง ผมกับแนนถึงกับหันไปจ้องมันเป็นตาเดียว

“ฝ..ฝากอะไรมา”

“ฝากความคิดถึง”

“ฮิ้ววววววว”

ไอ้แว่นไม่โกรธแต่มันหน้าแดง!!!!

“วันนี้มีเด็กปีหนึ่งเอาคุกกี้มาให้พี่สิงด้วย แต่ไม่อร่อยเลยสู้ของพี่ไม่ได้” น้องตั้มเปิดประเด็นระหว่างรวบช้อน

“ไปรู้กับเค้าอีกว่าไม่อร่อย”   

“ก็พี่สิงไม่กิน เลยยกให้พวกผม” น้องบอลตอบ

“คือถ้าเค้าใส่ยาเสน่ห์มานี่คงโดนก่อนสินะ” ผมอดแซวเด็กพวกนี้ไม่ได้ เพราะแต่ละคนกินได้กินดีทุกอย่างจริง ๆ

“ฮะๆ ถ้าเค้าใส่ยาเสน่ห์มาจริง ต่อให้พี่สิงกินก่อนพี่สิงก็ไม่เป็นไรหรอก” น้องพีทำหน้าทะเล้นมองผม โดยมีน้องหนึ่งชะโงกหน้ามารับมุก “ทำไมวะไอ้พี”

“เพราะหลงเสน่ห์ของคนแถวนี้ไปเต็ม ๆ แล้วไง หัวใจพ่อกูไม่มีที่ว่างเหลือไปหลงคนอื่นแล้ว” 

“ฮิ้วววววว” 

 น้ำเน่าได้อีก!!


13.00 น. เข้าเรียนคาบบ่าย  

Problem based learning บ่ายนี้อาจารย์หยิบเคสคนไข้ และผลการตรวจสารคัดหลั่งต่าง ๆ มาให้พวกเราจับกลุ่มวิเคราะห์ว่าคนไข้มีความผิดปกติอะไรและสามารถเป็นโรคอะไรได้บ้าง  ความสนุกของวิชานี้อยู่ที่เราได้เรียนรู้ว่าเพื่อนคนอื่นเค้าคิดยังไงมีมุมมองที่ต่างจากเรายังไงบ้างครับ การได้แชร์ความเห็นแชร์ความรู้กันเหมือนเป็นการเสริมความรู้ของตัวเราได้อีกทางหนึ่ง  ผมดีใจที่กลุ่มของเราได้รับคำชมจากอาจารย์ในเรื่องของการช่างสังเกต เก็บรายละเอียดและวิเคราะห์เคสได้ดี  เพื่อนแว่นของผมถึงกับยิ้มไม่หุบ  แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันคืออาจารย์แจกหัวข้อรายงานที่ต้องทำส่งในวันจันทร์นี้ครับ  เมื่อรวมกับงานที่ต้องไปค้นคว้าของวิชาอื่น ๆ แล้วพวกผมแทบอยากหอบเสื้อผ้ามากินนอนที่ห้องสมุดคณะกันเลยทีเดียว    

 

16.45 น. เติมความหวานให้ชีวิต  

หลังเลิกเรียนก่อนที่เราจะแยกย้าย และเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์เราจึงรู้สึกผ่อนคลายกว่าหลายวันที่ผ่านมา พวกเราสามเกลอเห็นพ้องต้องกันว่าควรหาอะไรดื่มเพื่อเติมพลังให้ร่างกายที่เรียนหนักมาทั้งวัน  จุดหมายของเราคือกาแฟร้านโปรดใต้คณะที่มีกาแฟสดรสชาติดีไว้บริการ  เรานั่งคุยกันเรื่องข้อสอบเมื่อเช้าของอาจารย์แม่รวมถึงรายงานที่ต้องเร่งทำให้เสร็จและต้องส่งในบ๊อกซ์ส่งงานของอาจารย์ให้ทันเก้าโมงเช้าของวันจันทร์ ระหว่างฟังแนนบ่นงุ้งงิ้ง  สายตาผมก็เหลือบไปเห็นผู้ที่เดินเข้ามาใหม่  พี่กานต์ที่วันนี้สวมเสื้อกาวน์ผลักประตูร้านเข้ามาโดยยังคงความหล่อเท่ได้เหมือนเดิม  ร่างสูงไม่สนใจใคร(แต่กลับเป็นที่สนใจของสาวๆในร้านทุกคน)เดินพุ่งตรงไปยังเคาเตอร์เพื่อสั่งกาแฟ ท่าทางจะต้องการคาเฟอีนจัดเพราะเห็นสั่งดับเบิ้ลชอต  แนนเลิกบ่นไปแล้วและจ้องมองผู้มาใหม่ที่ยังคงยืนรอกาแฟแบบไม่สนใจโลกอยู่เช่นกัน  


ผมสังเกตเห็นว่าพี่กานต์ดูผอมลง  ขอบตาภายใต้แว่นทรงกลมออกจะคล้ำเล็กน้อย ตอนนี้พี่กานต์อยู่ปี 5 ซึ่งเป็นชั้นคลินิกแล้ว ความรับผิดชอบต่าง ๆ ก็ย่อมมีมากขึ้น ต้องไปประจำหอผู้ป่วย ราววอร์ด ขึ้นเวร ซึ่งก็เป็นปกติของพี่ปีสูง และงานก็จะหนักไปอย่างนี้ไปตลอดการทำงานในสายอาชีพนี้แหละครับ  พี่กานต์รับกาแฟจากพนักงานก่อนหันมาเห็นพวกผมในที่สุด  แนนถึงกับหน้าแดงเมื่อพี่กานต์เดินตรงดิ่งมาหาพวกผมและนั่งลงข้างแนนที่นั่งเก้าอี้ตัวยาวติดผนังร้านด้านในอย่างไม่ลังเล  พวกผมยกมือไหว้พี่กานต์และถามไถ่ความเป็นไปในชีวิตหลังจากที่ไม่ได้พบกันนาน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะพี่กานต์บอกว่าแค่แว้บออกมาเติมกาแฟให้ร่างกายและต้องกลับขึ้นวอร์ดต่อเพราะวันนี้พี่กานต์มีเวร  


“ช่วงนี้พี่เหนื่อยมากเลย” พี่กานต์บอกพวกผมซึ่งเมื่อดูจากสภาพคนพูดแล้วคงจะเหนื่อยจริงดังปากว่า ก่อนงึมงำต่อเบา ๆ 

“ขอยืมไหล่สักนาทีได้มั้ย”  เอ่ยจบก็เอนหลังพิงผนังร้านและซบใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าลงกับไหล่บางของแนน  เจ้าตัวหลับตาแล้วเงียบไปเลย นี่คงไม่ได้หลับจริง ๆ หรอกใช่มั้ย  ผมเห็นรุ่นน้องปีหนึ่งโต๊ะข้างๆ ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงกรี๊ด แนนก้มมองพี่กานต์ด้วยสายตาห่วงใย  มือบางเอื้อมไปหยิบแว่นกรอบเงินที่พี่กานต์ถอดวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาเช็ดเลนส์ให้อย่างถนอม   ผมกับแว่นเท้าคางมองภาพตรงหน้ายิ้ม ๆ  ครู่ใหญ่กว่าพี่กานต์จะสะดุ้งตื่นเพราะมือถือในกระเป๋าเสื้อสั่น มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าตัวเอง  นี่คงเผลอหลับไปจริง ๆ สินะ  ร่างสูงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนเอ่ยขอตัว

“โดนตามแล้ว พี่ไปล่ะ” 

พี่กานต์ถือแก้วกาแฟของตัวเองแล้วลุกขึ้นแต่แนนรั้งชายเสื้อกาวน์ของอีกฝ่ายไว้ก่อนยื่นขวดวิตามินให้  “ดูแลตัวเองบ้าง เดี๋ยวจากหมอจะกลายเป็นคนไข้ซะเอง”

มันเป็นวิตามินที่ผมเห็นแนนใส่กระเป๋ามาเรียนด้วยทุกวัน ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าแนนไม่ได้เอามากินเองแต่พกมาเพื่อรอโอกาสมอบให้ใครบางคนนั่นเอง พี่กานต์พิจารณาขวดวิตามินในมือเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างสูงยิ้มบางให้แนน พลางเอื้อมมือไปโยกหัวอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนเอ่ย  “ขอบใจนะ ทั้งนี่และก็ที่ให้ยืมไหล่  รู้สึกหายเหนื่อยเลย” 


17.55 น. กลับถึงห้อง  

ปกติถ้าเป็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์  ถ้าไม่มีงานเร่งด่วนหรือติดธุระอะไรผมจะมาค้างที่คอนโดของสิงเสมอ  เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนสิงโทรมาบอกว่าทำแลปยังไม่เสร็จให้ผมหาอะไรกินก่อนได้เลย  แต่ผมยังไม่หิวเพราะพึ่งดื่มกาแฟกับขนมไปเมื่อบ่ายแก่ ๆ นี่เอง  พอกลับถึงห้องก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้า ล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อย  เปิด Bossa Nova Jazz จากเรดิโอช่องโปรดแล้วก็จับไม้กวาดมาทำความสะอาดห้อง 


สำหรับบางคนกิจกรรมคลายเครียดหรือช่วงเวลาพักผ่อนหลังทำงานหรือเรียนหนักอาจจะเป็นการเอนตัวลงนอนสักงีบ ดูทีวี หรืออ่านการ์ตูน แต่ของผมออกจะแปลกไปสักหน่อย เพราะชอบคลายเครียดด้วยการซักผ้า ทำความสะอาดห้องหรือการทำอาหาร ถือเป็นกิจกรรมที่ผมชอบทำเวลากลับมาจากเรียนเหนื่อย ๆ ครับ เหมือนเป็นการปล่อยสมองให้โล่งอย่างหนึ่ง  ก็สนุกดีนะครับ อยากให้ลองกันดู  สิงมันชอบแซวเวลากลับมาแล้วเห็นผมขยี้ผ้าแรง ๆ แสดงว่าวันนี้เครียดจัด  ฮะๆ  


แต่ปกติแล้วผมไม่ค่อยเครียดกับเรื่องการเรียนหรอกครับ เพราะพยายามแบ่งเวลาให้เป็น  ผมเห็นเพื่อนบางคนบ่นว่าตัวเองสูญเสียช่วงเวลาสนุกของชีวิตไปเพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียน  สำหรับผมไม่ใช่อย่างนั้น การรู้จักตัวเองและรู้จักแบ่งเวลา ทำให้ผมยังสามารถสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาลัย ได้สนุกกับเพื่อน ได้อยู่กับคนรักและยังสามารถเรียนให้ได้เกรดเฉลี่ยในระดับของนักเรียนทุนพึงได้ โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียอะไรเลย แต่ผมก็รู้ว่าในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมื่อต้องจบออกไปเป็นแพทย์ใช้ทุนผมอาจจะสูญเสีย เวลา ส่วนตัวและสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ ระยะทาง  ที่ผมกับสิงต้องไกลกันมากขึ้นด้วยหน้าที่การงานซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ผมยังไม่อยากคิดถึงมัน

 

18.35 น. ปั่นรายงาน  

หลังจากที่ได้ทำความสะอาดห้องนิดๆ หน่อยๆ เพื่อผ่อนคลายสมองแล้วผมก็หยิบโน้ตบุคและตำราขึ้นมากางบนโต๊ะอ่านหนังสือที่มุมหนึ่งห้องนั่งเล่น  โต๊ะไม้เนื้อดีถูกตั้งไว้ข้างห้องด้านที่เป็นกระจกใสจรดเพดานมองเห็นวิวด้านนอกและท้องฟ้ายามค่ำคืน เวลาอ่านหนังสือนาน ๆ เราสามารถพักสายตาได้ด้วยวิวดี ๆ และเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้นั่งสบาย มีต้นแคคตัสกระถางเล็กที่ผมกับสิงได้มาจากร้านขายไม้ประดับที่แปลงเกษตรเมื่อสามเดือนก่อน ตอนนี้กำลังออกดอกตูมให้ชื่นใจสมกับที่ถนอมเลี้ยงมา  ผมเป็นคนเลือกมุมอ่านหนังสือตรงนี้  และโต๊ะชุดนี้ผมก็เป็นคนเลือกให้สิงตอนที่มันลากผมไปดูของแต่งบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น  สิงบอกผมว่ามันชอบมุมอ่านหนังสือตรงนี้มาก บอกว่านั่งทำงานตรงนี้แล้วหัวไบรท์ดี  แต่ผมอยากบอกสิงมากเลยว่านั่นเพราะหัวมันไบรท์อยู่แล้วไง  ผมจมอยู่กับรายงานจนลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีก็ต้องสะดุ้งเมื่อโดนใครบางคนขโมยหอมแก้มแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง  สิงกลับมาและมายืนมองผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เลยครับ และตอนนี้ผมก็โดนอีกฝ่ายโอบจากด้านหลัง 

“กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยอยู่ข้างหูพลางซุกจมูกและปากไปมาอยู่กับแก้มและซอกคอผม

“ฮื่อ ยังไม่ได้อาบน้ำ” ผมเบี่ยงตัวหลบแต่ก็ไม่พ้น

“ยังไม่ได้อาบเหมือนกัน” อีกฝ่ายบอกก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากเข้ามาใกล้  ครั้งนี้ผมไหวตัวทันรีบยกมือขึ้นปิดปากมันไว้เสียก่อน พร้อมผลักหน้าหล่อ ๆออกห่าง  ถ้ายอมสิงตอนนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกเลยว่ายาว...  คงได้กินข้าวอีกทีตอนเที่ยงคืน   และตอนนี้ผมก็หิวแล้วด้วย เมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังพบว่าเวลาสองทุ่มนิดๆ แล้ว นี่ผมคงทำงานเพลินไปหน่อย

“หิวแล้ว” ผมบอกสิง

“หิวเหมือนกัน”

“หมายถึงหิวข้าว” ผมค้อนให้มันเพราะสายตาวิบวับที่ชวนไม่น่าไว้ในนั่นแหละครับ

“ก็หิวข้าวไง คิดเรื่องทะลึ่งอีกแล้วนะเรา” สิงเขี่ยปลายจมูกผมไปมา  ผมแกล้งถอนหายใจหนัก ๆ ใส่อีกฝ่าย เกลียดนักเวลามันแกล้งว่าผมทะลึ่ง ทั้งที่ตัวมันอ่ะโคตรของโคตรความลามก หื่นตัวพ่อ!!(ยังไงอ่ะหรอ...ไม่บอกครับ)

“ทำไมยังไม่กินข้าว ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอ” สิงบ่นให้ผม

“พอดีนั่งทำรายงานเพลินไปหน่อยน่ะ นี่ยังไม่กินเหมือนกันหรอ?”

“ฮื่อ”

“ทำไมไม่กินให้เรียบร้อยก่อนเข้ามาล่ะนี่สองทุ่มแล้วนะ” ผมบ่นกลับบ้างเพราะรู้ว่าสิงพึ่งทำแลปเสร็จ นี่คงหิวน่าดูเลยสิท่า

“พวกนั้นก็ชวนอยู่ แต่อยากเห็นหน้าแก้มเร็วๆ”  สิงตอบง่ายๆ ก่อนเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

เมื่อครู่มันไม่ใช่ประโยคที่ตั้งใจหยอดหรืออะไรเลยครับ สิงพูดปกติราวกับว่ามันเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไม่ได้รับรู้เลยว่าทำให้หัวใจคนฟังพองโตแค่ไหน 

 

20.20 น. มื้อค่ำ   

สิงเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อยืดห่านคู่กับกางเกงยีนส์ตัวเดิมที่ใส่ไปเรียน บนใบหน้ามีร่องรอยของความเหนื่อยล้าแต่ก็ไม่ได้ทำให้มันหล่อน้อยลงแต่อย่างใด เราก็ตกลงกันว่าจะออกไปหาก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าอร่อยกินกันเพราะอยากซดอะไรร้อน ๆ ครับ  ผมเล่าให้สิงฟังว่าวันนี้เจอพวกลูกลิง แล้วเด็ก ๆ มาฟ้องว่ามีปีหนึ่งเอาคุกกี้มาให้สิง(แต่ไม่บอกหรอกนะว่าพวกนั้นบอกว่าคุกกี้ไม่อร่อย)  เจ้าตัวฟังแล้วหัวเราะหึหึ

“หน้านิ่งขนาดนี้ยังมีคนกล้าเอาของมาให้อีกนะ” ผมอดที่จะแซวมันไม่ได้ เอาจริง ๆนอกจากหน้าหล่อ ๆ ของสิงแล้ว บุคลิกภายนอกของมันก็ไม่ได้ชวนเข้าใกล้เท่าไหร่หรอกนะครับ ถึงสิงจะดูเข้าคนง่ายแต่ก็เป็นคนเข้าถึงยาก ยกเว้นคนที่สนิทจริง ๆเท่านั้นแหละถึงจะได้เห็นมุมเฮฮาของเจ้าตัว  ยิ่งพวกรุ่นน้องทีมบาสนี่เวลาที่ต้องจริงจังก็เกรงสิงกันน่าดู 

“ไอ้พวกทาสคุกกี้นี่มันขี้ฟ้อง เดี๋ยวกลับไปเตะเรียงตัว”

“อย่าไปทำอะไรน้องนะ  ว่าแต่...สาวเอาของมาให้บ่อยมั้ย?” ผมแกล้งถาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเยอะแน่ ๆ โดยเฉพาะกับรุ่นน้องปีหนึ่งที่เข้ามาใหม่ แต่สิงไม่เคยถือของพวกนี้กลับห้องมาให้ผมเห็นหรอกนะครับ  ที่ผมรู้เพราะว่ามีคนมาเล่าเข้าหูอยู่เนือง ๆ

“ไม่นี่”

“ไม่อะไร?  ไม่ใช่น้อยอ่ะหรอ?” ผมยังไม่เลิกแกล้งแหย่มัน

“ไม่สนใจเพราะมีเมียแล้ว”

โอเค...จบครับ


21.15 น. ขนมปัง น้ำเต้าหู้และเด็กแสบ 

หลังจากอิ่มกับมื้อค่ำไปแล้วสิงก็พาผมเดินย่อยโดยการเดินไปเรื่อย ๆ ตามถนนสายหลักที่มีอาหารขายมากมาย  พออิ่มแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากกินอะไรหรอกครับ  ผมแปลกใจที่สิงพามาหยุดที่ร้านขนมปังเจ้าดังของย่านนี้  เป็นร้านขนมปังที่ไส้ทะลักสะใจมาก  ช่วงไหนที่ต้องอ่านหนังสือหนัก ๆ ผมก็ได้ขนมปังเจ้านี้แหละครับช่วยชีวิต ชอบสุดคือไส้ผักโขมชีสซื้อมาตุนไว้อยู่ได้ทั้งคืน   พอเข้าไปในร้านสิงขอให้ผมช่วยเลือกว่าไส้ไหนบ้างที่อร่อย  ซึ่งจะว่าไปร้านนี้ก็อร่อยเกือบทุกอย่างแหละครับ ผมชี้อันไหนสิงก็ก็กวาดมาอย่างละหลายชิ้น จนนึกว่าจะไปเหมาร้านเค้าซะแล้ว    สักพักเราก็ออกจากร้านมาพร้อมกับขนมปังสองถุงใหญ่ในมือ  พอถามว่าซื้อไปทำอะไรเยอะแยะ สิงก็ตอบว่า

“เอาไปปาหัวไอ้พวกเด็กแสบ ขี้ฟ้องดีนัก”

คำตอบของสิงทำให้ผมหัวเราะ

 

ต่อจากร้านขนมปังพวกผมก็แวะร้านน้ำเต้าหู้  คุณลุงคนขายพอเห็นหน้าผมก็เอ่ยทักทายอย่างคนคุ้นเคยกันดีเพราะเป็นเจ้าประจำ  ซึ่งสิงสั่งน้ำเต้าหู้มาหลายสิบถุงคุณลุงคนขายใจดีแถมมาอีกหลายถุงเลยครับ หรือไม่อาจจะเพราะแกอยากขายให้หมด ๆ จะได้ปิดร้านก็ไม่รู้นะ เพราะนี่ก็เริ่มดึกแล้วด้วยฮะๆ  จากนั้นสิงก็พาผมนั่งเวสป้าคู่ใจลัดเลาะไปตามถนนในมหาลัย ผ่านคณะต่าง ๆ เห็นบางคณะกิจกรรมเชียร์พึ่งเลิก  น้องปีหนึ่งหน้าตาละอ่อนมีป้ายชื่อห้อยคอเดินเกาะกลุ่มกัน เห็นแล้วทำให้คิดถึงตัวเองสมัยเป็นเฟรชชี่  ยิ่งสิงพาขับผ่านคอมเพลกในบรรยากาศแบบนี้แล้วยิ่งทำให้คิดถึงตอนซ้อมบริดจ์ ที่ผมกับเพื่อนเคยนั่งซ้อมกันตั้งแต่สามทุ่มยันตีห้าของอีกวันชนิดที่ว่าสว่างคาตาเลยก็มี  จริง ๆ ช่วงนี้ผมก็ต้องมาช่วยเพื่อนๆ พี่ๆ ดูน้องซ้อมบริดจ์เหมือนกันครับ ก็สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันดู แต่หน้าที่คนกำกับส่วนใหญ่จะมอบหมายให้ปีสองเป็นคนดูน้องเป็นหลัก ส่วนปีสามอย่างผมก็แวะไปช่วยดูบ้าง แต่ไม่ได้ไปทุกวัน อย่างวันนี้ก็ไม่มีซ้อมครับเพราะปล่อยให้น้องได้พัก

 

สิงพาผมนั่งรถไปเรื่อย ๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไรเพราะยังไงตอนนี้ก็เป็นค่ำคืนของวันศุกร์ จึงรู้สึกว่าได้ซึมซับบรรยากาศของความผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก สิงไม่ได้ขับเร็วปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า  กลิ่นดอกกาสะลองลอยมาตามลมทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะสูดเอาอากาศเย็นของธรรมชาติเข้าไปเต็มปอด  ชอบช่วงเวลานี้จังเหมือนเรามาขับรถเล่น 

 

ผมนั่งซ้อนท้ายเวสป้าของสิงและชวนกันคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปพลางแล้วสิงก็พาผมมาหยุดที่ สี่สนาม  เด็กมหาลัยนี้ชอบเรียกชื่อสถานที่ตามลักษณะทางกายภาพทื่อ ๆ ดีครับ  เหตุที่เรียกสนามบาสตรงนี้ว่าสี่สนาม เพราะมันมีสนามบาสเรียงติดกันอยู่ 4 สนามครับ (เหมือนที่เรียกหอเก้าหลังว่าหอเก้าหลังเพราะมีหอพัก 9 หลังนั่นแหละ)  มหกรรมกีฬาเฟรชชี่ประจำปีนี้ใกล้เข้ามาแล้ว ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนักครับเพราะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีมันเป็นอะไรที่ยอมกันไม่ได้จริง ๆ  เพราะงั้นแม้จะเป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้วแต่บรรยากาศในมหาลัยยังคงคึกคักไปซะทุกที่เลยครับ ไม่เว้นแม่แต่บาสสี่สนามแห่งนี้ที่คณะวิศวะจับจองเป็นที่ซ้อมให้กับทีมบาสปีหนึ่ง  เมื่อจอดรถแล้วสิงก็ยื่นถุงขนมปังให้ผมถือส่วนตัวเองก็ถือถุงน้ำเต้าหู้ เดินเข้าไปหากลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังซ้อมโหดกันอยู่

 

ที่น่าแปลกใจคือผมพึ่งเคยเห็นแก้งค์คุกกี้ในโหมดรุ่นพี่ปีสองที่ยืนคุมคอยกำกับน้องซ้อม ทุกคนดูจริงจังและดูเป็นรุ่นพี่ที่พึ่งพาได้แตกต่างจากตอนที่ทำตัวบ้าบอเวลาอยู่กับผมอย่างกับเป็นคนละคน  

ทันทีที่สิงเดินเข้ามาที่บริเวณสนามทุกคนต่างแหวกทางให้และยกมือไหว้กันอย่างพร้อมเพรียงและรุ่นน้องก็พลอยเลยมาไหว้ผมด้วย  สิงยื่นถุงใส่น้ำเต้าหู้ให้รุ่นน้องปีสองที่ยืนเฝ้ากระติกน้ำรับไปถือ   เรายืนดูน้องซ้อมอยู่ไม่นานปีสองก็เรียกน้องมารวมพล  สิงก็เข้าไปร่วมพูดคุยกับรุ่นน้องด้วย  ผมสังเกตว่ารุ่นน้องทุกคนทั้งปีหนึ่งและปีสองดูจะให้ความเคารพและนับถือสิงมาก  ทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่สิงพูด ผมยืนมองอยู่ห่าง ๆ และก็แอบอมยิ้มเมื่อเห็นว่าพวกคุกกี้มองมาทางผมบ่อย ๆ คงอยากเข้ามาวอแวเช่นเคยแต่ทำไม่ได้เพราะต้องคีปลุคเป็นรุ่นพี่สุดเท่อยู่ ฮะๆ เห็นแล้วขำดี

 

ร่างสูงยืนกอดอกเด่นอยู่ท่ามกลางรุ่นน้องที่นั่งรวมตัวกัน แล้วสิงก็เอ่ยด้วยใบหน้านิ่ง ๆ และเสียงทุ้มๆ ที่เป็นเอกลักษณ์  

“วันอาทิตย์นี้แข่งนัดแรกเจอคณะเกษตร  ยังไงก็ขอให้ทำให้เต็มที่  ไม่ได้กดดันนะครับแต่ปีที่แล้วรุ่นพี่คุณเค้าทำไว้ดีมาก หวังว่าคงไม่มาสะดุดที่รุ่นคุณ อย่าลืมว่าด้านหลังเสื้อของพวกคุณสกรีนคำว่าวิศวกรรมศาสตร์อยู่ ทุกครั้งที่ลงสนามไม่ใช่แค่พวกคุณลงแข่งแต่มันหมายถึงคณะวิศวะกำลังลงแข่ง  เข้าใจความหมายนะครับ ”  

อืม...ไม่ได้กดดันน้อง ๆ เค้าเลยเนอะ

 “ครับ!” รุ่นน้องตอบพร้อมกันแข็งขัน  สิงพยักหน้าพอใจ ก่อนหันไปหาน้องบอล

“บอลมาเอาน้ำเต้าหู้กับขนมปังไปแบ่งน้อง ๆ ด้วยนะ”

“ครับ”  น้องบอลรับคำก่อนวิ่งมารับถุงขนมปังในมือผมไปแจกจ่ายรุ่นน้อง  ซึ่งสิงก็ซื้อมามากพอจะทั่วถึงทุกคนทั้งนักกีฬาและทีมสตาฟปีสองเลยทีเดียว  

เห็นน้อง ๆ ยัดขนมปังเข้าปากกันคนละคำโต  บางคนเจาะถุงน้ำเต้าหู้อุ่น ๆ เสียบหลอดแล้วดูดอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่คงหิวกันน่าดู  ผมมองบรรดารุ่นน้องของสิงแล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้ ก็แต่ละคนตัวโต ๆ ทั้งนั้นแต่เวลากินนี่เหมือนเด็กเลยครับเห็นแล้วน่าเอ็นดู

 

สิงยืนคุยกับพวกปีสองต่ออีกเล็กน้อยก่อนขอตัวกลับ โดยสั่งทิ้งท้ายว่าวันก่อนแข่งอย่าหักโหมมากเกินไปเดี๋ยวจะเจ็บซะก่อน ซึ่งน้อง ๆ ก็พยักหน้ารับคำ ก่อนกลับน้องพีก็หันไปบอกบรรดาน้องบาส

“พี่สิงจะกลับแล้ว ปีหนึ่งขอบคุณพี่สิงด้วย”

“ขอบคุณครับพี่สิง” น้อง ๆ กล่าวขอบคุณพร้อมกัน

“ขอบคุณพี่สะใภ้ด้วย!

“ขอบคุณพี่สะใภ้คร้าบบบบบบ”  คราวนี้พวกเด็กบาสทั้งปีหนึ่งและปีสองตะโกนขอบคุณลั่นสนามพร้อมยกมือไหว้ผมอย่างสวยงาม !!!!!!!

 “......”

สิงเลิกคิ้ว หันมามองผมแล้วยกยิ้มที่มุมปากแว้บหนึ่งเหมือนกลั้นขำ  ก่อนหันไปบอกน้อง ๆ สั้น ๆ ทิ้งท้าย “ตั้งใจซ้อมล่ะ”  จากนั้นก็เดินมาจูงมือผมที่ยังยืนเหวออยู่ให้เดินออกจากสนามไปด้วยกัน

ไม่วายมีเสียงโห่แซวตามหลังมาแว่วๆ  

“ฮิ้ววววววว” 

ฮึ่ม.....ไอ้-พวก-เด็ก-แสบ!!!!!!!


22.36 น. อาบน้ำ

ออกจากสนามบาสมาแล้วพวกผมก็กลับมาที่คอนโดของสิง ความรู้สึกคืออยากอาบน้ำเต็มทนแล้วครับเพราะเหนียวตัวมาทั้งวัน  จังหวะที่ผมหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะเข้าไปอาบน้ำนั้น สิงก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังพร้อมบ่น


“เหนียวตัวจัง อยากอาบน้ำแล้ว”


“อ้อ วันนี้สิงทำแลปมาทั้งวันนี่ งั้นไปอาบก่อนไป”  ทุกวันนี้ผมจะเรียกสิงว่าสิง แล้วแทนตัวเองว่า กูบ้าง  หรือแก้มบ้างแล้วแต่โอกาสครับ  ทั้งที่เมื่อก่อนเราพูด กู-มึง กันอย่างเดียวมาตลอดไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มเปลี่ยนคำที่ใช้เรียกกัน  แต่บางครั้งก็ยังพูดกูมึงกันอยู่นะแต่น้อยลง มันเป็นไปโดยอัตโนมัติอ่ะครับไม่รู้ว่าคู่อื่นเป็นมั้ย


“อาบด้วยกันก็ได้นี่จะได้ไม่เสียเวลา”  สิงเสนอด้วยน้ำเสียงปกติราวกับชวนผมกินข้าวยังไงยังงั้น  ผมหันขวับไปมองหน้ามันก็ไม่เห็นว่ามันจะมีท่าทางกรุ้มกริ่มอะไร  นี่มันคงไม่ได้คิดล่อลวงอะไรผมหรอกนะ  เห็นหน้านิ่ง ๆ อย่างนี้ ไว้ใจได้ซะที่ไหน


“ไม่เอาหรอก มึงไปอาบก่อนเหอะ”

“เถอะน่า แค่อาบน้ำจริง ๆ เดี๋ยวสระผมให้”

“ไม่เอา มันน่าอายยยย”  ผมยื้อตัวไว้เมื่อมันหยิบผ้าเช็ดตัวพาดไหล่แล้วลากผมเข้าห้องน้ำไปด้วยกัน

“อายอะไร เคยเห็นหมดแล้ว”  เกลียดจริง ๆ นะเวลามันพูดแบบนี้  ก็ผมไม่เคยชินกับสายตาวิบวับของมันเวลามองผมสักทีนี่นา  และคิดว่าชาตินี้ไม่มีทางชิน 

“หน้าไม่ด้านเหมือนใครบางคนนี่ อ้ะ! สิง!

คิดว่ามันเคยฟังผมมั้ยครับ ให้ทาย...

  

23.50 น. Good Night 

อาบน้ำเสร็จเราก็เปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นใส่สบาย ๆ หน้าผมยังคงเห่อร้อนหลังจากออกมาจากห้องน้ำ เมื่อครู่เราเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน สิงทำผมอายจนแทบบ้า เปล่าครับ...มันไม่ได้ทำอะไรผมมากไปกว่าการสระผมและถูสบู่ให้หรอก แต่สายตามันเนี่ยทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่าถูกลวนลามทางสายตาอย่างแท้จริง!  


เมื่อสบายตัวกันแล้วก็มาขลุกอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น  สิงเปิดช่องเคเบิ้ลเพื่อดูบอลดาร์บี้แมทช์นัดสำคัญคู่ชิงอันดับหัวตาราง ส่วนผมก็เอนตัวลงนอนหนุนตักอีกฝ่ายโดยมีหนังสือการ์ตูนโจรสลัดอยู่ในมือ  เรื่องนี้ผมหยุดอ่านไปนานเพราะไม่ค่อยมีเวลา นี่ออกมาหลายเล่มแล้วผมยังอยู่ที่เกาะเงือกอยู่เลย 

 

เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย มีเพียงเสียงพากย์บอลของผู้บรรยายภาคอังกฤษดังมาเป็นระยะ ๆ สิงนั่งเท้าคางดูบอลส่วนมืออีกข้างก็วางไว้ที่ซอกคอผม  มันลูบแก้มผมบ้างแตะไล้ซอกคอผมบ้างทั้งที่ตาคมยังจับจ้องอยู่ที่เกมฟุตบอลจากทีวีจอใหญ่  เหมือนเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจแต่ทำไปด้วยความเพลินมือมากกว่า  เอาจริง ๆ ผมก็ยอมรับว่าชอบสัมผัสของสิงนะครับ ชักจะเข้าใจความรู้สึกของแมวเวลาถูกเจ้าของลูบหรือเกาคางแล้วสิ (แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับนะครับให้สิงรู้ไม่ได้เชียว บอกไปเดี๋ยวมันได้ใจ)  


แล้วผมก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ครับ ทั้งที่ยังมีหนังสือการ์ตูนปิดหน้าอยู่นั่นแหละ  คงเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน พอได้เอนตัวนอนหนุนตักแล้วมีมืออุ่นมากล่อมอย่างนี้เลยผล็อยหลับไปง่าย ๆ  มารู้สึกตัวตอนที่หนังสือถูกดึงออกไปจากใบหน้า และริมฝีปากอุ่น ๆ กดลงมาที่ริมฝีปากแผ่วเบา

“หลับปุ๋ยเชียว เหนื่อยหรอ?”

“อืมมม”  ผมตอบทั้งที่ยังหลับตา 

ขยับตัวนอนตะแคงข้างแล้วซุกหน้าลงกับหน้าท้องแน่น ๆ ของอีกฝ่ายอย่างง่วงๆ รู้สึกว่าหน้าท้องสิงเกร็งขึ้นมาฉับพลันพร้อมกับที่มือใหญ่ดันตัวผมให้ลุกขึ้น

“เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวจะไม่ได้นอน”

“ทำไมไม่ได้นอนล่ะ?” ผมลุกขึ้นนั่งขยี้ตาไปมาแบบงัวเงีย

“หึหึ” สิงไม่ตอบแต่หัวเราะแผ่ว ๆ เหมือนขำอะไรสักอย่าง

“ ...บอลจบแล้วหรอ?” หน้าจอทีวีดับไปแล้วนี่ผมหลับไปนานขนาดนั้นเชียว

“ยัง แต่เล่นกันน่าเบื่อมาก เข้านอนดีกว่า” 


สิงฉุดผมให้ลุกขึ้น เดินไปปิดไฟ แล้วพาผมที่ยังสะลึมสะลืออยู่เข้านอน ผมถอนหายใจเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนุ่ม ขยับเข้าไปซุกกายกับอกแกร่งทันทีที่สิงล้มตัวลงนอนข้างๆ  ได้ยินเสียงหัวเราะผะแผ่วพร้อมกระซิบถามเบา ๆ


“ทำไมวันนี้อ้อน” มือใหญ่สอดผ่านชายเสื้อเข้ามาสัมผัสผิวเนื้อแผ่นหลังของผมเหมือนกล่อม ทำให้ผมยิ่งซุกตัวเข้าหากายอุ่นมากขึ้นราวกับแมวอ้อนเจ้าของ


“อ้อนหรอ?  ไม่รู้สิ คงเพราะเหนื่อยมั้ง” ผมงึมงำตอบ

“ถ้าเหนื่อยก็หลับเถอะ” จูบแผ่วเบาที่ขมับพร้อมเสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหูฟังดูเพราะกว่าอะไรทั้งหมด

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายของวันที่ผมได้ยินก่อนเข้าสู่ห้วงนิทราทั้งที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

ก็มีแค่นี้แหละครับ 1 วันธรรมดาของผม

 

************ 2 be con.

 

เป็นหนึ่งวันที่ยาวนานของหมอแก้ม (และของคุณผู้อ่านค่ะ 55)

หนึ่งวันธรรมดาจริง ๆ ค่ะ ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่  ไม่น่าอิจฉาอะไรเลย (จริงจริ๊งงงง)

เอาจริง ๆ ทุกวันนี้คนเขียนก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยค่ะว่าควรจะอิจฉาใครดีระหว่าง

อิจฉาหมอแก้มที่มีผู้ชายอย่างพี่สิงอยู่ข้างๆ

หรือควรจะอิจฉาพี่สิงดีที่ได้หมอแก้มเป็นเมีย ฮ่าๆๆ

 

ไม่น่าเชื่อว่านิยายเรื่องนี้จะถึงตอนที่ 50 แล้วค่ะ  ถ้าเปรียบเป็นการเดินทางก็คงใกล้จะถึงจุดหมายเข้าไปทุกที

แต่เอาจริงๆมันยังมี เรื่องระหว่างทางที่ยังอยากเขียน อยากเล่าให้ฟังในอีกหลายเรื่อง

อยากตอบคำถามที่ว่า

บอลพี คู่นี้จริงๆแล้วมีซัมติงใช่มั้ย?

คิมแว่นล่ะจะเป็นยังไง?

แนนกับพี่หมอกานต์จะเป็นไปในรูปแบบไหน?

น้องอิงจะอ่อยอิพี่เอ็มขึ้นเตียงสำเร็จหรือไม่?

หมอแก้มในสายตาของพี่สิงล่ะเป็นยังไง?

คนเขียนเองยังอยากเล่า  ถ้ายังมีคนอยากฟังนะคะ ฮะๆ

สุดท้ายก่อนพบกันตอนหน้า ตั้งแต่แต่งนิยายเรื่องนี้มาไม่เคยขออะไรเลยนะ

แต่ครั้งนี้ขออนุญาตขอค่ะ  อยากขอถามว่า...

ทำไมคุณถึงชอบนิยายเรื่องนี้คะ? เล่าให้ฟังบ้างสิ อยากรู้

คำตอบของคุณคือแรงผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะ

ไปแล้วค่ะ  ***พบกันใหม่ตอนหน้าในเดือนพฤศจิกายนนะคะ เพราะจะงดอัพนิยายช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมในช่วงไว้ทุกข์ค่ะ

 

รัก

Kuwa. 

 

ปล.เขียนตอนพิเศษที่จะลงในเล่มสองเสร็จแล้วค่ะ ขนาดอ่านทบทวนเอง ยังอุทานเองเลยว่าน่าร๊ากกกก พี่สิงน่ารักมาก(หรือหื่นก็ไม่รู้นะ) มีความหลงเมียขั้นสุด! เก็บตังค์รอได้เลยค่ะ ฮ่าๆ

 

((ก็เป็นคนธรรมดา ไม่พิเศษ  ก็เป็นคนที่เดินดิน อย่างคนทั่วไป  ไม่ได้ดี เกินกว่าคนไหน  มีแค่ใจดวงเดียวให้เธอ –ให้ฉันดูแลเธอ/รณเดช))


Baby I love you (I) ภาค First Kiss มี E-Book แล้วนาจา  ตาม Link >>

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTQ2Njg5MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjYwMDA0Ijt9

 





IIIพี่หมอกานต์III

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

5,828 ความคิดเห็น

  1. #5683 Earth_Kittikwin (@Earth_Kittikwin) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 00:10

    ไม่รู้วันธรรมดา ของใครต่อใครเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆๆ วันธรรมดาของหมอแก้มเป็นอะไรที่น่าติดตามมาก และที่สำคัญ ตอนนี้ผมอ่านมาแล้วไม่รู้กี่รอบ นับได้คราวๆๆน่าจะเกือบ 10 รอบแล้ว ถามว่าทำไมนะหรอ เพราะไรท์เขียนได้ดีมาก อ่านเข้าใจนึกภาพตามได้ดี ขอให้มีผลงานแบบนี้อีกเยอะๆๆนะครับ ถ้ามีการแข่งขันแฟนพันธ์แท้เรื่อง พี่สิงกะหมอแก้มบอกผมนะ จะลงแข่ง อิอิ

    #5683
    0
  2. #5665 Wooddy (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 15:54

    วันธรรมดาของหมอแก้ม แต่ไม่ธรรมสำหรับเราเรา

    #5665
    0
  3. #5370 JaoJean (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 02:01
    1วันของหมอ ทำเราเขินไปล้านรอบบ
    #5370
    0
  4. #5269 Smuffy (@armymnn01) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 08:30
    ชอบเรื่องนี้เพราะละมุนมาก feel good มาก อ่านแล้วไม่ขัด สื่อตัวละครออกมาได้ค่อนข้างดี แม้จะมีบ้างที่รู้สึกว่ามันตัดๆไป แต่โดยรวมคืออ่านเพลินและชอบมากมากมากกกกกกกกก อินไปกับทุกตัวละคร
    #5269
    0
  5. #5076 chamolwan (@chamolwan) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 09:56
    เราชอบภาษาที่ไรท์ใช้เขียนมากๆเลย อ่านไปเราก็ลืมไปเลยว่ามาถึงตอนที่ 50 แล้ว เราชอบความสัมพันธ์ที่ค่อยๆซึมซับ ไม่เร่งรีบ ทุกอย่างดูลงตัวแบบนี้มากเลยค่ะ เป็นกำลังให้ไรท์นะคะ เราชอบเรื่องนี้มากๆเลย ชอบมากจริงๆ เขินมากด้วยค่ะ555566
    #5076
    0
  6. #4903 aungsuma5594 (@aungsuma5594) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:49
    ชอบเรื่องนี้มากๆ เวลาอ่านแล้วมันละมุนๆหัวใจดี อ่านแล้วสบายใจ ปล.มีอีบุ๊คเรียบร้อยแล้วค่าาา
    #4903
    0
  7. #4652 . spatinice (@s-patinice) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 23:09
    ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าทำไมถึงชอบนิยายเรื่องนี้ ถ้าจะให้นึกดีๆก็คงเป็นเพราะโทนของการดำเนินเรื่องที่ค่อยๆไป แต่น่าสนใจมากๆมั้งคะ ที่ทำให้เราติดเรื่องนี้มากกกกกก ติดมากจนแทบจะอ่านทุกวันเวลาไม่มีอะไรทำ(เราซื้ออีบุ๊คไว้ค่ะ) ไม่หวือหวา แต่มีอะไรให้น่าติดตามทุกตอน รักนิยายเรื่องนี้มากๆนะคะ
    #4652
    0
  8. #4650 potae100 (@potae100) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 00:35
    ทำไมถึงชอบหรอผมว่าผมไม่ได้ชอบหรอก แต่ ผมรักเลยมากกว่า รู้สึกเหมือนกับว่า ในหัวใจมันอบอุ่นเมื่อได้อ่าน ไม่รู้เพราะอะไรทำงานเหนื่อยๆ พอได้อ่านแล้วหายเหนื่อยไปเลย รักนิยายเรื่องนี้มาเลยครับ ขอบคุณคนเขียนเรื่องนี้ด้วยนะครับ จะติดตามต่อไปเรื่อยๆเลยครับ
    #4650
    0
  9. #4445 Petch0132 (@petch0132) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 19:49
    อ่านไปอ่านมา ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนที่ห้าสิบแล้ว คือเพลินมากกกกกก ละมุนมากกกก ตัวละครทุกตัวมีเรื่องมีราวที่ลงตัว ไม่มากเกินน้อยเกิน สิงคริสน่ารักมากกกก คืออ่านมาหลายตอนพึ่งมารู้ว่า พี่สิกับหมอแก้ม คือคริสสิงโต sotus ต๊ายตาย ทำไมพึ่งนึกได้ สร้างความฟินไปอีก อีนี่ก็จิ้นไปเรื่อย งื้ออออออ มีความสุกทุกครั้งที่ได้อ่าน จะกลับมาอ่านซ้ำอีกแน่นอน รักไรท์มากกก จะติดตามผลงานไปเรื่อยๆนะคับ
    #4445
    0
  10. #4444 Petch0132 (@petch0132) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 19:44
    ชอบตอนนี้มาก อ่านไปยิ้มไปมีความสุข เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ อ่านแล้วเขินไงไม่รู้ งื้อออ รักไรท์ มาก ชีกจะติดไรท์แล้วนร้า งื้ออออออออ
    #4444
    0
  11. #4375 ppurennr (@ppure-nut) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:53
    ชอบเนื้อเรื่องที่ธรรมชาติมากเลยค่ะ อ่านไปฟินไปปติงอมเเงม เล่าเรื่องได้เห็นภาพมากๆเลย ขอบคุณนะคะที่เเต่งนิยายดีๆเเบบนี้ให้อ่าน ❤️
    #4375
    0
  12. #4001 mmuyeanxx (@You0618868256) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:25
    หมอกานต์หล่อจังค่ะ ใจสั่นเลย555
    #4001
    0
  13. #3868 ningmejikon2548 (@ningmejikon2548) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:18
    ชอบหลายอย่างนะเช่น เนื้อหาออกมาธรรมชาติดี อ่านแล้วเข้าใจง่ายและจินตนาการตามได้ เดี๋ยวนี้มีแต่เรื่องไม่ดีเข้าหูเห็นสิ่งไม่ดีบ่อยๆ" อ่านนิยายที่ชื่นฉ่ำหัวใจให้ความสุขเล็กๆน้อยๆกับตัวเอง"😀😀
    #3868
    0
  14. #3763 Tripple59554417 (@Tripple59554417) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:44
    ชอบตรงที่ตัวละครมีการสื่อสารและแสดงออกที่ชัดเจน  ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเหมือนได้สัมผัสกับเหตุการณ์นั้นจริงๆ  มันดูเป็นธรรมชาติ ไม่เว่อร์ ไม่หวือหวาจนเกินไป เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจอารมณ์ตัวละครได้ดี  และอีกอย่างคือ "เราสัมผัสได้ว่าเค้ารักกันจริงๆ"


    ปล.อ่านเรื่องนี้แล้วอยากข้ามช่วงมัธยมไปมหาลัยม๊ากมาก555
    #3763
    0
  15. #3737 Coco98 (@Coco98) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:20
    ชอบอาะชอบบบบ งือออออบอุ่นมากกกก
    #3737
    0
  16. #3437 Party19 (@Party19) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 14:52
    เข้าห้องน้ำตั้งแต่22:38น.-23:50คืออาบน้ำใช่มั้ยยยยยยย
    #3437
    0
  17. #3376 VmIaPi (@mai-top-bb) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 14:24
    แง้ เรื่องนี้ทิ้งช่วงไว้นาน ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน งานเยอะ 5555 นี่เพิ่งเดินลงภูกระดึงมา เลยนึกถึง ตอนอยู่ภูนึกถึงสิงกับคริส ความรู้สึกเดียวกับคริสเลยว่าไม่เข้าใจว่าทำไมคนชอบถ่ายรูปกับป้าย นี่จัดไปหลายช็อตมาก เป็นที่เที่ยวที่ได้หอบของฝากลงภูเยอะ อีกอย่างสถานที่ต่างๆ คือในมข. เทศกาลในมข. เลยอิน รู้สึก เรื่องนี้ไม่หวือหวา แต่เรื่อยๆ เหมือนดูการพัฒนาของตัวละคร ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาลัยปีสูง ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ อาจจะไม่ได้ตามอ่านแบบตอนต่อตอน แต่ติดตามเสมอ 5555
    #3376
    0
  18. #3308 Hani~☆ (@Luk_Believe) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 11:59
    ชอบความละมุน ชอบการเล่าเรื่อง ชอบทุกอย่างเลยยยยยยยย
    #3308
    0
  19. #2664 Sara-Anusara (@leelawadee89) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 18:27
    ฮรือออ ละมุนละเกิน
    พี่สิงคนอวดเมีย
    พี่สิงคนดี
    แก๊งคุกกี้นี่ก็ไม่เคยทิ้งลายเลย รักพวกนาง????
    #2664
    0
  20. #2660 jadefloral (@jadefloral) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:43
    #2660
    0
  21. #2647 CH3521 (@CH3521) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 09:54
    น่ารักอ่ะ ในชีวิตมันมีแบบนี้บ้างมั้ย อยากได้มั่ง
    #2647
    0
  22. #2639 atommap (@atommap) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 01:21
    เหมือนอ่านบันทึกเล่มนึงที่ย้อนอ่านกี่ครั้งก็ยิ้มตามตัวอักษรทุกตัวที่เขียน
    #2639
    0
  23. #2637 MongkonYuttana (@MongkonYuttana) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 14:21
    ถามว่าชอบนิยายเรื่องนี้ตรงใหนเราบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าชอบตรงใหนไม่ว่าจะเป็นตัวละคร อารมณ์ เรี่องราวที่ตัวไรท์ได้สื่อออกมาเป็นตัวหนังสือให้พวกเราได้สัมผัส แตไม่ว่าจะเป็นแบบใหนเราก็ชอบทั้งนั้น( และรู้สึกฟิน เขิน อินมาก)อ่านแล้วยิ้มตามได้
    #2637
    0
  24. #2636 yingying_ying (@yingying_ying) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 16:48
    บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงชอบรู้แต่ว่าบางครั้งอ่านแล้วหยุดยิ้มไม่ได้ซึ้งบางครั้งเสี่ยงกับการโดนไล่ออกจากงานมากคะเพราะเราเครียดจากงานก็เลยแว๊บมาอ่านนิยายปรากฎว่าหัวหน้าเห็นเรานั่งยิ้มคนเดียวไปอี๊ก555และชอบแก๊งค์ลูกลิงของพี่สิงเวลาเรียกม่าม๊าน่ารักคะคู่อื่นก็น่ารักอ่านแล้วต้องอมยิ้มตามไปด้วยทุกคู่เลยคะ
    #2636
    0
  25. #2635 Vambest (@Vambest) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:07
    นิยายเรื่องนี้ใช้ภาษาในการสื่อได้ชัดเจน เข้าถึงและสัมผัสตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง เดินเรื่องได้ละมุนมาก (อันนี้คือสิ่งที่ชอบที่สุด) เรื่องนี้คาแรคเตอร์คริสสิงกินขาด ชอบความอ่อนโยนน่ารักที่เข้ากันดีกับความเป็นผู้นำดูแลคนรักได้แถมดูคูลสุดๆ เราเข้าถึงอารมณ์ที่ไรซ์ต้องการสื่อได้ทุกตอน ที่สำคัญไม่เวอร์ เมคเซนมาก ชอบฉากที่สิงเมินคริส อันนั้นคือรู้สึกหน่วงจริงๆอินมากชอบมาจนถึงตอนนี้ ไม่ต้องหน่วงมากแต่กินใจสุดๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขินหนักและบ่อยที่สุดตั้งแต่อ่านฟิคมา
    #2635
    0