Caucus Race

ตอนที่ 23 : Chapter 14 ' Seiya Stealson '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ธ.ค. 56

ท่ามกลางความเงียบสงัดในยามที่นาฬิกาบ่งบอกถึงเวลาเที่ยงคืน ฝีเท้าของชายหนุ่มก้าวผ่านขั้นบันไดอย่างรวดเร็ว นัตย์ตาสีม่วงเข้มเป็นเอกลักษณ์ตวัดไปมองแสงพระจันทร์สีนวลที่สาดส่องเข้ามา แสงสว่างที่ส่องลอดปุยเมฆจางๆทำให้เขาสามารถมองเห็นพื้นตรงหน้าได้

 

 

 

มือเรียวยาวเอื้อมขึ้นกระชับสเวตเตอร์สีเทาที่ตนสวมให้แน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงลมเย็นๆที่พัดผ่านกระจกเข้ามา ร่างสูงรีบเร่งฝีเท้าอีกครั้ง

 

 

 

 

มุ่งผ่านมุมคฤหาสน์ไป โดยที่ในใจยังคงครุ่นคิดถึงชื่อผู้ที่เรียกเขาออกมา

 

 

 

 

เมื่อร่างนั้นก้าวมาหยุดที่กลางห้องกว้าง เขารีบเดินไปที่ชั้นหนังสือไม้สลักที่มีหนังสือมากมายซึ่งถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มคว้าหนังสือเล่มหนาออกมาก่อนจะเอื้อมเข้าไปกดปุ่มลับเล็กๆที่แอบซ่อนเอาไว้

 

 

 

ไม่นานแผ่นไม้เล็กก็เลื่อนออกให้เห็นแผ่นสแกนสีใส ชายหนุ่มสัมผัสมันเพียงไปไม่กี่ครั้งอย่างคล่องแคล่วจากนั้นจึงสาวเท้าออกห่าง

 

 

 

 

ชั้นหนังสือใหญ่พลันเลื่อนขยับอย่างรวดเร็ว เพียงเสี้ยวนาที บันไดมืดสลัวก็ปรากฎตรงหน้า!!

 

 

 

 

เมื่อเห็นแบบนั้นร่างสูงจึงเดินเข้าไปอย่างเคยชินโดยไม่ลืมหันไปมองชั้นหนังสือที่เลื่อนกลับมาอยู่ที่เดิมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้ห้องกว้างตกอยู่ในความอ้างว้างต่อไป

 

 

 

 

ชายหนุ่มเสยผมสีน้ำเงินที่ปรกใบหน้าหล่อเหลาของตนขึ้นมาจากนั้นจึงหยุดก้าวลงที่สุดปลายทาง ตรงหน้าคือประตูบานเล็กที่ปิดสนิท แต่ไม่ทันที่เขาจะได้เปิดมัน ประตูบานนั้นก็เปิดออกซะก่อนพร้อมด้วยร่างหนึ่งที่พุ่งพรวดออกมา

 

 

 

หมับ!

 

 

 

 

ร่างนั้นเข้าสวมกอดเขาแน่นราวกับเป็นเด็กที่เห็นตุ๊กตาตัวโปรดอย่างไรอย่างนั้น มือเรียวเล็กกระชับอ้อมกอดแน่นราวกับกำลังโหยหาความอบอุ่นจากชายหนุ่มตรงหน้าไม่หยุด

 

 

 

นัตย์ตาสีทองสวยเป็นประกายราวกับเพชรที่ถูกเจียรนัยมาอย่างประณีต ลากผ่านแผ่นอกว้างขึ้นมายังหน้าของ Alaxia พลางเอ่ยเสียงหวานระรื่น

 

 

 

 

เซย์... ” Alaxia เพียงฉีกยิ้มบางๆเมื่อได้ยิน ' ชื่อจริง ' ของตนที่ไม่ได้ถูกเรียกมานาน ก่อนจะมองร่างบางที่ซบหน้าลงบนอกเขา และก็ยังไม่ปล่อยอ้อมกอดนั้นซะที

 

 

 

 

แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร จึงปล่อยให้เด็กน้อยกอดเขาต่อ

 

 

 

 

มือที่รู้งานเลื่อนไปสัมผัสเส้นผมสีชมพูนุ่มราวกับใยไหมชั้นดีอย่างถนุถนอม ใช่แล้วล่ะ! สีชมพูหวานเหมือนตุ๊กตาตัวโปรดของเด็กน้อย

 

 

 

 

ร่างบางตัวเล็กราวกับตุ๊กตา ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาทำให้เขาอดใจที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

 

 

 

ไง สบายดีมั้ย ” เขาเอ่ยทักหลังจากเงียบไปนาน แต่เด็กน้อยเพียงแต่พยักหน้าหงึกๆเท่านั้น ปกติร่างบางก็พูดน้อยอยู่แล้ว เห็นทีจะมีแค่เขาที่ได้ยินเสียงหวานนั้น

 

 

 

 

เซย์... ” ร่างนั้นจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีทองสุกใสกลมโตแล้วจึงจับมือเขาไว้แล้วค่อยๆเดินเข้าไปในห้องตรงหน้า

 

 

 

 

เขาเดินตรงเข้ามาจนถึงห้องมืดซึ่งมีจอมอร์นิเตอร์มากมายตั้งตระง่านอยู่ ภาพในจอฉายทุกจุดในคฤหาสน์ ไม่ว่าจะห้องโถง ห้องครัว ห้องน้ำ สนามฝึก ห้องเก็บของหรือแม้กระทั่งห้องนอน

 

 

 

 

ภาพเหล่าเพลย์เยอร์ทุกคนกำลังนอนหลับในห้องของตนก็ปรากฎอยู่ตรงหน้าเขา ชายหนุ่มเผลอจ้องอยู่นานแล้วยิ้มบางๆขึ้นเมื่อเห็นกีตาร์นอนกลิ้งตกเตียง ผิดกับแอตลาสและคราวที่นอนนิ่งอยู่ และปิดท้ายด้วยไอริส...

 

 

 

กล้องที่แอบซ้อนอยู่ในมุมลึกของห้องทำให้สามารถเห็นใบหน้าของร่างบนเตียงได้ชัด ดวงตาสีฟ้าสวยปิดสนิทอยู่ เส้นผมสีขาวนุ่มปรกบนใบหน้าขาวใส ถ้ามองแบบนี้ราวกับเด็กหนุ่มเป็นเพียงตุ๊กตากระเบื้องที่น่าหลงไหล มันทำให้เขามองค้างไปจนแทบลืมหายใจ...

 

 

 

 

เสียงหัวใจยังคงเต้นระรัวเมื่อคิดถึงสัมผัสอุ่นนุ่มที่ริมฝีปากตน จูบนั่น.... ทำให้เขาแทบบ้า

 

 

 

 

เซย์... ” ความคิดของร่างสูงหยุดลงทันทีเมื่อเสียงหวานเรียกชื่อเขา นั้นสินะ! เขาไม่ได้รักไอริส ไม่มีทาง! เขาไม่ควรมามัวแต่นึกถึงเรื่องพวกนั้น

 

 

 

 

เพราะคนที่เขารักคือคนข้างกายเขาตอนนี้ต่างหาก! คนที่เขาจะคอยจงรักภักดี คนที่เขาจะดูแลตลอดไปคือร่างบางข้างๆเขาต่างหาก!

 

 

 

 

ชายหนุ่มเสมองไปทางอื่นเงียบๆ ราวกับกำลังไล่ความคิดทุกอย่างออกไป

 

 

 

 

ห้องกว้างอยู่ในความมือสลัวเช่นเคย ถุงขนมมากมายรวมถึงกองขยะยังคงกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นตามปกติ จะมีก็แต่อุปกรณ์นันทนาการ ( ? ) ต่างๆที่เฮดิสเอาเข้ามาเพิ่ม (ความรก) เท่านั้น

 

 

 

ร่างสูงทำหน้าเอือมๆกับห้องขยะนี่แล้วลอบถอนหายใจอย่างเคยชิน ใช่สิ! ยังไงเขาก็ต้องเป็นคนเก็บอยู่ดีสินะ = =

 

 

 

 

เมื่อแขนเสื้อตัวนุ่มที่เขาสวมถูกดึงเบาๆด้วยอุ้งมือเล็กของเด็กน้อย ชายหนุ่มจึงรับหันไปมองพลางเอ่ยถามขึ้นบ้าง

 

 

 

 

มีอะไร... ” ไม่ทันได้พูดอะไร!! คำพูดนั้นถูกหยุดลงด้วยริมฝีปากบางนุ่มที่เลื่อนขึ้นสัมผัสปากของเขา สัมผัสอันเบาบางทำให้ชายหนุ่มอดคิดสงสารความพยายามของอีกฝ่ายไม่ได้ จึงต้องตอบรับความรู้สึกนั้นด้วยสัมผัสที่ลึกล้ำคืน

 

 

 

 

ทั้งคู่สัมผัสกันอยู่เนิ่นนานจนชายหนุ่มเป็นฝ่ายถอยออกมา ดวงตาสีม่วงเข้มสบตากับร่างตรงหน้าพลางลูบผมสีชมพูนุ่มอย่างเคยชิน

 

 

 

 

ไม่เอาน่า อยากจูบก็บอกกันสิ เล่นแบบนี้ชั้นตกใจนะ ” ร่างสูงเอ่ยเสียงนุ่ม

 

 

 

 

..... ” ดวงตาสีทองบ้องแบ๊วมอง Alaxia ไม่กระพริบ

 

 

 

 

ถ้าเกิดชอบ ชั้นก็คิดว่า... ” แต่แล้วชายหนุ่มก็โดนตัดบทด้วยคำพูดของร่างตรงหน้าที่เอ่ยแทรกขึ้นมา

 

 

 

 

เฮลิเลีย ไอริส ” เมื่อได้ยินชื่อนั้น ชายหนุ่มก็ได้แต่นิ่งเงียบไป

 

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

เกลียด.....เฮลิเลีย ไอริส ” พลันดวงตานั้นตวัดไปมองจอมอร์นิเตอร์ที่ฉายภาพภายในห้องนอนของไอริสอยู่ ก่อนที่เด็กน้อยจะเอ่ยต่อ “ ห้ามจูบ เฮลิเลีย ไอริส อีก... ”

 

 

 

 

 

เอ๊ะ... หา! อะไรนะ เอ่อ นั้นมัน... ” ชายหนุ่มได้แต่กะตุกกะตัก พูดไม่เป็นศัทพ์ เขาไม่คิดว่าร่างบางจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด!! มันก็แค่แผนการนี่น่า ร่างบางกำลังคิดอะไรอยู่??

 

 

 

 

ห้ามจูบ... ” ร่างนั้นทวนคำเดิมด้วยเสียงนิ่งพร้อมแววตาที่เปลี่ยนไป “ ไม่งั้นจะฆ่า... ”

 

 

 

 

อืม... เข้าใจแล้ว ” นัตย์ตาสีม่วงเข้มหลุบต่ำ แต่มือเล็กนุ่มๆก่อนยื่นมาสัมผัสใบหน้าของเขาให้มองมาที่ตน จากนั้นจึงเอ่ยเสียงหวาน

 

 

 

 

จูบ...แต่เพทคนเดียว คนเดียวนะ ” ใบหน้าอ่อนเยาว์ซบลงบนแผงอกของชายหนุ่มอีกคร่า “ เพทรักเซย์ ”

 

 

 

 

อืม ชั้นก็รัก... ” รักใครกันนะ.... คำถามนั้นพุ่งเข้ามาในใจชายหนุ่ม

 

 

 

 

สับสน!!!

 

 

 

 

นี่เขาเป็นอะไรไป ทุกทีการบอกรักกับร่างตรงเป็นเรื่องปกติที่ทำบ่อยราวกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา แต่ตอนนี้กลับเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากเหลือเกิน...

 

 

 

 

เซย์ก็รักเพทใช่มั้ย.... ใช่มั้ย? ” เจ้าของเส้นผมสีชมพูอ่อนนุ่มจ้องเขาราวกับร้อนรนที่จะรอคำตอบนั้น

 

 

 

 

ชั้นรัก... ” ทำไมใจของเขาถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ มันเพราะอะไรกันนะ ชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไป ไม่ได้! เขาไม่ควรมาสับสนสิ.... แต่ทำไมกันนะ...

 

 

 

 

 

เซย์.... ”

 

 

 

 

ชั้นรัก...เพท รักเพทคนเดียว ”

 

 

 

 

อื้ม เพทรักเซย์ที่สุดเลย! ” ร่างนั้นฉีกยิ้มกว้างพร้อมโอบคอร่างสูงให้โน้มต่ำลงมาจากนั้นจึงมอบจูบรสหวานให้ชายหนุ่มอีกครั้ง

 

 

 

 

อะแฮ่มๆๆ!!! ” ทั้งสองรีบหันขวับไปยังเสียงหนึ่งที่ดังขึ้น และก็ต้องทำหน้าเจือนๆเมื่อร่างที่เหมือนไม่มีตัวตน โผล่พรวดออกมาจากบาร์มุมห้องพร้อมไปหน้าระรื่น “ คงต้องยืมคำพูดแอตจัง ' นี่ผมมาขัดจังหวะรึป่าว~~~ ' ”

 

 

 

 

อยู่ก็ไม่โผล่หัวมานะ เฮดิส = = ” ชายหนุ่มมองร่างตรงตรงหน้าที่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนด้วยสายตาเอือมๆ แผงอกขาวเนียนที่ตัดกับผมสีขาวยาวเข้ากันได้อย่างแปลกประหลาด นัตย์สีดำสนิทฉายแววขี้เล่นมองพวกเขาสองคนสลับกันพร้อมฉีกยิ้ม

 

 

 

 

 

แหมๆๆ ถ้าโผล่มาก่อนก็อดเห็นฉากสวีตสิ~ =3= ” เฮดิสกระชับกางเกงยีนของตนก่อนเสยผมที่ไม่เป็นทรงให้เห็นใบหน้าหล่อเนียนที่ซ่อนอยู่

 

 

 

 

 

แกนี่มัน = = ” ร่างสูงแอบพึมพำเสียงเบา ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจร่างตรงหน้าแล้วหันไปมองเด็กน้อยด้านหลังแทน “ เพทไปนอนเถอะ มันดึกแล้ว เดี๋ยวชั้นจะคอยดูต่อแทน ” ชายหนุ่มพูดพร้อมชี้ไปที่จอมอร์นิเตอร์ยักษ์

 

 

 

 

แต่ เพท.... ”

 

 

 

 

 

เถอะน่า! ”

 

 

 

 

อืม... ” ร่างนั้นทำหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจแต่ก็ไม่ปฎิเสธอะไร ได้แต่เขย่งเท้าขึ้นมาจุ๊บแก้มชายหนุ่มเบาๆแล้วจึงค่อยๆเดินออกห้องกว้างไปโดยไม่ลืมอุ้มตุ๊กตานกโดโด้สีชมพูไปนอนด้วย

 

 

 

 

ปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่กับไอ้ตัวประหลาดด้านหลังเขา =_=!

 

 

 

 

 

รักกันดีเนอะ แหม ทีอยู่กับชั้นนี่ไม่พูดซักคำ ” ชายหนุ่มผมขาวเอ่ยพร้อมหัวเราะ มือนั้นคว้าแก้วไวน์ขึ้นมาจากบาร์อย่างคล่องแคล่ว ชายหนุ่มรินไวน์สีแดงสดราวกับเลือดลงในแก้วจากนั้นจึงหยิบยื่นให้ร่างหลังตน

 

 

 

 

 

ร่างสูงไม่พูดอะไรเพียงรับแก้วไวน์มาจิบเงียบๆ เฮดิสเห็นแบบนั้นจึงหยักไหล่นิดๆแล้วยันตัวขึ้นไปนั่งบนบาร์พร้อมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

โดโด้คุงบอกเรื่องเกมด่านต่อไปให้นายฟังรึยัง? ” ระหว่างที่เฮดิสที่กำลังจะรินไวน์ใส่แก้วที่ตัวเองซัดหมดไป เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงกวนๆ

 

 

 

 

ยังเลย ” นัตย์ตาสีม่วงเข้มตวัดมองชายหนุ่มผมขาวที่ดึงเสื้อเชิ้ตบางขึ้นมาสวมหลังจากรินไวน์แดงรสเลิศเสร็จ

 

 

 

 

เหรอ งั้นชั้นจะบอกนายเอง ” มือเรียวยาวเลื่อนขึ้นเสยผมสีขาวขุ่นของตนอย่างเบามือ เฮดิสยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยต่อ “ ด่านต่อไปผู้เล่นจะไม่มีสิทธิ์เลือกด่านแล้ว ”

 

 

 

 

เพทต้องการแบบนั้นเหรอ? ”

 

 

 

 

ช่าย อืม~~~ พวกเราคุยกันอยู่นานเลยล่ะ แต่เพราะบางที โดโด้คุงอาจจะอยากให้ด่านสุดท้ายเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง ” ริมฝีปากบางเรียวกีดยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น

 

 

 

 

 

และมันจะยังไงล่ะ? ”

 

 

 

 

 

เราจะเป็นคนเลือกด่านเอง โดยไปบอกเพลย์เยอร์ว่าพวกเรากำลังจะต้องเจอกับอะไร ”

 

 

 

 

แบบนั้นไม่ถือว่าโกงเหรอ ? ”

 

 

 

 

 

แล้วด่านที่ผ่านๆมานายเห็นพวกเขาผ่านฉลุยมั้ยล่ะ? ” ดวงตาสีดำเสมองไปยังชายหนุ่มอย่างเค้นคำตอบ

 

 

 

 

 

“ ….. ” ชายหนุ่มเงียบ... เขาไม่สามารถยอมรับความสูญเสียของเลเยอร์ที่ตายไปได้หรอก

 

 

 

 

บอกพวกเขาไปก่อนยิ่งดี เราจะให้พวกเขามีเวลาคิดแผนการรอรับสิ่งที่จะเจอในเกม ”

 

 

 

 

 

นั้นสินะ ” แบบนั้นอาจจะดีก็ได้....จะได้ไม่ต้องมีตายอีก

 

 

 

 

 

ยังไงมันก็เป็นความคิดของโดโด้ เราคงไปขัดไม่ได้หรอก ” เฮดิสยกไวน์ขึ้นดื่มอึกสุดท้ายจากนั้นจึงเอื้อมคว้าไวน์ขวดใหม่มาเปิด “ นายก็ไม่ได้คิดว่าแผนการนี่แย่สินะ ”

 

 

 

 

อืม ”

 

 

 

 

ไม่เอาน่า มาสนุกกันหน่อย ทำหน้าซีเรียสไปได้ ” ชายหนุ่มหัวเราะ “ มาๆ ดื่มอีกแก้ว ”

 

 

 

 

“ ….. ” ร่างสูงไม่ขัดอะไร เขายื่นแก้วไวน์ให้เฮดิสเติมและรับมันกลับมาจิบเงียบๆ

 

 

 

 

 

ยังไงซะ เกมนี้มันก็ต้องจบอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้รู้ออกไปถึงด้านนอกล่ะก็นะ ” คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มคิดกลับรีบเค้นถาม

 

 

 

 

ทำไมนายถึงรู้เรื่องนั้นได้.... ”

 

 

 

 

 

หรือนายคิดว่าชั้นเป็นแค่คนที่ถูกจ้างมา? ” ชายหนุ่มยิ้มราบเรียบ “ หืม ชั้นรู้อะไรมากกว่านั้น เชื่อชั้นสิ... ”

 

 

 

 

“ …... ”

 

 

 

 

บอกชั้นหน่อยสิ ว่าทำไมนายถึงต้องมาคุมเกมนี่นะ ”

 

 

 

 

ก็เพท..... ” ไม่ทันได้ทำอะไร คำพูดของชายหนุ่มก็ถูกขัดขึ้น

 

 

 

 

เพราะแค่นั้นจริงเหรอ? ทำไมนายถึงต้องมาคุมเกมนี้กันล่ะ ทั้งๆที่คนทั้งโลกมีตั้งเยอะแยะ หา? Alaxia ไม่สิ.... ” มือเรียวยาวพลันหมุนแก้วไวน์สีใสเล่นจนสุดท้ายเขาเผลอทำมันร่วงหล่นกระแทกเข้าใส่พื้น เศษแก้วแตกละเอียดกระจายไปคนละทิศ และเฮดิสก็ได้แต่มองมันเงียบๆพร้อมกีดยิ้มหวานก่อนจะมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง

 

 

 

 

จริงมั้ย เซย์ยะ สเตลสัน”

 

 

 

 

ทำไมนายถึง..... ” เจ้าของชื่อมองเฮดิสไม่กระพริบ ทำไมหมอนั่นถึงได้รู้ชื่อจริงเขา ชื่อที่เขาไม่เคยบอกใคร...

 

 

 

 

ทำไมคนระดับเจ้าของบริษัทเครื่อใหญ่อย่างนายถึงมาเป็นผู้คุมกฎแบบนี้ หืม? ” ชายหนุ่มแสร้งถาม

 

 

 

 

นายสืบเรื่องชั้นมาแค่ไหนกัน ”

 

 

 

 

ลูกชายคนโตของตระกลูสเตลสัน เจ้าของ Stealson International ( SI ) คนปัจจุบัน นายมีเหตุผลอะไรที่ต้องมาทำเรื่องแบบนี้ ”

 

 

 

 

เฮดิส ตอบชั้นมา แกไปสืบเรื่องพวกนี้มาจากไหน ” ชายหนุ่มตะโกนใส่ร่างที่เมินเขา เรื่องนี้ไม่น่าจะมีใครรู้นี่น่า! ข่าวมันไม่มีทางรั่วไหลออกไปได้...

 

 

 

 

เว้นแต่... ” นัตย์ตาสีดำก้มต่ำมองเศษแก้วตรงพื้น ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่กระโดดลงจากบาร์เข้าเหยียบเศษแก้วพวกนั้นเข้าอย่างจัง

 

 

 

 

!!!! ” เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มมองเฮดิสที่เหยียบเศษแก้วจนเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด ของเหลวสีแดงชาติไหลนองเต็มพื้นพรมจนดูเหมือนมันเป็นสีแดงแต่แรกแล้ว

 

 

 

 

อุ๊ย! เผลอเหยียบจนได้ เจ็บจัง ^^ ” ร่างนั้นยังคงกีดยิ้มไม่เปลี่ยน แววตาขี้เล่นมอง Alaxia หรือ เซย์ยะ ก่อนที่

เฮดิสจะก้าวออกมาตรงหน้าชายหนุ่มจนร่างกายแทบติดกัน

 

 

 

 

แกจะทำอะไร?? ” สองมือที่รู้งานยื่นไปพลักอีกฝ่ายจนเซถอยหลังไปหลายก้าว แต่ชายหนุ่มผมขาวยังคงหัวเราะราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อน

 

 

 

 

คำตอบของเรื่องนี้มันง่ายมาก เหตุผลที่คนระดับนายมาทำเรื่องแบบนี้น่ะ” เฮดิสคว้าหยิบเศกแก้วขึ้นมาถือเอาไว้ เศษแหลมคมของมันทิ่มแทงเข้าเนื้อของคนถือ เลือดสีแดงพลันไหลทะลักออกมา

 

 

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

 

ปิ๊งป่องๆ! คำตอบนั้นก็คือ คนรักไงล่ะ เพราะตระกลูนายกับตระกลูคาเมลลอน ( Camellon) ถูกหมั้นหมายกันไว้แล้ว ” ชายหนุ่มผมขาวยกนิ้วขึ้นเลียเลือดสีเข้ม “ เพราะนายเป็นคู่หมั้นของโดโด้คุงน่ะสินะ ”

 

 

 

 

 

แกต้องการอะไร? ” เซย์ยะขมวดคิ้วเป็นปมแน่น ดวงตาสีม่วงเข้มวาวจโรชน์ เขาแทบอยากจะไปกระชากคอคนตรงหน้ามากระทืบให้ได้

 

 

 

 

 

ไม่ต้องการอะไรมากหรอก ก็แค่.... ”

 

 

 

 

แค่? ” เฮดิสแสร้งเอียงคอไปมา เขามองหน้าเซย์ยะแบบกวนๆแล้วจึงเดินผ่านชายหนุ่มไป

 

 

 

 

 

แค่อยากให้เกมนี้มันสนุกก็แค่นั้นแหละ ” ร่างนั้นเดินออกห้องกว้างไป ปล่อยคำทิ้งท้ายเอาไว้ให้ชายหนุ่มได้แต่สับสนเพียงลำพัง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าแล้ว?

 

 

 

 

แสงแดดอุ่นๆที่สาดส่องลอดบานกระจกใสเข้ามาทำให้เจ้าของร่างบนเตียงต้องขยับช้าๆอย่างอดขี้เกียจไม่ได้

 

 

 

 

เซย์ยะ สเตลสัน หรือ Alaxia เหมอมองไปนอกบานหน้าต่างกว้างก่อนจะบิดขี้เกียจพลางยกมือขึ้นปิดปากหาว อากาศสดใสยามเช้าควรจะทำให้เขาอารมณ์ดีมากกว่านี้ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดของไอ้เฮดิสเมื่อคืน

 

 

 

' แค่อยากให้เกมนี้มันสนุกก็แค่นั้นแหละ '

 

 

 

 

หมอนั่นต้องมีแผนการอะไรอยู่แน่ๆ เขารู้สึกได้

 

 

 

 

เซย์ยะลุกพรวดจากเตียงไปที่ตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ซักพักจากนั้นจึงหยิบเสื้อเชิ้ตสีครีมออกมาแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ

 

 

 

 

เขาไม่รู้ว่าเฮดิสไปสืบเรื่องพวกนั้นมาได้ยังไง แต่เรื่องนี้ถือเป็นความลับมากๆ แม้แต่ครอบครัวเขายังไม่มีใครรู้ซักคนเดียว....

 

 

 

 

เซย์ยะทิ้งตัวลงในอ่างน้ำจากุซซี่ที่ทำจากหินอ่อนชั้นดีอย่างหมดแรง น้ำอุ่นๆทำให้เขารู้สึกสบายตัวไม่น้อยแต่ก็ยังอดเครียดเรื่องพวกนี้ต่อไม่ได้

 

 

 

 

 

เรื่องชื่อจริงของเขาที่ต้องปกปิดไว้นั้นมันช่วยไม่ได้ หากใครรู้ชื่อจริงของเขาเข้าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่....

 

 

 

 

ไม่ได้อยากปกปิดอะไรเลยซัดนิด... เรื่องคู่หมั้นนั้นก็เหมือนกัน

 

 

 

 

เพท.... ” ชื่อนั้นพลันปรากฎขึ้นใจในเขา ถ้าเกิดอะไรขึ้นผลกระทบอาจถึง 'เขาคนนั้น' ก็ได้

 

 

 

 

แต่ปัญหาตอนนี้คือ เฮดิส เฮล หมอนั่นต้องการอะไรมากกว่านั้นแน่ๆและไม่ว่ามันจะเป็นอะไรเขาก็ต้องหยุดมันให้ได้!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็อย่างที่ว่าแหละ ด่านต่อไปที่พวกนายจะเจอคือ ' The Castle of the Beast ' ” เมื่อสิ้นเสียงของ Alaxia เหล่าเพลย์เยอร์ที่นั่งล้อมเรียงรายบนโซฟาตัวนุ่มก็ต่างหันหน้าไปปรึกษากัน

 

 

 

 

กติกาใหม่ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจมาก ไม่รู้เลยว่า 'ผู้สร้างเกม' ต้องการอะไรกันแน่? แต่อาจเป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้เตรียมตัวรับมือกับมัน!

 

 

 

 

นัตย์ตาสีดำสนิทของเฮดิสปราดมองเหล่าผู้ทุกคนที่กำลังคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนึ่งเอือมไปหยิบแก้วไวน์สีใสขึ้นมาจิบอย่างเคยชิน ชายหนุ่มตวัดขาขึ้นนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้บาร์ ริมฝีปากยังคงกรีดยิ้มสนุกราวกับลุ้นเกมที่กำลังจะดำเนินในวันพรุ่งนี้

 

 

 

 

 

Alaxia เพียงเหลือบมองการกระทำของเฮดิสเพียงชั่วครู่ แต่เขาก็ไม่มีเวลาได้สนใจอะไรหนัก ร่างสูงเดินกลับไปนั่งบนโซฟาตัวนุ่มใกล้ๆเหล่าเพลย์เยอร์พร้อมฟังแอตลาสที่กำลังเริ่มตั้งข้อสงสัยต่างๆขึ้น

 

 

 

 

ห้องกว้างยังเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดของเหล่าผู้เล่น จนกระทั่งเสียงเงียบลงเมื่อ Alaxia แทรกขึ้นบ้าง

 

 

 

 

เกมด่านนี้จะแตกต่างกับด่านก่อนๆที่ผ่านมา ” ชายหนุ่มรับแก้วชาที่คราวส่งมาให้ขึ้นดื่มก่อนจะพูดต่อ “ ด่านนี้จะไม่เน้นที่หาของ หรือสู้ แต่สิ่งสำคัญของด่านนี้คือ หนี!! ”

 

 

 

 

หนี? หนีอะไร? ” กีตาร์รีบถามขึ้น

 

 

 

 

ชื่อด่านมันก็บอกอยู่แล้วไม่ใช่รึไง หา? ” เห็นแบบนั้นแอตลาสเลยชิงตอบก่อนโดยไม่ลืมเอื้อมมือไปขยี้ผมกีตาร์อย่างอดหมั่นไสไม่ได้ ไอ้เด็กนี่มันบ้าหรือบ้ากันแน่!! = = (เมิงก็บ้านะแอต ลูก... 555 )

 

 

 

 

ชื่อด่าน...อ่า.. ปราสาท =o= ” เด็กน้อยยังไม่ทันหายสงสัย แถมยังเอียงคอแบบไร้เดียงสา

 

 

 

 

ปีศาจไงล่ะ ” เด็กหนุ่มผมขาวที่นั่งกอดอกเงียบอยูjนานเอ่ยขึ้น ดวงตาสีฟ้าพลันตวัดไปมองเพลยเยอร์คนอื่นราวกับรู้ดีว่าทุกคนกำลังคิดเหมือนกัน “ ปราสาทของอสูร ”

 

 

 

 

เราต้องหนีปีศาจว่างั้นเหรอ? เอล็กซี่ ”

 

 

 

 

ก็ประมาณนั้นแหละ ”

 

 

 

 

ทำไมเราไม่ฆ่ามันล่ะ เราก็สู้เหมือนด่านที่ผ่าน....”

 

 

 

 

 

ไม่มีทาง! ” ทุกคนหันขวับไปยังเจ้าของเสียงนั้น ชายหนุ่มผมยาวเพียงกรีดยิ้มหวานแล้วก้าวลงมาจากเก้าอี้ที่ตนนั่ง เฮดิสหยุดเท้าลงตรงหน้าทุกคนแล้วจึงเอ่ยต่อ “ พวกนายเคยได้ยินเรื่องเจ้าชายอสูรมั้ย? ”

 

 

 

 

“ …. ” ภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบราวกับว่าทุกคนกำลังจดจอกับคำพูดของเฮดิส

 

 

 

 

 

เจ้าชายผู้โดนสาปให้กลายเป็รอสูรกายร่างยักษ์มหึมา เรี้ยวแรงมหาศาล ความโหดเหี้ยมราวกับสัตว์ร้าย ปีศาจไร้จิตใจ ถ้าพวกนายคิดจะสู้กับมัน.... ” ชายหนุ่มแกล้งหยุดพูดพลางเดาะลิ้นอย่างกวนๆเมื่อเห็นสีหน้านิ่งๆของทุกคน

 

 

 

 

สีหน้าเค้นหาคำตอบพวกนั้นมันสร้างความสนุกให้แก่เขาไม่น้อย...

 

 

 

ถ้าพวกนายคิดจะสู้มัน มันจะฆ่าพวกนาย ถ้าพวกนายคิดจะฆ่ามัน มันจะฉีกกระชากพวกนายเป็นชิ้นๆ ไม่ว่านายจะหลบที่ไหน มันจะล่ล่าพวกนายไปทุกที่ ไม่มีวันที่พวกนายจะออกมาจากปราสาทได้ ไม่มีวันที่มันจะตาย มันเป็นปีศาจอมตะ....ที่ชอบเนื้อมนุษย์สุดๆเลยล่ะ :) ” และสีหน้าตกใจพวกนั้นก็ทำให้เขายิ่งสนุกเขาไปอีก...

 

 

 

 

แล้วเราจะทำยังไงล่ะ ” กีตาร์หันขวับไปมามองหน้าคนอื่นไม่หยุด ในใจเขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที

 

 

 

มีทางเดียว... ” Alaxia วางแก้วชาลงอย่างเงียบงัน นัตย์ตาคู่สวยตวัดมองเพลยเยอร์ทุกคนอีกครั้ง “ หนีให้ได้ตลอดจนหมดเวลา”

 

 

 

แล้วมีอย่างอื่นที่เราทำได้มั้ย ” คราวเปิดฉากพูดขึ้นบ้าง

 

 

 

 

ขอบเขตของด่านคือปราสาท พวกนายจะอยู่ส่วนไหนของปราสาทก็ได้ แต่จะไม่สามารถหนีออกไปด้านนอกปราสาทได้ ใช้ทุกห้องให้เกิดประโยนช์ ถ่วงเวลาไม่นานที่สุด รอเพียงเวลาหมดพวกนายก็ชนะ ”

 

 

 

 

กำหนดเวลาไว้เท่าไหรเหรอ เอล็กซี่ ”

 

 

 

 

2 ชั่วโมง ”

 

 

 

 

2 ชั่วโมงงั้นเหรอ อืม.... มันอาจจะไม่แย่ขนาดนั้นก็ได้ มาเริ่มวางแผนกันก่อน ” ทุกคนเดินเข้ามารวมตัวที่โซฟาตัวกลางตามเสียงเรียกของแอตลาส พลางเริ่มถกเถียงกันเรื่องแผนการของพวกเขา ในขณะที่เฮดิสและAlaxia ก็ก้าวออกมาจากห้อง

 

 

 

 

ชายหนุ่มทั้งสองมุ่งหน้ามาถึง 'ห้องลับ' ที่เต็มไปด้วยมอร์นิเตอร์เช่นทุกครั้ง แอร์เย็นช่ำในห้องมืดสลัวยังคงหนาวเกินไปอย่างเคย เศษขยะในห้องถูกเก็บกวาดด้วยฝีมือของเซย์ยะเมื่อเช้า แต่เหล่าบรรดาอุปกรณ์นันทนาการสุดหรรษาของเฮดิสก็ยังตั้งตระง่านอยู่ทั่วห้องตามเคย = =

 

 

 

 

ชายหนุ่มผมขาวเดินฮัมเพลงอย่างสนุกไปหยิบขวดไวน์ของโปรดตัวเองมาอุ้มไว้ ต่างกับเซย์ยะที่นั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่งในห้องพร้อมจ้องภาพในจอที่ฉายผู้เล่นทุกคนในห้องโถงอยู่

 

 

 

 

เพียงชั่วครู่ประตูบานเล็กก็พลันเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมด้วยร่างบางที่ก้าวเข้ามา มือเรียวเล็กราวกับเป็นมือของตุ๊กตาโอบนกโดโด้สีชมพูแปร้นไว้แน่นดุจเป็นของที่หวงแหนอย่างไงอย่างงั้น

 

 

 

 

แผนการ... ” ร่างบางเดินตรงมาหยุดที่เซย์ยะพร้อมยันตัวขึ้นมานั่งบนตักของชายหนุ่มเช่นทุกครั้ง เพียงเอ่ยสั้นๆชายหนุ่มก็เข้าใจว่าร่างบางต้องการสื่ออะไร

 

 

 

 

เป็นไปด้วยดี ผู้เล่นกำลังวางแผนสำหรับด่านต่อไป ” มันต้องผ่านไปด้วยดีสิ... ในใจเขาแอบหวังแบบนั้นไม่ได้

 

 

 

 

อืม ”

 

 

 

 

แหม แต่ก็ยังอดเร้าใจไม่ได้ ใครจะตายกันนะ หึๆ ” เฮดิสก้าวออกมายืนพิงโซฟาที่ทั้งสองนั่ง มือนั้นยังคงถือแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างสบายใจ “ รอดูไม่ไหวเลยล่ะ ”

 

 

 

 

อาจจะไม่มีใครตายก็ได้ ” ไวกว่าความคิดเมื่อเซย์ยะพูดออกไปอย่างลอยๆ

 

 

 

 

หืม นายคิดแบบนั้นเหรอ? ทำไมล่ะ เซย์ยะ~~~ ”

 

 

 

 

ถ้าพวกเขาตั้งใจวางแผนกัน ช่วยเหลือกัน พวกนั้นต้องชนะด่านนี้ได้แน่นอน ” อย่างน้อยเขาก็มั่นใจแบบนั้น...

 

 

 

 

ไม่เอาน่า ถ้าไม่มีคนตายจะไปสนุกอะไร ”

 

 

 

 

แล้วทำไมถึงต้องเป็นแบบนั้นล่ะ ” นัตย์ตาสีม่วงเข้มตวัดไปมองเฮดิส “ ไม่จำเป็นต้องมีคนตายเลย ”

 

 

 

 

แบบนั้นจะเป็นเกมเหรอ? ” รอยยิ้มบนใบหน้านั้นหายวูบไป

 

 

 

 

เกมที่ทุกคนร่วมใจกันสู้จนชนะน่ะ ไม่เคยเห็นรึไง? ”

 

 

 

 

ชัยชนะที่เต็มไปด้วยการเสียลสะ เส้นทางอันรุ่งโรนช์บนกองศพของเพื่อน นั้นมันเรื่องปกติไม่ใช่รึไง!”

 

 

 

 

นายดูถูกคนพวกนี้มากไปหน่อยมั้ย เฮดิส! ”

 

 

 

 

“ ….. ” รู้ตัวอีกทีเซย์ยะก็ลุกพรวดขึ้นมาปะทะกับอีกฝ่ายที่เงียบไป จนลืมไปเลยว่าร่างบางยังนั่งบนตักเขาอยู่ เด็กน้อยและเฮดิสต่างมองรอยยิ้มของชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ

 

 

 

 

แปลกใจกับสายตามุ่งมั่นนั่น...

 

 

 

 

พวกเขาเข้มแข็งขึ้นแล้ว ไม่มีทางที่จะแพ้แน่! แอตลาสเปิดใจรับทุกคน ไอริสและคราวเองก็ด้วย หรือแม้แต่กีตาร์ ถ้าพวกเขาช่วยกัน ไม่มีทางที่จะแพ้ จะปีศาจหน้าไหน! จะโหดแค่ไหน ชั้นรับประกันเลยว่าพวกนั้นไม่มีทางแพ้!! ”

 

 

 

 

นี่.. ” นัตย์ตาสีดำตวัดมองเซย์ยะด้วยสายตาว่างเปล่า “ ไม่ใช่ว่านายต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการรึไง”

 

 

 

 

!!! ” ชายหนุ่มนิ่งค้างไปกับคำพูดนั้น... นั้นสินะ ทำไมเขาถึงมุ่งมั่นขนาดนั้น...

 

 

 

 

หืมๆ แบบนี้มันคุ้นๆมั้ย ” เฮดิสเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

 

 

 

 

ชั้นแค่... ” เขาก็แค่พูดออกไปตามที่ตัวเองคิดเสมอ

 

 

 

 

นั้นสินะ... นี่ เขาไม่ได้ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการรึไงกัน?

 

 

 

 

 

ทำไมกัน... ความรู้สึกนี้มันยังไงกันแน่ เขาไม่เคยเข้าใจมันเลย จนตอนนี้... จนเมื่อกี้ สิ่งที่เขาพูดออกไป!!

 

 

 


“ ….. ” ร่างบางเงยหน้ามองเซย์ยะที่ยืนอยู่ข้างกาย ไม่ต่างกับเฮดิสที่ยืนยิ้มรอคำตอบของชายหนุ่มอยู่

 

 

 

 

 

ชั้นเชื่อใจพวกนั้น!!! ” ไม่อีกแล้ว! เขาจะไม่ปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีกแล้ว! ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ใจเขาสับสรมาตลอด!

 

 

 

หืม? ”

 

 

 

เซย์... ”

 

 

 

พวกนั้น ไม่สิ เพลยเยอร์ทุกคนพวกเขาเป็นห่วงกันด้วยใจจริง! ความมุ่งมั่นนั่น ความพยายามนั่น การเสียสละที่ผ่านมาจะทำให้พวกเขาเข้มแข็ง! ไม่มีทางที่พวกเขาจะแพ้แน่นอน ” ไม่ใช่อีกแล้ว คนพวกนั้นไม่ใช่แค่เพลย์เยอร์ที่เขาจับตัวมาเพื่อเล่นเกมงี่เง่านี่!!!

 

 

 

พวกเขาคือ ครอบครัว!!!

 

 

 

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะยังไง เกมด่านต่อไปพวกเขาต้องผ่านไปได้แน่ ด่านสุดท้ายก็ต้อง... ”

 

 

 

 

พวกนั้นต้องตาย!!!” เสียงใสของร่างบางที่ไม่เคยพูดอะไรพลันเอ่ยขึ้น มันยิ่งสร้างความแปลกใจให้ชายหนุ่ม

 

 

 

 

อะ...อะไรนะ เพท นี่.. ” ชายหนุ่มถึงกับพูกกะตุกกะตัก แววตานั้นค้างไปทันที

 

 

 

 

มนุษย์น่ะก็แค่ชอบหลอกลวง... พวกนั้นก็แค่อยากรอดเลยทำเป็นปรองดองกัน และเมื่อเจอสิ่งที่ตัวเองต้องการก็จะแย่งชิงกันอีก... มันก็เป็นแค่การเสแสร้งของมนุษย์ ” แทบนับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ้งที่สุด เมื่อเด็กน้อยที่แทบไม่เคยพูดอะไรกลับร่ายยาวขึ้นมา แต่นั้นไม่ได้ทำให้เขาตื้นเต้นดีใจเลยซักนิด สีหน้าและน้ำเสียงของร่างบางช่างน่าหวาดกลัว ราวกับไม่ใช่มนุษย์....

 

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

เข้าใจมั้ย เซย์ ยังไงพวกมันก็ต้องตาย ไม่ใช่วันนี้ก็วันต่อไป ต่อไป... ” มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นสัมผัสแก้มของชายหนุ่ม เซย์ยะกระตุกวูบเมื่อมือนั้นเลื่อนขึ้นสัมผัสเขา มือที่เคยเป็นสัมผัสอันอบอุ่นพลันเปลี่ยนเป็นสัมผัสหยาบกระด้างเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง

 

 

 

 

ฝ่ามือที่คุ้นเคยมันเปลี่ยนไป...

 

 

 

 

ไม่! ” ชายหนุ่มปัดมือนั้นออก เขาถอยออกห่างจากร่างตรงหน้า “ เพท เราไม่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้!!! ไหนว่ามันแค่เกมไง ทำไม...ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหรเขาเผลอขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าแบบนี้

 

 

 

 

ราวกับว่าใจเขากำลังโกรธเกรี้ยว ทำไม....ร่างนั้นถึงไม่เคยบอกอะไรเขาเลยล่ะ?!!

 

 

 

 

แหมๆๆ นี่คุณไม่ได้บอกอะไรเขาเลยเหรอ ” มือของเฮย์ดิสพุ่งมาโอบไหล่ของเซย์ยะไว้แน่น ชายหนุ่มหันไปมองเจ้าของแขนนั้นด้วยแววตาสับสน สุดท้ายก็เพียงหันมาหาร่างบางตรงหน้า

 

 

 

 

ไม่ได้บอก ” ร่างนั้นสรุปเพียงสั้นๆ แต่ชายหนุ่มรู้สึกราวกับถูกหักหน้าเป็นชิ้นๆ.. นัตย์ตาสีม่วงเข้มเบิกว้างมองร่างบางอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

 

อะไรนะ? ยะ.... อย่ามาตลกเลย เพท นี่... ” เซย์ยะพยายามฝืนยิ้มแห้งๆ “ ไหนบอกว่ามันแค่เกม.. ”

 

 

 

 

ใช่ มันแค่เกม ” แววตาสีทองมองเขานิ่ง “ เกมที่จบชีวิตไอ้มนุษย์เดรัจฉานพวกนั้น!!! ”

 

 

 

 

!!!! ” ขาทั้งสองราวกับไร้เรี้ยวแรง ชายหนุ่มซุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นห้อง นี่เขา...รวมมือฆ่าเพลยเยอร์ทุกคนมาตลอดเลยเหรอ? โดยที่เขาไม่รู้.... ทุกคนที่ตายไป...

 

 

 

 

แหมๆ ดูหน้าสิ นายไม่รู้อะไรเลยงั้นเหรอเซย์ยะ~~ ” เฮดิสเพียงเหลือบมองร่างบนพื้นด้วยสายตาสมเพช เขาหัวเราะเสียงสดใสแล้วก้มลงไปกระซิบข้างหูชายหนุ่ม “ ไม่รู้เลยสินะว่าตัวเองมันก็ฆาตกรน่ะ หึๆ ”

 

 

 

 

มะ ไม่จริง ”

 

 

 

 

นี่ โดโด้คุง ดูท่าหมอนนี่จะไม่ร่วมแผนการต่อแล้วนะ เอาแต่เป็นห่วงพวกนั้น ทั้งๆที่เป็นคนคุมเกมแท้ๆ อ่อ... นั้นสินะ ก็ถูกหลอกนี่น่า ฮะๆๆๆๆ ” เฮดิสหัวเราะอย่างสนุกสนานพร้อมเขย่าหัวเซย์ยะเล่น

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

 

อย่าเอาหมอนี่ไว้ต่อเลย อยู่ไปก็เกะกะป่าวๆ นี่น่ะ เรียกว่าอะไรน้า~~ อ้อ! นึกออกแล้ว!! 'กบฏ' ไงล่ะ ^^”

 

 

 

“ ….. ”

 

 

 

กำจัดหมอนี่กันเถอะ เอาแบบที่หาศพไม่เจอเลยดีมั้ย เผาไม่ไม่เหลือศาก หรือจะเอาไปโยนในอ่างฉลามดีล่ะ หืมๆๆๆ เอาไงดี โดโด้คุง~~~ ”

 

 

 

 

“ ….. ” ร่างของชายหนุ่มชาวูบไปหมด บางทีการตายของเขาอาจจะล้างบาปที่ทำต่อเพลย์เยอร์ที่ตายไปแล้วก็ได้ ถ้าเขาตายไปก็ไม่ต้องมือใครตายด้วยฝีมือเขาอีก...

 

 

 

 

 

เขาไม่ได้ยินเลยว่าเฮดิสกับเพทกำลังคุยอะไรกัน.... ดวงตาสีม่วงไม่ฉายแววใดๆราวกับร่างไร้วิญญาณ

 

 

 

 

นี่หรือจะ เอามันหั่นเป็นชิ้นๆแล้ว... ”

 

 

 

 

หุบปาก!!! ” ไม่ทันที่เฮดิสจะได้พูดจนจบเสียงของร่างบางก็ขัดขึ้น ดวงตาสีทองมองเฮดิสด้วยแววตาวาวจโรชน์จนร่างสูงได้แต่เงียบแล้วยกมือออกจากหัวเซย์ยะ “ ถ้านายพูดจาแบบนั้นใส่เซย์อีกล่ะก็ ชั้นจะฆ่านาย ”

 

 

 

 

เพท... ” เจ้าของดวงตาสีม่วงเข้มเลื่อนไปมองใบหน้าขาวใสของร่างบางอย่างเงียบๆ

 

 

 

เซย์ไม่ใช่กบฏ ” เด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ๆเซย์ยะแล้วก้มลงไปประคองหน้าของชายหนุ่มไว้ “ ไม่ว่ายังไงเซย์ก็ต้องเข้าใจแน่ๆ ถึงแผนการของชั้น เกมนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีทุกอย่าง ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

 

 

 

 

นี่! แต่หมอนี่ดูไม่เอาด้วยกับเราเลยนะ!!! ” เฮดิสหลุดตวาดลั่นออกมา

 

 

 

 

หุบปากซะ! นายไม่มีสิทธิ์มาพูดอะไร!! ” ร่างนั้นหันไปด่าเฮดิสเพียงชั่วครู่แล้วจึงรีบหันกลับมาพูดกับเซย์ยะต่อ

ไม่ว่าจะเป็นยังไงนายก็จะช่วยชั้นใช่มั้ย หืม เซย์? เหมือนที่เราสัญญากันไง จำได้มั้ย? ”

 

 

 

 

สัญญางั้นเหรอ...

 

 

 

 

นายจำมันได้ใช่มั้ย สิ่งที่นายสัญญาไว้... ว่านายจะ... ”

 

 

 

จะจงรักภักดี จะคอยอยู่ข้างๆเสมอ....ไม่ว่าจะต้องทำอะไร ” เขาไม่มีทางลืมมันได้.. สัญญาที่เขาเคยพูดเอาไว้

 

 

 

 

ตั้งแต่ตอนเด็ก ตอนที่พวกเขาโดนจับเป็นคู่หมั้นกัน ตอนที่พ่อแม่ของพวกเขาตาย....

 

 

 

 

เขาสัญญาไว้แล้วว่า ไม่ว่ายังไงก็จะไม่มีวันทิ้งคนตรงหน้า..

 

 

 

 

ใช่แล้วเซย์ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ” มือเรียวเล็กเลื่อนไปประคองมือทั้งสองของชายหนุ่มพลางช่วยพยุงให้เขาลุกขึ้นมายืน เซย์ยะเสมองไปทางอื่นอย่างสับสน แต่ร่างบางก็ไม่ได้สนใจอะไร

 

 

 

 

เพียงเขย่งตัวขึ้นประกบจูบชายหนุ่มอย่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน ราวกับกำลังมอบของขวัญปลอบโยนให้แก่เขา...

 

 

 

 

ไม่นานร่างนั้นก็ค่อยๆถอนจูบออกมาอย่างเชื่องช้า มือเล็กยังไม่ปล่อยออกจากคอของเซย์ยะแต่กลับค่อยๆเลื่อนตัวเข้าไปใกล้และกระซิบด้วยเสียงหวานยวนใจ “ ไม่ว่ายังไงนายก็ไม่มีวันทรยศชั้น ไม่มีวัน... ”

 

 

 

 

พูดจบมือนุ่มก็กุมมือร่างสูงไว้แน่นแล้วค่อยๆพาชายหนุ่มก้าวออกไปจากห้องมืด แต่ไม่ทันถึงประตูเด็กน้อยก็หันกลับมาพูดกับคนที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

 

 

 

 

เฮดิส หน้าที่ของนายมีแค่ช่วยเซย์ดูแลด่านต่อไป เมื่อถึงด่านสุดท้ายชั้นจะให้เซย์ดูแลคนเดียว เมื่อถึงตอนนั้นก็หมดหน้าที่ของนายแล้วล่ะ ”

 

 

 

 

หา! อะไรนะ!!! แต่... ” ชายหนุ่มเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่เขาก็ไม่ทันได้ขัดอะไร

 

 

 

 

จบด่านนี้ก็หมดหน้าที่นาย ถึงเวลาก็เตรียมออกไปซะ เก็บของไว้เลยยิ่งดี อ่อ! ลาก่อน ล่วงหน้า!! ” เมื่อสิ้นสุดคำพูด ร่างบางก็จับมือเซย์ยะเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เฮดิสยินนิ่งค้างอยู่คนเดียวในห้องกว้าง

 

 

 

 

แววตาสีดำสนิทมองประตูด้วยความโกรธแค้นดุจเปลวเพลิงกำลังเผาไหม้ นัตย์ตาที่สั่นระริกด้วยความขุ่นเคืองตวัดไปมองรอบตัวไปหยุด

 

 

 

 

โครม!

 

 

 

 

ชายหนุ่มเตะข้าวของที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรงจนมันกระเด็นไปคนล่ะทาง ขวดไวน์แดงพลันแตกกระจาย แหลกเละกลางพื้น ร่างสูงไม่ได้สนใจอะไรอยู่ดี

 

 

 

 

ตอนนี้ในใจเขามีแต่ความแค้น!!

 

 

 

 

หึ รักกันมากสินะ ” ริมฝีปากบางสวยหลุดพึมพำออกมาก่อนที่เขาจะพุ่งคว้าข้าวของใกล้ตัวมาข้วางใส่จอมอร์นิเตอร์จนมันแตกละเอียด ภาพบนจอพลันดับวูบไป

 

 

 

 

ชายหนุ่มหัวเราะลั่นราวกับคนบ้า เขากุมท้องตัวเองก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง นัตย์ตาสีดำเหลือบมองจอร์มอร์นิเตอร์สุดท้ายที่ฉายเหล่าเพลย์เยอร์ซึ่งอยู่ภายในห้องโถง

 

 

 

ทุกคนกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนานพลางหยอกล้อกันเล่น ทั้งสีหน้าจริงจังตอนคิดแผนการ ทั้งตอนที่ช่วยกันครุ่นคิด เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม …..น่าขยะแขยงชะมัด!!!! เขาเกลียดทุกสิ่งที่พวกนั้นทำ!!!!!!!!!

 

 

 

 

มีความสุขมากสินะ?

 

 

 

 

 

หึ แล้วจะได้เห็นดีที่ทำกับชั้นแบบนี้ ' เพทาย คาเมลอน ' ” ชายหนุ่มปราดมองไปที่ประตูอีกคร่า “ ทั้งแกแล้วก็คู่หมั้นของแก... เซย์ยะ เสตลสัน”

 

 

 

จนสุดท้าย เขาเลื่อนสายตามาจบที่ภาพของเหล่าเพลยเยอร์ “ รวมถึงพวกแกทุกคน... ”

 

 

 

มือนั้นคว้าขวานที่เสียบไว้ข้างตู้ดับเพลิงออกมาก่อนจะจามมันใส่จอมอร์นิเตอร์เข้าอย่างแรง!!!

 

 

 

" เกมหน้าพวกแกต้องตายทุกคน!!!!!! "

 

..........................................................................................................................

Alaxia ของเราเปิดเผยชื่อจริงแล้ว  
 'ผู้สร้างเกม' เองก็ใกล้จะเปิดเผยความลับออกมา!!!!!!
ตอนหน้าจะเป็นยังไง.... ทุกคนจะรอดมั้ย!!! อย่าติดตามอ่านต่อกันนะ  ><
เม้นกันด้วยจ้า =3= <3


 

 

41 ความคิดเห็น

  1. #22 Woofpy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 18:41
    เกลียดนกโดโด้ =..=^ เกลียด เฮดิสด้วยยยย

    งอนไรเตอร์ สามวิ
    #22
    0
  2. #21 _FaY_ (@noael) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 22:36
    อ่า เฮดิสเธอต้องการอะไรรรร = =
    #21
    0
  3. #20 Zero (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 21:11
    หว๋าาาา! เฮดิส!? เธอจะทำอัลไลลลล!!???
    #20
    0