Caucus Race

ตอนที่ 13 : Chapter 4 ' Bad Apple '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.ย. 56

            


            สโนไวท์และคนแคระทั้ง 7 …..

 

            นิทานปรัมปราที่ถูกกล่าวขานของสองพี่น้องกริมม์    เรื่องราวของเจ้าหญิงที่มีเส้นผมสีดำสนิท ผิวขาวผ่องราวกับหิมะบริสุทธิ์ จิตใจอันเมตตาและความกล้าหาญของเธอทำให้สามารถผ่านพ้นเรื่องราวอันโหดร้ายที่แม่เลี้ยงใจเหี้ยมของเธอทำมาได้เสมอ เธอได้หนีมาอาศัยอยู่กับคนแคระใจดีทั้ง 7 สัตว์ป่ามากมาย จนวันหนึ่งเธอถูกล่อลวงให้กินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเข้าไป จนต้องสลบไสล ในที่สุดเจ้าชายก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เขาได้จุมพิตเจ้าหญิง เธอจึงได้ตื่นขึ้นแล้วจึงได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์

 

            ใช่แล้ว! ในนิทานว่าไว้แบบนั้น และมันควรจะเป็นแบบนั้น หากแต่เรื่องราวที่แท้จริงกลับไม่ใช่เลย ความจริงมันโหดร้ายกว่านั้นเยอะ เพียงแต่ถูกเก็บงำเอาไว้ เพื่อให้เหล่าเด็กน้อยทั้งหลายได้มีความฝันอันสดใส ความหวัง ความปรารถนามากมาย ผู้ใหญ่ทุกคนเพียงแต่เก็บมันเอาไว้ หลอกลวง ซ่อนเร้น รอวันที่เด็กเหล่านั้นจะเติบโตขึ้นเพื่อรับรู้โลกแห่งความจริงด้วยตัวเอง

 

 

 

            เสียงฝีเท้าที่วิ่งกระทบกับพื้นหินหยาบกระด่างดังขึ้นเป็นระยะประสานเข้ากับเสียงโหวกเหวกโวยวายด้วยเสียงโกรธเกรี้ยวที่ดังทุ้มไม่เป็นภาษาตามๆมา พิคเคอร์เหล็กปลายแหลมถูกฟาดกระหน่ำใส่โขดหินจนแหลกสลายเป็นผุยผงต่างกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น

 

            ชายหนุ่มรีบสาวเท้าผ่านโขดหินมากมายโดยไม่ลืมหันกลับไปมองเหล่าคนแคระปีศาจที่วิ่งตามมาอย่างรวดเร็ว  ร่างสูงพยายามเร่งความเร็วให้ผ่านออกไปจากปากถ้ำให้เร็วที่สุดจนในที่สุดแสงสว่างจ้าต้องหน้าก็ทำให้รู้ว่าเขาออกมานอกถ้ำได้แล้ว

 

            “ แฮกๆๆ ”

 

            ชายหนุ่มผมเงินในชุดพ่อบ้านหันขวับไปมองปากถ้ำ เขาหยุดวิ่งเพื่อหอบออกมาด้วยความเหนื่อย มือเรียวยาวยกขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะสะบัดปีกดำสนิทที่งอกออกมาจากหลังของตน นัยน์ตาโกเมนคู่สวยกวาดมองผู้เล่นคนอื่นที่ยืนหอบด้วยความเหนื่อยไม่ต่างกันอยู่ข้าง แอตลาสเงยสบตากับคราวก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงเหนื่อยแหบแต่กลับดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก

 

            “ เหมือนเราจะหนีออกมาได้... ” ชายหนุ่มใช้ดวงตาสีครามปราดมองคนอื่นๆนอกจากตนและคราว แต่ก็เจอเพียงหนุ่มน้อยที่มีหูกระต่ายในชุดผ้าคลุมสีแดงเท่านั้น อาคาซึกิเงยหน้าขึ้นมองทั้งสองแล้วจึงเอ่ยเสียงเบา

 

            “ พวกมัน... ”

 

            “ ครับ? ”

 

            “ พวกมันกำลังมา ” มือเล็กๆของร่างบางชี้ไปที่ปากถ้ำ ทำให้ทุกสายตาจ้องไป ณ จุดเดียวกัน แต่แล้วบรรยากาศเงียบครึ้มก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงของผู้เล่นทั้งสองที่ไม่ได้อยู่นอกถ้ำ....

 

            “ อ๊ากกกกกกก ยังตามมาอีกเรอะ นายนี่ก็หนักจริง วิ่งเองสิว้อย ” เสียงบ่นดังลั่นมาพร้อมกับร่างสูงของเรเวนที่อุ้มกีตาร์วิ่งฝ่าโขดหินออกมานอกถ้ำอย่างทุรนทุราย  ชายหนุ่มผมดำวางร่างในอ้อมกอดลงก่อนจะหอบอย่างหมดแรง

 

            “ แฮกๆๆ คนแคระไรวะเนี่ย น่ากลัวเป็นบ้า ”เรเวนหันกลับไปมองฝุ่นที่ลอยฟุ้งอยู่หน้าถ้ำทำให้ไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ ไม่มีใครเอ่ยอะไรอะไร พวกเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมีอะไรออกมา ได้เพียงแต่รอให้ฝุ่นนั้นจางลงจึงได้เห็นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

            เหล่าคนแคระปีศาจวิ่งฝ่าฝุ่นเหล่านั้นออกมาจากถ้ำ ดวงตาสีแดงก่ำมองผู้เล่นทั้ง 6 อย่างโกรธเกรี้ยวราวกับปีศาจ พวกมันสบถเสียงดังลั่นก่อนจะกรูกันเข้าใส่เหล่าชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว พิคเคอร์เหล็กด้ามยักษ์ทิ่มแทงลงบนขากีตาร์ที่นั่งนิ่งอย่างรุนแรง

 

            “ อ๊ากกกกกก ” เสียงร้องของเด็กหนุ่มดังขึ้นเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บที่ขาข้างซ้าย เหล็กแหลมคมกริบของพิคเคอร์ที่จ้วงลงบนขาของกีตาร์จนเนื้อฉีกขาด ของเหลวสีใสสาดกระเซ็นออกมาตรงหน้า  เรเวนอึ้งกลับภาพตรงหน้าจนตั้งสติได้แล้วจึงกระชากร่างของกีตาร์ขึ้นมา ชายหนุ่มถีบร่างของคนแคระที่จ้วงพิคเคอร์ใส่กีตาร์อย่างแรงจนร่างแคระกระเด็นออกไป ชายหนุ่มอุ้มร่างบางขึ้น ขาของกีตาร์อาบไปด้วยเลือดสีสดทะลักออกมาไม่หยุด เหมือนพิคเคอร์จะสับกระดูกขาของร่างบางจนหัก ชายหนุ่มครุ่นคิดขณะที่รีบวิ่งออกมา

 

            “ แย่แล้วสิ นี่มันไม่ใช่เล่นๆแล้วนะ ไม่ตลกแล้วนะเฮ้ย ” เรเวนสบถออกมาก่อนจะมองแอตลาสกับคราวที่กำลังสู้กับคนแคระเหล่านั้นอยู่

 

            ร่างสูงของแอตลาสขยับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วถีบร่างคนแคระปีศาจที่ฟาดฟันพิคเคอร์มาจนร่างนั้นไถลไปไกล ชายหนุ่มกรีดยิ้มราวกับกำลังเห็นเป็นเรื่องสนุก ไม่ต่างกับคราวที่คว้าพิคเคอร์ของคนแคระที่นอนอยู่ข้างหน้ามาฟาดผ่าร่างของคนแคระอีกตนจนขาดสะบั้น ของเหลวสีเขียวดูแปลกประกลาดสาดอยู่เต็มพื้น

 

            เรเวนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เงียบๆ พวกนั้นเก่งชะมัด....พวกเขาเป็นใครกันนะ? ทำไมถึงทำเหมือนเรื่องตรงหน้าเป็นเรื่องธรรมดาแบบนั้นกันล่ะ?

 

            “ อั๊ก!!  ” ความคิดของชายหนุ่มถูกหยุดลงเมื่อร่างในอ้อมกอดสำลักเลือกออกมา ดวงตาสีฟ้าสดใสมองกระพริบถี่ๆเพื่อปรับภาพตรงหน้าให้ชัด

 

            “ เร...เวน ” เสียงแหบแห้งไร้เรี้ยวแรงของร่างเล็กทำให้ชายหนุ่มอดหวั่นกลัวไม่ได้

 

            “ นายเป็นอะไรมั้ย ขานาย...” เรเวนมองแผลเหวอะหวะบนขาของกีตาร์ ร่างบางในอ้อมกอดของเขาตัวเย็นขึ้นเรื่อยๆจนสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นถี่ลง

 

            “ เจ็บ!! ” ร่างบางร้องออกมาพร้อมกับน้ำตาสีใสที่ไหลตามมา กีตาร์บิดตัวอย่างทรมานเหมือนอาการที่แผลเจ็บแปลบขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มได้แต่มองอย่างตกใจ

 

            “ นาย... กีตาร์แข็งใจไว้ นาย...นายต้องไม่เป็นอะไรสิ ” ดวงตาสีทองของเรเวนสั่นไหวไม่หยุด ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขากลัวมากๆ กลัวว่าร่างในอ้อมกอดเขาจะหยุดหายใจ..

 

            “ อาการของจีโม่ โซเลสเป็นยังไงบ้าง ” เรเวนหันขวับไปมองร่างสูงของแอตลาสที่ก้าวเข้ามาถามอย่าสงสัย ชายหนุ่มมองบาดแผลอาบเลือดที่ขาของกีตาร์ก่อนจะทำท่าครุ่นคิด

 

            “ยาพิษ..”

 

            “ยาพิษ? ”

 

            “ที่พิคเคอร์ของคนแคระพวกนั้นมันมีพิษอยู่ อาจเป็นพิษจากแร่ในถ้ำ เลือดไหลมาเกินไป เริ่มไม่หายใจแล้ว แบบนี้แย่แน่ๆ ” ดวงตาสีครามสวยหรี่มองเรเวนอีกครั้ง ในขณะที่เรเวนนิ่งมองกีตาร์อย่างเป็นห่วงแล้วจึงหันขวับไปมองคราวและอาคาซึกิที่สู้กับคนแคระที่เหลืออย่างดุเดือด ร่างบางในชุดผ้าคลุมสีแดงขยับอย่างพริ้วไหว ดูราวกับคุ้นเคยกับการต่อสู้เป็นอย่างดี ภาพตรงหน้าทำให้ทั้งสองเหมือนไม่ใช่มนุษย์

 

            “ ตามกติกาที่ว่าไว้คือเราต้องเข้าไปไหนกระท่อมของคนแคระเพื่อตามหาแอปเปิ้ลของสโนไวท์ ” แอตลาสเอ่ยอย่างครุ่นคิด

 

            “ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต้องมีคนบาดเจ็บเพิ่มขึ้นแน่ๆ แถมจีโม่ โซเลสจะทนพิษไม่ไหว เราควรจบเกมนี้ให้เร็วที่สุด ”

 

            “ ยังไงล่ะ! เราต้องไปเอากุญแจใจถ้ำนั้นนี่! ” เรเวนเอ่ยถาม

 

            “ เรื่องนั้นน่ะ นี่! ” ชายหนุ่มชูกุญแจสีทองเก่าๆขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

 

            “ผมหยิบมันออกมาแล้ว!! ”

 

            “ อ๊ะ! งั้นก็ไปที่กระท่อมได้แล้วน่ะสิ ”

 

            “ ปัญหาตอนนี้คือคนแคระพวกนั้น ถ้าไม่จัดการพวกมันล่ะก็คงไปที่กระท่อมไม่ได้ ” แอตลาสหันกลับไปมองร่างของคนแคระที่อาคาซึกิขว้างไปค่อยๆลุกขึ้นมาช้าๆแล้วจึงวิ่งเข้าใส่ร่างบางอีกครั้ง

 

            “ พวกมันมีพลังฟื้นตัวที่เร็วมาก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ชนะ มีแต่ต้องรีบจบเกม อาคาซึกิ! คราว! ” ชายหนุ่มตะโกนเรียกชื่อบุคคลทั้งสองที่กำลังสู้กับคนแคระอย่างดุเดือดพร้อมกัน ร่างทั้งสองหันขวับมามองแอตลาสก่อนจะรีบวิ่งออกมายังจุดที่ชายหนุ่มยืนอยู่

 

            “ มีอะไร ” อาคาซึกิหันกลับไปเตะร่างคนแคระที่วิ่งตามมาพร้อมเอ่ยถาม เช่นเดียวกับคราวที่ยันตัวอยู่บนโขดหินใกล้ๆนั้น เหล่าคนแคระยังคงวิ่งตามมา เวลาไม่มากนัก พวกเขาต้องรีบหาทาง 

 

            “ แบบนี้พวกเราได้ตายหมดแน่ ผมอยากให้พวกคุณถ่วงเวลาไว้ให้ ” แอตลาสเอ่ย

 

            “ แล้วคุณจะไปไหน ” ดวงตาสีโกเมนของคราวตวัดมองชายหนุ่ม

 

            “ ไปที่กระท่อม นั้นเป็นทางเดียวที่จะจบเกมได้ ” ชายหนุ่มเงียบไปก่อนจะพูดต่อ

 

            “ เวลามีไม่มาก ต้องนี้สภาพของจีโม่ โซเลสน่าเป็นห่วงมาก เขาโดนพิษจากพิคเคอร์นั้น ถ้าปล่อยไว้เขาจะตายแน่ และพวกเราก็คงไม่รอดไปตามๆกัน”

 

            “เข้าใจแล้ว ”  คราวเอ่ยตอบรับขึ้นมาพร้อมกันอาคาซึกิที่พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

            “ งั้นไปซะ ทางนี้พวกเราจัดการเอง”

 

            “ อื้ม ” สิ้นสุดคำพูด ร่างของชายหนุ่มก็กระโจนไปคนละทางอย่างรู้งาน แอตลาสรีบสาวเท้าเข้าไปในป่าทึบ เพียงแต่ปล่อยผู้เล่นทีเหลือไว้ด้านหลัง แต่เชื่อว่าพวกเขาต้องไม่เป็นอะไร ที่เหลืออยู่ที่เขา(และโฮโนกะในกระเป๋า)แล้วว่าจะจบเกมนี้ได้เร็วแค่ไหน

 

 

 

            แอตลาสก้าวผ่านต้นไม้ทึบมากมาย เขาไม่รู้ว่าวิ่งมาไกลแค่ไหนแล้วแต่ยิ่งวิ่งไปมันก็ยิ่งมืดขึ้นเรื่อยๆ ราววกวนกลับไปมาในที่เดิม

 

            “ คุณแอตลาสฮะ ผมว่าป่านี้มันแปลก ” เสียงเล็กของร่างในกระเป๋าเสียงเอ่ยอย่างกังวล ป่านี้มันน่ากลัวมาก เสียงสายลมที่พัดผ่านทำให้ต้นสั่นไหวมันราวกับเสียงหัวเราะแหลมๆดังไปทั่วผืนป่า

 

            “ ฉันก็คิดแบบนั้น ” ดวงตาสีครามเหลือบมองต้นไม้รูปร่างประหลาดที่มีใบหน้าเหมือนมนุษย์อยู่ที่ลำต้น มันมองพวกเขาราวกับกำลังเยาะเย้ย เสียงหัวเราะเล็กๆดังขึ้นจนน่าขนลุก

 

            “ วิ่งไปเรื่อยๆแบบนี้จะเจอกระท่อมแน่เหรอฮะ ” โฮโนกะหดตัวลงในกระเป๋า ตอนนี้เขารู้สึกกลัวมากๆ ร่างบางกอดตัวเองอย่างหวั่นกลัว

 

            “ ฉันตอบไม่ได้ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะเจอกระท่อมมั้ย แต่ถ้าเราหาไม่เจอ ผู้เล่นคนอื่นต้องตายแน่ๆ ความหวังอยู่ที่เราแล้ว เราต้องทำมันให้สำเร็จ ” ดวงตาสีครามเป็นประกายมุ่งมั่น ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมมาตายอยู่ที่นี่แน่ๆ เขาต้องชนะให้ได้...

 

            ชายหนุ่มวิ่งผ่านต้นไม้หนาทึบเข้าไปเรื่อยๆโดยไม่หยุด มือเรียวยาวๆยกขึ้นปัดกิ่งไม้ที่อยู่ตรงหน้า เขาเดินผ่านทะลุต้นไม้ใหญ่จนผ่านเข้ามาในสวนแห่งหนึ่ง

 

            “ นั่น!!! ” ร่างเล็กในกระเป๋าเสื้อของแอตลาสยกมือขึ้นชี้ภาพตรงหน้า

 

            “ กระท่อม!! ”

 

            กระท่อมขนาดเล็กตั้งตระง่านอยู่กลางสวน ตัวกระท่อมทำจากไม้อยู่มีสภาพเก่าแก่ไม่น้อย หน้าต่างและประตูเล็กๆถูกสร้างขึ้นอย่างลงตัวทำให้กระท่อมนี้ดูเล็กน่ารักเหมือนในเทพนิยายเข้าไปใหญ่

 

            แอตลาสผลักประตูไม้เข้าไปในกระท่อม เขากวาดสายตามองภายในบ้านที่มีโต๊ะไม้เล็กๆซึ่งมีถ้วย แก้ว และอาหารมากมายอยู่บนโต๊ะ ชายหนุ่มมองสภาพกระท่อมที่รกเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าไปรอบๆบ้านต่อ

 

            โลงศพแก้วของสโนไวท์อยู่ที่ไหนกัน!!?

 

            แอตลาสเดินผ่านตู้เล็กๆที่วางอยู่ตรงมุมบ้าน เขาหันควับไปมองห้องเล็กที่อยู่สุดกระท่อมแล้วจึงเดินเข้าไป ชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้าไปมองโลงศพแก้วที่ตั้งอยู่กลางห้อง

 

            “ นั้นไงล่ะ!! ” โฮโนกะร้องขึ้นอย่างดีใจ

 

            “ รีบไปหาแอปเปิ้ลกันเถอะฮะ ”

 

            “อืม ” แอตลาสเพียงแต่ตอบรับเงียบๆ ชายหนุ่มกวาดมองโลงศพแก้วที่ถูกสร้างอย่างประณีตสวยงามตามสไตล์อังกฤษ  ลายรอบๆโลงแก้วยิ่งทำให้ดูอลังการเข้าไปใหญ่ ภายในโลงมีดอกไม้สีสันสดใสเบ่งบานรอบร่างที่นอนนิ่งอยู่ข้างใน ร่างนั้นคือหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามราวกับนางฟ้า ผมสีดำสนิทนุ่มสลวยตัดกับผิวขาวเนียนนุ่ม เธอนอนอยู่ในสภาพกุมมือไว้บนอกโดยที่ดวงตาปิดสนิท

 

            “ สโนไวท์ ” แอตลาสค่อยๆเอื้อมมือเข้าไปเสียบกุญแจสีมองหม่นๆในช่องล็อกแล้วจึงเปิดฝาโลงแก้วออกก่อนจะเอื้อมมือไปแตะผิวเนียนนุ่มของหญิงสาวเบาๆ

 

            “ ยังอุ่นอยู่ นี่มันอะไรกัน!!!? ”

 

            “ แต่เธอตายแล้วไม่ใช่เหรอฮะ ” ดวงตาสีม่วงมองร่างที่นอนนิ่งอย่างตกใจ

 

            “ สโนไวท์กินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเข้าไปเธอแล้วตาย นิทานมันเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอฮะ ”

 

            “ นั้นมันนิทานนี่นะ นี่อาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้ กินแอปเปิ้ลอายยาพิษงั้นเหรอ... ” แอตลาสเงียบไปแล้วจึงโพล่งขึ้นเสียงดังจนโฮโนกะตกใจ

 

            “ จะว่าไปในนิทานก็ไม่ได้บอกว่าเธอตายไม่ใช่เหรอ เธอกินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเข้าไป เธอเลยแค่หลับไปเท่านั้น ถ้าเป็นเหมือนในนิทาน ต้องมีเจ้าชายมาจุมพิตเธอ แต่นี่คงไม่มี.. ”

 

            “ งั้น เราจะทำยังไงล่ะฮะ? แอปเปิ้ลอยู่ที่ไหนกัน? ”

 

            “ ลองหาดู มันต้องอยู่ในกระท่อมนี่แหละ คงถูกซ่อนไว้ที่ไหนซักที่? ” แอตลาสหยิบร่างของโฮโนกะออกมาวางบนของโลง “ นายลองหาในห้องนี้ดู ฉันจะไปหาแถวโต๊ะอาหารดู ”

 

            “ ครับ!!  ”

 

 

 

            “ ว้อยยยย ทำไมมันอึดจังเนี่ย มีเป็นสิบๆตัวแล้วมั้ง” ชายหนุ่มเจ้าของผมสีดำตะโกนขึ้นก่อนจะกระโจนถีบร่างคนแคระที่ลุกขึ้นมาไม่หยุด ไม่ว่าเขาจะถีบ ต่อย จับโยนยังไงไอ้พวกปีศาจตัวเล็กตรงหน้าก็ลุกขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่โดนคราวฟาดพิคเคอร์เข้าใส่จนขาดครึ่งมันมันตะเกียกตะกายเข้าใส่พวกเขา พวกนี้มันตัวอะไรเนี่ย!!!

 

            “ ดูเหมือนเราจะทำอะไรมันไม่ได้เลยนะครับ ” คราวที่เริ่มชินกับปีกของตนกระพือปีกสีดำสนิทอยู่เหนือหัวของเรเวนเอ่ยขึ้น เขาโยนร่างคนแคระที่กระชากขึ้นมาใส่พื้นอย่างแรงจนร่างของมันกระทบเข้ากับพื้นจนของเหลงสีเขียวสดสาดกระเซ็นแต่มันก็ยังลุกขึ้นและยังคงก้าวเข้ามาในสภาพร่างกายที่ฉีกขาดจนเห็นกระดูกและเนื้อเลอะๆ

 

            “ มันไม่ตาย ”อาคาซึกิเบรคตัวแล้วจึงเงยหน้าถามคราว

 

            “ จะถอยมั้ย แบบนี้คงไม่ดี ”

 

            “ ถ้าเราไปซ่อนมันต้องไปที่กระท่อมแน่ๆ ทางนั้นแอตลาสกำลังจัดการอยู่ ถ้าพวกคนแคระไปที่นั้นคงไม่ดีแน่ๆ เราต้องถ่วงเวลาพวกนี้ไว้ ” อาคาซึกิพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วจึงหันไปจัดการกับคนแคระปีศาจต่อ

 

            ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ต้องถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ล่ะนะ คราวกระโจนเข้าใส่ร่างของคนแคระ มือเรียวยาวเหวี่ยงพิคเคอร์ด้ามยักษ์ใส่ร่างคนแคระ ในขณะที่เรเวนยืนกระทืบคนแคระบนพื้น ชายหนุ่มหันไปมองผู้เล่นทั้งสองที่ต่างสู้กับคนแคระอยู่  เขาแอบหันไปมองกีตาร์อย่างอดห่วงไม่ได้แล้วจึงหันหลับมามองคนแคระเหล่านั้นต่อ แต่แล้วชายหนุ่มก็ตะโกนลั่นขึ้นมา

 

            “ มะ ไม่อยู่ ”

 

            “ ครับ? ” คราวและอาคาซึกิหันกลับมามองเรเวนที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลังอย่างรอคำตอบ

เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ เขารู้ว่าตัวเองตอนนี้เห็นทุกอย่างเป็นเท่าตัว แต่พอลองนับดีๆแล้ว .....1   2    3    4     5     6 

 

            “ คนแคระหายไปไหนตัวนึง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ”

 

 

 

 

 

 

            “ ไม่มี ” แอตลาสโยนกองหนังสือเก่าๆทิ้งพลางยกมือขึ้นปราดเหงื่อที่ไหลลงมาอาบใบหน้าหล่อเหลาทิ้ง  ชายหนุ่มหมุนตัวกลับไปยังห้องที่บรรจุโลงศพแก้วเอาไว้แล้วเอ่ยถามอีกร่าง

 

            “ เจออะไรมั้ย”

 

            “ ไม่เลยครับ ” ร่างเล็กขนาดจิ๋วของโฮโนกะเดินขึ้นไปบนมือของแอตลาสที่ยืนลงไปรับตัวเขาก่อนจะนั่งลงบนไหล่ของชายหนุ่ม

 

            “ มันอยู่ที่ไหนกันนะ? อ๊ะ!! จริงสิ โลงศพ ” แอตลาสรีบคว้าเข้าไปในดอกไม้สีสดที่วางประกอบรอบๆตัวของเจ้าหญิงที่นอนนิ่งอยู่   โฮโนกะเองก็กระโดดลงไปในโลง มือเรียวยาวพยายามควานหาของภายในโลงไม่หยุด ชายหนุ่มจับรอบๆร่างของสโนไวท์เบาๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรเลย

 

            “ อยู่ที่ไหนกัน? ” แอตลาสกุมขมับอย่างครุ่นคิด เขาพยายามหาทำไหร่ก็ไม่เจอ

 

            “ มันอยู่ที่แม่มดรึเปล่าฮะ ก็ในนิทานแม่มดเป็นคนเอามาให้นี่นา? ”

 

            “ ไม่น่าเกี่ยวนะ กฎก็ระบุว่าภายในกระท่อม อ่า... ตามในนิทานคือแม่เลี้ยงใจร้ายหรือราชินีได้ปลอมเป็นหญิงชราแล้วจึงเอาแอปเปิ้ลมาให้สโนไวท์ ”

 

            “ และเธอกินมันเข้าไปจึงสลบชั่วนิรันดร์ ” โฮโนกะเสริม

 

            “นั้นสินะ....นั้นสิ!!!!!!! ทำไมฉันลืมนึกไปเลย กินไงล่ะอย่าบอกนะว่า?????? ” ชายหนุ่มตะโกนขึ้นด้วยเสียงดังลั่น เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่จะจริงมั้ย มันเป็นไปได้แน่เหรอ?

 

            “ คุณจะบอกว่า....มันอยู่ในท้องของสโนไวท์เหรอฮะ??? ” ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างอย่างคิดไม่ถึง

 

            “ ฉันไม่แน่ใจ สโนไวท์น่าจะกัดไป แต่แอปเปิ้ลที่ว่านั้นมันหมายถึงทั้งลูกไม่ใช่เหรอ??? แอปเปิ้ลนั้นจะอยู่ในท้องเธองั้นเหรอ??? ”

 

            “ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเราจะเอามันออกมายังไงล่ะฮะ?? ” โฮโนกะมองร่างที่นอนนิ่งสนิทแล้วจึงไต่ขึ้นยืนบนมือที่กุมกันแน่นของหญิงสาว แอตลาสยืนมือไปแกะมือที่กุมกันออกเผยให้เห็นหน้าอกที่มีเสียงชีพจรเต้นออยู่อย่างแผ่วเบา โฮโนกะก้าวไปยืนที่เหนืออกของหญิงสาวก่อนหันกลับไปมองแอตลาส

 

            “ เราจะเอามันออกมายังไงดีฮะ? ”

 

            “ คงต้องผ่าดู... ”

 

            “ แต่เธอยังไม่ตาย เท่ากับเราฆ่าเธอสิฮะ!!! ” ร่างบางท้วง

 

            “ แล้วนายจะให้ทำยังไง จะนั่งรอเธอฟื้นแล้วบอกว่าา เฮ้! ล้วงแอปเปิ้ลในท้องเธอออกมาสิเหรอ?? =_= ”

 

            “ อ่า...งั้นจะเอาอะไรผ่าล่ะฮะ??? ”

 

            “ ฉันจะเห็นมีดในครัวเมื่อกี้ ” ว่าจบแอตลาสก็รีบเดินไปหยิบมีดทำครัวด้ามบางมา โฮโนกะค่อยๆเขยิบห่างออกมาจากอกของหญิงสาว เด็กยกมือขึ้นปิดตาทันทีที่แอตลาสจ้วงมืดลงกลางอกของหญิง

 

            เสียงแหลมเล็กกรีดร้องลั่น เสียงนั้นดังออกมาจากร่างที่นอนนิ่งทำให้แอตลาสและโฮโนกะต้องยกมือขึ้นปิดหูจนเสียงนั้นเงียบดับหายไป

 

            “ เหวอ!!! ” โฮโนกะร้องลั่นเมื่อร่างของหญิงร่างที่เคยสวยงามสดใสค่อยๆเน่าเปื้อยจนเหลือแต่กระดูกและเส้นผมแห้งกราก ทั้งสองมองภาพตรงหน้าอย่างตกใจ

 

            “ เธอตายตั้งแต่แรกแล้ว เพียงถูกทำให้อยู่ในสภาพเหมือนหลับอยู่เท่านั้นสินะ ” แอตลาสมองศพตรงที่ค่อยๆกลายเป็นกระดูกทั้งตัว โฮโนกะกระโดดฮวบลงมาจากร่างหญิงสาวที่เหลือแต่กระดูกซึ่งมีเสื้อผ้าหุ้มอยู่ เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างหวาดกลัวในขณะที่ชายหนุ่มฉีกกระชากเสื้อผ้าที่คลุมกระดูกนั้นอยู่ออก

 

            ภายใต้ผ้านั้นมีแอปเปิ้ลสีแดงสดวางอยู่กลางท้อง สีแดงสดของมันทำให้ทั้งสองมองมันค้างราวกับต้องมนต์ มือเรียวยาวของแอตลาสคว้าหยิบมันขึ้นมาแต่แล้วมือของเจ้าหญิงซึ่งเหลือแต่กระดูกก็เข้ามารัดแขนเขาแน่น!!!!!!!

 

            “ เฮ้ย!! ” แอตลาสสะบัดมือออกมาจากกระดูกนั้น แต่แล้วมันก็สลายลงจนกลายเป็นผุยผง ทั้งสองได้แต่มองอย่างตกใจก่อนที่แอตลาสจะทำลายความเงียบลง

 

            “ แอปเปิ้ลเป็นสิ่งที่ยื้อชีวิตเธอไว้ชั่วนิรันดร์สินะ พอเราเอามันออกมา ร่างนี้ถึงแหละสลายไป ”

 

            “ อ่า งั้นแปลว่าเราทำสำเร็จแล้วใช่มั้ยฮะ?” ร่างบางเอ่ยขึ้นเสียงใสอย่างดีใจ

 

            “ น่าจะเป็นแบบนั้นนะ ”

 

            “ งั้นเราก็..... คุณแอตลาสฮะ ระวัง!!!!!!! ” เสียงของโฮโนกะหยุดเมื่อเขาหันไปเห็นคนแคระตาแดงก่ำที่กระโจนเข้ามาพร้อมเหวี่ยงพิคเคอร์ใส่ร่างแอตลาส

 

            ชายหนุ่มรีบสะบัดตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวแต่ปลายแหลมของพิคเคอร์ก็บาดไหล่ของแอตลาสจนเลือดสีแดงสดไหลออกมา ชายหนุ่มกระโดดถอยห่างจากคนแคระที่เหี่ยวย่น มันกรีดร้องอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมพุ่งตัวเข้ามาใส่แอตลาส ชายหนุ่มพุ่งหลบครั้งจนไถลไปกับพื้น เขาหันกลับมามองคนแคระอีกครั้ง แต่มันก็ฟาดพิคเคอร์ใส่เขาอย่างรวดเร็ว!!!!!!

 

            แต่แล้วภาพตรงหน้าก็จางหายไปคนแคระ กระท่อม หรือแม้แต่ถ้ำ ภาพตรงหน้าจางหายไปจนหมดเหลือแต่แสงสีขาวสว้างจ้า เมื่อลืมตามาอีกทีภาพตรงหน้าก็กลายเป็นโต๊ะน้ำชาในสวนดอกกุหลาบสีหวานเหมือนเดิมเสียแล้ว

 

            “ อ๊ะ!! เยส!! นี่เรากลับมาแล้วสินะ ” เรเวนมองสภาพตัวเองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วตะโกนขึ้นเสียงดังไม่ต่างกับคราวที่ถอนหายใจอย่างโล่งอกและอาคาซึกิที่ทรุดดฮวบพิงเก้าอี้อย่างหมดแรง แอตลาสหันซ้ายหันขวามองโต๊ะน้ำชา ในมือของเขากุมแอปเปิ้ลสีแดงสดเอาไว้ บนไหล่ของเขามีเด็กหนุ่มร่างเล็กนั่งอยู่

 

            “ เรากลับมาที่เดิมแล้วสินะฮะ ” โฮโนกะค่อยๆไต่ลงมาบนโต๊ะน้ำชา ผู้เล่นทุกคนมองรอบตัวอย่างนิ่งเงียบแล้วจึงหันกลับไปมอง Alaxia ที่อุ้มร่างของไอริสไว้ในอ้อมกอดพร้อมนกโดโด้สีชมพูแปร้ดประหลาดบนไหล่

 

            “ ดีใจด้วย พวกผมนายผ่านด่านแรก ” เสียงของชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินเอ่ยขึ้น ไม่รู้ผู้เล่นทุกคนจะรู้รึเปล่าว่าเสียงเขาโล่งใจสุดๆ โชคดีจริงๆที่ไม่มีใครตาย

 

            “ อ๊ะ กีตาร์!! ” เรเวนเขย่าร่างที่นอนนิ่งบนเก้าอี้ข้าง ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ชีพจรของเด็กหนุ่มเต้นเบามากๆ เลือดของแผลต้องขาก็ยังไม่หยุดไหล

 

            “ นายต้องไม่เป็นอะไรสิ เราผ่านด่านแรกมาแล้วนะ...นายจะตายไม่ได้นะ ” แม้ว่าเขาจะยังคงเห็นทุกอย่างแยกเป็นสองอันแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เรเวนกอดร่างบางแน่น

 

            “ เฮ้ ชนะแล้วยังไงต่อ อเล็กซี่ ” แอตลาสเอ่ยถามชายตรงหน้าที่ยืนนิ่ง ชายหนุ่มจึงรีบหันมาเขาแล้วเอ่ยขึ้น

 

            “ เอาแอปเปิ้ลนั้นมาสิ ” Alaxia ยืนไปหบยิบแอปเปิ้ลจากมือของแอตลาสแล้วจึงเริ่มอธิบาย

 

            “ แอปเปิ้ลนี่คือยาถอนพิษอย่างที่เคยบอก ฤทธิ์ของขนมที่พวกนายกินเข้าไปมันจะหายก็ต่อเมื่อพวกนายกินแอปเปิ้ลนี่เข้าไป ” ชายหนุ่มหยิบมีดเล่มเล็กบนโต๊ะ แล้วหันแอปเปิ้ลนั้นออกมาเป็นส่วนๆจนได้เจ็ดส่วนแล้วยื่นมันให้ผู้เล่นทีละคน

 

            เรเวนประคองกีตาร์ขึ้นมาป้อนแอปเปิ้ลกลีบเล็กเข้าไปในปาก ก่อนจะหยิบอีกชิ้นเข้าปากตัวเอง

 

            “ กีตาร์ดูเจ็บหนักนะ นายตามฉันมาที่พักก่อนดีกว่า ต้องรีบห้ามเลือด” Alaxia กวักมือเรียกเรเวนที่อุ้มกีตาร์ขึ้นแล้วจึงเดินตามเขาออกไปนอกสวน ชายหนุ่มหันกลับมาพูดกับกลับผู้เล่นที่เหลือ

 

            “ อ่า พวกนาย เดี๋ยวกลับไปที่พักด้วย เดินไปตามทางนี้ จะเจอคฤหาสน์เดี๋ยวฉันให้เรเวนพากีตาร์ไปรักษาก่อนนะ พวกนายก็รีบตามมาล่ะ ” พูดจบร่างทั้งสองก็รีบก้าวฉับๆหายไป

 

            “ เขาจะเป็นอะไรมั้ยน้า?? ” โฮโนกะเอ่ยเสียงเบาหลังจากที่ตัวเขากลับมาขนาดเท่าเดิมแล้ว แอตลาสและคราวก็เพียงแต่เงียบไม่พูดอะไรแล้วจึงค่อยๆลุกและเดินจากโต๊ะน้ำชาไปคนละทาง ตามด้วยอาคาซึกิที่เดินออกไปต่อย่างเงียบๆ เหลือเพียงโฮโนกะที่นั่งนิ่งในสวนที่ไร้ผู้คน จนมีร่างบางที่มีใบหน้าแบบเดียวกับเขาก้าวเข้ามากระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของเด็กหนุ่ม

 

            “ พี่ครับ พี่เป็นยังไงบ้าง ” คามาระซบหน้าลงบนอกของพี่ชายตน

 

            “ ผมเป็นห่วงพี่มากๆเลยรู้มั้ย ”

 

            “ อืม ไม่เป็นอะไรหรอก เราไปที่พักกันเถอะ ” ว่าจบเขาก็กุมมือเล็กของน้องชายออกจากสวนไป ปล่อยให้โต๊ะชาถูกปล่อยไว้โดยไม่หันกลับไปมอง

 

 

 

            Alaxia ผลักประตูห้องที่มีป้ายชื่อติดเอาไว้หน้าห้องว่า 'Heylilia   I-ris' ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องกว้างที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียนร้อย ภายในห้องเตียง ตู้ โต๊ะ และถูกทุกอย่างที่จำเป็นไว้อย่างพร้อมรวมถึงห้องน้ำในตัวซึ่งในห้องของผู้เล่นทุกคนถูกจัดเตรียมไว้แล้ว

 

            ชายหนุ่มวางร่างบางในอ้อมกอดลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม มือเรียวยาวของเขายื่นไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของร่างที่นอนสลบ Alaxiaเลื่อนมือผ่านแก้มเนียนใสอย่างหยุดที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันเข้ากับใบหน้าของขาวซีดของเด็กก่อนจะจบที่ริมผีปากสีชมพูอ่อนดูนุ่มนิ่มเหมือนขนมหวาน มันทำให้ไอริสเหมือนตุ๊กตาเข้าไปใหญ่

 

            “ นี่ คนอื่นเขาหายจากฤทธิ์ขนมกันแล้วนะ นายเองก็ตื่นขึ้นมาสิ... ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเบาแต่ร่างบางยังคงนอนนิ่งไม่ขยับเพราะฤทธิ์ของคัพเค้กนินทา Alaxia ขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างตรงหน้าก่อนจะหยิบแอปเปิ้ลกลีบเล็กออกมาพร้อมเอ่ยต่อ

 

            “ นายคงจะตื่นมากินเองไม่ได้หรอกเนอะ ฮะๆ แบบนี้ทำไงดีดีล่ะ ”ร่างหนุ่มเหลือบมองไอริสอีกครั้ง

 

            “ ฉันคงต้องป้อน.... ”

 

            สโนไวท์.....เจ้าหญิงผู้กลืนกินแอปเปิ้ลอาบยาพิษเข้าไปจนต้องนอนหลับไปชั่วนิรันดร์ เจ้าหญิงที่มีใบหน้างดงามกับผมดำขลับนุ่มสลวยของเธอ ผิวขาวนุ่มน่าสัมผัสเหมือนหิมะแต่เพราะแม่เลี้ยงใจร้ายทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ จนในที่สุดเจ้าชายก็ได้ปรากฏ และได้จุมพิตเธอ สโนไวท์จึงได้ตื่นขึ้นมามีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

 

            ชายหนุ่มทบทวนนิทานยามเด็กของตนแล้วแค้นหัวเราะเบาๆ ร่างบางตรงหน้าได้รับฉายาว่า สโนไวท์แล้วมันก็เหมาะกับไอริสมากๆ และตอนนี้เด็กหนุ่มก็ยังงหลับไหลเหมือนในนิทานเหลือ

เพียงแต่เจ้าชาย แต่ใครล่ะ?

 

            เขาคู่ควรพอเหรอที่จะได้รับตำแหน่งนั้น ไม่สิเขาควรจะทำยังไงให้ไอริสฟื้นกันล่ะ

 

            มือเรียวยาวสัมผัสริมฝีปากนุ่มนิ่มสีชมพูอ่อนแล้วจึงตัดสินใจกัดแอปเปิ้ลคำเล็กเข้าไปแล้วจึงก้มลงประกบริมฝีปากตนกับริมฝีปากบางนุ่มของร่างตรงหน้า ชายหนุ่มค่อยๆไล้ริมฝีปากตนอย่างแผ่วเบาก่อนจะปล่อยให้แอปเปิ้ลเข้าไปในปากของร่างบาง เขารู้สึกเหมือนกำลังกินขนมหวานยังไงยังงั้น

 

            ริมฝีปากนุ่มนิ่มของไอริสทำให้เขาเคลิ้มจนไม่อยากปล่อย ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชายหนุ่มหยอกเล่นกับริมฝีปากสีสวยของร่างบางไม่หยุด เขาหยุดสัมผัสมันไม่ได้เลย  alxia ค่อยๆระเลียดจูบไอริสอย่างนุ่มนวลอีครั้ง จนรู้สึกได้ถึงชีพจรของตัวเองที่เต้นแรงขึ้น เขาจูบไอริสไม่หยุดอย่างลืมจนเมื่อชายหนุ่มถอดจูบออกไปอย่างอ้อยอิ่งเขาก็สบตาเข้ากับดวงตาสีฟ้าราวกับเพชรที่จ้องเขาไม่กระพริบ อ่า...เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเด็กหนุ่มตื่นเมื่อไหร่ นี่เขาจะทำยังไงดีล่ะ!!

 

            “ …. ” ไอริสมองหน้าชายหนุ่มเงียบแต่ก็ไม่พูดอะไร แต่แล้ว Alaxia ก็ยกมือขึ้นห้าม

 

            “ เอ่อ คือฉันขอโทษ ฉัน...คือ ”ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบมือเรียวเล็กก็คว้าใบหน้าของร่างสูงไว้พลางเอ่ยเสียงหวาน

 

            “ถ้าเป็นคุณล่ะก็... ”

 

            “..... ”

 

            “..... ”

 

          เฮ้ๆ.....แบบนี้เขาควรจะทำยังไงต่อดีล่ะ =[]=!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



















41 ความคิดเห็น

  1. #6 Tanachi (@kokoro-xiii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 21:05
    วายโลด ! //สะพรึง
    #6
    0
  2. #5 Woofpy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 20:39
    ตอนแรกสงสาร กีตาร์ ตอนท้ายๆ เลือดเกือบพุ่งเพราะความฟิน =.,= คนเขียนตั้งใจทำให้ฉันขาดเลือดตายเจ้าค่าาา
    #5
    0