Caucus Race

ตอนที่ 12 : Chapter 3 ' Dwarf song "Hiho Hiho " '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ส.ค. 56

            “ หา? นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย ” กีตาร์เงยหน้ามองตัวหนังสือสีแดงสดที่ถูกฉายขึ้นเหนือหัวพลางร้องลั่น ตัวหนังสือสีแดงสดเรียงกันลงมาเป็น 5 บรรทัด ถ้อยคำปริศนาทำให้เหล่าผู้เล่นต้องขมวดคิ้วมองราวกับกำลังสงสัยจนแทบบ้า

 

            “ เราต้องเลือกงั้นเหรอ? ” แอตลาสที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชาเชิงรอคำตอบตอบ จนสิ่งมีชีวิตสีชมพูที่ถูกเรียกว่า โดโด้ เบิร์ด สลัดปีกเบาๆแล้วพุ่งตัวขึ้นเหนือฟ้าอย่างคล่องแคล่ว มันสยายปีกอยู่ใกล้ๆตัวหนังสือสีแดงสดพร้อมเอ่ยเสียงแหลม

 

            “ ใช่แล้วล่ะ แกว่ก! มันคือด่านทั้งหมดที่พวกนายต้องเล่น เลือกกันมาเลยว่าจะเริ่มเล่นด่านไหนก่อน แกว่ก! ” สิ่งมีชีวิตสีชมพูกวาดมองผู้เล่นมองดวงตากลมโตสีดำแบ๊ว

 

            “ ว้าว อะไรน่ะๆ Cities Sleep น่าสนใจจัง ^^ ” เสียงหวานใสของร่างบางดังขึ้น มือเรียวเล็กของโฮโนกะชี้ไปที่ชื่อของด้านบรรทัดแรก ทำให้ผู้เล่นหลายคนหันไปมองตามเล็กน้อย

 

            “ อันไหนมันก็หน้าสงสัยไปหมดเลยนะ ” ดวงตาสีทองของเรเวนฉายแววสงสัย เขาขมวดคิ้วนิดๆแล้วหันไปถามร่างข้างกาย

 

            “ นายคิดว่าไง กีตาร์? ด้านไหนจะดีที่สุด? ”

 

            “ ไม่รู้ดิ ด้านไหนก็หน้าปวดหัวหมด =A=!! ” เด็กหนุ่มทำหน้าบูดกลับ

 

            “ งั้นเรามาโหวตกันดีมั้ย? ” เสียงร่าเริงแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์มากมายที่ไม่มีใครอาจรู้ได้เรียกความสนใจของผู้เล่นทุกคนให้หันไปจับจ้องที่เขา ดวงตาสีครามราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนมองเพลย์เยอร์ทั้งหมดอย่างพอใจก่อนที่จะเอ่ยต่อ

 

            “ เพื่อความยุติธรรมไงครับ ”

 

            “ ผมเห็นด้วย ” เสียงเรียบนิ่งของคราวเอ่ยเสริมมาเบาๆ บรรยากาศจกอยู่ในความเงียบไปซักพัก ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆโดยที่ผู้เล่นแต่ละคนได้แต่คิดหนักอยู่ในใจของตนแล้วจึงตัดสินใจเลือก

 

            “ ฉันโหวต Alace's wonderland ” กีตาร์ยกมือขึ้น แต่ก็ถูกเสียงเรียบของแอตลาสเอ่ยขัดขึ้น

 

            “ นายรู้ได้ยังไงว่ามันจะปลอดภัย คิดให้ดีสิ ”

 

            “ อ้าว! ก็ให้เลือก ก็เลือกนี่ไง =[]= ”

 

            “ ถึงทุกด่านจะดูน่าสงสัยมากก็ตาม แต่ผมคิดว่าด้านที่คุณเลือกไม่ใช่ความคิดที่ดี ” ดวงตาสีครามตวัดมองกีตาร์ก่อนฉีกยิ้มกว้าง จนทำให้ร่างบางชะงักไปทันที

 

            “ อะ อ้าว!!! นายรู้ได้ไงเล่า ใครสรุปเอาไว้กัน!!! อะไร ด้านนั้นมันจะมีปีศาจอะไรอยู่รึไง เกมงี่เง่านี่นายต้องคิดมากขนาดนั้นเชียว แค่เล่นให้ชนะๆไปก็..... ” เสียงของร่างบางถูกหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อมือเรียวยาวของแอตลาสปล่อยแก้วชาใบเล็กตกลงสู่พื้นด้วยใบหน้าเงียบนิ่ง ทุกคนเหลือบมองเสียงแก้วที่บาดมือของแอตลาสจนมีของเหลวสีแดงสดไหลออกมาเป็นทาง เจ้าตัวเลียที่บาดแผลของตนแล้วตวัดสายตาไปมองที่กีตาร์ด้วยแววตาวาวโรจน์

 

            “ ถ้าคุณพูดว่าเกมนี่มันไร้สาระอีกที ผมจะฆ่าคุณทิ้งคนแรกแน่..... คนที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของอะไรอย่างคุณน่ะ ไม่มีทางเข้าใจหรอก จำคำนี้เอาไว้ด้วยนะ จีโม่ โซเลส ”

 

            “ …....  ” ร่างบางได้แต่นิ่งเงียบค้างและไม่พูดอะไรต่อ

 

            “ อ่า งั้นฉันเลือก Bad Apple ” เสียงของเรเวนทำลายบรรยากาศอึมครึมลง ต่อด้วยไอริสที่เปิดปากเลือกด่านตามมา

 

            “ ผมก็เลือก Bad Apple ”

 

            “ ผมเหมือนกัน ” คราวพูดจบก็เหลือบไปมองทางอื่น

 

            “ …... ” เด็กหนุ่มในผ้าคลุมสีแดงหันซ้ายหันขวามองรอบๆตัวแล้วจึงพยักหน้าตามเชิงเห็นด้วย

 

            “ Bad Apple ด้วยก็ได้.... ” กีตาร์เอ่ยเสียงเบา

 

            “ เอ๋~~~ ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ Cities Sleepก็เหอะ แต่เลือก Bad Apple ตามทุกคนก็ได้ครับ ^^ ” โฮโนกะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเป็นคนสุดท้าย เมื่อเห็นแบบนั้นแอตลาสจึงเอ่ยขึ้นอย่างสรุป

 

            “ พวกเราเลือก Bad Apple ” ดวงตาสีครามมองหน้า Alaxia ที่ได้แต่เงียบกับเจ้านกโดโด้สีชมพูที่เกาะไหล่ร่างสูงอยู่สลับกัน ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มมองเพลย์เยอร์ทุกคนด้วยสายตาเป็นห่วงในใจพลางเอ่ยขึ้น

 

            “ Mission first 'Bad apple '  Game start!!!! ” สิ้นสุดเสียงของ Alaxia ภาพรอบตัวของทุกคนก็สว่างจ้า แสงสีขาวสาดส่องจนเพลย์เยอร์ทุกคนต้องหลับตาเพื่อหลบแสงนั้น

 

            สวนกุหลาบสีชมพูหวานถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวสว่าง ดวงตาหลากสีสันปิดสนิทแน่น ก็จับค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากแสงสว่างนั้นหายไป แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่โต๊ะน้ำสีขาวสะอาดในสวนกุหลาบอีกแล้ว สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาคือ ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้สีเขียวสดใสล้อมรอบตัวพวกเขา ท้องฟ้าสีครามที่เต็มไปด้วยเมฆขาวนวลนุ่มนิ่มยิ่งทำให้ที่แห่งนี้ดูสดชื่นสบาย ที่เนินเขาสูงไม่ห่างไกลนักมีปราสาทสไตล์อังกฤษโบราณตั้งตระง่านอยู่อย่างสง่างาม เพลย์เยอร์ทุกคนหันซ้ายหันขวามองภาพรอบตัวอย่างตกใจ พวกเขาอยู่ที่ไหนกันเนี่ย!!!!

 

            “ ที่นี่มันที่ไหนกัน ” คราวเอ่ยพร้อมกวาดมองรอบๆตัว มือเรียวยาวของเขายื่นไปดึงหญ้าสีเขียวขจีขึ้นมาบี้จนเลอะพลางพึมพำกับตนเอง

 

            “ ไม่ใช่ของปลอม ”

 

            “ อะไรเนี่ย!!! พวกเรามาที่นี่ได้ยังไงกัน โต๊ะน้ำชาล่ะ! เจ้านกโดโด้ล่ะ ” กีตาร์ตะโกนขึ้นก่อนจะพยายามวิ่งไปมารอบๆ แต่ถูกเรเวนกระชากไว้ ร่างสูงดีดหน้าผากคนตรงหน้าเต็มแรง

 

            “ แอ๊กกกกก แกจะดีดหน้าผากชั้นทำไม!!! T[]T ” กีตาร์โอดครวญด้วยความเจ็บปวดแล้วตีแขนเรเวนกลับ ร่างสูงแอบหัวเราะกับตัวเองนิดๆแล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบ

 

            “ ก็นายแตกตื่นเกินไปนี่น่า ควบคุมสติหน่อย ”

 

            “ แต่นี่มันก็น่าตกใจจริงๆนะครับ ” โฮโนกะเอ่ยแทรกพร้อมรอยยิ้ม เด็กหนุ่มหมุนตัวไปรอบๆอย่างสบายอารมณ์แล้วพูดต่อ “ พวกเราถูกส่งมาที่แห่งนี้ได้ยังไงกันนะ มหัศจรรย์มากๆเลยนะครับ 0w0 เนอะๆ นายว่ามั้ย  ” ร่างบางสะกิดเด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดงเชิงถาม แต่ดวงตาสีแดงสดก็เพียงหันกลับมามองและไม่ตอบอะไร

 

            “ …... ”

 

            “ เฮ้ๆ พวกนาย ” เสียงดังคุ้นหูของAlaxia เรียกสติให้ทุกคนหันกลับมามองที่เขา ที่ไหล่ชายหนุ่มมีเจ้านกโดโด้ตัวเดิมเกาะอยู่ไม่ขยับ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองพูดเล่นทุกคนแล้วจึงเอ่ยต่อ

 

            “ ฉันขออธิบายกฎกติกาของด้านแรกนี่นะ ”

 

            “..... ” เพลย์เยอร์ทุกคนได้แต่เงียบกริบเพื่อจดจ่อรอฟังสิ่งที่ชายหนุ่มจะพูดอย่างตั้งใจ

 

            “ Bad Apple หรือ ผลแห่งมรณะ สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยธีมของเรื่อง สโนว์ไวท์  ตามเทพนิยายอย่างที่พวกนายเคยได้ยินมา เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ คนแคระทั้งเจ็ด แอปเปิ้ลอาบยาพิษ ทั้งหมดคือธีมของด้านนี้ ” สิ้นสุดคำพูดของชายหนุ่ม ร่างบางเจ้าของผมสีบลอนด์ทองก็เอ่ยถามกลับอย่างสงสัย

 

            “ เราจะต้องไปช่วยเจ้าหญิง? สู้กับแม่มด? ”กีตาร์เอียงคอ

 

            “ ไม่ใช่หรอก กติกาของด้านนี้คือ พวกนายต้องไปตามหาคนแคระทั้งเจ็ดที่อยู่ในถ้ำทางทิศใต้ของป่านั้น ” ร่างสูงชี้ไปยังป่าทึบด้านหลังของเพลย์เยอร์

 

            “ สิ่งที่พวกนายต้องทำคือ ไปเอากุญแจจากคนแคระมา ”

 

            “ อะไรนะ? แค่เอากุญแจเรอะ? ” เรเวนถามขึ้นบ้าง

 

            “ เมื่อได้กุญแจแล้ว พวกนายต้องไปที่กระท่อมของคนแคระ มันคือกุญแจที่มีไว้ไขโลงศพแก้วของสโนว์ไวท์ พวกนายต้องหาแอปเปิ้ลของสโนว์ไวท์ให้เจอ เป็นอันจบเกมนี้ ”

 

            “ สรุปง่ายๆ ไปเอากุญแจมาไขโลงศพแล้วเอาแอปเปิ้ลมาใช่มั้ย อเล็กซี่ ” แอตลาสเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ

 

            “ ใช่ เวลาไม่มีจำกัด ขอให้พวกนายตั้งใจ ฉันไม่มีอะไรจะพูดมากหรอก ระหว่างที่พวกนายกำลังทำภารกิจ ฉันกับโดโด้ เบิร์ด จะดูพวกนายจากมุมกล้องในอีกที พวกนายไม่สามารถถามอะไรฉันได้ในขณะกำลังอยู่ในเกม แต่ฉันจะดูพวกนายทุกคนอยู่ตลอดเวลา ขอให้พวกนายโชคดี ” Alaxia เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม มือเรียวยาวของชายหนุ่มชี้ไปทางใต้ของป่า

 

            “ เอาล่ะ พร้อมแล้วก็ไปเลย ”

 

            “ เอ๋ๆๆๆ สรุปนี่เราต้องไป 'ขโมย' มาจากคนแคระจริงดิ เหมือนเราแกล้งคนที่เตี้ย กว่าเลยอ่า ฮะๆๆๆๆ  '” กีตาร์พูดพร้อมหัวเราะ

 

            “ อ่า ใช่ ฉันควรจะเตือนพวกนาย คนแคระมีนิสัยดุร้ายและไม่ค่อยเป็นมิตร ระวังตัวไว้ล่ะ ”

 

            “ อ่อๆ นั้นฉันเคยเห็นในนิทาน ที่ไล่สโนว์ไว์อ่ะนะ โห้ย~ เราไม่ได้อ่อนแอเหมือนเจ้าหญิงนะ แค่คนแคระเอง สบายมาก ” เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพร้อมชูสองนิ้ว จนโดยเรเวนตบหัวเข้าอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้

 

            “ แล้วถ้าไม่ได้แอปเปิ้ลกลับมาพวกเราจะเป็นยังไง? ” ดวงตาสีฟ้าสดใสเหลือบมองหน้า Alaxia

 

            “ อ่อ พวกนายก็จะออกจากเกมไม่ได้ และ.... ” ชายหนุ่มมองไอริสกลับแล้วเอ่ยต่อ “ ฤทธิ์ของขนมที่พวกนายกลิ่นเข้าไปจะไม่หายไปด้วย ”

 

            “ ฤทธิ์??? ” คราวรีบหันมาถามบ้าง

 

            “ เฮ้ย!!! ใช่ ให้ตายสิ ฉันลืมบอกพวกนายไปเลย ขนมที่พวกนายกินเข้าไปนั้นน่ะ มันมีฤทธิ์แตกต่างกันไป ถ้าพวกนายไม่ได้แอปเปิ้ลนั้นกลับมา ฤทธิ์ของขนมนั้นจะคงอยู่ตลอดไป ระวังด้วยล่ะ ยิ่งคนที่กินเยอะๆ ขนมยิ่งออกฤทธิ์เร็วมากขึ้นด้วย ”

 

            “ หา? ฤทธิ์ของขนมมันจะเป็นยัง..... ” ไม่ทันที่กีตาร์จะพูดจบเสียงของร่างบางก็ถูกตัดหายไปในทันที ร่างบางอ้าปากค้างเงียบไปพูดต่อ ทำให้เรเวนถามขึ้นอย่างสงสัย

 

            “ เฮ้ นายปวกเปียก เป็นอะไรมั้ย? ”

 

            “ ระ ระ ระ เร~~~~~~~~~ เวน ” กีตาร์ค่อยๆหันมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อนิดๆ ร่างบางกระโดดกอดคนตรงหน้าก่อนจะเข้าไปนัวเนียในอ้อมกอดของอีกฝ่าย

 

            “ เฮ้ย!!!! นายเป็นไรไปวะ ” เรเวนพยายามดันร่างบางออกแต่ด้วยแรงมหาศาล(จากไหนไม่รู้) ทำให้เขาไม่สามารถสะบัดกีตาร์ออกไปได้ ดวงตาสีฟ้าสดใสมองเรเวนด้วยตาเป็นประกาย

 

            “ เรเวนจ๋า~~~ ”เสียงหวานเยิ้มของกีตาร์ทำให้เจ้าของผมสีดำสนิทขนลุกวาบไปทั้งตัว มือเรียวยาวของเรเวนถูกลำแขนเรียวเล็กพันเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้

 

            “ ฤทธิ์ขนมก็ประมาณนี้แหละ ขนมที่กีตาร์กินเข้าไปคือพายแห่งความมึนเมา ขนมแต่ละอันก็จะออกฤทธิ์แตกต่างกันไป ” Alaxia ที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นานพูดขึ้น

 

            “เอาล่ะ นี่เป็นเรื่องสุดท้ายที่ฉันจะเตือนพวกนายล่ะ ในร่างกายของแต่ละคนจะมีหมายเลขสลักเอาไว้ มันเป็นสัญลักษณ์ว่าพวกนายเป็นเพลย์เยอร์ในเกม ถ้าไม่มีมันพวกนายก็จะไม่สามารถเข้าร่วมเกมได้ ระวังตัวให้ดีล่ะ อย่างให้หมายเลขนั้นถูกทำลาย แค่นี้แหละ เอ้า! เริ่มเกมได้ ”เมื่อชายหนุ่มพูดจบร่างของเพลย์แต่ละคนก็เริ่มเดินไปคนละทาง จะมีก็แต่กีตาร์ที่ยังนัวเนียเรเวนไม่หยุด ทำให้ชายหนุ่มต้องพยุงร่างของร่างบางไปเรื่อยๆ

 

            “ อย่าลืมเรื่องฤทธิ์ขนมเชียวล่ะ ” Alaxia ตะโกนทิ้งท้ายเอาไว้ ดวงตาสีม่วงเข้มเป็นเอกลักษณ์เหลือบมองร่างบางของไอริสที่หยุดนิ่งไม่ขยับไปไหนก่อนจะเดินเข้าไปเขย่าร่างบางอย่างเป็นห่วง แต่แล้วร่างบางก้มล้มฮวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เรียวแขนยาวๆของAlaxia รั้งร่างบางบางเอาไว้ในอ้อมกอดพร้อมพยายามเขย่าเรียกสติไอริส แต่คนในอ้อมกอดก็ไม่มีปฎิกิริยาใดๆกลับมา ชายหนุ่มจึงอุ้มร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

 

            “ คัพเค้กนิทราสินะ ” ร่างสูงก้าวกลับมาที่จุดเดิมแล้ววางไอริสไว้บนพื้นหญ้าสีเขียวนุ่มนิ่ม Alaxia หันกลับไปหานกสีชมพูแปร้ดแล้วเอ่ยถาม

 

            “ แบบนี้ถือว่าแพ้มั้ย? ”

 

            “ ไม่ แค่อดได้ผจญภัยกับเพื่อนๆเฉยๆนะ แกว่ก ” นกตัวอ้วนกลมตอบด้วยเสียงแหลม

 

            “ ฟังดูสบายนะ ”

 

            “ มันก็ใช่ แต่ผลกลับกันมันคือความโชคร้ายของเขานะ แกว่ก! เมื่อเทียบกับคนอื่นที่ได้เริ่มเล่นในด่านนี้แล้ว ไอริสถือว่าโชคร้ายมากๆ ประสบการณ์ที่ได้รับในแต่ละด่านคืออาวุธลับที่เอาไว้พลิกการแข่งขันเชียวนะ แกว่ก! ”

 

            “ นั้นสินะ ตอนนี้เพลย์เยอร์คนอื่นจะเป็นยังไงกันบ้างนะ? ”

 

 

 

            “คนอื่นไปไหนกันหมดนะ ” ดวงตาสีแดงของโฮโนกะกวาดมองไปรอบๆตัวที่ไร้ผู้เล่นคนอื่น เด็กหนุ่มพยายามมองหาสิ่งมีชีวิตในป่ากว้างแห่งนี้แต่ก็ได้กลับมาเพียงเสียงลมแผ่วเบาที่ผัดผ่านต้นไม้หนาทึบ ทำให้รู้สึกหลอนขึ้นมาทันที ร่างบางรีบก้าวเท้าต่อแต่แล้วร่างกายก็หยุดชะงักค้างเมื่อเขารู้สึกถึงอาการกระตุกวูบของร่างกายตน เด็กหนุ่มนึกถึงฤทธิ์ของขนมที่ Alaxia บอกไว้ขึ้นมา ฤทธิ์ขนมที่เขากินเข้าไปต้องเริ่มออกฤทธิ์แล้วแน่ๆ เขาจะเมามั้ย? หรือเขาจะสลบ ร่างบางอดคิดไม่ได้

 

            โฮโนกะรู้สึกถึงความผิดปกติของรอบข้าง นี่เขาต้องกำลังโดยฤทธิ์ของขนมทำให้เขาเวียนหัวแน่ๆ ต้นไม้ที่ล้อมรอบตัวของเขาใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าดูกว้างขึ้น สายลมที่เคยเย็นสลายตอนนี้แทบพัดร่างบางจนเซล้ม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความมึนเมา และต้นไม้ไม่ได้ใหญ่ขึ้นด้วย

 

            ตัวเขากำลังเล็กลงเรื่อยๆ!!!!

 

            โฮโนกะมองร่างกายของตนอย่างตื่นตระหนก  ดวงตาสีแดงสั่นไหวอย่างหวาดกลัว ตอนนี้ร่างกายของหดเล็กเหลือเพียง 14-15 ซม. เท่านั้น ถ้าไม่สังเกตดีๆ ตอนนี้เด็กหนุ่มเหมือนเป็นแค่ตุ๊กตาตัวเล็กๆซึ่งเป็นฤทธิ์ของพุดดิ้งหดตัว

 

            “ ใครก็ได้ ให้ตายสิ....แล้วแบบนี้ จะไปที่ถ้ำได้ยังไงกัน.... ” ใบหน้าขาวใสของเด็กหนุ่มสลดลงอย่างสิ้นหวัง เขาไม่รู้จะไปทางไหน และไม่รู้ว่าต้องเดินไปไกลเท่าไหร่ถึงจะพบที่หมายกันแน่

 

            “ นายกำลังมองพี่อยู่รึเปล่านะ คามาระ” ร่างบางพึมพำออกมาเสียงเบา แล้วจึงนั่งลงบนก้อนหิวเล็กๆบนพื้นดิน

 

            ในป่าที่เงียบสงัดเขาได้ยินเสียงของเพลย์เยอร์คนอื่นดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เด็กหนุ่มลุกพรวกเมื่อเห็นร่างของเรเวนที่กำลังลากกีตาร์ที่นัวเนียชายหนุ่มไม่หยุดมาตลอดทั้งทาง

 

            “ เฮ้ ผมอยูทางนี้ ” โฮโนกะโบกมือเรียกทั้งสอง แต่ดูเหมือนเสียงของเขาจะเบาเกินไป จนผู้เล่นทั้งสองคนเมินผ่านเขาราวกับไม่มีตัวตน

 

            “ นายได้ยินอะไรมั้ย กีตาร์ ” เรเวนเอ่ยถามร่างที่ตนพยุงขึ้น

 

            “ ม่ายนะจ๊ะ~~~ เรเวนฟังเสียงอะไรน่ะ ฟังแต่เสียง ช้านสิ ที่ร๊ากกกก ” ร่างบางค่อยๆซุกไซ้เขาไปในอ้อมกอดของชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มือของกีตาร์คว้าหมับหลังของเรเวนไว้แน่นพร้อมยกขาขึ้นพาดโอบรัดและถึงตัวลงมาให้ท่าเหมือนสลอตห้อยตัว

 

            “ อยู่ดีๆดิ นายเมาแล้วน่ากลัวชะมัด ” เรเวนพยายามสะบัดกีตาร์ออก แต่ร่างที่กอดเขาอยู่ก็เหนียวหนึบเหลือเกิน ชายหนุ่มได้แต่ปลงแล้วก้าวเท้าต่อไปอย่างทุกทรมาน ร่างกายของเรเวนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ นี่เขาไม่คิดไปเองใช่มั้ย? ถึงว่า! เขาสงสัยมาสักพักแล้วล่ะว่าทำไมเขามึนๆ ต้องเป็นเพราะฤทธิ์ขนมหวานนั้นแน่ๆ

 

            “ เอ่อ กีตาร์ ทำไมนายมีสองคน =_= ” เรเวนหันควับไปมองร่างที่กอดตน ที่ตอนนี้แยกร่างออกมาเป็น 2 คนแล้ว!

 

            “ หา รายน้า นี่ช้านมีสองคนเหรอ *o* ”  กีตาร์หัวเราะคิกคัก

 

            “ เฮ้ย เอาจริงๆ นายมีสองคน ” ชายหนุ่มทำหน้างงๆ หรือว่าเขาจะโดนขนมที่ทำให้มึนแบบกีตาร์ เรเวนสะบัดหัวไร้ความคิดพวกนั้นก่อนจะหันไปมองทางตรงหน้า แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องร้องลั่น

 

            “ เฮ้ย!!!! ทำไมทางมันแยกเป็นสองทางวะ!!! =[]= ” เรเวนชะงักค้างกับภาพตรงหน้า นี่เขาไม่ได้มึนแล้ว!!! แต่ทุกอย่างที่เขาเห็นล้วนแยกออกมาเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ท้องฟ้า ทางเดิน สิ่งของ หรือแม้กระทั่งไอ้ตัวที่กอดเขาอยู่ ทุกอย่างแยกออกเป็นสองอัน!!!!

 

            “ ซวยแล้วไง ทางไหนวะ!! เหมือนกันทั้งสองทางเลย ” ชายหนุ่มสะบดกับตัวเองก่อนจะตัดสินหลับตาใช้สัญชาตญาณของตนนำทางแทนลูกตาทั้งสองที่ถูกฤทธิ์ของเค้กแบ่งร่างเข้า

โฮโนกะจ้องมองร่างของเรเวนที่แบกกีตาร์เอาไว้พลางเดินสุ่มไปมาจนชนต้นไม้ไปทั่ว เขาแอบนึกสงสารไม่ได้ นี่ฤทธิ์ขนมที่เขากินเข้าไปอาจจะไปไม่ได้แย่ที่สุดก็ได้นะ =_= ร่างบางแอบคิด

 

            “ เฮ้ เด็กน้อย มาทำอะไรตรงนี้ ” โฮโนกะหันขวับไปมองเสียงเรียกปริศนา แอตลาสก้มมองรางเล็กที่มีส่วนสูงเพียง 14 ซม. อย่างสงสัย “ ฤทธิ์ของขนมสินะ ”

 

            “ นี่คุณเห็นผมด้วยเหรอ ” โฮโนกะรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ที่สุดก็มีคนเห็นเขา แต่ก็อาจเป็นโชคร้ายก็ได้ที่คนๆนั้นดันเป็น เคาวน์ แอตลาส ชายผู้ที่มีทั้งเจ้าเล่ห์และดูมีความคิดที่แอบซ้อนอยู่เสมอ การกระทำเมื่อครู่ของชายหนุ่มทำให้โฮโนกะแอบหวั่นกลัวในในไม่ได้ เขาจะถูกฆ่าทิ้งมั้ยนะ?

 

            “ ฉันเห็นนายสิ ลำบากน่าดูเลยนี่ สนใจจะมากับฉันมั้ย ” แอตลาสเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

            “ หา ผมไม่..... เอ๋? เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ? ให้ผมไปด้วยได้จริงๆเหรอ? ” เด็กหนุ่มมองแอตลาสด้วยแววตาเป็นประกาย

 

            “ อ่าฮะ ขึ้นมาสิ ” แอตลาสเอื้อมลงไปหยิบร่างเล็กขึ้นมาวางไว้บนบ่าแล้วจึงค่อยๆก้าวเท้าไปในป่าทึบ

 

            “ ผู้เล่นคนอื่นคงไปถึงถ้ำแล้วล่ะมั้ง?  ” โฮโนกะเอ่ยขึ้นเพื่อพยายามทำลายความเงียบ ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้านิดๆกลับบ้าน  โฮโนกะเงียบไปซักพักแต่อาจเพราะไม่ใช่นิสัยเขาจึงไม่ชอบความเงียบเอาซะเลย

 

            “ นี่ ฤทธิ์ขนมที่คุณกินเข้าไปยังไม่แสดงผลอีกเหรอ? ” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

            “ ฤทธิ์น่ะ ออกตั้งนานแล้วแหละ ”

 

            “ หา? คุณก็ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนี่น่า ไม่มีท่าทีจะเมาหรือสลบด้วย? ” เด็กน้อยในร่างเล็กเท่าตุ๊กตาเอียงคออย่างสงสัย ไม่นานแอตลาสก็ต้องกลับมาพร้อมด้วยสีหน้าเซ็งๆบวกกับยิ้มแห้งๆ

 

            “ ฤทธิ์มันไม่ได้ส่งผลกับร่างกายชั้นหรอก แต่ผลมันทำให้ตาฉันมองเห็นอะไรแปลกๆนี่สิ ”

 

            “ อะไรแปลก? มันคืออะไรเหรอฮะ? ”

 

            “ ฉันเห็นนายกลายเป็นผู้หญิง ” คำตอบของแอตลาสทำให้เด็กหนุ่มรีบร้องลั่นออกมา

 

            “ หา!!!!!!!! ”

 

            “ ไม่ต้องตกใจหรอก ทั้งเรเวน โทริ จีโม่ โซเลส หรือแม้แต่ไอริส เฮลิเลีย ฉันก็เห็นพวกนั้นกลายเป็นผู้หญิงหมดเลยล่ะ น่าขำเนอะ แต่มันไม่ตลกสำหรับฉัน ฉันเกลียดผู้หญิง ”

 

            “ อ่า ฟังดูลำบากเหมือนกันนะครับ อ่า นั้นไง ถ้ำที่มีคนแคระอยู่สินะ!! ”โฮโนกะรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเขาเห็นถ้ำหินขนาดใหญ่ที่ถูกเสียงดังสนั่นออกมาจากภายในถ้ำไม่หยุด เสียงพิคเคอร์ที่ทำจากเหล็กกระทบเสียดสีเข้ากับโขดหินแข็งกระด่างจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงดังสนั่นทั่วถ้ำทำให้รู้ได้ว่ามีการขุดเจาะเหมืองแร่อยู่แต่ๆ สิ่งตามนิทานแล้ว อาชีพของคนแคระนั้นคือคนขุดเหมืองที่แสนใจดีและเป็นมิตรต่อสัตว์

 

            “ เฮ้ ไง ” แอตลาสเดินเข้าไปสมทบเรเวนที่พยุงกีตาร์เอาไว้ที่โขนหินก้อนใหญ่ ชายหนุ่มเหลือบมองเด็กน้อยในชุดผ้าคลุมสีแดงทีจ้องเขาตาไม่กระพริบแต่ก็ไม่ปริปากพูดอะไรออก อาซาคาซึกิดูปกติทุกอย่างจนคนอื่นแอบคิดกันไปว่าเด็กหนุ่มต้องยังไม่โดนฤทธิ์ของขนมแน่ๆ

 

            “ เฮ้ ทำไมนายถึงยังไม่โดนฤทธิ์ของขนมอีกล่ะ ” โฮโนกะไซส์จิ๋วเอ่ยถามเด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดงสด อาคาซึกิแอบตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่าย ร่างบางจึงค่อยๆเปิดปากพูดเสียงเบา

 

            “ โดนแล้ว... ”

 

            “ ไหน? นายไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย? ” ดวงตาสีแดงสดของเด็กหนุ่มมองไปมองตัวของอาคาซึกิแต่ก็ไม่พบความปกติปกติแต่อย่างใด ร่างจิ๋วขมวดคิ้วเป็นปม

 

            “ ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลย ”

 

            “....... ” อาคาซึกิส่งสายตานิ่งเรียบกลับมา เด็กหนุ่มเอื้อมมือขึ้นจับฮู้ดสีแดงสดที่คลุมหัวของตนเองไว้ตลอดเวลาก่อนจะเปิดออกเผยให้เห็นหูกระต่ายสีขาวฟูนุ่มนิ่มที่ขยับดุ๊กดิ๊กไปมา

 

            “ หูกระต่าย!!! ” โฮโนกะเผลอร้องลั่น เขากวาดมองอาคาซึกิที่มีหูกระต่ายงอกออกมา เด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดงก้มมองต่ำ แก้มเนียนนุ่มเปลี่ยนสีเป็นชมพูอ่อนจนแดงระเรื่อขึ้นทันที

 

            “ มันน่าอาย.... ” อาคาซึกิหันหลบไปทางอื่น เด็กหนุ่มรีบคว้าฮู้ดขึ้นคลุมหัวของตัวอย่างเดิม ก่อนจะหันหลังหนี จนทำให้แอตลาสและโฮโนกะเหลือบเห็นหางกระต่ายปุ๊กๆสีขาวนุ่มๆอยู่เหนือสะโพกของร่างบาง

 

            “ ผมเห็นกระต่ายตัวเมีย ” แอตลาสบ่นพึมพำก่อนจะขยี้ตาตัวเองเบาๆ ชายหนุ่มหันขวับมองสภาพกีตาร์ที่ยังคงนัวเนียเรเวนไม่หยุดพลางเอ่ยถามอาคาซึกิ

 

            “ นายเห็นคราว เฟลิสเทียมั้ย? ”

 

            “ อ่า.... เขา... ” ไม่ทันที่เด็กหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีแดงจะเอ่ยอะไร เสียงปริศนาพร้อมร่างของชายหนุ่มก็พุ่งพรวดลงมาจากฟ้า

 

            “ ผมอยู่นี่ คุณมีอะไรงั้นเหรอ? ” คราวปราดมองแอตลาสด้วยสายตานิ่ง แต่ก็ได้รับเพียงยิ้มเจ้าเล่ห์คืนมาเท่านั้น

 

            “ ว้าว! ผมชอบปีกของคุณ ” ชายหนุ่มหยอกล้อคนตรงหน้าอย่างสนุกสนานเมื่อเขาเห็นปีกสีดำสนิทขนาดใหญ่แผ่สยายอยู่กลางหลังของคราว ดูๆแล้วแปลกตาไม่น้อย จะมีมนุษย์สักกี่คนที่ได้สัมผัสถึงการมีปีก?

 

            “ หึ ผมว่าคุณดูไม่ค่อยเป็นอะไร? ”. คราวเริ่มเอ่ยถามกลับขึ้นบ้างเมื่อมองสภาพเพลย์เยอร์คนอื่นที่ดูลำบากกันไม่น้อย และมีแต่แอตลาสเท่านั้นที่ยังคงปกติ

 

            “ ผมเห็นคุณเป็นเมดสาวมีปีกจบมั้ย ”

 

            “ ….. ” คราวเงียบไปและไม่คิดจะพูดต่อ

 

            “ อารายอ่าๆๆๆ เราปายหาคนแคระ กัน! ” เสียงมึนๆ ของกีตาร์ดั่งขึ้น ทำให้คราวและแอตลาสหันไปจ้อง ทำให้พวกเขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในเกมที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่?

 

            “ รีบไปเอากุญแจจากคนแคระเถอะ ” คราวพูดพร้อมเดินนำเข้าไปทางปากถ้ำ คุณหนูเมริสคงไม่ปลื้มแน่เมื่อเห็นปีกนี่! เธอยิ่งแพ้ขนนกอยู่ด้วย เขาต้องรีบเอามันออกให้เร็วที่สุด!! คราวฉุกคิดขึ้นใจอย่างมุ่งมั่น

 

            “ ผมก็ว่างั้น ” ตามด้วยแอตลาสที่รีบสาวเท้าเดินแซงคราวอย่างรีบร้อน เขาไม่อยากเห็นคนรอบข้างเป็นผู้หญิงไปนานกว่านี้แล้ว =_= 

 

            เมื่ออาคาซึกิเห็นคนอื่นเริ่มก้าวไปทางปากถ้ำ ร่างบางจึงรีบเดินตามเข้าไปแม้จะไม่รู้ว่าตัวเองเผลอติดกระโดดแบบกระต่ายไปแล้ว!!

 

            “ เราก็ไปกันเถอะ ” เรเวนกระชับร่างในอ้อมกอด ก่อนจะสะบัดหัวไร้ความมึนที่เกิดจากการเห็นแอตลาส 2 คนคุยกับคราว 2 คนและมีอาคาซึกิ 2 คนกระโดดไปมา

 

            “ ไปหาคนแคระหราาาาา ไปด้วย =3= ” ร่างในอ้อมแขนก็ยังไม่หายสร่างตามเคย เรเวนจึงตัดสินใจฉุดกระชากร่างกีตาร์จนแทบไถลไปกับพื้น  นี่เขาจะทำมันตายก่อนเจอคนแคระมั้ยเนี่ย? =_=

เพลย์เยอร์ทั้ง 6 คนก้าวเข้าสู่ภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยเสียงพิคเคอร์ดังกระทบกับหินดั่งสนั่นไปทั่ว  ยิ่งสาวเท้าเข้าไปลึกเท่าไหร่ เสียงเหล็กกระทบกันก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ หากแต่ภายในถ้ำไม่ได้มีแต่เสียงพิคเคอร์เท่านั้น เมื่อเพลย์เยอร์ทั้ง 6 เดินเข้ามาจบพบโขดหินขนาดใหญ่ เสียงเพลงที่มีทำนองเป็นเอกลักษณ์ก็ได้ดังขึ้น

 

            “ Hiho Hiho~~~~ ” เสียงเพลงค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆจนรู้สึกได้ถึงพลังเสียงที่เปล่งออกมาอย่างพร้อมเพียงของคนแคระทั้ง 7 เสียงเพลงดังขึ้นเข้ากับเสียงพิคเคอร์ที่กระทบกับหินอย่างลงตัวแอตลาสค่อยยื่นหน้าผ่านโขดหินไปมองคนแคระที่กำลังขุดเหมืองแร่กัน ใบหน้าเจ้าเล่ห์หลุดฉีกยิ้มค้างๆออกมาทันทีเมื่อเขาเห็นภาพตรงหน้า

 

            “ ตามนิทานเขาเล่ากันไว้ว่า คนแคระทั้ง 7 นั้นเป็นคนขุดเหมืองแร่ที่มีจิตใจดี ร่าเริงและรักการทำงานมาก พวกเขาเป็นมิตรกับสัตว์และผืนป่า และสิ่งที่พวกเขาเกลียดคือคนแปลกหน้าที่เข้ามาในเขตของพวกเขา ยิ่งโดยเฉพาะคนที่จะมาขโมยของๆพวกเขาแล้วนี่ยิ่งไปใหญ่ อ่า นิทานเคยว่าไว้แบบนั้น ” แอตลาสได้แต่ยิ้มนิ่งๆ

 

            “ บางทีนายควรลบภาพนิทานยามเด็กของนายไปซะ ” คราวเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะดันหน้าโฮโนกะที่มองคนแคระด้วยตาค้างไม่ขยับให้ลงกระเป๋าเสื้อของแอตลาสไป

 

            “ นั้นสินะ ผมเห็นด้วย คนแคระเนี่ย.... เกินกว่าที่จิตนาการของเด็กจะคิดได้จริงๆ.... ” ดวงตาสีครามลอบมองเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดตรงหน้าอีกครั้ง สภาพร่างกายตัวเตี้ยแคระเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงเผ่าพันธุ์ของสิ่งตรงหน้า ผิวด้านสีน้ำตาลที่แข็งกรากทำให้รู้ได้ถึงความขยันหมั่นเพียงที่พวกเขาหมกมุ่นในการทำงานทั้งวัน ใบหน้าคนแก่ใจดีที่เด็กต้องจิตนาการถึงคนแคระถูกทำลายลงจนเป็นชิ้นดีเหมือนเห็นภาพคนแคระที่มีดวงตาแหลมคม จมูกคดงอ และฟันแหลมเล็กเต็มปาก เสียงแหลมทุ้มยังคงร้องเพลงต่อไป เหล่าคนเเคระทั้งเจ็ดใช้มือเหี่ยวย่นฟาดพิคเคอร์จนใส่หินอย่างรุนแรงจนหินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แหลกเลอะจนไม่เหลือชิ้นดี

 

            “ ….. ” แอตลาสปราดตาไปมองกุญแจสีทองหม่นที่ถูกห้อยเอาไว้ที่ประตูซึ่งถูกเจาะไว้กับกำแพงหินก่อนจะมองหน้าคราวราวกับเข้าใจกันดีว่าต้องทำอะไร แล้วจึงส่งสายตาไปให้อาคาซึกิที่พยักหน้ามาอย่างรู้งาน

 

            ทุกคนตามแยกขยับกันไปคนละทิศอย่างไร้เสียงตามแผนที่ตั้งเอาไว้ ร่างกายของแอตลาสเดินผ่านหินอย่างคล่องแคล่ว เขาผิงหลังลงบนโขดหินใกล้แล้วเอื้อมเรียวยาวขึ้นไปทางกุญแจสีทอง แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเรเวนที่อุ้มกีตาร์เดินตามหลังเข้ามาถูกร่างในอ้อมกอดนัวเนียไม่ยอมปล่อยจนทั้งสองเซล้มกระแทกเข้ากับโขดหินจนมันล้มลงสู่พื้นอย่างระเนระนาด

 

            “ Akato na nuu e!!!!!!!!!!!!!!! ” เสียงคนแคระร้องลั่นขึ้นด้วยภาษาที่ไม่มีใครฟังเข้าใจ เล็บแหลมชี้ไปที่กีตาร์และเรเวนก่อนจะคว้าพิคเคอร์เล่มหนาประจำตัวของแต่ละคนขึ้นมาแล้วกู่วิ่งอย่างบ้าคลั่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

            คราวมองเหตุการณ์อย่างค้างสนิทก่อนจะเบิกตากว้างแล้วตะโกนเสียงดังลั่น

 

            “ วิ่ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”














41 ความคิดเห็น

  1. #4 ZeRo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2556 / 21:01
    สงสารกีตาร์อ่าาา ทั้งโดนแอตลาสด่าแล้วก็..นัวเนียเรเวน..(แต่มันก็น่าจิ้นดี=w=~)
    #4
    0