แต่งหลอกๆแต่อยากบอกว่ารัก

ตอนที่ 4 : กวนใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

แต่งหลอก​ๆ​แต่​อยาก​บอกว่า​รัก​❣️


   

   ในห้องประชุมที่ดูอึมครึม​เพราะ​ว่าประธานของ

บริษัท​กำลังนั่งตรวจสอบบัญชี​ของบริษัทในไตรมาส​นี้อยู่ด้วยใบหน้าไม่บอกอารมณ์​ใดๆออกมาทั้งพนักงาน​และผู้ถือหุ้น​คนอื่นต่างก็เกรงไปด้วยเพราะใครก็ต่างรู้อิธิพล​ของอนาวินท์​ดีว่าเจ้าระเบียบ​ขนาด​ไหนผิดนิดหน่อยเป็นไม่ได้ต้องเป๊ะทุกอย่าง...

บริษัท​อนัตตา​กุล​ เป็็นบริษัท​อสังหาริมทรัพย์​ระดับต้นๆ

"ผมว่าไตรมาส​นี้บัญชี​ไม่ค่อยคงที่.. ผมรบกวนฝ่ายบัญชี​ตรวจสอบให้ดีก่อนนำมาให้ผมด้วย"

"ค่ะท่านประธาน.."

หัวหน้าฝ่ายบัญชี​ตอบรับแบบกล้าๆกล้วๆ

"วันนี้จบแค่นี้นะครับ.. หวังว่าการประชุมในครั้งนี้ทุกคนจะเข้าใจกันทุกคนนะครับ.. ผมอยากให้นำไปใช้และพัฒนา.."

อนา​วินท์​หยุดพูดแล้วส่งสายตาไปมองคนที่เขาตั้งใจจะบอกเป็นในๆ

" เชิญทุกคนครับ"

ทุกคนเริ่มทยอย​เดินออกจากห้องประชุม... อนา​วินท์​นั่ง​รอจนพนักงานออกไปกันทุกคนแล้วถึงการประชุมจะจบลงใช่ว่าความตรึงเครียด​จะจบลง

" คุณวินครับ.. จะให้ผมจัดการแบบไหนดีครับ"

ณลงกร.เลขาคนสนิทถามด้วยความร้อนใจ..

"ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นรอดูความเคลื่อนไหว​ของเขาก่อน"

"ครับ.."

เงินในบัญชี​ของบริษั​ท​ดูแปลกๆคนอย่างอนาวินท์​จะไม่รู้​ได้อย่างไร... แต่เขาอยากปล่อยให้คนทำมาสำนึกกับเขาเองถึงจะเป็นคนเก่าแก่ของพ่อเขาก็ตาม

" คุณวินจะกลับเลยมั้ยครับ"

"ฉันขอไปเคลียร์​เอกสาร​ก่อน​ นายกลับได้เลยเพื่อมีนัดกับสาวๆ"

อนา​วินท์​เอยแซวลูกน้องแบบเป็นกันเอง..

"ครับ.. อ่อ​คุณวินนี้ครับ"

ณลงกรยืนโทรศัพท์​มือถือให้เจ้านายเพราะมันดังจนเขาก็อยากปิดเครื่องแล้ว..
อนา​วินท์​รับไปแล้วพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามือถือ​เครื่องนี้เป็นของใครบางคนจริงๆเขาก็น่าจะโทรบอกเจ้าตัวตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่าทำตกที่รถแต่เขาอยากแกล้งเธอเท่านั้นเอง

"ของใครเหรอครับ.. "

เลขาคนสนิท​ถามขึ้นเพราะไม่น่าจะใช่ของ​ท่านประธาน​เขาแน่นอน​ แต่อนาวินท์​ไม่ได้ตอบคำถามของณลงกรเพียงแค่ยิ้มแล้วก็ลุกเดินออกไปจากห้อง

ยิ้ม.. งั้นเหรอ.. เลขาหนุ่มทวนกับตัวเองไม่เชื่อสายตาว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เจ้านายผู้แสนเย็นชาของเขายิ้มได้เพราะไม่ใช่ว่าอนา​วินท์​จะยิ้มให้กับเรื่องอะไรได้ง่ายๆ

"พี่ช่อเห็นโทรศัพท์​ฝันมั้ยค่ะ"

ทอฝันถามสาวสาวใช้ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดห้องรับแขกอยู่..
ทอฝันอ่านหนังสือให้คุณเพียงเพ็ญจนเวลาล่วงเลยไปท่านจึงไล่ให้หลานสาวไปพักผ่อนหรือทำการบ้าน
ทอฝันเดินเข้าห้องมาทิ้งตัวลงนอนที่เตียงหลับตาเหมือนจะหลับแต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ดูงานที่เพื่อนในคณะส่งมาให้​ ทอฝันเอื้อม​มือไปใต้หมอนเพื่อหาโทรศัพท์​ค้นเท่าไรก็ไม่เจอเธอก็ไว้ตรงนี้ประจำน่ะมันหายไปไหน...

ปกติเธอไม่ใช่คนติดโซเชียล​เท่าไรมีโทรศัพท์​ก็ไว้โทรหาคนสนิทเท่านั้น... ทอฝันจึงเดินลงมาด้านล่างเพื่อไปถามสาวใช้ทีทำความสะอาดห้องเธอ

"พี่ช่อไม่เห็นนะคะ.. คุณฝันไปลืมไว้ที่อื่นหรือเปล่าค่ะ"

"ไม่นะคะฝันเก็บไว้ตรงนั้นประจำ"

"เดี๋ยวพี่ช่อไปช่วยหานะคะ"

ทั้งสองเดินขึ้นไปบนห้องทอฝันเพื่อหาเจ้าโทรศัพท์​ตัวป่วนที่ทำให้เธอต้องเหนื่อย...

"คุณฝันลองโทรเข้ายังค่ะ"

สาวใช้ถามแล้วยืน​มือถือ​ตัวเองให้กับทอฝัน..

" หาอะไรกันยัยฝัน"

ยังไม่ทันเจอเจ้าโทรศัพท์.. คุณพิมวาดแม่ของทอฝันก็เปิดประตูเข้ามาเมื่อเห็นลูกสาวตัวดีไม่ลงไปทานข้าวเที่ยง

"โทรศัพท์​ค่ะแม่​ ไม่รู้ฝันเอาไปไว้ที่ไหน"

"ลูกคนนี้เนี่ยนะ​ ขี้หลงขี้ลืม.. เอาไปไว้ตรงไหนน่ะเรา"

"โทรติดมั้ยค่ะคุณฝัน"

สาวใช้ถามทอฝันเมื่อเห็นเธอกดโทรศัพท์​โทรออกไป..

"ติดนะคะแต่ไม่เห็นมีเสียงอะไรในห้องเลย"


ทอฝันทำหน้าเศร้า​ๆ.. แล้วเธอจะไปหาที่ไหนล่ะหรือเธอทำตกไว้ในผับเมือคืนแต่ถ้าอยู่ที่นั้นใครเจอก็คงต้องมีคนรับซิ... ทอฝันพยายาม​มองโลกในแง่ดี... เธอเสีนดายเพราะเป็นของขวัญจากแม่ที่สอบเข้ามหาวิทยาลั​ยได้ถึงมันจะไม่ค่อยแพงเท่ากับรุ่นใหม่ๆตอนนี้แต่สำหรับเธอมันแพงมากเพราะเธอยังหาเงินเองไม่ได้..

"ไม่เป็นไรลูก.. เดี๋ยวหนู​เอาของแม่ไปใช่ก่อน"

"ไม่เอาค่ะแม่.. ฝันก็ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไรแท็บเล็ต​ฝันก็มี"

"งั้นไปกินข้าวกันดีกว่าลูก.. เหนื่อยล่ะซิ"

เหนื่อยมากค่ะแม่ทอฝันบอกแม่ผ่านใบหน้าที่ทำออกมายังงั้ยก็น่ารัก.. ทั้่งสาวใช้และคุณพิมวาดหัวเราะ​ออกมาพร้อมกันเพราะความทะเล้น​ของลูกสาว..

อนา​วินท์​ยังคงนั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงานด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเขามองโทรศัพท์​มือถือ​เครื่องเล็กใส่ด้วยเครสสีสันน่ารักเป็นระยะตอนนี้มันหยุดดังไปแล้วสงสัยเจ้าตัวคงเหนื่อยกับการโทรแล้ว.. ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากเหมือนเป็นผู้ชนะ

"ครับแม่.."

เสียงโทรศัพท์​มือถือ​ของเขาดังขึ้นทำให้ตื่นจากการนั่งคิดอะไร..

"ตาวินกลับมาทานข้าวที่บ้านมั้ยลูก"

"ครับอีกสักพัก​จะออกไปแล้วครับ.. ตอนนี้ยัง
อยู่ที่บริษัท​แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"ดีเลย...แวะซื้อของให้แม่หน่อยน่ะ"

อนา​วินท์​คิดว่าทำมัยเขาต้องซื้อเพราะปกติแม่จะเป็นคนไปซื้อหรือเด็กที่บ้านทำมั้ยวันนี้จะให้เขาไปซื้อ

"วินจำร้านเค้กหน้าบริษัท​ได้มั้ยลูก"

" ได้ครับ..."

"แวะซื้อเค้กที่แม่ส่งรูปไปให้วินหน่อยน่ะ..พรุ่งนี้แม่จะเขาไปบ้านลุงวีระเขาน่ะลูก..เลยว่าจะซื้อเค้กไปฝากหนูทอฝันเขาหน่อย"

แม่เขานี้ยังงั้ยกันนะดูเอ็นยัยเด็กนั้นเกินไปแล้ว..นี้เขาอิจฉา​เด็กนั้นหรือเนี้ยะ.

"วินยังฟังแม่อยู่มั้ย"

อนาวินท์​เงียบไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

" ครับแม่.. ไม่มีอะไรแล้วเดี๋ยวผมจะเตรียมตัวออกไปก่อนนะครับเดี๋ยวรถจะติด."

" โอเคลูกขับรถดีๆน่ะ... อย่าขับเร็วแค่นี้ล่ะลูก"
"ครับ"

วางสายจากมารดาแล้วอนาวินท์​ก็เก็บของแล้วเดินออกไปขึ้นรถที่จอดรถของบริษัทที่จัดไว้สำหรับท่านประธาน..
ขับรถออกไปสักพักก็ไปจอดหน้าร้านเค้กไม่ไกลจากบริษัท​มากนักเป็นร้านเล็กน่ารักๆ..

" สวัสดีค่ะรับอะไรดีค่ะ"

พนักงานเอยเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนมองซ้ายมองขวา

" เอาแบบนี้ครับ"

ชายหนุ่มยืนรูปในมือถือ​ให้พนักงานดูแล้วก้มมองเค้กหน้าตู้กระจก​ด้านหน้าทำมั้ย​ผู้หญิง​ถึงชอบอะไรพวกนี้สำหรับเขาแล้วไม่มีทางแตะมันเด็จขาด.. แต่นึกถึงคนที่จะได้รับของตรงหน้าเขาแล้วทำมั้ยเธอกินเท่าไรก็ไม่อ้วนเลยน่ะ.. ร่างเล็กบอบบาง​ทำให้ดูเด็กลงไปอีก

" ได้แล้วค่ะคุณลูกค้า.."

เสียงพนักงานเรียกสติอนา​วินท์​ก่อนที่เข้าจะคิดอะไรไปไกลแล้วทำมั้ยเขาต้องนึกถึงเธอ

"เท่าไรครับ"

"500​ บาทค่ะ"

อนา​วินท์​ยืนเงินให้พนักงานและรับกล่องขนมมาถือไว้พร้อมกับเดินออกไปนอกร้าน..
พนักงานไม่ยอมล่ะสายตาจากร่างสูงของชายหนุ่ม.. ถ้าบอกว่าเป็นดาราเธอคงเชื่อแน่ๆ..

อนา​วินท์​เข้ามานั่งในรถแล้วล้วงโทรศัพท์​มือถือของใครบางคนออกมาแล้วแอบสงสัย​ทำไม่เธอถึงไม่โทรมาอีกน่ะ... แต่แล้วอยู่ๆก็มีสายเรียกเข้ามาเสียก่อนที่เขาจะวางมือถือ​ลง

"พี่กล้า"

ชายหนุ่มอ่านชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอมือถือ..
ใครกันแถมยังเรียกพี่อีกหรือเขาจะลองรับดีมั้ยแต่อีกใจนี้มันเรื่องอะไรของเขาจะไปอยากรู้เรื่องของเธอกันนะ...
อนา​วินท์​นั่งดูโทรทัศน์​ดังสักพัก​ก็หยุดไป.. แต่แล้วก็ดั่งขึ้นมาอีกอยู่ๆไม่รู้อะไรดลใจให้ชายหนุ่มเลื่อนหน้าจอเพื่อรับมัน

"น้องฝัน.. ว่างอยู่มั้ยครับ"

เสียงปลายสายเอยทักมาก่อน

"โทษที่ครับผมไม่ใช่เจ้าของมือถือ"

อนา​วินท์​ตอบออกไปด้วยเสียงราบเรียบ​

"แล้วคุณ​เป็นใคร.."

"แล้วคุณ​ล่ะเป็นใคร"

อนา​วินท์​ตอบกลับไปดูเหมือนกวนๆแต่เขาไม่ได้คิดอะไรอาจจะเป็นเพราะว่า​เขาเคยแต่ออกคำถามกับลูกน้องมากกว่าเลยไม่ชอบให้ใครมาถามเขาแบบนี้

"แล้วทำมั้ยผมต้องบอกคุณด้วย"

ปลายสายตอบกลับแบบกวนๆเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร

เสียงตอบกลับมาแค่นั้นอนาวินท์​ก็เลื่อนวางสายไปเขาไม่ชอบคนมากวนเขาแบบนี้คิดแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดอายุแค่นี้ริอาจมีแฟนแล้วเหรอยัยเด็กนั้น...

อนา​วินท์​รีบขับรถออกไปแต่จุดหมายไม่ใช่ที่บ้านแต่เขาจะไปหาใครบางคนที่รบกวนเขามาตลอดทั้งวัน... จะเอามือถือ​เจ้าปัญหานี้ไปให้เจ้าของจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายใจ​เขาขนาดนี้ไหนจะรูปหน้าจอมือถือนั้นอีก... รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าเล็กรูปที่อยู่ในมือถือมันรบกวนเขาตลอด...






✍️ฝาก​ติดตาม​ตอน​ต่อไป​ด้วย​นะ​คะ​




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

3 ความคิดเห็น