Caucus Race

ตอนที่ 15 : chapter 6 ' City of Glass Dolls'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ต.ค. 56

มีอะไรแปลกไป?

 

เรเวนรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา ชายหนุ่มพยายามครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง

 

ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ควบคุมความคิดของตัวเองไม่ได้ มีความสุขราวกับคนบ้า....

 

ตลอดเวลา..... เมื่อเขาอยู่กับกีตาร์

 

เด็กหนุ่มตัวน้อยที่มีเส้นผมสีบลอนด์ทองนุ่มนิ่มเหมือนใยไหมชั้นดีกับนัยน์ตาสีฟ้าสดใสราวกับท้องฟ้าที่เป็นประกายนั้นทำให้เขาแทบบ้า

 

เรเวน นายเป็นอะไรไปกัน???

 

ชายหนุ่มพยายามเค้นหาคำตอบในใจ แสงยามเช้าสาดส่องผ่านตัวชายหนุ่มเข้ามามายังห้องกว้างที่ถูกจัดไว้ด้วยสไตล์เรียบๆทำให้เรเวนรู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อย

 

ตลอกเวลาที่เห็นกีตาร์เขาอยากเข้าไปกอด ตลอดเวลาที่ได้ยินกีตาร์พูดเขาอยากเข้าไปสัมผัสริมฝีปากนุ่มนิ่มนั้น ตลอดเวลาที่เด็กหนุ่มหัวเราะร่าเขาก็แทบจะหยุดช็อกตายเพราะหัวใจบ้าๆที่เต้นแทบทะลุออกจากอกนี่!

 

ให้ตายสิ!!! ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกัน????

 

เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ซึ่งเหตุผลของไอ้ความรู้สึกประหลาดนี้ต้องเป็นเพราะ...

 

เขาขาดผู้หญิงมาเป็นอาทิตย์แน่ๆ!!

 

ผู้ชายอย่าง เรเวน โทริ ที่มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตตลอดเวลาอย่างเขาเนี่ยนะจะใจเต้นรัว กับผู้ชาย!!! เพราะขาดผู้หญิงแน่ๆ หรือไม่งั้นกีตาร์ก็อาจน่ารักเกินไป.....

 

ไม่ใช่แล้วว้อย!!!

 

เรเวนแอบสบถออกมาอย่างหัวเสีย นี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ อยากออกไปจากที่นี่จะตายชัก คอยดูสิออกไปได้เมื่อไหร่เขาจะรีบไปหาผู้หญิงมาควงซัก 10 คนเลยคอยดู!!! (ประชด)

           

ชายหนุ่มเหม่อมองไปนอกหน้าต่างที่ตนยืนพิงอย่างไร้จุดหมาย ภาพหญ้าสีเขียวขจีที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำสีใสสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์เป็นประกายสวยงาม แสงแดดอุ่นๆแสดงถึงเวลายามเช้าค่อยๆสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศสดชื่นตรงหน้าทำให้เรเวนรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยก่อนจะลอบถอนหายใจขึ้นเบาๆ

 

มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบมีดเล่มบางที่เหน็บกับเข็มขัดของตนออกมา ตัวมีดเล่มบางมีปลอกหนังสีดำสนิทห่อหุ้มเอาไว้ ลายสลักรูปนกกาสยายปีกตรงด้ามจับถูกออกแบบมาอย่างประณีตและละเอียด ชายหนุ่มเหลือบมองมันเล็กน้อยพลางชูมันขึ้นในระดับสายตา

 

มันคือมีดประจำตระกูลของเขา

 

เขามักเก็บมันไว้ติดตัวเสมอ พ่อของเขาบอกว่ามีดเล่มนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องใช้ปกป้องตนและคนรัก ซึ่งเขาไม่เคยเข้าใจความหมายของมันเลย แถมไม่รู้ว่าจะได้เอาออกมาใช้ตอนไหนด้วย

 

แต่แล้ววันนี้เขาก็เริ่มเข้าใจ......และคงต้องใช้มัน

 

“ หาว~~~~~~~ ง่วงเป็นบ้า!!!! ” เด็กหนุ่มผมบลอนด์ทองยกมือขึ้นปิดปากหาวเสียงดังพร้อมบิดขี้เกียจด้วยท่าทางงัวเงียไม่หาย กีตาร์ในชุดนอนสีฟ้าลายลูกหมีขยี้ตาของตนพลางเอ่ยถามสมาชิกรอบโต๊ะกินข้าวที่กำลังวุ่นกับอาหารเช้าของตนอยู่

 

พวกนายตื่นเช้าจัง

 

“ อันที่จริง คุณตื่นสาย ชายหนุ่มในชุดพ่อบ้านเป็นเอกลักษณ์วางแก้วชาลงบนโต๊ะพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ เขามองกีตาร์ที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้แล้วหยิบขนมปังที่วางไว้บนโต๊ะมาทาแยมส้มด้วยสายตานิ่งๆ

 

“ ฉันชอบชุดนอนนาย แอตลาสที่กำลังจิบกาแฟอดหัวเราะไม่ได้ นัยน์สีครามตวัดมองชุดนอนลายหมีแล้วกุมท้องของตนพลางปล่อยหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

ลายหมี อุ๊บ!! ฮะๆๆๆๆๆ นี่คุณอายุเท่าไหรเนี่ย 6 ขวบ?? ”

 

“ 16 ว้อย!!! แล้วลายหมีมันไม่ดีตรงไหน หา!! ” คนถูกล้อถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มตวัดสายตาหันไปมองคนข้างกายราวกับพยายามขอความช่วยเหลือ แต่เรเวนก็ได้แต่ส่งสายตาเชิง ' สู้ๆ ' กลับมาเท่านั้น

 

“ โอ๊ย!! ปวดท้อง คุณดูชุดนอนหมอนั้นสิ ไอริสจัง แอตลาสที่ยังนั่งหัวเราะอยู่สะกิดเด็กหนุ่มผมขาวที่ถูกเปลี่ยนชื่อในชั่วข้ามคืนซึ่งกำลังนั่งดื่มกาแฟข้างๆให้หันไปมองตาม แต่ไอริสก็แค่มองชุดกีตาร์ด้วยสายตาเห่ยๆแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่นราวกับไม่สนใจ

 

บรรยากาศในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบโดยที่ผู้เล่นแต่ละคนได้แต่นั่งกินอาหารเช้าของตนเงียบๆ จนในที่สุดคราวที่กำลังรินกาแฟให้ทุกคนในโต๊ะทำลายความเงียบลงเมื่อเขาเห็นความผิดปกติบางอย่าง

 

“ เฮ้ คุณเป็นอะไรรึป่าว??? ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางเหลือบมองหน้าเด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดงอีกครั้ง ปกติแล้วอาคาซึกิก็เงียบๆนิ่งๆไม่คุยกับใครอยู่แล้ว แต่วันนี้มันมีอะไรแปลกๆไป???

 

“ ….. ” นัยน์ตาสีแดงของเด็กหนุ่มเลื่อนไปสบตากับคราวด้วยแววตานิ่งๆ แววตานั้นดูเอื่อยเฉื่อยราวกับว่ามันหนักอึ้งจนแทบขยับไม่ได้ มือเล็กของอาคาซึกิพยายามเลื่อนไปหยิบแก้วกาแฟตรงหน้าแต่มันก็อ่อนยวบทำให้แก้วกาแฟตกใส่พื้นจนแตกกระจายไปทั่ว

 

“ เฮ้ คุณ!! ” คราวคว้าตัวเด็กหนุ่มที่ล้มพับลงมาประคองไว้แน่น ชายหนุ่มเขย่าตัวร่างบางที่สลบไปพลางเรียกสติ ไม่นานดวงตาสีแดงก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆก่อนที่จะมองไปรอบตัว

 

“ คุณเป็นอะไรมั้ย เสียงนิ่งเรียบของคราวเรียกให้เด็กน้อยให้ไปมองผู้ประคองร่างตนเอาไว้ แน่น เด็กน้อยได้แต่เหม่อมองไปรอบกายตน ดวงตาสีแดงสดกระพริบตาถี่เบาแล้วจึงเอ่ยตอบสั้นๆ

 

“ ผมแค่ รู้สึกไม่ค่อยสบาย แม้ร่างบางจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบแต่ก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งของร่างตน

 

เขาเนี่ยนะไม่สบาย? อาคาซึกิคิดทวนกับตนไปมา

 

แน่นอนร่างกายของเขาแข็งแรงมาก

 

เด็กหนุ่มถูกฝึกหนักมาแต่เด็ก เรียกว่าได้ว่าเกิดมาเขานับครั้งที่ป่วยของตนได้เลยด้วยซ้ำ แต่ทำไม??? เขาก็ไม่ได้เป็นหวัดง่าย ภูมิต้านทานก็ดี หรืออาจเพราะมันไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป หรืออาจโดนพิษ....

 

พิษ!!!! จากพิคเคอร์ของคนแคระ

 

เด็กหนุ่มนั่งครุ่นคิดกับตน ใช่แล้ว เมื่อวานตอนในเกมด้านแรกเขาโดนพิคเคอร์ของคนแคระจามเข้าที่แขนจนแผลถลอกเล็กน้อย เจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไร และคิดว่าคงไม่มีผลกับตนเอง ตอนนั้นกีตาร์เองก็กำลังเจ็บหนัก ทุกคนเลยไม่ได้สนใจแผลของตนเองกันซักเท่าไหร่ ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้สึกตัว

 

“ ผมขอ...ไปนอนพักดีกว่า อาคาซึกิรีบตัดบทด้วยเสียงเรียบก่อนจะยันตัวให้ลุกออกจากเก้าอี้เพื่อหนีสายตาสงสัยของผู้ร่วมโต๊ะคนอื่นไป จนผู้ที่เดินสวนทางลงบันไดมาได้แต่นิ่งมองเด็กหนุ่มที่เดินผ่านเขาไปโดยไม่ทักกลับ

 

“ เฮ้ อาคาซึกิเป็นอะไร?? ” Alaxia ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ที่อยู่หัวโต๊ะก่อนจะเอ่ยถาม เมื่อกี้เขาก็เรียกร่างบางตั้งหลายรอบแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลยซักนิด สีหน้าก็ดูแย่ๆอย่างบอกไม่ถูก

 

“ เขาไม่สบาย คราวที่กำลังเทน้ำชาใส่แก้วของกีตาร์เอ่ยตอบทำให้ชายหนุ่มผู้เป็นคนถามได้แต่พยักหน้ากลับนิดๆ นี่เขาคงต้องไปดูอาการอาคาซึกิสักหน่อยแล้วล่ะมั้ง?

 

“ เฮ้ อเล็กซี่ เกมวันนี้เริ่มกี่โมงเหรอ? ” ไม่ทันที่ Alaxia จะได้หยิบขนมปังแผ่นบางเข้าปากเสียงของชายหนุ่มเจ้าของผมสีดำสนิทก็เอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงสนุกสนานราวกับกำลังอยากจะแกล้งเขาเล่นยังไงยังงั้น ร่างสูงเลยได้แต่ถอนหายใจแล้วตอบด้วยเสียงเอื่อยๆ

 

“ ประมาณ 10 โมง

 

“ หมายความว่าเราก็มีเวลาพักอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมงสินะ

 

“ ก็ประมาณนั้น ทุกคนเตรียมให้พร้อมล่ะ ฉันจะขึ้นไปดูอาการของอาคาซึกิหน่อย ว่าจบAlaxia ก็ลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารไปโดยที่ในใจเขายังครุ่นคิดไม่หยุด

 

ขายาวๆของชายหนุ่มก้าวผ่านประตูที่เรียงรายนับ 10 ห้องอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีม่วงเข้มเป็นเอกลักษณ์เหม่อมองเพดานสีขาวขุ่นที่เรียงต่อกันยาวเหนือหัวเขา ร่างสูงก้าวเท้าอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจทางเดินตรงหน้าจนชนเข้ากับบางอย่างเข้าเต็มๆ

 

ร่างบางที่ถูกชนเซถอยหลังไปเล็กน้อยแล้วจึงรีบเงยหน้ามองชายหนุ่ม เมื่อร่างสูงตั้งสติได้จึงรีบเอ่ยทักร่างตรงหน้า

 

“ อ้าว ไง โฮโนกะ ออกมาเดินแบบนี้ไม่ดีนะ น้องนายอยู่ข้างล่างนั้น เดี๋ยวคนอื่นจะเห็นเข้า ระวังด้วยล่ะ ” Alaxia ก้มมองร่างตรงหน้าแล้วจึงเอ่ยขึ้น

 

“ อ่า ผมรู้ครับ คือผมกำลังตามหาคุณอยู่ เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีครีมผสมชมพูเอ่ยขึ้นเสียงใสทำให้ชายหนุ่มได้แต่เอียงคอมองแล้วถามกลับ

 

“ มีอะไรงั้นเหรอ? ”

 

“ คือ ผมจะถามว่า ผมขอเข้าไปในเกมด้วยได้มั้ย คือ ผมเป็นห่วงน้องน่ะ

 

“ เอ่อ แบบนั้นมัน... ”

 

“ ผมสัญญา ผมจะไม่ออกไปให้ใครเห็น ผมแค่อยากเป็นกำลังใจให้น้อง ผมจะดูอยู่ห่างๆ นะครับ

 

“ อ่า ถ้าไม่ให้ใครเห็นล่ะก็มันก็โอเคนะ

 

“ จริงเหรอครับ

 

“ งั้นเดี๋ยวตอนเริ่มเกม ชั้นจะส่งนายไปด้วยแล้วกันนะ ระวังตัวด้วยนะ อย่าให้ใครเห็นล่ะ

 

“ ครับ เด็กหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินหายเข้าห้องของตนไป ทิ้งให้ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดกับตนเอง

 

นี่ก็จะเริ่มเกมที่ 2 แล้ว.....

 

ดูเหมือนผู้เล่นทุกคนไม่รู้เลยว่าเกมนี่มันน่ากลัวแค่ไหน หรืออาจจะเป็นโชคดีที่เกมแรกพวกเขาสามารถรอดชีวิตมากันได้ทุกคนกันแน่นะ? ขาเรียวยาวของชายหนุ่มหยุดลงตรงประตูที่มีป้ายติดหน้าห้องว่า

 

 Akazuki  

 

แล้วจึงยกมือขึ้นเคาะประตู 2-3 รอบพลางเอ่ยขึ้น

 

“ เฮ้ อาคาซึกิ ชั้นเข้าไปได้มั้ย?? ” บุคคลในห้องตรงหน้าเงียบอยู่นานแต่แล้วก็เอ่ยเสียงเบากลับมา ชายหนุ่มจึงรีบพลักประตูเข้าไปก่อนจะปราดมองร่างบางในชุดเสื้อแขนยาวที่ครีมนอนนิ่งอยู่บนเตียงเล็ก ผ้าคลุมสีแดงที่เด็กหนุ่มใส่อยู่ประจำถูกถอดว่างพาดใกล้ๆขอบเตียง นัยน์ตาสีแดงสวยกำลังปิดสนิทอยู่

 

“ นายโอเคมั้ย ผู้มาเยือนนั่งลงที่ปลายเตียงพร้อมเอ่ยถาม มือเรียวยาวเอือมไปจับหน้าผากที่ร้อนผ่าวของร่างที่นอนนิ่งสนิทบนเตียงเล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยต่อ

 

ตัวนายร้อนๆนะ ไหวมั้ย? ”

 

“ ผมรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย นอนพักหน่อยคงหาย ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เลื่อนมือมาสัมผัสส่วนอื่นต่อร่างบางที่นอนนิ่งก็ยกผ้าห่มขึ้นคลุมร่างตนราวกับไม่ชอบโดนผู้อื่นสัมผัส อาคาซึกิได้แต่นอนขดตัวนิ่งไม่ขยับแม้เขาจะรู้ดีว่าAlaxia กำลังจ้องเขาตาไม่กระพริบ

 

“ แน่ใจว่า โอเค? ”

 

“ ครับ

 

“ นายอยากได้อะไรมั้ย?”

 

“ ไม่ ผมแค่อยากนอน

 

แน่ใจเหรอว่าแค่นอนจะหาย?”

 

“ ผมโอเคดี เพราะงั้นผมแค่อยากนอน เดี๋ยวผมก็หายร่างบางพยายามตัดบทด้วยเสียงเรียบแต่ก็ถูกคนตรงหน้าขัดขึ้นจนเขาต้องเงียบไป

 

“ ยกเว้นแต่นายจะป่วยเพราะไม่ได้เป็นไข้

 

“.....”

 

“ นายเป็นอะไรไปรู้มั้ย มีอะไรให้บอกฉันมาเถอะ เพราะคนเดียวที่จะดูแลพวกนายในเกาะนรกนี่ก็มีแต่ฉันเท่านั้น เพราะงั้นมีอะไรขอให้รีบบอกหน่อยเถอะ

 

“ ผมโดนพิษของพิคเคอร์คนแคระ อาคาซึกิที่เงียบอยู่นานเอ่ยด้วยเสียงเรียบ เด็กหนุ่มมองAlaxiaที่เงียบมองเขาตาไม่กระพริบแล้วจึงเอ่ยต่อ

 

ตอนแรกผมคิดว่าคงไม่เป็นอะไรแต่พอเมื่อเช้าผมก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา

 

“ พิษมันรุนแรงนะ แผลอยู่ตรงไหนเหรอ? ”

 

ร่างบางยืนมือที่มือรอยขีดขวนถลอกเป็นรอยแดงที่บวมขึ้นมานิดๆให้ชายหนุ่มตรงหน้า ร่างสูงกวาดมองแผลบนมืออย่างเงียบๆแล้วจึงหยิบกล่องพยาบาลจากล็อกเกอร์ข้างเตียงออกมา

 

“ อย่างน้อยควรจะล้างพิษซักหน่อย

 

“ อืม... ”

 

“ ต่อให้นายป่วยยังไง 'เขาคนนั้นก็ต้องเอานายเข้าร่วมเกมด้วยอยู่ดี

 

 

 

“ เฮ้ พวกแก ถ้านั่งดีๆมันจะตายเรอะ!!!! =[]= ” Alaxia รีบร้องลั่นเมื่อเขาย่างก้าวเขามาใน ' tea time gardren '

 

ภาพตรงหน้าคือกีตาร์และเรเวนกำลังวิ่งหนีแอตลาสที่ถือมีดปาดเนยไล่(ฆ่า)ทั้งสอง รวมถึงโฮโนกะ(คามาระ)ที่โยกเก้าอี้ของอาคาซึกิอย่างแรงจนล้มทับโต๊ะน้ำชาเข้าอย่างจัง อาคาซึกิที่หน้าทิ่มเข้ากับแก้วชาของตนเงยหน้าขึ้นมามองโฮโนกะ(คามาระ)ด้วยสายตาเคืองๆแล้วจึงกระชากเก้าอี้ที่ตนนั่งมาขว้างใส่เด็กหนุ่ม คราวที่นั่งเงียบๆอยู่ก็โดนเค้กที่กีตาร์พยายามจะขว้างใส่แอตลาสเข้ากลางหน้าแล้วคว้าส้อมและมีดบนโต๊ะมาเป็นอาวุธประจำกายและไล่ล่าเหยื่อต่อไป

 

นัยน์สีม่วงขุ่นเคืองมองเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบๆ

 

อ่า....เขาจะบ้าตาย!!!!! ไอ้พวกบ้านี่มันเล่นอะไรกานนนน =[]=

 

“ เอ่อคือ... ” ชายหนุ่มหยุดมองเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าก่อนจะก้มมองเจ้าของเสียงใสที่เรียกตน

 

“ หืม มีอะไรเหรอไอริส ” Alaxia ก้มมองเด็กหนุ่มผมสีขาวนุ่มนิ่มที่มองเขาด้วยใบหน้าเขินอายโดยในมือของร่างบางกำลังถือมัฟฟินอันเล็กเอาไว้ โชคดีที่ไอริสไม่ได้บ้าไปตามพวกนั้นนะเนี่ย เขาควรดีใจใช่มั้ย =_=

 

“ คือ เมื่อเช้าผมเห็นคุณยังไงไม่ได้กินอะไรเลย เพราะงั้น... ” ดวงตาสีฟ้าสวยก้มต่ำก่อนจะพูดต่อ

 

ผมคิดว่าคุณอาจจะหิว....เลยเอามัฟฟินนี่มาให้ คือ ทุกอย่างบนโต๊ะมันเละด้วยฝีมือกีตาร์กับเรเวนแล้ว ผมหยิบทันแค่มัฟฟินนี่ ไม่รู้คุณจะชอบมั้ยแต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้คุณไม่ต้องทนหิว คือ …. ”

 

เด็กหนุ่มร่างยาวด้วยสีหน้าอายๆร่างบางได้แต่พูดกระตุกกระตักโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าก็ยืนค้างไปแล้วแถมเผลอหลุดปากพึมพำออกมา

 

“ …อ่า กินนายแทนได้มั้ย

 

“ อะไรนะครับ? ”

 

“ ป่าวววววว =[]= ” Alaxia รับสะบัดมือไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วจึงหยิบมัฟฟินจากมืออีกฝ่ายมาถือไว้

 

“ เอ่อ ฉันชอบมัฟฟิน ฮ่าๆๆ ขอบคุณมาก นี่เขาเป็นบ้าอะไรเนี่ย ชักเบลอ(กับความน่ารักของไอริส)แล้ว = =^^^

 

อื้ม เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มสดใสเมื่อเขาเห็นAlaxia งับมัฟฟินเข้าไป นัตย์ตาสีฟ้ามองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาสั่นๆแต่ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไรต่อ เค้กเนื้อนุ่มที่มีราสเบอร์รี่แต่งแต้มอยู่ก็พุ่งมาโดนหัวเขาเข้าอย่างจัง

 

=[]=!!! <= Alaxia

 

=_=!!!! <= ไอริส

 

“ ไอริสจัง มาเล่นกันเร็ว ไม่นานนักเจ้าของวีรกรรมเค้กบนหน้าของไอริสก็พุ่งตัวเข้ามากอด Alaxia แน่นทำให้เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีขาวถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมแน่น รอยยิ้มสดใสค่อยๆหายไปเหลือแต่ใบหน้าไร้อารมณ์เหมือนทุกทีก่อนหันควับไปหยิบเค้กที่วางระเนระนาดบนโต๊ะมาพลางร้องลั่น

 

“ ได้!!! แกจะเอาใช่มั้ย แอตลาสสสส

 

“ เข้ามาเลย ไอริสจางงงง

 

“ เอ่อ.... ” ชายหนุ่มได้แต่ยืนมองสงครามเค้กนิ่งๆ นี่เขาควรจะทำยังไงดี....

 

Alaxia ได้แต่ยืนนิ่งเคี้ยวมัฟฟินในมือกรุบๆ แล้วจึงหันไปถามชายหนุ่มในชุดพ่อบ้านที่ร่างกายเต็มไปด้วยเค้กซึ่งกำลังเดินมาพิงขอบโต๊ะเพื่อพักยกสงครามข้างๆเขา

 

“ ไง

 

“ ไง นายดูสนุก ” Alaxia ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

 

“ อันที่จริง ผม-ไม่-สนุก!! ” แต่เสียงเข้มที่ตอบกลับมาก็ทำให้เขาเงียบทันที

 

“ อะจะอะ =_=^^^ ” Alaxia โยนมัฟฟินคำสุดท้ายเข้าปากพลางก้มหลบเค้กที่ลอยมาแล้วเอ่ยถามคนข้างกายต่อ นายช่วยบอกชั้นได้มั้ยว่าไอ้เหตุการณ์มรณะนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง

 

 “ มันเริ่มมาจากที่แอตลาสทำชาหกใส่เค้กกีตาร์ แล้วกีตาร์เอาเค้กโยนใส่จานของแอตลาส แล้วเรเวนก็เอาพายโยนช่วยกีตาร์แล้วแอตลาสก็เลยไล่ฆ่าสองคนนั้น(ด้วยมีดปาดเนยแล้วโฮโนกะก็ทำอาคาซึกิล้มเลยเกิดสงครามขึ้นต่อ ผมโดนลูกหลงเข้า เลยเอาด้วย =_= ” ชายหนุ่มร่ายยาวจบก็ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

 

“ อ่า.... ” ผิดกับ alaxia ที่ได้แต่กุมขมับแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างเหลืออด

 

“ เฮ้ ลุง!!!!!!!!! มาเล่นกัน >< ” ไม่ทันที่จะได้พักหายใจกีตาร์ที่มีเค้กก้อนโตแปะหัวอยู่ก็พุ่งเข้ามาพร้อมเค้กช็อคโกแลตในมือทำท่าจะโยนมันใส่ชายหนุ่ม แต่ไอริสพุ่งถีบเข้าจนกีตาร์เซล้มพับ ไป

 

ไอริสหันมามองชายหนุ่มด้วยสายตาปลาบปลื้มราวกับช่วยชีวิต Alaxia (จากเค้กช็อกโกแลตเอาไว้ได้ แล้วจึงต้องหันกลับไปตีกับแอตลาสที่เข้ามาเทน้ำชาใส่หัวเขาต่อ

 

เรเวนที่เข้าไปพยุงกีตาร์ขึ้นมาก็โยนพุดดิ้งของโฮโนกะ(คามาระ)พุ่งใส่หลังจึงคว้าถาดเหล็กที่มีคุกกี้วางเรียงอยู่มาโยนกลับไป

 

“ เฮ้ พวกนาย... ” Alaxia เอ่ยด้วยเสียงเรียบแต่ทุกคนก็ไม่มีท่าที่จะหยุด หรืแม้แต่คราวก็ยังไปชุลมุนกับผู้เล่นคนอื่นต่อ

 

“ เฮ้ กีตาร์เอานี่ไป

 

“ แอตลาส แกโดนแน่

 

“ ขาก็สั้น วิ่งตามผมให้ทันดิครับ

 

“ เฮ้ยยยย กีตาร์ระวังๆ

 

“ ถอยไปเลย =_=** ”

 

“ เฮ้ คุณ!! ”

 

“ นี่เอาไป

 

“ ฮ่าๆๆๆ เต็มๆ เจ๋งวะ

 

“ โอ๊ย แก!!! ”

 

“ กากวะๆ

 

“ พวกคุณ หยุดหน่อยได้มั้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ” ทุกการกระทำหยุดนิ่งค้างเมื่อสิ้นเสียงของAlaxia

 

อารมณ์ของชายหนุ่มขาดพึงไม่เป็นชิ้นดี ใบหน้าที่ดูใจดียิ้มแย้มเสมอๆเหลือแต่เพียงความนิ่งเรียบไร้อารมณ์ ดวงตาสีม่วงกวาดมองสภาพกีตาร์ที่นั่งทับร่างของแอตลาสที่จับตัวไอริสเอาไว้และเรเวนที่จับขาของแอตลาสค้างนิ่ง คราวที่กำลังจะขว้างเค้กในมือใส่โฮโนกะกับอาคาซึกิที่ตีกับอยู่

 

ทุกคนนิ่งค้างสนิทไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจกับตนแล้วจึงตวัดสายตาไปมองผู้เล่นทุกคนอีกครั้งจนทุกคนต้องรีบลุกขึ้นมาจัดโต๊ะให้เข้าที่แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ของตนอย่างรู้งานโดยมีเสียงอุบอิบของกีตาร์ดังมาเป็นครั้งเป็นคราว

 

“ รู้ใช่มั้ยว่าทำผิดกันเจ้าของนัยต์สีม่วงเข้มค่อยๆไล่มองสมาชิกทั้ง 7 ด้วยสายตาวาวโรจน์ทีละคน

 

“ …... ” และสมาชิกทุกคนก็ได้แต่นิ่งมองไปคนละทาง

 

“ ฉันถามว่า รู้ใช่มั้ยว่าทำผิดกัน!!!!!! ” เมื่อเห็นทุกคนได้แต่นิ่ง ชายหนุ่มจึงถามทวนอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

 

“ ครับ!! ”

 

“ รู้ใช่มั้ยว่ามันเสียเวลา

 

“ ครับ!! ”

 

“ อายุเท่านี้กันแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเด็ก

 

แต่ผมก็ยังเด็กนะ กีตาร์แอบเอ่ยขึ้นเบาๆแต่ก็โดนชายหนุ่มสวนกลับจนเงียบไปทันที

 

“ เงียบปากไป กีตาร์

 

“ คะ ครับ TT ”

 

“ ทำอะไรหัดคิดบ้าง... ฉันให้เวลา 10 นาที เคลียร์ที่นี่ซะ ไม่เสร็จโดยลงโทษ!! ”

 

“ ครับ!!! ”

 

 

 

แววตาเยือกเย็นไร้อารมณ์ค่อยๆดูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อกี้เขาเผลอระเบิดอารมณ์ไปซะเต็มที่ แม้ปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่รับอะไรได้เสมอ แต่ถ้าหมดความอดทนเมื่อไหร่มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ

 

Alaxia ยกแก้วชาขึ้นจิบเล็กน้อย กลิ่นหอมหวานอบอวลของชาเอิร์ลเกรย์ทำให้เขารู้สึกใจเย็นขึ้นเยอะ สมาชิกทุกคนกำลังรับทำความสะอาดเค้กและขนมหวานที่ละเลงบนพื้นหญ้าเพราะสงครามเมื่อครู่กันอย่างขะมักเขม้น ชายหนุ่มได้แต่มองภาพตรงหน้านิ่งๆ พลางนั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างสบายอารมณ์พร้อมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วรีบตะโกนออกไป

 

“ เหลือเวลาอีก 5 นาที อย่างอืดอาดกันได้มั้ย

 

“ ลุงนี่ดุชะมัด น่ากลัวเป็นบ้า กีตาร์ที่คว้าเศษแก้วที่แตกบนพื้นขึ้นมาพร้อมแอบเอ่ยขึ้นเบาๆ แล้วจึงหันไปมองเรเวนที่ถือถุงที่มือขยะอยู่ข้างๆเขาพลางทิ้งเศษแก้วลงไป

 

“ ก็ไม่แปลก เราก็เล่นกันเกินไป เรเวนเอ่ยเสริม

 

แหม คนแก่ก็งี้สินะ เหอะ

 

“ ฉันได้ยินนะ กีตาร์

 

ครับ!! ToT ขอโทษ ครับ! ”

 

“ พวกนาย จัดการสวนเสร็จแล้ว ฉันให้เวลาไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน 3 นาที ให้ไวเลย!! ”

 

“ ครับ!! ” นี่พวกเขาคงไม่กล้าหือกับผู้คุม(กฎ)ไปซักพักล่ะนะ

 

“ แกว่ก ดูเหนื่อยๆกันนะ ร่างสีชมพูปริศนาที่มีขนฟูนิ่มเอ่ยขึ้นด้วยปากแหลมๆสีหลืองอ่อนเมื่อมันบินมาเกาะไหล่ Alaxia เรียบร้อยแล้ว ดวงตากลมโตของมันมองผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในสภาพหัวฟุบกับโต๊ะบ้าง นอนพาดเก้าอี้บ้าง หรือแม้แต่บางคนที่ยังใส่เสื้อผ้าได้ครึ่งตัว....

 

“ พวกนี้เล่นทำสวนเลอะซะ เลยลงโทษ ชายหนุ่มที่ถูกโดโด้เบิร์ดเกาะไหล่เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แม้ตอนนี้อารมณ์ของเขาจะกลับมาสู่โหมดปกติแล้วก็ตาม

 

“ อ่อ พวกนายเจอโหมดดาร์ก Alaxia เข้าสินะ แกว่กๆๆๆ โชคร้ายหน่อยเนอะมันหัวเราะเสียงแหลม

 

“ โอ๊ยยย ปวดแขนอ่า กีตาร์ที่นอนพาดตักของเรเวนเอ่ยอย่างโอดครวญ ในขณะที่เรเวนกำลังดึงสเวตเตอร์สีน้ำตาลเข้มของตนให้เป็นระเบียบแล้วจึงลูบหัวเปียกๆของกีตาร์ที่มีฟองสบู่ติดอยู่เพราะรีบสระผมมา

 

“ เฮ้อ~~~~~ ขอนอนแปป แอตลาสในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเอ่ยอย่างเอื่อยๆพลางเลื่อนมือไปปลดกระดุมเม็ดที่ 2 ออกเผยให้เห็นลำคอขาวเนียนที่ชุ่มเหงื่ออยู่เล็กน้อย

 

“ เหนื่อยจังครับ Y___Y ” โฮโนกะ(คามาระเงยหน้าขึ้นมามอง Alaxia ด้วยสายตาเซ็งๆแล้วจึงฟุบหลับต่อ ไม่ต่างจากอาคาซึกิที่คงหลับไปนานแล้ว รวมถึงคราวที่แอบนั่งหลับแบบไม่ให้ใครรู้ตัว

 

“ ….. ” เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีขาวสะอาดรีบใส่เสื้อผ้าตนให้เรียบร้อยพลางผูกเนคไทลายทางสลับแล้วจึงนั่งมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่งๆต่อ

 

“ เอาล่ะ ทุกคนพร้อมแล้วใช่มั้ย งั้นเริ่มกันเลยดีกว่า ” Alaxia ว่าโดยไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของผู้เล่นเท่าไหร เขาดีดนิ้วเบาๆแล้วกระดานสีใสที่มีตัวหนังสือว่า 'caucus race ' และแถบชื่อด้านเรียงรายก็ปรากฏคิดอย่างเคย แถบชื่อด้านทั้ง 5 ที่ให้เลือกถูกขีดฆ่าด้วยเส้นสีแดงตรงชื่อด้าน ' Bad Apple ' ราวกับเป็นการบ่งบอกว่าด่านนี้เคลียร์แล้วยังไงยังงั้น

 

เหล่าเพลย์เยอร์ที่นอนนิ่งบ้าง พาดกับเก้าอี้บ้างเงยหน้าคิดมองกระดานใสตรงหน้าด้วยสายตาเฉื่อยชาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านี่คือเวลาที่พวกเขาต้องเข้าไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับไอ้เกมบ้านี่อีกแล้ว

 

แอตลาสเป็นคนแรกที่ลุกพรวดขึ้นมานั่งมองป้ายนั้นด้วยสายตาแน่นแน่ ความรู้สึกเหนื่อยล้าที่มีเมื่อกี้ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์ของเขา

 

ใช่แล้ว เขาจะแพ้ไม่ได้ นี่ไม่ใช่เวลามาเล่น

 

ดวงตาสีโกเมนของคราวลากไปมองป้ายแถบชื่อด่านที่เหลืออยู่อีก 4 ชื่อก่อนจะเลื่อนมองทีละด่านด้วยแววตาครุ่นคิด ไม่ต่างจากไอริสที่นั่งจ้องชื่อด่านอยู่นิ่งๆเช่นกัน

 

อาคาซึกิค่อยๆเงยหน้าคิดมามองป้ายชื่อตรงหน้า อาการของเขาดูจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็รู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ ถ้าเจอด่านที่ต้องออกแรงมากๆเหมือนด่านที่แล้วเขาจะทำยังไงกันนะ

 

“ เอาล่ะ เลือกด่านเลย ” Alaxia เอ่ยขึ้นทำให้ผุ้เล่นทุกคนหันไปมองหน้ากันอย่างครุ่นคิด แล้วจึงค่อยๆแสดงความคิดเห็นกันออกมาทีละคน โดยเริ่มจากแอตลาสที่ชิงพูดก่อนใครเพื่อน

 

“ ผมว่า cities sleep ก็ดูน่าสนใจดีนะ หรืออาจจะเป็น Midnight magic ก็ไม่เลว

 

“ ผมเลือก Alice's wonderland ”ไอริสตอบขึ้นด้วยเสียงเรียบเมื่อแอตลาสพูดจบ ไม่นานคราวเองก็เอ่ยขึ้นบ้าง

 

“ Midnight magic ”

 

“ เห~~ งั้นผมก็เอา Midnight magic ด้วยสิ โฮโนกะ(คามาระรีบเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสดใสแล้วจึงหันไปมองอาคาซึกิที่พยักหน้าตามราวกับยังไงก็ได้ คามาระเลยหันไปหยุดสายตาที่กีตาร์และเรเวนที่ยังไม่ได้เลือก

 

“ เอ่อ ด่านไหนก็ดูน่ากลัวไงไม่รู้ คราวนี้ขาฉันจะเป็นไรอีกมั้ยเนี่ย กีตาร์บ่นอุบอิบกับตนเองพลางหันไปถามคนข้างกาย นายเอาด้านไหนอ่ะ เรเวน

 

“ cities sleep มั้ง ฟังดูน่านอนดี ง่วงวะ - -” ว่าจบ เจ้าตัวก็ยกมือขึ้นปิดปากหาวทันที

 

“ เฮ้งั้นฉันเอาด้วย cities sleep ”

 

“ งั้นสรุปคะแนนเสียงอยู่ที่ midnight magic มากที่สุดสินะ ” Alaxia สรุปขึ้นเบาๆแล้วจึงกดเลือกด้านที่กระดานใสตรงหน้า ไม่นานนักภาพตรงหน้าก็สว่างวาบจนมองไม่เห็นสิ่งใด เหลือเพียงแต่เสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นก่อนที่ภาพตรงหน้าจะหายไป

 

“ Mission second ' Midnight magic' Game start ”

 

แสงสว่างจ้าตรงหน้าค่อยๆจางไปจนเผยให้พื้นกระเบื้องสีส้มอมครีมวางเรียงรายอยู่เต็มพื้นเป็นทางยาว บ้านหลังเล็กที่ทำจากกระเบื้องตามสไตล์รูปทรงแบบยุโรปตั้งตระง่านอยู่รายล้อมกายของพวกเขา เมื่อมองสุดทางเดินไปมีปราสาทที่เงินเปล่งกระกายราวกับคริสตัลอยู่ไม่ไกล ระฆังเสียงใสจากหอระฆังเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ปราสาทดังกังวานบ่งบอกเวลา 6 โมงเย็น แสงแดดสีส้มอ่อนสาดส่องผ่านบ้านหลังเล็กมากระทบกับพื้นกระเบื้องสีสวยจนเป็นประกายแวววาว

 

ผู้เล่นทุกคนยืนนิ่งกับภาพตรงหน้าจนกีตาร์ทำลายบรรยากาศลงด้วยเสียงสดใส(จนเกินเหตุ)

 

“ ว้าว สวยสุดๆ *o* ” ร่างบางกระโดดไปมาอย่างสนุกสนานไม่ต่างจากผู้เล่นคนอื่นที่มองไปรอบๆตัวอย่างสนใจ

 

“ กระเบื้อง คราวขยับเท้าของตนไปมาพลางก้มมองเงาสะท้อนจางๆของตนจากแผ่นกระเบื้องสีส้ม

 

“ เอาล่ะ พวกนาย ฟังกติกาของด่านนี้นะ เสียงของ alaxia เรียกให้สายตาของผู้เล่นทุกคนหันขวับกลับมามองที่เขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบเอ่ยคิดต่อ

 

“ ด้านนี้ พวกนายจะต้องแบ่งออกเป็นสองกลุ่มโดยที่เราได้สุ่มชื่อมาแล้ว ชายหนุ่มว่าพร้อมดีดนิ้วให้กระดานสีขาวขุ่นปรากฏขึ้นเหนือหัว โดยที่ภายในกระดานตรงหน้าถูกแบ่งออกเป็นสองฝาก ถูกแบ่งเป็น team 1 และ team 2 ซึ่งมีชื่อสมาชิกเรียงกันลงมา

 

              Team 1                                                                                          Team 2

                 Iris                                                                                                 Atlas

                 Guitar                                                                                            Honoka

                Reven                                                                                            Crown

               Akazuki

 

“ เฮ้ เราได้อยู่ด้วยกัน กีตาร์รีบฉีกยิ้มกว้างให้เรเวนที่อยู่ข้างกายจนชายหนุ่มเผลอใจเต้นแรงอย่างไม่ได้ตั้งตัว

 

“ อะ อืม เรเวนตอบอย่างกระตุกกระตัก แล้วจึงพยายามเอ่ยขึ้นต่อ กีตาร์ คือ.... ”

 

“ ??? ” แต่ไม่ทันที่เรเวนจะได้พูดอะไรต่อโฮโนกะ(คามาระก็เอ่ยขึ้นเสียงสดใสทำให้ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยต่อ

 

“ เห ทีมเรามี 3 คนเอง ไม่ขี้โกงเหรอ? ”

 

“ ไม่หรอกน่า นี่เป็นการสุ่ม ถือว่าเป็นโชคดีของทีมแรก แต่ไม่แน่ มีคนเยอะอาจไม่ดีเสมอไป ” Alaxia เอ่ยขึ้น ก่อนจะเริ่มอธิบายกฎต่อ

 

“ กติกาของด้านนี้ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก ให้พวกนายแบ่งกลุ่มออกเป็นสองกลุ่มเพื่อแยกกันหาบางอย่างจากด่านนี้

 

 “ ถ้าสมมติว่าทีมไหนซักทีมชนะแล้วจะได้อะไรเหรอ? ” แอตลาสเอียงคอถามขึ้นบ้าง

 

“ ทีมที่ชนะจะได้ของรางวัลซึ่งมันจะมีประโยนช์สำหรับด่านต่อไป แน่นอนว่าทีมที่แพ้จะไม่ได้มัน

 

“ อย่างงี้ค่อยน่าสนหน่อย แอตลาสได้แต่ยักไหล่เล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบแล้วจึงหันกลับไปมองชื่อสมาชิกทีมตน

 

เมื่อเห็นไม่มีใครถามอะไร Alaxia จึงรีบเอ่ยต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา

 

“ กติกาเกมนี้ไม่มีข้อห้ามว่า พวกนายจะไปด้วยกันหมดเลยรึป่าว จะไปด้วยกันสองทีม ช่วนกัน หรือแย่งกันก็ได้ เพียงแต่ถ้าสมาชิกของทีมไหนไปเจอของที่ให้หาก่อน ทีมนั้นก็จะชนะ

 

“ แล้วของที่ให้หานั้นคืออะไรเหรอ? ” ไอริสที่เงียบไปนานเอ่ยถามขึ้นบ้าง

 

“ รองเท้าแก้วของซินเดอเรลล่า

 

“ รองเท้าแก้ว!!!! ” ผู้เล่นทุกคนได้แต่เอ่ยขึ้นด้วยเสียงงงๆ แต่แล้วแสงแดดรอบกายก็ค่อยๆจางลงไปโดยที่บางคนไม่ได้สังเกตเลยว่ารอบตัวเป็นเวลาตอนเย็นอยู่แล้ว

 

“ ทีมของด่านนี้เป็นตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นระวังตัวด้วยล่ะ พูดจบผู้เล่นแต่ละคนก็เดินไปหาสมาชิกของทีมตนซึ่งถูกจัดไว้

 

“ รองเท้าแก้วของซินเดอเรลล่าเหรอ มันก็ต้องอยู่ที่ซินเดอเรลล่าสิ กีตาร์พูดขึ้นเมื่อสมาชิกในทีม 1 มารวมตัวกันครบแล้ว เรเวนเองก็พยักหน้ากับความนั้นแล้วจึงเอ่ยขึ้นบ้าง

 

“ ตามนิทาน คือ ซินเดอเรลล่าเป็นเด็กสาวที่ถูกแม่เลี้ยงและพี่สาวบุญธรรมกดขี่ข่มเหงเสมอ จนวันหนึ่งเธอได้เจอกับนางฟ้าแม่ทูนหัวซึ่งเสกให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงและมีรถม้าที่ทำมาจากฟักทองไปงานเต้นรำได้จนเวทมนต์หมดในเวลาเที่ยงคืน สุดท้ายเธอก็ได้แต่งงานกับเจ้าชาย ก็ประมาณนี้สินะ เรเวนร่ายยาวพลางมองคนในกลุ่มตน

 

“ อืม

 

งั้นเราควรไปหาที่ไหนล่ะ จะไปกับทีมนั้นมั้ย? ” เรเวนพูดพลางชี้ไปที่ทีมที่ 2 ซึ่งรวมตัวกันอยู่ไม่ไกลนัก

 

สมาชิกในทีมที่ 2 ประกอบด้วยแอตลาส โฮโนกะ(คามาระและคราว ทั้งสามมองหน้ากันเงียบๆแล้วแอตลาสจึงเริ่มเปิดประเด็นบ้าง

 

“ ตามความคิดของผมแล้ว ผมอยากสำรวจหมูบ้านนี่ ชายหนุ่มพูดพร้อมมองไปรอบๆกายซึ่งถูกบ้านหลังเล็กสีส้มอ่อนตั้งเรียงรายอยู่

 

“ ผมสงสัยปราสาทนั้น ดูแล้วเหมือนมันเป็นจุดเด่นของเมือง แถมเมืองนี่ไม่เห็นมีคนเลย บางที่ปราสาทนั้นอาจมีอะไรก็ได้ คราวที่ยืนกอดอกพิงกำแพงบ้านหลังเล็กเอ่ยขึ้นบ้าง

 

“ อืม ผมยังไงก็ได้ แต่รองเท้าแก้วนี่ก็ต้องอยู่ซินเดอเรลล่าสิ บางที่ถ้าเป็นตามนิทานเธอควรเต้นรำอยู่ที่ปราสาทจนถึงเที่ยงคืน คามาระเอ่ยด้วยเสียงสดใสแล้วจึงมองอีกกลุ่มที่มองพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองทีมจึงหันหน้าไปมองกันแล้วเรื่องเปิดประเด็นโดยเรเวนที่เอ่ยถามขึ้นก่อน

 

“ ทีมพวกนายจะไปที่ไหน เราจะไปด้วยกันมั้ย? ”

 

“ ไม่ๆ ฉันไม่อยากไปกับไอ้บ้าแอตลาสนี่น่า กีตาร์รีบกระชากแขนเสื้อเรเวนพร้อมแลบลิ้นใส่ชายหนุ่มที่กล่าวถึง จนอีกฝ่ายได้แต่มองด้วยสายตาเอือมๆกลับมาเท่านั้น

 

“ ผมก็ไม่อยากไปกับคุณหรอก =_= ”

 

“ พวกเราว่าจะไปตามหาคฤหาสน์ของซินเดอเรลล่า ไอริสรีบตัดบทสงครามระหว่างกีตาร์และแอตลาสด้วยเสียงเรียบ

 

“ พวกเราจะไปปราสาท คราวเองก็ตอบกลับมาสั้นๆ ทั้งสองทีมพยักหน้าให้กันอย่างเข้าใจ แล้วจึงหันหน้ากันไปคนละทาง

 

“ ทีมเราไม่แพ้หรอก กีตาร์เอ่ยขึ้นเสียงสดใส ไม่ต่างเรเวนที่พยักหน้าให้เขา

 

อืม

 

ทางนี้ก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ แอตลาสหันกลับมายิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าใครจะชนะ ไอริสเอ่ยเสียงเย็นชาโดยไม่ลืมหันกลับไปมอง Alaxia ที่ยืนโบกมือให้กำลังทุกคนอยู่ห่างๆ

 

“ พวกเรารีบไปกันเถอะครับ มืดขึ้นเรื่อยๆแล้ว คามาระเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดขึ้นเลยๆแล้วจึงเร่งฝีเท้าตน

 

“ อย่าชักช้าเลย คราวว่าเสียงเรียบพร้อมสาวเท้ายาวๆผ่านบ้านหลังเล็กที่รายล้อมรอบตัวพวกเขาไป

 

“ ….. ” อาคาซึกิที่ยืนเงียบก็พยายามเดินตามหลังทีมตนไป แม้เขาจะรู้สึกเวียนหัวจนแทบล้มอยู่บ้าง แต่ดูเหมือนเขาก็ไม่อยากเป็นภาระของที่ทีมเลยซักนิด

 

Alaxia และโดโด้เบิร์ด มองเพลย์เยอร์ทุกคนที่ก้าวจากไปกันคนละทาง ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทลงเรื่อยๆ แสงไฟสีส้มอ่อนสว่างวาบขึ้นจากตัวบ้านหลังเล็กที่อยู่รอบๆตัวตัดกับท้องฟ้าสีครามแทบมืดสนิทได้อย่างลงตัว ทำให้พื้นกระเบื้องสะท้อนแสงจากดวงไฟเล็กๆเป็นประกาย

 

ชายหนุ่มมองภาพหมู่บ้านที่สวยราวกับเหมือนไม่ใช่ความจริงและได้แต่ภาวนาให้พวกเขาปลอดภัย ขออย่าให้มีใครตายเลย ชายหนุ่มเหม่อมองหอระฆังสไตล์ยุโรปที่ตั้งตระง่านอยู่ที่ปราสาทพลางลอบถอนหายใจ

 

เวทมนต์ยามเที่ยงคืนงั้นเหรอ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น