GOT7 | FRIEND LOVE เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด | [ALLJACKSON] #อสแฟนหก

ตอนที่ 30 : SPECIAL FRIEND LOVE| อดีตของเจบี #อสแฟนหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ย. 60

원본 이미지

ผู้ชายที่ดีไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องทำตัวสุภาพแต่งตัวดีไปตลอดเวลา แต่ผู้ชายที่ดีคือผู้ชายที่พร้อมจะผ่านอุปสรรคและผ่าฟันความลำบากไปด้วยกันในเวลาที่คนรักเสียใจ

 

 

 

 

 

 

          ผมชื่อ อิม แจบอม ชื่อเล่นชื่อว่า เจบี เพื่อนเรียกไอ้บีหมายถึงเพื่อนที่โรงเรียนเก่าอ่ะนะ แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครเป็นเพื่อนสักคน พวกที่เข้ามานั้นก็มีแต่พวกนักเลงชอบลองของทั้งนั้น จนบางครั้งผมก็เบื่อที่จะไปเล่นกับพวกมันและบางทีผมก็ยืนเป็นเป้านิ่งให้พวกมันจัดการเล่น….

 

          …เหมือนกับวันนี้เป็นต้น

 

ตุ๊บตั๊บ!

 

          “ซ้อมมันเยอะๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ไหนใครบอกว่ามันเก่งไงวะเจอตีนพวกเราเข้าไปนี่ถึงกับยืนเป็นเป้านิ่งให้เตะต่อยเลยเหรอวะผมเหลือบตามองไอ้คนที่เขาแต่ปากหมาเตะซี่โครงผมจนแทบหักด้วยความเหนื่อยหน่ายนิดๆ ชีวิตของคนเสเพลไม่มีคุณค่าอย่างผมโคตรจะน่าเบื่อไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นหรือสนุกเลยสักนิด คนพวกนี้ก็น่ารำคาญทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่น่าเบื่อไปหมดในสายตาของผม

 

          ไม่มีอะไรสนุกๆเกิดขึ้นกับชีวิตของผมเลยรึยังไงกันนะ?

 

          “นี่ทำอะไรกันนะหยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”แต่แล้วก็ดูเหมือนว่าฟ้าจะเห็นใจคนขี้เบื่ออย่างผมส่งใครก็ไม่รู้ให้เข้ามาหยุดทุกอย่างทุกการกระทำของคนพวกนี้รวมถึงหยุดหัวใจผมไปด้วย

 

          “โอ๊ะนี่มันไอ้ตุ๊ดคู่หูไอ้จืดนั่นนี่หว่าไม่รีบกลับบ้านไปแต่งหน้าอ่อยผู้ชายแล้วเหรอจ๊ะน้อง หรือว่าอยากโดนพี่XXXก่อนล่ะแล้วค่อยกลับบ้านไปฮ่าฮ่าฮ่าผมรู้สึกตะหงิดๆขึ้นมานิดๆ ตุ๊ดงั้นเหรอสมัยนี้ยังมีคนมาล้ออะไรแบบนี้กันอยู่เหรอเนี้ย คนพวกนี้มันไม่เคยเปิดโลกกว้างเลยหรือไงกันทุกคนเขายอมรับเพศที่สามไปหมดแล้วนะและต่อให้เป็นตุ๊ดก็ตาม บางทีตุ๊ดก็อาจจะสวยกว่าแฟนของพวกมันก็ได้ใครจะไปรู้

 

          “อย่ามาพูดจาลามกต่ำทรามกับเค้าแบบนี้นะพวกคนนิสัยไม่ดี!!”เสียงแหบติดหวานนิดๆพูดบอก ผมเหลือบตามองคนตรงหน้าที่ท่าทางอ่อนแอแถมดูปวกเปียกเหมือนพวกสู้คนไม่เป็นด้วยความสงสัยนิดๆ แทนที่จะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินหนีไปเหมือนกับคนอื่นๆเขาแท้ๆเชียวแต่ทำไมต้องมาสนใจคนอย่างผมด้วย

 

          “เหอะดูทำพูดเข้าเค้าบ้าเค้าบออะไรของแกวะไอ้ตุ๊ดอย่ามาทำตัวตุ๊ดแตกแถวนี้นะเว้ยไม่งั้นจะโดนXXXไม่รู้ตัวมันยังคงพล่ามต่อไปตามประสา ผมได้แค่นอนฟังมันพูดอย่างนั้นเงียบๆอีกใจหนึ่งก็เชียร์ให้ไอ้ตัวเล็กนั่นวิ่งหนีจะไปซะจะได้ไม่เจ็บตัว แต่น่าแปลกนะทั้งๆที่ตัวเองก็ดูอ่อนแอแต่สายตานั่นยืนกรานว่าจะช่วยผมท่าเดียวเลยแบบนี้มัน

 

          ชักทำให้ผมมีไฟรู้สึกอยากเตะไอ้พวกปากหมาพวกนี้ขึ้นมาแล้วสิ

 

          “นี่พวกนายคิดได้แต่เรื่องใต้สะดือหรือไงกัน หยุดทำร้ายผู้ชายคนนั้นได้แล้วนะไม่งั้นอย่าหาว่าเค้าไม่เตือน!”ผมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ เป็นครั้งแรกเลยที่โดนคนที่ดูท่าแล้วยังไงก็อ่อนแอกว่าเอ่ยปากปกป้องแบบนี้ มันรู้สึกใจเต้นแรงแปลกๆแฮะ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน?

 

          “ทำไรจ๊ะจะจับพี่ทำผัวงั้นเหรอน้องฮ่าฮ่าฮ่า

 

          “หยาบคายไร้มารยาทที่สุด!”

 

          “พอดีว่าพี่เถื่อนอ่ะนะ มาม๊ะถ้าอยากมีผัวมากเดี๋ยวพวกพี่จัดให้ส่วนมึงเดี๋ยวกูค่อยมากระทืบต่อก็ได้อย่าพึ่งตายห่าไปก่อนล่ะหึ!!”

 

          มันละจากตัวผมแล้วเดินไปหาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแทน ผมจ้องมองด้วยแววตาว่างเปล่าผมไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าไปช่วยอีกฝ่ายเลยสักนิด เพราะสัญชาติญาณของผมมันบอกว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ใช่คนธรรมดา ร่างกายนั่นอาจดูอ่อนปวกเปียกก็จริงแต่ไม่แน่สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาก็ได้ใครจะรู้กัน?

 

          ไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากอะไร ไอ้คนที่พูดมากก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีก็ล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ ผมตาโตทันทีแรงเยอะขนาดนั้นเชียวเหรอถึงขั้นที่ว่าถีบจนมันไถลตัวแล้วล้มหน้าคว่ำแบบนั้นได้นี่ไม่ธรรมดาแล้วนะแบบนี้

 

          “ก็จะทำแบบนี้ไงล่ะ!ไม่ได้พูดเปล่าแต่ไอ้เด็กนั่นมันกลับจับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าลงทุ่มอย่างกับว่าอีกฝ่ายตัวเบาเหมือนหมอนข้าง ผมยกยิ้มนิดๆท่าทางจะเป็นมวยเหมือนกันนี่หว่า นึกว่าจะต้องยอมเลิกแสดงละครแล้วเข้าไปช่วยมันไม่ให้โดนต่อยซะแล้ว

 

          ผมนอนดูคนที่เข้ามาช่วยตัวเองเงียบๆอย่างสบายใจ ลำพังตัวผมเองน่ะไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอกเพราะชินกับการเตะต่อยไปเสียแล้ว แต่น่าแปลกทั้งๆที่คนตรงหน้าเป็นแค่ผู้ชายที่ร่างกายอวบอั้นนิดๆแท้ๆแต่ทำไมถึงได้ไม่มีแม้แต่บาดแผลสักแผลเลยล่ะ สกิลการหลบถือว่าใช้ได้เลยล่ะคิดว่าถ้าเกิดได้คนๆนี้มาเป็นพวกก็น่าจะดีไม่น้อย แต่ผมไม่ได้สนใจอยากได้เพื่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วงั้นขอดูเพื่อความบันเทิงหน่อยก็แล้วกัน

 

          จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที คนที่ว่าทำตัวกร่างบัดนี้ได้สลบนอนจมคาฝ่าเท้าของคนที่มันเรียกว่าตุ๊ดไปหมดแล้ว ผมยังคงแกล้งนอนอยู่ที่เดิมและในท่าเดิมด้วยเช่นกัน ก็ไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอกนะว่าอีกฝ่ายจะมาช่วยแบบนี้เพราะผมก็จัดการพวกมันเองได้ถ้าเกิดว่าผมเอาจริงล่ะก็นะ

 

          “นี่นาย!...นี่ได้ยินเสียงเค้าไหม?...อ่ะ! แผลเต็มตัวเลยทำไงดีอ่า!?”แต่ที่ผมไม่ลุกก็เพราะว่าแบบนี้แหล่ะ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจหรอกนะพอมาให้เห็นใกล้ๆแบบนี้แล้วใจเต้นเลยว่ะ

 

          …ผมว่าผมเจอว่าที่สะใภ้เข้าให้แล้วไง

 

          “ไม่ต้องไม่เป็นไรออกไปก่อนผมพูดออกไป แกล้งทำทีว่าเจ็บนิดๆหน่อยๆเพื่อความเนียน

 

          “ได้ไงกันอย่ามาโกหกเค้านะนี่นายเจ็บจะตายแล้วยังปากแข็งอีก เดี๋ยวก็ไม่ซื้อขนมให้กินซะหรอกอะไรกันไอ้คำพูดแสนมุ้งมิ้งนั่นน่ะ ถ้าไม่ติดว่าหน้ามันให้ล่ะก็ผมคงจะอ้วกแตกไปนานแล้ว แต่ไม่เป็นไรเห็นว่าน่ารักหรอกนะถึงได้อภัยให้ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลยว่าผมจะยอมนั่งต่ออยู่แบบนี้

 

          “…….”

 

          “มาเดี๋ยวเค้าช่วยพยุงนะอืมไปไหนก่อนดีอ่ะ แต่บ้านเค้าใกล้กว่างั้นไปพักที่บ้านเค้าก่อนก็แล้วกันเนอะ อ่ะ! ไม่สิๆนั่นไม่ใช่บ้านเค้าแต่เป็นบ้านของยองแจต่างหากล่ะ งั้นไปพักบ้านยองแจก่อนก็แล้วกันปะๆผมมองคนที่พูดเองเออเองคนเดียวก่อนส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา นี่ถึงขั้นคุยเองตอบเองได้นี่ไม่ปกติแล้วล่ะแต่ก็นะยังไงมันก็ดูเป็นคนดียอมเออๆออๆตามน้ำมันไปก่อนก็แล้วกัน

 

          …ว่าแต่มองดูดีๆแล้ว ไอ้เด็กนี่มันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ

 

 

 

 

          หลังจากวันนั้นผมคิดว่าผมไม่น่าจะติดต่อกับมันแล้วด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้กัน

 

          “เจบีอ่าาาทำไมมาช้าจังรู้ไหมเค้ารอตั้งนานงอนแล้วนะ!”เสียงของคนตัวเล็กทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองมันนิดๆ แก้มกลมๆนั่นพองลมเล็กน้อยพร้อมกับท่าทางงอนๆที่แสดงให้ผมเห็นว่ามันทนยืนรอผมนานแค่ไหน ก็นะตอนแรกกะจะแกล้งทำเป็นว่าไม่มาเลยแต่ก็อดสงสารมันไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องจำใจยอมมาอยู่ดีทั้งๆที่วันนี้ผมรู้สึกอยากหยุดแท้ๆ

 

          “โทษทีพอดีตื่นสายน่ะผมบอกมันไป แต่พอรู้ถึงเหตุผลของผมแล้วไอ้ก้อนเตี้ยนี่ก็เริ่มยิ้มขึ้นมาก่อนจะพยายามเอื้อมมือขึ้นขยี้ผมของผม แต่ด้วยความที่มันขาสั้นจึงทำให้มันไม่สามารถแตะมือถึงหัวผมได้ ร้อนถึงผมต้องย่อตัวลงมาพอให้แขนสั้นๆนั่นขยี้โดนเส้นผมของตน พอมันเห็นว่าขยี้หัวผมได้สำเร็จก็หลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจทันที

 

          …เด็กเอ้ย!

 

          “คิกๆเค้าจะสูงแล้วแหล่ะขยี้หัวเจบีได้แบบนี้อ่ะ

 

          “มโนว่ะเตี้ย

 

          “อ่ะ! อย่ามาว่าเค้าเตี้ยนะเมื่อกี้เค้ายังลูบหัวเจบีได้อยู่เลยนะ!!”

 

          แค่ลูบหัวปะวะทำมาเป็นพูด

 

          ผมแหย่อีกฝ่ายแต่ดูเหมือนว่าจะแกล้งมากไปหน่อยตอนนี้ก็เลยโดนมันงอนแก้มพองตุ๊บป่องไปตามระเบียบแล้ว ผมส่ายหน้าไปมาต้องเดินเข้าไปหามันแล้วก็ง้ออย่างที่มันชอบ ถามว่ามันชอบให้ผมง้อยังไงอย่างนั้นเหรอ?....อย่ารู้เลยเดี๋ยวจะนอนไม่หลับเอาคืนนี้

 

          ไม่งอนดิแมนปะวะเนี้ยผมแตะเบาๆที่แขนอวบขาวนั่น แต่ก็ดันโดนประชดใส่ด้วยการหันหนีไปทางอื่นแทน

 

          “….”

 

          แจ็คสัน…”ผมเริ่มเรียกชื่อมัน ปกติเคยเรียกที่ไหนกันล่ะมากสุดก็แค่แจ็คแต่ไม่มีคำว่า สัน ลงท้ายตามหลังชื่อเลยสักนิด นี่ผมลงทุนมากๆเลยนะขอบอก

 

          “….ไม่ต้องมาเรียก!...”นั่นไอ้เด็กขี้น้อยใจเริ่มงอนหนักแล้วสิ ทำไงดีนะ?

 

          เนี้ยก็ง้ออยู่นี่ไงหายงอนดิผมพยายามพูดแต่มันกลับเดินหนี เดี๋ยวเถอะไอ้เตี้ยกล้าหนีเจบีคนนี้งั้นเหรอ!

 

          ผมเดินตามหลังอีกฝ่ายไม่ห่างพยายามง้อมันก็แล้วแกล้งทำเป็นเงียบก็แล้วแต่มันก็ยังไม่หายอยู่ดี จนกระทั่งจนปัญญาได้แต่นั่งถอนหายใจใต้ต้นไม้ด้วยความเซ็งระหว่างรอไอ้เตี้ยมันเข้าห้องน้ำ ทำไมง้อคนมันยากงี้วะหรือว่าปกติผมไม่เคยง้อใครพอมาลองง้อเองแบบนี้มันก็เลยลำบากอย่างนั้นเหรอ?

 

          ทำไรอยู่เหรอ?”ผมเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงทักอีกฝ่าย ที่ไหนได้เพื่อนไอ้เตี้ยเองหรอกเหรอชื่อ ยองแจ ใช่ปะถ้าจำไม่ผิด

 

          รอไอ้เตี้ยมันเข้าห้องน้ำอยู่ผมตอบมันกลับไป ว่าแต่ไอ้นี่มันก็นิ่งจริงๆเว้ยคือรู้จักกันมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วแต่ยังไม่เห็นว่ามันจะคุยอะไรกับผมมากเลย ก็รู้ว่าเป็นคนเงียบๆแต่ว่ามันก็ต้องมีปล่อยวางแล้วก็สังสรรค์เข้าหาเพื่อนฝูงบ้างดิวะ

 

          อืมนั่นแถมยังชอบตอบคำสั้นๆกลับมาอีก ไม่รู้ว่าไอ้เตี้ยมันไปคบกับไอ้นี่ได้ยังไงคาดว่าคงเป็นฝ่ายนั้นล่ะมั้งที่มาขอคบเป็นเพื่อนกับไอ้นิ่งข้างๆนี่น่ะ ก็ออกจะเป็นคนดีจิตใจมีเมตตาซะขนาดนั้นนี่หว่า

 

          ทำไงดีวะโดนไอ้เตี้ยงอน มึงเคยโดนมันงอนปะแล้วบอกหน่อยดิว่าต้องง้อยังไงกูง้อมันไปหลายรอบล่ะไม่ได้ผลสักทีสุดท้ายผมก็ต้องพึ่งไอ้คนที่มันเคยเป็นเพื่อนของไอ้เตี้ยนานกว่าอยู่ดี มันเหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นขำ ห่านี่กูรู้นะไอ้สัสว่ามึงแอบหยามกูอยู่ในใจน่ะ อย่าให้ถึงทีของกูก็แล้วกันไอ้นิ่ง!

 

          “ครั้งแรกเลยนะเนี้ยที่มีคนมาขอความช่วยเหลือแบบนี้ง้อแจ็คสันน่ะไม่ยากหรอกแค่มีเงินเยอะหน่อยก็โอเคแล้วมันบอก ท่าทางใบหน้าเจ้าเล่ห์นั่นผมไม่ค่อยจะไว้ใจมันสักเท่าไหร่

 

          หมายความว่าไงวะที่บอกว่ามีเงินเนี้ย?”ผมถามมันกลับไป

 

          ก็หมายความว่าแค่มีเงินพาแจ็คสันไปเลี้ยงแค่นี้ก็หายงอนแล้วมันยิ้มหลังจากพูดจบ เดี๋ยวนะง้อง่ายขนาดนี้เลยเหรอวะ?

 

          งั้นไม่มีอะไรเราไปก่อนนะขอให้ง้อกันให้สำเร็จนะมันบอกแล้วก็เดินจากไปเงียบๆ ผมมองตามหลังมันก่อนจะเป็นจังหวะดีที่แจ็คสันเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ผมลุกขึ้นเดินตรงไปหาคนตัวเล็กที่ยืนล้างมืออยู่ตรงอ่างล้างมือ ผมรวบรวมความกล้าเดินไปจับเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่ายแล้วดึงให้แจ็คสันหันมาหาตน

 

          “…..”มันทำหน้างงใส่นิดๆ พลางช้อนตามองผมด้วยความสงสัย

 

          แม่ง! น่ารักฉิบหาย!!

 

          ยะเย็นนี้ถ้าว่างไปกินบิงซูกันปะ…”ผมพูดออกไปอย่างติดขัดไม่กล้าหันไปสบตามันเสียเท่าไหร่ คาดว่าตอนนี้แก้มผมคงจะแดงเพราะเกินจากความเขินที่พูดประโยคหวานแหววเหมือนเราเป็นแฟน ผมเป็นผู้ชายที่แมนๆเป็นคนชอบต่อยตีและเป็นพวกเถื่อนดิบหยาบโดยแท้ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาพูดประโยคน่ารักๆแบบนี้กับคนตรงหน้าเลยสักนิด ถ้าไม่คิดว่ามันงอนอยู่ผมจะไม่ง้อมันแบบนี้เลย นี่เป็นครั้งแรกของผมดังนั้นถ้ามันไม่ตอบตกลงละก็ผมก็จะฉุดกระชากลากมันไปเองอยู่ดีนั่นแหล่ะ

 

          อุก!...คิกๆฮ่าฮ่าฮ่า!!....เจบีพูดอะไรอ่ะตลกจัง โอ้ยเค้ากลั้นไว้ไม่ไหวแล้วอ่ะฮ่าๆๆจู่ๆไอ้เตี้ยมันก็หลุดหัวเราะออกมา ทำเอาผมหน้าเหวอตาโตเป็นไข่ห่านกันเลยทีเดียวเดี๋ยวนะนี่มันหลอกผมอย่างนั้นเหรอ!?

 

          เตี้ยมึงหลอกกูเหรอ?”ผมถามมันเสียงทุ่มต่ำกดเรียบนิดๆ

 

          คะเค้าเปล่าหลอกเจบีนะเค้างอนจริงๆคิกๆ..”มันตอบผมเสร็จก็ก้มหน้าลงหัวเราะต่อ

 

          เฮ้อออ!! แล้วสรุปจะไปปะเย็นนี้ผมถอนหายใจก่อนถามมันเพื่อยืนยันคำตอบ

 

          อือ ไปสิๆแต่เจบีต้องเลี้ยงเค้านะไม่อย่างนั้นเค้าจะไม่ไปแน่ไอ้เด็กขี้งก! ผมได้แต่พูดในใจยอมตกลงพยักหน้าตอบรับมันไปเรียบๆ

 

          อืม เลี้ยงก็เลี้ยงวะผมบอก เอาเถอะยังไงแค่มันคนเดียวผมก็เลี้ยงไหวอยู่แล้วก็อีแค่พามันไปกินบิงซูแค่นี้ไม่ระคายขนหน้าแข้งผมหรอกไม่ได้โม้แต่ครอบครัวเป็นผู้ส่งออกผักออร์แกนิคทั่วประเทศเลยนะ บ้านผมนี่มีแต่ผักปลอดสารพิษทั้งนั้น ส่วนเรื่องรายได้ต่อล่ะก็ไม่ต้องพูดถึงหรอกเดี๋ยวจะมีคนอิจฉาซะเปล่าๆ

 

          สุดท้ายหลังจากเรียนกันเสร็จผมกับแจ็คสันเราสองคนก็ไปกินบิงซูอย่างที่พูดกันไว้เมื่อตอนเช้า พวกเราก็เดินเล่นช้อปปิ้งเล็กน้อยตามประสา ไม่ต้องบอกหรอกมั้งว่าใครเป็นคนจ่ายจะใครล่ะถ้าไม่ใช่ อิม แจบอม คนนี้น่ะสิจะใครกันล่ะ ไอ้เตี้ยมันพกกระเป๋าตังค์มาที่ไหนกันมันไม่พกมาให้หนักมือหรอก แต่ถึงจะผลาญเงินผมยังไงผมก็ไม่แคร์หรอกเพราะเงินนี่น่ะหมดไปก็ทำงานหาใหม่ได้อยู่ดี เพราะงั้นการที่เราซื้อของให้เพื่อนไปแบบนี้ไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

 

 

 

 

          บางสิ่งบางอย่างทำให้ผมรู้สึกแปลกใจทำไมพักนี้เวลาที่ผมเข้าใกล้ไอ้เตี้ยหรือเดินไปหามันผมจะต้องประหม่าไม่กล้าอยู่ข้างๆหรือใกล้ๆมันด้วย แถมยังหงุดหงิดที่ไอ้ยองแจมันสนิทกับแจ็คสันมากกว่าผมอีกด้วยจำเป็นต้องนั่งตัวติดกันขนาดนั้นไหมวะ แบบนั้นไม่สิงกันไปเลยล่ะจะได้จบๆเรื่องไปซะแม่ง!

 

          เฮ้ยพวกมึง!”ผมเดินไปทักพวกมันสองคนตามปกติ จัดการนั่งแทรกกลางระหว่างมันซะเลยด้วยความหมั่นไส้และก็ได้รับเสียงโวยวายจากไอ้เตี้ยมาเป็นการตอบแทน

 

          ออกไปเลยนะเจบีมานั่งแทรกทำไมเนี้ย เค้ากับยองแจจะตกเก้าอี้อยู่แล้วนะผมโดนแจ็คสันใช้มือเล็กๆของมันผลักให้ขยับออกไปนั่งที่อื่นแทน แต่คิดเหรอว่าคนอย่างผมจะยอมลุกออกไปง่ายๆน่ะ

 

          “จะนั่งตรงนี้มีไรปะ

 

          ไม่เอาเค้าไม่ให้นั่ง เค้าจะนั่งกับยองแจถ้าเกิดเจบีอยากนั่งเจบีก็ไปนั่งที่อื่นก็ได้นี่ไม่เห็นต้องมานั่งตรงนี้เลย

 

          ก็อยากนั่งใกล้ๆอ่ะไม่ได้เหรอ?”

 

          ฮึ๋ย! แล้วแต่เจบีเลยชิ!!”

 

          ผมยกยิ้มให้กับความสำเร็จครั้งใหญ่ของตนแต่ก็ต้องนั่งเงียบเมื่อแจ็คสันมันเอาแต่คุยกับยองแจอยู่อย่างเดียว มันชักทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจและอยากบอกให้มันหุบปากเงียบไม่ต้องไปคุยกับไอ้นิ่งมัน แต่ถ้าผมทำแบบนั้นไปความสัมพันธ์ที่ดีของพวกเราก็ขาดลงผมไม่สามารถห้ามไม่ให้อีกฝ่ายหยุดพูดกับยองแจได้ ดังนั้นผมจึงทำเพียงแค่นั่งเงียบและรอให้สองคนนั้นคุยกันจนเสร็จก่อนที่จะเริ่มพูดขึ้นบ้าง

 

          บางครั้งผมก็เจ็บใจที่ตัวเองไม่ใช่เพื่อนคนแรกของแจ็คสันมันและบางครั้งผมก็ไม่อยากให้แจ็คสันมันยิ้มให้ใครนอกจากผมคนเดียว หรือว่านี่จะเรียกว่าอาการหวงเพื่อนกัน?

 

          ยองแจมึงชอบแจ็คสันเหรอ?”ผมถามออกไปหลังจากที่แจ็คสันเดินไปหาซื้ออะไรกิน ผมจ้องมันแววตาเรียบนิ่งไร้ซึ่งการล้อเล่นแม้แต่อย่างใด เรื่องนี้ผมจริงจังและค่อนข้างที่จะซีเรียสพอตัวเลยล่ะ

 

          นายรู้?”มันหันมาทำหน้าสงสัยใส่ผม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกังวลแทนจริงๆด้วยไม่ใช่ผมสินะที่คิดกับไอ้เตี้ยนั่นเพียงคนเดียว แต่ไอ้ยองแจเองมันก็ชอบไอ้เตี้ยเหมือนกันแล้วนี่ผมควรจะทำยังไงดี? ควรจะต่อยกับมันเพื่อแย่งไอ้เตี้ยเหมือนในหนังดีไหม หรือว่าจะแข่งกันจีบกับมันดีแต่ถ้าเกิดทำแบบนั้นไปแล้วหน้าแตกกันทั้งคู่ล่ะจะว่ายังไง?

 

          กูดูออกกูเองก็ชอบมันเหมือนกันผมบอกมันไป ไอ้ยองแจมันตาโตเล็กน้อยก่อนจะหยุดยิ้มเศร้าๆออกมา พวกเราคงจะต้องสร้างความลำบากใจให้กับแจ็คสันมันแน่ๆ ถ้าเกิดบังคับให้มันคบกันกับเราทีเดียวสองคนละก็พวกเราจะรักกันยังไงล่ะ? เพราะผมเองก็เป็นพวกขี้อิจฉาพอสมควรเลยนะ

 

          แล้วจะทำยังไง?”ยองแจมันถามผมกลับมา นั่นสิแล้วจะทำยังไงดีล่ะ?

 

          กูก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ว่ากูชอบแจ็คสันมาตั้งแต่แรกเห็นแล้วผมตอบมันไปตามตรง ใช่!แรกๆที่เห็นก็หวั่นไหวอยู่บ้างนั่นแหล่ะแต่ก็ไม่ได้มาก พอเรายิ่งรู้จักกันระดับพัฒนาการของพวกเราก็เริ่มจะทำให้ความหวั่นไหวพวกนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากหวั่นไหวก็กลายเป็นหลงและกลายเป็นชอบจากนั้นคำสุดท้ายที่ผมจะพูดได้เต็มปากนั่นก็คือ รัก

 

          เหมือนกัน…”มันบอก

 

        “กูว่าเราควรปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับวะ

 

           “นั่นสินะ

 

          “กูไม่อยากบอกมันเพราะว่ายังไงมันก็ผู้ชาย มันคงรับไม่ได้ที่เพื่อนสนิทของมันอย่างพวกเราสองคนแอบคิดไม่ซื่อด้วย

 

          “อืมถ้าไม่อยากเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งคนรักก็มีแต่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะยังคงความเป็นเพื่อนและคนแอบชอบไว้ได้ เอาเป็นว่ารู้แค่เราสองคนก็พอดีกว่า

 

          “เค

 

          พวกผมตัดสินใจที่จะไม่บอกความรู้สึกของตัวเองให้กับคนตัวเล็กได้รู้ เพราะพวกเราทั้งคู่ไม่ต้องการที่จะเสียเพื่อนดีๆอย่างไอ้เตี้ยแจ็คสันไป อีกอย่างพวกเราคงยังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องพวกนี้ให้มันรู้ด้วยก็เลยปิดมันเอาไว้ก่อน อย่างน้อยที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีมากแล้ว

 

          ถึงจะแสดงออกมาเหมือนกับว่าเป็นแฟนกันไม่ได้แต่ความรักระหว่างเพื่อนของพวกเรานั้น พวกเราสามารถแสดงมันออกมาให้แจ็คสันเห็นได้เต็มที่เลยล่ะขอเพียงแค่เชื่อใจกันแค่นั้นก็พอ

 

 

 

 

 

          มันเป็นความผิดของผมเองนั่นที่ไม่อย่างนั้นไอ้เตี้ยมันจะไม่นอนโทรมป่วยอาการหนักแบบนี้

 

          เตี้ยมึงไหวไหมเนี้ย?”ผมย่อตัวลงถามไอ้ตัวเล็กที่นอนหอบหายใจแรงๆอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ พอเอามืออังแตะหน้าผากมันก็พบว่าตัวร้อนจี้อย่างกับไฟ แม่ง! เพราะว่าดันพามันไปกินบิงซูในช่วงที่ร้อนมากๆแน่ถึงได้กลับหอมาอาการหนักแบบนี้ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผมเพียงคนเดียว..เวรเอ้ย!

 

          เจบีเค้าหนาว…”เสียงแหบที่แหบอยู่แล้วยิ่งแหบไปกว่าเดิมเพราะป่วยกระซิบบอกผม แขนขาวนั่นจับรั้งเสื้อผมไว้แน่นพร้อมกับดวงตากลมที่ปรือขึ้นมองเล็กน้อย ดวงตานั่นหน่วงคลอไปด้วยน้ำตาสีใสที่ดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสงสาร ผมใช้นิ้วโป่งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาออกให้มันอย่างประณีต

 

          ชู่ววว ห่มผ้าห่มไว้เยอะๆนะจะได้หายหนาวหรือว่าจะให้กูลาหยุดแล้วพาไปหาหมอดี? ไปไหมจะได้ไปตรวจเลยทีเดียวแล้วก็กลับมานอนพักต่อที่ห้องเอาไหม?”ผมถามไอ้เตี้ยมันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าปกติ

 

          “ไม่เอาไม่อยากให้เจบีต้องเสียการเรียนไปด้วยเค้าดูแลตัวเองได้เจบีไปเรียนก่อนเถอะเดี๋ยวจะสายเอามันบอกผมทั้งๆที่มือก็ยังคงจับเสื้อผมไว้อยู่ รอยยิ้มหวานๆที่เห็นทีไรแล้วชวนให้ใจละลายค่อยๆปรากฏขึ้นทำให้ผมใจอ่อนยอมมันไปซะทุกอย่าง

 

          ผมแม่งแพ้ร้อยยิ้มของมันโคตรๆอ่ะ

 

          ก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรมึงต้องโทรบอกกูนะหยิบโทรศัพท์ไหวไหม? เดี่ยวกูวางไว้ข้างๆตัวมึงก็แล้วกันส่วนยากับข้าวต้มเดี๋ยวกูจะไปทำมาให้นอนไปก่อนนะแป๊ปเดียวเดี๋ยวกูมาผมขยี้เส้นผมสีน้ำตาลของไอ้เตี้ยมันก่อนจะลุกเดินไปที่ครัวเพื่อทำข้าวต้มไว้ให้มันกินกับหายาไว้ให้มันด้วยเพื่อบรรเทาอาการป่วย

 

          ตั้งแต่เกิดมาสาบานว่ายังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ใครเลยสักคน มันเป็นคนแรกและจะเป็นคนสุดท้ายที่จะทำให้ ผมเริ่มลงมือต้มข้าวต้มทำนู้นนี่นั่นทิ้งไว้เพื่อความสะดวกสบายของไอ้เตี้ยมัน และเมื่อทุกอย่างเสร็จครบหมดทุกอย่างผมก็เดินไปหามันอีกครั้งก่อนจะลูบหน้ามันเบาๆแล้วค่อยๆโน้มหน้าลงหอมแก้มขาวที่ร้อนพราวดั่งไฟของมันเล็กน้อย

 

          หายไวๆนะครับตัวเล็กผมบอกก่อนจะเดินจากไปเงียบๆเพราะไม่ต้องการที่จะรบกวนเวลานอนของไอ้เตี้ยมัน คนป่วยต้องนอนพักเยอะๆจะได้หายผมหวังว่าอาหารและยาที่ผมเตรียมไว้ให้มันตอนมันตื่นมาจะทำให้มันรู้สึกดีขึ้น

 

          ที่ผมทำให้มันทั้งหมด

 

          ผมไม่ได้ทำในฐานะเพื่อนที่แสนดีของมัน

 

          แต่ผมทำในฐานะที่ผมเป็นคนชอบมันต่างหาก ไม่สิต้องเรียกว่า

 

          ผมทำในฐานะคนที่รักมันคนหนึ่งถึงจะถูก

 

 

 

 

 

          มีบางอย่างแปลกไปซึ่งไอ้ยอมแจมันก็สัมผัสได้เหมือนกันกับผม มันหันมามองหน้าผมและผมก็มองหน้ามัน ก่อนที่พวกเราสองคนจะพากันหันไปมองไอ้เตี้ยที่กำลังนั่งรัวนิ้วกดพิมพ์โทรศัพท์เป็นว่าเล่นอยู่ที่โต๊ะ ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดมาหลังจากที่ไอ้เตี้ยมันไปเจอกับหมอที่ชื่อ ปาร์ค จินยอง อะไรนั่นจำได้ว่าพอมันกลับมามันก็ยิ้มไม่หุบแถมยังพูดถึงไอ้หมอนั่นจนผมหมั่นไส้และเริ่มมีปากเสียงกัน วันนี้ที่ไอ้ยองแจถามและผมเอาโทรศัพท์ออกไปจากมือไอ้เตี้ยมันก็พูดคำหยาบใส่อย่างกับเป็นคนละคน

 

          ทำเอาผมใจหายแทบตายเลยทีเดียว ผมไม่เคยเห็นไอ้แจ็คสันมันในโหมดแบบนั้นเลยสักนิด

 

ปัง!

 

          เสียงปิดประตูห้องดังขึ้นทำให้ผมที่นั่งดูทีวีอยู่ตรงกลางห้องเงยหน้าเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยแจ็คสันมันทำหน้ายุ่งเหมือนไปโกรธใครมาก่อนที่มันจะหยุดแล้วเหลือบสายตามองมาที่ผมนิ่งๆ

 

          มองไรมันถามผมเสียงห้วนไม่ได้มีความน่ารักอย่างที่เคยเป็นแบบเมื่อก่อนเลยสักนิด

 

          มึงนั่นแหล่ะเป็นเหี้ยไร ปิดประตูเสียงดังแบบนี้เดี๋ยวข้างห้องเขาก็มาด่าโคตรพ่อโคตรแม่เอาหรอกผมบ่นมันแต่มันกลับถอนหายใจใส่ผมแทน

 

          เรื่องของกูไหมที่จะต้องตอบคำถามมึง เป็นแค่เพื่อนเสือกไรมากมายวะผมจุกจุกกับคำว่าเพื่อนของมัน ทำไมต้องพูดแบบนี้กับผมด้วยวะ? ผมไม่เข้าใจอีกอย่างคือทำไมนิสัยมันถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ มันหมายความว่ายังไงหรือทั้งหมดมันเป็นเพราะไอ้หมอเหี้ยนั่นกัน?

 

          นี่มึงชักจะเอาใหญ่แล้วนะไอ้แจ็ค กูเพื่อนมึงปะวะมึงเปลี่ยนไปมากรู้ปะตั้งแต่ที่มึงไปเจอไอ้หมอหัว***นั่นอ่ะ เพื่อนที่น่ารักของกูไปไหนหมดวะทำไมมีแต่ไอ้เตี้ยที่ทำตัวเหี้ยขึ้นทุกวันแบบนี้?”

 

          แล้วไงใครแคร์กูไม่ใช่เด็กน้อยอมมือทำตัวปัญญาอ่อนเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว มึงรับไม่ได้มึงก็เลิกเป็นเพื่อนกับกูไปดิวะจะมาทนอยู่ด้วยกันทำไม เพราะยังไงสุดท้ายเรียนจบเราก็ต้องแยกกันไปทำงานอยู่แล้วปะ ถึงเวลานั้นเพื่อนก็เพื่อนเถอะสุดท้ายแม่งก็ต้องแยกกันไปมีครอบครัวอยู่ดีกูพูดถึงไหม?"

 

          ไม่รู้ทำไมทุกคำพูดที่มันพูดออกมาถึงได้ทำให้ผมเจ็บหัวใจแบบนี้พอเถอะอย่าพูดต่ออีกเลยแค่นี้กูก็จะตายทั้งเป็นอยู่แล้ว แยกย้ายกันไปมีครอบครัวอย่างนั้นเหรอ? แล้วถ้ากูบอกว่ากูทำไม่ได้ล่ะมึงจะตอบว่ายังไง มึงจะรับผิดชอบกับสิ่งที่มึงทำไว้กับกูได้ไหมเหตุผลที่กูไม่ยอมเลิกคบเพื่อนกับมึงก็เพราะว่ากูรักมึง!

 

          ทำไมมึงพูดจาหมาๆแบบนี้วะแจ็คผมถามมันด้วยน้ำเสียงติดโมโหเล็กน้อย

 

          หึ! แล้วมึงจะทำไมวะอยากต่อยกูเหรอ?...เอาสิ!ทำเลย!!”มันท้าและผมก็บ้าเลือดดันจับกระชากเข้าที่คอเสื้อมันแน่นเตรียมง้างหมัดต่อยซะด้วยสิ

 

          ผมบอกมันไปแล้วครั้งหนึ่งว่าผมไม่ชอบพวกยุแยง เพราะผมมักจะเผลอมือเสมอถ้าเกิดไอ้คนพวกนั้นมันพูดยุผมล่ะก็ เหมือนกับที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ยังไงล่ะ

 

          มึงอยากปากแตกนักใช่ไหม?”ผมถามมันพร้อมจ้องตาแข็ง แววตามันสั่นไหววูบนิดๆนั่นทำให้ผมสะกิดใจและสงสัยหน่อยๆสรุปแล้วมันเป็นอะไรของมันกันแน่

 

          “….เจบีทำเค้าได้ลงคออย่างนั้นเหรอ?....ไม่รักเพื่อนคนนี้แล้วใช่ไหม?...เค้า..ฮึก!...เค้ามันไม่น่ารักเลยงั้นสินะ…”จู่ๆแจ็คสันมันก็เปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน ไอ้เตี้ยที่น่ารักของผมกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมานั่นก็คือน้ำตาและแววตาที่ว่างเปล่า แม้มันจะจ้องหน้าผมอยู่แต่ผมก็รู้ว่ามันไม่ได้สนใจผมเลยสักนิด เหมือนกับว่าผมเป็นแค่ตัวแทนของใครบางคน

 

          ใครบางคนที่ทำให้มันเปลี่ยนไปได้ถึงขั้นนี้

 

          ใครบางคนที่ไม่ใช่ อิม แจบอม คนนี้

 

          คนที่รักและเป็นห่วงมันมากที่สุดคนหนึ่ง

 

 

 

 

 


          ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆวันนี้แจ็คสันมันยังไม่กลับหอมาเลย มันบอกว่ามันจะไปพบกับหมอนั่นเป็นครั้งสุดท้ายและผมก็ดันโง่ไว้ใจปล่อยให้มันไปหาไอ้หมอเวรนั่น คืนนี้ฝนตกหน้ารถติดกันแน่นการจราจรติดขัดสุดๆ ผมดูจากชั้นบนของตึกหอพักยังเห็นไฟของรถทุกคันเปิดแดงบีบแตรใส่กันดังลั่นทั่วท้องถนนเต็มไปหมด

 

          จะเกิดอะไรขึ้นกับไอ้เตี้ยมันรึเปล่านะ...ทำไมถึงได้มาช้าแบบนี้ล่ะ?

 

          ผมคิดว่าน่าจะไปหายองแจมันที่บ้านสักหน่อยเพื่อไปตามหาแจ็คสัน พอคิดได้ดังนั้นผมก็รีบคว้ากุญแจมอเตอร์ไซค์ขับออกจากหอไปทันที

 

          แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งผมใกล้จะถึงบ้านไอ้ยองแจมากเท่าไหร่ เสียงเต้นของหัวใจผมก็ดังขึ้นเรื่อยๆทุกที หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นหรอกใช่ไหม?

 

          ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ภาพตรงหน้ามันก็บอกทุกอย่างให้ผมได้เข้าใจหมดแล้ว ผมเหลือบมองไปยังร่างของไอ้เตี้ยที่นอนสลบอยู่พร้อมกับไอ้ยองแจที่กำลังคร่อมตัวมันไว้ด้วยท่าทางที่ล่อแหลม เพราะแบบนี้สินะผมถึงได้มีลางสังหรณ์แปลกๆเกิดขึ้นหึ! ชแว ยองแจ สุดท้ายมึงมันก็เป็นเพื่อนเหี้ยที่หักหลังทั้งกูและก็แจ็คสัน ไอ้เวร!

 

          ยองแจกูไม่คิดเลยว่ามึงจะทำแบบนี้กับแจ็คสันมันได้ลงคอ ไอ้ชั่วเอ้ย!”ผมพุ่งตัวเข้าไปต่อยหน้าไอ้เพื่อนเหี้ยนั่นพร้อมฉุดจับแขนแจ็คสันที่นอนหมดสติอยู่ติดมือมาด้วย มันมองผมด้วยแววตาสับสนปนสงสัย คงคิดไม่ถึงสินะที่กูจะมาหามึงแล้วเจอมึงกำลังจะทำเรื่องเลวๆแบบนี้น่ะ!

 

          เจบีเดี๋ยวเราไม่ได้ อั่ก!”มันพยายามจะอธิบายให้ผมฟังแต่คุณรู้ไหมคนที่ทำผิดมักจะไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ ดังนั้นการแถในครั้งนี้ไม่ได้ผลสำหรับผมหรอกยิ่งมันสวนหมัดต่อยเข้ามาที่หน้าผมก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดมันตั้งใจทำ

 

          ไม่เหลืออีกต่อไปสำหรับคำว่ามิตรภาพสำหรับผมและมัน

 

          นี่มึงกล้าต่อยกูกลับเหรอวะ!? กูไม่น่านับมึงเป็นเพื่อนเลยยองแจ!!”ผมต่อยมันกลับไปอีกครั้งพร้อมรัวหมัดใส่หน้ามันด้วยความโกรธ เสียใจ ผิดหวังในตัวมัน ความรู้สึกของผมเหมือนกำลังจะระเบิดออกมา ผมทั้งเตะทั้งต่อยมันเท่าที่ผมจะทำได้กับมัน

 

          แม่ง!...ทำไมผมถึงต้องเสียใจด้วยวะที่ลงมือกับเพื่อนเลวๆอย่างมันแบบนี้

 

         “ฟะ..ฟังก่อน…”

 

          “ฟังเหี้ยไร! มึงจะให้กูฟังเหี้ยไรจากมึงยองแจ!!

 

          “เราไม่ได้ทำทั้งหมดเป็นเพราะหมอที่ชื่อปาร์ค จินยองนั่น

 

          “เห็นอยู่ตำตามึงยังจะมาโกหกว่ามึงไม่ได้ทำอีกเหรอวะ หึ! มึงนี่มันชิงสุกก่อนห่ามจริงๆเพราะแบบนี้สินะถึงได้บอกให้หูปิดเรื่องที่กูชอบแจ็คสันมันไว้ก่อน เพราะมึงจะได้เก็บมันไว้กินเองคนเดียวใช่ไหมยองแจ!

 

          “ก็กูบอกว่ากูไม่ได้เป็นคนทำแจ็คสันไงวะ!! นี่มึงเข้าใจภาษาคนยากมากนักหรือไงเจบี

 

          ผมทั้งอึ้งทั้งตกใจไม่คิดว่ามันจะพูดออกมาแบบนี้ มันเองก็ดูเหมือนจะตกใจเหมือนกันพวกเราเงียบไปสักพัก จ้องหน้ากันเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่างผ่านกระแสจิต ผมกำมือแน่นขอบตามนร้อนพราวพร้อมกับอะไรบางอย่างที่ตื้นขึ้นจมูกผมถอนหายใจปล่อยหมัดที่เตรียมจะต่อยไอ้ยองแจมันลงแล้วอุ้มแจ็คสันขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแทน

 

          ที่แท้มึงก็เป็นคนแบบนี้เองสินะ หึ! เลิกเป็นเพื่อนกันเถอะวะกูคบคนตอแหลแบบมึงไม่ได้หรอกส่วนแจ็คสันก็ไม่มีวันปล่อยมันให้ยุ่งกับมึงแน่จำไว้เลย!ผมพูดจบก็พาแจ็คสันมันออกจากบ้านไอ้ยองแจไป ผมไม่ได้สนใจอะไรไอ้บ้านั่นอีกผมเดินจากมันไปทั้งน้ำตาผมรู้ว่าผมมันอ่อนแอแต่ต่อจากนี้ผมจะเข้มแข็งและจะไม่ร้องไห้เพราะเรื่องพวกนี้อีกเป็นอันขาด

 

          มันจบแล้วเรื่องราวความเป็นเพื่อนระหว่างผมกับไอ้ยองแจมันพวกเราคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้เราตัดขาดจากกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

          ยองแจมึงกับกูต่อไปนี้เราเป็นเพียงแค่คนรู้จักกันเท่านั้น คนรู้จักที่แย่งคนรักคนเดียวกันเป็นเพียงแค่นั้นก็พอ

 






TALK

          พาร์ทนี้สงสารพี่บีมากมีความหน่วงระดับสิบใครเป็นเหมือนไรท์บ้างTWT แล้วคือแบบแต่งไปก็ฟังเพลง WHY - Got7 (Mark & JB) ไปด้วยและความหมายมันเข้ากับพาร์ทนี้มาก ทุกคนลองไปฟังแบบซับไทยแล้วอ่านเนื้อเพลงแปลดูนะคะ รู้แล้วมันจะหน่วงมากเลยแนะนำให้เปิดคลอไปด้วยค่ะ เอาล่ะจบไปแล้วสองพาร์ทกับยองแจและเจบีเหลือพาร์ทสุดท้ายของจินยองตัวต้นเรื่องของภาคนี้ หวังว่าทุกคนจะรอติดตามกันนะคะ ปล.หากผิดผลาดหรือไรท์เขียนผิดตรงไหนโปรดแจ้งนะคะไรท์จะได้แก้ให้ถูก เพราะแต่งเสร็จก็เอามาลงเลยไม่มีเวลาดูต้องขออภัยในที่นี้ด้วยค่ะ บ๊ายบายแล้วเจอกันในตอนต่อไปน้าาาาา


#อสแฟนหก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

366 ความคิดเห็น

  1. #276 baimaibm (@baimaibm) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 09:49
    ไม่กล้าอ่านของจินยองเลยอ่ะ แง
    #276
    0
  2. #275 นกมาร์คมาก (@ayayay) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 07:35
    หื้มมมมม เจ็บกันไปนละทาง พอคิดถึงตอนนี้แล้วหมอปาร์คนี่น่าจับมาฟาดเเรงๆด้วยไม้เบสบอลจิงๆเลยนะ ทำอะไรกับเเจ็คบ้างถึงได้เป็นแบบนั้น
    #275
    0
  3. #274 birigel (@birigel) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 01:29
    แจบอมนี่ร้ายนะคะ วางแผนเครมแจ็คตั้งแต่แรกสบตา
    #274
    0