Caucus Race

ตอนที่ 16 : chapter 7 ' Midnight magic '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ต.ค. 56

            ซินเดอเรลล่า เด็กสาวผู้มีชะตาชีวิตอันแสนเศร้า เธอต้องสูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก ชีวิตของเธอถูกทิ้งเอาไว้อยู่เพียงผู้เดียวอย่างน่าสงสาร จนพ่อของเธอได้แต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีลูกติดอีก 2 คนซึ่งได้กลายมาเป็นแม่เลี้ยงและพี่สาวบุญธรรมของซินเดอเรลล่า แต่ชะตาชีวิตได้เล่นตลกกับเธอ แม่เลี้ยงเป็นคนโหดร้าย ลูกสาวทั้งสองคนเองก็มีนิสัยก้าวร้าว จิตใจโหดเหี้ยม

 

แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองได้ผลาญเงินและทรัพย์สมบัติของผู้เป็นพ่อของเด็กสาว จนครอบครัวเธอต้องอยู่ในความลำบาก พ่อของซินเดอเรลล่าทำงานอย่างหนักเพื่อจะหาเลี้ยงครอบครัว และได้เสียชีวิตลงในที่สุด

 

เด็กสาวผู้น่าสงสารยังต้องใช้ชีวิตอันแสนโหดร้ายกับแม่เลี้ยงและพี่สาวทั้งสองต่อไป จนในที่สุดที่เธอได้พบเจอกับนางฟ้าแม่ทูนหัวเข้า เธอได้เสกให้ซินเดอเรลล่ามีชุดสวยๆใส่ มีรถฟักทองที่แสนงดงาม และได้เต้นรำกับเจ้าชายอย่างมีความสุข แต่เวทมนต์ก็ได้หมดลงเมื่อถึงเวลายามเที่ยงคืน แม้ทุกอย่างจะสิ้นสุดแต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ทำให้เจ้าชายได้ตามหาตัวซินเดอเรลล่าเจอ และได้อยู่ครองรักกันชั่วนิจนิรันดร์

 

 

 

 “ นี่ บางทีและนายเองก็เหมือนซินเดอเรลล่าเลยนะ ” เสียงทุ้มแผ่วเบาเรียกสติของคนข้างกายให้หันไปสบตากับชายหนุ่มผมดำที่เอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีทองสบตากับร่างบางก่อนจะเหม่อมองไปยังพื้นหญ้าสีเขียวขจีแล้วฉีกยิ้มบางๆ

 

หืม? งั้นเหรอ แต่พี่ชายของฉันใจดีนะ ” เสียงสดใสของกีตาร์ดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ ชายหนุ่มรู้ดีว่าของข้างๆเขาน่ารักขนาดไหน และเขาก็อยากปกป้องดูแลคนๆนี้ตลอดไป

ตลอดไป.....เท่าที่เขาจะทำได้

 

ขาเรียวยาวย่างก้าวผ่านพื้นหญ้าสีเขียวเข้าไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพัก เสียงหอบเหนื่อยของร่างบางในชุดผ้าคลุมสีแดงดังขึ้นเป็นครั้งเป็นคราวแม้ว่าร่างสูงจะคอยหันไปถามอาการเด็กหนุ่มเป็นครั้งเป็นคราว แต่อาคาซึกิก็เพียงแต่กลับมาว่า 'ไม่เป็นอะไร' เท่านั้น

 

อาการของเด็กหนุ่มนับว่าน่าเป็นห่วงอยู่มาก แต่ถึงกระนั้นร่างบางก็พยายามฝืนต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าหากเป็นแบบนี้เขาต้องเป็นตัวถ่วงของผู้เล่นคนอื่นแน่ๆ

 

เฮ้ นั่นรึป่าว? ” ไม่ทันไรเด็กหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีขาวสะอาดก็พูดขึ้นพร้อมชี้ไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูโทรมบ้างเล็กน้อยซึ่งตั้งตระง่านอยู่ข้างหน้าพวกเขาทั้งสี่

 

คฤหาสน์อะไรเนี่ย อยู่แยกตัวมากลางป่าคนเดียวแบบนี้ ” เรเวนเงยหน้าขึ้นมองหลังคาสีแดงหม่นของคฤหาสน์ แสงจันทร์อ่อนๆที่สาดส่องลงทำให้พวกเขาพอจะมองเห็นรอบๆคฤหาสน์อยู่บ้าง แสงไฟที่สว่างจ้าออกมาทางหน้าต่างทำให้รู้ได้ว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ข้างใน ชายหนุ่มผมดำเดินเข้าไปที่ประตูบานใหญ่ก่อนจะหันกลับมาถามเพื่อนร่วมทีมด้านหลังตน

 

เราจะแอบเข้าไป หรือเรียกคนในบ้านดูล่ะ? ”

 

จะบ้าเหรอ นายไม่เข็ดจากด่านที่แล้วอีกรึไง ” เสียงขุ่นเคืองของไอริสทำให้เรเวนหันกลับมามองหน้าเด็กหนุ่ม แม้เขาจะไม่ได้ร่วมเกมในด่านที่แล้ว แต่ก็พอรู้ถึงความผิดปกติของเกมนี้ เรื่องราวมันไม่ได้สวยหรูเหมือนในเทพนิยาย แล้วพวกเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่ามันจะปลอดภัยแค่ไหน???

 

เฮ้ แต่ด่านที่แล้วนั้นมันปีศาจคนแคระ แต่นี่มันคนนะ พวกเขาอาจจะใจดีก็ได้ อีกอย่างซินเดอเรลล่าเป็นคนดีไม่ใช่เหรอ?? เธออาจจะยกรองเท้าแก้วให้เราก็ได้นะ ” กีตาร์เองก็ลองเสนอความคิดเห็นคิดบ้างก่อนจะหันไปสบตาเรเวนที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่

 

แต่ผมว่ามันไม่ปลอดภัย เราแอบเข้าไปดีกว่า ” ไอริสยังไม่หยุดสงสัย เด็กหนุ่มมองไปที่หน้าต่างเหนือหัวของตน แสงที่ลอดผ่านเป็นแสงอ่อนๆสีส้ม ดูแล้วน่าจะเป็นแสงจากเตาผิง

 

ผมก็เห็นด้วยที่เราจะแอบเข้าไป ” ร่างบางในชุดผ้าคลุมสีแดงสดเป็นเอกลักษณ์ไอขึ้นสัก 2-3 ครั้งก่อนจะพูดขึ้น เด็กก้มต่ำเมื่อรู้สึกถึงอาการปวดหัวแปลบที่ขมับขึ้น ใบหน้าแดงก่ำเพราะพิษไข้ยังไม่จางลงแม้น้อย อาคาซึกิพิงตัวเข้ากับกำแพงหนาพลางมองสมาชิกในทีมตนถกเถียงกันต่อ

 

อืม แอบเข้าไปน่าจะปลอดภัยดีนะ”

 

นั้นสิ งั้นเราจะเข้าไปทางไหนดีล่ะ? ”

 

ผมว่าประตูด้านหลังน่าจะมี เราเข้าไปทางนั้นดีกว่า ”

 

โอเค ”

 

สมาชิกทุกคนออกวิ่งอย่างรวดเร็วจนมาหยุดที่ประตูเล็กๆด้านหลังคฤหาสน์ แม้มันจะมีสภาพเก่า ทรุดโทรม แต่ก็มีร่องรอยการถูกใช้งานบ่อยไม่น้อย เรเวนออกแรงผลักประตูบานเล็ก ก่อนจะพุ่งเข้าไปแนบหลังกับกำแพงอย่างระมัดระวัง กีตาร์เองก็เดินตามเข้ามามองความมืดสนิทภายในคฤหาสน์ ก่อนที่ไอริสจะคว้าไปโดนสวิตซ์ไฟจนภายในคฤหาสน์สว่างขึ้น

 

ห้องที่พวกเขาเข้ามาคือห้องครัวแคบๆเล็กๆ ที่มีอุปกรณ์การทำครัววางเรียงรายระเกะระกะ อาหาร และวัตถุต่างๆวางเรี่ยราดบนโต๊ะยาว เรเวนกวาดมองสภาพข้าวของในห้องครัวพร้อมเดินไปที่บานประตูที่เชื่อมต่อกับตัวห้องแล้วเปิดมันออกไป ดวงตาสีทองตวัดมองไปตรงหน้า ฝ่ามือเรียวยาวกวักเรียกสมาชิกที่เหลือให้เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ด้วยความเงียบ

 

ไอริสที่ก้าวเข้าไปก่อนก้มมองโซฟายาวที่ตั้งตระหง่านคู่กับโต๊ะยาว เด็กหนุ่มหยิบหนังสือเล่มเล็กขึ้นจากโต๊ะก่อนจะเปิดอ่าน  กีตาร์เองก็มองโซฟาก่อนจะร้องขึ้นเบาๆ

 

เฮ้ยยย พวกนาย ดูไอ้แมวนี่ดิ อ้วนเป็นบ้า ” เด็กหนุ่มชี้ไปที่สิ่งมีชีวิตขนฟูสีม่วงอมแดงที่นอนขดกับหางอ้วนๆของมันอย่างสุขสบายในโซฟา มันแอบร้องหง่าวๆ ก่อนจะบิดขี้เกียจแล้วนอนเหยียดต่อทำให้กีตาร์ได้แต่มองมันด้วยสายเอือมๆ แม้ในใจจะแอบอิจฉา(แมว)ที่มัน(ได้)นอนสบายแต่ก็รีบเดินไปหาเรเวนที่กวักมือให้เดินตามขึ้นบันไดไปยังชั้นสองต่อ ไอริสที่กำลังหมกมุ่นกับหนังสือเล่มบางก็วางมันลงแล้วหันไปมองอาคาซึกิที่แถบเดินไม่ไหว

 

เฮ้ นายไหวมั้ย? ”

 

“ …. ” เด็กหนุ่มผู้ถูกถามพยักหน้ากลับมาเบาๆแทนคำตอบ ขาเล็กก้าวตามไอริสไปจนทุกคนในทีมมาหยุดที่บันไดยาวซึ่งเชื่อมต่อกับชั้นสอง เชนเดอร์เรียที่ห้อยลงมา ส่องแสงติดๆดับๆจนแทบมองไม่ถนัด แสงไฟที่กระพริบปริบๆไม่หยุดทำให้ผู้มาเยือนแอบนึกถึงสภาพบ้านผีสิงขึ้นมาวูบหนึ่งโดยที่กีตาร์แอบบ่นอุบอิบขึ้นมาคนแรก

 

น่ากลัวอ่า ”

 

เอาน่า รีบๆเดินสิ ” มือเรียวยาวของร่างสูงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กๆก่อนจะรีบก้าวขึ้นบันไดไป กีตาร์แอบมองข้อมือของตนที่ถูกมืออุ่นๆของเรเวนจับไว้แล้วยิ้มขึ้นนิดๆ

 

“ มือนายอุ่นจัง ”

 

หา? อะไรของนาย ” ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นวิ่งต่อพลางมองไปข้างหน้าเพราะเขาคงไม่อยากให้คนด้านหลังเห็นว่าตัวเองกำลังหน้าแดงอยู่แน่ๆ

 

ฮ่าๆ อุ่นดีเนอะ ตอนกลางคืนแบบนี้มันหนาวด้วยสิ ” กีตาร์เริ่มบ่นพึมพำอีกครั้งแต่ก็ยังไม่หยุดวิ่งขึ้นบันได ดวงตาสีฟ้าสดใสหันไปมองไอริสและอาคาซึกิที่วิ่งตามมาไม่ห่างก่อนจะมองสภาพชุดที่ตัวเองสวมใส่แล้วบ่นอีกครั้ง

 

“ ทุกคนใส่ชุดอุ่นๆทั้งนั้น มีฉันหนาวอยู่คนเดียว ”

 

ก็นายอยากใส่เสื้อผ้าแบบนั้นเอง ” ถ้าให้พูดแล้วเมื่อเทียบกับเรเวนที่ใส่เสื้อแขนยาวสีเทาทับด้วยสเวตตเตอร์นุ่มๆสีน้ำตาล ไหนจะไอริสที่ใส่เชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับเนคไทลายทางตามด้วยกั๊กสีดำเข้ม แถมด้วยอาคาซึกิที่ใส่เสื้อแขนยาวสีครีมทับด้วยผ้าคลุมสีแดงสดนั้นแล้ว กีตาร์ในชุดเสื้อยืดลายนกแพนกวินสีเหลืองกับกางเกงขาสามส่วนดูเป็นชุดที่ชุดสบายที่สุดขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มได้แต่ทำแก้มป่องกับสภาพของตัวเอง

 

ก็แหม นึกว่ามันจะร้อนแบบด่านที่แล้วนี่นา ” ถึงจะบ่นโวยวายขนาดไหนสุดท้ายก็ได้กลับมาเพียงเสียงเย็นๆของไอริส

 

โชคร้ายไป ”

 

แง~~~ ไอ้พวกขี้โกงๆๆๆ ”

 

“ …. ” แม้แต่อาคาซึกิที่เงียบๆไปนานก็แอบหัวเราะกับท่าที่ของกีตาร์ด้วยสีหน้าเรียบๆ ทั้งสี่คนเดินเดินขึ้นมาหยุดที่ชั้นสองก่อนจะมองไปรอบๆกายที่เต็มไปด้วยความมืด เรเวนเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ไฟช้าๆ ดวงตาสีทองกวาดมองรอบๆทางกว้างที่มีประตูหลากหลายบานตั้งเรียงรายยาวเข้าไปเป็นทาง

 

แบบนี้เราจะรู้ได้ไงว่าซินเดอเรลล่าจะอยู่ห้องไหน? ” กีตาร์เอียงคอถามด้วยเสียงใส

 

ประตูห้องมันเยอะแบบนี้เราแยกกันมั้ย? ” ไอริสลองเสนอแนะขึ้นบ้างก่อนที่ทุกคนจะหันไปคนละทางแล้วเริ่มเปิดประตูดูกันที่ละห้อง กีตาร์ที่กำลังจะวิ่งไปยังประตูบานซ้ายสุดก็ถูกเรเวนดึงแขนเอาไว้ เจ้าตัวได้แต่ทำสีหน้างงๆแล้วถามชายหนุ่มที่จับแขนเขาไว้

 

มีอะไรเหรอ เรเวน ”

 

นี่ ” ไม่ทันสิ้นสุดคำพูด ชายหนุ่มก็ถอดสเวตเตอร์สีน้ำตาลเข้มที่ตนใส่ออกก่อนจะสวมมันให้กับร่างบางตรงหน้าแล้วจัดการจัดสภาพชุดให้แล้วเรียบร้อยแล้วยิ้มให้กีตาร์ที่ค้างไป

 

“ …. ”

 

ก็เห็นนายบอกว่าหนาว....แค่ให้ยืมน่า วันหลังก็หัดใส่เสื้อผ้าหนาๆบ้าง เดี๋ยวได้แข็งตายหรอก ” ดวงตาสีทองแสร้งมองไปที่ประตูข้างกายแม้ชายหนุ่มจะรู้ตัวดีว่าตอนนี้หัวใจของเขาเต้นระรั่วแค่ไหน

 

อ่า...ขอบคุณนะ ” กีตาร์ก้มต่ำด้วยสีหน้าแอบขัดเขินอยู่บ้างแต่ก็ถามต่อ

 

“ นายไม่หนาวเหรอ”

 

ไม่ ฉันใส่เสื้อแขนยาวอยู่น่า อีกอย่างฉันแข็งแรงดี สบายมาก ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพร้อมลูบหัวสีบลอนด์ทองอย่างเบามือแล้วรีบปลีกตัวออกไปยังประตูบานอื่นบ้าง

 

“ … ” เด็กหนุ่มผมบลอนด์ทองยังนิ่งค้างพลางก้มมองสเวตเตอร์ตัวอุ่นที่หลวมโพลกของร่างสูงทำให้เขายิ่งดูตัวเล็กไปถนัดตา กีตาร์ยกแขนของตัวเองขึ้นมามองแขนเสื้อที่ยาวเลยออกมาราวกับชุดคลุมแบบญี่ปุ่นนิดๆ เขาแขนเสื้อขึ้นมาเตะปากตัวเองเล็กน้อยก่อนจะก้มต่ำแล้วพึมพำเบาๆ

 

กลิ่นของเรเวน...ไม่ดิ!! ต้องรีบไปช่วยคนอื่นหาแล้ว ” เด็กหนุ่มพยายามสะบัดไล่ความคิดต่างๆออกไปแล้วจึงรีบเปิดประตูบานใหญ่ตรงหน้าแล้วก็ต้องร้องลั่นออกมา

 

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!! ” เสียงร้องลั่นของกีตาร์ทำให้สมาชิกทุกคนในทีมรีบวิ่งมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

 

เฮ้ กีตาร์เป็นอะไร ” เรเวนที่วิ่งเข้ามาถึงก่อนเริ่มถามคนแรกแต่ก็ต้องค้างไปแม้มองตามมือสั่นๆของกีตาร์ที่ชี้เข้าไปในห้อง

 

นัยน์ตาสีทองมองนิ่งค้างกับภาพตรงหน้าเมื่อภายในห้องนอนกว้างๆมีร่างกายที่เน่าเปื่อยของหญิงสาวทั้งสองคนนอนอยู่บนพื้นพรม สภาพของพวกเธอดูผอมโซราวกับไม่ได้กินอะไรมาเป็นเดือน แผลเละๆเน่าๆออกมาตามแขนและขา รอยแดงช้ำมีหนองไหลออกมาทั่วร่างกาย หนังที่หุ้มกระดูกแห้งเหี่ยวจนเห็นซี่โครงและกะโหลกศีรษะ โซ่สีเงินหม่นเส้นใหญ่ล่ามร่างผอมแห้งของหญิงสาวทั้งสองเอาไว้  ดูจากสภาพของพวกเธอแล้วราวกับถูกทำร้ายและขังเอาไว้ โดยเฉพาะเนื้อเละที่ข้อเท้าของพวกเธอซึ่งถูกตัดออกจนเห็นกระดูกสีขาวๆที่หุ้มด้วยเนื้อสีแดงเละๆนั้นยิ่งดูโหดร้ายเข้าไปใหญ่

 

โหดร้าย ” กีตาร์เผลออุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งตัวก่อนจะหันไปมองคนรอบๆตัวที่ข้างไปค้างแล้วเช่นกัน 

 

พวกเธอไม่ใช่ซินเดอเรลล่า คงจะเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงมากกว่า ” เรเวนปิดประตูบานนั้นพลางเอ่ยขึ้น 

 

นั้นสิ เราควรรีบหากันต่อ ” ไอริสรีบเอ่ยขึ้นบ้าง เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาลูกตุ้มทรงโบราณที่แขวนอยู่เหนือหัวพวกเขาบ่งบอกเวลา 3ทุ่มครึ่งแล้ว

 

เรารีบหาต่อกันเถอะ” พวกเขารีบเปิดประตูรอบๆตัวไปเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่หมดซักที ทางยาวลึกเข้าไปมีประตูเชื่อมต่อกันอีกหลายบานเรียงรายอยู่

 

เฮ้ งั้นถ้านั้นเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยง แล้วแม่เลี้ยงไปไหนอ่ะ? ” กีตาร์ที่ปิดประตูบานหนึ่งไปเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยพลางมองสมาชิกคนอื่นที่เปิดประตูอยู่ไม่ไกล

 

นั่นสินะ ”

 

มันแปลกจริงมั้ยล่ะ ปกติแล้วเป็นแม่เลี้ยง แสดงว่าต้องเป็นใหญ่ที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ ห้องที่เธออยู่น่าจะเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดสิ ”

 

นั้นมันก็จริง ” ไอริสทำท่าครุ่นคิดก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้

 

“ อ่า ใช่สิ ที่ห้องทางตะวันตกมีห้องใหญ่ๆที่มีเตาพิง มองจากด้านหน้าคฤหาสน์มันถูกเลยออกมาไม่มาก ห้องนั้นดูกว้างมากเลย ”

 

อาจจะเป็นห้องนั้นก็ได้ ไปดูกัน ”

 

ไอริสรีบวิ่งนำผ่านประตูห้องที่ตั้งเรียงรายไป ผ่านมุมตึกแล้วเลี้ยวขึ้นบันได ขาเรียวยาวของร่างสูงหยุดลงที่หน้าประตูบานใหญ่ที่มีแผ่นไม้แกะสลักคำว่า

 

Duchess

 

เด็กหนุ่มออกแรงผลักประตูเข้าไปเผยให้เห็นห้องกว้างที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์แนววินเทจแบบยุโรปทั้งเตียง โต๊ะ หน้าต่าง ประตู โต๊ะเครื่องแป้ง  รวมถึงเตาผิงอันใหญ่มีแสงไฟอุ่นๆแผ่ออกมา เก้าอี้ม้าโยกถูกแกว่งไปมาพร้อมสุภาพสตรีร่างบางที่นั่งหันหลังให้พวกเขากำลังจ้องเข้าไปในเตาผิง

 

เอ่อ เราควรทักเธอมั้ย? ” กีตาร์แอบกระซิบเบาๆ ดูท่าที่ผู้หญิงคนนั้นจะไม่หันมาเลยซักนิด เธอยังคนแกว่งเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่อย่างช้าๆ แล้วฮัมเพลงเบาๆด้วยเสียงแหบแห้งของเธอ

 

ไม่ดีกว่ามั้ง ผมว่ามันดูไม่ค่อยปลอดภัย ” ไอริสถอยออกมาจากประตูพร้อมเดินไปทางอื่น ไม่ต่างจากอาคาซึกิที่เดินไปเกาะหน้าต่างที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับประตูห้องแล้วเหม่อมองออกไป

 

เห~~ แต่เธออาจช่วยเราตามหาซินเดอเรลล่าได้นะ ” กีตาร์ยังไม่หยุดสงสัย เด็กหนุ่มหันไปมองเรเวนที่ไม่ว่าอะไนแล้วจึงเอ่ยขึ้น

 

“คือ เอ่อ คุณครับ เอ่อ แม่เลี้ยง เอ๋! นี่ฉันต้องพูดภาษาอะไร = = ”

 

อังกฤษหรอกมั้ง พูดๆไปเหอะ ”

 

เอ่อ คือว่า... ” ไม่ทันที่กีตาร์จะได้พูอะไรต่อต่อ หญิงสาวร่างบางในชุดกระโปรงยาวก็ค่อยๆลุกขึ้นและเดินไปที่เตาผิง เธอก้มมองไฟตรงหน้าก่อนจะที่เขี่ยไฟมาเขี่ยให้กองไฟลุกโชนมากขึ้น มือขาวซีดคว้าบางอย่างขึ้นมาแล้วยื่นมันเข้าไปในกองไฟ

 

มันคือขวาน!!!!!

 

กีตาร์ผงะเล็กน้อยพลางรีบถอยห่างออกมา นัยน์ตาสีฟ้ามองไปที่สุภาพสตรีร่างบางที่ยังนั่งยื่นขวานเล่มคมเข้าไปในกองใส่ก่อนจะชักขวานที่กลายเป็นสีแดงฉานเพราะความร้อนจากไฟที่ลุกโชน หญิงสาวร่างผอมค่อยๆลุกขึ้นยืนตัวตรงพร้อมหันมาทางประตูซึ่งกีตาร์และเรเวนยืนมองอยู่

 

เฮ้ย!!! ” กีตาร์ร้องลั่นขึ้นอีกครั้งเมื่อพบว่าหญิงสาวผมขาวที่ยืนตรงหน้าไม่มีลูกตาอยู่!!!  ลำตัวผอมซีดค่อยเอียงไปมาช้าแล้วยกขวานมีร้อนระอุขึ้นมาพร้อมพุ่งทะยานตัวเข้าใส่กีตาร์แล้วเรเวน

 

ชายหนุ่มรีบคว้าตัวร่างบางเอาไว้และยกขึ้นพาดไหล่ตนพร้อมร้องลั่นใส่อาคาซึกิและไอริสที่อยู่ไม่ไกลตัว

 

วิ่งๆๆๆๆๆๆ!!!! ” ชายหนุ่มสะบัดมือไล่ทั้งสองที่ยืนงงและรีบออกวิ่งเมื่อเห็นสุภาพสตรีไร้ลูกตาที่วิ่งตามมาไม่ห่าง หญิงสาวพยายามจามขวานร้อนๆใส่ร่างของเรเวนแต่ชายหนุ่มก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว แม้จะลำบากที่ต้องวิ่งไปหลบไปแต่เขาก็สามารถวิ่งผ่านมุมตึกนั้นมาได้  ที่สำคัญคือหญิงสาวไร้ลูกตาไม่มีท่าที่เหนื่อยหอบเลยซักนิด มิหนำซ้ำเธอยังวิ่งเร็วมากขึ้นแถมยังจามขวานนั้นมาไม่หยุด ถ้าโดนเข้าคงไม่มีทางรอดแน่ๆ

 

ทางนี้ๆๆๆ ” อาคาซึกิที่ปลีกตัวออกมานอกระเบียงได้คนแรกที่กวักมือเรียกสมาชิกที่เหลือก่อนจะชี้ไปที่บันไดทางลงซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงเอาไว้ เด็กหนุ่มรีบก้าวลงไป โดยมีไอริสที่วิ่งตามมา

 

เรเวน ” กีตาร์ที่นอนพาดอยู่บนไหลชายหนุ่มพูดถึงเมื่อเขารู้ได้ถึงอาการเหนื่อยหอบของร่างสูง เรเวนทั้งแบกเขาทั้งวิ่งหนีแม่เลี้ยงมา ไม่เหนื่อยสิแปลก ถ้าเขาไม่เจ็บขาจากด่านที่แล้วล่ะก็ เรเวนคงไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้

 

เดี๋ยวจะถึงบันไดแล้ว อดทนหน่อยนะกีตาร์ ” ชายหนุ่มพูดขณะที่ยังไม่หยุดวิ่ง นัยน์ตาสีทองเหลือบมองร่างผอมที่วิ่งตามมาไม่ห่างแล้วจึงเร่งความเร็ว

 

ไม่หรอก นายสิเหนื่อย ปล่อยฉันลงเถอะ ฉันวิ่งเองได้ ”  เด็กหนุ่มพยายามคะยั้นคะยอให้เรเวนปล่อยเขาไม่หยุด แต่ร่างสูงก็ไม่มีทางจะปล่อยเขาลงซักนิด เรเวนรีบวิ่งบันไดไป จนลงมาถึงพื้นหญ้า

 

ชายหนุ่มหันกลับไปมองร่างหญิงสาวไร้ลูกตาที่วิ่งตามมาแต่ก็ถูกประตูปิดเข้าใส่หน้าด้วยแรงผลักของไอริสและอาคาซึกิที่ลงมาถึงก่อนแล้ว ไอริสคว้าโซ่เหล็กที่ห้อยอยู่กับประตูขึ้นมาพันกันไว้จนแน่น ร่างของหญิงสาวที่อยู่หลังประตูยังคงทุบประตูไม่หยุด ประตูไม้เก่าเริ่มพุพังและแตกหักไปเรื่อยๆ

 

เฮ้ ไปกันเร็ว ” เรเวนส่งสัญญาณเรียกไอริสและอาคาซึกิให้วิ่งตามมาก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าผ่านคอกม้าจนไปที่ถึงสวนผักหลังคฤหาสน์ในที่สุด

 

แฮกๆๆ ” ชายหนุ่มวางร่างบางของกีตาร์ลงบนเก้าอี้ไม้หินอ่อนพลางนั่งลงข้างๆแล้วหอบอย่างหมดแรงไม่ต่างจากไอริสและอาคาซึกิที่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้หินอ่อนไม่ไกลนัก

 

โอ๊ย เหนื่อยเป็นบ้า ” เรเวนสบถขึ้น มือของเขายกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลลงมาอาบใบหน้าเรียวพร้อมหันไปถามคนข้างกาย

 

“ นายโอเคมั้ย? ”

 

หืม อ่อ โอเค นายสิเหนื่อย ฉันโดนนายแบกมา สบายมาก ” กีตาร์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะก้มหน้ามองพื้นหญ้าสีเขียวที่แทบมองไม่เห็นเพราะความมืด แต่อาจเพราะแสงจันทร์ทำให้เขาเห็นวางตนเองกำลังอยู่ในสนามหญ้า

 

ดูเหมือนแม่เลี้ยงจะออกมาไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่เดี๋ยวเธอก็อาจจะออกมาก็ได้ เราควรรีบไป ” ไอริสพูดขึ้นเมื่อเห็นทุกคนเงียบไป อาคาซึกิเงยหน้ามองสมาชิกในทีมตนและทำท่าทางงึกงักไปนิด แล้วจึงตัดสินใจพูดบ้าง

 

เอ่อ คือ เมื่อกี้ผมเห็นบางอย่างตอนที่อยู่ชั้นบน ” เด็กหนุ่มเงียบไปซักพักเพื่อรอให้ทุกคนหันมามอง

 

“ ผมว่านั้นน่าจะเป็นซินเดอเรลล่า เธอเป็นหญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อน ผมเห็นเธอเดินเข้าไปในคอกม้า ”

 

คอกม้า? ที่เราเดินผ่านมาน่ะเหรอ?” เรเวนชี้ไปทาที่ตนเดินผ่านทำให้อาคาซึกิพยักหน้ากลับมานิดๆ ไอริสเองก็มองไปทางนั้นอย่างครุ่นคิดแล้วจึงเอ่ยขึ้น

 

งั้นเราไปที่คอกม้ากันเถอะ”

 

นั่นสิ” ชายหนุ่มผมดำพยักหน้าแล้วจึงลุกขึ้นพร้อมทำท่าที่จะแบกกีตาร์ขึ้นพาดไหล่อีกครั้งแต่เด็กหนุ่มก็ยกมือขึ้นห้าม

 

อย่าเลยๆ ฉันเดินเองได้ แค่วิ่งแล้วแผลมันจะเปิดน่ะ แต่ถ้าเดินก็ไหวอยู่ นายเหนื่อยมากแล้ว ฉันเดินไหวน่า ” เด็กหนุ่มสะบัดมือไปมาอย่างปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม แต่ร่างสูงตรงหน้าก็เพียงแต่ยิ้มกลับมาแล้วเอ่ยด้วยเสียงเรียบ

 

ครั้งที่แล้วเพราะฉันไม่ได้สนใจนาย นายถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ ” เรเวนสอดมือผ่านขาเล็กๆของร่างบางพลางคว้าที่ท้ายทอยของกีตาร์แล้วพาดเด็กหนุ่มไว้บนไหล่เหมือนเดิม

 

แต่.. ” ไม่ทันที่ร่างบางจะได้ขัดอะไร ชายหนุ่มก็หันมายิ้มกว้างแล้วพูดต่อ

 

ไม่ต้องห่วงน่า ครั้งนี้ฉันจะปกป้องนายเอง ”

 

อะ อืม ” กีตาร์เงียบค้างไป แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังใจเต้นระรัวไม่ต่างจากชายหนุ่มที่หัวใจเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะเหมือนกัน

ทั้งสองได้แต่สบตากันเงียบๆจนเสียงกระแอมของไอริสดังขึ้น จนเรเวนและกีตาร์ต้องหันไปมอง

 

อะแฮ่มๆๆ คือจะไปต่อกันมั้ย ” เด็กหนุ่มผมขาวมองทั้งสองคนและจึงหมุนตัวเดินตามอาคาซึกิไปโดยทิ้งให้ทั้งสองที่ถูกทิ้งไว้หัวเราะออกมา

 

เราก็ไปกันเถอะ ”

 

อื้ม ”

 

เมื่อเท้าของร่างบางเก้ามาหยุดที่คอกม้าอันเงียบสงัดแสงจันทร์ก็สาดส่องผ่านปุยเมฆบางๆลงมาให้เห็นภายในคอกม้าที่เต็มไปด้วยกองฟางแต่กับไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ

 

เฮ้ ม้าไปไหน ” ไอริสที่วิ่งตามอาคาซึกิมาถามคิดเมื่อเขามองไปเห็นคอกม้าที่ว่างเปล่า

 

เอ๋!? เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลยนะ ตอนที่วิ่งผ่าน ” เรเวนซึ่งวิ่งตามมาหันกลับไปมองหน้ากีตาร์ที่อยู่บนไหล่ของเขาอย่างงๆ ทั้งสี่คนได้ครุ่นคิดกันไปคนละอย่าง แต่แล้วความคิดทุกอย่างก็หยุดชะงักเมื่อเสียงระฆังดังกังวาลไปทั่ว เสียงใสสั่นดังสนั่นบ่งบอกถึงเวลาอันคุ้นเคย

 

เที่ยงคืน.....

 

เห แบบนี้ซินเดอเรลล่าก็ต้องกลับมาที่บ้านแล้วสินะ ตอนนี้ทีมที่สองจะเป็นยังไงเนี่ย!? ” เรเวนพูดขึ้นเมื่อเสียงระฆังดับไป ตามนิทานแล้ว ไม่นานซินเดอเรลล่าต้องรีบกลับมาแน่ๆ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนเวทมนต์ของเธอจะต้องหายไป พวกเขาคงต้องอยู่รอเธอที่นี่

 

เวทมนต์ยามเที่ยงคืน ” อาคาซึกิแอบพึมพำออกมาเบาๆแต่แล้วเขาก็ต้องเอะใจกับความผิดปกติบางอย่าง เด็กหนุ่มหันไปมองประตูไม้ของสวนพักที่อยู่หลังคอกม้า มันถูกเปิดเอาไว้

ในขณะที่ร่างบางกำลังคิดทบทวนก็มีบางสิ่งวิ่งผ่านขาของเขาไป อาคาซึกิก้มมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่เรียกว่าหนู 2-3 ตัวที่พุ่งเข้าประตูไม้แล้วจึงร้องลั่นขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเขาคิดบางอย่างขึ้นได้

 

ผิดแล้ว!! ”

 

หา? ” สมาชิกที่เหลือในทีมของเขาต่างหันมามองร่างบางในชุดผาคลุมสีแดงด้วยความตกใจ แม้ในชีวิตนี้เด็กหนุ่มจะไม่เคยคิดจะพูดมากกับคนอื่นแบบนี้ก็ตาม แต่ตอนนี้เขาคงต้องระบายสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกมาแล้ว

 

มันแปลกๆ เมื่อกี้ตอนนี้ผมเห็นซินเดอเรลล่าที่คอกม้า มันก็เป็นเวลาประมาณ 5 ทุ่มแล้ว มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? ถ้าเป็นตามนิทานเธอควรรีบไปที่งานเต้นรำและเมื่อที่เวลาเที่ยงคืนเธอก็ต้องกลับมา แต่นี่เหมือนเธอไม่ได้รีบอะไร ในทางกลับกันถ้าเป็นไปตามความคิดของผมล่ะก็ เวทมนต์ของเธอไม่ได้หมดไปตอนเที่ยงคืน แต่มันเริ่มตอนเที่ยงคืนต่างหากล่ะ!!!! ” ไม่ทันสิ้นสุดเสียงของร่างบาง พวกเขาทั้งสี่คนก็หันไปมองที่คอกม้าพร้อมกันเมื่อเขาได้ยินเสียงบางอย่าง บางอย่างที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

เสียงฝีเท้าเล็กๆดังสนั่นกระทบกับพื้นหญ้าจนเป็นเสียงที่คุ้นเคย คอกม้าเริ่มสั่นไหวจนเสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงของเรเวนก่อนที่ทุกคนจะรีบพุ่งตัวกันไปคนละทาง

 

หลบเร็ว!!!!! ”

 

รถม้าสีดำสีพุ่งทะยานตัวออกมาโดยมีม้าร่างสูงสีแดงที่มีวาวตาโกรธเกรี้ยวสีแดงฉานพุ่งตัวด้วยความเร็วเพื่อลากรถม้ารูปฟักทองอันใหญ่ที่ถูกพวงเอาไว้กลับมันไปอย่างรวดเร็ว เสียงแส้ฟาดลงบนสันหลังของม้าร่างยักษ์ทำให้มันยิ่งเร่งความเร็วไปด้วยความเจ็บปวด แต่ชายหนุ่มไร้หน้าฟาดแส้ยังคนฟาดมันเพื่อให้มันพุ่งไปเรื่อยๆ เกรียนล้อทั้งสี่ข้างหมุนวนๆไปมาจนแทบมองไม่ทัน ความเร็วพุ่งชนประตูและพุ่มหญ้าจนแหลกสลายไม่เป็นชิ้นดี แสงสีขาวราวกับละอองฝนเล็กโปรดปรายลงมาจากร่างบางอย่างที่บินตามรถม้าไป

 

สิ่งนั้นคือหญิงชราร่างเตี้ยในชุดผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มในมือเธอที่ไม้เรียวเล็กสีน้ำตาลยาวๆ ซึ่งแค่เห็นทุกคนก็รู้ได้เลยว่าเธอคือ แม่มด

 

ทั้งสี่คนนอนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาค้างสนิทรางกับไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น

 

ภาพที่เขาเห็นเป็นอย่างสุดท้าย คือหญิงสาวไร้หน้าในชุดราตรียาวสีฟ้าใสราวกับคริสตัลกำลังโบกมือให้พวกเขาจากรถม้าคันใหญ่ก่อนจะพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว

 

เรเวนค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาแล้วตะโกนลั่นอย่างสุดเสียง พวกเขาต้องรีบตามมันไป ต้องตามไปให้ทัน ไม่งั้น....

 

รถม้านั้นมันกำลังไปที่ปราสาท ตามมันไปเร็ว!!!!! ทีมที่ 2 ตกอยู่ในอันตราย!!!!! ”




 


 

 



41 ความคิดเห็น