แต่งหลอกๆแต่อยากบอกว่ารัก

ตอนที่ 16 : ความรู้สึก​ที่​เปลี่ยน​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

แต่งหลอก​ๆ​แต่​อยาก​บอกว่า​รัก​❣️


ในที่สุดวันที่ทอฝันคิดว่ามันต้องมาถึงในวันนี้ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ค่อยได้เจออนาวินท์​เขาอาจจะงานยุ่งแล้วก็​ไม่โทรมาหาเธอเลยจนถึงวันงานอาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่​เขาถือว่าห้ามเจอหน้ากันจนกว่าจะถึงวันงานหรือเปล่า..

ถามว่าตื่นเต้มมั้ยทอฝันคงตอบได้ว่าตื่นเต้นกว่าจะแต่งหน้าเสร็จก็ใช้เวลานานมากเพราะเธอเข้าห้องน้ำบ่อยจนพี่มะนาวบ่นแล้วบ่นอีกถึงแม้มันจะเป็นแค่การแต่งงานที่ไม่ได้ตั้งใจเธอก็อยากเก็บความทรงจำดีๆนี้ไว้

"เสร็จ​หรือยังยัยฝันลูก"

คุณพิมวาดเรียกทอฝันหน้าห้องน้ำเพราะกล้วว่าขบวนขันหมาก​จะมาแล้วลูกสาวตัวดียังไม่รีบแต่งตัวให้เสร็จ​

"เสร็จแล้วค่ะ"

ทอฝันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดไทยทอฝันคิดว่ามันดูไม่เข้ากับตัวเองเอาเสียเลยจริงๆ

"สวยมั้ยค่ะคุณน้า"

ลูกแก้วถามพิมวาดเสียงใสถึงแม้จะไม่เห็นด้วยกับงานแต่งนี้แต่ลูกแก้วก็ยินดีกับเพื่อนเสมอ

"อืมสวยดีมั้ยน้าา.."

"คุณแม่ก็.."

ทอฝันเข้าไปกอดคุณพิมวาดเหมือนเด็กที่ขี้อ้อนอยู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาทำมั้ยถึงรู้สึกว่าเหมือนต้องห่างแม่ออกไปที่ละก้าวแต่คิดว่าพรุ่งนี้​จะไม่มีแม่ค่อยปลุกตอนเช้าแล้วน้ำตายิ่งไหล​ออกมา

"ร้องไห้​ทำมั้ยลูก.. ดูซิไม่สวยแล้วเนี้ยเราไม่เอาๆ"

คุณพิมวาดใช้ทิชชูซับน้ำตาให้ลูกสาว

"คุณวาดค่ะขบวนขันหมาก​มาแล้วค่ะ"

เสียงช่อส่งเสียงเรียกเพราะ​ใกล้ถึงเวลาที่จะต้องพาเจ้าสาวลงไปแล้ว

คนอย่างอนาวินท์​ไม่เคยรู้สึกประหม่าแบบนี้มาก่อนทำมั้ยเรื่องแค่นี้ทำให้เขารู้สึก​แบบนี้ได้น่ะ
แล้วอีกคนจะเป็นอย่างไรบางจะรู้สึก​เสียดาย​ชีวิต​ที่กำลังสดใสนั้นหรือเปล่า

พิธี​ต่าง​ๆจัดขึ้นแบบเรียบง่ายเชิญ​แต่คนสนิทเสียมากกว่าวันนี้แม่เขาดูอารมณ์ดี​เป็นพิเศษ​ยิ้มแย้ม​น่าดู
พิธีเช้านี้แขกไม่ค่อยเยอะเพราะเชิญ​เฉพาะ​คนสนิททั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและก็เจ้าสาว
ตอนนี้​ทุกคนนั้งเรียบร้อยอยู่ที่ห้องจัดงานช่วงเช้า

"มีใครไปตามเจ้าสาวยัง"

คุณเพียงเพ็ญ​เอยถามกับเด็กรับใช้ในบ้าน

"ให้ช่อไปตามแล้วค่ะ"

ญาติ​ผู้ใหญทุกคนนั่งรอที่เก้าอี้ที่จัดเตรียม​ไว้ส่วนเจ้าบ่าวนั่งรอกับพื้นด้านล่างที่จัดเตรียมไว้ทุกคนดูหน้าตาเบิกบานเพราะเป็นงานมงคล​

"เจ้าสาวมาแล้ว"

ทุกคนหันไปมองเจ้าสาวที่เดินมาทอฝันอยู่ในชุดไทยประยุกต์​สีโอรส​ทำให้คลับผิวที่ดูขาวให้ขาวยิ่งขึ้นผมถูกเกล้าไปให้สวยงามประดับด้วยดอกไม้แต่หน้าให้เข้ากับชุดทำให้ทอฝันดูเป็นธรรมชาติ​และดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

"สวยใช่มั้ยพี่.. มองตาไม่กระพริบ​เลย"

ภาวุธ​เอยแซวพี่ชายที่เอาแต่มองเจ้าสาวเขายอมรับว่าเจ้าสาวสวยน่ารักมองยังงั้ยก็ไม่เบื่อ
แต่ตอนนี้สายตาเขามองหาใครบางคนมากกว่าเพราะตั่งแต่เข้ามายังไม่เจอเธอเลยไปหลบอยู่ตรงไหน

พิธีการ​ต่างๆเริ่มขึ้นแบบรวดเร็วทอฝันก็ยังไม่หายตื่นเต้นยิ่งแต่ได้นั่งใกล้กับอนาวินท์​ยิ่งทำให้ตื่นเต้นมากขึ้นส่วนคนที่นั่งใกล้เธอเอาแต่ตีหน้ายักษ์​ไม่ค่อยยิ้มเท่าไรบางครั้งก็แอบน้อยใจเหมือนกันถึงแม้จะรู้​ว่าเป็นการแต่งงานแค่ในนามแต่เขาก็น่าจะให้ความสำคัญ​บ้างก็ได้
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีรวมทั้งการจดทะเบียนสมรสตอนนี้คงเหลือแค่งานเลี้ยงตอนเย็นที่โรงแรม

"เฮ้ย​วิน​แต่งงานแล้ว​ รู้สึก​ยังงั้ยว่ะแต่ว่าวันนี้น้องฝันสวย​มาก​ๆเลยว่ะ​ แอบอิจฉา​ว่ะ"

"ก็เฉยๆ"

"ไอ้หมอดูมันตอบดิว่ะ"

สินธรได้แต่อยากตบปากเพื่อนเขาจริงๆเลยเพราะเขาหันไปเห็นใครบางคนที่กำลังพูดถึงเดินมาทางนี้พอดี

ทอฝันยกมือไหว้สินธรกับก้องภพทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรเมื่อครู่​

" คุณอนา​วินท์​ค่ะ​ คุณย่าให้มาตามค่ะ"

ทอฝันพูดจบแล้วก็รีบเดินกลับไปรู้เหมือนตัวเองยืนอยู่ตรงนี้แล้วไม่ชอบสายตาที่อนา​วินท์​มองมาที่เธอเพราะเธอเองเดาความรู้สึก​ของเขาไม่ถูกเ​ลย..

"เดี๋ยว"

อนา​วินท์​เดินตามทอฝันมาใจเขาไม่อยากให้ทอฝันรู้สึก​ไม่ดีกับคำพูดเขาเพราะอะไรเขาก็ไม่รู้​เหมือนกัน
ทอฝันหยุดเดินแล้วหันมามองอนาวินท์​

"มีอะไรค่ะ"

แต่เป็นจังหวะ​ที่ทอฝันเหยีบเข้ากับปลายชุดพอดีจึงทำให้เหมือนจะล้มแต่อนาวินท์​จับไว้ก่อนที่ทอฝันจะล้มลงไป

"จะรีบเดินไปไหนเดี๋ยวก็สะดุด​ล้มหรอก"

สายตาของทั้งสองคนสบตากันอนาวินท์​มองเข้าไปในตาของทอฝันเพราะอยากรู้ความรู้สึก​ของทอฝันตอนนี้

"ขอบคุณค่ะ"

ทอฝันรีบพลักอนาวินท์​ออกเพราะ​ความเขินอายกล้วเขารู้อะไรในสายตาเธอเหลือเกิน
ทอฝันกับอนาวินท์​เดินเข้าไปในห้องรับแขกทุกคนนั่งรออยู่แล้ว

" อ้่าวมากันแล้วนั่งลงซิลูก"

คุณภาวิณี​เอยกับคู่​บ่าวสาว​ที่เดินเข้ามา

"มานั่งใกล้ๆย่ามาลูก"

คุณเพียงเพ็ญ​เอยขึ้นให้สองคนขยับเข้าไปหาท่านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้คุณเพียงเพ็ญหยิบกล่องเล็กๆยืนให้ทั้งสองคน

"รับไปซิลูก​ย่าให้เป็นของขวัญวันแต่งงานเก็บรักษาไว้ดีๆนะลูก"

" ค่ะ/ครับ"

" มาทางนี้มาลูก"

คุณ​ภาวิณี​เอยขึ้นทั้งสองคนค่อยๆคลานเข้าไปหาคุณภาวิณี​ที่นั่งอยู่หยิบกล่องไม้ขนาดกลางยืนให้ทอฝัน

"ขอบคุณ​ค่ะ​คุณ​ป้า"

"ป้าอะไรกันจ้ะหนูฝัน.. เรียก​แม่น่ะลูก"

"ค่ะคุณป้า"

" เอ๊เราเนี้ยะ​"

ทุกคนต่างหัวเราะให้กับความน่ารักของทอฝันแต่มีอยู่แค่คนเดียวเอาตีหน้านิ่งไม่รู้เขารู้สึกอะไรบ้างมั้ย
เมื่อเสร็จผู้ใหญ่​ต่างก็แยกย้ายกันออกไปเตรียมตัว​เพื่อไปเตรียม​งานที่โรงแรมคืนนี้จะมีงานเลี้ยง

ทอฝันเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยน​เสื้อผ้าและเตรียม​ตัวเตรียม​ใจตั้งแต่วันนี้เธอจะไม่ได้นอนห้องนี้แล้วใช่มั้ย

"ฝันเหนื่อยมั้ย"

ลูกแก้วเอยถามเพื่อนที่นั่งอยู่ที่เตียงนอน

"เหนื่อยมากๆๆ"

ทอฝันทำหน้าทะเล้น​ใส่เพื่อน

"หน้าตาแบบนี้เหนื่องจริงป่ะเนี่ย"

"พี่กล้าโทรมาบอกตอนเย็นเจอกันที่งานเลี้ยง"

"อืมฝากขอบคุณพี่กล้าด้วยน้ะ.. ขนาดไม่ว่างยังมางานเรา"

"ยังไงก็ต้องมาพี่กล้าอยากเห็นด้วยตาว่าฝันมีความสุข"

ทอฝันไม่พูดอะไรต่อทำมั้ยเธอเองจะดูไม่ออกว่าพี่กล้าเขาคิดแบบไหนกับเธอแต่สำหรับทอฝันแล้วกล้าเปรียบเหมือนพี่ชายแสนดีคนหนึ่ง

" ฝันเดี๋ยวเรากลับบ้านก่อนนะตอนเย็นเราจะรีบไปช่ายแต่งตัวน่ะ"

" ขอบคุณ​มากนะแก้ว"

" ไม่เป็นอะไรเลยฝันเราเพื่อนกัน​ พักผ่อน​น้ะบ้าย"

ลูกแก้วเดินออกไปจากห้องแล้วทอฝันนั่งอยู่ที่เตียงหันหน้าไปทางหน้าต่างมองอะไรไปเรื่อยๆ
อยู่ๆก็มีเสียงเปิดประตูแต่ทอฝันไม่ได้หันกลับไปมองเพราะคิดว่าเป็นช่อหรือแม่

" ทำมั้ยไม่เปลี่​ยนชุด"

ทอฝันรีบหันกลับไปเห็นอนาวินท์​ยืนอยู่กลางห้องนี้เขาเข้ามาห้องเธอทำมั้ยกัน

"คุณอนา​วินท์​มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"

"พี่วิน"

"ค่ะ"

"ก็บอกให้เรียกใหม่"

ทอฝันได้แต่มองหน้าอนา​วินท์​นี้ผีเข้าหรือเปล่าเนี้ย
อนา​วินท์​เดินเข้ามาใกล้ๆทอฝันทำให้ทอฝันลุกขึ้นจากเตียงอัตโนมัติ​

"ทำมั้ยมองแบบนั้นกล้วฉันทำอะไรเหรอ"

"เปล่าค่ะ"

"ไหนเรียกซิ​พี่วิน"

อนา​วินท์​เดินเข้ามาจับแขนทอฝันให้เข้ามาใกล้ๆดึงมาจนหน้าทอฝันชิดกับอกของเขาหัวใจของทอฝันแทบล้นไปอยู่ตาตุ่ม​เขาจะทำอะไรของเขา

อนา​วินท์​ก้มลงมากระซิบ​ข้างหูทอฝัน

" กล้วเหรอ"

ทอฝันรีบผลักอนาวินท์​ออกเพราะ​ตอนนี้เธอหายใจไม่เต็มปอดเสียเลย

" เปล่าฝันไม่ได้กล้ว​ ออ. ออกไปได้แล้วค่ะฝันฝัน.จะเปลี่ยนชุด"

อนา​วินท์​อดที่จะแอบยิ้มกับท่าทีของคนตรงหน้าไม่ได้ทำมั้ยเขาถึงอยากแกล้งทอฝันไม่รู้น่ะหรือเขาแค่อยากมาเห็นหน้าเธอเท่านั้นหรืออาจจะเป็นเพราะคำพูดของสินธรก็ไม่รู้​

'ถ้ารู้สึก​อะไรกับเขาก็รีบๆหน่อยเว้ย.. 1ปีมันเร็วว่ะวิน'

ตอนนี้เขาเองไม่รู้หรอกว่ารู้สึก​อย่างไรแต่เท่าที่รู้เขาอยากทำความรู้จักผู้หญิง​คนนี้คนที่แต่งงานกับเขาให้มากขึ้นเพราะเขาแต่งงานกับเธอแต่ไม่รู้​จักอะไรในตัวทอฝันเลย

งานเลี้ยง​ช่วงเย็นเริ่มขึ้นถึงแม้ปากบอกว่าจะไม่จัดงานใหญ่โตแต่เท่าที่ทุกคนเห็นก็ใหญ่​มากแล้วคุณภาวิณี​เดินยิ้มแย้มรับแขกในงานแลดูมีความสุขจนลูกชายอย่างภาวุธ​อดที่จะเอยแซวไม่ได้

"หน้าบานจังเลยน้ะครับ"

"โอ๊ยยย​แม่ตีผมทำมั้ย"

"พูดให้มันน้อยๆหน่อยน่ะตาวุธ.. แล้วไหนพี่ชายเรามาหรือยัง"

"มาแล้วแต่ไม่รู้ไปไหนแล้ว"

ภาวุธมองหาพี่ชายของเขาไปไหนล่ะ
ทางด้านอนาวินท์​พอแต่งตัวเสร็จ​ว่าจะลงมาช่วยผู้เป็นแม่รับแขกหน้างานแต่ทางเดินเข้างานกลับเจอเข้ากับใครบางคนจริงๆเขายังไม่ได้คุยกับเธอเป็นเรื่องเป็นราวเขาไม่อยากเสียความรู้สึก​ดีๆไป

" พลอย"

" พี่วิน"

" มาทำอะไรตรงนี้ไม่เข้าไปในงาน"

"พอดีคนเยอะเลยออกมาสูดอากาศ​ค่ะ"

"สะดวก​คุยกับพี่มั้ย"

"พี่วินมีอะไรหรือเปล่าไม่รีบเข้าไปในงานเดี๋ยวแขกรอแย่"

"พลอยพี่ขอโทษน่ะ"

"พี่วินขอโทษ​พลอยทำมั้ยค่ะ"

พลอยไพลินรู้สึกว่าอนา​วินท์​พูดออกมาจากใจจริงแต่คนที่ต้องขอโทษ​คือเธอต่างหากที่รู้สึกทุกอย่างไปเอง

" พี่เห็นพลอยเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่เสมอไม่ว่าตอนนี้พลอยอาจจะโกรธ​พี่อยู่หรือเปล่าแต่พี่เคยรู้สึกกับพลอย​ยังไงตอนนี้พี่ก็รู้สึกแบบนั้นมาเสมอ"

" พลอยเข้าใจค่ะ"

พลอยไพลินยิ้มให้อนาวินท์​เธอรู้สึกโล่งใจ​ที่เธอกับอนาวินท์​ยังรักและรู้สึก​ดีๆกับเธอเหมือนเดิมแม้จะในฐานะ​น้องสาวก็ตาม

" แล้วคนในงานล่ะค่ะรู้สึกแบบไหน"

อนา​วินท์​ไม่ทันได้ตอบอะไรพลอยไพลินเพราะเขาก็ไม่รู้จะตอบแบบไหนเหมือนกัน

" มาทำอะไรอยู่ตรงนี้แม่ตามหาพี่"

ภาวุธ​เอยทักอนาวินท์​ที่เดินตามหาตั้งนานแต่เขาไม่ทันได้มองว่ายืนอยู่กลับใคร

"อ้าวยัยพลอย"

"พลอยเดี๋ยวพี่เข้างานก่อนนะ"

อนา​วินท์​เดินเข้าไปในงานเพราะตอนนี้ทุกคนคงรอเขาอยู่




✍️ฝากติดตาม​ตอน​ต่อไป​ด้วย​นะ​คะ​

นิยามความรัก...
การรักและไม่ได้รับรักตอบ​เป็นทุกข์.. แต่สิ่งที่เป็นทุกข์​มากว่า... คือ
การรักใครสักคนแต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนๆนั้นรู้และต้องมาเสียใจภายหลัง...









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

3 ความคิดเห็น