Caucus Race

ตอนที่ 24 : Chapter 15 ' Curse of rose '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ธ.ค. 56

ปราสาทสีทมิฬหลังมโหฬารตั้งอยู่ภายใต้หมอกควันหนาทึบไร้แสงใดที่จะเล็ดรอดเข้าไปได้ แต่เมื่อถึงยามเดือนเพ็ญที่แสงจันทร์ต้องไปยังวัตถุอันเลอค่า เหนือเนินเขาซึ่งไร้สิ่งมีชีวิตใดขึ้นไป จะปรากฎปราสาทสไตล์ตะวันตกที่งดงามราวกับหินสลักชั้นประณีตปราสาทลึกลับที่เป็นเรื่องเล่าขานตลอดมา ผลงานที่ยิ่งใหญ่ชิ้นสุดท้ายของช่างหลวงในหายสาปสูญยังคงไร้ที่ติดุจเป็นสิ่งที่สวรรค์ประทานลงมาบนพื้นโลก ตัวปราสาทคริสตัลสีดำเงาวับน่าหลงไหล รวมกับกำแพงอิฐใหญ่สีเทาแข็งแกร่งหว่านล้อมสร้างอาณาเขตกว้างขว้างยิ่งทำให้ไม่สามารถละสายตาจากมันได้แม้แต่เพียงเสี้ยววินาที

 

 

 









 

น่าหลงไหลและน่าเกรงขาม....

 

 

 

 

 

จนผู้มาเยือนต้องรู้สึกหวั่นกลัวไปตามๆกัน และมันไม่ต่างจากตัวเจ้าของปราสาทเลยแม้แต่น้อย!

 

 

 

 

ตำนานลี้ลับที่เล่าขานสืบต่อกันรุ่นสู่รุ่น ปราสาทร้างเหนือเทือกเขาที่ไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิตออกมาได้ บางคนก็ลือกันว่าด้านในมีปีศาจร้ายอาศัยอยู่ บางก็ว่ามีหญิงสาวมากมายถูกจับขังไว้ หรือแม้กระทั่งแม่มดที่คอยสาปผู้คน

 

 

 

 

อย่างไรก็ดีไม่เคยมีใครที่เข้าไปแล้วรอดกลับออกมาได้ จะมีก็แต่ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวที่หลงเหลือให้แก่เหล่ามนุษย์ผู้น่าสงสาร ปล่อยวันเวลาให้ผ่านไป ได้เพียงแต่รอคอย....

 

 

 

 

ผู้ที่จะพิชิตปราสาทรัตติกาลนั้น!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพลย์เยอร์ทุกคนเงยหน้ามองปราสาทหลังยักษ์ด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป

 

 

 

ให้ตายสิ นี่มันปราสาทหรือบ้านผีสิงเนี่ย ” เด็กน้อยผมบลอนด์ทองเผลอหลุดปากออกมา เขาเงยหน้ามองเหนือปราสาทที่มีกลุ่มเมฆสีครามม่นหมุนเวีนยอยู่ สีมันเหมือนสายไหมใกล้บูด หรือแม้แต่เวลาแบบนี้กีตาร์ก็ยังคิดถึงอาหารได้! ไม่นานท้องฟ้าก็สว่างวาบพร้อมแสงที่พุ่งลงมาใส่พื้นด้วยความเร็วสูง!!

 

 









 

เปรี๊ยง!!!!

 

 

 

 

 

เสียงฟ้าผ่าและสายฝนกระหน่ำลงสู่พื้นหญ้าแห้งกรากทำให้เพลย์เยอร์ทุกรีบเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความตกใจ สายลมรุนแรงพัดเข้าใส่ร่างเหล่าผู้มาเยือนราวกับกำลังขับไล่ให้ออกไปจากอาณาเขตหวงห้าม! พวกเขารีบเร่งฝีเท้าผ่านดินโคลนแหลกเละเข้าไปก่อนจะรีบกระโดดผ่านสะพานหักๆเพื่อหลบสายฝนที่หน้าประตูปราสาทหลังโต

 

 

 

 

 

โห บรรยากาศสุดๆไปเลย ” แอตลาสแอบทำหน้าเอือมๆแล้วเลื่อนมือไปบิดเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าที่ชุ่มช่ำของตน น้ำที่ไหลออกมาจากเสื้อเขาทำให้รู้ได้ว่าพายุตรงหน้ารุนแรงแค่ไหน

 

 

 

 

 

ไม่ต่างจากเพลย์เยอร์คนอื่นที่แทบหมดสภาพทั้งที่เริ่มด่านมาได้ไม่ถึงเสี้ยววินาที!!!

 

 

 

 

พายุนั้นมันไปโหดไปหน่อยเหรอ!!!

 

 

 

 

ต้นไม้!! ต้นไม้บินไปแล้ว =[]= ” กีตาร์หยุดบีดน้ำจากเสื้อยืดลายหมีพูห์ของตัวเองทันทีเมื่อเห็นต้นไม้ตรงหน้าถูกพายุซัดจนพุ่งหายไป! ร่างนั้นรีบร้องโหวกแหวกลั่น เขาชี้ไปยังพายุอีกลูกที่กำลังดูดกลืนต้นไม้อีกหลายต้นเข้า

โหดไปมั้ย!!!”

 

 

 

 

 

ถ้าเรายังอยู่ตรงนั้นมีหวังได้เป็นมนุษย์ปั่นแน่ๆ = = ” ชายหนุ่มผมยาวเกริ่นเสริมกีตาร์เชิงขำๆ เขาลากสายตาไปยังไอริสที่จ้องต้นไม้ด้วยสายตาเหวอค้าง และหยุดลงที่คราวซึ่งยืนอยู่ไกลสุด

 

 

 

 

“ …. ” และชายหนุ่มเจ้าของตาสีโกเมนเหมือนจะไม่ได้สนใจพายุเลย แต่กลับก้มมองเสื้อผ้าของตัวเองด้วยสีหน้าม่นหมอง

 

 

 

 

 

คราวเป็นอะไร? ” แอตลาสเอ่ยถามเพื่อนร่วมทีมด้วยสายเป็นห่วง แต่ชายหนุ่มก็แค่สบัดหน้าไปมาแล้วเอ่ยเสียงนิ่ง

 

 

 

 

 

แค่รู้สึกรำคาญใจนิดหน่อย.... อุส่าห์ใส่ชุดพ่อบ้านที่ไม่ได้ใส่มานาน.... แต่กลับถูกพายุเล่นซะหมดสภาพ ทั้งๆที่พึ่งซัก อบ รีด มาซะดี ” ชายหนุ่มอดนึกสาปแช่งสายฝนไม่ได้! =^=

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก็กลับไปซักน่า ” ไอริสหันไปยิ้มให้คราว แต่ไม่ทันที่จะหันไปมองกีตาร์ที่บ่นอยู่สายตาเขาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งบนเสื้อชายหนุ่มผมเงิน “ นั้นอะไรน่ะ? ”

 

 

 

 

ชายหนุ่มก้มลงมองสิ่งที่ไอริสชี้พร้อมยิ้มบางๆ “ เข็มกลัดประจำตระกลูซีเดธาร์น่ะครับ”

 

 

 

 

หืม มันอยู่บนเสื้อนายมาตลอดสินะ ” เมื่อเห็นแบบนั้นกีตาร์กับแอตลาสจึงหยุดชี้ด่าพายุแล้วหันกลับมาสนใจเรื่องที่ทั้งสองคนพูดบ้าง

 

 

 

 

เข็มกลัดสีทองที่ตัดกับเสื้อสูทสีดำสนิทดูเข้ากับกันอย่างไร้ที่ติ ถึงสีทองของมันจะดูม่นหมองไปบ้างแต่ก็ยังมองเห็นประกายของเข็มกลัดได้ชัดเจน รูปสลักดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคมรายล้อมเอาไว้ เหนือรูปนั้นมีตัวหนังสือสลักเอาไว้ว่า

 

 

 

Zedathar

 

 

 

ไม่ว่ามันจะเลือนลางจนแทบมองไม่เห็นว่าเป็นรูปอะไร แต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในใจของเขาอย่างแจ่มชัด!

 

 

 

 

ดอกไม้ น้ำชา ทุกอย่าง.......ที่คุณหนูชอบ

 

 

 

 

คราว....คราว!!!!!! ”

 

 

 

 

ครับ? ” ชายหนุ่มหันไปมองไอริสที่โบกมือผ่านหน้าไปมาด้วยสายตางุนงง นี่เขาเผลอเหม่องั้นเหรอ?

 

 

 

เป็นอะไรรึเปล่า? ดูเหม่อๆนะ ”

 

 

 

อ่อ...เปล่าครับ คิดอะไรนิดหน่อย ” คราวยิ้มกลับนิดๆแล้วเอ่ยถามบ้าง “ แล้วคุณล่ะ ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย”

 

 

 

อ่อ คือ เมื่อกี้.... Alaxia ทำหน้าซึมๆยังไงไม่รู้ เลยอดเป็นห่วงไม่ได้น่ะ ถามอะไรก็ไม่ตอบ.....”

 

 

 

เขาคงไม่สบายล่ะมั้ง เดี๋ยวพอออกจากเกมไป เราลองไปถามเขากันนะครับ ” คราวฉีกยิ้มอย่างสุภาพ และมันทำให้ไอริสรู้สึกเบาใจขึ้นมากๆ เด็กหนุ่มพยักหน้ารับแล้วจึงหันไปของแอตลาสที่โบกมือเรียกพวกเขา

 

 

 

 

รีบเข้าไปในปราสาทกันเถอะ ” ทุกคนพยักหน้ารับคำของแอตลาสก่อนจะหันกลับไปมองที่ประตูบานใหญ่ที่ตั้งตระง่านตรงหน้า!!! ได้เวลาเริ่มเกมแล้ว....

 

 

 

 

 

เพียงชั่วพริบตาบานประตูยักษ์ก็ค่อยๆเลื่อนออกเผยให้เห็นข้างในปราสาทหลังกว้างที่มืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงแสงจากฟ้าผ่าที่พุ่งลงมาที่ทำให้พวกเขามองเห็นด้านในเพียงชั่ววูบได้เท่านั้น

 

 

 

 

 

ห้องโถงกว้างขว้างที่มีประตูมุ่งสู่ชั้นบนอยู่ตรงกลาง ท่อนเสาสีขุ่นสูงตั้งพยุงเป็นตัวรับน้ำหนักเอาไว้ โต๊ะอาหารกว้างที่ไร้ผู้คนแต่กลับมีเชิงเทียนวางอยู่ บรรยากาศเงียบสงัดท่ามกลางพายุที่กระหน่ำอยู่ด้านนอกทำเอาเหล่า

เพลย์เยอร์แอบรู้สึกหวั่นเกรงไปตามๆกัน

 

 

 

 

เพียงพวกเขาย่างกายเข้ามาด้านในได้ไม่กี่ก้าว ประตูด้านหลังก็พลันปิดลงราวกับกลั้นแกล้ง!!!

 

 

 

 

ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

เห็นแบบนั้นคราวและไอริสรีบวิ่งไปที่ประตูโดยทันที แต่ไม่ว่าจะพยายามเปิดมันแค่ไหนแต่ประตูก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย กลับยิ่งหนักขึ้นจนราวกับเป็นเพียงกำแพงหินดีๆ! “ ดูเหมือนว่าที่จะไม่ให้ออกนี่เป็นเรื่องจริงสินะ”

 

 

 

 

ราวกับโดนกลั่นแกล้ง!!! เชิงเทียนที่เป็นแสงสว่างให้แกพวกเขาดับวูบลง!!!!! รอบตัวพวกเขาไร้แสงใด ความมืดสลัวและเสียงพายุที่ซัดอย่างบ้าระห่ำเร่งความกลัวให้ถึงขีดสุด!!!!! เหล่าเพลย์เยอร์มองไม่เห็นสิ่งใดเลยยกเว้นความมืดมิด....... แม้แต่พื้นที่เหยียบอยู่ก็มองไม่เห็นซักน้อย!!

 

 

 

 

ไม่ต้องกลัวไปน่า เกาะกลุ่มกันไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้ทำตามแผนที่เราวางเอาไว้ ” แอตลาสหันไปยิ้มให้ทุกคนนิดๆ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยถูกปล่อยยาวถูกรวบมัดขึ้นไว้ด้านหลัง ชายหนุ่มยกมือขึ้นปราดเหงื่อบนหน้าพลางแอบเหลือบมองสีหน้าค้างสนิทของเพื่อนร่วมทีม

 

 

 

 

 

ในใจจะแอบรู้สึกเกรงไปบ้างก็ไม่แปลก ใครจะไปรู้ว่าบรรยากาศในด่านจะสร้างผลกระทบต่อพวกเขาได้จนาดนี้

 

 

 

 

 

แต่.......... แผนการของพวกเขาต้องใช้ได้แน่!!!

 

 

 

 

 

ทำตามแผนที่วางเอาไว้ รีบขึ้นไปชั้นบนกัน............. ” ไม่ทันที่แอตลาสจะได้พูดจบ คำพูดของเขาก็ถูกหยุดลงด้วยเสียงสั่นสะเทือนที่ดังลั่นขึ้น

 

 

 

 

ตึง!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

นั้นมันเสียงอะไรน่ะ ” กีตาร์ตะโกนลั่นท่ามกลางสีหน้าตกใจไม่ต่างกันของผู้เล่นคนอื่น

 

 

 

 

ตึง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

มันกำลังใกล้เข้ามา! ” ร่างกายของทุกคนก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ พวกเขาจ้องไปมองตรงหน้าพร้อมกันราวกับนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้

 

 

 

 

เสียงแบบนั้น.... ”

 

 

 

 

จะเป็นอะไรได้ล่ะ นอกจาก...... ” ชายหนุ่มผมดำกีดยิ้มเจือนๆ เหงือสีใสไหลอาบใบหน้าหล่อเหลา

 

 

 

 

ถ้าจะไม่ดีซะแล้ว......

 

 

 

 

 

ตึง!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตึง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

เสียงดังสนั่นลั่นในทั่วปราสาท แววตาทุกคู่สั่นระรัวรอจับจ้องสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามา แต่ความมืดไร้แสงใดๆในปราสาทก็ทำให้พวกเขาได้แต่ภาวนา แล้วตั้งสติให้มั่น

 

 

 

 

รู้ตัวอีกทีหลังของพวกเขาก็ชนเข้ากับประตูที่ปิดสนิทเสียแล้ว

 

 

 

 

เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

เสียงดังลั่นของสายฟ้าที่ฟาดลงมาทำให้ท้องฟ้าสว่างวาบขึ้น เพียงฟ้าผ่าชั่ววูบภาพตรงหน้าพลันปรากฎให้ประจักษ์ เหล่าเพลย์เยอร์ยืนนิ่งค้างมองสิ่งที่อยู่เหนือบันได!!!!!!!!!

 

 

 

 

โฮก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

เสียงคำรามก้องกังวาลจนพื้นแทบสั่นสะท้านเรียกให้สายตาของเหล่าเพลย์เยอร์ไปจดจ่ออยู่ที่ร่างที่ซุกซ้อนกายอยู่ในความมืด อสูรกายตัวใหญ่ยักษ์ยืนนิ่งอยู่กลางบันได นัตย์ตาสีแดงก่ำจ้องผู้เล่นทุกคนต้องแววตาหิวกระหาย เคี้ยวแหลมคมที่ยื่นยาวออกมาสามารถฉีกกระชากร่างพวกเขาออกเป็นชิ้นๆได้ในพริบตา หรือแม้แต่กระทั่งแลบแหลมยาวนั่น ร่างขนฟูสีน้ำตาลหยาบกระด้างหายใจฟึดฟัดเสียงดังลั่น อุ้มเท้าอันแข็งแกร่งกระทืบลงบนพื้นจนทุกอย่างสั่นสะเทือนในชั่วพริบตา

 

 

 

 

 

ตอนนี้สิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือ ปีศาจ!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

ไม่มีเสียงใดได้ทันเล็ดลอดออกไป ร่างของปีศาจที่หิวกระหายก็พุ่งตัวลงมาจากบันไดอย่างรวดเร็ว เพียงเสี้ยววินาทีร่างของมันก็ชนเข้าใส่เหล่าเพลย์เยอร์จนทุกคนกระจายกระจายไปคนล่ะทาง!!!

 

 

 

 

ภายในความมืดที่ไม่มีใครมองเห็นสิ่งใด มีเพียงเสียงคำรามลั่นของนักล่าที่กำลังคว้าหาร่างเหยืออันโอชะ

 

 

 

 

โฮก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

ไอริสยกมือขึ้นปิดหูเมื่อเสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง เขามองไม่เห็นรอบตัวแม้แต่น้อย มือเรียวเล็กพยายามค้วาไปรอบกายเพื่อหาเพื่อนของตน แต่กลับไม่พบสิ่งใด

 

 

 

แผนการที่ถูกทำลายอย่างไม่เป็นท่า ทำให้ทุกคนต้องอยู่ในความหวาดกลัว.....

 

 

 

จนในที่สุดเมื่อทำอะไรไม่ได้ แอตลาสจึงรับตัดสินใจตะโกนออกไป

 

 

 

ทุกคนขึ้นไปชั้นบน!!!!!!!!!!!!!!! ” ทุกร่างต่างรีบเคลื่อนพลไปคนละทาง ในใจมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือจุดนัดพบที่พวกเขาประกาศเอาไว้

 

 

 

คราวลุกพรวดขึ้นมาแล้วพยายามวิ่งตรงไปทางตรงหน้าซึ่งเป็นบันได เขาชนเข้ากับร่างหนึ่งจึงรีบคว้าแขนนั้นเอาไว้

 

 

 

เฮ้ย! ” ไอริสที่ถูกจับแขนเผลอร้องขึ้นด้วยความตกใจ แต่คราวเก็รีบเอ่ยตอบแล้วลากร่างนั้นวิ่งไปข้างต่อ

 

 

 

โฮก!!!!!!!!!! ตึงๆๆๆๆ!!!!!!!!!!

 

 

 

ปีศาจร่างยักษ์เริ่มออกวิ่งตามมาในความมืดมิด พวกเขาจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปอีก

 

 

 

แอตลาสพยายามกระพริบตาถี่ๆเพียงปรับภาพในความมืดให้ชัดขึ้น แต่มันก็ยังพล่ามั่วเกินไป เขารีบวิ่งไปตรงหน้าจนชนเข้ากับบันได ร่างสูงรีบวิ่งขึ้นไปเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ใกล้เข้ามา แต่ทุกคนก็ต้องตกใจเมื่ออีกเสียงหนึ่งดังขึ้น

 

 

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ”

 

 

 

 

กีตาร์!!!! ” แอตลาสหลุดตะโกนลั่นออกมา ไม่ต่างจากไอริสและคราวที่รีบหันหลังกลับไป

 

 

 

 

แต่มันก็มืดเกินไป พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลยซักอย่าง!!!!

 

 

 

โถ่เว้ย!! ” ชายหนุ่มผมดำสบถอย่างหัวเสียง เขาน่าจะจับมือกีตาร์เอาไว้ แบบนั้นเด็ก็คงไม่.....

 

 

 

กีตาร์นายอยู่ไหน!!!! ” เมื่อก้าวขึ้นมาถึงด้านบนสุดของบันไดได้ไอริสก็รีบตะโกนลั่น เด็กหนุ่มมองหาร่างบางในความมืดอย่างหวั่นใจ ไม่ต่างจากคราวที่ยืนอยู่ข้างเขาซึ่งกำลังช่วยตะโกนหาเหมือนกัน

 

 

 

 

กีตาร์!!!!! ”

 

 

แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา.....

 

 

 

ผิดกลับอสูรกายที่เหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ!!!!

 

 

 

กีตาร์!!!!! ” แอตลาสหันไปมองเงาข้างๆตัวเขาซึ่งคงจะเป็นคราวกับไอริส ชายหนุ่มมองหาร่างบางด้านล่าง ถึงตาเขาจะเริ่มปรับสภาพเข้ากับความมืดได้มากกว่าเดิมแล้ว แต่ด้านล่างนั้นกลับไม่มีใคร!!

 

 

 

หรือว่ากีต้าร์จะ.....

 

 

 

เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!

 

 

 

ฟ้าที่ผ่าลงมาอีกคราช่วยให้ผู้เล่นทุกคนเห็นรอบตัวปราสาท แต่ด้านล่างบันไดมีเพียงอสูรยักษ์ที่หันกลับมามองพวกเขา อาจเพราะเมื่อกี้มันพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างแรงมือมันจึงทะลุบานผระตูไป เลยทำให้มันติดอยู่!

 

 

 

แล้ว......กีตาร์ล่ะ??????

 

 

 

กีตาร์!!!!!!!!!! ” แอตลาสตะโกนออกไปอีกครั้ง ให้ตายสิ!!! เด็กนั้นโดนกินไปแล้วเหรอ!!?

 

 

 

กี.... ” แต่เมื่อทุกคนพยายามจะเรียกอีกครั้ง บางอย่างก็พุ่งเข้าใส่ร่างของพวกเขาจนแทบเซล้มไป!!

 

 

 

เฮ้ย!!!! ” ไอริสพยุงตัวขึ้นมาก่อนจะหันไปมองคราวที่ล้มอยู่ไม่ไกล คราวมองมาที่ไอริสจากนั้นจึงมองร่าง

แอตลาสที่ถูกบางอย่างทับไว้!

 

 

 

อะไรของพวกนาย เรียกอยู่ได้ กลัวว้อย ToT ” และร่างนั้นคือไอ้ตัวป่วนที่ทำให้พวกเขาเครียดอยู่นาน!

 

 

 

เฮ้ย กีต้าร์นายเป็นอะไรมั้ย นายไปอยู่ไหนมา” แอตลาสอุ้มร่างบางที่นั่งร้องไห้ลงจากตัวเขาพร้อมเอ่ยถาม ถือว่าโชคดี ตอนนี้ตาของพวกเขาปรับแสงได้แล้ว

 

 

 

นายเจ็บตรงไหนมั้ย? เมื่อกี้นายร้อง ” ไอริสเขย่าไหล่กีต้าร์ แต่เด็กหนุ่มผมบลอนด์ก็เพียงยิ้มแห้งๆกลับมา

 

 

 

คือ......เมื่อกี้ชั้นตกใจเลยรีบวิ่งลอดขาไอ้ปีศาจนั้นมา แหะๆ ” ยังจะมีหน้ามายิ้มอีกเรอะ!!! ทุกคนคิดพร้อมกัน

 

 

 

แล้วแกจะร้องทำสากอะไร!! ” แอคลาสโบกหัวกีตาร์ไปหนึ่งฉาบพลางบ่นเสียงขุ่นเคือง

 

 

 

โอ๊ย เจ็บนะ T^T กะ..ก็ แหม มันกลัวเลยร้องอ่ะ ”

 

 

 

โหย! ตกใจหมด = = นี่ว่าแกโดนกินไปแล้ว ที่แท้วิ่งหนีมาก่อนใคร! ”

 

 

 

แหะๆ แต่!!! ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาด่าชั้นนะ (รีบเปลี่ยนเรื่อง) ตอนนี้เราต้องหนี! ” กีตาร์เปลี่ยนไปทำสีหน้าจริงจังพร้อมรีบพยุงตัวขึ้นมายืน เห็นแบบนั้นทุกคนจึงรีบวิ่งขึ้นบันไดต่อไปในขณะที่ปีศาจร่างยักษ์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จะเอาไงต่อล่ะ แอตลาส ” คราวเอ่ยถามขึ้นขณะที่พวกเขาวิ่งผ่านห้องมานับสิบมแล้ว เสียงฝีเท้าของปีศาจใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนทำให้อดผวาไม่ได้

 

 

 

ตามแผนเดิมที่วางเอาไว้ ตอนนี้ผ่านมาได้กี่นาทีแล้ว ไอริส ” แอตลาสตอบคราวแล้วหันไปถามไอริสต่อขณะที่ขาทั้งสองยังวิ่งต่อไป มือที่รู้จับมือกีตาร์เอาไว้แน่น ถ้าไม่จับไว้เดี๋ยวไอ้เด็กนี่มันได้หายไปอีกแน่ = =!!

 

 

 

เริ่มเกมมา 40 นาทีแล้ว ” ไอริสรีบก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนพร้อมเอ่ยตอบ

 

 

 

อีก 1 ชั่วโมงกับ 20 นาทีเรอะ ” แอตล่าครุ่นคิดกลับด้วยเอง พวกเขาเลี้ยวผ่านทางแยกของปราสาทไป ประตูห้องที่รายล้อมยังประดับประดาด้วยแบบเหมือนๆกันจนน่าเวีนยหัว

 

 

 

ยังไงก็ตามแผนเดิมไปก่อน ” ชายหนุ่มหยุดที่ประตูบานหนึ่งแล้วรีบเปิดเข้าไป ทุกร่างวิ่งตามเข้าไปพร้อมปิดประตูอย่างรวดเร็ว เพลย์เยอร์ต่างนั่งซุดอย่างเหนื่อยหอบเพราะวิ่งมานาน

 

 

 

คราวหันไปมองในห้องที่ควรมืดสนิทแต่กลับมีเชียงเทียนอันหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ ไม่ห่างจากโต๊ะมีตู้กระจกที่ใส่หนังสือเอาไว้มากมาย เอกสารแล้วเครื่องเขียนต่างๆวางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ ถ้าดูไม่ผิดนี่คงเป็นห้องเอกสาร

 

 

ชายหนุ่มผมเงินหันไปมองผู้เล่นคนอื่นแล้วชี้ไปที่โต๊ะเชิงบอกว่าจะเข้าไปดู ทุกคนเพียงพยักหน้ากลับมา ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปเงียบๆ

 

 

 

แอตลาสมองไปที่คราวพร้อมยืนแนบประตู ร่างสูงบอกให้กีตาร์และไอริสนั่งลงกลับพื้นแล้วตนจึงค่อยเงียหูฟังเสียงภายนอกห้อง

 

 

 

ตึงๆ!!!!

 

 

 

เสียงฝีเท้าของอสูรกำลังใกล้เข้ามา พวกเขาลุ้นจนแทบลืมหายใจ ถ้ามันได้ยินเสียงล่ะก็มันต้องพังเข้ามาแน่ๆ ทางเดียวคือต้องเงียบให้มากที่สุด!

 

 

 

เมื่อชายหนุ่มในชุดพ่อบ้านเห็นสัญญาณที่บอกให้เงียบของเพื่อนตน เขาเลยเป็นจากเดินเป็นค่อยๆย่องเข้าไปใกล้โต๊ะ ร่างสูงมองเอกสารที่เรี่ยราดแล้วอดรู้สึกอยากทำความสะอาดตามภาษาแม่บ้าน ( ? ) ขึ้นมาไม่ได้
=____= ^

 

 







 

เขายื่นมือไปหยิบเอกสารแผ่นนึงขึ้นมา ภายในกระดาษสีขาวสะอาดมีตัวหนังสือขยุกขยิกเขียนเอาเต็มหน้ากระดาษ ข้อความในนั้นล้วนสื่อถึงคำสาปและเรื่องอะไรอีกมากมายที่คราวไม่ค่อยเข้าใจ

 

 

 

ชายหนุ่มวางกระดาษลงที่เดิมและเหลือบมองปากกาขนนกที่วางอยู่ข้างๆขวดหมึกที่แข็งสนิท ดูแล้วเหมือนห้องนี้จะไม่ได้เข้ามานาน

 




 






 

 

ขณะที่คราวกำลังจะก้าวกำลังมารวมกับทุกคน เขาก็รู้สึกราวกับเห็นบางอย่างขยับ หรือเขาจะคิดมากไป?

 

 

ไอริสและกีตาร์ที่นั่งเงียบมองคราวพยักหน้าให้ชายหนุ่มเชิงว่า เห็นเหมือนกัน แบบนั้นชายหนุ่มเลยอดสงสัยไม่อด อาจจะมีอะไรแอบอยู่ตรงนั้นก็ได้ใครจะรู้?

 

 

 

คราวก้าวเข้าไปที่หลังโต๊ะ ในชณะที่แอตลาสกำลังรอลุ้นให้ปีศาจเดินจากไปเร็วๆ

 

 

 

ฝีเท้ามันก้าวมาหยุดหน้าห้องของพวกเขา!!! ชายหนุ่มผมยาวสัมผัสได้ถึงร่างที่ใกล้เข้ามา มันพยายามดมหากลิ่นของพวกเขา ทุกคนยืนนิ่งกลั้นหายใจ ถ้ามันได้ยินล่ะก็ ตายแน่ๆ!!!!

 

 

 

ร่างของปีศาจยักษ์ยังคงอยู่หน้าประตูมันเอาหน้าดันประตูจนแอตลาสตกใจแทบล้มแต่ชายหนุ่มก็นั่งลงช้าแล้วเงยหน้ามองประตูต่อ ไอริสชี้เข้าไปได้ในพลางขยับออกห่างจากประตู แอตลาสและกีตาร์เองก็ค่อยๆเลื่อนออกห่างมาเรื่อยๆ แต่เจ้าอสูรหิวกระหายก็ยังไม่ออกห่างประตูแม้แต่น้อย

 

 

 

ให้ตายสิ!!! นี่มันน่าลุ้นซะยิ่งกว่าหนังสยองขวัญ พวกเขาจะลุ้นจนตายแล้วเนี่ย!

 

 

 

แต่แล้วพระเจ้าก็เล่นตลก!!!! ขณะที่ทุกคนกำลังจะก้าวออกมาจนถึงโต๊ะ กีตาร์ก็หยุดขยับแถมทำท่าเหมือนอยากจะจามขึ้นมา!!!!

 

 

 

!!!!!!!! ” แอตลาสและไอริสพร้อมใจกันทำหน้าเหวอ ไอ้เด็กนี่เอาอีกแล้ว!!!

 

 

 

กีตาร์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ด้วยอาการกลั้นจามยิ่งทำให้เขาอยากจามเข้าไปใหญ่!!! เด็กหนุ่มพยายามปิดปากเอาไว้แต่เมื่อไม่ไว้เขาจึงรีบกลั้นหายใจแต่ก็......!!!!

 

 

หมับ!!!!

 

 

ไอริสคว้าร่างบางมากดไว้กับพื้นโดยที่แอตลาสรีบยกมือขึ้นปิดหน้าของเด็กหนุ่มไว้แน่นจนในที่สุดกีตาร์ก็สงบลง

 

 

 

 

=__= ^ ” แอตลาสถอนหายใจเบาๆแล้วปล่อยกีตาร์ให้ลุกขึ้นมานั่ง เด็กน้อยยิ้มเจือนๆเชิง ขอโทษ แล้วจึงหันกลับไปมองที่ประตูอีกครั้ง!!!

 

 

 

คราวมองทุกคนพลางยิ้มเจือนๆ แล้วมองไปยังจุดที่มีบางสิ่งขยับอีกครั้ง ปีศาจคงเดินผ่านห้องไปแล้วล่ะ ชายหนุ่มพยายามจะคว้าเข้าไปแต่มันก็มืดพอสมควร เขาหันกลับมาที่โต๊ะเพื่อจะไปเอาเชิงเทียนมาส่องหาสิ่งนั้น

 

 

 

แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเชิงเทียนนั้นมันหายไป!!!!

 

 

 

คราวมองอย่างตกใจแล้วจึงรีบหันกลับที่จุดเดิม แต่แล้วเชิงเทียนกลับปรากฎตรงหน้าเขา!!! มือเรียวยาวพุ่งเข้าไปคว้ามันไว้แล้วยื่นเข้าไปหาสิ่งที่ขยับอยู่

 

 

แก้วน้ำ? หรือเขาจะคิดมาไปเอง.....

 

 

 

ไวกว่าความคิด!!!! ชายหนุ่มเบาใจได้ไม่นาน เชิงเทียนที่ควรจะไร้ชีวิตกลับดิ้นไปมา คราวตกใจจนเผลอปล่อยมือจากเชิงเทียนนั้น!! แต่ไม่นานมันกลับลุกขึ้นมาตั้งเองแล้วหมุนมาช้าๆ ไม่ต่างจากแก้วน้ำที่ขยับไปมาเช่นกัน

 

 

ชายหนุ่มจ้องมองสิ่งของตรงหน้าด้วยความตกใจ พวกมันมีหน้า!!!! ทั้งปาก ตา จมูกเหมือนกับมนุษย์ ทั้งแก้วน้ำ และเชิงเทียน พวกมันกำลังจ้องเขา!

 

 

 

หรือพวกนี้จะเป็นคนที่ถูกสาปเหมือนในนิทาน?

 

 

 

คราวถอยหลังออกมาช้าๆเพื่อจะกลับมาอยู่จุดที่คนอื่นนั่งรวมกันอยู่ แต่ชายหนุ่มถอยไปชนตู้หนังสือซะก่อน เขารีบหันไปพยุงมันไม่ให้ล้ม แต่แล้วบางอย่างในตู้หนังสือก็ขยับออกมาจากมุมมืด!!!

 

 

 

มันคือ กาน้ำชาที่มีใบหน้า!!!! ดวงตาของมันเบิกกว้างราวกับหน้าผู้หญิงที่กำลังตกใจ เมื่อมันเห็นคราก่อนที่จะ....

 

 

 

มะ ไม่.... ” คราวพยายามยกมือขึ้นปิดปากเชิงจะบอกให้มันเงียบลงแต่มันก็ร้องลั่น!!!!

 

 

 

กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!กาน้ำชากรีดร้องเสียงดังลั่นจนทุกคนต้องยกมือขึ้นมาปิดหู

 

 

 

นั้นเสียงอะไรน่ะ! ” แอตลาสลุดขึ้นมามองจุดที่คราวยืนอยู่แต่ไม่ทันที่เขาจะได้เดินเข้ามาดูบางสิ่งก็ทำให้เขาตกใจ!! “ เวรแล้ว ไอ้ปีศาจนั้นมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่!!!! ”

 

 

 

ไม่มีเวลาให้ตกใจ!! ประตูห้องสั่นสะเทือน ร่างของปีศาจร่างยักษ์พยายามพุ่งเข้าใส่ประตูจนแทบหัก เหล่าเพลย์เยอร์ต่างร้องด้วยความตกใจไม่ต่างกัน คราวมองไปรอบๆห้องแต่ที่นี่ไม่มีหน้าต่าง!!! ทางออกเดียวคือประตูที่ปีศาจกำลังจะพังเข้ามา!!!!

 

 

 

ไอริสและกีตาร์เดินเข้ามากับคราว พวกเขาเดินไปที่มุมห้องพลางพยายามหาอะไรที่พอใช้ได้ เด็กหนุ่มผมขาวเหลือบเห็นเตาพิงที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่มันกลับถูกปิดอยู่!! แถมเหมือนจะไม่ได้ถูกใช้มานานแล้วด้วย

 

 

 

กีตาร์คว้าไม้เหล็กที่ใช้เขี่ยฟืนขึ้นมาถือไว้และแอบนึกรำคาญใจไม่ได้!! เฮดิสบอกว่าด่านนี้ห้ามเอาอาวุธเข้ามาเขาเลยอดเอามืดของเรเวนเข้ามา ถ้ามีมืดล่ะก็ ทุกอย่างอาจจะดีกว่านี้!

 

 

 

แบบนี้คงไม่มีทางหนี เราต้องฝ่าออกไป! ” แอตลาสตะโกนขึ้น ประตูตรงหน้ายังคงสั่นสะเทือนด้วยเรื่องพลักของปีศาจร้าย

 

 

 

หาอะไรก็ได้ที่พอเป็นอาวุธ!!! ” คราวพูดพร้อมคว้าเก้าอี้หลังโต๊ะมาถือไว้ ทุกร่างต่างพยายามแยกกันไปหากอาวุธ เขาหันกลับไปมองประตูที่เหมือนจะใกล้พังเต็มแก่!!

 

 

 

ไอริส ชั้นเจอไม้นี่ ” กีตาร์ยื่นไข้เขี่ยฟืนให้ไอริส ก่อนจะเดินไปรวมกับแอตลาส

 

 

 

โครม!!!!!! ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ! ประตูที่รับแรงกระแทกไม่ไหวแตกกระจายเป็นชิ้น ร่างของปีศาจพุ่งเข้ามาพร้อมคำรามลั่น!!!!

 

 

 

ไม่ทันแล้ว ไปๆๆๆ ” แอตลาสชี้ไปที่ประตูพร้อมรีบพุ่งไปจุดที่ปีศาจตนนั้นยืนบังอยู่

 

 

 

คราวพุ่งตัวเข้าใกล้อรูสร่างยักษ์พร้อมฟาดเก้าอี้ไม้ที่ตนถือเข้าใส่ตัวมันจนเซไป ไม่รอให้เสียเวลา ไอริสแทงไม้เหล็กเข้าใส่ตาซ้ายของมันจนทะลุ!!

 

 

โฮก!!!!!!!!!!!!! มันร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดพร้อมยกมือหยาบหนาขึ้นกุมลูกตาตัวเองไว้ เห็นแบบนั้น

แอตลาสจึงพุ่งเข้าถีบมันเต็มแรงจนปีศาจนั้นล้มลงไป

 

 

 

ไปเร็ว! ” พวกเขาวิ่งฝ่าร่างที่ล้มนิ่งของปีศาจทมิฬไปอย่างเร่งรีบโดยไม่ลืมหันกลับไปมอง

 

 

 

ที่ได้ชื่อ อมตะ ไม่ได้มีไว้ขู่เล่น! ปีศาจร้ายลุกขึ้นมายืนแล้วกระชากไม้เหล็กที่เสียบตาตนออก ลูกตาสีแดงก่ำดุจเลือดที่ถูดทิ่มแทงค่อยๆงอกออกมาใหม่ แผลถลอกหายวับไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

โฮก!!!!!!!!!

 

 

เสียงคำรมลั่นสะท้านไปทั่วทางเดินทำให้รู้ได้ว่ามันเริ่มโกรธแล้ว เหล่าเพลย์เยอร์รีบวิ่งผ่านทางแยก ทุกคนเร่งฝีเท้าผ่านห้องมากมายแล้วกระจายไปคนละห้อง

 

 

 

หาอาวุธ ต้อถ่วงเวลาไว้แล้วค่อยหาที่ซ่อน!!!! ” ทุกคนวิ่งพรวดกันไปคนละทางอย่างรู้งาน แอตลาสเข้าไปในห้องใกล้สุด ในห้องกว้างมีเตาไฟอุ่นๆให้ความสว่างอยู่ เฟอร์นิเจอร์ภายในมีเพียงเตียงเป็นหลัก นี่คงเป็นห้องนอน

 

 

 

เฮ้ แอตลาสห้องนี้มีเชือก ” กีตาร์ลากเชือกหนาออกมาจากห้องที่ตนเข้าไป เส้นเชือกหนาดูเหมือนจะมีไว้ลาก

อุปกรณ์ใหญ่ๆได้ดีทีเดียว

 

 

ทางนั้นเจออะไรมั้ย ” ไอริสวิ่งเข้าไปในห้องที่กีตาร์กับแอตลาสอยู่พร้อมเอ่ยถาม เด็กหนุ่มผมขาวถือดาบหลายเล่มไว้ในมือ เขาตรงไปใกล้เตาพิงซึ่งแอตลาสนั่งอยู่

 

 

ไม่มีอะไรเลย เจอแค่เชือกนี่ ” กีตาร์ยื่นเชือกเส้นหนาขึ้นประกอบ “ นั้นดาบนี่!!”

 

 

 

อ่า เลยไปมีห้องเก็บดาบอยู่ แต่เหมือนมันจะเก่ามาก บางอันก็สนิมขึ้นแถมหักไปหมดแล้ว ที่ใช้ได้ก็มีแค่นี้ แต่เหมือนจะไม่แข็งมากเท่าไหร ” ไอริสร่ายยาว

 

 

 

มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว อยู่เลยทางแยกไป ” คราววิ่งเข้ามา เขานั่งลงรวมตัวกับทุกคนพร้อมเอ่ยต่อ “ สุดทางนี้จะกลับไปที่บันได คฤหาสน์นี่ออกแบบเป็นทรงรี มันอ้อมกลับไปทางเดิม ”

 

 

 

เราจะลงไปดีมั้ย? ”

 

 

 

อย่าดีกว่าประตูเปิดไม่ได้ แถมแบบนั้นมันจับเราได้ง่ายๆด้วย” แอตลาสรีบตอบ “ ไอริสเวลาผ่านไปเท่าไหรแล้ว”

 

 

 

เหลืออีกครึ่งชั่วโมงจะจบเกม”

 

 

 

 

แล้วเอาไง นายเจออะไรบ้างมั้ยคราว? ”

 

 

 

ตรงไปก่อนถึงบันไดมีแต่ห้องนอน ไม่มีอะไรเลย ” คราวนิ่งเงียบไป เขามองเข้าไปที่เตาผิงเงียบๆก่อนจะทำหน้าแบบคิดบางอย่างขึ้นได้ “ จริงสิ ข้างบันไดมีห้องเก็บเบียร์ ”

 

 

 

นายอยากดื่มเรอะ =[]=!! ” กีตาร์โวยวายลั่น

 

 

บ้าเรอะ = = ” คราวหัวเราะนิดๆพร้อมโยกหัวเด็กน้อยแล้วพูดต่อ “ นี่มันอาจบ้า แต่ลองฟังแผนการของผมก่อนดีมั้ย?”

 

 

 

 

 

 

 

ตึง!!!!!!!!!! ตึง!!!!!!!!!!! ตึง!!!!!!!!!

 

ปีศาจร่างยักษ์ใช้ดวงตาสีแดงเลือดของตนกวาดมองรอบทางเดินด้วยแววตาหิวกระหาย เขี้ยวของมันขยับเล็กน้อยพร้อมที่จะฉีกกระชากทุกร่างเสมอ อุ้งหนาใหญ่กระแทกเข้ากับพื้นในความมืดจนพื้นสั่นสะเทือน ร่างนั้นไปแต่มุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ เพื่อตามล่าหาผู้บุกรุก!!!!

 

 

 

เฮ้! ทางนี้ไอ้ปีศาจ!!!!!!” ร่างยักษ์รีบหันขวับไปทางเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่กระโดดโลดเต้นไปมา กีตาร์โบกมือขึ้นสูงพร้อมกีดยิ้มกว้าง “ ชั้นอยู่ทางนื้ ไอ้หมาพับพี่!! ”

 

 

 

กรรซ์!!!!!!!!!!!!!!!!! ปีศาจอมตะพุ่งตรงไปจุดที่ร่างบางยืนอยู่ด้วยความเร็วสูง เด็กน้อยรีบถอยหลังก่อนจะหมุนตัวผ่านมุมห้องไป

 

 

 

ตึงๆ!!!!!!!!!!!!!!!! ปีศาจร้ายเร่งฝีเท้าตามจุดที่กีตาร์วิ่งไปพร้อมกระโจนผ่านทางแยกและพุ่งเข้าใส่!!!!!

 

 

เพล้ง!!!!!

 

 

 

ชวดเบียร์สีใสพุ่งปะทะเข้าใส่หน้าปีศาจร่างยักษ์ มันหันหน้ากับเหล่าเพลย์เยอร์ทุกคนที่กำลังถือขวดเบียร์ไว้ในมือ

 

 

 

เพล้ง!! เพล้ง!!! เพล้ง!!!!

 

 

 

อร่อยมั้ย ไอ้ปีศาจ!!!! ” กีตาร์หัวเราะลั่นแล้วรีบคว้าเบียร์จากลังเบียร์ที่พวกเขาลากมาวางไว้ ขวดเบียร์นับสิบพุ่งกระแทกหน้าของปีศาจจนร่างมันชุ่มไปด้วยน้ำ

 

 

 

มันร้องลั่นอย่างไม่พอใจแล้วจึงรับพุ่งเข้ามา!!!!

 

 

 

ขวดสุดท้ายเอาไปกิน! ” แอตลาสโยนขวดเบียร์กระแทกใส่หน้าอสูรกายอย่างจัง “ ไปๆๆ! ”

 

 

 

พวกเขากระโดดผ่านลังเบียร์ที่ตนยื่นอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว ปีศาจอมตะพุ่งตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มันเหยียบลังเบียร์จนเละไม่เป็นชิ้นดีด้วยอุ้งเท้าใหญ่ที่กระแทกพื้นดังลั่น!

 

 

 

ร่างเพลย์เยอร์วิ่งผ่านทางแยกไปโดยมีอสูรยักษ์ตามหลังมาติดๆ ด้านหน้าคือบันไดทางลงกลับไปที่ชั้นล่าง พวกเขารีบเร่งฝีเท้าก่อนจะกระโดดข้ามเชือกที่ตนเตรียมไว้! ปีศาจวิ่งใกล้เข้าจน....

 

 

 

เชือกเส้นหนารัดขาของอสูรกายเอาไว้ คราวและแอตลาสดึงปลายเชือกให้รัดมันแน่นขึ้น ชายหมุนพันเชือกรอบตัวมันจงปีศาจหยุดดิ้นไปซักพัก พวกเขาลากมันมาถึงมุมระเบียงพร้อมหันไปมองกีตาร์และไอริสที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่แล้วมันก็ฉีกกระชากเชือกออกเป็นชิ้นๆ!!! มันคำรามลั่นแล้วพุ่งกระโจนเข้าใส่ร่างทั้งสอง

 

 

 

มือของแอตลาสและคราวคว้าดาบที่เตรียมเอาพุ่งเข้าเสียบร่างของอสูรจนทะลุ!! มันเซถอยหลังพร้อมร้องอย่างเจ็บปวด ไม่ปล่อยให้เสียเปล่า! ดาบมากมายที่ไอริสเอามาถูกเสียบเข้าไปในร่างปีศาจทมิฬด้วยฝีมือด้วยแอตลาสและคราวจนมันได้แต่ดิ้นไปมา

 

 

 

มันพยายามจะดึงดาบออกเพื่อฟื้นบาดแผลที่ถูกดาบแทง แต่ไอริสก็รับวิ่งเข้ามาพร้อมไม้แท่งหนึ่งที่ชะโลมไปด้วยไฟร้อนระอุลุกไหม้อยู่ เด็กหนุ่มโยนเข้าไปใส่มันและด้วยเบียร์ที่แฉะชุ่มไปทั้งตัวอสูรร้ายทำให้มันเป็นเชื้อเพลิงดีๆ ร่างใหญ่ถูกเผาไหม้ เสียงคำรามร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นอีกครั้งพร้อมผิวหนังของมันที่ค่อยๆถูกเผาไหม้เป็นจุล!

แอตลาสและคราวพยักหน้าให้กันอย่างรู้งานแล้วพุ่งเข้าถีบร่างนั้นจนมันตกระเบียงลงไปสู่ชั้นล่าง!!!

 

 

 

โครม!!!!!!!!!!

 

 

 

ร่างปีศาจนอนนิ่งบนพื้นพร้อมด้วยไฟที่กำลังลุกโชนมากขึ้นเรื่อยๆ แอตลาสไม่เบาใจ เขารีบกวักมือเรียกทุกคนให้ดำเนินแผนการต่อ!!!

 

 

 

ไปหาที่ซ้อน!!! กว่ามันจะฟื้นก็คงอีกซักพัก ” พวกเขาทั้งสี่ออกวิ่งจนมาหยุดที่ห้องนอนห้องเดิมพร้อมนั่งลงบนพื้นด้วยความหมดแรง

 

 

 

เยส! เมื่อกี้มันส์สุดๆไปเลย ” กีตาร์กระโดดเล่นบนเตียงพร้อมหัวเราะไปมา สมาชิกคนอื่นเองก็ทำหน้าเจือนพร้อมหัวเราะใส่ร่างบาง ทุกคนมองหน้ากันแล้วฉีกยิ้มบางๆขึ้นมา

 

 

อ๊ะ! กำลังจะหมดเวลาพอดี! ” ไอริสก้มมองนาฬิกาของตนพร้อมพูดขึ้น “ แผนการของเราเป็นไปด้วยดีจริงๆด้วยนะ ”

 

 

 

อืม ” คราวหันมายิ้มให้ไอริสพร้อมเอ่ยขึ้นบ้าง “ ดีจังที่ด่านนี้ไม่ต้องมีใครตาย เราชนะไปด้วยกันจริงๆด้วย ”

 

 

 

นั้นสินะ ด่านสุดท้ายก็ชนะไปด้วยกัน! ”

 

 

 

อื้ม”

 

 

 

หิวอ่า คราว กลับไปกินอะไรดี ” เด็กน้อยผมบลอนด์หมดแรงกระโดดเล่นแล้วจึงนอนหงายพร้อมเอ่ยถาม

 

 

 

เหมือนคุณจะพึ่งกินไปนะ กีตาร์ = = ” ถึงจะเอือมแค่ไหนแต่เขาก็ต้องเป็นคนทำให้กินสินะ 5555

 

 

 

หิวอ่าๆ ”

 

 

 

ครับๆ กลับไปจะทำให้กิน ” คราวหัวเราะเบาๆ ไอริสเองก็นั่งกอดเข่าเล่นมองเตาผิง ไม่ต่างจากแอตลาสที่นอนเล่นบนพื้นอย่างหมดแรง

 

 

 

เย้ๆ อยากกินสปาเก็ตตี้อ่า~~ แล้วก็อยากกิน... ” เสียงของกีตาร์ถูกไอริสขัดขึ้นจนเด็กหนุ่มเงียบไป

 

 

 

เฮ้ มีอะไรแปลกๆรึป่าว? ”

 

 

 

อะไร ไอริส ขัดชั้นหราาา =[]= ”

 

 

 

เฮ้ กีตาร์ ชั้นจริงจัง ”สีหน้าของไอริสเปลี่ยนไปทันที “ เวลาหมดแล้วแต่ทำไมเราไม่ออกไปล่ะ!”

 

 

 

อะไรนะ!!!! ”

 

 

 

 

 

 

 

Seiya talk

 

ผมนั่งมองจอมอร์นิเตอร์ด้วยใจที่เหม่อลอยโดยที่ยังคิดถึงแต่เรื่องที่เพทพูดไม่หยุด ผมจ้องแก้วกาแฟตรงหน้าที่เย็นชืดจนไร้รสชาติไปนานแล้ว ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงรู้สึกกินอะไรไม่ลงเลย

 




 







 

 

เฮดิสที่นั่งข้างผมกีดยิ้มเจ้าเล่ห์แบบทุกทีซึ่งผมไม่ได้สนใจอะไร เกมดำเนินไปตามปกติ เพลย์เยอร์ทุกคนประสานงานกันดีจนน่าทึ่ง จะมีก็แต่ผมที่นั่งห่วยอยู่กับที่!!!!!!!!

 

 

 

 

ทำไมเพทถึงไม่เคยบอกอะไรผมเลยล่ะ? ทำไมกันนะ.....

 

 

 

 

เพทบอกผมเสมอว่านี่เป็นแค่เกม แต่ทุกสิ่งที่ผ่านมาผมกลับไม่รู้อะไรเลย ที่ผมทำไปทุกอย่างเพราะคำสัญญาของเรา แต่เพทกลับหลอกใช้ผมมาตลอด

 

 

 

 

เธอบอกให้ผมดูแลเพลย์เยอร์ทุกคน ทำให้ทุกคนเชื่อใจผม แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผมก็ยิ่งรักทุกคนจากใจ อยากดูแลทุกคน อยากให้ทุกคนรอด...... ผิดกับที่เพทตั้งไว้

 

 

 

เรื่องของไอริสก็เหมือนกัน เพทบอกผมว่าตอนที่ลูกน้องผมไปจับตัวไอริสมา ดันมีคนรู้เรื่องนี้เข้า!! อาจเพราะ

ไอริสมักมีบอดี้การ์ดนับสิบอยู่ข้างกายเสมอ คงจะมีใครซักคนเห็นเข้าแถมที่เขาหายไปตระกลูเฮลิลเยที่ถือเป็นมาเฟียที่ใหญ่อันดับ 1 ใน 3 ของรัสเซีย ต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ๆ! เพราะงั้นเพทถึงบอกว่าไอริสเป็นตัวอันตรายที่สุด แผนการนี้ถ้ามีใครรู้เข้าคงล่มแน่ๆ สายของวงการมาเฟียยิ่งไม่ใช่เล่นๆเลย

 

 

ต่อให้ที่นี่จะปิดตายจากด้านนอกแค่ไหน แต่ก็มีโอกาศจะถูกเจอเสมอ เพทเลยส่งผมเข้าไปประกบไอริสเสมอ เมื่อก่อนเขาพยายามหาทางติดต่อกับด้านนอก แต่พอผมเริ่มเข้าใกล้มาเท่าไหร ไอริสก็เริ่มเลิกสนใจเรื่องอื่น จนในใจเด็กคนนั้นมีแต่ผม......

 

 

 

แต่ผลร้ายของแผนการนั่นโต้กลับผมคืน!!!! ผมเองก็หลงรักไอริสหมดใจ..... รักจนเคยคิดจะทรยศเพท ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรที่สุด!!!!

 

 

 

ผมรักเขา ผมรักไอริสจนรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า!!!! เอาแต่คิดถึง เอาแต่โหยหา! ทั้งๆที่คนที่กอดผมอยู่คือเพท คนที่ผมควรรักคือเพท....

 

 

 

นัยต์ตาสีม่วงเข้มของผมมองจอร์มอนิเตอร์นิ่งๆ เสียงหัวเราะของเฮดิสเรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมัน แต่ผมก็นั่งเงียบต่อ ผมไม่รู้จะทำยังไงดี....

 

 

 

ผมไม่อยากทรยศเพท แต่ก็ไม่อยากให้พวกเขาตาย

 

 

 

' เวลาหมดแล้วแต่ทำไมเราไม่ออกไปล่ะ! '

 

 

' อะไรนะ!!!!! ' เสียงจากในเกมเรียกสติผมเอาไว้อีกครั้ง ผมรีบหันไปมองภาพตรงหน้าดวงแววตาตกใจ

 

 

 

อะไรนะ เวลามันหมดแล้วนี่น่า!! ผมรีบเลื่อนมือไปยังปุ่มหยุดเกมแต่มือของผมก็ถูกคนข้างกายปัด!!!

 

 

 

อะไรของแก เฮดิส!!! หมดเวลาแล้ว ” ผมมองหน้ามันดวงตารำคาญ แต่มันก็นั่งยิ้มแล้วหัวเราะลั่น มันเหม่อมองภาพผู้เล่นในเกมที่กำลังตกใจกันพร้อมถกเถียงกันลั่น นี่มันอะไรกัน!!

 

 

 

หมดเวลาสนุกแล้ว...สิ ” เฮดิสฉีกยิ้มกว้าง มันสะบัดผมสีขาวยาวของมันและสัมผัสปุ่มแผงควบคุมตรงหน้าแล้วพูดขึ้น “ เฮ้ๆ เหล่าเพลย์เยอร์ ”

 

 

 

เสียงของมันดังเข้าไปในเกม เรียกให้เพลย์เยอร์ทุกคนหันมามองเหนือหัวตนราวกับกำลังหาต้นเสียงอยู่

 

 


 

' เฮดิส!! ' กีตาร์เอ่ยชื่อเจ้าของเสียง ' ทำไมเราออกไปไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า???? '

 

 

 

อ่อ เกิด.... ” เฮดิสหัวเราะลั่นก่อนที่แววตาเจ้าเล่ห์นั้นจะพลันเปลี่ยนเป็นนัตย์ตาวาวจโรชน์!!

 

 

 

 

ก็ถึงเวลาที่พวกแกต้องตายไงล่ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

 

อะไรนะ!”

 

 

' อะไรนะ!!!!!!!! ' ผมและเหล่าเพลย์เยอร์ในเกมร้องขึ้นพร้อมกัน!! หมอนี่กำลังพูดบ้าอะไร

 

 

 

พวกนายไม่มีทางได้ออกมาหรอก พวกแกต้องตายในนั้นแหละ!!!! ” เฮดิสตะโกนขึ้นก่อนที่จะเลื่อนมือไปสัมผัสแผงควบคุมตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ผมยื่นมองค้างงงกับสิ่งที่มันทำ

 

 

 

' แกจะทำอะไรน่ะ เฮดิส!!! ' แอตลาสตะโกนอย่างหัวเสีย

 

 

 

' ปล่อยเราออกไปนะ!! ไม่จริงน่า เฮดิส นายทำแบบนี้ทำไม ' กีตาร์ขมวดคิ้วแน่น แต่ไม่ว่าเด็กน้อยจะพยายามตะโกนยังไงเฮดิสก็ไม่หยุด มันเลื่อนไปสัมผัสปุ่มสุดท้ายก่อนจะตะโกนลั่น

 

 

 

ได้เวลาที่ปีศาจจะคืนชีพจากนรกแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

เพียงไม่ถึงเสี้ยววินาที! เสียงหัวเราะของฮดิสก็โดนบางเสียงแทรกเข้ามา เสียงที่ทำให้ผมต้องช็อกค้าง!!

 

 

ตึงๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

ร่างบางอย่างกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงพื้นสนั่นจนโคมไฟระย้าบนเพดานถึงกับตกลงมากระแทะพื้นจนเกือบโดนคราว เหล่าเพลย์เยอร์จ้องมองไปที่ประตูก่อนที่มันจะถูกฟาดจนเละไม่เป็นชิ้น!!!!!

 

 

 

เศษประตูไม้กระจายเป็นผุยผงพร้อมร่างอสูรกายกระหายเลือดที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าของพวกเขา!!!!!

 

 

โฮก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

ร่างของปีศาจที่พุ่งเข้ามายิ่งทำให้พวกเขาตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อพบความเปลี่ยนแปลงของมัน ร่างกายของมันใหญ่ขึ้นเป็นหลายเท่า!!! ความแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและแรงมหาศาลที่เพิ่มเข้ามาจนไม่อาจวัดค่าได้!!!!! เพียงมันออกแรงนิดเดียวก็สามารถทำให้ร่างของพวกเขาแหลกเป็นชิ้นได้เลยทีเดียว ไม่เพียงร่างกายที่น่าเกรงขามมากขึ้น ความหิวกระหายและสัญชาตญาณของผู้ไล่ล่ายิ่งเพิ่มพูนมากว่าเดิม มันมองเหยื่อทั้งสี่ของตนด้วยแววตาไร้ความรู้สึก

 

 

 

 

แกทำอะไรกับมัน!! ” ผมเบิกตากว้างมองปีศาจร้ายที่กลายเป็นอสูรกลายพันธ์อย่างตกใจ แบบนี้ทุกคนได้ตายแน่ๆ

 

 

 

 

ก็แค่เพิ่มความสนุก ” มันหัวเราะก่อนที่จะพูดประโยคสุดท้ายเข้าไปในเกม “ ได้เวลาตายแล้วเหล่าเพลย์เยอร์”

 

 

 

 

แก!!!!!! ” ผมพลักร่างมันออกจากแผงควบคุมแล้วพยายามลบปีศาจนั้นออกจากเกม แต่เฮดิสลุกขึ้นมาต่อยผมเต็มแรงจนรู้สึกได้ถึงความชาบนหน้า ผมเซล้มลงไปกับพื้น แต่พอพยายามจะยันตัวขึ้นมาเฮดิสก็เหยียบร่างของผมเอาไว้แล้วออกแรงเตะเข้าท้องน้อยของผมจนตัวผมชาไปหมด

 

 

 

 

แกทำได้ก็แค่ทำให้ปีศาจของชั้นมองไม่เห็นงั้นเหรอ หืม เซย์ยะ! ปีศาจของชั้นน่ะ ต่อให้ไม่มีตามันก็ยังล่าได้!!!” หมอนั่นหัวเราะลั่นก่อนที่จะเดินไปที่ตู้ดับเพลิงที่อยู่ไม่ไกลนัก มันคว้าขวานที่เสียบอยู่กับตู้ออกมาแล้วจามใส่แผงควบคุมจนเกิดประกายไฟฟ้า!!! หน้าจอพลันดับวูบไปหลายจอ เหลือแต่จอตัวบนสุดที่ฉายมุมสูงตัวสุดท้าย

 

 

 

 

เฮดิส แก!!!! ” ผมพุ่งเข้าซัดเฮดิสเต็มแรงจนร่างมันล้มไป แต่ไม่ว่าผมจะพยายามดึงขวานออกยังมันก็ไม่ขยับ!! ตัวขวานเสียบค้างใส่แผงควบคุมจนเกิดเสียงระเบิดขึ้นดังลั่น!!

 

 

ผมถอยห่างออกมา ก่อนที่จะยกมือขึ้นปักควันที่ลอยฟุ่งเต็มห้องแคบ โชคดีที่ไมค์ยังใช้ได้!! ผมรีบกดเปิดเสียงแล้วตะโกนเข้าไปเพื่อเตือนเหล่าเพลย์เยอร์

 

 

 

 

พวกนาย รีบหนีไปเร็ว!!! ” เมื่อเหล่าเพลย์เยอร์ได้ยินเสียงผม ทุกคนก็รีบต่างทำสีหน้าตกใจ พวกเขากำลังหวาดกลัวและสิ้นหวังกับปีศาจอมตะนั้น! ให้ตายสิมันต้องมีวิธี!!

 

 

 

 

' Alaxia ทำยังไงดีๆ ' เป็นครั้งแรกที่ผมเห้นแอตลาสทำหน้าสิ้นหวังแบบนั้น หมอนั้นพยายามเดินออกมาตรงหน้าเพื่อกันทุกคนที่อยู่ด้านหลัง ทั้งๆที่ตัวเองกลัวจนแทบบ้า!

 

 

 

 

สีหน้ากีตาร์ซีดราวกับจะสลบได้ทุกคนเวลา ทั้งคราวและไอริสที่ไม่พูดอะไรเหมือนกำลังเหม่อลอย

 

 

 

 

ใจเย็นๆ แอตลาส นายลองหาอะไรถ่วงเวลาไป... ” ผมค้างสนิทไปทันที.... เมื่อผมไม่ทันพูดจบแต่ร่างของ

แอตลาสกลับถูกไอ้ปีศาจนั้นตบจนร่างของเขากระเด็นเข้าใส่กำแพงอย่างจัง!!!

 

 

 

 

' แอตลาส ไม่!!!!!! ' กีตาร์พยายามจะวิ่งเข้าไปหาแอตลาสแต่ไอ้อสูรกายร่างยักษ์ก็พยายามตวัดมือไปรอบกายตน แม้ผมจะทำให้มันมองไม่เห็นแล้ว แต่สัญชาติญาณของมันยังแจ่มชัดจนน่ากลัว!!!!

 

 

 

 

กีตาร์ คราว ไอริส รีบถอยไป เดี๋ยวชั้นจะหาวิธี.... ” ร่างของผมล้มฮวบลง ของเหลวสีชาติไหวอาบลงมาจากหัว ผมพยายามเลื่อนมือไปสัมผัสแผลตนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไอ้ที่มันฟาดผม

 

 

 

 

เฮดิสยืนยิ้มพร้อมทิ้งถังดับเพลิงในมือลงกับพื้น มันหัวเราะลั่นแล้วตะโกนใส่ไมค์ด้วยเสียงเย็นชา

 

 

 

 

พวกแกรอความตายอยู่ในนั้นแหละ!!! อย่ามาทำเป็นอวดดี ทั้งๆที่พวกแกก็แค่หนูทดลองที่รอวันตายไปวันๆตั้งแต่แรกแล้ว!! ” พูดอะไรของมัน.... ภาพตรงหน้าผมเริ่มพล่ามัวไปเรื่อยๆ

 

 

 

 

แกยังจะไว้ใจใครได้อีก หืม? ชั้นจะนั่งดูพวกแกตาย อ่อ!! แล้วต่อจากนั้นก็ไปฆ่าไอ้ผู้สร้างเกมดีกว่า หึๆๆ ” เพท....ไม่นะ ต่อให้พยายามแค่ไหน ร่างกายของผมมันก็ไม่ขยับ

 

 

 

 

' แกจะทำอะไร Alaxia น่ะ!! ' เสียงนั้นมันไอริสนี่น่า

 

 

 

'ปล่อยพวกเราออกไปนะ!!! ' กีตาร์ยังขี้โวยวายเหมือนเดิม อ่า.....เริ่มมองไม่เห็นอะไรแล้วสิ เลือดสีไหลลงมามันเข้าตาผมซะแล้ว แรงเริ่มหมดไปเรื่อยๆ

 

 

.

หืม เป็นห่วงกันดีจัง หัดรู้ซะบ้างว่าไอ้คนที่พวกแกรักหนักหนานั้นแหละที่หลอกใช้พวกแก!!! ”

นั้นสินะ...ขอโทษนะ ทุกคน

 

 

 

' ไม่จริง.... '

 

 

 

ก็ไอ้ Alaxia นี่ไงล่ะที่มันหลอกพวกแก ถ้าพูดชื่อนี้คงรู้จักสินะ 'เซย์ยะ สเตลสัน' ไงล่ะ คุ้นหูบ้างมั้ย!!! ”

 

 

 

' นั้นมัน......... '

 

 

 

ไอ้เนี่ยมันหลอกพวกแก! หึๆ ช็อกล่ะสิ ต่อจากนี้แกจะไว้ใจใครได้ หา!! ” ไม่จริงนะ...ชั้นไม่ได้อยากหลอกใคร “พวกแกรอความตายในนั้นเถอะ!!!!! ”

 

 

 

 

ไม่นะ.... ขยับสิ!! ไอ้ร่างกายบ้านี่ ขยับสิ!!!

 

 

 

 

หืม เซย์ยะ ได้เวลาที่แกจะได้เห็นคนที่แกรักตายแล้ว ดูสิ ไอ้เพลย์เยอร์พวกนี้กำลังจะโดนเขมือบ หึๆ ”

 

 

 

ขยับสิ!!! ได้โปรด!!! ลุกขึ้นไปซัดมัน ฆ่ามัน!!! ทุกคนกำลังจะตายนะ เซย์ยะ แกต้องช่วยพวกเขาสิ!!!

 

 

 

ฆ่าพวกมันเลย 'The Beast' ”

 

 

 

กรรซ์!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

อสูรกายร่างยักษ์ฟาดทุกสรรพสิ่งตรงหน้าจนแหลกเละ มันยกโต๊ะเก็บของที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นก่อนที่จะโยนมันเข้าใส่กีตาร์และไอริสจนทั้งสองล้มไป!!!

 

 

 

'อั่ก!!!!!!!!!!!!!!! '

 

 

' กีตาร์ ไอริส!! ' คราวร้องลั่น เขาพยายามมองไปรอบตัวเพื่อหาทางรอด ปีศาจร่างยักษ์ยังคงซัดเตียงจนหักไม่เป็นชิ้นดี มันมองไม่เห็นอะไรทำให้ทำลายข้าวของไปเรื่อย กำแพงข้างห้องถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว คราวรีบวิ่งหนีไปพร้อมหันไปมองซากกำแพงที่ถล่มลงมา

 

 

 

 

เมื่อเห็นกำแพงที่เชื่อมอีกห้องเอาไว้ คราวจึงรีบวิ่งเข้าไปแบกร่างแอตลาสที่นอนนิ่งอยู่ ต่อด้วยร่างไอริสและกีตาร์ที่อยู่ไม่ไกล เขาค่อยๆส่งร่างเพื่อนลอดผ่านซอกกำแพงที่ถล่มลงมาไปยังอีกห้องหนึ่ง ขณะที่ปีศาจร้ายไร้ลูกตายังไล่ทำลายทุกสิ่ในห้อง

 

 

 

คราวลอดผ่านกำแพงออกมาเป็นคนสุดท้าย เพื่อนของเขาเริ่มได้สติแต่ก็แทบขยับกันไม่ไหว มีเพียงเขาคนเดียวที่ยังสู้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะปกป้องทุกคน!!!

 

 

 

 

ผมได้แต่ภาวนาให้มันหาพวกเขาไม่เจอ คราวดูแลเพื่อนนายด้วยนะ ตอนนี้ ชั้น....ไม่ไหวแล้วล่ะ

 

 

 

ภาพตรงหน้าพลันดับวูบหายไป ทุกอย่างรอบกายตรงอยู่ในความมืด ร่างของผมนั่งกอดเข่าเงียบๆอยู่คนเดียวภายใต้ที่มืดสนิทที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไร้ผู้คน ไร้ทางออก ไร้แสงใดๆ

 

 

 

ผมตายแล้วสินะ?

 

 

 

ร่างของผมยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน รู้แต่พียงน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตน

 

 

ขอโทษนะคราว กีตาร์ ไอริส แอตลาส ชั้นช่วยพวกนายไม่ได้

 

 

ขอโทษนะ เพท เดี๋ยวเฮดิสมันอาจจะ....

 

 

 

ขอโทษๆ ได้แต่พูดคำเดียว ผมนี่มันงี่เง่าจริงๆ! ไร้ประโยชน์ชะมัด ทั้งๆที่อยากจะช่วยทุกคนแท้ๆ....

 

 

 

' ไม่ได้นะ!!!!! '

 

 

 

หา? ผมเงยหน้าขึ้นมาในความมืด อะไรน่ะ??? เสียงอะไร? นี่ผมหลอนไปแล้วเหรอ?

 

 

 

' ไม่ได้นะ นายห้ามท้อแท้สิ! '

 

 

ใครน่ะ!! เสียงใคร ออกมานะ!

 

 

' ชั้นอยู่นี่! ' ผมหันไปมองยังต้นเสียง แต่ก็ไม่พบใคร จะมีก็แต่แสงไฟสว่างลูกเล็กที่ลอยไปมา มันพุ่งเข้ามาตรงหน้าผมแล้วส่งเสียงต่อ ' นายจะมามัวสิ้นหวังไม่ได้นะ!'

 

 

เป็นไปไม่ได้.... ผมนึกออกแล้วล่ะ เสียงนั้นมัน

 

 

' ตื่นขึ้นมาสิ Alaxia!! '

 

 

เรเวน!!!! ผมลุกพรวกขึ้นมายืนก่อนจะยืนมือไปด้านหน้าให้แสงนั้นลอยลงมาในมือ

 

 

เรเวน! นั้นนายเหรอ?

 

 

' ใช่แล้ว ผมเอง '

 

 

นาย? แต่นายตายแล้ว อ่อ นั้นสินะ ที่นี่คือนรกน่ะสิ? ชั้นเองก็ตายแล้วสินะ?

 

 

' คุณยังไม่ตาย!! แต่ถ้าไม่ยอมตื่นคุณอาจได้อยู่ที่นี่ไปตลอดแน่ๆ! '

 

 

แล้วจะให้ชั้นทำยังไงล่ะ????? จะว่าไปชั้นก็มีส่วนทำให้นายตายนี่นะ ขอโทษนะ....

 

 

' มันไม่ใช่เวลามาโทษตัวเองซะหน่อย! '

 

 

แต่...

 

 

' ทุกคนกำลังรอคุณอยู่ ' อีกเสียงที่ดังขึ้นทำให้ผมรับหันไปมองเหนือหัวตน

 

 

อาคาซึกิ!!!! แสงนั้นลอยมาบนมือผมอีกอัน

 

 

' คุณไม่ควรจะมาท้อแท้นะ ไหนว่าเราจะชนะไปด้วยกันไง! '

 

 

แต่.... ชั้นจะช่วยอะไรได้

 

 

' ห้ามคิดแบบนั้นสิ '

 

 

' โถ่ คนแก่ขี้สิ้นหวังชะมัด'

 

 

โฮโนกะ!!!! คามาระ!!!!!

 

 

' อย่าให้การตายของพวกเราเสียเปล่าสิ '

 

 

' สิ่งที่คุณพยายามมามันคืออะไร? '

 

 

ชั้น....อยากให้ทุกคนชนะเกม แต่ก็ไม่อยากทรยศเพท

 

 

แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังจะตายเพราะแผนการของเฮดิส!!

 

 

' เพราะงั้นคุณถึงต้องรีบกลับไปไงล่ะ!! '

 

 

' รีบกลับไปช่วยพวกเขาเร็วเข้า!! '

 

 

สิ่งที่ชั้นต้องทำคืออะไรล่ะ? ชั้นจะล้างบาปที่ทำไปยังไง?

 

 

' บาปอะไรนั้นน่ะ พวกเราไม่สนใจหรอก! '

 

 

' ถ้าคิดว่ามันคือความผิดลล่ะก็ พวกเราก็ขอแค่อย่างเดียว... '

 

 

อะไรงั้นเหรอ??

 

 

' ช่วยทุกคนที!!!! เพียงเท่านั้นก็พอ พวกเราคือครอบครัวไงล่ะ! '

 

 

 

' ขอเพียงทุกคนที่เหลือรอด!!!'

 

 

 

นั้นสินะ... ทำไมชั้นเอาแต่งี่เง่าอยู่ได้ ขอบคุณพวกนายนะ ขอบคุณมากจริงๆ

 

 

 

' Alaxia เราจะอยู่พวกนาย อยู่ด้วยกันตลอดไป.... '

 

 

 

เฮ้! เดี๋ยวพวกนายจะไปไหนน่ะ เฮ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

เสียงตรงหน้าหายไป!!! พลันความมืดมิดรอบกายค่อยถูกดูดราวกับมีพายุซัดกระหน่ำเข้ามา ผมยกมือขึ้นปิดตาเมื่อทุกอย่างรอบกายสว่างจ้าไปหมด จนในที่สุดแสงทุกอย่างก็หายไป..

 

 

 

อ้าว ตายแล้วเหรอ? ไม่ทันได้ดูเพื่อนตัวเองตายเลย เอาเหอะ เดี๋ยวพวกนั้นก็จะตามแกไปเอง ”ผมรู้สึกตัวเองอีกก็กลับมาที่เดิมแล้ว ร่างผมยังนอนนิ่งอยู่แต่เสียงไอ้เฮดิสก็ดังขึ้น มันยังคงนั่งดูจอมอร์นิเตอร์อย่างสบายอารมณ์

 

 

 

ผมลองขยับมือช้า ร่างกายผมได้เรี้ยวแรงกลับมาอีกครั้ง ถึงจะเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ทำไมไม่รู้เหมือนว่ามันแทบไม่รู้สึกอะไรเลย??? เมื่อมันเบาใจคิดว่าผมตายแบบนั้นมันจึงนั่งมองจออย่างมีความสุขต่อ

 

 

ผมค่อยๆลุกขึ้นมาช้าๆแล้วกระโจนเข้ารัดคอจนเฮดิสล่วงตกเก้าอี้มา ผมโยนร่างมันเข้าใส่พื้นอย่างแรงแล้วออกแรงกระทืบมันจนเฮดิสสำลัก จากนั้นผมจึงกระชากคอเสื้อมันขึ้นมาแล้วรัวหมัดเข้าใส่มันจนเลือดสีแดงไหลละเลงเต็มหน้ามัน

 

 

ผมพยายามจะต่อยมันอีกหมัดแต่มันก็ยกเท้าขึ้นเตะผมแล้วดันตัวเองออกห่าง เฮดิสหยิบเอามีดของเรเวนที่ยึดมาจากกีตาร์มาถือไว้ มันกดร่างผมไว้พร้อมเสียบมีดลงมา!!

 

 

ผมโยกหัวลบทันพร้อมพร้อมรั้งมือที่ถือมีดเอาไว้ แรงมันเยอะซะจนน่ากลัว

 

 

แกน่ะตายๆไปได้แล้ว ” มันพูดขณะที่ยังแทงมีดลงมาไม่หยุด

 

 

ไม่มีทาง ” พลักร่างมันแล้วยกขาขึ้นยันตัวมันไว้ มันแทงมีดเข้าใส่ผมที่หลบแทบไม่ทัน เลยโดนปาดผ่านตรงคอจนเห็นเลือดซึมออกมา

 

 

 

มันพุ่งเข้ามาฟาดฟันมีดใส่ผมอย่างรวดเร็ว ผมเบี่ยงตัวหลบแล้วกระชากมือที่มันที่มีดไว้พร้อมตั้งเข่าใส่ท้องน้อยมัน เมื่อเห็นร่างมันอ่อนแรง ผมรีบซัดหน้ามันจนเฮดิสเซไป มือที่รู้งานของผมกระชากหัวมันไว้แล้วจับหัวมันทุ่มใส่ตัวขวานที่เสียบแผงคบคุมอยู่ ร่างของมันกระแทกขวานเข้าอย่างจัง ผมออกแรงทุ่มมันอยู่หลายรอบก่อนจะโยนร่างมันใส่แผงคบคุมครั้งสุดท้ายจนร่างมันนอนนิ่ง

 

 

 

แผนควบคุมที่ขัดข้องเพราะเฮดิสจามขวานใส่เกิดประกายไฟฟ้าไม่หยุด ร่างของมันที่นอนทับแผงควบคุมอยู่ถูกไฟฟ้าที่เล็ดรอดออกมาช็อตจนร่างกระตุก ร่างเละถูกไฟฟ้าช็อตจนไหม้เกรียม ได้แต่นอนนิ่งด้วยไร้ชีวิตไม่ต่างจากหมาน่าสมเพช...

 

 

 

ผมละสายตาจากร่างนั้นแล้วหันกลับไปมองที่จอ เหล่าเพลย์เยอร์ทุกคนได้แต่ซ่อนอยู่กันคนละมุมในห้องมือ ขณะที่ปีศาจร้ายรู้แล้วว่าพวกเขาซ้อนตัวอยู่อีกห้อง!!

 

 

 

ผมเปิดแผงควบคุมสำรองที่ถูกติดตั้งของเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น พร้อมสัมผัสมันเบาๆก่อนจะกรอกเสียงลงไป

 

 

พวกนายได้ยินชั้นมั้ย???”

 

 

' Alaxia!! '

 

 

'Alaxia ช่วยเราด้วย!'

 

 

พวกนายตั้งสติให้ดีๆนะ เดี๋ยวชั้นจะหาทางดึงนายออกมาจากเกมเอง”

 

 

' เฮดิสล่ะ ' แอตลาสที่นั่งกุมท้องอยู่มุมห้องพยายามเปล่งเสียงขึ้นถาม

 

 

ชั้นฆ่ามันไปแล้ว ”

 

 

' …... '

 

' เฮ้!!!! ปีศาจนั้นกำลังเข้ามา!!! ' ไม่ทันสิ้นเสียงคราว กำแพงใหญ่ก็ถูกถล่มไม่เป็นท่า มันพุ่งเข้ามาแล้วพยายามคว้าหาตัวเพลย์เยอร์ทุกคน

 

 

' Alaxia ช่วยด้วย!!! '

 

 

รอแปปนึงนะ โถ่เว้ย!! ทำงานสิ!!!” เพราะแผงควบคุมเครื่องหลักถูกเฮดิสทำลายไป ผมจึงไม่สามารถดึงระบบเกมใหม่ได้ การจะจบเกมต้องใช้แผงควบคุมหลักเป็ส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้มันกลับพังหมดแล้ว!

 

 

ผมพยายามป้อนรหัสหยุดเกมเข้าไปแต่เครื่องมันก็ไม่ทำงานซักนิดเดียว ท่ามกลางความสิ้นหวังและไร้หนทาง ผมเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ซ้อนอยู่

 

 

ข้อความลับที่ปรากฎบนหน้าจอ

 

 

 

' Curse of rose '

 

 

 

อะไรน่ะ???? ผมรีบจิ่มไปที่ไอคอนรูปกุหลาบก่อนที่มันจะหายวูบไป ไม่นานนักตัวหนังสือมากมายก็โผล่ขึ้นเต็มหน้าจอ เพียงเสี้ยววินาที ภายในห้องมืดที่อสูรกำลังทำลายล้าง ดอกกุหลาบสีแดงสดดอกหนึ่งก็พลันปรากฎขึ้น!!!

 

 

 

นี่มัน!!!! ” ผมตะโกนลั่นเมื่ออ่านข้อมูลของมันเสร็จ “ ทุกคนฟังชั้นให้ดีนะ นั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเอาพวกนายออกมาจากเกมได้!!!”

 

 

 

' ว่าไงนะ!!! '

 

 

 

' ปีศาจนั้นเข้ามาใกล้แล้ว!!! '

 

 

 

ฟังให้ดีนะ ” ผมรีบกรอกเสียงผ่านแผงควบคุมโดยไม่ลืมมองไปที่จอภาพ “ กุหลาบนี่คือไอเท็มของด่าน พวกนายต้องดึงกลีบของมันให้หมด ”

 

 

 

' แค่ดึงงั้นเหรอ?? ง่ายน่ะสิ '

 

 

 

มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ กีตาร์ ” ผมตอบเสียงสลด

 

 

 

' ทำไมล่ะ เอล็กซี่ '

 

 

 

กุหลาบนั้นน่ะ คือกุหลาบต้องคำสาปของเจ้าชายอสูร กลีบของมันเต็มไปด้วยคำสาป ทุกครั้งที่พวกนายดึงมันพลังชีวิตของพวกนายจะถูกแย่งชิงไปเรื่อยๆ!!! ”

 

 

 

' มะ ไม่จริงน่า..... '

 

 

 

' …........ '

 

 

 

แต่นี่เป็นหนทางเดียวที่พวกนายจะรอด ข้อมูลระบุไว้ว่ามี 12 กลีบ ช่วยกันดึงให้หมด” ผมเงียบไปซักพักก่อนจะพูดต่อ “ อย่างที่รู้ๆดี ห้ามดึงเยอะเกินไปจนพลังชีวิตหมด เพราะว่ามีเพียงคนที่รอดเท่านั้นที่กลับออกมาได้ ถ้าพวกนายตาย....ร่างของพวกนายก็ต้องอยู่ในนั้นตลอดกาล ”

 

 

 

' …... '

 

 

 

พร้อมมั้ย ที่จะเสี่ยง??? ”

 

 

 

' แน่นอนสิ '

 

 

 

' ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่นะ '

 

 

 

อืม ขอให้โชคดี พวกนายต้องได้กลับมา!!! ” ผมได้แต่ภาวนารอลุ้นจนแทบนั่งไม่ติด ได้โปรดเถอะ พระเจ้า! โปรดให้พวกเขาได้กลับมาด้วยเถอะ

 

 

End ( Seiya talk )

 

 

 

 

งั้นชั้นจะเริ่มดึงเลยนะ ” แอตลาสหันไปมองทุกคนก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปที่กลีบด้วย

 

 

 

12 กลีบ ก็คนละ 3 กลีบสินะ ” กีตาร์พยักหน้ากับตัวเองเบาๆ “ แบบนั้นก็ไม่เยอะเท่าไหรมั้ง?”

 

 

 

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ เฮ้ย!!! ไอ้ปีศาจบ้านั้นมันพังตู้ที่ขว้างอยู่ไปแล้ว ” แอตลาสรีบกลับมาสนใจที่กลีบดอกเขาลองกระชากกลีบดอกกุหลาบสีแดงบางนุ่มออกมาหนึ่งกลีบ แต่ผลของมันไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดแม้แต่น้อย!

 

 

 

ทั้งร่างราวกับถูกหยุดการเคลื่อนไหว หลบหายใจที่ดับวูบไปหลายวินาที ความรู้สึกเจ็บแปลบลั่นไปทั่วร่างกาย ราวกับกำลังถูกบดขยี้เป็นชิ้นๆ!!!

 

 

 

อั่ก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” แอตลาสพยายามยันตัวขึ้นมานั่งแต่มันก็ไร้เรี้ยวแรงราวกับถูกดูวิญญาณไป...

 

 

 

มะ ไม่จริงน่า แค่กลีบเดียวยังขนาดนั้น.... เหลืออีกตั้ง 11 กลีบ ” กีตาร์มองกุหลาบตรงหน้าด้วยสายตาสั่นเทา

แอตลาสนอนทรมานแทบตายอยู่ข้างๆเขา มันยิ่งทำให้เขากลัวเข้าไปใหญ่.....

 

 

 

ยังไงก็รีบเข้าเถอะ มันจะมาแล้ว!! คนต่อไปใคร? ”

 

 

 

ชั้นเอง” ไอริสมองอาการของแอตลาสแล้วได้แต่ถอนหายใจ เพื่อนเขากำลังทรมานเขาเองก็ต้อง... “ อ่ะ... อั๊ก!!!!! ”

 

 

 

ไม่ปล่อยให้รอช้า คราวอดมองเพื่อนชั้นสองทรมานให้อาการเดียวกันไม่ได้ เขากระชากอีกกลีบมาและต้องรับรู้สึกถึงความอาการปวดร้าวที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขา มันมากกว่าที่เขาคิดไว่มากจนน่าสิ้นหวัง

 

 

 

เพียงกลีบเดียวก็แทบคร่าชีวิตของมนุษย์อย่างพวกเขาด้ในพริบตา

 

 

 

ฮะ ฮือ.... ” กีตาร์ปราดน้ำตาด้วยความหวาดกลัว แต่ตนเองก็อย่างจะมีประโยชน์ต่อคนอื่นบ้าง ถึงจะต้องทรมานแต่เพื่อเพื่อนล่ะก็.... เด็กน้อยรีบกระชากกลีบดอกนั้นออกมา “ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ”

 

 

 

กะ กีตาร์ ” ไอริสพยายามยันตัวลุกขึ้นมาดูร่างบางที่ล้มฟุบไป เขาขยับไปใกล้ๆตัวเด็กน้อยและพยายามเขย่า “ เฮ้ กีตาร์นายเป็นอะไรมั้ย...กี...”

 

 

 

กีตาร์.... ” แอตลาสค่อยๆคลายเข้ามาใกล้ไอริส ทั้งสองมือยันร่างตัวเองขึ้นนั่งพร้อมรั้งร่างกีตาร์เอาไว้

 

 

 

ไม่จริงน่า กีตาร์.... ”

 

 

 

เฮ้! ฟื้นสิ ไอ้เด็กบ้า ไหนบอกจะกลับไปกินข้าวไง ฮึ้ย!!! ” แอตลาสออกแรงเขย่าร่างนั้นแต่ก็ไร้เสียงตอบรับใดๆ “แกก็น่าจะรู้ดีว่าร่างกายตัวเองมันอ่อนแอขนาดไหน ถ้าไม่ไหวก็ห้ามไปดึงสิว้อย! ”

 

 

แอตลาส พอเถอะ ” ไอริสพยายามเรียกชายหนุ่มผมดำไว้ แต่เขาก็ยังไม่พูดอะไรและพยายามเขย่าร่างกีตาร์ต่อ

 

 

 

แกตายไปแบบนี้คิดว่าไอ้เรเวนมันจะดีใจรึไง ฟื้นขึ้นมา!!!! ”

 

 

 

เหลืออีก 8 กลีบ เราคงต้องพลัดกันดึงทีล่ะ 2 กลีบ ” คราวมองแอตลาสด้วยแววตาสลด แต่ยังไงตอนนี้พวกเขาก็ต้องรีบทำสิ่งตรงหน้าให้สำเร็จ!!!!

 

 

แต่กีตาร์..... ”

 

 

 

หมอนั้นแค่สลบ ดูสิชีพจรยังเต้นอยู่! ” คราวดึงมือแอตลาสไปสัมผัสเหนืออกซ้ายของร่างที่นอนนิ่ง ร่างกายที่ขยับอย่างเป็นจังหวะทำให้รู้ได้ถึงวิญญาณที่ยังอยู่ด้านใน “ เพราะความกดดันทำให้เราเริ่มเสียสติ”

 

 

 

ตอนนี้เราต้องรีบดึงกลีบต่อแล้ว!! ”

 

 

 

โอเค งั้นชั้นเริ่มก่อน ” ไอริสค่อยยื่นมือเข้าไปที่กุหลาบ เขากระชาดมันออกมา 2 กลีบอย่างรวดเร็ว! เพียงเสี้ยววิที่ดึงมันออกมา ความเจ็บปวดก็แล้นไปทั่วร่าง อาการทรมานไร้อากาศหายใจ ร่างกายราวกับกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆยิ่งทวีคูณความเจ็บเป็น 2 เท่า!!!!!!!

 

 

 

อั่ก!!!! อ๊ากกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!! ”

 

 

 

ไอริส ไหวมั้ย?? ฮึ้ย!!! บ้าชิบ! ” แอตลาสวางร่างกีตาร์ลงช้าๆแล้วรีบกระชากกลีบดอกตามไอริส และร่างของเขาก็ต้องล้มลงไปนอนดิ้นกับพื้น

 

 

 

ต่อไปของผมอีก2..... ” ไม่ทันที่มือคราวจะได้เอื้อมไปดึงกลีบดอก กำแพงหน้าทึบถูกทำลายจนกระจัดกระจายไปคนละทาง!!!! ร่างของปีศาจดุร้ายตัวใหญ่ยักษ์พุ่งเข้ามาที่พวกเขา มันดึงร่างของกีตาร์ที่นอนนิ่งอยู่ขึ้นไป!!!

 

 

 

กีตาร์......” แอตลาสมองไปยังปีศาจร้าย แต่ร่างกายเขาไม่สามารถขยับได้อีกต่อไปแล้ว....

 

 

 

ไม่นะ แบบนั้นกีตาร์คง... ” เด็กหนุ่มขาวเองก็พยายามจะลุกขึ้นมาแต่แค่มองไปรอบๆตัวยังยากเหลือเกิน...

 

 

 

ผมจะกระชากมันให้หมด!!! ” เสียงร้องลั่นของคราวทำให้ทุกร่างหันไปมอง

 

 

 

อะไรน่ะ! คราว ไม่ๆๆ ”

 

 

 

ค่อยๆช่วยกันดึงก็ได้นายไม่ต้อง.... ”

 

 

 

ผมไม่สามารถทนดูเพื่อนทรมานไปมากกว่านี้อีกแล้ว ขอโทษนะครับ” เมื่อสิ้นเสียงลง คราวฉีกกระชากกลลีบดอกทั้งหมดออก!!!!!!!!

 

 

 

ทั้งไอริสและแอตลาสเบิกตากว้างมองการกระทำนั้น

 

 

คราว ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ”

 

 

 

ขอโทษนะครับ ถ้าผมจะตาย ขอผมตายเพื่อช่วยครอบครัวด้วยเถอะครับ ” ใช่แล้วเขาตัดสินใจไว้แล้ว

 

 

 

ผมขอตายแบบอาคาซึกิด้วยเถอะครับ”

 

 

 

ตายอย่างเสียสละ

 

 

 

เพื่อช่วยครอบครัวของเขา.......

 

 

 

ไม่นะ คราว!!!! ไม่ นายห้ามตายนะ ”

 

 

 

คราว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ยิ่งพยายามเอื้อมมือไปหาคราวแค่ไหนมันก็ยิ่งไกลไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มผมเงินเพียงฉีกยิ้มสุภาพเช่นทุกที เขากุมมือเพื่อนทั้งสองเอาไว้ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไป

 

 

 

ขอโทษนะครับ ”

 

 

 

พลันภาพตรงหน้าที่หายไป!!!!!!!!! ร่างนั้นไร้เสียงใดมีเพียงความว่างเปล่า ภาพตรงหน้าสว่างวาบไปทั่ว!!! ไอริสและแอตลาสได้แต่เพียงปิดเปลือกตาแน่น มือทั้งสองพยายามคว้าร่างคราวเอาไว้ แต่ทุกอย่าง...

 

 

 

 

ก็มีเพียงความว่างเปล่า...

 

 

 

นัตย์ตาสีโกเมนปราดมองแสงสว่างด้วยสายตาราบเรียบ ร่างกายจะถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆก็ไม่เป็นไร....

จะทรมานแค่ไหนก็ไม่เป็นไร..... ขอแค่ทุกคนรอดล่ะก็......

 

 

 

 

ต่อให้เขาต้องติดอยู่ในนรกนี่ไปตลอดกาลก็ไม่เป็นไร.....

 

 

 

 

ร่างนั้นไร้ความรู้สึกแต่อย่างใด สุดท้ายแล้วสุดอย่างก็เหลือแต่เพียงความว่างเปล่า....

 

 

 

 

ขอโทษนะครับ ทุกคน.....

 

 

 

ขอโทษนะครับ คุณหนู ผมคงไปดื่มชาในสวนดอกไม้กับท่านไม่ได้อีกแล้ว.................

 

 

 

 

สุดท้ายก็เป็นเพียงดอกกุหลาบต้องสาปที่ร้วงโรยจนไม่เหลือสิ่งใด









 

.........................................................................................................................



หนูคราวไปแล้ว โฮกกกกกกกกกกกกกกกก ( ; w ; )

พ่อบ้านสุดหล่อของเราไปแล้ว

ยังไงก็ตามตอนต่อไป ก้าวเข้าสู่บทสรุปที่ใกล้เข้ามาทุกที!!!!

จะเป็นยังไงต่อ!!? ทุกคนจะรอดมั้ย? ทุกอย่างจะจบยังไง?

อย่าลืมเม้น และติดตามต่อไปด้วยนะ ><

TBC.

R.I.P Crown  Feristear

 

41 ความคิดเห็น

  1. #26 Woofpy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 20:17
    คราวววววว ;; อาคาซึกี้~~~~ ฉานรักพวกนายยยยยย #เศร้า

    เอออ กีตาร์ หมาพับฟี่ คืออะไรค่ะ ?? 55+05
    #26
    0
  2. #24 Lotty (@mamochan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 23:41
    จู่ๆก็อยากแอบเชียร์ให้กีตาร์ตาย.....
    #24
    0
  3. #23 _FaY_ (@noael) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 16:18
    ....อ่า หนูคราวไปซะแล้ว ได้ข่าวว่ายังไร้คู่ หนูคราวผู้โดดเดี่ยว;w; ถถถ R.I.P แด่หนูคราว
    #23
    0