Baby... I love you (Yaoi)

ตอนที่ 37 : Baby…I love you 35 : อยากยืนข้างกาย (ได้กุมมือ โอบหัวไหล่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 389 ครั้ง
    21 พ.ค. 60


 

Baby…I love you 35 : อยากยืนข้างกาย (ได้กุมมือ โอบหัวไหล่) 

 

วันนี้มีรุ่นพี่มากลับนิเทศที่คณะคนหนึ่งบอกกับพวกเราที่เป็นนักศึกษารุ่นน้องว่า ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของหลายๆคนคือช่วงชีวิตของการเรียนมหาวิทยาลัย เพราะมันเป็นช่วงชีวิตของวัยรุ่นที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ มีความฝัน มีจินตนาการ มีพลังงานล้นเหลือ มีเพื่อนฝูงมากมาย อิสระจากภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ ไม่มีเรื่องต้องกังวลอะไรให้มากมาย แค่เรียนกับใช้ชีวิตให้สนุกเท่านั้นเอง เชื่อเถอะว่าพวกน้องโตไปเป็นผู้ใหญ่และเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง พวกน้องจะโหยหาช่วงชีวิตในมหาลัย  เพราะงั้นใช้ชีวิตช่วงนี้ให้คุ้มค่าเถอะ จะได้ไม่มาคิดเสียใจทีหลังว่าทำไมตอนนั้นเราไม่ทำนู่นทำนี่

 

ตอนที่พี่เค้าพูดแววตาเค้าดูโหยหาช่วงเวลาเก่าๆจริงๆนะครับ  เมื่อลองมาพิจารณาดูแล้วก็คิดว่าที่พี่เค้าบอกก็น่าจะจริง  ตอนนี้เราไม่ต้องแบกรับภาระอะไรมากมาย  หน้าที่มีเพียงแค่เรียนให้ดีเท่านั้น 

 

ปิดเทอมใหญ่ใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า  พอเปิดภาคปีการศึกษาใหม่พวกผมก็จะกลายเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3  เวลาช่างเดินผ่านไปเร็วอย่างน่าใจหาย ผมเองก็เคยคิดถึงอนาคตข้างหน้าอยู่เหมือนกัน  แน่นอนว่ามันต้องมาถึงสักวัน...ช่วงเวลาที่พวกเราจะเรียนจบและต้องแยกย้ายกันเพื่อไปทำตามความฝันของตัวเองในที่สุด ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ผมและตัวสิงเอง แม้ว่าผมจะรักสิงมากแค่ไหนและผมก็รู้ว่าสิงก็รักผมมาก และเพราะความรักกันมากนี่แหละเราจึงอยากให้อีกฝ่ายได้ทำในสิ่งที่เป็นความฝันของเราต่อไป  ซึ่งนั่นหมายความว่าเราทั้งคู่ต่างมีทางเดินเป็นของตัวเอง   ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆผมว่าผมต้องคิดถึงวันคืนที่มีสิงและเพื่อนๆอยู่รอบตัวแน่เลย

 

“คริส... ไปค่ายอาสากับกูมั้ย?”  เสียงแว่นเอ่ยขัดจังหวะความคิดของผม  ผมสะดุ้งและพบว่ากิจกรรมนิเทศจากหมอรุ่นพี่ได้จบลงแล้ว และเพื่อนๆและผู้บรรยายก็ทยอยออกจากห้องประชุม

“ค่ายอะไร?”

“ของชมรมห้องสมุด คณะมนุษย์ฯ พฤหัส - ศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ หน้าเนี่ย 4 วัน 3 คืน ปิดเทอมพอดี ”

“ไปแอบชอบสาวไหนอีกล่ะ”  ผมดักคอมัน ทำให้มันมองค้อนผม

“มึงอ่ะ มองกูในแง่ร้ายตลอด”

“ชื่ออะไร?” ผมหรี่ตาพร้อมลากเสียงถามมัน

“น้องเนย” มันอ้อมแอ้มตอบกลับมา  ก่อนจะทำหางกระดิกเมื่อผมหัวเราะขำ

“ปีหนึ่ง น่ารักโคตร น้องโรงเรียนเราด้วย”

“ครับ”

“เอ๊า  ว่าไงล่ะ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย”

“ครับๆ  ว่าแต่ไปไหนล่ะ”

“เลย”  อืม... ฟังดูห่างไกล

“ไปทำไร ชมรมห้องสมุด?  ไปสร้างห้องสมุดหรอ?”

“ประมาณนั้น”

“อืม...เอาสิ ใส่ชื่อกูลงไปด้วยก็ได้”

“อ๋อ  กูใส่ชื่อมึงลงไปเรียบร้อยตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วแหละ” มันว่าง่ายๆขณะยัดเอกสารใส่กระเป๋าสะพายแล้วรูดซิป

“ไอ้แว่น แล้วมึงจะถามกูทำเพื่อ??”

“ก็ทำเป็นถามไปอย่างนั้นเองง่ะ กูรู้ว่าเพื่อนรักอย่างมึง ถ้ากูเอ่ยปาก ยังไงมึงก็ไม่ปฏิเสธกูร๊อก” มั่นหน้าเนอะ

“งั้นก็ปฏิเสธครับ ขี้เกียจไปแระ” ผมเล่นตัวบ้าง ทำให้มันเข้ามาเขย่าแขนผมทันที

“โหยยย มึงอ่ะ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย ผู้ชายในชมรมก็มีกันไม่กี่คนเอง ไปคนเดียวกูเขิน”

“มึงไม่ต้องมาพูดดี”  ผมพันเอกสารเป็นม้วนแล้วฟาดใส่หัวมันหนึ่งที แต่มันกลับยิ้มร่า

“ว่าแต่มีใครไปมั่งอ่ะ กูไม่รู้จักใครเลยนะ”


“เฮ้ยๆ แนนก็ไป กูพึ่งชวนเมื่อกี้  มึงก็ชวนไอ้สิงไปด้วยดิ ปิดเทอมมันน่าจะว่างนะ ถ้ามันตกลงก็จะได้ไปป่าวประกาศ ทีนี้สาวๆจะได้สมัครไปกันอีกเยอะๆ  บอกตรงๆ ทีแรกกูนึกว่าจะไม่มีใครสมัครไปแล้ว เกือบล่มอ่ะ แต่พอกูเอาชื่อมึงใส่เข้าไปด้วย ก็มีคนมาสมัครเพิ่มอีกพอสมควรเลย ต้องขอบคุณในความหน้าตาดีของมึงนะครับคุณเพื่อน” แว่นยื่นมือมาตบไหล่ผมสองสามที


“เกี่ยวอะไรวะ?” ผมถามมันอย่างงงๆ

“เออน่า มึงไม่ต้องรู้หรอก  ว่าแต่อย่าลืมชวนไอ้สิงด้วยนะ ได้ความว่าไงโทรบอกกูด้วย โอเค๊” ไอ้แว่นทำมือท่าโอเคใส่หน้าผมประกอบ

“เออๆ  ไว้เดี๋ยวจะลองชวนดูแล้วกัน”

 

ปรากฏว่าสิงไปไม่ได้ครับ เพราะตรงกับค่ายของวิศวะของพี่กรประธานภาคปีสามซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ จะไปสร้างโรงอาหารให้โรงเรียนอีกที่หนึ่งที่จังหวัดหนองคายพอดี  ซึ่งงานนี้แก้งค์ของมันไปกันยกแก้งค์


“จะไปกันกี่คนล่ะ?” สิงถามขึ้นระหว่างที่นั่งอยู่ข้างๆ เอามือเท้าคางมองผมหั่นผักในครัวเพื่อทำมื้อเย็น

“ไม่รู้สิ เห็นไอ้แว่นบอกก็มีมาลงชื่อพอสมควรอ่ะ น่าสนุกดีเนอะ กูไม่เคยออกค่ายเลยตั้งแต่เข้ามหาลัยมา”

สิงพยักหน้ารับรู้ก่อนเอ่ย “ไปก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”

“จ้า” ผมรับคำยิ้มๆ มันพูดยังกับผมเป็นเด็กแหนะ

“เอ... ค่ายของชมรมห้องสมุดรู้สึกคุ้นๆว่า อาจารย์ที่ดูแลชมรมนี้จะขอความร่วมมือภาคโยธาให้ส่งคนไปช่วยอยู่นะ เหมือนว่าจะเป็นกลุ่มของไอ้คิมมั้ง”


“จริงหรอ  งั้นก็ดีเลยสิ ยังคิดๆอยู่ว่าถ้ามีผู้ชายไปไม่เยอะแล้วงานเคาะงานตอกจะทำไง ทั้งกูทั้งไอ้แว่นก็ไม่ถนัดด้วยสิ อายสาวๆเค้าแย่ เป็นผู้ชายแท้ๆแต่ทำงานพวกนี้ไม่เก่งเอาซะเลย”


“ไม่เห็นน่าอายเลย ใครๆก็ต้องมีเรื่องที่ไม่ถนัดกันทั้งนั้นแหละ ให้พวกผู้ชายวิศวะเถื่อนๆไปสอนเคมี ชีวะเด็กมัธยมแข่งกับมึงกับไอ้แว่น พวกนั้นก็คงสู้ไม่ได้เหมือนกัน” สิงว่ายิ้มๆ  ทำให้ผมพลอยยิ้มไปด้วย  มันนี่ก็ชอบหาข้ออ้างมาปลอบใจทำให้ผมพลอยคิดอะไรง่ายๆ สบายๆ ได้เสมอเลยนะครับ

“ว่าแต่แก้ม”

“หืม?”

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกพูดกูมึงกับกูซักที”

“กวนตีนแล้ว  ประโยคเมื่อกี้มึงยังพูดกูกับกูเลย”  ผมส่ายหน้าขำๆ

“งั้นเรามาลองเปลี่ยนวิธีเรียกกันดีมั้ย?”  อยู่ๆสิงก็เสนอขึ้นมา

“เปลี่ยนว่าไงล่ะ ก็เรียกกูๆมึงๆ มาตั้งแต่ม.1 แล้วเหอะ ให้เรียกอย่างอื่นมันไม่ชินนี่นา”

“ไหนลองแทนตัวว่า เค้าซิ”  มันยื่นหน้ามาสั่งผม

“ไม่เอ๊า!!

เค้าเร็ว!

“ไม่!

“น๊า... แก้ม” มันเอามือมาเขี่ยๆแขนผมอย่างไม่ยอมแพ้ 

“อย่ากวนสิ กำลังหั่นผักอยู่นะ เดี๋ยวมีดบาด”

“ลองพูดหน่อยเร็ว  พี่สิงอยากฟัง” มันยังไม่เลิกพยายาม

“ไม่เอา เขิน...”

“ตัวเองเป็นเมียมาพูดกูมึงกับผัวได้ไง ไม่สุภาพรู้มั้ย” ดูคำพูดคำจามันครับ  ผมนี่หน้าร้อนผ่าวเลย ทนไม่ไหวเลยหยิบเปลือกแครอทที่ฝานทิ้งไปปาใส่มัน

“ผัวเมียอะไร พูดจาน่าเกลียด ไปหยิบน้ำสลัดในตู้เย็นมาซิ จะกินไข่ต้มด้วยมั้ย?”

“กิน” มันตอบหน้ามุ่ยก่อนเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำสลัดงา  ผมมองท่าทางที่คล้ายจะงอนของมันด้วยความรู้สึกขำกึ่งเอ็นดู  โถ..ดูสิ ตัวก็ออกจะโต  นี่ถ้าพวกทาสคุกกี้ได้มาเห็นพ่อมันตอนนี้นะ คงเลิกเกรงสิงกันไปเลยแหละ

“เจอมั้ยน้ำสลัดน่ะ อยู่ตรงฝาตู้”

“ฮื่อ  เอาไรอีกเปล่า”

“พี่สิงช่วยหยิบจานมาให้เค้าอีกซักใบด้วยสิ”  ผมหันไปบอกคนที่ยังก้มๆเงยๆอยู่หน้าตู้เย็น

ปรากฏว่าสิ่งที่ผมได้นั้นไม่ใช่น้ำสลัดหรือจานอย่างที่ขอครับ แต่เป็นตัวมันนี่แหละที่โถมเข้ามากอดรัดผมซะแน่น ดีนะที่วางมีดแล้ว ไม่งั้นคงได้มีคนพุงทะลุบ้างแหละ

“แก้ม...”

“อ..อะไรอีกล่ะ”

“น่ารักว่ะ!

สรุปว่าเย็นวันนั้นกว่าเราจะได้กินมื้อเย็น  ผมก็โดนมันปล้นจูบไปเสียหลายรอบ แล้วมันจูบเฉยๆเสียเมื่อไหร่ มือร้อนๆของมันนี่ก็ชอบแกล้งผมอยู่เรื่อยเลย  นี่ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะว่าควรจะพูดเพราะๆกับมันดีมั้ย  พูดกูมึงอย่างเก่าน่าจะปลอดภัยกับตัวผมมากกว่านะผมว่า...


+++


วันเดินทางไปออกค่ายห้องสมุดอาสาเพื่อน้องที่ห่างไกล ของชมรมห้องสมุดซึ่งนัดหมายรวมพลกันตั้งแต่ตีสี่  สถานที่นัดหมายคือด้านหน้าหอสมุด  สิงซึ่งวันนี้ก็ต้องเดินทางไปค่ายที่หนองคายเหมือนกันก็อาสาขับรถมาส่งผม  พร้อมกับช่วยขนหนังสือส่วนที่ผมจะเอาไปบริจาคใส่ท้ายรถกระบะให้



หนังสือที่ผมเอาไปบริจาคนั้นก็เป็นหนังสือที่ผมสะสมมาแหละครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นวรรณกรรมเยาวชน  หนังสือเนื้อหาที่ค่อนข้างไปทางสร้างสรรค์ ทั้งของไทยและวรรณกรรมแปล  รวมถึงบางส่วนก็เป็นหนังสือของสิงด้วยซึ่งมันใจดีมาก  ออกปากยกชุดหนังสือแฮร์รี่พอตเตอร์ให้ผมครบชุด  ผมว่าน้องๆที่เค้าอยู่ห่างไกลมีโอกาสได้อ่านหนังสือชุดนี้ก็น่าจะดีไม่น้อย

 

“พี่สิงใจดีจัง ”  ผมเอ่ยปากชมมันตอนที่มันยกหนังสือแฮร์รี่ให้

“อืม... หล่อ รวยแล้วยังใจดีมีซิคแพคอีก ใครได้ไปเป็นสามีนี่โชคดีเนอะ” มันหลิ่วตาให้ผม  ทำเอาผมหน้าแดงอดที่จะเบ้ปากให้มันไม่ได้

“อืม จ้ะ”  สิงหัวเราะเบาๆกับท่าทางของผม มันคงจะแกล้งเย้าอะไรผมต่ออีกถ้าไม่เพราะมีคนขนกระเป๋าและอุปกรณ์มาใส่ท้ายกระบะเพิ่ม แล้วผู้มาใหม่ก็เอ่ยทัก

“ไอ้สิง ทำไมมึงมาอยู่นี่ มึงไปค่ายพี่กรกับพวกไอ้เอ็มไม่ใช่หรอวะ?”  คิมนั่นเอง

“อืม แค่แวะมาส่งคนที่บ้านน่ะ”  สิงยกมือขึ้นมาจับหัวผมโยกเบาๆ คิมจึงหันมาเจอผมแล้วทักอย่างแปลกใจ

“อ้าว  อ๋อ... มาส่งเมีย”  เฮ้อ  เพื่อนสิงทุกคนนี่ก็ช่างใช้คำว่าเมียกับผมได้เต็มปากเต็มคำเหลือเกินนะครับ แล้ว คนที่บ้านนี่คืออะไรครับพี่สิง

“คิม”  ผมเรียกมันเหมือนเป็นเชิงปราม ทำให้มันหัวเราะ

“ฮ่าๆ ไม่รู้นะเนี่ยว่ามีคุณหมอไปด้วย”

“แว่นมันชวนน่ะ  ดีจังที่คิมไปด้วย จะได้มีเพื่อนเยอะๆ”  ผมบอกคิมยิ้มๆ

“เออ ค่ายนี้ท่าทางสนุกว่ะ” คิมยกแขนขึ้นพาดไหล่ผม “ว่าแต่คุณสิงไม่อยากเปลี่ยนใจมาค่ายนี้ด้วยกันหรอครับ?”   

“ก็อยากอยู่หรอก แต่ได้รับปากทางโน้นแล้ว” สิงว่าพลางปัดมือคิมออกจากไหล่ผม  แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

“กูต้องไปแล้ว ได้เวลานัดทางโน้นแล้วเหมือนกัน”  สิงว่าพลางมองไปรอบๆดูเพื่อนร่วมค่ายของผมที่จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันกว่าสี่วัน แล้วขมวดคิ้ว

“ไอ้หมอกก็ไปด้วยหรอ?” สิงถามเหมือนแปลกใจ


หมอกคือเพื่อนคณะของสิงที่แข่งบริดจ์ชนะพวกผมตอนกีฬาเฟรชชี่นั่นแหละครับ แล้วก็พ่วงตำแหน่งเดือนของคณะวิศวะรุ่นมันด้วย  สิงเคยบอกว่าไม่ให้ผมเข้าใกล้มากเพราะหมอกชอบผู้ชาย ไม่รู้จริงไหม


“อืม”

สิงพยักหน้ารับรู้ก่อนหันมาหาผม “ต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองดีๆล่ะ อย่าตากแดดมากรู้มั้ย”

“จ้า”

“ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย  เสื้อกันหนาวเอามาด้วยรึเปล่า กลางคืนน่าจะหนาวนะ รองเท้าแตะไม่ลืมนะมันจำเป็น  ยาสามัญล่ะ”

“ไม่ลืมอะไรทั้งนั้นแหละ ไปได้แล้วเดี๋ยวทางนั้นคอย”  ผมตัดบทขำๆ ดันหลังมันให้ออกเดิน เพราะถ้ามันยังมัวถามผมอยู่อย่างนี้มันคงจะสายจริงๆ

“คิม” สิงหันมาหาเพื่อน

“ครับๆ รู้แล้ว เดี๋ยวดูให้” คิมรีบรับปากโดยที่สิงยังไม่ทันเอ่ยอะไรด้วยซ้ำ

“หึหึ” คิมหัวเราะให้ผมเบาๆขณะที่มองสิงเดินออกไป

“ขำอะไร?”

“ขำไอ้สิง ไม่คิดว่ากูจะมีโอกาสได้เห็นภาพนี้ มึงนี่เอามันอยู่จริงๆนะ” คิมว่าพลางตบไหล่ผมเบาๆ

“เอาอยู่อะไรกัน  กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยเหอะ”

“มึงทำ  แค่มึงไม่รู้ตัว”  คิมบอกผมยิ้มๆ  พอดีกับที่แว่นและแนนเดินมาสมทบ เราจึงได้ทักทายกันและถามไถ่

 

“กว่าจะมาได้นะไอ้แว่น นึกว่าจะเบี้ยวกันซะแล้ว  โห...ตัดผมมาหรอ เปลี่ยนแว่นใหม่ด้วย หล่อจนเพื่อนจำแทบไม่ได้”  ผมทักเพื่อนสนิท  ไอ้แว่นนิวลุคทำเอาผมตื่นเต้น  จะว่าไปเพื่อนผมก็ไม่ได้ขี้เหร่นะครับ  ดูให้ฟีลเป็นหมอตี๋แว่นปากหมาดี(?)


“ปกติกูก็หล่ออยู่แล้วนะ ถึงจะไม่เท่าไอ้สิงของมึงก็เถอะ” ทำไมพวกนี้ชอบพาดพิงสิงกันจังเลยครับ หืออออ

“เอาที่มึงสบายใจเลยครับแว่น”

“ฮ่าๆๆ” แว่นหัวเราะก่อนบ่น “ก็แม่งน้องกูเข้ามาเล่นห้องแล้วทำแว่นกูหักอ่ะดิ เลยได้เปลี่ยนแว่น”

“เออ มึงกลับบ้านไป ก็ไปกราบขอบพระคุณน้องมึงซะนะ เปลี่ยนแว่นแล้วทำให้มึงดูดีขึ้นมาอีกแปดเสตปเลย  ว่าแต่เพื่อนแว่นกับเพื่อนแนนจะย้ายบ้านกันหรอครับ ได้ข่าวว่าไปกันแค่ 4 วันเองนะ”  


ผมอดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ เพราะทั้งสองคนหอบข้าวของกันพะรุงพะรัง  ตั้งแต่หมอนผ้าห่ม เสื่อพับ ถุงผ้าที่ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบ้างคนละสองถุงตุงๆ พร้อมเป้ใบใหญ่ที่สะพายอยู่ข้างหลัง


“คริสไม่เข้าใจความเยอะของผู้หญิงหรอก” แนนว่า

“โอเค แนนเป็นผู้หญิงเยอะ อันนี้เข้าใจได้ แล้วมึงล่ะไอ้แว่น หอบอะไรมาเยอะแยะ”

“อุปกรณ์ยังชีพของกู นี่เอาออกบางส่วนแล้วนะ เพราะกูถือมาไม่ไหว ฮ่าๆ”  ผมส่ายหน้าให้ทั้งสองคนขำๆ

“สิงไม่ไปกับเราด้วยหรอ?”  แนนถามผมพลางมองไปรอบๆตัวเพื่อมองหาสิงจากเพื่อนร่วมเดินทางที่ทยอยมา

“ไม่ได้มา  สิงไปอีกค่ายนึง ตรงกันพอดี”

“ว๊า  อดได้เห็นโมเม้นท์เลย”  แนนบ่นท่าทางเสียดายน่าดู

“คืออะไรหรอ  อยากเจอสิงหรอ เมื่อเช้ามันก็มาส่งนะ”

“คิกๆ  คริสอ่ะ แบ๊วจัง น่าร๊ากกกกก”  แนนว่าพลางหยิกแก้มผมเล่น

“อะไรเล่า”

“น้องๆครับ เดี๋ยวเช็คชื่อขึ้นรถแล้วรับป้ายชื่อกันนะ”  เสียงพี่ผู้ชายที่น่าจะอยู่ปีสาม ดูคมเข้มประกาศผ่านไมค์เคลื่อนที่ตัวเล็กเรียกความสนใจจากพวกผม

“พี่ยอด ประธานชมรมน่ะ” แว่นบอก

“ไม่เห็นเหมือนหนอนหนังสือ ออกจะคมเข้ม” แนนตั้งข้อสังเกต

“ก็สมาชิกชมรมผู้หญิงส่วนหนึ่งมาสมัครเพราะพี่ยอดนี่แหละ คิดว่าปกติชมรมวิชาการแบบนี้ใครเค้าจะสนใจกันล่ะ” แว่นบอกก่อนลากพวกผมไปเช็คชื่อและรับป้ายชื่อห้อยคอ 

 

เนื่องจากกิจกรรมออกค่ายอาสาในครั้งนี้มีนักศึกษาจากหลากหลายคณะเข้ามาร่วมด้วยป้ายชื่อที่ระบุชื่อเล่นและคณะที่เราสังกัดทำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันง่ายขึ้นครับ 

 

รถที่จะพาพวกเราไปออกค่ายครั้งนี้เป็นรถบัสลมโชยครับ  สภาพดีแต่ไม่มีแอร์  ลุงคนขับแต่งตัวสุภาพท่าทางบ่งบอกได้ว่าชำนาญในอาชีพและชอบฟังเพลงลูกทุ่ง

 

นอกจากรถบัสคันหนึ่งแล้วยังมีรถกระบะขนหนังสือสำหรับบริจาคให้ห้องสมุดและอุปกรณ์ต่างๆอีก 2 คัน ขับติดตามกันไป โดยมีอาจารย์ของคณะมนุษย์ฯที่เป็นที่ปรึกษาชมรม 1 ท่านและอาจารย์ของคณะวิศวะไปด้วยอีก 1 ท่าน


เราสามคนเมื่อขึ้นรถก็เดินผ่านและทักทายเพื่อนร่วมค่ายบางคนที่พอคุ้นหน้าคุ้นตากันบ้าง ก่อนหาที่นั่งตรงกลางๆ รถ ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมหรืออย่างไรไม่ทราบคือ อาจารย์และสาวๆมักจะนั่งแถวหน้า ส่วนพวกเฮ้วๆก็จับจองที่นั่งท้ายรถ  ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่ากลุ่มวิศวะของคิมจะนั่งตรงไหน 

 

“หวัดดี เจอกันอีกแล้วนะ”  เสียงทักทายของใครบางคนที่เดินมาหยุดข้างๆที่นั่ง ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง  และพบว่าเป็นหมอก เดือนวิศวะ คู่ปรับสมัยแข่งบริดจ์เมื่อตอนปีหนึ่ง  แว่นกับแนนและสาวๆที่นั่งอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นหันมามองพวกผมอย่างสนใจ  คงเพราะหมอกหน้าตาดี ผมเห็นสาวๆร่วมค่ายแอบสะกิดกันน่าดูตอนหมอกเช็คชื่อขึ้นรถ

“หวัดดี” ผมยิ้มทักทาย(ตามมารยาท)

“ไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าคริสก็มาค่ายนี้ด้วย”

“เพื่อนเราชวนมาน่ะ”

“บางทีเราก็เจอคริสแว้บๆที่โรงอาหารคณะ แต่ไม่มีโอกาสได้ทักทาย” อีกฝ่ายยังคงยืนปักหลักคุยกับผมต่อแม้ว่ารถกำลังจะเคลื่อนตัวออก

“อ้อ บางทีเราก็ไปหาเพื่อนบ้าง”

“ไม่เจอตั้งนานน่ารักขึ้นนะ”

“หือ?” ผมทำหน้าประหลาดกับคำชม(รึเปล่า)ของอีกฝ่าย

“ตรงนี้ว่างที่หนึ่งใช่มั้ยเรานั่งด้วยดิ”  หมอกชี้มาที่ที่นั่งว่างข้างๆผม เพราะแนนนั่งกับแว่น ผมจึงนั่งคนเดียว

“เอ่อ...”

“ไอ้หมอก  ไอ้ปาล์มเรียก มันบอกว่าจะเอาอะไรซักอย่างกับมึงนี่แหละ” คิมเดินมาตบไหล่หมอกแรงๆแล้วชี้ที่ทางท้ายรถ  หมอกทำหน้าเซ็งๆแล้วหันมาบอกผม

“ไปนะ เดี๋ยวเรามาคุยด้วยใหม่”

ผมพยักหน้างงๆ สงสัยว่าผมไปสนิทกับมันตอนไหนวะ  พอหมอกไปแล้วคิมก็ก้มหน้าลงมากระซิบกับผม

“ยังไปไม่ถึงไหนเลยต้องให้กูออกแรงซะแล้ว”

“อะไรหรอ?”

“หึหึ มึงก็เป็นซะอย่างนี้ กลับไปคราวนี้นะ กูจะให้ไอ้สิงเลี้ยงเหล้ากูหนักๆเลยห่า” มันหัวเราะเบาๆ หยิกแก้มผมหนึ่งทีก่อนเดินกลับไปท้ายรถที่เพื่อนๆ วิศวะนั่งกันกลุ่มใหญ่

 

“คนที่มาคุยกับคริสก่อนหน้านี้ใช่หมอก เดือนวิศวะที่เคยแข่งบริดจ์กับเราป่ะ?”  แนนชะโงกหน้ามาถามผมหลังจากคล้อยหลังคิมไป

“อื้ม”

“รู้จักกับคริสด้วยหรอ?”

“ก็รู้จักกันตอนแข่งบริดจ์นั่นแหละ”

“จีบคริสหรอ?” แนนหรี่ตามองผมเหมือนจับผิด

“เฮ้ย บ้าหรอ ไม่หรอกมั้ง” ผมโบกมือปฏิเสธ

“แนนจะฟ้องสิง”

“ฟ้องว่าอะไร?” ผมถามแนนขำๆ

“ฟ้องว่าคริสปล่อยฟีโรโมนฟุ้งกระจาย นี่.. รู้ตัวรึเปล่าว่าช่วงนี้คริสดูมีออร่าฟุ้งๆ วิ้งค์ๆแปลกๆอ่ะ ไปทำอะไรมา บอกมานะ” แนนชี้หน้าผม

“ฮะๆ ไปใหญ่แล้ว เราก็เป็นเราเหมือนเดิมนั่นแหละ”


“ไม่เหมือน!” แนนย้ำเสียงสูง “ที่ห้องไม่มีกระจกรึไงเล่า ส่องดูตัวเองบ้างเปล่าเนี่ย ห้ะ!? ถ้าแนนเป็นสิงนะ แนนไม่ปล่อยคริสที่ดูวิ้งค์ๆมาค่ายคนเดียวอย่างนี้หรอก แนนจะหวง!”  วิ้งค์ๆ? ยังไงอ่ะ แนนนี่ตลกจริงๆเล้ยยย เพื่อนใครเนี่ย


“คนเดียวที่ไหน ทั้งแนนทั้งแว่น กับเพื่อนอีกเต็มรถ”

“ไม่รู้ล่ะ  ว่าแต่หนุ่มวิศวะคนที่เดินมาหาเมื่อกี้อ่ะ ที่หล่อๆ ที่จับแก้มคริสเมื่อกี้เป็นใครหรอ?” เปลี่ยนเรื่องไวจนผมตามไม่ทันแล้วนะ สมกับเป็นแนน...

“คิมอ่ะหรอ เพื่อนสนิทสิงน่ะ มันก็ชอบแกล้งอย่างนี้แหละ”

“แล้วไป” แนนกอดอกพลางถอนหายใจ ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขำเพื่อน  สิงมันจ้างแนนมาเท่าไหร่เนี่ย จับผิดผมจัง

“ว่าแต่รอบตัวคริสนี่มีแต่ผู้ชายหล่อๆเนอะ เพื่อนสิงอีกคนก็หล่อ ดูร้ายๆดี ”

“ใคร? ไอ้เอ็มอ่ะนะ?”


“แต่สิงของคริสหล่อสุดใช่ม๊าาาา” แนนเอียงคอทำตามีเลศนัยกับผมจนน่าหมั่นไส้ ไม่รู้กำลังคิดอะไรแปลกๆอยู่รึเปล่า แล้วก็อย่างที่คิดเมื่อแนนยกนิ้วชี้ขึ้นจิ้มๆต้นคอตัวเองพร้อมกระซิบบอกผม

“คริสมีรอยที่ต้นคอด้วยแหละ” 

!!!”  ผมตกใจหน้าแดงก่ำรีบยกมือขึ้นปิดต้นคอตัวเองทันที  ก็เพราะก่อนออกมา ผมถูกสิงแกล้งมาอ่ะครับ ไม่รู้มันทำรอยอะไรไว้หรือเปล่า

“ร..รอยอะไร ไม่มีซักหน่อย”

“อืม...ไม่มีหรอก เมื่อกี้แนนล้อเล่นอ่ะ ไม่คิดว่าคริสจะตกใจจริงๆ โฮะๆๆๆ” แนนส่งรอยยิ้มแม่มดเจ้าเล่ห์มาให้ผม ยิ่งทำให้ผมหน้าแดงไปใหญ่ที่เผลอตกหลุมพรางที่แนนขุดไว้ซะได้  ทำไมสาววายถึงได้ร้ายอย่างนี่ครับเนี่ย!?


+++


คณะเดินทางของเราขับตามกันมาเรื่อยๆ ไอความชื้นในยามเช้าที่พัดผ่านหน้าต่างรถเข้ามาทำให้รู้สึกสดชื่น  ผมยิ้มเมื่อแดดสีทองเริ่มทอผ่านภูเขาลูกเล็กๆที่เราขับผ่าน  ตั้งแต่ไปภูกระดึงกับสิงเมื่อครั้งนั้น ทำให้ผมกลายเป็นพวกหลงรักภูเขาไปเสียแล้วครับ บ้าถึงขนาดคิดว่าเรียนจบทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่ ผมจะชวนสิงไปเดินเขาที่เนปาล  ผมอยากเห็นเทือกเขาหิมาลัยด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต  


แล้วก็อย่างที่คาด เพราะพอเล่าความคิดให้สิงฟัง มันก็พยักหน้าแล้วตอบแค่ว่า “เอาดิ” ผมได้แต่ถอนหายใจใส่แล้วบอกกับมันว่า บางทีมันไม่ต้องตามใจผมไปทุกเรื่องก็ได้นะ  ผมกลัวว่าถ้ามันตามใจผมมากๆเข้า ซักวันผมคงเหลิงอ่ะ  คราวนี้สิงยิ้มพร้อมส่งสายตาที่เหมือนมีดาวเป็นล้านๆดวงอยู่ในนั้นมองผมแล้วบอกว่า “พี่สิงไม่ได้ตามใจแก้ม พี่สิงแค่ทำตาม(หัว)ใจตัวเอง ” น้ำเน่าได้อีก แต่ท่าทางจริงจังของสิงทำเอาผมถึงกับอายม้วนทำอะไรไม่ถูก


“คริส  คริส” เสียงแนนเรียกทำให้ผมสะดุ้ง

“หืม”

“เป็นอะไร นั่งยิ้มหน้าแดงอยู่คนเดียว เค้าจอดพักรถ เราลงไปหาขนมกินกันเถอะ” แนนชวน ผมมองไปรอบๆก็เห็นคนทยอยลงรถกันเกือบหมดแล้ว

“ไปสิ” ผมตอบรับเพื่อน

 

รถจอดแวะพักที่ปั๊มน้ำมันเพื่อให้ทีมงานได้เข้าห้องน้ำ ซื้อของใช้เล็กๆน้อยๆ และที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวๆคือขนมไว้กินจุบจิบระหว่างทาง ผมมองแนนและแว่น(ไอ้นี่ก็เป็นไปกับเค้าด้วย)หิ้วตะกร้ากันคนละใบ และเดินวนอยู่ในร้านสะดวกซื้ออยู่ประมาณสามรอบเห็นจะได้  ส่วนผมก็ได้กาแฟทรีอินวันแบบสำหรับไปชงดื่มระหว่างเข้าค่ายครับ ติดกาแฟอ่ะ...

 

ระหว่างที่ผมยืนจิบกาแฟร้อนอยู่ด้านนอกร้านโดยที่แว่นและแนนยังเลือกขนมไม่เสร็จ  ร่างสูงเข้มของพี่ประธานชมรมก็หอบน้ำหลายแพคผ่านหน้าผมไป  แต่ดูเหมือนพี่เค้าจะถือซ้อนกันหลายแพคไปหน่อย น้ำแพคบนจึงร่วงตกพื้นและห่อพลาสติกขาดทำให้ขวดน้ำหล่นกระจาย  เจ้าตัวขมวดคิ้วและทำท่าจะวางของที่อยู่ในมือเพื่อเก็บขวดน้ำที่หล่น

“อ้ะ ไม่ต้องครับพี่ เดี๋ยวผมเก็บให้”  ผมรีบบอกอีกฝ่าย ก่อนวิ่งตามเก็บขวดน้ำหลายขวดที่กลิ้งไปไกล กว่าจะหมดก็เต็มอ้อมแขนพอดี

“ขอบคุณครับ” อีกฝ่ายบอกผม

“จะขนไปที่รถหรอครับ?”

“ครับ” 

ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนเดินตามพี่เค้าไปที่รถเพื่อนำน้ำดื่มไปเก็บ

“มีให้ขนอีกมั้ยครับ?” ผมถาม เมื่อจัดการเรียงแพคน้ำไว้ที่ท้ายรถเรียบร้อยแล้ว

“หมดแล้วล่ะ ขอบคุณนะ”

“ไม่เป็นไรครับ” ผมเอียงคอมองพี่ประธานชมรมที่ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรกับผมสักอย่าง แต่แว่นและแนนเดินมาสมทบพอดี ผมจึงขึ้นรถกลับไปนั่งที่กับเพื่อน


จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพัก ร่างสูงคมเข้มของพี่ประธานชมรมก็เดินมาหยุดข้างที่นั่งผม พร้อมกับยื่นของบางอย่างให้

“เราทำหล่นไว้น่ะ”

“โอ๊ะ ขอบคุณครับ” ผมรับป้ายชื่อที่ผมคงทำหล่นไว้ที่ปั๊ม

“หึหึ ไม่อยากให้คนรู้จักชื่อหรอ... น้องคริส”  พี่เค้าคงรู้ชื่อผมจากป้ายชื่อกระมัง

“ฮะๆ เปล่าครับ”

“คงเพราะปมเชือกมันคลายน่ะ พี่ผูกให้ใหม่แล้ว”

ผมพยักหน้า ก่อนสวมป้ายชื่อกลับที่เดิม

“ตรงนี้มีคนนั่งมั้ย?” พี่ประธานชี้มาที่นั่งว่างข้างผม

“ไม่มีครับ”

“งั้นพี่ขอนั่งด้วยนะ พอดีที่นั่งพี่เพื่อนมันแย่งไปแล้ว”

“อ้อ ครับ” 

พี่ประธานชมรมหย่อนตัวลงนั่งข้างผม เราคุยกับบ้าง เงียบบ้างเพื่อชื่นชมวิวข้างทางที่แปลกตา  เมื่อแรกผมก็แปลกใจว่าทำไมทางชมรมถึงนัดขึ้นรถแต่เช้านัก  ตอนนี้ไม่แปลกใจแล้ว เพราะว่าเรานั่งรถกันนานพอสมควรจนตอนนี้แดดเริ่มแรง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงที่หมาย

“อีกไกลมั้ยครับกว่าจะถึง”

“ไกลพอสมควร หมู่บ้านที่เราจะไปติดชายแดนลาวเลย มีแม่น้ำโขงกั้น”

“โห...ผมรู้จากเพื่อนแค่ว่าไปจังหวัดเลย แต่ไม่คิดว่าจะไกลขนาดนี้”

“ทำไม จะถอดใจแล้วหรอ?” อีกฝ่ายถามผมยิ้มๆ

“เปล่าครับ แค่แปลกใจเฉยๆ”

“พี่มาสำรวจกับอาจารย์แล้วครั้งก่อน ไกลพอสมควร เป็นโรงเรียนที่น่าเข้าไปช่วยมาก คุณครูที่นั่นเค้ามีใจให้เด็กจริงๆ ส่วนโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆเราเค้าเจริญหมดแล้ว ถ้ามีโอกาสได้ช่วยก็อยากจะช่วยโรงเรียนที่เค้าขาดแคลนจริงๆน่ะ คนเมืองไม่รู้หรอกว่าหนังสือดีๆเล่มหนึ่งมันมีความหมายกับเด็กๆที่นั่นแค่ไหน เรามาครั้งนี้ไกลหน่อยแต่ก็คุ้มค่านะพี่ว่า”


“นั่นสินะครับ” ผมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะสมัยเด็กผมไม่มีปัญญาซื้อหนังสือดีๆมาเป็นสมบัติของตัวเองเท่าไหร่ เพราะฐานะเราไม่ดี   โชคดีที่สุดของผมคือ ห้องแถวที่เราเช่าอยู่นั้นอยู่ใกล้ห้องสมุดประชาชน  ทุกครั้งที่ว่างผมก็ไปขลุกอยู่ที่นั่น มันเหมือนสวรรค์ของผมเลยครับ มีหนังสือดีๆมากมายให้เลือกอ่านไม่อั้น จนซี้กับคุณป้าบรรณารักษ์ถึงขั้นไปช่วยป้าแกจัดหนังสือเข้าชั้นเลยทีเดียว  เทียบกับน้องๆในชนบทแล้วตัวผมได้รับโอกาสที่ดีกว่ามาก  ถ้าได้ให้โอกาสเหล่านี้กับเด็กๆอย่างที่ผมเคยได้บ้างคงจะดีไม่น้อยเลย


“เคยออกค่ายอาสามาก่อนรึเปล่า?”

“ไม่ครับ นี่ครั้งแรก”

“ลำบากหน่อยนะค่ายนี้   คิดว่าจะไหวมั้ย แต่ถึงไม่ไหวก็กลับไม่ได้แล้วแหละมาจนป่านนี้แล้ว ฮะๆ”

“ไหวสิพี่ แหม..อย่ามาดูถูก” ผมค้อนให้อีกฝ่าย

“ทำไมพี่คุ้นหน้าเราจัง เราเด็กโรงเรียน XXX รึเปล่า” พี่ประธานชมรมเอ่ยชื่อโรงเรียนมัธยมของผมขึ้นมา

“ใช่ครับรุ่น 117 พี่ก็เรียนโรงเรียนนี้หรอ?”

“รุ่นน้องนี่เอง ตอนม.4เราเคยแข่งทักษะภาษาไทยวันสุนทรภู่ใช่มั้ย?”

“เฮ้ย รู้ได้ไงอ่ะ” ผมแปลกใจนะเนี่ย

“พี่ชอบโคลงสี่สุภาพที่เราแต่งนะ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสายวิทย์จะแต่งโคลงชนะเด็กสายศิลป์ได้”

“โห... นั่นนานแล้วนะครับ” ผมส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ

“อื้ม  ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน... มันไม่ลืมน่ะ”  พี่ประธานชมรมบอกผมยิ้มๆ  และหยุดบทสนทนาลงเพียงเท่านั้นด้วยการเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาทั้งที่มีรอยยิ้มที่มุมปาก   ผมเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ ก่อนจะหันออกไปมองวิวนอกหน้าต่างบ้าง

 

วันนี้อากาศดีนะครับ ต้นไม้สองข้างทางดูสดชื่นเขียวชอุ่ม สงสัยเมื่อคืนที่ผ่านมาแถวนี้คงฝนตก

 

****************2 be con.

 

คนสวยอ่ะนะ ช่วยไม่ได้จริงๆ

พี่สิงงงงง ทำไงดี!!!

 

รักค่ะ

 

((ท้องฟ้าก็สวยงาม พระอาทิตย์ตื่นสาย พระจันทร์หล่นหายไป หายไปทางหลังบ้าน ดอกหญ้าก็เริ่มบาน อากาศช่างแสนดี อยากให้เธอมาอยู่ตรงนี้ – อากาศดีๆ Nursery Sound))

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 389 ครั้ง

5,828 ความคิดเห็น

  1. #5817 Sn110 (@Sn110) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 11:37
    ฮอตมากกก ที่สำคัญแฟนน้องขี้หึงมากกกก555
    #5817
    0
  2. #5811 ผีขนมหยก (@yokandmom) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 14:57
    พี่สิงรีบมาด่วนๆค่ะ
    #5811
    0
  3. #5724 sky (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:50

    สวยและฮอตมาก​ พี่สิงคิ้วกระตุกรัวๆแน่

    #5724
    0
  4. #5622 Wooddy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 18:06

    เนื้อหอมไปอี๊ก พี่สิงพลาดอย่างแรง

    #5622
    0
  5. #5601 zaran (@zaran) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 01:58
    พิสิงพลาดมาก ปล่อยหมอแก้มห่างคัวขนาดนี้ ออร่าฟาทวิ้งค์กระจาย
    #5601
    0
  6. #4883 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:47
    สิง นายพลาดแล้วล่ะ คริสของนายออร่าฟุ้งกระจายจริงๆ
    ค่ายนี้ เหมือน แมวไม่อยู่หนูร่าเริง
    คอยมาตามวนเวียนใหญ่
    #4883
    0
  7. #4754 Taa14n (@Taa14n) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:17
    สิงสั่งไรคิ๊มมมม อาการหวงล่ะซี๊!
    #4754
    0
  8. #4737 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:40
    นุ้งฮอตเกินไปแล้วววว อิพี่ตามมาเฝ้าน้องเร้วววว
    #4737
    0
  9. #4160 EATWELL (@fafah249) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 19:12
    ขำแนนชอบแนนนี่งาาตัวเองคฃมีสภาพเหมือนแนน
    #4160
    0
  10. #3999 mmuyeanxx (@You0618868256) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 14:25
    อยากเกิดเป็นคริสอ้ะะะะ
    #3999
    0
  11. #2502 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 17:20
    คิม....งานหนักแล้วแหละดูท่า โผล่มาสองคนละ ไม่รู้จะมีมาอีกหรือป่าว 555
    #2502
    0
  12. #1883 creamsarang (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:29
    แก้มเอ๊ยยยยยยพี่สิงต้องมาคุมแล้วล่ะ ทำไมม๊าเสน่แรงขนาดนี้ ห่างจากป๊ามาแป๊ปเดียว มีผู้ชายมารุมซะแล้ว
    #1883
    0
  13. #1462 แกงส้ม (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 18:05
    คิม ไปไหน มาอีกคนแล้วนะ
    #1462
    0
  14. #1048 hyuk4ever (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:06
    เฮ่ย..ไรท์อย่าทำแบบเน้ ใจคอไม่ดีเรยอ่า

    พี่สิงตามมาด่วน!! เพื่อนคิมจะไหวป้ะเนี่ย
    #1048
    0
  15. #1047 Ssinsinsin (@Ssinsinsin) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 09:34
    พี่สิงคะ ปล่อยแก้มไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้ไม่ได้นะ!! ผู้คนอื่นจ้องแต่จะงาบง่ะ ฮื้ออออออ
    #1047
    0
  16. #1046 มีนา (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:47
    ถ้าสิงไม่รีบมา คิม คงเหนื่อยอะ แต่ไม่เป็นไรนะถ้าคิม แนน แว่น ทำหน้าทีดี จะให้พี่สิงเปย์ให้อย่างหนัก5555
    #1046
    0
  17. #1045 94Pu[244] (@0918874584) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 20:37
    ถ้าสิงรู้นี่ค่ายแตก คงขึ้นเฮลิคอร์ปเตอร์มาเฝ้าเมียแบบด่วนแหง/หมั่นคนหลงเมีย
    #1045
    0
  18. #1044 chocojunk (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 19:50
    หมอแก้มปล่อยฟีโรโมน 555 มีแววอิพี่สิง #คนหวงเมีย 2017 ต้องบึ่งรถมาเลยแทบไม่ทันแน่ๆ ชักหนักใจแทนพี่แกจริงๆมีเมียน่ารักน่าฟัดก็เงี๊ยะ จงชดใช้บาปของตัวเองไปซะที่ได้ครอบครองสิ่งมีชีวิตที่น่ารักน่าฟัดขนาดนี้เอาไว้คนเดียว 555



    ปล.พี่สิงอย่ามัวระวังแต่หมอก พี่ประธานแกมาเงียบๆแต่แอบมีฟามหลังวันวานกันนะฮะ น่ากลัวจิงๆ
    #1044
    0
  19. #1043 โดดเดี่ยว น่ารัก (@rose9) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 12:34
    พี่สิงไม่อยู่ มีแต่รถขายอ้อยเข้าหาน้องแก้ม งานนี้บอดี้การ์ดเหนื่อยมากแน่ 5555555
    #1043
    0
  20. #1042 Aco (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 12:05
    ที่น้องแก้มเค้าวิ้งค์ๆ เพราะได้รับความรักจากพี่สิงหรอกนะ มดแดงมดดำ หยั่มมายุ่งกับน้องแก้มนะะะะะ 55555



    ปล ทำไมรู้สึกชอบแว่น อิอิ
    #1042
    0
  21. #1041 Patt_7056 (@Patt_7056) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 10:55
    เอาแล้วๆ....สิงแสดงตัวด่วนๆๆๆ
    #1041
    0
  22. #1040 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 10:14
    เอาแหล่วๆๆ
    #1040
    0
  23. #1039 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 09:58
    อืม...สงสัยจะเป็นอย่างที่แนนพูดอ่ะ วิ้งค์ๆฟรุ้งฟริ้ง(?)จนมีคนมาชอบอีกล่ะ 5555
    #1039
    0
  24. #1038 ติ่งหมอแก้ม (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 09:32
    โหยยยยย มีแต่คนมาวอแวน้องแก้มของพี่สิงง



    ออร่าขนาดนี้พี่สิงได้ตามหึงหวงเมียไม่หยุดแน่



    #พี่สิงหล่อแต่ไม่มีคนมาตอแยแต่ต้องคอยหึงหวงเมียที่น่ารักจนคนตามมาวอแว
    #1038
    0
  25. #1037 พอรอ. (@koganei_kao) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 09:32
    น้องคริสสสออร่าวิ้งๆๆๆ
    #1037
    0