Caucus Race

ตอนที่ 17 : Chapter 8 ' What is missing? '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ต.ค. 56

 



ร่างสูงของคราวก้าวผ่านบ้านหลังเล็กที่เรียงรายล้อมร่างกายพวกเขามานับ 50 หลังแต่ก็ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ นัตย์ตาสีโกเมนกวาดมองเพื่อนร่วมทีมอีกทั้งสองคนของเขาที่กำลังมองเข้าไปในบ้านเช่นเดียวกับตน

 

 

 

ไม่มีคนเลยนะครับ นี่มันก็มืดขึ้นเรื่อยๆแล้วด้วยสิ ”คามาระส่ายหัวไปมาแล้วเริ่มบ่น พวกเขาเดินกันมาเรื่อยๆได้ซักพักแล้วแต่ก็ยังไม่เจอใครเลย หรือมันจะเป็นร้าง?

 

 

 

เจ้าของดวงตาสีครามปราดมองไปยังปราสาทหลังใหญ่ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่บังตาเขาขึ้นแล้วจึงเอ่ยบ้าง

 

 

 

งั้นเราจะไปที่ปราสาทเลยมั้ยล่ะ เราก็สำรวจบ้านพวกนี้มาหลายชั่วโมงแล้วนะ ” ไม่ว่าจะบ้านหลังไหนก็ตกแต่งเหมือนกัน มีของเหมือนๆกัน ที่สำคัญคือทุกอย่างเป็นกระเบื้อง แถมไม่มีคนหรือสัตว์อาศัยอยู่เลย

 

 

 

นั้นสิ ” คราวทำท่าครุ่นคิดพลางพยักหน้าเห็นด้วย ชายหนุ่มรีบสาวเท้ายาวๆผ่านบ้านหลังเล็กสีส้มไป แสงไฟอ่อนที่ถูกแขวนประดับหน้าบ้านทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นทางเดินได้ชัด นัตย์ตาสีโกเมนไปหยุดเข้าที่บ้านหลังนึงที่อยู่ด้านซ้ายมือของเขา

 

 

ชายหนุ่มได้ยินเสียงราวกับกระเบื้องกำลังกระทบกันเบาๆ คราวหันไปแอตลาสและคามาระพลางยกมือขึ้นเชิงให้หยุดเดินก่อนที่เขาจะชะโงกหน้ามองผ่านกำแพงบ้านไป ร่างสูงค่อยๆย่างก้าวเข้าไปเรื่อยๆจนเจอเข้ากับบางอย่าง

 

 

 

แกรกๆ

 

 

 

เสียงกระเบื้องกระทบกันดังขึ้นเรื่อยๆ คราวพุ่งตัวออกมาจากหลังกำแพงจนชนเข้ากับบางอย่างตรงหน้า เขากระชากร่างนั้นขึ้นมาจากพื้นแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อร่างที่ถูกกระชากหันกลับมามองเขา

 

 

 

กระเบื้อง!! ” คราวเผลออุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อสิ่งมีชีวิตที่เขากระชากมามีร่างกายเป็นกระเบื้องทั้งหมด รูปร่างทุกอย่างมันเป็นมนุษย์หากแต่หน้าตาของมันเหมือนใช้สีวาดบนกระเบื้อง มันหันซ้ายหันขวาไปมาโดยที่สีหน้ายังยิ้มแย้มไม่เปลี่ยน

 

แอตลาสและคามาระที่เดินตามเข้ามามองภาพตรงหน้าอย่างงงๆก่อนที่จะชะงักกับเสียงกระเบื้องกระทบกันที่ดังไปทั่ว พวกเขาพยายามมองหาต้นเสียงแต่มันก็ดังขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นไม่หยุด

 

 

ทั้งสามพยายามมองไปรอบๆตัว และเผลอตกใจเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์เดินกู่กันเข้ามาเรื่อยๆ พวกมันเป็นกระเบื้องทั้งหมด สีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา พวกมันก้าวเข้ามาเรื่อยๆจนล้อมทั้งสามเอาไว้

 

 

 

เฮ้!! มันมาจากไหนกันเยอะแยะเนี่ย ” แอตลาสหันไปมองรอบๆซึ่งถูกล้อมเอาไว้หมดโดยมนุษย์กระเบื้อง

 

 

 

มันคงเป็นคนของเมืองนี้” คราวพูดขึ้นพร้อมพยายามแทรกตัวออกจากจุดที่พวกมันล้อมไว้จนฝ่าฟูงมนุษย์กระเบื้องพวกนั้นออกมาได้โดยมีแอตลาสและคามาระเดินตามมา

 

 

 

มันเหมือนตุ๊กตาเลยนะฮะ ” หลังที่เดินออกห่างฝูงชนนั้นมาได้ซักพักคามาระก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสทำให้สมาชิกทั้งสองคนในทัมหันกลับมามองนิดๆ

 

 

 

ตุ๊กตา?”

 

 

 

ก็แหม ไม่เปลี่ยนสีหน้าแถมยังเดินตรงไปเรื่อยๆเดินชนกำแพงบ้านก็ยังไม่เปลี่ยนทางอีก เหมือนตุ๊กตาที่ถูกตั้งไว้ให้เดินเข้าไปหาสิ่งมีชีวิตเลยนะครับ ” คามาระเอ่ยพร้อมรอยยิ้มและได้การพยักหน้าอย่างเข้าใจกลับจากคนในทีม

 

 

 

แบบนี้ดูท่าเราต้องไปที่ปราสาทแล้วสิ ขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปมีหวังได้โดนพวกตุ๊กตากระเบื้องนี่เบียดจนตายแน่ๆ”

 

 

 

นั้นสิครับ รีบขึ้นไปกันเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว ซินเดอเรลล่าน่าจะเต้นรำอยู่ในปราสาทนะครับ ”

 

 

สิ้นสุดคำพูด ทั้งสามก็รีบย่างก้าวผ่านทางยาวที่ปูด้วยพื้นกระเบื้องของหมู่บ้านไป ฝีเท้าของผู้มาเยือนหยุดลงที่สะพานซึ่งเชื่อมต่อกับปราสาทหลังใหญ่ ตัวปราสาทสีเงินอมฟ้าสะท้อนเข้ากับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจนเป็นประกายเงาวับ แอตลาสเงยหน้าขึ้นมองไปที่หน้าต่างปราสาท แสงไฟและเสียงดนตรีที่ลอดออกมาทำให้รู้ได้ว่าภายในกำลังมีงานเต้นรำอยู่แน่ๆ ทั้งสามก้าวผ่านสะพานเข้าไปภายในปราสาทหลังซึ่งถูกออกแบบและตกแต่งมาอย่างประณีต ชายหนุ่มก้าวเท้าผ่านประตูหลายบานจนมาหยุดที่ประตูบานใหญ่ที่มีทหารในชุดเกาะที่ยืนค้างนิ่งไม่ขยับอยู่หน้าประตู คราวและแอตลาสยกมือขึ้นพลักประตูใหญ่เข้าไป

 

 

 

เผยให้เห็นห้องโถงกว้างใหญ่ แสงไฟจากเชนเดอเลียอันหรูส่องประกายให้ความสว่างแก่ในห้องกว้าง เสียงดนตรีจังหวะเบาดังแผ่วไปทั่วงาน โต๊ะมากมายมีอาหารและเครื่องดื่มถูกจัดเตรียมไว้ พรมสีแดงที่วางยาวเป็นทาง รวมถึงตุ๊กตากระเบื้องรูปร่างเหมือนมนุษย์ที่อยู่ในชุดราตรีที่เต้นรำไปมาในงาน กลางงานมีบัลลังค์ตัวใหญ่ที่มีตุ๊กตากระเบื้องสวมมงกุฎและเครื่องยศต่างๆเอาไว้บ่งบอกถึงตำแหน่งเจ้าชาย

 

 

 

 

ตุ๊กตากระเบื้องนับสิบยังคงเต้นรำไม่เรื่อยๆไม่มีท่าที่สนใจผู้มาเยือนแม้แต่น้อย เพลย์เยอร์ทั้งสามคนได้แต่นิ่งเงียบมองเหตุการณ์ตรงหน้างงๆ ไม่นานแอตลาสจึงพูดขึ้น

 

 

 

ดูเหมือนทุกคนในเมืองและในปราสาทนี้จะเป็นกระเบื้องหมดเลยนะ ”

 

 

มันไม่สนใจเราซักนิด ” คราวกวาดมองรอบๆตน เขาลองสัมผัสไปที่ตัวตุ๊กตากระเบื้องที่เดินผ่านเขาไป แต่มันก็ไม่สนใจและยังเดินต่อไป

 

 

 

ว่าแต่ซินเดอเรลล่าอยู่ที่ไหนล่ะฮะ ” คามาระที่เดินไปมารอบๆงานเอ่ยขึ้น เด็กปลีกตัวไปเกาะที่หน้าต่างบานกว้างก่อนจะลอบถอนหายใจ

 

 

 

แบบนี้จะเอาไงล่ะเนี่ย ” ในเมืองก็ออกไปไม่ได้ ในปราสาทก็ไม่มีอะไรเลย พวกเขาควรหาทางติดต่อกับอีกทีมใช่มั้ย? แอตลาสอดคิดไม่ได้

 

 

 

เห งั้นเราคงต้องหาทางติดต่อกับอีกทีม อ๊ะ... ” คำพูดของเด็กหนุ่มหยุดลงเมื่อเขามองลอดผ่านหน้าต่างไปเห็นใครบางคน ใครบางที่ทำให้เขาต้องตกใจจนเผลออุทานขึ้น

 

 

 

พี่ชายของเขา!!!

 

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอย่างตกใจ พี่ชายของเขามาทำอะไรที่นี่!? เขาเข้ามาได้ยังไง คามาระถอยห่างจากหน้าต่างก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกแอตลาสและคราวกำลังมองหน้าเขาอยู่

 

 

เอ่อ คือ ผม....ผมอยากเข้าห้องน้ำน่ะครับ เดี๋ยวมานะครับ ” เด็กหนุ่มรีบตัดบทพลางวิ่งออกมาจากห้องโถงกว้าง

ฝีเท้าเล็กๆรีบก้าวออกมานอกปราสาทพลางมองหาพี่ชายของตน มือเรียวเล็กกระชากแขนของอีกฝ่ายที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ออกมาก่อนจะพูดขึ้น

 

 

 

พี่ครับ พี่มาทำอะไรที่นี่!!? ” ดวงตาสีม่วงสบตากับพี่ชายฝาแฝดของตนด้วยแววตาขุ่นเคือง

 

 

เอ่อ คามาระ ” โฮโนกะได้แต่ยิ้มแห้งๆให้กับห้องชายของตนก่อนจะพูดต่อ “ คือพี่เป็นห่วงนายน่ะ เลยอยากเข้ามาด้วย แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะไม่ให้ใครเห็นหรอก ”

 

 

ไม่ใครเห็นเหรอ เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก พี่รู้มั้ยผมเป็นห่วงพี่แค่ไหน? ผมจะบ้าตายอยู่แล้วนะ พี่มาทำไมกัน ” เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีครีมผสมชมพูเอ่ยอย่างหัวเสีย

 

 

ก็พี่แค่เป็นห่วงนาย ”

 

 

พี่ไม่ไว้ใจผมเหรอฮะ!!? ”

 

 

 

ไว้ใจสิแต่นายเป็นน้องพี่ พี่แค่เป็นห่วง ” ร่างบางก้มต่ำมองพื้นอย่างรู้สึกผิด เขารู้ดีว่าทำแบบนี้มันเสี่ยงแต่ทำยังไงได้ล่ะ เขาเป็นห่วงน้องชายของเขามากๆ น้องชายเขาคือคนที่อยู่กับเขามาตลอดถ้าน้องของเขาเป็นอะไรไปล่ะก็จะให้เขาใช้ชีวิตอยู่ยังไงกัน!?

 

 

 

แต่พี่ไม่ควรเข้ามาน่ะฮะ ”

 

 

พี่รู้ ”

 

 

มันเหมือนไม่ไว้ใจผม ผมต้องชนะแน่ฮะ พี่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะงั้นพี่กลับไปเถอะ ”

 

 

แต่!! ”

 

 

 

ถ้าพี่ไว้ใจผม พี่ควรกลับไป” ฝีเท้าเล็กๆของคามาระก้าวออกห่างจากพุ่มไม้โดยที่พี่ชายของเขายังส่งเสียงเรียกอยู่ เด็กหนุ่มพยายามให้มันกลับไป แต่แล้วเท้าของเขาก็หยุดชะงักไปเมื่อเสียงระฆังดังกังวาลลั่นไปทั่ว เด็กหนุ่มทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองหอระฆังสูงใหญ่ที่แนบอยู่กับตัวปราสาท

 

 

 

เด็กหนุ่มเหม่อมองระฆังที่สั่นไปมา แสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจนสามารถเห็นตัวระฆังได้ชัด สีทองม่นของมันสะท้อนเข้ากับเสียงจันทร์จนเป็นประกายสวย คามาระมองค้างจนไม่รู้ตัวเลยว่าระฆังหยุดไปได้ซักพักแล้ว เมื่อกี้มันสวยมากๆ เด็กหนุ่มเงียบไปก่อนจะหันกลับไปมองพี่ชายตนที่กำลังมองระฆังค้างไปอยู่เช่นกัน

 

 

 

 

เขารู้สึกผิด..

 

 

 

 

ที่เขาพูดจาแบบนั้นกับพี่ของตนไป เด็กหนุ่มรู้ตัวดีว่าเมื่อกี้เขาแค่กำลังโกรธมากๆที่เจอพี่เขาในเกม เขารู้ดีกว่าเกมนี่ทำให้พี่เขาก็ต้องลำบากมากแล้ว เขาไม่อยากให้พี่ของตนเป็นอะไรไปเลย เพราะงั้นเขาถึงเลือกที่จะเล่นแทน เขารักพี่ของเขามาก จนไม่อยากเสียไป

 

 

 

พี่ครับ ขอโทษ ” เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา แต่คนด้านหลังก็ได้ยินมันและพยักหน้านิดๆ

 

 

พี่ก็เหมือนกัน ”

 

 

พี่ครับ ” เดินหนุ่มหันหลังกลับมาเพื่อพยายามจะเดินกลับไปหาร่างบางที่อยู่ด้านหลังของเขา แต่ในขณะนั้นเองเด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา

 

 

ดวงตาสีม่วงอ่อนพยายามเพ่งมองไปในความมืดเมื่อแสงจันทร์ลับหายไปในก้อนเมฆ เด็กหนุ่มยืนนิ่งมองบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้ามา เสียงมันดังขึ้นเรื่อยๆมันพุ่งทะยานรอดพ้นผ่านความมืดออกมาเผยให้เห็นม้าสีดำสนิทร่างยักษ์ที่ลากรถม้ารูปฟักทองพุ่งเข้ามาทางเขา

 

 

 

คนขับไร้หน้าฟาดแส้ใส่ม้าอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้มันเร่งความเร็วไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มยืนนิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขาทั้งสองค้างแข็ง เด็กหนุ่มพยายามจะก้าวออกไปแต่ขาของเขามันก็ไม่ขยับ นัตย์ตาสีม่วงอ่อนๆสั่นระริกไม่หยุดเขารู้สึกได้ถึงเหงื่อสีใสที่ไหลมาอาบใบหน้าของเขา รถม้าแล่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนพุ่งมาตรงหน้าของเด็กหนุ่ม คามาระหลับตาลงไปและเมื่อรู้สึกตัวอีกที่ก็มีบางอย่างมาพุ่งใส่เขาจากด้านข้าง

 

 

ร่างบางเซกระเด็นไถลบนพื้นดิน เสียงดังสนั่นของรถม้าทมิฬคันยักษ์พุ่งชนเข้ากับบางอย่างจนดังสนั่นไปทั่ว

 

 

 

โครม!!!!

 

 

 

นัตย์สีม่วงค่อยกระพริบถี่ๆก่อนจะยกมือขึ้นปราดน้ำตาสีใสที่ไหลออกมาอาบใบหน้าของเขา

 

 

 

เขายังไม่ตาย!!!!?

 

 

 

เด็กหนุ่มมองรถม้าแล่นผ่านลับไปหลังปราสาทด้วยสายตางงๆ คามาระพยายามหาบาดแผลตามร่างกายของตนแต่ก็มีแต่รอยถลอก

 

 

 

 

ทำไมกัน????

 

 

 

 

เด็กพยายามครุ่นคิด แต่เมื่อเขามองไปตรงหน้าเขาก็ต้องนิ่งค้างเมื่อพบคำตอบ

 

 

พี่ครับ!!!!! ” คามาระร้องลั่นพร้อมพุ่งตัวไปยังจุดที่พี่ชายของเขานอนอยู่ เด็กหนุ่มมองหาร่างพี่ชายตนไม่ค่อยเจอจนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านเมฆมาทำให้เขาสามารถมองเห็นได้ชัดขึ้นและต้องทำให้เขานิ่งค้าง

 

 

 

ไม่!!!!!!! ” ร่างบางร้องลั่นอยากตกใจ มือเล็กสั่นไม่หยุด คามาระนิ่งค้างกับภาพตรงหน้า พี่ชายของเขานอนนิ่งอยู่อยู่บนพื้น ของเหลวสีชาติไหลทะลักออกมาทั่วพื้นดินแห้งกราก เด็กหนุ่มเขยิบเข้าไปใกล้ๆร่างพี่ชายของตนมากขึ้นเรื่อยๆจนเห็นได้ชัดว่าหน้าท้องของพี่ชายเขาฉีกเละจนเห็นเนื้อสีแดงสด ลำไส้และกระเพาะไหลทะลักออกมา

กองระเนระนาดอยู่บนท้อง กระดูกซี่โครงสีขาวม่นเสียบแทงทะลุกปอดจนออกมาบนร่างของเด็กหนุ่ม บนร่างของเขามีรอยจากการทับของล้อจากรถม้ายาวเป็นทาง

 

 

คามาระได้แต่นั่งนิ่งค้างและปล่อยให้น้ำตาไหลทะลักออกมาไม่หยุด เด็กหนุ่มกีดร้องลั่น เขากุมขมับตัวเองและส่ายหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง

 

 

 

พี่ตายเพราะเขา!!!!

 

 

 

พี่ตาย!!!

 

 

 

พี่เขาตาย!!!!

 

 

 

เด็กหนุ่มกีดร้องอย่างทุกข์ทรมานก่อนจะกอดร่างที่เกือบจะขาดครึ่งมากอดแน่น เด็กหนุ่มซบหน้าลงบนศพที่ยังอุ่นๆของพี่ชายตนแล้วได้แต่นึกทบทวนเขาพูดของพี่ชายตนไปมา

 

 

 

 

พี่รักนายนะ คามาระ !!

 

 

 

พี่จะปกป้องนายเอง!!!

 

 

 

นายคือคนสำคัญที่สุดสำหรับพี่!!

 

 

พี่ครับ ” เด็กหนุ่มร้องไห้ออกมาจนแทบไม่ได้ยินเสียงของตนเอง นัตย์ตาสีม่วงอ่อนเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย เด็กหนุ่มนั่งนิ่งค้างไม่ขยับจนเขานึกขึ้นได้ถึงคำพูดของ Alaxia

 

 

 

' ถ้านายชนะเกมนายจะได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเงินทอง ทรัพย์สิน หรืออะไรก็ตาม '

 

 

 

ถ้าผมชนะ... ” ก้อนเมฆหน้าทึบลอยผ่านเข้ามาบังแสงจันทร์จนท้องฟ้ามืดสนิท เด็กหนุ่มที่นิ่งค้างพึมพำขึ้นกับตัวเองไม่หยุด

 

 

 

 

ถ้าผมชนะ....พี่จะกลับมา ถ้าผมชนะ....พี่ ” เด็กหนุ่มเอ่ยพึมพำกับตัวเองไปมาก่อนจะระบายยิ้มอย่างบ้าคลั่งพร้อมหัวเราะลั่น น้ำตาสีใสไหลออกมาไม่หยุดจนอาบไปทั่วหน้าของเด็กหนุ่ม คาบเลือดจากร่างที่ตนกอดเลอะเต็มร่างกายของเด็กหนุ่มไปหมด ริมฝีปากบางสวยยังไม่หยุดหัวเราะได้แต่พึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุข

 

 

 

 

ผมจะฆ่าๆๆๆๆๆๆ พี่จะต้องกลับมา ถ้าผมชนะ... พี่จะต้องกลับมา ต้องฆ่ามัน!!! ” เด็กหนุ่มยิ้มหวานให้กับร่างในอ้อมกอดตนแล้วก้มลงจูบหน้าผากของร่างที่เขากอดแน่น ร่างบางยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

 

 

 

เฮ้ รถนั้นหายไปไหนแล้ว ” คามาระสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวเข้ามาเรื่อยๆ เด็กหนุ่มจำสียงนั้นได้ เสียงของ เรเวน โทริ

 

 

คงพุ่งไปแถวปราสาทนั้นล่ะ ” นั้นก็เสียงของกีตาร์

 

 

 

นั้นสิ ตามมาเร็วไอริส อาคาซึกิ ” เด็กหนุ่มนั่งนิ่งค้างฟังเสียงของผู้เล่นอีกทีมที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้เขา ร่างบางเหม่อมองท้องฟ้าที่มืดสนิทแล้วกอดศพของพี่ชายตนไว้แน่น แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในใจของเขา

 

 

 

' ห้ามให้ใครจับได้ว่าพวกนายมี 2 คน '

 

 

' ถ้าถูกจับได้จะเป็นยังไงเหรอครับ'

 

 

' Game over พวกนายจะต้องตาย '

 

 

 

ใช่แล้ว!!! เขาจะให้ใครรู้ได้ว่าเขากับพี่ชายคือคนละคน ทำยังไงดี พวกนั้นกำลังวิ่งเข้ามา

 

 

คามาระมองไปรอบๆกายก่อนจะรีบแบกร่างพี่ชายของตนที่อยู่สภาพลำไส้ไหลทะลักขึ้นมาพลางพยายามถอยหลังไปในพุ่มไม้ แต่อาจจะเพราะความโชคร้ายหรือดวงซวยอะไรซักอย่าง สภาพเกือบขาดครึ่งของพี่ชายเขาทำให้เด็กหนุ่มแบกร่างของพี่ชายตนยากขึ้น ไหนจะลำไส้และกระเพราที่ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลสาดเต็มพื้นดินแห้งกราก เด็กหนุ่มหยิบชิ้นส่วนของพี่ชายเท่าที่จะหยิบมาได้แล้ววิ่งเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้

 

 

 

ไม่นานนักร่างของสมาชิกทั้งสี่จากทีมที่เหลือก็วิ่งเข้ามา โดยมีเรเวนเป็นคนนำ มือของเรเวนแบกร่างของกีตาร์เอาไว้แน่น ร่างสูงวิ่งเข้าประตูประตูปราสาทไป ตามด้วยไอริสและอาคาซึกิที่วิ่งตามมา โชคดีที่แสงจันทร์ถูกเมฆบังอยู่ พวกเขาคงจะไม่เห็นเลือดที่กองอยู่ที่พื้น

 

 

เด็กหนุมในชุดผ้าคลุมสีแดงยืนนิ่งและค่อยๆมองไปรอบตัวทำให้คามาระรีบหลบลงไปหลังพุ่มไม้ ไอริสที่เห็น

อาคาซึกิหยุดวิ่งก็เริ่มถามขึ้น

 

 

 

มีอะไรงั้นเหรอ? ”

 

 

ผมได้กลิ่นเลือด ” ร่างบางหันไปมองรอบๆ แต่ก็มีเพียงความมืดจนแทบมองไม่เห็นอะไร เด็กหนุ่มยักไหล่เบาๆก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง “ บางทีผมอาจป่วยจนได้กลิ่นเพี้ยน ”

 

 

เรารีบเข้าไปเถอะ ” ว่าจบไอริสและอาคาซึกิก็รีบย่างก้าวเข้าปราสาทหลังใหญ่ไป

 

 

เด็กหนุ่มได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเหม่อมองพระจันทร์สีนวลอย่างไร้จุดหมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

นั้นไง ประตูห้องนั้นต้องเป็นห้องพระโรงแน่ๆ ” เรเวนชี้ไปที่ประตูบานใหญ่ตรงหน้า ขาเรียวยาวหยุดลงที่หน้าประตูก่อนจะพลักมันเข้าไป แสงสว่างจ้าของเชนเดอร์เลียทำให้ชายหนุ่มที่เดินผ่านความมืดมานานต้องยกมือขึ้นปิดตาตนเล็กน้อย เรเวนกรชับแขนตนที่จับกีตาร์อยู่อีกครั้งแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องกว้าง ไอริสและอาคาซึกิเองก็เดินตามเข้ามา ดวงตาสีทองของชายหนุ่มหยุดลงที่แอตลาสและคราวที่กำลังสู้อยู่กับอะไรบางอย่างอยู่

 

 

เฮ้!!! ” กีตาร์โบกมือเรียกให้ทั้งสองคนหันไปกลับมามองก่อนจะรีบถอยหลังกลับมาตั้งหลักใกล้ๆพวกเรเวน

 

 

ไง เจออะไรบ้าง ” คราวเอ่ยทักถ่ายโดยไม่ลืมหันกับไปมองสิ่งที่เกี่ยบจะฆ่าเขาแล้ว เหล่าหุ่นกระเบื้องที่เต้นรำไปมาตอนนี้กลับลอยหมุนไปมาราวกับเป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาทหาร ผู้คน หรือเจ้าชายก็กำลังลอยหมุนไปมาโดยที่ตรงกลางพายุตุ๊กตากระเบื้องนั้นมีหญิงสาวไร้หน้าในชุดราตรีสีฟ้าคริสต้ากำลังหมุนไปมาพร้อมร้องเพลงด้วยเสียงใส

 

 

เธอหมุนไปมาพลางกอดตุ๊กตากระเบื้องราวกับกำลังเต้นรำ รอบๆตัวเธอมีแม่มดชราชุดสีน้ำเงินเข้มขี่ไม้กวาดเก่าๆบินรอบ มันชี้ไม้คทาสีน้ำตาลยาวมาทางแอตลาสและคราวก่อนจะเกิดประกายแสงสีเขียวสว่างวาบที่พุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวกเร็ว แอตลาสกระโดดหลบไปอีกทางพลางหันมามองพื้นที่พุกร่อนด้วยของเหลวสีเขียวเข้มอย่างตกใจ

 

 

 

เฮ้ย ระวัง ” ไอริสรีบร้องขึ้นเมื่อแม่มดกำลังยื่นไม้คถามาทางพวกเขาอีกครั้งแล้วระดมยิงของแสงสีขาวที่พุ่งออกมาจากปลายไม้คถานับไม่ถ้วน

 

 

กำแพงกระเบื้องแตกกระจายเมื่อโดนลำแสงนั้นเข้าไป เพลย์เยอร์แต่ละหลบกันไปคนละทาง แม่มดนั้นหัวเราะเสียงแหลมแล้วเสกเสกแสงสีเขียวมาทางเรเวน

 

 

 

เรเวน ” กีตาร์พุ่งพลักร่างเรเวนให้หลบไปทันแล้ววิ่งไปหลบหลังประตู แอตลาสที่หมอบอยู่หลังโต๊ะใหญ่หันไปมองหน้าคราวที่แนบเสาอยู่แล้วเอ่ยขึ้น

 

 

เท่าที่สังเกต แม่มดนี่มันปล่อยเวทมนต์ได้ 2แบบ แสงสีขาวเป็นเวทย์ทำลาย และสีเขียวเป็นพิษ ”

 

 

อืม ซินเดอเรลล่าดูท่าจะไม่หยุดเต้นเลยนะ ”

 

 

เอาไงล่ะ? ” แอตลาสหันไปมองเรเวนและกีตาร์ที่หลบอยู่หลังประตู ต่อด้วยไอริสด้วยหลบที่หลังกำแพงไม่ไกลจากเขานัก จบด้วยคราวที่หลบหลังเสา เขาเห็นแม่มดที่บินไปมาเหมือนกำลังมองหาพวกเขาแล้วตะโกนขึ้น

 

 

ทุกคน แยกกันไปคนละทาง เห็นแสงสีขาวแล้วให้หลบมันยิงไม่ค่อยโดนแต่มันเป็นเวทย์ทำลายระวังโดนลูกหลงจากของรอบๆตัว แล้วก็อย่าโดนเวทย์สีเขียวล่ะมันเป็นพิษ ” ไอริสและคราวหันมาพยักหน้าอย่างเข้าใจ รวมถึงเรเวนและกีตาร์ที่ฟังอยู่หลังประตู ชายหนุ่มแอบกังเกตเห็นร่างบางในชุดผ้าคลุมสีแดงที่นั่งนิ่งอยู่ข้างกำแพง เขาพุ่งหลบแสงสีเขียวที่แม่มดชรายิงมาแล้วรีบคว้าร่างของอาคาซึกิพร้อมโยนให้เรเวนที่ยืนรอรับอยู่หลังประตูแล้ว

 

 

 

เรเวนรับร่างบางจากแอตลาสแล้ววางอาคาซึกิไว้นอกห้องโถง เด็กหนุ่มสลบเพราะพิษไข้ไปแล้ว แบบนี้คงไม่ตื่นมาง่ายๆ ก็ไม่แปลก เขาป่วยอยู่แต่ต้องมาวิ่ง ต้องหนี ต้องสู้แบบนี้คงไม่ไหวแน่ๆ

 

 

 

เรเวนหันกลับไปหากีตาร์ที่พยักหน้าอย่างรู้งาน ทั้งสองวิ่งเข้าไปในห้องโถงกว้าง ลำแสงสีขาวของแม่มดปล่อยออกไปทั่วจนกำแพงเริ่มถล่มลงมา เพลย์เยอร์แต่ละคนวิ่งไปคนละทางจนแม่มดเล่งยิงเวทย์แทบไม่ทัน มันเสกเวทย์มาเป็นชุดใหญ่ กำแพงกระเบื้องสีฟ้าค่อยๆถล่มลงมาเพราะพลังทำลายล้างของเวท เรเวนคว้าร่างกีตาร์มาไว้ใกล้ๆ

 

 

 

แม่มดชราพุ่งตัวลงต่ำด้วยไม้กวาดมันทะยานผ่านเสาที่คราวหลบอยู่ก่อนจะปล่อยแสงสีเขียวกระจายไปทั่ว คราวถอยหลบผ่านกำแพงที่ใกล้ถล่มไป ใกล้ๆนั้นแอตลาสยังคงโบกมือล่อแม่มดให้บินตามมา ชายหนุ่มวิ่งเข้าใกล้ๆกำแพงที่กำลังถล่มเพื่อล่อให้มันปล่อยเวทย์ ร่างสูงก้มหลบเพื่อหลบเวทย์ที่มันปล่อยมา แต่มันกลับปลีกตัวออกไป

เรเวนจึงรีบกระโดดเข้าคว้าปลายไม้กวาดมันแล้วโยนมันเข้าไปยังกำแพงที่จะถล่ม ชายหนุ่มแทบยั้งมือไม่ทัน

 

 

กีตาร์ยื่นอยู่ตรงนั้น!!?

 

 

ขาของร่างบางมีเลือดไหลถลักออกมา แผลเก่าคงโดดกำแพงถล่มใส่แน่ๆ เรเวนพุ่งเข้าไปกอดกีตาร์เอาไว้ ตัวของทั้งสองพุ่งชนแอตลาสที่ยื่นอยู่ด้านหลังพวกเขา

 

 

 

 

เฮ้ย!! ” ทั้งสามพุ่งตัวเข้าไปในห้องแคบที่เชื่อมต่อกับห้องโถงเช่นเดียวกับแม่มด กำแพงถล่มลงมาเรื่อยๆจนปิดทางออกระหว่างห้องแคบนั้น

 

 

พวกนายเป็นอะไรมั้ย ” เสียงไอริสที่ดังลอดเข้ามาเรียกสติให้เรเวนที่ค่อยพยุงตัวขึ้นตอบกลับไปเบาๆ

 

 

อืม โอเค พวกนายจัดการกับซินเดอเรลล่าไปเถอะ เดี๋ยวพวกชั้นจะดการแม่มดเอง ” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปมองกีตาร์ที่นอนอยู่ไม่ไกล “ กีตาร์!!! ”

 

 

เรเวน ” ร่างบางที่ถูกพยุงเข้ามามองหน้าชายหนุ่มที่กอดเขาแล้วจึงพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ นายเลือดไหล ”

 

 

หืม แค่นี้เอง ” เรเวนปราดเลือดที่อาบหน้าเขาแล้วฉีกยิ่มบางๆให้กีตาร์ มือเรียวยาวของชายหนุ่มคว้าขาของกีตาร์มาดู เลือดเหลวๆไหลออกมาเต็มไปหมด

 

 

โอ๊ย ” กีตาร์ร้องขึ้นเมื่อเรเวนจับที่แผลของเขา ชายหนุ่มมองอาการของกีตาร์แล้วรีบฉีกเขนเสื้อของตนออกมาพันแผลที่ขาของกีตาร์

 

 

จับไว้นะ เดี๋ยวเลือดก็หยุดไหล ”

 

 

อืม ” ร่างบางส่งยิ้มหวานกลับไปแล้วสบตากันเงียบๆ แต่เหมือนจะรีบไปเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่พวกเขา

 

 

เฮ้ยๆๆ พลักชั้นเข้ามาแล้วยังจะมาสวีตกันอีก ” เสียงบ่นอุบอิบของแอตลาสทำให้ทั้งสองหันไปคนละทาง

แอตลาสพยุงตัวลุกขึ้นพลางมองไปทั่วห้อง ภายในแคบๆที่เพียงบันไดหมุนวนสูงขึ้นไป เหนือหัวของพวกเขามีระฆังสีทองม่นแขวนอยู่ ทำให้รู้ได้เลยว่าที่นี่คือ หอระฆัง

 

 

 

ทางออกทางเดียวคือนั้น! ” แอตลาสชี้ไปที่เหนือหัวพวกเขา สุดทางของบันไดหมุนวนมีประตูบานเล็กซึ่งน่าจะเชื่อมต่อกับห้องโถงเอาไว้ กำแพงก็ถล่มปิดทางเข้าด้านล่างแบบนี้ไปแล้ว ทางหนีเดียวคงต้องเป็นด้านบน นัตย์ตาสีครามหันไปหยุดลงที่แม่มดชราที่บินไปมาด้วยไม้กวาด มันเห็นเขาเข้าเลยรีบปล่อยเวทสีขาวใส่เขา

 

 

แบบนี้ดูท่าจะไม่ง่ายแล้วแฮะ ”

 

 

กีตาร์รอตรงนี้นะ ” เรเวนหันไปมองแอตลาสที่วิ่งขึ้นบันไดไปเพื่อล่อแม่มดให้ตามเขา นัตย์สีทองหันกลับไปมองกีตาร์ที่นั่งมองเขาอยู่เงียบๆ

 

 

 

อืม ระวังตัวด้วยนะ เรเวน ” กีตาร์ฉีกยิ้มนิดๆทำให้ร่างสูงลูบหัวเขาแล้วรีบวิ่งตามแอตลาสขึ้นไป ร่างบางได้แต่มองทั้งสองวิ่งขึ้นบันไดหมุนไปด้วยแววตาเป็นห่วง เขาอยากจะช่วยแท้ๆ แต่เพราะแผลนี่ทำให้เขาขยับไม่ได้เลย

 

 

 

 

 

ได้โปรดอย่าเป็นอะไรเลยนะ เรเวน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ ซินเดอเรลล่าไม่มีท่าที่จะลงมาเลยซักนิด ” คราวยืนมองร่างของหญิงสาวในชุดราตรีที่กำลังเต้นรำกับตุ๊กตากระเบื้องรอบกายอย่างสนุกสนาน เธอยังคงร้องเพลงด้วยเสียงใสๆไม่หยุด

 

 

เราจะไปเอารองเท้าแก้วนั้นยังไง? ” ไอริสชี้ไปที่รองเท้าแก้วใสที่ปลายเท้าของซินเดอเรลล่าก่อนจะมองหน้าคราว

 

 

คงต้องไปแย่งมาล่ะนะ ”

 

 

ยังไงล่ะ เธอลอยอยู่สูงซะขนาดนั้น ”

 

 

หาอาวุธไง ” คราวพูดพลางชี้ไปที่ปืนยาวแบบยุโรป รวมถึงดาบและหอกที่วางระเกะระกะอยู่ข้างกำแพง

 

 

จัดไป! ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แฮกๆๆ ” เสียงเหนื่อยหอบของร่างสูงดังขึ้นเมื่อเขาก้าวผ่านบันไดมานับ 100 ขั้นแต่มันก็ไม่ถึงด้านบนสุดซักที เรเวนโดดหลบลำแสงสีขาวของแม่มดที่ปล่อยใส่เขาจนบันไดถล่มลงไป ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าผ่านบันไดหมุนขึ้นไปเรื่อยๆ แอตลาสเองก็หันกลับมามองเรเวนเป็นบางครั้งคราวและรีบวิ่งต่อไป

 

 

 

 

เราไม่มีอาวุธอย่างน้อยควรหาอะไรมาจัดการมัน ” ชายหนุ่มผมดำหันกลับมาพูดเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่ขั้นก็จะถึงสุดบันไดแล้ว ร่างสูงที่วิ่งตามมาหันกลับไปมองแม่มดชราที่บินว่อนผ่านร่างเขาไป มันเสกเวทย์สีเขียวพุ่งเข้าใส่เขาทำให้ชายหนุ่มต้องถอยหลังลงมา แต่ก็ต้องเซจนเกือบล้มตกบันไดไปเมื่อแม่มกยิงเวทย์ทำลายมาอีก บันไดแตกหักไปเรื่อยๆจนแทบถล่ม เรเวนก้มมองลงไปด้านล่างบันไดที่เขาเกือบตกไป กีตาร์ยังค่อยโบกมือแผ่วๆมาให้เขา ชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองนิดๆก่อนจะตะโกนเรียกแอตลาสที่ยืนหันหลังให้กลับประตูซึ่งเชื่อมต่อกับห้องโถง

 

 

 

หาอะไรขัดขวางมัน ”

 

 

 

ชายหนุ่มกวาดมองรอบๆกายก่อนจะหยิบเศษหินที่เกิดจากการถล่มลงมาของกำแพงขึ้นมาพร้อมโยนมันเข้าใส่ระฆังสีทองม่นที่อยู่เหนือหัวของเขา เสียงระฆังดังกังวาลสนั่นไปทั่วจนทั้งสามตกยกมือขึ้นปิดหู แม่มดที่กำลังบินด้วยไม้กวาดก็กรีดร้องเสียงแหลม มันบินเบี้ยวไปมาราวกับกำลังควบคุมสติตัวเองไม่ได้

 

 

 

แอตลาสเห็นแบบนั้นเลยรีบหยิบเศษหินก้อนใหญ่กว่าเดิมมาขว้างใส่ระฆังอย่างรุนแรง มือของชายหนุ่มคว้าดาบเล่มคมที่ถูกวางทิ้งไว้ที่ข้างประตูมาพร้อมกระโจนไปจับเชือกเส้นหนาที่ล่ามระฆังเอาไว้ ร่างสูงถีบตัวจากระฆังพุ่งเข้าใส่ร่างแม่มดที่บินพร้อมฟาดดาบใส่มัน มันเบิกตากว้างอย่างตกใจแล้วจึงรีบบินหนีแต่ก็ถูกปลายดาบตวัดใส่ไม้กวาดจนร่างกายมันล่วงหล่นมาทางเรเวนที่ยื่นรออยู่ ชายหนุ่มกระชากมีดประจำตระกลูออกมาแล้วแทงเข้าที่อกข้างซ้ายของร่างแม่มด มันกรีดลั่นแล้วค่อยๆเหี้ยวแห้งจนแหละสลายไปในที่สุด เรเวนสะบัดมีดที่เปื้อนคาบเลือดสีเขียวหันไปมองหน้ากีตาร์ที่นั่งยิ้มอย่างดีใจอยู่ด้านล่าง

 

 

แม้ว่าเขาจะมองเรเวนและแอตลาสแทบไม่เห็นเพราะมองจาดด้านล่างนี้บันไปนั้นมันสูงมาก แต่เขาก็พอจะรู้ว่าตอนนี้พวกเขาจัดการแม่มดได้แล้ว

 

 

 

เรเวนหันไปมองแอตลาสที่ส่งยิ้มมาให้เขาและยื่นมืออกมาด้านหน้าเชิงให้เขาเดินตามขึ้นไป ชายหนุ่มก้าวเท้าขึ้นบันไดไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่แล้วบันไดที่เกิดรอยร้าวเพราะเวทมนต์ของแม่มดก็ค่อยๆแหลกสลายลง

 

 

 

ราวกับเป็นฉากช้าๆ บันไดที่เรเวนยืนอยู่ค่อยๆถล่มลงไป มือเรียวยาวของชายหนุ่มคว้าขอบบันไดขั้นสุดท้ายเอาไว้ได้ทัน เรเวนพยายามออกแรงเพื่อดึงตัวเองขึ้นไป แอตลาสที่ยืนมองอยู่ก็ได้แต่นิ่งค้าง เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าพลางครุ่นคิดกับตนเอง

 

 

 

 

เขาควรจะช่วยเรเวนดีมั้ย???

 

 

 

 

นั้นคือสิ่งที่ดังวนไปมาในใจของเขา

 

 

 

 

แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องฆ่ากันไม่ใช่เหรอ???

 

 

 

 

ถ้าเรเวนตายตั้งแต่ตอนนี้ไม่ดีสำหรับเขารึไงกัน? นัตย์ตาสีครามเป็นประกายสวยมองร่างที่แกว่งไปมาในอากาศด้วยความรู้สึกหลายอารมณ์ เรเวนเริ่มเกาะไม่ไหวเรี่ยวแรงของชายหนุ่มกำลังหดหายไปเรื่อย

 

 

 

แอตลาสได้แต่ครุ่นคิดอยู่ซักพักจนในที่สุดชายหนุ่มก็เดินออกไปแล้วยื่นมือไปหาร่างสูงตรงหน้า เรเวนสบตากับเขาและยื่นมืไปหาแอตลาส และในขณะนั้นเองบันไดขั้นบนสุดก็ได้แตกสลาย เศษหินชิ้นเล็กถล่มลงมา ร่างของ

เรเวนร่วงหล่นลงไป เสี้ยวมือของเขาสัมผัสกับมือของแอตลาสไปแล้ว นัตย์ตาสีครามได้แต่มองเรเวนล่วงลงไปด้วยสายตานิ่งค้าง ชายหนุ่มชกกำปั้นในพื้นอิฐอย่างหัวเสียก่อนจะสบถเสียงดังลั่น

 

 

 

x!!! ”

 

 

 

เรเวนรู้สึกราวกับรอบตัวเป็นฉากสโลโมชั่น เศษหินรอบๆตัวเขากำลังล่วงหล่น ร่างเขากำลังร่วงลงไป เขาแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย กีตาร์เบิกตากว้างมองเขา

 

 

 

 

เด็กหนุ่มดำลังตะโกนว่าอะไรกันนะ?

 

 

 

 

เฮ้อ น่าเบื่อจัง สุดท้ายเขาต้องตายงั้นเหรอ ตายโดยที่ไม่ได้บอกความรู้สึกนั้นกับกีตาร์เนี่ยนะ

 

 

 

เรเวนมองระฆังตรงหน้าของตน นัตย์ตาสีทองปิดลง

 

 

 

ให้ตายสิ สุดท้ายแล้วเขาก็ปกป้องไว้ไม่ได้ ขอโทษนะ กีตาร์ ชั้นปกป้องนายไม่ได้แล้ว

 

 

 

หยาดน้ำตาสีไหลอาบลงมาจากดวงตาที่ปิดสนิทของชายหนุ่ม ริมฝีปากคู่สวยกรีดยิ้มกว้างก่อนจะพึมพำเสียงเบา

 

 

 

กีตาร์ ชั้นรักนาย ”

 

 

ร่างของเรเวนล่วงหล่นใส่เศษหินที่ถล่มลงมาเข้าอย่างจัง ของเหลวสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นห้อง กีตาร์ที่นั่อยู่งเบิกตากว้างพร้อมยกมือขึ้นปาดเลือดที่กระเด็นมาโดนหน้าเขาก่อนจะร้องลั่น

 

 

 

เรเวน!!!!!!! ” เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มลงเพราะความเจ็บป่วยที่แผลตรงขา ร่างบางสบถกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นต่อ “ โถ่เว้ย! ”

 

 

 

กีตาร์พยายามคลานผ่านเศษหินที่ถล่มลงมาอย่างทุกข์ทรมาน เด็กหนุ่มไม่สนใจเลือดที่ไหลตรงขาเขาเลยซักนิก ไม่ว่ายังไง เขาก็ต้องไปหาเรเวนให้ได้!!

 

 

 

มือเรียวเล็กเอื้อมไปถึงร่างที่โชกไปด้วยเลือดของเรเวน เขายันตัวขึ้นมาเหนือร่างนั้นก่อนจะก้มลงกอดแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลอาบทั่วใบหน้าตนอย่างบ้าคลั่ง

 

 

เรเวน ฮึก นายอย่าตายนะ ฮึก กลับมาสิ เรเวน กลับมาหาชั้น ได้โปรด อย่าทิ้งชั้นไป ” ฝ่ามือเล็กๆลูบคาบเลือดสีแดงออกจากใบหน้าหล่อก่อนจะยกขึ้นปราดน้ำตาบนหน้าตน เด็กหนุ่มปล่อยโฮออกมาไม่หยุดเขาเงยหน้าขึ้นมองอีกบุคคลที่กำลังยื่นอยู่ที่ทางเชื่อมต่อไปที่ห้องโถง

 

 

 

แอตลาสก้มมองร่างโชกเลือดของเรเวนซึ่งถูกกีตาร์กอดเอาไว้ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น

 

 

ใช่สิ! เขาต้องรีบไป แบบนี้เกมจะไม่จบ คนจะยิ่งตายมาขึ้นอีก

 

 

 

ชายหนุ่มมองเบื้องล่างอีกครั้งก่อนจะเดินหายลับเข้าความมืดไป เด็กหนุ่มผู้มองขึ้นไปได้แต่นิ่งค้าง เขามองไม่เห็นว่าสีหน้าแอตลาสเป็นยังไง ถึงจะมองจากด้านล่างนี่ไม่ค่อยชัดก็ตามที่ แต่เขาเห็นตอนที่เรเวนจะตกมา แอตลาสได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ เขาไม่ยอมเขามาช่วย จนสุดท้ายเรเวนต้องตกลงมา

 

 

 

เด็กหนุ่มปราดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด มือเรียวเล็กโอบกอดร่างเรเวนเอาไว้ เด็กหนุ่มซบหน้าลงไปที่อกที่ไร้ชีพจรของอีกฝ่าย มือของเขาสัมผัสได้ถึงของแข็งบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเรเวน เด็กหนุ่มล้วงมันออกมาก่อนจะจ้องมองมันนิ่งๆ

 

 

มีด!?

 

 

 

กีตาร์กำมันแน่นก่อนจะมองขึ้นไปเหนือหัวของเขา น้ำตาสีใสอาบไปทั่วใบหน้าสวย เด็กหนุ่มร้องตะโกนลั่นพลางมองประตูที่เชื่อมห้องโถงด้วยแววตาวาวจโรชน์

 

 

 

แอตลาส แกต้องตาย!!!! ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้ย ใกล้จะหมดซักที กระสุนใกล้จะหมดแล้ว ” ไอริสตะโกนเรียกคราวที่กำลังฟันหุ่นกระเบื้องจนขาดครึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขา เด็หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองซินเดอเรลล่าที่กำลังเต้นรำไม่หยุดอยู่ที่บนหัวเขา ตุ๊กตากระเบื้องเหลือเพียงไม่กี่ตัวหลังจากที่พวกเขาจัดการมันไป

 

 

 

ในตอนแรกไอริสพยายามยิงไปที่ร้องเท้าแก้วนั้น เมื่อซินเดอเรลล่าหันมามองพวกเขา เธอก็เต้นรำกับหุ่นกระเบื้องแล้วปล่อยมันลงมา พวกมันมีชีวิตขึ้นมาแล้วมาสู้กับพวกเขา เมื่อซินเดอเรลล่าเต้นรำกับหุ่นกระเบื้องตัวไหนมันก็จะมีชีวิตขึ้นมา ยิ่งหุ่นกระเบื้องที่เป็นหุ่นทหาร มันมีอาวุธและสามารถใช้มันได้ ทำเอาพวกเขาลำบากไม่น้อย

 

 

ตอนนี้ข้างกายซินเดอเรลล่าเหลือเพียงหุ่นเจ้าชาย และหุ่นทหารอีก 3-2 ตัว

 

 

ซินเดอเรลล่าเต้นรำหมุนวนเหล่าหุ่นทหารกระเบื้อง ไม่นานพวกมันก็พุ่งตัวลงมาทางพวกเขา ทหารสองคนถือดาบไว้ในมืด อีกคนถือปืนเอาไว้ มันยิงมาทางไอริสจนเด็กหนุ่มต้องกระโดดหลบพลางถีบตัวกับกระเบื้องขึ้นมายิงสวนไป คราวกันดาบจากพลทหารทั้งสองที่จามดาบเข้ามาไม่ยั้ง ชายหนุ่มกระชากตัวหุ่นทหารเข้ามาใกล้พร้อมตวัดขาเข้าใส่มันจนหน้าท้องแตกสลาย ไม่รอช้าคราวฟาดดาบเล่มคมเข้าใส่ทหารตรงหน้าทำให้ร่างของทหารแตกเป็นเศษไป

 

 

 

 

เหลือแต่เจ้าชาย ” ไอริสที่สอยพลปืนไปแล้วชี้ไปที่หุ่นกระเบื้องตัวสุดท้าย ซินเดอเรลล่าใช้แขนเล็กๆของเธอโอบร่างนั้นเอาไว้ก่อนจะเต้นรำไปมาอย่างสนุกสนานราวกับไม่ยอมปล่อย แต่แล้วไอริสก็ยิงเข้าที่มือของเธอจนหญิงสาวกรีดร้องลั่น ร่างของเจ้าชายล่วงหล่นและถูกคราวที่พุ่งตัวผ่านระเบื้องชั้นสองเข้าตวัดดาบใส่ร่างนั้นจนแหลกเละ หญิงสาวกรีดร้องไม่หยุด

 

 

เธอพยายามลอยไปมาอย่างควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ไอริสชูปืนยาวขึ้นเหนือหัวพลางปล่อยกระสุนให้พุ่งเข้าใส่หัวของหญิงสาวจนของเหลวสีชาติสาดกระจาย ร่างของซินเดอเรลล่าร่วงหล่นกระแทกเข้ากับระเบียงชั้นบนสุด

 

 

 

ไอริสหันไปมองหน้าคราวที่พยักหน้ามาให้เขาแล้ว เด็กหนุ่มรีบวิ่งขึ้นบันไดตามร่างสูงไปจน ทั้งสองขึ้นมาถึงชั้นบนสุด นัตย์ตาสีฟ้าของไอริสมองไปยังร่างของหญิงสาวในชุดราตรีที่กำลังนอนอยู่ แต่ตอนนี้เท้าของเธอว่างเปล่า เพราะบุคคลที่ก้าวออกมาจากประตูอีกบานหยิบมันออกไปแล้ว

 

 

 

 

แอตลาสเพียงแต่สบตากับทั้งเงียบๆแล้วกำรองเท้าแก้วแน่น แสงสีขาวสว่างวาบจนทุกคนต้องหลับตาก่อนที่สภาพรอบๆตัวพวกเขาจะกลับไปเป็นสถานที่ที่พวกเขาจากมาราวกับเป็นการบ่งบอกถึงการทำภารกิจสำเร็จ

 

 

 

ร่างของเพลย์เยอร์กลับมานั่งประจำที่คงเดิม แต่เพียงเก้าอี้ตัวเกือบซ้ายสุดกลับว่างเปล่า มันเคยมีคนนั่งอยู่ และเขาคนนั้นไม่ได้กลับมากับทุกคน....

 

 

 

ทุกคนได้แต่นั่งเงียบ Alaxia และโดโด้เบิร์ดมองเพลย์เยอร์ทุกคนก่อนจะเอ่ยขึ้น

 

 

 

เอาล่ะ เคลียร์ด่าน 2 แล้วนะ แอตลาสเป็นคนหยิบรองเท้าแก้วคนแรกเพราะฉะนั้นทีมที่สองชนะไป ”

 

 

ชิ ” ไอริสแอบทำแก้มป่องก่อนจะบ่นอุบอิบ “ ผมเป็นคนสอยแท้ๆ ”

 

 

แหม พูดจาโหดร้ายจังนะไอริสจัง ยิงผู้หญิงได้ลงคอ โหดจริงๆ ” แอตลาสทำเสียงล้อเลียนอีกฝ่ายก่อนจะหัวเราะ

 

 

เอาน่า พวกชั้นก็สู้กับพวกหุ่นกระเบื้องนั้นจนเหนื่อยแล้ว ” คราวแอบบ่นบ้าง ชายหนุ่มพิงตัวกับพนักเก้าอี้แล้วถอนหายใจ ผิดกับไอริสที่ยังทำแก้มป่องอย่าหงุดหงิดอยู่

 

 

ผมเกือบชนะแล้วแท้ๆ =*= ”

 

 

เอาน่า ไอริสเก่งมากเลยนะ ” Alaxia ฉีกยิ่มให้ไอริสอย่างปลอบโยนจนเด็กหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาพร้อมตอบกลับไปอย่างขัดเขิน

 

คะ ครับ =////= ”

 

 

แก.... ” แอตลาสและคราวที่กำลังหยอกล้อไอริสต่อต้องหยุดชะงักขึ้นเมื่อมีใครบางคนพึมพำออกมา ทุกสายตาหันขวับไปที่ร่างบางซึ่งนั่งบนเก้าอี้ตัวซ้ายสุด

 

 

แอตลาส!!! แกตายซะเถอะ ” กีตาร์หันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาวาวจโรชน์ เด็กหนุ่มลุกพรวดจากเก้าอี้แล้วชี้ปราดมีดแหลมกริบไปยังอีกฝ่าย

 

 

อะไรเนี่ย? เกิดอะไรขึ้น ” Aalxia มองหน้าทั้งสองราวกับประติดประต่อเรื่องราวไม่ถูกแต่กีตาร์ก็เพียงหันมามองหน้าเขาแล้วตะโกนลั่น

 

 

ก็หมอนี่ฆ่าเรเวนน่ะสิ!!!! ”

 

 

หา!? เรเวน ” ทุกคนหันขวับไปมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่า เก้าอี้ที่เคยมีเขาคนนั้นนั่งอยู่.....

 

 

เหอะ ใครฆ่ากัน อย่ากล่าวหาน่า ” แอตลาสเหลือบมองกีตาร์ด้วยหางตาราวกับไม่ได้สนใจอะไร ในใจเขาเองก็รู้สึกขุ่นเคืองไปหมด แต่เขาจะมาแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ไม่ได้

 

 

แกนั้นแหละ อย่ามาตอแหล ไอ้เลวเอ๊ย!!! ” กีตาร์พยายามพุ่งตัวไปฟาดฟันแอตลาสด้วยมีดในมือแต่ก็ถูกไอริสจับตัวเอาไว้ก่อน เด็กหนุ่มผมเขย่าร่างกีตร์เพื่อพยายามเรียกสติอีกฝ่ายพลางถาม

 

 

ฆ่ายังไงกัน นายตั้งสติดีๆก่อนนะ ”

 

 

ก็ตอนที่เรเวนกำลังจะตกลงมาจากบันไดนั้น หมอนี่ยืนดูเฉยๆ เพราะมัน!! เรเวนถึงต้องตาย เรเวนต้อง... ” หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบใบหน้าสวยอีกครา เด็กหนุ่มซบหน้าลงกับร่างตรงหน้าอย่างหมดแรงก่อนจะมองแอตลาสด้วยสายตาแค้นเคืองจนสลบไปในที่สุด ไอริสประคองร่างบางให้นั่งลงเก้าอี้พร้อมหันกลับมองแอตลาสที่กำลังเขี่ยน้ำตาลก้อนเล่นอยู่

 

 

 

เอ่อ ผมจะพากีตาร์ไปที่ห้อง ” ไอริสพูดหลังจากมองหน้าเพลย์เยอร์ทุกคนแล้ว เด็กหนุ่มพยุงร่างของกีตาร์ขึ้นมาไว้ ไม่นานนักAlaxia เองก็เดินข้ามาช่วยพยุงก่อนจะหันไปบอกเพลย์เยอร์คนอื่น

 

 

ไปพักกันได้แล้ว ตอนเย็นเดี๋ยวถึงเวลากินข้าวแล้วชั้นจะเรียก ”

 

 

ร่างของทั้งสามค่อยๆเดินหายไปจากสวนกุหลาบ ตามด้วยเพลย์เยอร์แต่ละคนที่เดินถยอยออกไปเรื่อยๆ อาคาซึกิที่ตื่นมาขยี้ตานิดๆแล้วค่อยๆเดินออกจากสวนไป ภายในสวนกุหลาบสีสวยเหลือแต่เพียงชายหนุ่มผมยาวปะคอสีดำสนิทที่กำลังนั่งเขี่ยน้ำตาลก้อนเล่นไม่หยุด ชายหนุ่มหยิบน้ำตาลก้อนสีขาวขุ่นขึ้นมาระดับสายตาก่อนจะออกแรงบีบให้มันแหลกไป นัตย์ตาสีครามก้มต่ำพลางพึมพำบางอย่างด้วยเสียงเรียบออกมา

 

 

 

 

 

ชั้นก็พยายามช่วยหมอนั่นแล้วนะ.... ”

 

     




 

                                       ....................................................................................................................................

 

เข้าดราม่าแล้วนั้นไง!!!!
 เป็นยังไงบ้างสำหรับการสูญเสียผู้เล่นครั้งแรก!?
ขนาดไรเตอร์เขียนเองยังเศร้าเอง
#เพื่อ??? =___=^^
ยังไงก็ขอใหทุกคนติดตามต่อไปนะ อย่าลืมเม้นด้วยล่ะ


R.I.P reven&honoka

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

41 ความคิดเห็น

  1. #11 Woofpy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 00:39
    กีตาร์น้อยน่าสงสาร เรเวนด้วยยยยย ;^;~
    #11
    0
  2. #10 Earl ...<3 (@pat-fran) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 23:32
    เหลือ 6 คนสินะ 

    รอฉากตายของคนต่อไป 555 

    #10
    0
  3. #9 Tanachi (@kokoro-xiii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 11:29
    โอะ โอ...ตายไปสองแล้วซิ... o . o
    #9
    0
  4. #8 Zero (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 10:48
    แง~ สงสารกีตาร์อ่าาาา เรเวนอ่ะเรเวนอ่ะ แง~ ไม่มีเรเวนหนูกีตาร์จะอยู่ยังไง สงสารอ่ะ//ปาดน้ำตา #เวอร์จ๊ะ
    #8
    0