Caucus Race

ตอนที่ 10 : Chapter 1 ' Tea Time Garden '

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ส.ค. 56

            ดอกกุหลาบสายพันธุ์ Evelyn ที่บานสะพรั่งอยู่เต็มพุ่มไม้เรียงกันเป็นช่อใหญ่ สีชมพูหวานนวลเป็นเอกลักษณ์ของมันดูราวกับสีลูกกวาดรสหวานน่าลิ้มลอง กลีบดอกที่เรียงกันเป็นชั้นอย่างประณีตสวยงามเป็นเอกลักษณ์ยิ่งทำให้ในที่แห่งนี้ราวกับสวนแห่งสวรรค์ก็มิปาน

 

            กลิ่นหอมหวานอบอวลลอยฟุ้งปะทะเข้ากับร่างผู้มาเยือนเขาอย่างจังจนชายหนุ่มต้องหันขวับไปมองกลีบกุหลาบสีหวานที่เบ่งบานอยู่รอบตัวเขา เจ้าของตัวตาสีม่วงกวาดมองรอบสวนกว้างที่มีพุ่มดอกกุหลาบล้อมรอบเพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนจะเดินผ่านสุ่มประตูไม้ที่มีเถาวัลย์สีเขียวสดใสเลื้อยพันทั่ว ซึ่งเป็นทางเข้าเพียงจุดเดียวของสวนแห่งนี้เข้าไป

 

            ชายหนุ่มวางมือลงบนโต๊ะยาวที่ตั้งตระง่านอยู่กลางสวน ตัวโต๊ะถูกผ้าคลุมสีขาวสะอาดคลุมทับไว้อย่างเรียบร้อยและประณีตสวยงาม บนโต๊ะมีแก้วชาใบเล็กน่ารักวางเรียงกันไว้เข้ากับกาน้ำชาสไตล์อังกฤษที่มีลายดอกกุหลาบสายพันธ์เดียวกับดอกกุหลาบในสวนถูกสลักไว้บนตัวแก้ว  ขนมหวานหลากหลายชนิดถูกวางเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยที่ขนมแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป จนแค่มองก็ทำให้ผู้มาเยือนหิวขึ้นมาในทันที

 

            ชายหนุ่มปราดมองโต๊ะน้ำชาพลางเช็คความเรียบร้อยในใจ  ร่างสูงเอียงคอมองบนโต๊ะน้ำชาสุดอลังการที่หาที่เปรียบไม่ได้แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปอยู่ดี! มือเรียวยาวของชายหนุ่มเอื้อมไปเด็ดดอกกุหลาบ Evelyn สีสวยมาหลายช่อก่อนจะปักมันลงบนแจกันทรงยุโรปก่อนจะฉีกยิ้มอย่างพอใจ


 




 

            เอาล่ะ! โต๊ะน้ำชาเรียบร้อยแล้ว ขาดแต่ผู้เล่นเท่านั้น อีกไม่นานพวกเขาก็คงจะมากันแล้วล่ะ

 

            Alaxia เหม่อมองภาพโต๊ะน้ำชาสุดอลังการงานสร้างที่ 'เขาคนนั้น' จัดเตรียมขึ้นมาเป็นฉากแรกของเกมอย่างใจลอย ชายหนุ่มขยับเนคไทให้หลวมขึ้นพร้อมแกะกระดุม 2 เม็ดด้านบนออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนดูน่าหลงใหลจนแทบละสายตาไม่ได้ มือเรียวยาวปาดหยาดเหงื่อที่ไหลลงมาอาบไปหน้าหล่อเหลาก่อนจะคิดอย่างกังวลใจ

 

            Caucus Race กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! เกมมรณะนั้น ใจจริงเขาไม่อยากมายุ่งกับเกมงี่เง่านี่เลย หากแต่เพราะเขา 'จำเป็น' ต้องทำมันจริงๆถึงได้ทนมาอยู่ตรงนี้  ถ้าเป็นไปได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเขาจะไม่ยอมให้ใครตายเด็ดขาด...

 

            ต่อให้คิดในแง่บอกแค่ไหน ใจของชายหนุ่มก็แอบหวั่นกลัวไม่ได้ เขารู้ว่าเกมนี้มันน่ากลัวแค่ไหน แต่ที่เขากลัวมากกว่าคือ 'เขาคนนั้น' จะทำให้เกมนี้น่ากลัวไปมากอีกเท่าไหร่กันแน่?!

 

            ความคิดของชายหนุ่มถูกหยุดลงชั่วขณะเมื่อเสียงฝีเท้าของบุคคลปริศนาก้าวเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมหวานเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีขาวนุ่มเหลือบมองดอกกุหลาบสีหวานพลางยกนิ้วขึ้นสัมผัสมันอยากทะนุถนอมโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า Alaxia กำลังมองเขาอยู่  ดวงตาสีฟ้าสดใสเหม่อมองดอกกุหลาบอย่างเผลอตัวก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าเขาถูกจ้องอยู่นานแล้ว เจ้าตัวจึงรีบสาวเท้าผ่านชายหนุ่มไปทันที

 

            ใบหน้าที่เคยโชกเลือดสีแดงสดถูกล้างออกหมดจนเผยให้เห็นผิวสีขาวเนียนซีดที่เข้ากับเส้นผมสีขาวนุ่มนิ่มได้อย่างกลมกลืน ตัดกับดวงฟ้าสีฟ้าสดใสที่เปล่งประกายราวกับเพชรที่ถูกเจียรนัยอย่างประณีตไหนจะบวกกับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนตุ๊กตาแก้วที่บอบบางน่าทะนุถนอมมากกว่าเดิมเสียอีก

 

            ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าใจตัวเองกระตุบวูบรุนแรงกว่าครั้งแรกที่เขาเจอกับเด็กหนุ่มบนเครื่องบินนั้น ดวงตาสีม่วงจ้องร่างบางอย่างไม่วางตา เขาไม่รู้ตัวจริงๆว่าเขามองเด็กหนุ่มมานานแค่ไหนแล้ว และไม่รู้ตัวเลยว่าเขาไม่สามารถละสายตาจากร่างตรงหน้าได้เลย

 

            เด็กหนุ่มร่างบางไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่หยุดมองโต๊ะน้ำชาที่เต็มไปด้วยขนมหวานและแก้วน้ำชามากมาย กลิ่นหอมหวานละมุนของชาเอิร์ล เกรย์ลอยอบอวลไปทั่วสวนที่เงียบสงัด จน Alaxia เป็นฝ่ายเปิดปากทำลายความเงียบนั้นลง

 

            “ อ่า คือ นายหิวมั้ย? ของพวกนี้ถูกจักเตรียมไว้ให้พวกนายนั้นแหละ ” ชายหนุ่มผายมือไปบนโต๊ะอย่างเชิญชวนเพราะเขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มต้องกำลังหิวอยู่แน่ เพราะกว่าเขาจะพาผู้เล่นทุกคนมาครบมันก็ผ่านไปตั้งราวชั่วโมงแล้วนี่น่า ไม่หิวสิแปลก! เด็กหนุ่มที่เงียบมานานสบตากับร่างสูงก่อนจะเอ่ยเสียงหวานออกมาด้วยใบหน้านิ่งเงียบ

 

            “ ผมจะรู้ได้ยังไงว่ามันกินได้ ” ดวงตาสีฟ้าปราดมองแก้วน้ำชาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจก่อนจะหันกลับไปสบตาร่างสูงอีกครั้ง ราวกับกำลังรอคำตอบอยู่

 

            “ มันกินได้แน่นอนสิ! หรือนายไม่เชื่อ? ” พูดจบชายหนุ่มก่อนเอื้อมไปหยิบแก้วชาใบเล็กขึ้นมาจิบเชิงรับประกันความปลอดภัยของทุกสิ่งบนโต๊ะ แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่หยุดสงสัยได้แต่มองดวงสายตาเคลือบแคลงใจไม่หยุด

 

            “ ผมจะรู้ได้ไงว่ามันไม่มียาพิษ? ”

 

            “ ฉันอ่านประวัตินายมานะ นายถูกลอบวางยาพิษบ่อยๆล่ะสิ ” ชายแอบเหลือบมองร่างบางเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

 

            “ แต่ ทุกอย่างบนโต๊ะนี้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อพวกนายทุกคน และแน่นอน มันกินได้ ” Alaxia คว้าหยิบคัพเค้กอันเล็กน่ารักที่ถูกประดับตกแต่งด้วยน้ำตาลไอซิ่งที่สีสวยมากัดเพื่อยืนยันความปลอดภัยอีกครั้ง ชายหนุ่มยื่นคัพเค้กให้คนตรงหน้าเขา แต่เด็กหนุ่มกลับได้แต่มองกลับมา และอาจเพราะความหิวจัดทำให้เขามองคัพเค้กนั้นไม่วางตา

 

            “ อ่า นั้นสิเนอะ นายคงไม่กัดต่อฉันหรอก อ๊ะ! อันใหม่ ” ไม่ทันที่มือเรียวยาวจะคว้าคัพเค้กอีกชิ้นมาให้ร่างบาง เด็กหนุ่มตรงก็ก้มกัดคัพเค้กคำเล็กเข้าไปก่อนจะเผลอหลุดปากดวงใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย

 

            “ อร่อย ” ชายหนุ่มแทบอดใจไม่ไหวกับคนตรงหน้า นี่เขาจะตายเพราะความน่ารักของหมอนี่มั้ยเนี่ย!! Alaxia ลอบมองดวงตาละห้อยของไอริสก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

            “ เอ่อ คือ นายกัดต่อแบบนั้นไม่รังเกียจอะไรเลยรึไง ” ชายหนุ่มได้ยิ้มแห้งๆเพื่อรอคำตอบของร่างบาง แต่เพราะคำตอบนั้นทำให้เขาแทบะทรุดล้มเพราะความน่ารักเกินบรรยายอีกครั้ง

 

            “ ไม่รังเกียจหรอก ”

 

            “ อ่ะ....เหรอ นายคงหิวมากสินะ ” Alaxia จำใจยกคัพเค้กก้อนนั้นให้ไอริสไปก่อนจะมองเด็กหนุ่มค่อยกัดมันทีละคำจนหมด ท่าทางจะหิวจริงๆจนร่างบางไม่รู้ตัวเลยว่ามีครีมเลอะตรงมุมปาดเรียวบางนั้น

 

            “ เฮ้! มันเปื้อนน่ะ กินไม่ระวังเลยนะ ” มือเรียวยาวของชายหนุ่มเอื้อมไปปราดเศษครีมที่เลอะมุมปากนุ่มนิ่มของร่างบางก่อนจะเลียครีมบนปลายนิ้วนั้นทันที

 

            ไอริสชะงักกับการกระทำของอีกฝ่ายจนแทบทำอะไรไม่ถูก เด็กรู้สึกถึงความร้อนละอุไปทั่วใบหน้าของเขา หัวใจรู้สึกสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก นี่เขาเป็นอะไรไปเนี่ย!

 

            “ นายไม่สบายรึเปล่า? หน้าแดงๆนะ ป่วยตรงไหนมั้ย? ” Alaxia รู้สึกถึงความผิดปกติของเด็กหนุ่มจึงรีบคว้าร่างบางเข้ามาพร้อมยกมือขึ้นวางบนหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างเป็นห่วง โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันมีผลต่อเด็กหนุ่มตรงหน้าขนาดไหน

 

            “ นี่ ไอริส นายได้ยินฉันมั้ย? ” ชายหนุ่มพยายามเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้เสียงตอบรับกลับมา มันทำให้เขารีบเลื่อนมือมาประคองใบหน้าของเด็กหนุ่มไว้ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา

 

            “ นายได้ยินฉันมั้ย ไอริส ” เสียงของชายหนุ่มดังวนเวียนในหัวของไอริสราวกับเป็นเสียงหลอนที่แล่นไปมาในสมองของเด็กหนุ่มไม่รู้จบ เจ้าของผมสีขาวนวลสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดก่อนจะรีบตอบเสียงสั่น

 

            “ ไม่เป็นไร ”

 

            “ อ่า ดีจัง ถ้าผู้เล่นเป็นอะไรไปก่อนเริ่มเกมต้องวุ่นๆแน่ ” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะพูดต่อ

 

            “ ฉันเป็นห่วงนายนะ ถ้านายไม่สบายรีบบอกฉันเลยนะ ” เสียงของ Alaxia เอ่ยอย่างกังวล และมันยิ่งทำให้เด็กหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า

 

            “ ผม... ” เสียงหวานของร่างบางถูกหยุดลงทันทีเมื่อเสียงปริศนาแทรกขึ้นจนทำให้ทั้งสองต้องหันขวับไปมองอีกร่างที่ยืนมองพวกเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พร้อมกัน

 

            “ ไง! นี่ผมมาขัดจังหวะอะไรรึเปล่า ? ” แอตลาสกรีดยิ้มหวานบนใบหน้าก่อนจะหลุดหัวเราะนิดๆกับคนตรงหน้าทั้งสองที่อยู่ในสภาพใบหน้าห่างกันเพียงไม่ถึงเซ็นต์ ชายหนุ่มเสยผมสีดำสนิทของตัวเองก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

            “ พวกนายกำลังสวีตกัน? ”

 

            “ เปล่า/ไม่ใช่! ” ทั้งรีบท้วงขึ้น แต่แล้วก็ต้องหันหน้าไปคนละทางเพื่อหลบสายตาของอีกฝ่าย ไอริสแกะมือที่รั้งใบหน้าของตัวเองออกก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวกลางๆ แล้วจึงยกแก้วชาใบเล็กขึ้นดื่มพร้อมเหม่อมองไปทางอื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            “ นี่ผมทำให้พวกคุณทะเลาะกันรึเปล่าเนี่ยเอ่อ คือ เอาจริงๆ คิดว่าผมเป็นแค่วอลเปเปอร์ก็ได้นะ เชิญสวีตกันต่อๆ ผมนั่งจิบชาเงียบๆก็ได้นะครับ ” แอตลาสพูดพร้อมรอยยิ้มแต่กลับถูก Alaxia ที่เดินเข้ามาใกล้ๆ พลางตบบ่าของเขาเบาๆ

 

            “ มันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดหรอกนะ =_= ” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แม้ในใจเขาจะแอบเสียดายนิดๆก็ตามที

 

            “ อ้าว ผมคิดว่าพวกคุณทั้งสองคนเป็นแฟนกัน... ” แอตลาสยังไม่หยุดยิ้ม ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอกแต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ไอริสที่นั่งดื่มชาอยู่ก็สำลักน้ำชาออกมา

 

            “ แค่กๆ นี่คุณจะบ้าเหรอ ” ไอริสปาดหยดน้ำชาที่มุมปากก่อนพลางท้วงแอตลาสด้วยเสียงสั่นๆ พร้อมใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมา

 

            “ เห แต่พวกคุณดูเหมาะกันออก ” ชายหนุ่มผมสีดำลอบหัวเราะพร้อมเดินลงมานั่งบนเก้าอี้ข้างๆ
ไอริส แล้วเอ่ยต่อ

 

            “ ไม่ได้คบกันหรอกเหรอครับ เจ้าหญิงไอริส ”

 

            “ มะ ไม่ได้คบกันซักหน่อย คุณจะบ้าเหรอ ” เด็กหนุ่มตะหวาดขึ้นพร้อมรีบชักปืนซิก ซาวเออร์คู่ใจออกมาอย่างเคยชินแต่มันกับหายไป! ดวงตาสีฟ้าเบิกกว่างอย่างตกใจมีเพียงเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ของคนข้างๆที่ทำให้เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง

 

            “ แหมๆ ลูกชายคนเดียวของบริษัทผลิตอาวุธรายใหญ่ของรัสเซีย นี่คงพกอาวุธไว้จนชินเลยสินะ ซิก ซาวเออร์เหรอ ของดีจริงๆ” แอตลาสปราดมองเด็กหนุ่มพลางควงปืนสีเงินอย่างคล่องแคล่วก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงนิ่ง

 

            “แต่เสียดาย ขาดความรอบคอบไปนิดนะ เด็กน้อย ”

 

            “ เอาคืนมา ” ไอริสคว้าเข้าที่แขนของอีกฝ่ายก่อนจับกดที่ข้อพับแล้วบีบเข้าอย่างแรงโดยไม่คิด

 

            “ อ๊ะๆ เจ็บจังเลย แบบนี้ต้องรีบคืนแล้วสิ ” คนตรงหน้ายังไม่วายหยอกล้อร่างบางต่อ มือเรียวยาวของแอตลาสหมุนบิดข้อมือของไอริสจนร่างบางรู้สึกถึงกระดูดข้อแขนที่เลื่อนกึกทำให้รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อแขนทันที ชายหนุ่มเจ้าของผมสีดำสนิทกรีดยิ้มอย่างพอใจก่อนจะโยนปืนซิก ซาวเออร์ทิ้งไปในพุ่มกุหลาบ Evelynด้านหลังตัวเขา

 

            แอตลาสกวาดมองไปหน้าแค้นเคืองของไอริสพร้อมสะบัดมือเรียวเล็กนั้นทิ้งอย่างรุนแรง ร่างบางจับข้อมือที่เต็มไปด้วยรอยช้ำของตัวเองก่อนจะมองแอตลาสด้วยสายตาวาวโรจน์

 

            “ แก... ” ไอริสเอ่ยเสียงนิ่ง ร่างบางอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายคามือซะจริงๆ ทำแบบนี้มันทำกับหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ ยิ่งกับลูกชายคนเดียวของตระกูลเฮลิเลียที่ถูกเลี้ยงมาแบบสังคมมาเฟียอย่างเขาแล้ว นับว่าเหตุการณ์แบบนี้มันยอมไม่ได้จริงๆ เด็กได้แต่คิดอย่างแค้นเคือง ผิดกับแอตลาสที่นั่งจิบชาพร้อมรอยยิ้มต่อ เขารู้ดีว่าร่างเล็กกำลังโกรธจนแทบระเบิด แต่แบบนั้นยิ่งดี ยิ่งเกลียดเขายิ่งดี เพราะหากเกมเริ่มเมื่อไหร่ ความแค้นนี่แหละคือความสนุกและความพินาศในเกมไงล่ะ!

 

            อย่าได้แค้นกันเลย เจ้าหญิงองค์น้อย ที่เขาทำไปเพราะต้องการชัยชนะเท่านั้นเอง...

 

            “ หยุดเถอะน่า!!! ” เสียงของ Alaxia ขัดขึ้นเสียงดังก่อนที่เจ้าตัวจะมองทั้งสองคนด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย

 

            “ พวกนายจะตีกันก่อนไปเพื่ออะไร” ไอริสเงยหน้ามอง Alaxia ก่อนจะลอบถอนหายใจแล้วจิบชาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ไม่รู้เพราะอะไร เพียงชายหนุ่มพูดขึ้นมามันก็ทำให้เขาโล่งใจมากๆเลยทีเดียว

 

            “ เฮ้อ นายนี่ก็จริงๆเลยนะ แอตลาส ” ร่างสูงมองคนโดนเรียกเชิงตำหนิ แต่ก็ได้กลับมาเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

 

            ชายหนุ่มถอนหายใจกับตัวเองพลางเอ่ยพึมพำ “ ผู้เล่นคนอื่นมันไปตายไหนกันหมดเนี่ย =_= ”

 

            “ อ่า ถ้าผู้เล่นล่ะก็ อยู่หลังคุณอีกคนนั้นไง อเล็กซี่ ” แอตลาสว่าพร้อมชี้ไปที่ Alaxia ทำให้ร่างสูงหันขวับไปมองด้านหลังตัวเองก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อด้านหลังของเขามีเด็กชายในชุดผ้าคลุมสีแดงสดมายืนนิ่งเงียบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

            “ อาคาซึกิ!!! ” Alaxia ตะโกนขึ้นอย่างเผลอตัว ดวงตาสีแดงสดของเด็กหนุ่มลอบมองร่างสูงจากใต้ผ้าคลุมนิดๆ ขาเรียวเล็กก้าวไปยังเก้าอี้ข้างๆไอริสพร้อมนั่งลงโดยไม่ปริปากเอ่ยอะไรออกมาเลย

ทุกคนมองหน้ากัน และก็ได้แต่เงียบ ปล่อยให้พลังงานเด็กน้อยในผ้าคลุมสีแดงสดเอื้อมไปหยิบแก้วชามาจ้องด้วยสายตาละห้อย

 

            อ่า....ใช่คนรึเปล่านะ หรือจะเป็นพลังงานบางอย่าง ทั้งสามแอบคิดในใจไม่ได้

 

            ดวงตาสีม่วงของ Alaxia เหลือบมองไปที่สุ่มประตูที่มีเถาวัลย์สีเขียวพันอยู่เมื่อรู้สึกไปถึงร่างที่ก้าวเข้ามาอีกคน เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์อมชมพูก้าวเข้ามาภายในสวนพร้อมเอ่ยทักเสียงสดใส

 

            “ ดีครับ ^^ ” โฮโนกะฉีกยิ้มหวาน แต่เมื่อไม่ได้เสียงตอบรับกลับมาเด็กหนุ่มก็เพียงหมุนตัวเล่นไปรอบๆ เสื้อนักเรียนโชกเลือกตัวก่อนถูกเปลี่ยนแล้ว แผลตามตัวก็ไม่เจ็บเท่าไหร่ ตอนนี้เขาดูสบายดีทุกอย่าง ถึงแม้ในใจจะแอบเป็นห่วงน้องชายของตนที่แอบมองอยู่หลังพุ่มไม้นั้นก็ตามที

 

            “ โฮโนกะ นั่งสิ ” เด็กหนุ่มรีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆแอตลาสอย่างว่าง่ายเมื่อAlaxia พูดขึ้น และไม่นานนักผู้มาเยือนอีกคนก็ก้าวเข้ามาต่อๆกัน

 

            คราวเงยหน้ามองทุกคนในสวนก่อนจะไล่มองหน้าผู้เล่นคนอื่นทีละคนแล้วจึงหันไปมองหน้า Alaxia เป็นคนสุดท้ายแล้วเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวซ้ายสุดอย่างรู้หน้าที่

 

            ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินก้มมองนาฬิกาข้อมือของตน นี่มันก่อนผ่านมานานแล้วนะ ผู้เล่นทุกคนควรจะมาครบได้แล้วสิ แล้วหายไปไหนอีก 2 คนกันล่ะ! Alaxia ได้แต่ครุ่นคิดอย่างสงสัย แต่ไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังขึ้นจนทุกคนต้องให้ไปมองร่างผู้มาเยือนสองคนสุดท้ายพร้อมกัน

 

            “ ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเล่นหัวน่ะ! ” เสียงตะโกนของกีตาร์ดังขึ้นเมื่อร่างบางก้าวเข้ามาในสวน มือของเขาตีใส่ร่างข้างๆอย่างรุนแรงดัง เพียะ!

 

            “ เห~~ ก็นายตัว เตี้ย! น่าแกล้งเล่นดีออกนี่น่า ” ร่างที่ถูกตียังไม่ยอมหยุดล้อ เขาขยี้ผมสีบลอนด์จนฟูฟ่องพร้อมวิ่งหนีร่างบางทีตะโกนเสียงดังลั่นตามหลังมา

 

            “ เรเวน แก!!!!! ” กีตาร์ รีบวิ่งตามเรเวนไปที่มุมโต๊ะ ทั้งสองวิ่งผ่านผู้เล่นคนอื่นจนวนรอบโต๊ะได้ 3-4 รอบก่อนจะหมดแรงล้มลงบนเก้าอี้ 2 ตัวขวาสุดไป ผู้เล่นคนอื่นรวมถึง Alaxia ได้แต่มองด้วยสายตานิ่ง

 

            เราไม่ควรเข้าไปยุ่งสินะ...

 

            บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบโดยที่แต่ล่ะคนได้แต่จดจ่ออยู่กับแก้วชาของตัวเอง Alaxia กวาดมองผู้เล่นแต่คนที่มากันครบ คราวที่นั่งกอดอกมองหน้าเขานิ่งๆ โฮโนกะที่กำลังตักเค้กช็อกโกแลตเข้าปาก แอตลาสที่นั่งจิบชาเงียบๆ ไอริสที่ลอบมองเขาเป็นพักๆ อาคาซึกิที่...นั่งมองแก้วชา และเรเวนกับกีตาร์ที่แหย่กันเล่นโดยไม่สนใจใคร

 

            นี่เขาต้องดูแลไอ้พวกนี้ไปอีกนานเหรอเนี่ย!!!!! Alaxia ร้องลั่นในใจ พระเจ้า.... กำลังเล่นสนุกกับเขาสินะ แต่เอาเถอะ ยังไงเขาก็ต้องทำนี่น่า งั้นรีบเริ่มเกมเลยดีกว่า อย่าได้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย

 

            “ เอาล่ะ ในเมื่อมาครบกันแล้ว เรามาเริ่มเกมกันเลยเถอะ ตั้งแต่วินาทีนี้ไปจะถือว่าพวกนายได้เข้าสู่เกมนี้แล้วอย่าคิดที่จะหนีเชียวล่ะ อยากรอดก็รีบชนะ กติกาง่ายๆแบบนี้เข้าใจกันดีมั้ยล่ะเพลย์เยอร์ทั้งหลาย”

 Game    Start




 

      ทุกคนลอบมองศิลปะหนวดอาบังสุดอาร์ตบนใบหน้าของกีตาร์แล้วอดคิดอนาถจิตแทนเด็กน้อยไม่ได้ นี่เขาไม่รู้ตัวจริงๆเหรอ... ทุกคนคิดพร้อมกันแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดออกไป

 










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

41 ความคิดเห็น