Caucus Race

ตอนที่ 29 : Chapter 18 'The actual story & Life that is being started '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.พ. 57

ฟ้าสดใสไร้ขอบเขตปรากฎล้อมรอบกายอยู่เหนือท้องนภา ก้อนเมฆสีขาวนุ่มลอยผ่านไปมาดูบริสุทธิ์ซะจนไม่อาจหยิบคว้ามาเป็นของตนได้ ทว่ามันกลับปะปนไปด้วยสีส้มนวลละมุนดูอบอุ่นเหมือนดั่งอ้อมกอดของดวงอาทิตย์ที่ถูกสอดแทรกเข้ามาผสานกัน แต่มันช่างเข้ากันได้ลงตัวอย่างไร้ที่ติใดๆ

 

 

 

เนินเขาสูงกว้างใหญ่ตั้งตระง่านแผ่อาณาเขตไปสุดลูกหูลูกตา ใบหญ้าเขียวขจีพัดไปตามสายลมเย็นแผ่วเบา ราวกับเสียงเพลงที่กึ่งก้องกังวาลอยู่ในหัวใจของเราไม่เคยเปลี่ยน

 

 

 

เสียงเพลง.... เสียงหัวเราะ..... ไม่มีทางลืมมันได้เลยแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที

 

 

 

 

ร่างนั้นจำเหตุการณ์ทุกภาพได้ดี ในวันวานที่ได้วิ่งเล่นไปทั่วทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ร่างกายที่ออกเดินด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและพริวไหวดั่งเทพธิดาที่โผบิน ไม่มีอะไรหยุดเราได้อีกต่อไป!

 

 

 

เวลาแห่งนิทาน.....

 

 

 

เก้าอี้ไม้สักตัวเดิมยังคงโยกไปมาตามจังหวะที่ชายชราถ่ายทอดเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายให้ร่างตรงหน้าได้โถมเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นพร้อมประจักษ์สิ่งที่เริ่มเล่าขาน เสียงของมันดังอย่างอ้อยอิ่งผสานลึกลงไปกลางจิดใจที่ใสซื่อไร้มลทิน และมันได้สะกดให้เด็กสาวตัวน้อยตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันที่ไม่มีจุดจบไปตลอดกาล......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความฝัน?

 

 

เป็นความฝันที่แปลดี? ภาพตรงหน้ายังคงแจ่มชัดราวกับเหตุหารณ์พึ่งเริ่มต้นขึ้น แต่แน่นอนว่าเมื่อคุณตื่นขึ้นมา ความฝันนั้นก็จะหายไปและกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำของคุณ

 

 

 

ไม่มีใครอยากตื่นจากความฝัน มันเต็มไปด้วยความสุข ความหวัง และความปราถนา เมื่อเทียบกับชีวิตจริงที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายที่ต้องเผชิญยิ่งทำให้ไม่มีใครอยากตื่นขึ้นมา

 

 

 

แต่หากเพราะว่า มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องงี่เง่าที่ไม่สามารถเป็นจริงได้เท่านั้น....

 

 

คนตายฝันไม่ได้!! นั้นทำให้การมีชีวิตเป็นเรื่องน่าอิจฉา เพราะอย่างน้อยเมื่อคุณยังมีลมหายใจ คุณก็ยังมีความหวังที่จะใช้ชีวิตต่อไป และคุณก็ยังมีความฝันที่ไม่รู้จบ....

 

 

 

อยู่ที่ว่าคุณจะเห็นค่าของมันมากแค่ไหน.....

 

 

 

 

คุณเชื่อเรื่องความฝันมั้ย? เรื่องประหลาดที่เราไม่สามารถเข้าใจได้ มันเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อจริงเหรอ? หรือมันจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต? หรือเป็นเรื่องราวของโลกต่างแดนกันล่ะ?

 

 

 

สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ได้....

 

 

 

สิ่งเดียวที่กำลังจะเกิดขึ้นตอนนี้ก็มีเพียง....สุดท้ายคนเราก็ต้องตื่นจากความฝัน

 

 

 

ได้เวลาตื่นจากความฝันแล้ว......

 

 

 

เฮือก!!!!!! ” บทพรรณนาทั้งหลายแหลพลันหายไปในพริบตา พร้อมแสงไฟจ้าสีนวลเหนือเพดานพุ่งเข้าฉุดกระชากเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่นานให้ออกมาจากห้วงแห่งความฝัน นัตย์ตาสีฟ้าสดใสราวกับเพรชถูกเจรนัยเบิกกว้างก่อนที่ความเจ็ยปวดที่แล้นไปทั่วร่างจะทำให้ร่างนั้นล้มลง

 

 

เด็กหนุ่มพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น แต่ดวงตาข้างขวากับมือสนิทไร้แสงใด เขาจึงได้แต่หันไปมองรอบๆด้วยตาซ้ายแทน

 

 

 

มือที่รู้งานพยายามเลื่อนไปสัมผัสผ้าพันแผลสีขาวความสะอาดที่พันร่างของตนเอาไว้ แต่มือขวากลับมีเฝือกหนาห่อหุ้มอยู่ ร่างนั้นจริงเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายลูบแผลตนเบาๆพลางหันไปดึงสายน้ำเกลือห้อยระโยงมายังข้อมือซ้ายของร่างนั้น เขากระตุกมันออกช้าๆแล้วจึงโยนมันออกห่างตัว พร้อมมองรอบกายอีกรอบเพื่อสำรวจว่าตนกำลังอยู่ที่ไหน

 

 

 

ห้องกว้างรูปสี่เหลี่ยมสีขาวมีเพียงเตียงที่เขานอนอยู่ เหนือเพดานก็มีแต่หลอดไฟอันเล็กที่คอยให้แสงสว่าง เลยขอบเตียงไปไม่ไกลมีสวิตซ์หลายปุ่มเรียงอยู่ นอกจากนั้นก็มีประตูที่เชื่อมไปสู่ที่ไหนซักทีอีกสองบาน ดูแล้วที่นี่เหมือนห้องพักในโรงพยาบาลยังไงยังงั้น

 

 

 

เด็กหนุ่มเอื้อมมือซ้ายขึ้นลูบผมสีขาวนุ่มของตนให้เป็นทรงก่อนที่เขาจะพยายามปืนลงมาจากเตียงอย่างทุลักทุเล ร่างบางเกาะขอบเตียงแน่นจากนั้นจึงค่อยๆเดินกระเผลกไปถึงประตูที่ใกล้ที่สุด

 

 

 

ครืด~~~ บานประตูเล็กเลื่อนออกตามแรงของร่างบาง เด็กหนุ่มลอบมองเข้าไปพร้อมพบว่ามันคือ

 

 

ห้องน้ำ....

 

 

กระจกใสที่ตั้งอยู่ภายในสะท้อนภาพร่างกายของเขาอย่างชัดเจน ร่างนั้นไล่สายตาไปทั่วร่างของตนอย่างพิจารณา ลำตัวผอมบางขาวซีดที่มีผ้าพันแผลพันไปเกือบหมดทั้งตัว เฝือกหุ้มแขนขวา ข้อมือที่มีรอยช้ำจากสายน้ำเกลือที่ดึงออกไป จบท้ายดวงตาสีฟ้าสดใสที่มีเพียงข้างเดียว....

 

 

 

ดวงตาข้างขวาของเขามีผ้าพันแผลปิดเอาไว้...

 

 

 

ความทรงจำชั่ววูบพลันกลับมาอย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มสะท้านไปทั่วร่าง ตาของเขา.... ถูกทำให้บอด

 

 

 

เหตุการณ์น่าสยดสยองถาโถมเข้ามาในสมองของร่างบางอย่างรุนแรง ขาทั้งสองพลันซุดฮวบลงราวกับไร้เรี้ยวแรง เหงื่อสีใสผุดไหลไปทั่วใบหน้า ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง

 

 

 

 

เสียงของคลินตัน คอนเนอร์ยังคงดังก้องกังวาลในหัวของเขาไม่หยุด เด็กหนุ่มฮอบแฮกพร้อมยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองแน่น ชีพจรเต้นถี่รัวจนฟังแทบไม่เป็นศัพท์ไม่ต่างจากการหายใจของเด็กหนุ่มที่เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยเหมือนกำลังจะชัก

 

 

 

มือทั้งสองกุมหัวตัวเองแน่น ดวงตาสีฟ้าปิดสนิทพลางพยายามไล่ความคิดที่วนกลับไปมานั้นให้ออกไป แต่ไม่ว่าพยายามเท่าไหรมันก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย

 

 

 

เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าเคลื่อนไหวไม่หยุด เขารู้สึกมึนงงพะอืดพะอมจนแทบคลั่ง อาการมวนท้องไหวแปลบไปทั่วร่าง ร่างบางค่อยๆพยายามคลานไปใกล้อ่างก่อนที่จะอาเจียนออกมา

 

 

 

 

น้ำเย็นๆไหลทะลักออกมาจากก๊อกตรงหน้า มือทั้งสองของเด็กหนุ่มชุ่มไปด้วยน้ำก่อนที่เขาจะควักน้ำขึ้นล้างหน้าตน ความเย็นลดอุณหภุมิในร่างกายของเขาให้กลับเข้าสู่ปกติ ดวงวตาสีฟ้าเหลือบมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกอีกคราเมื่อเขาได้สติกลับคืน

 

 

 

ผมสีขาวเปียกชุ่มปรกใบหน้าขาวใสทำให้เด็กหนุ่มดูเซ็กซี่ยิ่งกว่าเดิม มือที่เกาะขอบอ่างเอาไว้รีบออกแรงยันให้ตนกลับมายื่นตัวตรงได้ในที่สุด

 

 

 

ฝันร้ายไม่มีอีกแล้ว!! เขาฆ่าคลินตันไปแล้ว... และเขาจะไม่ยอมให้หมอนั่นเข้ามาควบคุมจิตใจของเขาได้อีก....

 

 

 

ร่างบางค่อยๆเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อจะกลับไปที่เตียงเดิม ขากระเผลกที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้ทำให้เดินยากเล็กน้อย แต่เขาก็เคลื่อนที่ได้ปกติมากกว่าเมื่อกี้มาก

 

 

 

เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าปลายเตียงตรงหน้าพร้อมออกแรงดึงร่างของตนขึ้นไปบนผ้าปูนุ่ม แต่ทว่ามือทั้งสองกลับอ่อนแรง!!!! ร่างของเขาร่วงหล่นลงจากเตียง!!!

 

 

 

มือที่เอื้อมไปข้างหน้าพยายามไขว้คว้าที่ยึดเกาะเอาไว้ราวกับเหตุารณ์กำลังไหลไปอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างบางร่วงสู่พื้น สติพลันดับไปก่อนที่จะ....

 

 

 

ครืด!!!! พรึบ!!! โครม!!!!

 

 

 

อ๊ะ.... ” เด็กหนุ่มยกมือค้างนิ่งไปนานก่อนจะพยายามตั้งสติพลางมองไปรอบกาย เขาไม่เป็นอะไรเลย??? แต่แล้วความสงสัยของร่างบางก็ถูกเฉลยเหมือนเขาพบว่าตนอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน

 

 

 

 

ไอริส!!! นายเล่นบ้าอะไรเนี่ย ฟื้นแล้วก็กดสัญญาณเรียกสิ ทำไมลุกไปมาแบบนี้หา!! ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยตวาดแบบดุๆแต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างเช่นเคย เขาไม่มีทางลืมเสียงนี้ได้ เสียงของคนที่เขารักมากกว่าใคร....

 

 

 

เซย์ยะ... ” ไอริสคางชื่อนั้นออกมาในขณะยังคงนอนค้างท่าเดิมพร้อมเอ่ยเสียงใส เด็กหนุ่มไล่สายตาไปที่ร่างของอีกฝ่าย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทั้งผมสีน้ำเงินเข้มตัดกับผิวขาวกำลังดี นัตย์ตาสีม่วงเข้มที่ไม่มีใครเหมือนและใบหน้าหล่อๆที่ชอบทำท่าทางเครียดๆอย่างเช่นเคย เซย์ยะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าและเนคไทน์สีส้มม่น เขายังประคองร่างไอริสแน่นราวกับร่างนั้นเป็นของที่ถนุถนอมยิ่งชีพ

 

 

 

ก็ใช่ไง นายเป็นยังไงบ้างเนี่ย เจ็บตรงไหนอยู่มั้ย ” เซย์ยะประคองร่างบางในชุดคนไข้สีฟ้าขึ้นมาอุ้มพร้อมวางลงบนเตียงอย่างเบามือ ชายหนุ่มนั่งลงบนขอบเตียงข้างๆก่อนที่จะถามต่อ “ หิวมั้ย? ”

 

 

 

อืม... ” เด็กหนุ่มฟังคำถามที่รัวเข้ามาอย่างงงๆก่อนจะรีบตอบออกไปด้วยเสียงเรียบ

 

 

 

โอเค รอแปปนึงนะ ” ไม่ทันที่ร่างของเซย์ยะจะก้าวพ้นจากเตียง มือเล็กๆของคนป่วยก็ดึงแขนเสื้อชายหนุ่มเอาไว้แน่น ร่างสูงหันไปมองเจ้าของมือที่รั้งเขาเอาไว้ทันที

 

 

 

ผมหลับไปนานแค่ไหนครับ ”

 

 

 

3 วัน อย่าเครียดไปเลย ร่างกายของนายต้องการพักผ่อนเยอะๆ ” เซย์ยะเอ่ยเสียงนุ่ม เขาเอื้อมไปลูบเส้นผมสีขาวนั้นอย่างทุกทีก่อนที่จะคว้าร่างบางเข้ามาใกล้แล้วประกบจูบอย่างนุ่มนวลจนแทบละลาย

 

 

 

เด็กหนุ่มเบิกตากว้างดวงความตกใจ แต่แล้วเขาก็เพียงหลับตาลงรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ถ่ายทอดเข้ามา ริมฝีปากเรียวบางไล่บดขยี้ริมฝีปากไอริสอย่างนุ่มนวลและรุกล้ำในเวลาเดียวกัน ราวกับว่าทั้งสองกำลังโหยหาความหวานจากช่วงเวลาที่ห่างหายกันไปนาน เมื่อเห็นว่าไอริสทำท่าเหมือนเคลิ้มจนหมดแรง เซย์ยะจึงเอื้อมมือไปรั้งท้ายทอยของร่างบางเอาไว้แล้วจึงรีบไล่จูบอย่างหยอกย้ำไปมาของริมฝีปากนุ่มนิ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่

 

 

 

ไอริสรู้สึกเหมือนในท้องตัวเองมันโหวงไปหมด ชายหนุ่มตรงหน้ายังไม่หยุดละเลงจูบ แต่เขาก็ไม่ปฎิเสธหรอกว่ามันรู้สึกดีสุดๆไปเลย เมื่อเห็นแบบนั้นร่างบางเลยเอื้อมมือขึ้นโอบกอดรอบคอของเซย์ยะเอาไว้ มือเรียวเล็กไล่สัมผัสเส้นผมสีน้ำเงินเข้มอย่างเบามือ จูบของทั้งสองยังดำเนินต่อไปจนเมื่อรู้สึกเมื่อต่างฝ่ายต่างเริ่มหายใจไม่ทัน คนตัวสูงจึงผละออกอยากอ้อยอิ่งราวกับไม่อยากหยุดกินขนมที่หวานนุ่มที่ไม่อาจหยุดกินได้ เซย์ยะแอบทำหน้ามุ่ยเหมือนกำลังเสียดายไม่หยุดแล้วยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองให้ตั้งสติดีๆ เขามองไอริสที่ยังทำสายตาเคลิบเคลิ้มมาที่ตนแล้วจึงก้มลงไปหอมแก้มร่างบางอีกฟอด

 

 

เพราะงั้นนอนไปก่อนนะครับ เด็กดี ” ว่าแล้วเซย์ยะก็เดินออกจากห้องแคบไป ปล่อยไอริสได้แต่นั่งเขินหน้าแดงอยู่บนเตียงคนเดียว =////=

 

 

 

 

 

 

อันนี้เป็นเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ เดี๋ยวนายเปลี่ยนเสร็จแล้วเราจะได้ไปเจอเพทายกัน ” เซย์ยะวางเสือผ้าไว้บนตักของไอริส พร้อมเก็บถ้วยและจานอาหารที่พึ่งป้อนไอริสเสร็จไปวางไว้ที่โต๊ะด้านหน้าห้อง

 

 

 

ไอริสก้มมองเสื้อผ้าที่พับมาอย่างเป็นระเบียบพร้อมดึงมันขึ้นมาดู แขนของเขาใส่เฝือกด้วยสิ! คงใส่ลำบากเหมือนกันแฮะ

 

 

 

ทำไม? ใส่เองไม่ได้เหรอ? เจ็บแขนใช่มั้ยล่ะ ” เสียงของเซย์ยะขัดสติของร่างบางขึ้นด้วยเสียงกวนๆ ตอนแรกไอริสก็คิดจะให้ร่างสูงช่วยตนใส่เสื้อ แต่พอชายหนุ่มพูดอีกประโยคต่อมาร่างบางก็หน้าแดงขึ้นทันที

 

 

 

บริการช่วยใส่เสื้อผ้าฟรีนะครัช.... จะได้เห็นทุกซอกทุกมุมกันไปเลย หึๆ ”

 

 

 

อะ ไอ้บ้า!!! =///= ” ไอริสตบแขนของชายหนุ่มที่พยายามจะยื่นมาจับตัวเขาให้ออกห่างก่อนที่จะปฎิเสธเสียงแข็ง “ ผมใส่เองได้น่า ”

 

 

 

ครับๆ รอด้านนอกนะ ” เซย์ยะยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้แล้วหมุนตัวออกห้องไปโดยไม่ลืมยื่นหน้าออกมาจากประตูพร้อมเอ่ยต่อ “ ให้เวลา 10 นาที ถ้าไม่เสร็จจะเข้ามา 'ใส่' ให้นะครัช ที่รัก~ ”

 

 

 

ว่าจบก็รีบเปิดประตูออกไป(ด้วยสีหน้าเกรียนๆ )เพื่อหลบหมอนที่พุ่งมาด้วยฝีมือไอริส!!!

 

 

บ้า!!!! =////= !! ”

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างของทั้งสองก้าวเข้ามายังห้องโถงกว้างที่คุ้นเคย แต่บรรยากาศอาจแปลกตาไปเพราะทั้งห้องเต็มไปด้วยการ์ดชุดดำยืนคุมล้อมไปทั่ว

 

 

 

โซฟาตัวใหญ่มีร่างบางของเด็กสาวผมชมพูนั่งนิ่งรออยู่แล้ว เธอผายมือเรียกให้แขกทั้งสองนั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆก่อนที่จะรีบเปิดประเด็น

 

 

 

เอาล่ะ! เรามาว่ากันถึงรางวัลสำหรับผู้ชนะ ตอนแรกชั้นก็ตกใจอยู่เหมือนกันที่นายชนะคลินตัน แต่เอาเถอะ... ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรเกินที่คิดเอาไว้ ” เพทายเอ่ยเสียงเรียบ เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตปกคอระบายกับประโปรงเอี๊ยมสีน้ำตาลเข้ม พ่อบ้านหน้าคุ้นหรือเจมส์วางแก้วชาสองใบลงตรงหน้าของไอริสและเซย์ยะกอ่นจะรีบถอยไปอย่างรู้งานเมื่อนายหญิงของตัวเองเรียกใช้ “ ชุดใส่ได้พอดีเลยนี่น่า ”

 

 

 

อ่อ อืม.. ” ไอริสมองเสื้อแขนยาวลายทางแถบเล็กขาวสลับดำกับเสื้อคลุมบางๆสีดำของตน แล้วจึงเอ่ยต่อ “ หมอนั้นเก่งมากก็จริง แถมชีวิตยังผ่านอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาพลาดคือ ความประมาทและความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง ” ไอริสปราดมองเพทายที่หัวเราะเสียงเล็กใส่เขา เมื่อเขาเริ่มออกปากวิจารณ์คลินตัน

 

 

 

นั้นสินะ เอาเถอะ คนตายก็คือคนตาย มันไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก” เด็กสาวว่าพลางยกชาขึ้นจิบ ดวงตาสีทองพลันเหลือบมองชายหนุ่มผมน้ำเงินเข้ม แต่เขาคนนั้นกลับเอาแต่มองร่างบางข้างกาย...

 

 

 

แล้วรางวัลของผู้ชนะ คุณสัญญาเอาไว้ว่าจะเล่าทุกอย่าง และให้อะไรก็ได้ 1 อย่างใช่มั้ย? หวังว่าจะไม่มาปอดแหกหนีเอาตอนนี้นะครับ ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก

 

 

 

แน่นอน ชั้นไม่ใช่คนผิดสัญญา ” เพทายยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อบอกให้การ์ดชุดดำออกไปจากห้อง จนสุดท้ายก็เหลือเพื่อแค่พวกเขา 3 คนในห้องโถงนี้

 

 

 

งั้นผมขอฟังความจริงก่อน ” ไอริสไม่รอช้า เขารีบเปิดประเด็นให้เพทายอ้าปากเล่า

 

 

โอเค! Caucus Race น่ะเป็นเกมที่ตระกลูของชั้นพัฒนาขึ้น เป็นเกมเสมือนจริงที่จะให้เพลย์เยอร์เข้าไปในด้านต่างๆ เพื่อทำภารกิจตามที่กำหนดเอาไว้ จริงๆแล้วเกมนี้ถูกปกปิดเป็นความลับจากภายนอก และแน่นอนเราไม่เคยเปิดตัวเกมนี้ให้ใครรู้ ”

 

 

 

หมายความว่าเรื่องนี้ก็ไม่มีคนนอกรู้นอกจากคนของคุณงั้นเหรอ? ”

 

 

 

มีแค่คนที่ชั้นไว้ใจทำนั้นที่ชั้นพามาที่นี่ เซย์เองก็ไม่ได้รู้อะไรมาก เพียงแค่ชั้นขอให้มาจัดการควบคุมเกมเป็นส่วนใหญ่ อ่อ! มีอีกเรื่องนึงที่ชั้นควรบอก ที่นี้เป็นเกาะส่วนตัวของตระกลูชั้นเอง เพราะไม่สามารถเปิดเผยเกมนี้ได้ ชั้นจึงเลือกที่จะมาจัดเกมที่เกาะนี้ มันทั้งไกลและสะดวกมากๆ เส้นทางมาที่นี่ค่อยข้างลำบากเลยไม่ค่อยมีใครสามารถมาที่นี่ได้ จะมีก็แต่คนของชั้นที่ชินกับเส้นทางน่ะ ” เด็กสาวอธิบาย

 

 

 

แล้วยังไงต่อ”

 

 

 

Caucus Race เป็นเกมเสมือนจริงที่พัฒนาขึ้นในระดับสูงทุกประการอย่างที่ว่า ร่างกายของผู้เล่นจะถูกนำเข้าสู่เกมด้วยระบบโพโลแกรมขั้นสูง แต่ไม่ว่ายังไงมันก็คือ เกม ” เพทายว่าประโยคนั้นพร้อมเงยหน้าขึ้นสบตากับไอริส

 

 

 

หมายความว่ายังไง!! ”

 

 

 

ก็หมายความว่าทุกอย่างที่นายเจอมันเป็นแค่เกมไงล่ะ แน่นอนว่าเราพัฒนาให้ Caucus Race เป็นเกมเสมือนจริงทุกอย่าง ผู้เล่นสามารถรับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างชัดเจน แต่ยังไงมันก็เป็นแค่เกม.... มันไม่สามารถสร้างผลกระทบต่อร่างกายของเพลย์เยอร์ได้ 100% หรอกนะ ”

 

 

 

นี่คุณจะบอกว่าที่พวกผมต่อสู้ในเกมมันไม่มีผลต่อร่างกายเราจริงๆงั้นเหรอ? แต่ตอนที่เราออกมา แผลทุกอย่างเราก็ได้จริง เหมือนตอนด่านแรก กีตาร์บาดเจ็บจากแผลที่โดนคนแคระฟัน ” ไอริสรีบเถียง คนตรงหน้าเขากำลังต้องการอะไรกันแน่???

 

 

 

ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นเกมเสมือนจริงที่ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นจริง แต่ในเกมน่ะไม่ใช่ร่างกายจริงของพวกนายซักหน่อย ”

 

 

 

อะไรนะ....”

 

 

 

ผลกระทบในเกมส่งผลต่อร่างกายของเพลย์เยอร์แค่ 50% เท่านั้นแหละ ไม่งั้นตอนที่จีโม่ โซเลสโดนฟันขาของเขาคงจะขาดไปแล้ว ที่นี้เข้าใจรึยังล่ะ! ” เทพายเอ่ยด้วยสายตาเรียบ เธอฉีกยิ้มมองสีหน้านิ่งค้างของไอริส ไม่ต่างจากเซย์ยะที่พึ่งรู้ความจริงไม่ต่างกัน

 

 

 

งั้น... งั้น ” ไอริสถึงกับพูดไม่เป็นคำ “ งั้นที่ทุกคนตายไปมันก็!!! ”

 

 

 

ก็ตายแค่ในเกมเท่านั้นแหละ หลังจากที่เพลย์เยอร์ที่แพ้จากเกม Game Over กันไป ร่างของพวกเขาก็ถูกทำให้หลับและเก็บเอาไว้ในห้องขังเรียบร้อยแล้ว ”

 

 

 

นี่คุณเล่นบ้างอะไรเนี่ย!!!! ทำให้ทุกคนคิดว่าตายเนี่ยนะ แบบนี้มันจะได้อะไรขึ้นมา คุณปล่อยพวกเขานะ!!! ” ไอริสขึ้นเสียงอย่างหัวเสียง แต่ร่างบางก็ถูกเซย์ยะดึงให้นั่งลงก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดต่อ

 

 

 

เพท ถ้าเพลย์เยอร์ทุกคนยังไม่ตายจริงๆล่ะก็ คุณก็ปล่อยเขาไปเถอะ เกมจบแล้ว ปล่อยทุกคนกลับบ้านเถอะนะ ”

 

 

 

ไม่!!!! ” เพทายเอ่ยขึ้นแทรกชายหนุ่ม เธอปราดมองทั้งสองด้วยแววตาจริงจัง “ พวกนั้นคิดว่าตัวเองตายในเกมไปแล้ว พวกเขาก็ควรจะตายไปโดยไม่รู้อะไร!!!!! จมอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายอยู่ตลอดกาลแบบนั้นแหละคือสิ่งที่ชั้นหวังเอาไว้!!! ”

 

 

 

!!!!! ”

 

 


ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้พวกนั้นยังไม่ตาย แต่เดี๋ยวได้ตายจริงแน่!! คนแพ้ก็คือคนแพ้ ชั้นจะให้คนของชั้นฆ่าพวกนั้นซะ เท่านี้ก็จบ!!! พวกนั้นก็ตายจริงเหมือนที่ตายในเกมนั้นแหละ คนด้านนอกไม่มีสิทธิรับรู้!! แม้แต่พวกนั้นก็ได้แต่หลับรอความตายเท่านั้นแหละ!! ” เพทายตาวาดลั่น แต่แล้วประตูบานใหญ่ก็เปิดขึ้นพร้อมการ์ดชุดดำคนนึงที่ก้าวเข้ามา

 

 

ท่านเพทายครับ คือว่า.... ”

 

 

มอร์แกน ไสหัวไปซะ!!! ก็เห็นว่าชั้นกำลังคุยธุระอยู่!!!!! ” เด็กสาวตะโกนไล่การ์ดขอตนจนชายคนนั้นทำหน้าซีดแต่เขาก็ยังไม่หมดความพยายาม

 

 

แต่.... ”

 

 

 

ออกไป!!!!! ” ความนี้การ์ดคนนั้นรีบหายลับไปราวกับไม่มีใครก้าวเข้ามา ไอริสและเซย์ยะได้แต่มองเหตุการณ์เงียบ ในขณะที่เพทายนั่งลงที่เดิมอย่างหัวเสีย

 

 

 

เมื่อรู้ว่านี้เป็นแค่เกมแล้ว... ผมก็อยากรู้อีกอย่าง... ทำไมเพลย์เยอร์ต้องเป็นพวกผม แล้วผู้ถูกเลือกคืออะไร?? การแก้แค้นหมายถึงอะไร? ” ไอริสรวบรวมสติดีๆแล้วรีบเอ่ยถามต่อ

 

 

 

เพราะพวกนายเป็นแค่แพะรับบาปไงล่ะ”

 

 

 

?!?!?!? ”

 

 

มันเริ่มมาตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว!!! ในสมัยก่อนบริษัทของตระกลูชั้นถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของท่านปู่... ท่านสร้างให้บริษัทของเรากลายเป็นเครื่อสร้างเกมที่เป็นอับดับต้นๆของประเทศ แต่ทุกคนคงลืมไปแล้วล่ะว่าเคยมีโครงการหนึ่งที่สร้างมาพร้อมบริษัทได้ถูกพับเอาไว้!!!!! ”

 

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

 

พอวันเวลาผ่านไป ท่านปู่ก็เสีย ท่านพ่อท่านแม่เองก็เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทำให้ชั้นต้องขึ้นเป็นผู้บริหารแทนมาตั้งแต่เด็ก ” เพทายเอ่ยเสียงนิ่งราวกับกำลังรำลึกอดีต

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

 

เวลาผ่านไป คนก็เปลี่ยนไป มีคนใหม่ๆเข้ามาทำงาน คนที่อยู่ทำงานมาตั้งแต่สมัยท่านปู่ก็ตายจากกันไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็มีแต่ชั้นที่จำทุกอย่างได้ !!!! ” แววตาสีทองพลันวาวจโรชน์

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

ในสมัยเด็ก ท่านปู่มักชวนชั้นไปเล่นที่คฤหาสน์ของท่านเสมอ ” เสียงของเพทายดูผ่อนคลายลง “ท่านเป็นคนเข้มงวดแต่ก็ใจดีกับชั้นมากๆ เวลาที่ท่านพ่อท่านแม่พาไปหาท่านปู่ชั้นดีใจมากๆเลยล่ะ เพราะท่านจะเล่านิทานให้ชั้นฟัง ท่านชอบเทพนิยายมากๆ ทั้งเรื่องเกี่ยวนิทานต่างๆ ท่านบอกชั้นเสมอว่าโลกแบบนั้นมีอยู่จริง เรื่องราวที่ท่านเล่าให้มันสนุกมากเลยล่ะ ”

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

ตอนนั้นชั้นเด็กมากๆ เลยไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร แต่ชั้นได้ยินว่าท่านปู่พยายามจะสร้างเกมๆหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการเปิดตัวบริษัท และเกมนั้นคือ Caucus Race!!! ”

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

ท่านใช้เวลาแทบทั้งหมดในการสร้างเกม ตอนนั้นเราไม่ได้มีผู้ช่วยสักเท่าไหร เพราะแบบนั้นการสร้างเกมจริงเกิดขึ้นได้ยากมากๆ แต่แล้วเมือพวกเพื่อนของท่านปู่รู้ว่าเขาพยายามจะสร้างเกมขึ้น เลยมาช่วยกันเป็นหุ้นส่วนและช่วยสร้าง Caucus Race ขึ้นมา ”

 

 

 

คนพวกนั้น... ”

 

 

 

ในทีแรกทุกอย่างเป็นไปด้วยดีอย่างทีคิด เกมของเราพัฒนาอย่างดีมากๆ ธีมของเกมถูกสร้างตามนิทานที่ท่านปู่ชอบ แต่นวัตกรรมในยุดนั้นก็ยังไม่ดีเท่าไหร ”

 

 

 

 

“ …..... ”

 

 

 

 

เมื่อเกมสร้างเสร็จ ทุกคนดีใจมาก ทุกอย่างออกมาดีสุดๆ ….สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น เพื่อนท่านปู่ที่ช่วยกันสร้างเกมมาไม่มีใครยอมลองเล่นเกมนั้นกันซะคน ท่านปู่ของชั้นจึงได้ตัดสินใจลองเล่นเกมที่ตนทุ่มเทสร้าง.... ”

 

 

 

 

แล้ว....... ”

 

 

 

 

แล้วเขาก็ตาย!!!!!!!!!!” เพทายทุบโต๊ะตรงหน้าจนถ้วยชาหกไหลไปทั่ว

 

 

 

!!!!!! ”

 

 

 

ในตอนนั้นเพื่อนของท่านปู่ไม่มีใครซักคนคิดจะหยุดเกมนั้น!!! ” เพทายร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ พวกเขายืนดูท่านปู่ถูกฉีกกระชากเนื้อเป็นชิ้นๆในเกม!!!!!! อาจเพราะเขาคิดว่าเกมนี้คงไม่มีผลเสียต่อผู้เล่น แต่สุดท้ายเขาก็คิดผิด!!! ท่านปู่ไม่ได้กลับมา!! เขาตายที่นั้น ในเกมที่เขารัก!!!!!! ”

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

แล้ว....แล้ว ไอ้คนทรยศพวกนั้นก็หนีไป!!! พวกมันบอกว่าท่านปู่หายไปในเกม พอรู้ว่าบริษัทจะล้มละลายก็หนีกันไปคนละทาง!!!! ทำเหมือนกับว่าที่ผ่านมาตลอดมันไม่มีค่าอะไร!!! พวกเขาทอดทิ้งเรื่องของท่านปู่ไปเหมือนท่านไม่เคยมีตัวตน สุดท้ายท่านก็หายไปจากความรงจำของทุกคน!! เวลาผ่านไปทุกคนก็ทำเป็นลืมจนไม่มีใครจำมันได้ มีเพียงแต่ชั้น...... ” มือเรียวเล็กยกขึ้นปราดน้ำตาที่ไหลอาบ ไปทั่วใบหน้าของเธอด้วยมือที่สั่นเครือ

 

 

 

“ …...... ”

 

 

 

 

ชั้นสร้างเกมขึ้นมาบังหน้าไว้ และโชคดีที่มันดังกระฉูดจนทำให้บริษัทเรากลับมาตั้งหลักได้อีก เราผลิตเกมเรื่อยๆมา โดยที่ชั้นแอบพัฒนา caucus Race อยู่ตลอด ”

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

 

สุดท้ายก็แค่ก็สร้างโศกนาฏกรรมแบบเดิม!!!! สร้างนรกนั้นขึ้นมาใหม่ ให้พวกนายฆ่ากันให้ตายไงล่ะ!!!”

 

 

 

เดี๋ยวนะ... แล้วมันเกี่ยวกับพวกชั้นยังไง...”

 

 

 

 

ก็ไอ้พวกคนทรยศนั้นเป็นปู่ของพวกแกไงล่ะ!!!!!!!!!!” เพทายตะโกนลั่นพร้อมชี้หน้าไอริส เด็กหนุ่มได้แต่นิ่งค้างไม่ต่างจากเซย์ยะที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

 

 

เพท เธอจะบอกว่าคนพวกไอริสเป็นทายาทของคนพวกนั้นเหรอ”

 

 

 

ใช่!!! เมื่อชั้นพัฒนา Caucus Race เสร็จ ก็แค่พาตัวพวกนายมาเท่านั้น!! ทั้งทายาทของตระกลูเฮลิเลีย ตระกลูมาซาโนะ ตระกลูโทริ ตระกลูโซเลส และตระกลูซิเดธาร์ ”

 

 

 

เดี๋ยวนะเพท!! แล้วแอตลาสกับอาคาซึกิล่ะ พวกเขาเกี่ยวอะไร??” เซย์ยะแย้งใส่เพทาย แต่เธอก็แค่ยิ้มเย็นๆกลับมาแล้วอธิบาย

 

 

 

สำหรับเด็กที่ชื่ออาคาซึกินั้น ชั้นเลือกเขามาเพราะเขาเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงมาในตระกลูมิซาโตะไงล่ะ!!! ผู้นำตระกลูอย่าง มิซาโตะ โมชินั้นไม่มีทายาท ชั้นเลยเลือกที่จะเอาเด็กนั้นมาแทน ส่วน แอตลาส เคาวน์ หมอนั้นเป็นคนสมัครใจมาเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย ”

 

 

 

เพราะแบบนี้เธอถึงได้เลือกที่จะให้พวกเขามาฆ่ากันในเกม ทรมานในเกมเหมือนที่ปู่ของพวกเขาเคยทำไว้อย่างงั้นเหรอ? ” เซย์ยะสรุปเสียงเบา

 

 

 

ใช่แล้วล่ะ นี่คือการแก้แค้นไงล่ะ และมันก็สาสมแล้วล่ะ!!! พวกแกทรมาน พวกแกฆ่ากัน นั้นแหละคือสิ่งที่ชั้นหวังไว้ ส่วนเฮลิเลีย ไอริส แกคือผู้ชนะ เพราะงั้นชั้นจะปล่อยแกไป ก็แค่นั้นแหละ” สิ้นสุดคำพูด เด็กสาวก็แค่โบกมือไล่ “ หมดประโยชน์แล้วก็กลับไปซะ ”

 

 

 

หา!!!! ชั้นไม่ไปไหนแน่ๆ ในเมื่อเพื่อของชั้นทุกคนยังนอนรอความตายอยู่ที่นี่!! ”

 

 

 

งั้นก็ตามใจสิ ยังไงเดี๋ยวพวกนั้นก็ตาย นายจะรอดูก้อได้นะ ” เด็กสาวหัวเราะ

 

 

 

เพท อย่าทำแบบนี้เลย.. ” เซย์ยะดึงมือของร่างนั้นเอาไว้ เธอตกใจไปเล็กน้อยก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม

 

 

 

ไม่! เซย์ ดูสิทุกอย่างมันกำลังจะจบลงแล้ว ทุกอย่างมันกำลังสำเร็จ เซย์เคยบอกใช่มั้ยว่าถ้าเพทมีความสุขเซย์ก็ดีใจน่ะ นี่ไง!! เพทมีความสุขแล้ว!!!” เธอหัวเราะ แต่มือของชายหนุ่มก็ยังกุมแน่น

 

 

 

เพททำแบบนี้แล้วมีความสุขจริงๆเหรอ ”

 

 

 

ก็แน่น่ะสิ!! ได้แก้แค้นให้ท่านปู่ ท่านก็ต้องดีใจแน่ๆ!! ”

 

 

 

คิดแบบนั้นเหรอ แต่ชั้นคิดว่าท่านคงจะเสียใจมากๆที่เธอทำแบบนี้!! ”

 

 

 

เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็กฝาดเข้าใส่หน้าของชายหนุ่มอย่างจัง เด็กสาวมือกุมมือตัวเองด้วยร่ากายที่สั่นเครือ ไม่ต่างจากดวงตาสีทองที่สั่นระริกถูกเต็มเติมไปด้วยน้ำตาสีใส

 

 

 

เซย์จะเข้าใจอะไร ถ้าเป็นเมื่อก่อนชั้นคิดว่าเซย์ต้องเป็นคนเดียวที่เข้าข้างชั้นแน่ๆ แต่ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ เพราะคนๆเดียวทำให้เซย์เปลี่ยนไปเลยเหรอ!!! ” เซย์ยะกุมแก้มที่รู้สึกเจ็บแปลบไปหมดพร้อมนิ่งค้าง ผู้หญิงที่เขาเคยสัญญาว่าจะรักและดูแลตลอดไปกำลังร้องไห้....

 

 

 

เพราะเขาอีกแล้ว....

 

 

 

 

เพท มันไม่ใช่แบบนั้นนะ แต่ที่เธอกำลังทำอยู่มันผิด”

 

 

 

ผิดยังไง ปู่พวกนั้นก็ปล่อยให้ปู่ของชั้นตาย!!!! มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่พวกนั้นฆ่าปู่ของชั้น!! ”

 

 

 

เพท.... ”

 

 

 

เซย์ก็ดีแต่เบียงไปเรื่อย เพทอยู่ตรงนี้! เพททำแบบนี้ไปเพราะเพทมีเหตุผล ก็นี่ไงเหตุผล!! ทำไมเซย์ไม่เข้าใจอะไรเลย ทำไม.....!!!! ”

 

 

เสียงของเด็กสาวถูกหยุดลงทันที เมื่อเด็กหนุ่มผมขาวที่เงียบอยู่นานลุกขึ้นเทน้ำชาราดหัวของเด็กสาว!!!!! เส้นผมสีชมพูยาวสลวยเต็มไปด้วยน้ำชาไหละเลงไปทั่ว

 

 

 

แกทะอะไรน่ะ!!!!!!!!! ” เพทายกรีดร้องพร้อมหันไปทางไอริส เด็กสาวพยายามจะเงื่อมือไปตบหน้าร่างนั้น แต่ข้อมือของเธอก็ถูกเขาจับเอาไว้ซะก่อน!!

 

 

 

ปล่อยนะ!!!!!!!! ”

 

 

 

ก็หยุดแหกปากซะที!!!!! ”

 

 

 

!!!!!! ” เมื่อโดนไอริสตะโกนใส่เพทายก็พลันเงียบสนิท เธอพยายามจะเอ่ยขึ้นแต่ไอริสก็มองเธอไม่กระพริบราวกับบ่งบอกว่าถ้าเธอพูดเมื่อไหรเขาจะไม่อยู่เฉยแน่ๆ

 

 

 

ทำอะไรหัดฟังคนอื่นเขาบ้าง!!!! ” ไอริสโยนข้อมือของเพทายทิ้งก่อนที่จะมองเธอที่ล้มลงด้วยสายตารำคาญ “ ผมไม่ได้ใจดีเหมือนเซย์ยะหรอก ต่อให้เป็นผู้หญิงผมก็ต่อยได้!!! ”

 

 

 

ไอ้หน้าตัวเมีย!!!!! ไอ้เกย์!!!! ไอ้...... ” พอเห็นไอริสง้างหมัดพร้อมจะต่อยเธอทุกเมื่อ เพทายก็เงียบไป ความนี้ไอริสไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้หาโอกาศพูดต่อ เขาดึงริบบิ้นบนหัวของเพทายมามัดปากเธอไว้ เด็กสาวได้แต่ร้องอู้อี้อย่างหาชมดแรง แต่ไอริสก็เพียงหัวเราะและไม่สนใจ

 

 

 

ที่นี้จะอยู่นิ่งๆได้รึยัง!!!! ”

 

 

 

!!!!! ”

 

 

 

จากที่ผมฟังคุณเล่ามา โอเค ผมเข้าใจว่าปู่ผมแย่มากๆ ท่านไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลยแม้แต่น้อย และที่ปล่อยให้ปู่ของคุณตายต่อมา พวกเขาก็ผิดทั้งหมด” เมื่อเห็นเด็กสาวนิ่งไป ไอริสเลยตัดสินใจพูดขึ้น

 

 

 

“ …... ”

 

 

 

 

แต่นั้นมันก็เป็นความผิดของพวกเขา พวกเราที่เป็นทายาทไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย เธอก็แค่ต้องการให้ใครซักคนได้รับโทษ แต่สื่งที่คุณทำมันผิด!!! ”

 

 

 

“ ….... ”

 

 

ความผิดของพวกเขา มันตายตามเขาเขาไม่หมดแล้ว!! ”

 

 

 

“ …... ”

 

 

 

และต่อให้พวกเขาซักคนยังชีวิตอยู่ มันก็เป็นตราบาปติดตัวพวกเขาไปจนวันตาย ผมคิดนะว่า ในลึกๆแล้วพวกเขาต้องรู้สึกผิดๆแน่ เพราะฉะนั้นยกโทษให้พวกเขาเถอะ ”

 

 

 

 

......... ”

 

 

 

 

1 สิทธิ์ของผู้ชนะที่คุณว่า จะขออะไรก็ได้ใช่มั้ยล่ะ ” เพทายไม่ตอบเพียงพยักหน้านิ่งๆ

 

 

 

งั้นผมขอคุณอภัยให้พวกเขาและเอาเพื่อนของผมคืนมา”

 

 

 

 

“ ….... ” เพทายอยากจะอ้าปากเถียงว่านั้นมัน 2 ข้อแล้วยะ! แต่ก็เพียงนั่งนิ่ง

 

 

 

 

เพทาย คาเมลลอน ปู่ของคุณคงไม่อยากให้หลานสาวมาใช้นิทานที่ตัวเองรักไว้ฆ่าใครหรอกใช่มั้ย ”

 

 

 

น้ำตาของเด็กสาวไหลริน เธอก้มต่ำมองหยาดน้ำตาที่ล่วงสู่พื้นด้วยสีหน้าเศร้าสลด สุดท้ายทุกสิ่งที่ทำไปมันผิดพลาดงั้นเหรอ? เด็กสาวควรทำยังไงดี??

 

 

 

เพทายเหลือบมองเซย์ยะที่นั่งอยู่ข้างเธอ เขาเพียงฉีกยิ้มพร้อมเอื้อมมือมาตรงหน้า

 

 

 

หยุดเถอะนะ เพท กลับบ้านกัน ”

 

 

 

!!!!!! ”

 

 

 

เด็กสาวโผเข้ากอดร่างนั้นไว้แน่น เธอปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยทุกอย่างที่อยู่ในใจ ทุกอย่างที่เธอเก็บมันไว้คนเดียวตลอดมา....

 

 

 

ท่านเพทายครับ!!!!! ” การ์ดคนเดิมพลันพุ่งเข้ามาพร้อมสีหน้าย้ำแย่ในขณะที่เซย์ยะกำลังแกะโบว์ที่ปิดปากเพทายออก เธอหันไปมองคนที่เข้ามาพลางทำสีหน้าเชิง มีอะไร?

 

 

 

ท่านเพทายครับ บริษัทของเราล้มละลาย!!!!!!!!!! ”

 

 

 

!!!!!!! ” ร่างของเธอสาวพลันซุดฮวบ แต่เซย์ยะก็ประคองเอาไว้ “ ได้...ยังไงกัน”

 

 

 

 

หุ้นส่วนของทางถูกกวาดซื้อ ทางสาขาอื่นก็ถอยตัวจากธุรกิจกันหมด บริษัทของเราถูกโจมตีด้วยเครื่อการค้าทางนอกประเทศในระหว่างที่ท่านไม่อยู่ครับ ตอนนี้หุ้นของเราโดนแย่งไปจำนวนมากจนไม่สามารถกู้คืนได้อีกแล้วครับ ” การ์ดชุดดำอธิบายยาว “ แต่ดีที่ตระกลูสเตลสันแยกตัวออกไปทัน ” เขาว่าพร้อมมองเซย์ยะ

 

 

 

พ่อจัดการให้งั้นสินะ ” ชายหนุ่มลอบพึมพำกับตัวเองเบาๆ

 

 

 

 

แล้วแบบนี้จะทำยังไง..... ” เพทายนิ่งค้าง ตัวตาของเธอไร้แววใดๆราวกับวิญญาณได้หลุดลอยออกไปแล้ว อาจเพราะช็อคจนตกใจหรือไม่ก็กำลังสาปแช่งพระเจ้าก็ได้ว่าทำไมถึงพรากทุกไปจากเธอแบบนี้

 

 

 

บริษัทของเราปิดตัวลงแล้ว..... อ่า ผมก็มีเรื่องมาบอกแค่นี้แหละครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา แต่พวกผมคงทำงานกับท่านต่อไปได้แล้ว ลาก่อนนะครับ ขอให้โชคดี ” การ์ดคนนั้นพูดจบก็รีบโค้งแล้วเดินออกห้องไป ปล่อยให้เด็กสาวได้แต่เรียกหาอย่างไร้ความหวัง

 

 

 

เดี๋ยวสิ มอร์แกน ไม่!!! กลับมาสิ ” เด็กสาวกรีดร้องอย่างทรมาน เธอร้องไห้อย่างหนักพร้อมร่างกายที่ไร้เรี้ยวแรงล้มลง ไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว....

 

 

 

ไม่เหลือใครแล้ว.... ” เด็กสาวนั่งสะอึกสะอื้นอย่างไร้ความหวัง “ แบบนั้นชั้นจะอยู่ไปเพื่ออะไรกันล่ะ” ตายตามท่านพ่อท่าแม่ไปไม่ดีซะกว่าเหรอ???

 

 

 

คำถามมากมายพุดขึ้นในใจของเด็กสาว เธอคิดอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย.....

 

 

 

เพท.... ” เพทายเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกที่คุ้นเคย เธอยังร้องไห้ไม่หยุดจนเขานิ่งเงียบ

 

 

 

เพทไม่ได้อยู่คนเดียวนะ”

 

 

 

“ …... ”

 

 

 

ถึงพ่อแม่ของเพทจะไม่อยู่แล้ว ถึงบริษัทของเพทจะล้มละลายก็ไม่เป็นไร ” เซย์ยะอุ้มร่างเล็กขึ้นมาพร้อมวางเธอไว้ที่โซฟา

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

ถึงเกมจะจบแล้วก็ไม่เป็นไร ถึงชั้นจะไม่ได้รักเพทแบบคนรักก็ไม่เป็นไร เพราะเพทเป็นคนสำคัญสำหรับชั้นเสมอ ” มือเรียวยาวเอื้อมไปปาดน้ำตาให้เด็กสาว

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

ถ้าตลอดมาคนที่คอยพยุง ช่วยเหลือชั้นคือเพท ต่อไปนี้ชั้นจะขอเป็นคนที่คอยพยุงเพทเอง ยังไงเราก็เป็นคู่หมั้นกัน และชั้นก็รักเพทเหมือนน้องสาวคนนึงตลอดมา”

 

 

“ ….... ”

 

 

 

เพราะฉะนั้นเพทมาอยู่กับชั้นเถอะ กลับบ้านกันเถอะเพท!!! ”

 

 

 

อื้ม....อื้ม ” เด็กสาวโผเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่มตรงหน้า เธอคงปฎิเสธไม่ได้อีกแล้วว่าเธอรักคนๆนี้มากแค่ไหน และไม่ว่ายังไงเขาก็คือคนเดียวที่จะไม่ทอดทิ้งเธอไปแน่นอน

 

 

 

 

เหมือนคำสัญญาในตอนนั้น...... มันจะอยู่ตราดตรึงในหัวใจเราไปตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ผ่านเหตุการณ์วันที่จบเกมมาได้ 2 วันแล้ว พวกเรากำลังขนย้ายทุกอย่างกลับไป ทำทุกอย่างให้กลับไปเป็นอย่างที่เคย

 

 

Boss ค้าบบบบบบบบบบบบบ ” เสียงเกรียนๆของสามสหายทหารเสือ เฮ้ย!! บอร์ดี้การ์ดประจำตัวทั้ง 3 ของเซย์ยะดังขึ้นพร้อมร่างผอมๆ+บึกๆที่คุ้นหน้าวิ่งมายืนเรียงกันอย่างรู้งาน

 

 

 

ไง พวกนายเป็นไงบ้าง ” เซย์ยะเอ่ยทักทายลูกน้องตัวเอง นี่เขาก็ไม่ได้เจอพวกนี้มาหลายเดือนแล้วนะเนี่ย แต่ละคนดูเปลี่ยนไปไม่น้อย แถมสีผมก็ยังแซ้บเหมือนป้ายไฟจารจรกันอีก!!

 

 

 

ผมพาเพลย์เยอร์ทุกคนขึ้นเครื่องแล้วนะครับ ” S หรือลูกน้องที่ตัวเล็กที่สุดเสยผมสีแดงทรงโมฮอกของมันขึ้นราวกับกำลังอวดวีรกรรมตัวเอง ไม่ต่างจาก Millon ลูกน้องตัวบึกที่วิ่งมาถีบไอ้S ไปแล้วชิงพูดต่อ แหม.... ยังสนิทกันไม่เปลี่ยน =_=

 

 

 

เดี๋ยวพวกผมจะรีบพาพวกเขาไปส่งเดี๋ยวนี้แหละครับ ”

 

 

 

ยังไงพวกผมของไปก่อนนะครับ ” S พุ่งมาเบียดตัวกับ Millon ไปมาพร้อมรอยยิ้ม จนสุดท้ายก็แย่งกันขึ้นเครื่องไปในที่สุด

 

 

 

ลูกน้องคุณน่ารักดีนะ ” เสียงหัวเราะคิกคักข้างๆกายทำให้เซย์ยะรีบหันมามองเด็กหนุ่มผมขาว

 

 

 

ก็แน่น่ะสิ ใครจะไปมีลูกน้องโหดๆแบบเจ้าพ่อมาเฟียแถวนี้แหละครับ เจ้านายโหด ลูกน้องก็คงโหดไม่ต่าง :p ” ทั้งสองยืนอยู่พื้นรันเวย์ของเกาะโดยไม่สนใจว่าเครื่องลำแรกบินออกจากเกาะไปแล้ว

 

 

 

โหดแล้วรักมั้ยล่ะครับ? ”

 

 

 

รักดิ >3< ” ว่าจบชายหนุ่มก็ดึงอีกฝ่ายเข้ามาหอมแก้มไปฟอดหนึ่ง

 

 

 

บ้า เดี๋ยวเพทายก็มาแซวอีกหรอก.... ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ไอริสก็ก้มมองพื้นด้วยสายตาอายๆ

 

 

 

ฮะๆๆๆ จะว่าไปวันนั้นนายโหดมากเลยอ่า นี่ถ้าเพทเถียงต่อนายจะต่อยเธอมั้ย? ” เซย์ยะชิงเปิดประเด็น

 

 

 

ไม่หรอกครับ แต่ผมจะกระทืบ!!! ”

 

 

 

โหดดดดดดดดด แต่นั้นมันผู้หญิงนะ”

 

 

หึ! ผู้หญิงมันก็ต่อยเป็น กระทืบเป็นแหละครับ เดี๋ยวเนี่ยผู้หญิงโหดกว่าผู้ชายมีตั้งเยอะ จะมาแพ้เพราะมารยางี่เง่านั้นได้ยังไง? ” ไอริสถอนหายใจ

 

 

 

เอาน่า เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว จะว่าไปพอแบบนี้เหมือนว่าทุกอย่างมันผ่านไปเร็วจังเนอะ ” มันเร็วจนตั้งตัวไม่ทันเลยล่ะ

 

 

 

 

นั้นสินะครับ แล้วต่อจากนี้จะเป็นยังไงกันนะ....”

 

 

 

เมื่อกี้เพทก็บอกแล้วนี่ครับว่าทุกคนที่หลับได้รับผลกระทบจากเกมเล็กน้อย แผลที่เคยได้ไว้ก็คงเจ็บอยู่บ้าง แต่ความทรงจำของบางคนอาจหายไป..... ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเศร้า

 

 

 

เพทายบอกพวกเขาว่า ผู้เล่นบางคนมีสิทธิ์ที่จะจำทุกอย่างไม่ได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อย ซึ่งถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากให้ใครลืมมันเลย

 

 

 

แม้บริษัทของตระกลูคาเมลลอนจะปิดลง แต่เพทายก็กลายมาเป็นเลขาของเซย์ยะแทน ทั้งสองก็คงจะร่วมงานกันอย่างมีความสุขตลอดไป

 

 

รวมถึงความสัมพันธ์ของเซย์ยะและไอริส ตอนนี้เพทายโอเคแล้ว เธอบอกว่าต่อจากนี้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเซย์ยะก็คงเป็นแบบพี่น้อง แถมมีข่าวใหม่ล่าสุดที่ว่าเพทายกลายเป็นสาววายซะงั้น!!!

 

 

 

เธอเริ่มมีความสุขเมื่อเห็นไอริสและเซย์ยะสวีตกัน ซึ่งนับว่าจบไปอีกปัญญานึง

 

 

 

เรื่องของเฮดิส เฮลก็จบด้วยการที่รู้ว่าหมอนั้นเป็นคนของอีกบริษัทที่แฝงตัวเข้ามาแอบอ้าง เพทายบอกว่าดีแล้วที่เซย์ยะฆ่าหมอนั้นไป เพราะไม่งั้นทุกคนก็คงโดนหมอนั่นฆ่า ทางเราก็จะไล่จัดการงานศพอีกที

 

 

 

ส่วนคลินตัน คอนเนอร์ ทางตำรวจมาขอรับตัวเขากลับไปที่เยอรมันเพื่อทำการลงโทษประหารสถานเดียว นั้นก็เป็นสิ่งที่หมอนั่นยอมรับได้ แต่ดูเหมือนจะยังช็อคเรื่องแพ้ในเกมไม่หยุด หน้ำซ้ำยังเป็นคนเดียวที่ฟื้นขึ้นมาโวยวายหลังเกมจบ แล้วเล่นซัดลูกอมพีชไป 8 ถุง แถมพูดว่า

 

 

 

' ไหนๆจะตายของแ*กให้คุ้ม '

 

 

 

ก็ว่าไปนั้น.... เอาเถอะ =_=^^

 

 

ตอนนี้ทุกคนก็กำลังถูกทยอยส่งไปที่บ้านของแต่ล่ะคน เราจะติดต่อกันอยู่มั้ย นั้นก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ที่รู้ดีคือ ถ้าทุกคนต่างจำเรื่องของกันได้ ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหนแต่....

 

 

 

ใจเรายังอยู่ด้วยกัน!!!

 

 

อ่า งั้นคุณควรไปได้แล้ว ” ไอริสว่าพลางหันมาสบตาชายหนุ่ม นัตย์ตาสีฟ้าสะท้อนแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้าไป พื้นรันเวย์พลันมืดขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

แล้วเจอกันนะ ”

 

 

อืม แล้วเจอกัน ”

 

 

 

“ …... ”

 

 

“ …... ”

 

 

กลายเป็นว่าพวกเขาเงียบใส่กันซะงั้น...

 

 

อ่า... ยังไงเราก็จะได้เจอกันใช่มั้ย? ” เซย์ยะรีบถามขึ้น

 

 

นั้นสินะ คงได้เจอล่ะมั้ง.... ” เสียงแผ่วเบาของร่างบางทำให้ชายหนุ่มตกใจ เซย์ยะจับไหล่ของไอริสเขย่าไปมาพร้อมถามอีกรอบ

 

 

 

เอ๋!! เราจะไม่ได้เจอกันแล้วเหรอ!!!”

 

 

 

พอผมกลับไปที่รัสเซียก็ต้องไปสืบทอดตำแหน่ง.... เพราะงั้น... ”

 

 

 

...... ” เห็นสีหน้าสลดแบบนั้น ร่างสูงก็พลอยสลดไปด้วย พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้วสินะ?

 

 

 

“ …..... ”

 

 

 

“ ….... ”

 

 

 

จุ๊บ!!!!!

 

 

O___O!!! ( < ////

 

 

ริมฝีปากสีชมพูนุ่มสัมผัสลงบนแก้มของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เซย์ยะหันไปมองร่างบางที่ผละจูบตรงแก้มเขาไปก่อนจะหัวเราะร่า

 

 

 

ผมล้อเล่นน่า คนบ้า! จะไปเป็นแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ ” เด็กหนุ่มฉีกยิ้มสดใสราวกับตุ๊กตาตัวน้อยๆที่น่าถนุถนอม

 

 

 

 

เดี๋ยวๆๆๆ STOP!!! ไอริส นี่นายแกล้งชั้นเหรอ ”

 

 

 

ช่าย ” เด็กหนุ่มหัวเราะไม่หยุดเมื่อเห็นร่างสูงทำหน้าเครียด

 

 

 

โหย ไม่เล่นอ่า ใจร้าย T__T ”

 

 

 

ก็หอมแก้มเป็นการขอโทษแล้วไงล่ะ ” คราวนี้อีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าจากซึมไปเป็นเจ้าเล่ห์แทน!!

 

 

ไม่ครับ! แกล้งแรงแบบนี้ไม่หายโกรธ ขออีกรอบถึงจะหาย!!! ”

 

 

 

อ้าว!! ไหงงั้น ”

 

 

 

ไม่จุ๊บไม่หายโกรธนะครับ ” เซย์ยะทำแก้มป่องแล้วยื่นไปใส่คนโดนโกรธ ร่างบางก็ได้แต่นิ่งไปก่อนจะแอบถอนหายใจแล้วเขย่งตัวไปเพื่อจะจุ๊บแก้มร่างสูงอีกครั้ง แต่ทว่า!!!

 

 

 

พรึบ!!! จุ๊บ!!!!!

 

 

 

เซย์ยะเบียงตัวหลบร่างบางพร้อมยื่นตัวเขาไปครอบครองริมฝีปากของอีกฝ่ายเอาไว้ จนไอริสได้แต่ดิ้นอย่างตกใจ สุดท้ายก็โดนจูบรสหวานของเซย์ยะครอบครองสติไปหมด

 

 

 

คนตัวสูงละเลียดจูบราวกับกำลังชิมขนมอันโปรด ทั้งถนุถนอม และโหยหาไม่หยุด ริมฝีปากที่ถูกเบียดเสียดเปิดช่องให้คนขี้แกล้งสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากร่างบางอย่างแหย่เล่นเหมือนกำลังจะช่วงชิงรสชาติหวานละมุนจากร่างบางไปให้หมด

 

 

 

ชายหนุ่มไม่ยอมหยุด เขาผละออกมาช้าๆก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเจ้าเล่ห์แล้วรีบจูบต่อ ทั้งริมฝีปากที่ไม่ยอมหยุดบนขยี้ และมือที่สัมผัสไปทั่วร่างของไอริสอีก

 

 

 

หมอนี่มันเจ้าเล่ห์!!!! =/////=

 

 

เฮ้ๆ! สามีภรรยาตรงนั้นไม่*** กันตรงนั้นล่ะคะ ชั้นรอถ่ายอยู่น้าาา ” ทุกการกระทำพลันหยุดลง ทั้งสองหันขวับไปมองเพทายที่ยื่นถือกล้องอยู่ไกลๆด้วยสายตาคนละแบบ

 

 

=[]= Zeiya

 

=////= I-ris

 

=w=/// o [] Petyile

 

 

เพทายยยยย ” เซย์ยะบ่นโวยวายไม่หยุด “ คนกำลังอินๆมาขัดทำไม จะถ่ายก็ถ่ายไปเด้!! ”

 

 

งั้นก็ต่อดิครัช!! ”

 

 

เดี๋ยวมาหัดทำตัวกวนตีนเหรอออ”

 

 

แบร่!!! > p < ” เด็กสาวรีบวิ่งหนีขึ้นเครื่องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เซย์ยะได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมๆ ให้ตายสิ เอาเพทายคนเดิมกลับมาาาาา Come back now~~~

 

 

 

เฮ้อ.... ”

 

 

 

Boss ครับถึงเวลาแล้วนะครับ ” Vinton ที่ไปย้อมสีผมจนกลายเป็นสีทองแถมถักเปียทั้งหัวด้วยทรง Death Rock!!! โบกมือเรียกเซย์ยะอีกครั้งพร้อมชี้ไปที่เครื่องบิน

 

 

 

โอเค จะรีบไปเดี๋ยวแหละ ” ชายหนุ่มตะโกนตอบไปแล้วจึงหันมาสบตาไอริส “ ไปแล้วนะ”

 

 

 

อืม อีกไม่นานเดี๋ยวฮ. ของพ่อผมก็คงจะมาแล้วแหละ”

 

 

 

งั้น... แล้วเจอกันนะ ”

 

 

 

อื้ม อย่าไปมีกิ๊กซะก่อนล่ะ! ”

 

 

หาาาา ของแบบนั้นจะไปมีได้ไงล่ะ ” เซย์ยะเถียงหน้าตาย

 

 

ใครจะไปรู้ สามีหล่อต้องหวงไว้ก่อน! ”

 

 

 

หึๆ ผมก็หวงภรรยาเหมือนกันนะครับ อย่ามัวไปเป็นเจ้าพ่อมาเฟียจนลืมสามีนะครัชชช ”

 

 

 

แน่นอนสิ ตอนนี้คุณขึ้นชื่อว่าเป็น ' ผู้ชายของว่าที่หัวหน้าแก๊งมาเฟีย ' คนนี้เลยนะ ”

 

 

ครับๆ > < ”

 

 

 

งั้นไปล่ะนะ ”

 

 

อื้ม!! ”

 

 

 

ย่างก้าวแห่งการลาจากไม่ได้เต็มไปด้วยความเศร้าอยากเช่นเคย แต่มันคือสัญญาแห่งการเริ่มต้น!

 

 

ไม่ว่าเกมจะจบลงไปแล้ว หรือทุกคนจะเป็นยังไงแต่สุดท้ายนี้ก็บอกได้เพียงว่า

 

 

ชีวิตของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ต่างหาก!!!!

 

 

 

ยังไงก็ตามทุกอย่างมันคงไม่เกิดขึ้นถ้าเพทายไม่สานต่อเกมนี้จากปูของเธอ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณวันเวลา ขอบคุณทุกความหวัง

 

 

 

 

Thanks to the Caucus race, We had come to meet!!

(ขอบคุณเกมนี้ที่ทำให้เราได้มาเจอกันนะครัช >3< )

 

 

 

 

 

.....................................................................................................................................................

 

บร๊ะแม่!!!!!!!!!! จบแล้วว้อยยย >[]<!!!!

นี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่แต่งจบเลย ไรเตอร์ซึ่งใจมากมาย ( T ^ T ) 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามตลอดมานะ ยังไงเกมนรกนก
โดโด้ เฮ้ย!

Caucus Race ก็จบลงแล้ว



แต่ความสนุกป่วน(?)ของพวกเขายังไม่หมด!!

ยังมีตอน Special ของเหล่าเพลย์เยอร์หลังจากออก
จากเกมรอคุณอยู่

อย่าลืมอ่านกันให้ได้น้าาา ><


// ขอเม้นไว้รับประทานด้วยคะ ถุยยยย 555555

 

 

41 ความคิดเห็น

  1. #41 _FaY_ (@noael) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:55
    >w<อ๊ายยยย ฟินมากตอนจบ สวีตกันเข้าปายยยยยยยยยย ชอบคลินตันคุงนิดๆแล้ว น่ารักดีเนี้ยว ดีใจที่ทุกคนไม่ตายด้วยน้าาา=w= อยากให้ทุกคนกลับมาเจอกันอีกด้วย ไม่อยากให้คลินคุงตายด้วยเนื่องจากน่ารักดี(ได้ข่าวแว่วว่าตอนแรกเกลียด?)=..=

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:58
    #41
    0
  2. #40 Pook_ky (@pookky-pm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:00
    ฟินมากกกกกกกกกกก ตอนจบเพทายกลายเป็นสาววายด้วย ตอนต้นฉุ๊นเกรียนเธอมากเพราะเธอเป็น กขค55555 Ps. คุณสามีคุณภรรยาสวีตเว่อ
    #40
    0
  3. #39 Woofpy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:33
    อ่านตอนแรกๆ เกลียดตัวเมีย (ได้ข่าวว่าชื่อเพทาย) แต่พออ่านจบ ก้ เฉยๆแล้วน่ะ =..=

    Ps.พวกนายก้สวีตกันไปน่ะ
    #39
    0