Caucus Race

ตอนที่ 14 : Chapter 5 ' Time to move '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ย. 56

 “ อ่า.....นี่ผมมาขัดอีกแล้วสินะ =_=^^ ” เสียงอ้ำอึ้งของชายหนุ่มผมสีดำสนิทดังขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกับไม่ได้ตั้งใจขัดเหตุการณ์ตรงหน้า เสียงของเขาทำให้ร่างบนเตียงทั้งสองสะดุ้งวาบทันที แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรเลือกจะพูดออกไปหรือยืนดูเหตุการณ์อยู่ตรงนี้เงียบๆกันแน่

 

….อันหลังแลดูโรคจิตชอบกล

 

Alaxia รีบหันขวับมามองหน้าแอตลาสด้วยความตกใจ เขารีบเขยิบห่างร่างบางในอ้อมกอดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบรับเมื่อตั้งสติได้

 

เปล่า ไม่นี่ มีอะไรเหรอ? ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแข็งราวกับประชดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ไม่ต่างจากร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงซึ้งส่งสายตาวาวโรจน์ใส่ชายหนุ่มที่เปิดประตูเข้ามา

 

            “ อ่อ ผมจะมาถามว่าจะให้ทำอะไรต่อน่ะ เหมือนทุกคนจะกลับห้องตัวเองกันไปหมดแล้ว และผมก็อยากรู้กติกาเกมให้มากขึ้น อะไรประมาณนั้น แต่ เฮ้! ถ้าผมขัดจังหวะล่ะก็ ผมกลับก่อนก็ได้นะ” แอตลาสชี้มือไปนอกห้องประกอบ

 

ไม่หรอก ฉันก็ควรไปจัดการอะไรต่อนิดหน่อย อ่า... ” ดวงตาสีม่วงสวยเหลือบมองไอริสที่จ้องเขาตาไม่กระพริบก่อนเอื้อมมือเรียวยาวขึ้นลูบผมนุ่มนิ่มสีขาวสะอาดอย่างเบามือแล้วจึงพูดต่อ

 

“ นายนอนพักไปก่อนนะ เดี๋ยวถึงเวลามื้อเย็นเมื่อไหร่จะขึ้นมาเรียกอีกทีล่ะ ”

 

อื้ม ” ร่างบางตอบอย่างว่าง่ายแล้วจึงคว้าผ้าห่มผืนนุ่มมาคลุมตัวพลางหันตัวเข้าทางกำแพงราวกับกำลังหลบสายตาของชายหนุ่มด้วยความเขินอาย

 

งั้นเราก็ไปกันเถอะ  ” Alaxia ลุกพรวดออกจากเตียงพร้อมรีบสาวเท้าออกนอกห้อง แอตลาสเองก็เดินตามมาโดยไม่ลืมเหน็บแนมอย่างเจ้าเล่ห์

 

เฮ้ ผมพึ่งรู้ว่าพวกคุณสนิทกันขนาดนี้ ”

 

อ่อ ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่จริงๆมันก็คงจะเป็นแบบนั้น ถ้าไม่มีใครมาขัดล่ะก็ O_O ” ชายหนุ่มจ้องคนข้างกายอย่างอดรำคาญไม่ได้ก่อนจะทำแก้มป่องนิดๆเหมือนเด็กไม่พอใจ

 

เห~~ อเล็กซี่ ผมขอโทษ นี่ไม่รู้จริงๆนะเนี่ยว่าพวกคุณกำลังจะจู.... ” เสียงของแอตลาสถูกหยุดชะงักด้วยมือของร่างสูงที่ยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้  ด้วยตาสีครามมองชายหนุ่มอย่างสนุกสนานจนมือนั้นค่อยๆเลื่อนออกแล้วจึงพูดต่อ

 

ไม่เอาน่า ดูก็รู้แล้วว่าคุณรู้สึกยังไงกับเด็กนั้น ”

 

ฉันจะรู้สึกยังไงกับไอริสก็เรื่องของฉันน่า ”

 

ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ เพียงแต่... ” ชยาหนุ่มเขยิบเข้าใกล้ตัว Alaxia แล้วจึงกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา

 

“ อย่าหลงมากเกินไปล่ะ ”

 

“ ..... ”

 

ถ้าวันหนึ่ง เด็กนั้นตายไป ระวังจะได้ร้องไห้อยู่คนเดียวนะ ”

 

ฉันรู้น่า ” รู้ดีเลยล่ะ...

 

แต่บ่าผมยังว่างเสมอนะ อยากมาซบเมื่อไหรก็บอกได้เลยนะ อเล็กซี่ *o* ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มอย่างร่าเริงแต่ก็โดนAlaxia ดันให้ออกห่าง ทำให้เจ้าตัวหลุดหัวเราะออกมา

 

เงียบน่า ว่าแต่สงสัยมานานล่ะ จะเรียกฉันด้วยชื่องี่เง่านั้นอีกนานมั้ย? ”

 

ทำไมล่ะ =_=?  อเล็กซี่ ก็คือ อเล็กซี่ นะ ” เอียงคอประกอบ

 

“ =_= ”

 

ทำไมล่ะ น่ารักออก ' ' ”

 

“ A-L-A-X-A-I อ่านว่า อเล็กเซีย ว้อย = = เรียกให้มันถูกๆหน่อย ตั้งชื่อให้ฉันใหม่ซะยังกับชื่อบาร์บี้!!!” เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มสะบัดหัวด้วยความรำคาญ ชื่อสุดแต๋วนั้นมันสุดจะทนจริงๆนะ!!! ให้ตายสิ

 

เห~~ อเล็กซี่ ' ' ”

 

เออๆๆๆ จะเรียกไรก็เรียกเถอะ ” เห็นที่ความพยายามของเขาจะทำอะไรไอ้ตัวกระล่อนนี่ไม่ได้...

 

จริงๆแล้วคุณชื่ออะไรเหรอ? ”

 

หา? หมายถึงอะไร ”

 

มันไม่ใช่ชื่อจริงๆของคุณใช่มั้ยล่ะ... ” ชายหนุ่มเงียบไปซักพักเมื่อได้ยินคำถามนั้น แต่ก็ตัดสินใจตอบไปเบาๆ

 

มันก็....อะไรประมาณนั้นแหละ ”

 

งั้นชื่อจริงอะไรล่า~ บอกหน่อยสิ *o* ” แอตลาสคว้าแขนชายหนุ่มก่อนจะดึงเหมือนเด็กอยากได้ของอย่างไงอย่างงั้น

 

ไม่ ”

 

งั้นก็ชื่อ อเล็กซี่ต่อไป ”

 

ก็แล้วแต่จะเรียก ”

 

เห~~ ชื่อจริงมันสำคัญขนาดนั้นเชียว แบบนี้ผมยิ่งอยากรู้นะรู้มั้ย ^^ ”

 

เหอะ! ไม่มีวันหรอก ” Alaxia แค้นเสียงนิดๆพร้อมเดินนำแอตลาสผ่านห้องจำนวนมากไป ชายหนุ่มหุบยิ้มลงนิดพลางครุ่นคิดกับตัวเอง ชื่อจริงของเขาน่ะ....บอกไม่ได้หรอก ถ้ามีใครรู้เข้าล่ะก็..

มันคงไม่เป็นผลดีต่อ 'เขาคนนั้น' แน่ๆ

 

Alaxia เดินเลี้ยวผ่านมุมห้องท้ายสุดทางเดิน แล้วรีบสาวเท้ายาวๆผ่านประตูนับสิบรอบกายผ่านลงบันไดไป คฤหาสน์ทรงเยอรมันที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูอลังการถูกจัดเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อม

 

ชายหนุ่มก้าวเท้าลงบันไดกว้างที่มีพรมสีแดงนุ่มที่มีลายดอกไม้เล็กที่ถักไว้อย่างประณีตปูตลอดทางเดิน เหนือหัวเขามีแชนเดอร์เลียตัวใหญ่ส่องประกายเหมือนเพชรจรัต สีทองแวววาวของมันสะท้อนผ่านคริสตัลที่เป็นหลอดไฟดวงเล็กๆ กลางหัวกว้างมีโต๊ะรับแขกนาดใหญ่ซึ่งมีเก้าอี้วางอยู่หลายล้อม โดยที่นั่งตัวซ้ายสุดมีชายหนุ่มผมสีดำสนิทนั่งอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทอง เจ้าของดวงตาสีฟ้าสดใสเหลือบเห็น Alaxia ที่ก้าวลงมาจากบันไดแล้วจึงรีบเอ่ยทัก

 

ลุง!! ” กีตาร์โบกมือไปมาอย่างร่าเริงแล้วลุกขึ้นเดินกระเผลกด้วยขาข้างซ้ายที่ถูกหุ้มด้วยเฝือกหนาอยู่ตรงเข้ามาหาชายหนุ่มโดยไม่สนใจเสียงท้วงของคนด้านหลังแม้แต่น้อย

 

เฮ้!! กีตาร์หยุดนะ เดี๋ยวก็ล้มหรอก ” เรเวนรับเดินเข้ามาจับตัวกีตาร์เอาไว้พลางดุต่อ

 

“ ถ้าล้มคิดมาจะเป็นยังไง!!”

 

หา!!! นี่ฉันก็เดินได้นี่ แค่นี้ไม่เป็นอะไรน่า นายเป็นแม่นมฉันรึไง =_=^ ”

 

เออสิ! จะเดินไปไหนก็ดูสังขารขาตัวเองบ้าง ถ้าเกิดสะดุดหกล้มหน้าทิ่ม ดั้งหัก แก้มช้ำ กัดลิ้น ตาเหลือกขึ้นมาจะทำไง!!! ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ยกมือกอดอกอย่าห้ามปราม

 

มันขนาดนั้นเชียว =[]= ฉะ ฉันจะไม่เดินมากแล้วนะๆ ” เด็กหนุ่มหัวสีบลอนด์พยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้วพยายามเขยิบกลับไปนั่งทีเดิมของตน

 

ฮะๆๆๆ พวกนายนี่จริงๆเลย ” Alaxia ที่เงียบไปหลุดหัวเราะภาพตรงหน้า

 

“ พวกนายนี่เหมือนพี่น้องกันเลย ”

 

หมอนี่ไม่ใช่พี่ชายผมแน่ ” กีตาร์รีบพูดทันควัน

 

ไม่ได้อยากเป็นนี่ =_= ” เรเวนเสริม

 

พี่ชายของผมน่ะ ทั้งใจดีแล้วก็หล่อมากๆๆๆๆ ”

 

“  =*= ”

 

เอาน่าๆ ดูแลกันดีๆล่ะ ” ชายหนุ่มโบกมือให้ทั้งสองแล้วจึงก้าวผ่านห้องโถงใหญ่ไปสุดห้อง และยังคงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของกีตาร์และเรเวนตามหลังมาเบาๆ

 

ชายหนุ่มเอะใจกับตัวเองนิดๆ หลังจากที่เดินผ่านตัวคฤหาสน์มานานพอสมควรเขาไม่เห็นเมด หรือพ่อบ้านซักคนเลย แบบนี้มันอะไรกันเนี่ย หรือพวกคนใช้จะยังไม่เข้ามากัน???

 

แต่ไม่ทันได้สงสัยอะไรต่อ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าของชายหนุ่มทำให้เขารู้ตัวได้ง่ายๆเลยว่า 'เขาคนนั้น' ต้องแอบเตรียมการอะไรไว้อยู่แน่ๆ Alaxia หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าพลางเปิดอ่านข้อความที่ถูกส่งมา

 

 

อ๊ะ! ลืมบอกไป

ทำความสะอาดกับทำอาหารด้วยด้วยเองนะ

(เตรียมของไว้ให้แล้ว)

 

 

กึก!

 

ชายหนุ่มนิ่งค้างกับข้อความ นี่มันจะบ้าเหรอ!!!!!!!!!! ว่าไงนะ นี่เขาต้องทำอาหารให้ตัวเองและผู้เล่นทั้งหมดกิน แถมต้องทำความสะอาดคฤหาสน์หลังโตนี่ด้วยตัวเองเรอะ!! นี่เขาเป็นคนใช้รึไง =_=^^^^

 

แต่จะว่าไป ถ้า 'เขาคนนั้น' ทำแบบนี้มันต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆ ถึงมันจะฟังดูไร้สาระมากก็เถอะ แต่ถ้าทำแบบนี้มันจะได้อะไรกันนะ.... ถ้าไม่มีคนใช้และคนดูแลมาคอยทำให้ เราก็ต้องทำเองและ...

 

ใช่แล้ว! ทำไมเขาถึงคาดไม่ถึงกันล่ะ ถ้าไม่มีคนคอยดูแล ผู้เล่นทุกคนจะต้องเริ่มทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง และเมื่อเป็นแบบนั้นพวกเขาก็ต้องได้ออกมาทำอะไรร่วมกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของทุกคนก็คงจะแน่นแฟ้นมากขึ้น

 

หรือเขาต้องการแบบนั้นกันแน่นะ?

 

Alaxia ครุ่นคิดกับตัวเองไม่หยุด แต่พอรู้ตัวอีกทีเขาก็เดินมาถึงห้องครัวแล้ว กลิ่นหอมฉุยลอยฟ่องออกมาด้านนอกทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างอย่างตกใจ นี่เขาคิดไปเองรึป่าว???  แต่กลิ่นมันหอมมากเลยนะ (ไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่กลางวัน T___T )

 

ชายหนุ่มโผล่ตัวเข้าไปมองภายในห้องครัวกว้างที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นบาร์กว้างที่มีอุปกรณ์ต่างๆแขนไว้อย่างเป็นระเบียบ ตู้เย็นขนาดยักษ์ที่มีวัสดุต่างๆเตรียมไว้พร้อม ตู้เก็บเครื่องเทศเล็กน่ารักเหนือหัว และโต๊ะเรียงยาวไว้สำหรับปรุงอาหารสีสวยวางไว้อย่างลงตัว

 

ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวาหาต้นเหตุกลิ่นหอมๆนั้นจนไปสะดุดที่ชายหนุ่มผมสีเงินที่อยู่ในชุดเอี๊ยมทำครัวสีน้ำเงินเข้มที่หันหลังให้กับเขากำลังหมกมุ่นกับการทำอาหารอยู่ 

 

เอ่อ เฮ้ ! ” ชายหนุ่มเอ่ยทักคนตรงหน้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา หรือเขาจะพูดเบาไป?

 

เอ่อ คือ...”

 

ผมได้ยิน.... มีอะไร? ” คราวไม่ได้หันกลับมาแต่เอ่ยตอบด้วยเสียงเรียบแทน

 

นายกำลังทำอะไรน่ะ?? ”

 

แซลม่อนตาต้าร์กับเคอเนลล์ เดอ โบรเชอร์ ”

 

เปล่าๆ หมายถึงนายกำลังทำอาหาร? นายรู้ได้ไงว่าไม่มีใครทำ? เอ่อ หมายถึง ฉันต้องทำ? ” เขาพึ่งได้รับข้อความเองนะ!!

 

สัญชาตญาณพ่อบ้าน ผมสำรวจรอบๆคฤหาสน์แล้ว ห้องนอน 10 ห้องน้ำ 3 ห้องครัว  ห้องนั่งเล่น ห้องโถง ห้องสมุด ห้องใต้ดิน ห้องเปียโน ห้องโสต ห้องกระจก ห้องเก็บของ ห้องใต้หลังคาและสวน ”

 

อ่า... ” สตั้นค้าง! นี่หมอนี่ เดินยังไงให้ครบเนี่ย!!! ขนาดเขามาสำรวจสถานที่ก่อนยังเดินไม่ครบเลย =[]=

 

และแปลกที่ไม่มีเมดหรือพ่อบ้านเลยซักคน ผมเลยคิดว่าคงจะมีเรื่องประมาณนี้ ผมเลยมาทำอาหาร จบ ” พูดเสร็จคราวก็ตักแซลม่อนตาต้าร์ใส่จานอย่างสวยงาม

 

โห น่ากินชะมัด *o* ” Alaxia เดินเข้ามาใกล้จานที่ถูกวางไว้บนโต๊ะพลางมองด้วยสายตาแวววาว

 

“ ขอชิมหน่อยได้มั้ย? ”

 

ได้สิ ” ชายหนุ่มยื่นช้อนให้อย่างรู้ทัน

 

อร่อย *o* สมแล้วที่เป็นพ่อบ้านประจำตระกลูซีเดธาร์ ” Alaxia พูดขึ้นทันทีเมื่อตักแซลม่อนตาต้าร์เข้าปากแล้ว

 

จะรับไว้เป็นคำชม ผมต้องทำสปาเก็ทตี้พิงค์ซอส อองเทร่ โอยาโกะดงบุริและสตูเห็ดต่อ ถ้าเข้าใจไม่ผิดต้องทำให้ผู้เล่นทุกคนใช่มั้ยล่ะ? ” ดวงตาสีโกเมนเหลือบมองชายหนุ่มด้านหลังตนเล็กน้อยอย่างรอคำตอบ

 

อ่าใช่แล้ว”

 

จะว่าอะไรมั้ย ถ้าผมอย่างให้คุณช่วยผมทำ ”

 

อ่า ไม่ แน่นอนๆ ” Alaxia รีบก้าวฉับเข้ามาอย่างรู้งานแล้วคว้ากระทะขึ้นมา

 

“ งั้นฉันจัดการเรื่องสปาเก็ทตี้พิงค์ซอสกับสตูเห็ดเอง นายช่วยอุ่นเตากับเอาเนื้อไก่ในช่องฟิตออกมาให้หน่อยได้มั้ย ” ชายหนุ่มราวยาวแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจึงเงยหน้าจากเนยเหลวในกะทะไปมองคราวที่ยืนหัวเราะนิดๆ

 

ฮะๆ ”

 

อะไร!! เฮ้ หัวเราะทำไมน่ะ =[]= ” ผีพ่อบ้านตายซากหน้านิ่งอย่างคราว เฟริสเทียเนี่ยนะ!! กำลังหัวเราะอยู่

 

เปล่าๆ ผมก็แค่แปลกใจน่ะ ” คราวหยุดหัวเราะแล้วฉีกยิ้มบางๆ

 

แปลกใจ?”

 

ผมเคยคิดว่าคุณเหมือนพวกคุณชายที่เกิดมามีแต่คนดูแล ทำอะไรไม่เป็นน่ะ แต่ดูเหมือนผมจะคิดผิด ”

 

“ .... ”

 

คุณคอยดูแล และช่วยเหลือพวกเราตลอด ไม่ว่าจะเรื่องไหนคุณก็อดทนแถมมาช่วยผมอาหารอีก ”

 

ไม่หรอกฉันแค่ทำตามหน้าที่ ”

 

ด้วยใจ” คราวเสริม

 

นั้นก็แล้วแต่จะคิด”

 

นั้นสินะ ผมว่าเราควรรีบทำอาหารต่อ นี่ก็จะห้าโมงเย็นแล้ว ” ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาเหนือหัวตนแล้วจึงหันกลับไปหมกมุ่นกลับกระทะ Alaxia ก็เงียบไปซักพักและยิ้มกับตนเองนิดหน่อยพร้อมเดินไปทำหน้าที่ของตน

 

 

 

19.00  .

ห้องโถง

    

ว้าว น่ากินจัง~~~~~ ” กีตาร์ร้องลั่นเสียงดังไปทั่วห้องโถงกว้างเมื่อเขาลงมาเห็นอาหารหลายชนิดวางเรียงหลายบนโต๊ะอาหารยาวที่ถูกปูผ้าคลุมสีแดงสดไว้อย่างเป็นระเบียบ  จนเด็กหนุ่มที่ทนหิว?มาทั้งวันรีบวิ่งไปกอดขอบโต๊ะอย่างดีใจราวกับลืมความเจ็บที่ขาไปในทันที

 

เฮ้!! กีตาร์เดินระวังๆหน่อยสิ ” เรเวนกำชับเสียงดัง(อีกครั้ง)แล้วจึงถอนหายใจกับตนเองเบาๆ   เจ้าบ้านี่มันไม่เข็ดรึไงเนี่ย  อยากได้อีกกี่แผลกัน =____=

 

ไม่เห็นเป็นไรเลย เรเวนมาเร็วๆ น่ากินทั้งนั้นเลย *o* ” ร่างบางไม่สนใจการกระทำของอีกฝ่ายได้แต่แกว่งเท้าเล่นอย่างสนุกสนาน แล้วจึงหันหลังหมุนกระโดดอย่างมีความสุข

 

ร่าเริงไปมั้ยวะ ” เรเวนพึมพำกับตัวเองใส่คนที่ถูกเรียกว่า ' ผู้ป่วย '

 

มาเร็วๆ ” เด็กหนุ่มกระโดดไปมาพร้อมกวักมือเรียกร่างสูงอีกครั้งก่อนจะฉีกรอยยิ้มอย่างร่าเริง แต่แล้วร่างบางที่กำลังกระโดดไปมาก็รู้สึกเจ็บแปลบจากแผลที่ขาข้างซ้ายขึ้นมา

 

ของเหลวสีแดงที่ไหลซึมออกมาจากแผลทำให้กีตาร์ตกใจจนเผลอเซล้มพับถอยหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเหมือนภาพตรงหน้ามันค้างไปชั่ววูบ หลังจากที่ร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเขาล้มลง

 

กีตาร์!!!!!! ” เรเวนพุ่งเข้ามาคว้าหมับร่างบางของเด็กหนุ่มไว้ได้ทันพอดี เขาเขย่าอีกฝ่ายเพื่อเรียกสติอย่างหัวเสีย

 

“ นายเป็นอะไรมั้ย ”

 

ไม่... ” คนถูกเรียกได้แต่เอ่ยเสียงเบาอย่างสั่นๆ แต่อยู่เฉยๆน้ำตาก็ไหลซึมออกมาเป็นทาง

 

“ เจ็บ T____T ”

 

เห็นมั้ยล่ะ เจ้าบ้า!!!! บอกแล้วไม่เชื่อไงเล่า ” คนตัวสูงเอ่ยอย่างดุๆก่อนจะหันไปมองเลือดที่ไหลซึมเฝือกอยู่จางๆ

 

เรเวน เค้าขอโทษ แง~~~~~ เจ็บอ่า ToT ” เจ้าของผมสีบลอนด์ทองดิ้นไปมาอย่างทรมานพลางเอื้อมไปแตะขาของตัวเองเบาๆ

 

เฮ้อ เอ้า ไปทำแผลใหม่กัน ”

 

ลุกไม่ไหว ฉันเดินไปมะ.... ” ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะไปได้พูดจบเขาก็รู้สึกเหมือนร่างตัวเองเบาวูบเมื่อเรเวนอุ้มเขาขึ้นมากระชับไว้ในอ้อมพร้อมสอดมือผ่านขาเขาเพื่อรับน้ำหนักเด็กหนุ่มไว้  เรเวนจ้องหน้าร่างบางที่ตนอุ้มแล้วจึงถอนหายใจ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

 

เดี๋ยวฉันจะอุ้มนายเอง ”

 

“ …. ”

 

เป็นกรณีพิเศษ เพราะนายคงเดินไปไหนมาไหนเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นฉันจะอุ้มนาย ไม่ว่านายจะอยากไปที่ไหน ฉันจะพานายไป ”

 

“ …. ”

 

ฉันจะดูแลนายเอง เข้าใจมั้ย กีตาร์ ” ดวงตาสีทองจ้องมองเด็กหนุ่มในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกมากมายก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

 

เรเวน ”

 

เพราะฉะนั้น นายห้ามซน ห้ามดื้อ ต้องฟังที่ฉันบอก ห้ามเดินเล่นไปทั่ว เข้าใจมั้ย หา! ”

 

ค้าบบบบบบบบบ ToT ” กีตาร์รีบตอบอย่างว่าง่ายจนชายหนุ่มแอบหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมค่อยๆเดินออกจากห้องโถงไป ปล่อยให้Alaxia และคราวที่ยื่นนิ่งอยู่นานถูกทิ้งไว้อย่างไร้ตัวตน

 

ผมเห็นพลังงานสีชมพู =_= ” คราวเอ่ยเสียงเรียบ

 

ฉันก็เห็น =_= ” Alaxia หันหน้ามาเสริมเบาๆ

 

ไม่ใช่แค่พวกคุณ ผมก็เห็น ” เสียงปริศนาทำให้ทั้งสองรีบหันควับไปมองแอตลาสที่ก้าวลงมาจากบันไดด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ตามเคย เพียงแต่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 “ เห็นแล้วอยากอ้วกเนอะ ^^ ”

 

“ …. ” คราว

 

เอาน่าๆ เออ ฉันว่า เราควรเรียกคนอื่นลงกินข้าวนะ ”  Alaxia รีบตัดบทก่อนจะเดินไปกดสวิตซ์อะไรบางอย่างที่อยู่ข้างเสาตรงกำแพง

 

ไม่นานเกินรอร่างบางในชุดผ้าคลุมสีแดงก็เดินลงบันไดมาด้วยความเงียบสงบ ตามด้วยเด็กหนุ่มหัวสีบลอนด์ชมพูที่วิ่งลงบันไดแซงอาคาซึกิลงเกาะขอบโต๊ะอาหารแล้วเอ่ยเสียงใส

 

ว้าว น่ากินจัง *o* ” คามาระ(ในคาบโฮโนกะ) เอ่ยขึ้นดวงตาเป็นประกายแล้วจึงเอียงคอถามอย่างสดใส

“ ใครทำเหรอฮะ น่ากินทิ้งนั้นเลย ”

 

ฉันกับคราวน่ะ ” Alaxia ชี้ไปที่คราวนิดๆ  โดยไม่ลืมหันไปยกมือโบกทักอาคาซึกิที่นั่งลงบนเก้าตรงข้ามเขานิดๆ

 

เห~ อเล็กซี่ทำเหรอเนี่ย ว้าว! ” แอตลาสเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

“ แปลกใจจัง =3= ”

 

หาาาาาาา แปลกใจนี่มันอะไรกัน =[]=^^^ ” ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินรีบเอ่ยท้วงทันที แต่ก็ได้เพียงเสียงหัวเราะกลับมาเท่านั้น

 

เฮ้ เอ่อคือ ขอโทษนะฮะ ผมขอเอาไปกินบนห้องได้มั้ยอ่ะ? ” คามาระเอ่ยขัดขึ้นเสียงเบา ถึงจะทำให้ผู้เล่นคนอื่นแอบสงสัยไม่ได้ แต่Alaxia ก็รู้อยู่หมือนกันว่าเด็กหนุ่มต้องซ้อนตัวตนของพี่ชายกับตนเองให้เหมือนเป็นคนเดียวกัน เวลารวมตัวแบบนี้มันจึงลำบากมากๆ หากหายไปตลอดเวลาต้องถูกสงสัยแน่ๆ เขาควรจะระวังสินะ?

 

อ่า ได้สิ ” ชายหนุ่มตัดสินใจกับตนพร้อมยิ้มให้คามาระเชิงเข้าใจความคิดของเด็กหนุ่ม

 

ขอบคุณครับ >< ”

 

อะไรน่ะ? ไม่กินด้านล่างเหรอ? ” ดวงตาสีครามของแอตลาสตวัดมองคามาระเล็กน้อยด้วยแววตาสงสัย

 

เอ่อ คือ ผมรู้สึกไม่สบาย.. ”

 

งั้นให้ฉันไปเฝ้ามั้ย? เหมือนเมื่อตอนในเกมหน้านายจะมีแผลถลอกตอนที่ตัวเล็กลงนะ....มันหายไปไหนซะแล้วล่ะ ” ชายหนุ่มหรี่มองคามาระอย่างไม่วางตา มันทำให้เด็กหนุ่มเครียดแบบสุดๆ เขาจะทำยังไงดี แบบนี้ต้องโดนจับได้แน่ๆ ไม่นะ ยังงี้พี่เขากับเขาต้องตายแน่ๆ

 

นายคงไม่ชอบกินข้าวกับคนเยอะๆแบบนี้สินะ ใช่แล้ว! ในประวัติของนาย นายเป็นพวกกินเจถือสินอด มากินข้าวรวมแบบนี้มันไม่ถูกต้องตามศาสนาล่ะเนอะ ” Alaxia เอ่ยขึ้นอย่างขัด แม้มันจะดูไร้สาระ แต่ถ้าเขาไม่ช่วยคารามะงถูกจับได้ไปแล้ว แอตลาสก็ไม่มีท่าที่จะยอมง่ายๆเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ใช่ๆ ผมถือสิน ฮะๆๆ ” คามาระรีบเล่นตามอย่างเนียนพร้อมหันไปมองแอตลาสที่ยังคงจ้องอยู่  เด็กหนุ่มรีบเดินไปหยิบจานอาหารที่ถูดเรียงรายไว้บนโต๊ะมา 2-3 จานแล้วจึงรีบก้าวยาวๆขึ้นบันไดไป

 

ผมว่าน่าสงสัยแปลกๆ ” แอตลาสมองตามเด็กหนุ่มที่วิ่งขึ้นบันไดจนร่างบางหายไป แต่ในใจก็ยังแอบสงสัยไม่หยุด

 

ไม่เอาน่า คิดมาก  กินข้าวเถอะ ” Alaxia นั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะก่อนจะกวักมือเรียกแอตลาสและคราวที่ยืนนิ่งอยู่

 

เฮ้ กินข้าวสิ =_=”

 

แอตลาสรีบนั่งลงบนเก้าอี้ตัวกลาง ตามด้วยคราวที่ยืนกอดอกค่อยๆเดินมานั่งที่เก้าตัวท้ายสุดทางด้านซ้าย

 

อ๊ะ ยังมาไม่ครบอีกเหรอ? ” เรเวนที่อุ้มกีตาร์ก้าวเข้ามาในห้องโถงแล้วเอ่ยถามเสียงเบา เขาวางร่างกีตาร์ลงบนเก้าอี้ตัวถัดจากคราวแล้วนั่งตาม

 

ขอนั่งตัวหน้าไดัมั้ยอ่า ลุง *o* ” กีตาร์เอ่ยเสียงหวานพลางพยายามตะเกียตะกายชูมือโบกไปมา

 

เออๆ ได้ =_= ” เห็นแก่ไอ้เด็กป่วย?นี่ซักวันล่ะกัน จริงหัวตัวนั้นมันเป็นที่ขอเขานะ?? เพราะไอ้เด็กนี่มันเห็นว่าหัวโต๊ะมันหยิบคว้าอาหารได้ง่ายล่ะสิเนี่ย  Alaxia แอบคิดในใจก่อนนะลุกจากทีเพื่อไปนั่งข้างๆแอตลาส แล้วให้กีตาร์มานั่งแทนตรงที่ของตน  เรเวนวางกีตาร์ลงก่อนจะหันกลับมามอง Alaxiaเชิงรอคำตอบ ขณะที่กำลังเดินไปนั่งข้างๆกีตาร์ซึ่งเป็นเก้าอี้ของคราวที่เขยิบให้เขานั่งอย่างรู้งานแล้ว

 

โฮโนกะขอกินข้าวด้านบน ไอริสยังไม่มา ” Alaxia ตอบเสียงเรียบ

 

และคงจะไม่ลงมา ” แอตลาสเสริมอย่างสนุกสนานแต่ก็ถูกคนที่ถูกเอ่ยถึงขัดขึ้นทันที

 

ผมลงมาแล้ว มีอะไรงั้นเหรอ =_= ” ไอริสตวัดมองแอตลาสดวงแววตาโรจน์   ร่างมองแอตลาสที่ข้างๆ Alaxia ก่อนจะเดินเข้ามายังเก้าอี้ตัวข้างชายหนุ่มแต่แล้วแอตลาสก็เอ่ยขัดขึ้นอีกครั้ง

 

ตัวนั้นมีคนนั่ง ”

 

หา? ไม่เห็นมี ” ดวงตาสีฟ้ามองกลับอย่างรำคาญ  ก็เห็นอยู่ว่ามันว่าง =*=

 

ไม่ว่าง ”

 

ว่าง ”

 

ไม่ เพราะตอนนี้ ฉันนั่งแล้ว ” พูดจบแอตลาสก็เดินอ้อมมานั่งเก้าอี้ตัวที่ว่าโดยชนไอริสจนเซออกห่างเก้าอี้ตัวนั้นอย่างจงใจสุดๆ

 

งั้นตรงนั้นก็ว่าง ” เด็กหนุ่มชี้ไปที่เก้าอี้ตัวเดิมที่แอตลาสนั่ง แต่ก็ไม่ทันได้นั่งชายหนุ่มก็เอ่ยขัดต่อ

 

ตัวนั้นมีคนนั่ง ”

 

ใครอีกล่ะ =*= ”

 

ฉันนั่ง ^^ ”

 

“ =*= ”

 

เปรี้ยะๆๆๆๆ

 

ทุกคนสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านจากไอริสกับแอตลาสที่เหมือนกำลังจะก่อสงครามขนาดย่อมไว้กัน   คราวนั่งกินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีอะไร ไม่ต่างจากอาคาซึกิที่เงยหน้ามองแล้วกินต่ออย่างรวดเร็ว กีตาร์ที่ตกใจไปซักแต่ก็กินต่อ (นี่สรุปมันจะตกใจเพื่อ?)  เรเวนที่เหมือนพยายามจะไปห้าม แต่ก็รู้สึกไม่ควรไปยุ่งจึงกินต่อไป เหลือก็แต่ตัวกลางสงครามที่นั่งหงออยู่ตรงกลางโดยที่ไม่รู้ว่าตนจะโดนลูกหลงเมื่อไหร่

 

เอ่อ.... ” Alaxia พยายามจะเอ่ยขัด แต่เมื่อเห็นสายตาของทั้งสองแล้วก็คงนั่งเงียบต่อไป

 

ที่ฝั่งนู้นก็มีตั้งเยอะ ไปนั่งสิ ” แอลาสกรดยิ้มเจ้าเล่ห์  แม้ใจจริงเขาก็ไม่ได้จะอยากเรื่องมากกับที่นั่งหรอก แต่การได้แกล้งคนอื่นนี่มันเป็นนิสัยของเขาด้วยสิ ^^ ยิ่งรู้ว่าไอริสอยากนั่งข้าง Alxia เขาก็ยิ่งแกล้งทำเป็นแย่งที่นั่งรอบๆชายหนุ่มเข้าไปใหญ่

 

ทำไมผมต้องฟังคุณ - - ผมอยากนั่งตรงนี้ ” ไอริสชี้ใส่เก้าอี้ตัวข้างๆ Alaxia

 

ก็ฉันนั่ง *o* ”

 

แต่นายนั่งตัวซ้ายลุง ตัวขวาลุงว่างก็ให้ไอริสนั่งดิ? ” กีตาร์งับไก่ก่อนจะเอ่ยขึ้น แต่ก็ได้สายตาพิฆาตของแอตลาสกับมาพร้อมปากที่พะงาบเป็นคำว่า ' เสือก' กลับมาเต็มๆจนทำให้ต้องนั่งกินข้าวเงียบๆโดยทันที

 

เฮ้ยๆ หยุดเถอะ กินข้าวน่า นายนั่งนั้นแหละแอตลาส ไอริสนั่งลง ” Alaxia หันไปบอกแอตลาสซึ่งทำหน้าไม่ค่อยพอใจที่โดนขัดการแกล้งอันสนุกสนานแล้วจึงหันกลับมาดึงมือไอริสให้นั่งลงเก้าอี้ตัวข้างขวาเขา

 

“ …. ” ผู้เล่น(เกือบ)ทุกคนหันควับมามองมือของไอริสและAlaxia ที่จับกันอย่างพร้อมเพียงโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร กีตาร์(เจ้าเก่า)ก็เริ่มต้นประโยคก่อนใครเพื่อน

 

ลุง อะไรนั้น!!! O___o? ” ดวงตาสีฟ้ายังคงมองมือของทั้งสองที่จับกันอยู่แล้วเอ่ยต่อ

 

“ นี่ลุงไปสนิทกับไอริสตั้งแต่เมื่อไหรน่ะ? ”

 

เฮ้ กีตาร์ยุ่งเขาน่า เขาเป็นแฟนกันแล้วนายจะไปยะ.. ” ไม่ทันที่เรเวนจะเอ่ยจบกีตาร์ก็เอ่ยขัด(ต่อ)

 

แฟน!!!!!!!!! ”

 

“ =_= ” Alaxia

 

“ =_= ” แอตลาส

 

“ =/////= ” ไอริส

 

“ …. ” คราว

 

“..... ” อาคาซึกิ

 

“ OMG!!! พระถัง กะละมัง หม้อ ว๊อท!!! ลุงกับไอริสเป็นแฟนกัน O___O ” กีตาร์ทำตาโตประกอบ

 

เอ่อ ฉันแค่สงสัย..  ” เรเวนเริ่มรู้สึกแล้วว่าคำพูดของเขาอาจทำให้เกิดเรื่องเพราะไอ้กระต่ายตื่นตูมข้างกายเขาเนี่ยแหละ - -

 

เอาจิงดิ ลุง นี่ลุงเอาจริงเหรอ นี่ลุงคิดยังไงเนี่ย แล้วลุงจะทำไง บลาๆๆๆ”

 

แล้วแกจะแร๊บคำถามใส่ฉันหาพระแสงเหรอกีตาร์ =____= ” Alaxia หรี่ตามองอย่างรำคาญแบบอดไม่ได้ อะไรเนี่ย เขาแค่จับมือไอริสเอง ทำไมมันกลายเป็นยาว บลาๆๆๆ เขาไม่ได้เป็นอะไรกับไอริส เขาแค่จูบกัน

 

จูบกัน!!!!!!!!!!!

 

เฮ้ย! ทำไมเขาลืมเรื่องที่ตัวเองทำไปเมื่อกี้ได้เนี่ย!!! เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วเขาทำอะไรไปเนี่ยยยยยย

Alaxia กระตูกวูบเมื่อคิดขึ้นได้ เขามองเด็กหนุ่มข้างๆเขาที่หน้าแดงระเรื่องด้วยความเขินก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

 

มือ... ” ไอริสก้มมองมือ Alaxiaที่จับมือเขาแน่นก่อนจะรู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนขึ้นเรื่อยๆ

 

อ๊ะ ขอโทษ ฉันเผลอจับนานไปหน่อย ” ชายหนุ่มปล่อยมือนุ่มๆ ของร่างบางก่อนจะหันไปทางอื่น อายว้อย! =///=

 

ไม่เปนไร ” ไอริสเองก็นั่งลงแล้วหันไปคนล่ะทาง แต่พอทั้งสองเผลอหันกลับมองกันก็สะดุ้งแล้วหันกลับไปคนละทางเช่นเคย

 

โดยที่ผู้เล่นคนอื่นจะยังคงจ้อง....

 

แฟน!! ” กีตาร์สรุป

 

แฟนชัวร์ ” เรเวนเสริม

 

คนรัก... ” อาคาซึกิเอ่ยเสียงเบา

 

ข้าวใหม่ปลามัน ” คราวพยักหน้ากับตัวเอง

 

คู่รักใหม่บังเกิด !!!  ทุกคนคิดในใจพร้อมกัน

 

ไม่ใช่นะ =[]= ไปไกลแล้วไอ้พวกบ้า ” Alaxia ตวัดมือไล่ความคิดทุกคน ก่อนจะรีบเอ่ยต่อ “ ไม่ใช่ซักหน่อย พวกนายนี่ก็คิดมาก ไปไกลแล้วเนี่ย!! ”

 

แน่ใจเหรอ แต่ลุงจับมือกัน ” กีตาร์แรกตั้งคำถาม

 

ใครๆเค้าก็จับมือกันทั้งนั้นแหละ นายกับเรเวนยังอุ้มกันเลย ”

 

เฮ้ยๆๆๆ =////=  ผมเจ็บขานี่ ” กีตาร์รับแย้งต่อ ไม่ต่างจากเรเวนที่รีบรนรานตอบพอๆกัน

 

แค่อุ้มเองนะ =////= ”

 

“ =_= เห็นมะ เพราะฉะนั้นจับมือก็ไม่แปลกอะไร? ” Alaxia กรีดยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ไม่ทันได้ชื่นชมกลับชัยชนะนั้นนาน เรเวนก็เป็นประเด็นต่อ

 

หน้าแดงใส่กัน แบบนี้มันแฟนกันไม่ใช่เหรอ ”

 

อะไร!! ใครหน้าแดง ฉันไม่ได้หน้าแดง เนอะ ไอริส ” ชายหนุ่มหันไปมองไอริส แต่แล้วเขาก็รู้สึกไม่น่าพูดออกมาเพราะมันยิ่งทำให้เด็กหนุ่มข้างกายหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แถมหันหลบสายตาเขาอีกด้วย

 

บู่~~~~~~~~ แฟน ” เรเวนกีตาร์โฮ่พร้อมกัน ไอ้เด็กพวกนี้มันน่า =_=**

 

หะ เหอะ! เรื่องแค่นี้เองเอาอะไรมาสรุปว่าเป็นแฟน พวกนายเป็นเด็กประถมรึไง คนเราจับมือกัน หน้าแดง โห! นิยายผู้หญิงวะ เว่อร์ๆๆ ” ได้ทีAlaxia รับแถไปเรื่อย  แถทำนั้นที่ครองโลก!!! (มุ่งมั่นมาก)

 

แต่พวกนายจูบกัน ”

 

เพล้ง!!!!!!!!

 

Alaxia รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระจกแตกตรงหน้าตน ดวงตาสีม่วงเข้มเป็นเอกลักษณ์หันควับไปมองบุคคลที่นั่งด้านซ้ายของตนอย่างตกใจ

 

อะไรนะ????? ” กีตาร์รีบเอ่ยถามทันที

 

จูบกัน~~~~ ” แอตลาสกรีดยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ มีแต่เขาที่เห็นเหตุการณ์ซะด้วย แหม แบบนี้สนุกเลย หึๆ

 

จูบ!!!!!! &*)_(&(*@#%^*&( ” กีตาร์เอ่ยค้างแบบไม่เป็นภาษา จนทุกคนเอ่ยเสียงดังพร้อมกัน

 

แฟน!!!!!!!! ”

 

มะ ไม่ใช่นะ แอตลาส นายมั่วแล้ว นาย... ” Alaxia หยุดชะงักและต้องกลืนคำพูดของตนทันทีเมื่อชายหนุ่มข้างกายเขา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพๆนึงขึ้น

 

ภาพเขากับไอริสจูบกัน โอ้ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

แฟน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! O_____O ”

 

อะ เอ่อ ” เถียงไม่ออก หลักฐานเต็มๆแบบ TwT แต่พวกเขาไม่ได้เป็นแฟนกันซักหน่อย ยังไม่ได้เป็น! ชายหนุ่มกุมขมับตัวเองเพื่อพยายามคิดแผนการหลบเลี่ยง แต่ดูท่าจะไม่มีทางออก หนทางริบหรี่นัก =___=^^ เห็นทีต้อง!!

 

เอ้า ทุกคนกินข้าว!!! ” แถต่อไป

 

“ =_= ” ทุกคน

 

เหอะๆ ” ชายหนุ่มก้มหน้ามองข้าวในจานตัวเอง เขาเริ่มกินอะไรไม่ลงแล้วสิเนี่ย  ผู้เล่นคนอื่นยังไม่หยุดสงสัยแต่ก็เพียงสรุปในใจว่า แฟนชัวร์! แล้วกินข้าวต่อ

 

เอ่อคือ... ” เสียงแผ่วเบาราวกับพึมพำจากคนข้างกายAlaxia ทำให้ชายหนุ่มหันไปมองนิด ไอริสเงียบไปซักพักก่อนจะเอ่ยต่อเสียงเบาเหมือนอยากให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคนต่อ

 

“ ถ้าเรื่องนี้ทำให้คุณลำบากใจล่ะก็ ผมจะบอกทุกคนให้ว่ามันไม่มีอะไร คุณไม่ต้องคิดมากหรอก ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ค่อยดี และผมต้องทำให้คุณลำบาก ผมขอโทษ ”

 

ไม่หรอก ”

 

แต่ว่า... ”

 

ฉันไม่ได้คิดมากกับเรื่องนั้นหรอกนะ ”

 

คุณรังเกียจผมเหรอ? เรื่องที่เกิดขึ้นมันแย่มากสินะครับ? ”

 

ไม่ใช่นะ คือฉัน... ไม่รู้สินะ ” เขายังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าที่เขาไปจูบไอริสมันเป็นเพราะอะไร แต่ตั้งแต่เขาเจอเด็กหนุ่มครั้งแรกเขาก็รู้สึกแปลกๆมาตลอด แค่เห็นหน้าก็อยากเข้าไปกอด แค่เห็นตัวบางๆ นั้นก็อยากสัมผัส แค่เห็นเส้นผมสีขาวนุ่มนั้นก็อยากลูบมัน แค่เห็นริมฝีปากบางเรียวนุ่มสีชมพูนั้นก็อยากจูบ.....

 

ว้อย!!!! ไปไกลแล้วตรู =[]=

 

เอ่อ... ” ไอริสมองชายหนุ่มที่เงียบไปอย่างกังวล

           

อ่ะ เอ่อ ฉันไม่เปนไรๆๆ ” ชายหนุ่มตั้งสติแล้วสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งก่อนจะพูด

 

“ ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ฉันก็รู้อย่างนึง.. ”

 

“ …. ”

 

ฉันไม่ได้รังเกียจนาย ” ดวงตาสีม่วงของเขาจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่วางตา ร่างบางค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้เขา ทั้งที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงจนแทบมีไอออก แม้จะรู้เกรงไปนิดจนแทบค้าง เสียงหัวใจเต้นถี่รัวขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนจะทะลักออก พวกเขาสบตากันอยู่เนิ่นนานจนในที่สุด....

 

ฮิ้ว~~~~ จ้องกันจนจะมีลูก 10 คนแล้วค้าบ! ” จนในที่สุดไอ้พวกบ้านั้นก็ขัดคิดมา!!! ผู้เล่นที่เหลือจ้องมองพวกเขาค้างเหมือนกำลังดูนั่งสด ให้ความรู้สึกเหมือนมีตัวขัดบรรยากาศ พร้อมเสียงเหน็บแนมตามๆมาของแอตลาสและเรเวนที่ทำให้อยากขว้างเก้าอี้ที่นั่งอยู่ใส่ให้ตายทั้งโต๊ะจริงๆ

 

อ่ะ เอ่อ กินข้าวเถอะ ” Alaxia หันขวับกลับไปมองไอริสแล้วจึงหันกลับเข้าโต๊ะอย่างเนียนๆ ไม่ต่างจากไอริสที่หันกลับไปสนในจานข้าวของตนต่อเช่นกัน

 

ถึงแม้จะไม่มีใครรู้ แต่มือของทั้งสองยังคงสัมพันธ์กันอยู่ใต้โต๊ะ ความอบอุ่น และเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะรบกวนสมองอยู่ตลอด

 

พวกเขายังคงกินข้าวต่อไปอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ใครซักคนในพวกเขากำลังจะต้องตายจากไป..












41 ความคิดเห็น

  1. #7 Tanachi (@kokoro-xiii) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 21:42
    บันไซ...รังสี สีม่วงแผ่มาเต็มที่เลย *ฮา*
    #7
    0