แต่งหลอกๆแต่อยากบอกว่ารัก

ตอนที่ 10 : จุดเริ่ม​ต้น​ (เข้าใจผิด)​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

แต่งหลอก​ๆ​แต่​อยาก​บอกว่า​รัก​❣️


ทอฝันนั่งเหม่อลอย​ครั้งแรกว่าจะกลับบ้านแต่ทอฝันกลับเลือกที่จะมาหาลูกแก้วก่อนออกมาจากโรงแรม​ทอฝันรีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยกล้วลูกแก้วหรือคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่ดี
ทั้งวันเธอก็คิดอะไรไม่ออกเลยว่าไปนอนอยู่ที่นั้นได้งั้ยจำได้แค่ว่าเธอดื่มเหล้าแก้วนั้นไปแล้วเธอก็รู้แต่ว่ามันร้อนนอกนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้เลย..

"ฝัน.. ฝัน"

"ค่ะพี่กล้า.. มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"

"ฝันเป็นอะไรพี่เรียกตั้งนาน.. ไม่สบายหรือเปล่าอยากกลับบ้านเลยมั้ยเดี๋ยวพี่ไปส่ง"

ทอฝันก้มมองนาฬิกา​ตอนนี้จะ1ทุ่มแล้วเหรอ
จริงซิพรุ่งนี้เธอมีเรียนเช้า.

"ฝัน.. ถ้าสบายใจเมื่อไหร่​เล่าให้เราฟังได้น่ะ"

ลูกแก้วถามด้วยความเป็นห่วงเธอไม่ถามว่าเพื่อนเป็นอะไรแต่เธอจะรอจนกว่าทอฝันจะพร้อม

" อืมจ้ะ.. เรากลับก่อนน่ะ​"

ทอฝันเดินไปที่รถพร้อมกล้าตลอดทางกล้าชวนเธอคุยตลอดหาเรื่องตลกๆมาเล่าให้ฟังจนมาจอดรถที่หน้าบ้าน

" ขอบคุณ​มากนะคะพี่กล้า"

" จ้ะ​แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ"

" ค่ะ"

อนา​วินท์​นอนอยู่คอนโดใกล้ๆกับที่ทำงานจริงเขาไม่อยากกลับบ้านไม่อยากตอบคำถามแม่ว่าเมื่อคืนทำมั้ยไม่กลับมานอนบ้านไหนจะน้องชายตัวดีของเขาอีกคน.. นอนไปนอนมาเอาเข้าจริงอนาวินท์​นอนไม่หลับคิดถึงแต่ใบหน้าใครบางคนที่ตอนนี้จะจำเรื่องเมื่อคืนได้มั้ยยัยเด็กนั้น

"เฮ้ย"

อยู่ๆอนา​วินท์​ก็ลุกขึ้นมาจากเตียงรีบแต่งตัวออกไปจากคอนโด​เพื่อไปหาใครบางคนอนาวินท์​มองนาฬิกา​ข้อมือบอกเวลา​19:30​
รถคันหรู​มาจอดหน้าประตูบ้านที่เขามาบ่อยครั้ง

ทอฝันเดินที่กำลังเข้าบ้านเพราะตอนนี้แม่คงเป็นห่วงแล้วถึงจะโทรบอกแล้วว่าจะกลับเย็นๆ
ตอนนี้ทุกคนคงกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว..

"ไปไหนมา.."

เสียงที่เธอไม่อยากได้ยินนี้เขามาที่นี้ทำมั้ย..

"ฉันถามได้ยินมั้ย"

ทอฝันมองชายหนุ่มตรงหน้าเธอนี้เขามาทำมั้ยแล้วทำมั้ยเขาไม่เข้าไปในบ้านมาจอดรถอะไรแถวนี้

"แล้วใครมาส่ง"

"พี่กล้า.. คุณ​อนา​วินท์​มีอะไรกับฝันหรือเปล่า"

"มีแล้วทำมั้ยพึ่งกลับ"

"แล้วทำมั้ยฝันต้องบอกคุณ"

ทอฝันพูดแค่นั้นรีบเปิดประตู​รั่ว​เพื่อเข้าไปในบ้าน

" เดี๋ยว"

อนา​วินท์​เรียกทอฝันพร้อมเอามือจับที่ข้อมือของทอฝัน

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

"แต่ฝันไม่มีค่ะ.. ฝันขอให้เรื่องเมื่อคืนเป็นความลับ​นะคะคุณ​อย่าบอกใครได้มั้ย​.."

นี้ทอฝันยังจำไม่ได้อีกเหรอนี้เธอคิดว่าเขาทำอะไรเธอแล้วยังมีหน้ามาบอกว่าห้ามบอกใคร

"นี้เธอยังจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ"

ทอฝันไม่พูดอะไรได้แต่ยืนทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้​

" มาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ค่ะคุณ​ฝัน"

ช่อเปิดประตู​ออกมาพอดีเพราะเธอได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านคิดว่าคงเป็นทอฝันจึงมาดู
อนา​วินท์​ได้ยินเสียงช่อจึงรีบปล่อยมือ

"เปล่าค่ะ.. พอดีฝันจะเข้าบ้านพอดี"

ทอฝันพูดเสร็จ​ก็รีบเดินเข้าบ้านตอนนี้เธอยังไม่พร้อม​จะคุยอะไรกับเขา

" แล้วคุณวินล่ะค่ะ"

ช่อหันไปถามอนาวินท์​ที่มองตามทอฝันแล้วก็เดินขึ้นรถพร้อมกับขับออกไป

"ช่อพูดอะไรผิดค่ะเนี้ย"

ช่อได้แต่เดินเกาหัวตัวเองเข้าบ้านนี้เธอทำอะไรผิดเหรอ..
อนา​วินท์​ขับรถกลับบ้านอย่างอารมณ์ไม่ดีนี้ทอฝันเธอเป็นคนเข้าใจอะไรยากแบบนี้​ ช่างเธอแล้วกันเดี๋ยวก็คงจำได้เองไม่เข้าใจทำมั้ยถึงรู้​สึกหงุดหงิด​อารมณ์​ไม่ดีเมื่อเห็นทอฝันยิ้มแย้ม​ให้คนอื่นแล้วทีกับเขา... นี้เขาอารมณ์​แบบนี้ได้งั้ย..


วันนี้ทอฝันตื่นเช้าหรืออาจเป็นเพราะนอนไม่หลับก็ไม่รู้..

"วันนี้คุณฝันตื่นเช้าจังเลย"

ช่อเอยถามทอฝันเมื่อเห็นเธอแต่งตัวลงมาพร้อมที่จะออกไปเรียน

"ยัยฝันทานข้าวก่อนลูก"

คุณพิมวาดบอกลูกสาวเมื่อเห็นทอฝันกำลังจะออกไป

"เดี๋ยว​ฝันไปทานที่มหา​ลัย​นะคะ.. ไปนะคะแม่พี่ช่อ"

ทอฝันยกมือไหว้ทั้งสองแล้วเดินออก

"แปลกๆนะคะเนี้ยตั่งแต่เมื่อวาน​แล้ว"

" อะไรแปลกช่อ​ แล้วเมื่อวานมีอะไร"

ช่อรีบส่ายหน้าแล้วขอตัวไปช่วยป้าเตรียม​ของในครัว.. คุณพิมวาดได้แต่มองตามช่อไปอะไรกันเด็กสองคนนี้..


ทางด้านอนาวินท์​วันนี้ตื่นเช้าเป็นปกติเพราะเขามีงานที่บริษัท​ต้องทำหลายอย่างจริงๆแล้วเมื่อวานเขาควรจะเคลียร์​งานให้เสร็จแล้ววันนี้อนาวินท์​เข้ามาที่บริษัท​ตั้งแต่เช้าเพราะช่วงบ่ายเขามีสัมภาษณ์​กับนิตยสาร..
เวลาผ่านไปสักพักอนาวินท์​ได้ยินเหมือนเสียงเอะอะโวยวาย​จากด้านนอกห้องทำงานใครกันเพราะปกติชั้นที่เขาอยู่จะมีแค่ห้องทำงานของเขา

"เข้าไปไม่ได้นะคะ.. คุณธีรชัย"

เสียงผู้ช่วยเลขาของเขาบอกใครบางคนที่ผลักประตูเข้ามา

"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณอา"

อนา​วินท์​มองชายสูงอายุตรงหน้าที่ตอนนี้หน้าตาเคร่งเครียด​
คุณธีรชัย​หุ้น​ส่วนคนหนึ่งของบริษัท​เพราะเขาเป็นเพื่อนของพ่อคนหนึ่งที่ร่วมกัน​ก่อตั้ง​บริษัท​นี้มา

" วินอธิบาย​เรื่องนี้ให้อาฟังหน่อยได้มั้ย.. มันมีข่าวแบบนี้ออกมาได้งั้ย"

คุณธีรชัย​ว่่างแท็บเล็ต​พร้อมหนังสือพิมพ์​บนโต๊ะทำงาน​ของอนาวินท์​
อนาวินท์หยิบแท็บเล็ต​ขึ้นมาดูจากเนื้อหาข่าวเขาไม่ได้สนใจแต่ที่เขาสนคือรูปที่ลงในข่าวมันเป็นรูปเขากับทอฝันอยู่ที่หน้าลิฟท์​ของโรงแรมเมื่อวานนี้แล้วทำมั้ยถึงเป็นข่าวแบบนี้

" อาไม่ถามนะว่าเรื่องมันเป็นแบบไหน.. แต่ข่าวนี้มันทำให้หุ้น​ของบริษั​ท​เราตอนนี้ต่ำลงมากเลยวินรู้มั้ย.."

อนา​วินท์​ตอนนี้ทำหน้าเครียด​เพราะถ้าหุ้น​บริษัท​มันลงมากความมันคงในบริษัท​ก็จะต่ำลงไปด้วยตอนนี้เขาต้องหาวิธี​แก้ไขปัญหา​ยังงั้ยให้เกิดความเชื่อมันกับผู้ถือหุ้น​รายอื่นๆ

" อาไม่อยากได้คำอธิบาย.. แต่อาอยากเห็นการแก้ปัญหา​ตอนนี้ผู้ถือหุ้น​คนอื่นเขารอฝังคำตอบจากวินอยู่"

อนา​วินท์​ไม่ตอบอะไรแต่ได้โทรไปหาเลขาเขาให้ช่วยเป็นธุระ​เรื่องระงับข่าวแล้วสืบว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้

"คุณชมพู.ช่วยนัดประชุม​คณะกรรมการ​และผู้ถือหุ้น​ทุกคนตอนบ่ายให้ด้วย.. แล้วเลื่อนนัดสัมภาษณ์​ให้ผมด้วย"

" ได้ค่ะ"

เมื่อผู้ช่วยเลขาออกไปแล้วอนาวินท์หันมามองผู้สูงอายุ​ด้านหน้าตัวเอง

"เชิญ​คุณอาออกไปก่อนนะครับ.. แล้วเจอกันที่ห้องประชุมครับ"

"อาหวังว่าคงได้รับคำตอบที่ดี"

คุณธีรชัย​เดินออกไปแบบไม่ชอบใจนักนี้อนา​วินท์​ยังเห็นหัวเขาอยู่มั้ยทั้งๆที่เขาอายุเยอะกว่ายังมาทำมารยาท​แบบนี้กับเขาอีกคอยดูถ้าโดนปลดจากตำแหน่งวันนั้นล่ะเขาจะขึ้นเป็ประธานบริษัท​แทน..
อนา​วินท์​มองตามคุณธีรชัย​ออกไปตอนนี้เสียงโทรศัพท์​มือถือ​ของเขาดังขึ้นตลอดเวลาแต่อนาวินท์​ไม่ได้สนใจยังคงนั่งทำงานที่อยู่​ข้างหน้าให้เสร็จก่อนเข้าประชุม



คุณภาวิณี​นั่งไม่ติดเก้าอี้​เลยได้แต่โทรหาลูกชายคนโตทำมั้ยถึงมีข่าวแบบนี้ออกมาได้แต่ที่น่าโมโห​ไปกว่านั้นคืนคนในข่าวเป็นหนูทอฝันอีกยิ่งทำให้เป็นห่วงเด็กสาวมากกว่าลูกชายตัวดีของเธอเสียอีก

"ตาวุธไปบริษัท​กับแม่"

"ไปทำมั้ยครับ"

ภาวุธ​เดินมายังไม่รูเรื่องอะไรเพราะปกติแม่ก็ไม่เคยเข้าบริษัท​อยู่แล้ว
คุณภาวิณี​ไม่ตอบคำถามลูกชายคนเล็กได้แต่เดินไปที่รถที่ลุงชมยืนรออยู่แล้ว..

ตอนนี้ในห้องประชุมของบริษัทดูร้อนระอุ​ด้วยสายตาของผู้ถือหุ้นแต่คนที่เย็นที่สุดคงมีแต่อนาวินท์เพราะเขารู้​ดีว่าเขาต้องแก้ปัญหานี้ได้อยู่แล้วแต่ตอนนี้เขายังไม่มีคำตอบที่ดีๆให้กับผู้ถือหุ้น​ทุกคน..

"ว่างัยครับคุณอนา​วินท์​พวกเรารอคำตอบอยู่น่ะครับถ้าไม่มีคำตอบอะไรอาจจะมีผู้ถือหุ้นบางส่วน​ขายหุ้นออกน่ะครับ"

"ผมอยากให้ทุกคนใจเย็นๆนะครับ"

"เย็นอะไรครับคุณอนา​วินท์​ตอนนี้คุณว่าสถานการณ์​มันแย่แค่ไหน"

"ใจเย็นก่อนนะคะทุกคน" ทุกคนต่างหันไปทางต้นเสียงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องประชุม

" คุณแม่"

" ฉันอยากให้ทุกคนใจเย็นๆนะคะจริงปัญหามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะคะแค่ทางเราสร้างความหน้าเชื่อถือให้กับลูกค้าเท่า​นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะคะ"

" แล้วคุณภาวิณี​จะทำยังไง​ครับช่วยบอกหน่อย"

" จริงแล้วคนที่เป็นข่าวกับตาวินคือหนูทอฝันเขาเป็นคู่​หมั่น​กันค่ะแล้วไม่จริงเหมือนในข่าวเลยค่ะแล้วก็กำลังแต่งงานกันเร็วๆนี้ด้วยทางเราอาจจะยังไม่ได้บอกให้ทรายก่อนต้องขออภัยและขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ"

" แล้วเรื่องนี้มันจะช่วยให้หุ้น​ของบริษั​ท​เรากลับมาเหมือนเดิมมั้ยล่ะครับช่วยตอบผมด้วยนะครับ"

" แน่นอนค่ะเพราะถ้าข่าวการแต่งงานของสองคนนี้ออกไปหุ้นจะต้องกลับมาเหมือนเดิมค่ะขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวอนาวินท์​ลูกชายของดิฉัน​ด้วยนะคะ"

คุณ​ภาวิณี​กล่าวให้ผู้ถือหุ้น​ทุกคนคลายความกังวลว่าหุ้นของทางบริษัท​จะกลับมาเหมือนเดิมเพียงแค่คุณ​ภาวิณี​พูดแค่นี้ก็ทำให้ผู้ถือหุ้น​บางคนยิ้มออกมาได้บ้างเพราะบางส่วนก็มั่นใจในการทำงานของอนาวินท์​อยู่แล้วแต่บางคนกลับรู้สึก​ไม่ค่อยพอใจเท่าไร

การประชุมจบลงด้วยดีแต่คงเหลือแค่การเก็บข่าวแล้วทำให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้น​เชื่อมั่นบริษัท​นั้นก็คือ.. การแต่งงาน...

"แม่ครับทำมั้ยพูดไปแบบนั้น"

"วันนี้เราไปบ้านลุงวีระกับแม่..เดี๋ยวไปพร้อมกันเลยแม่กับตาวุธจะลงไปรอที่ร้านกาแฟแม่ให้เวลา​ 10นาที"


คุณภาวิณี​พูดเสร็จก็เดินออกไปไม่สนใจว่าตอนนี้ลูกชายจะพูดว่าอะไรคำที่แม่ตัดสินใจแล้วคือเด็ดขาด..

"โชคดีพี่"

ภาวุธ​ตบไหล่​พี่ชายเหมือนให้กำลังใจแต่จริงๆแล้วมันคือคำพูดล้อเล่นของภาวุธ​
นี้แม่เขาจะไม่ฟังอะไรก่อนเลยรึไงอนาวินท์​ได้แต่บ่นพึมพำ​กับตัวเอง...





✍️ฝากติดตาม​ตอน​ต่อไป​ด้วย​นะ​คะ​
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #2 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 09:08

    ตามค่ะ

    #2
    0