คัดลอกลิงก์เเล้ว

FIC-YAOI 18+( TadashixHiro ) Shades of sakura memory

โดย Luciidear

ถ้าหากความรักระหว่างพี่น้องเป็นสิ่งที่ผิด แล้วจะเป็นอะไรมั้ยถ้าพวกเราขอทำลายกฎต้องห้ามนั้นทิ้งซะ!!!

ยอดวิวรวม

2,577

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


2,577

ความคิดเห็น


32

คนติดตาม


61
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ก.พ. 58 / 20:24 น.
นิยาย FIC-YAOI 18+( TadashixHiro ) Shades of sakura memory FIC-YAOI 18+( TadashixHiro ) Shades of sakura memory | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


TADASHI x HIRO

 

 

















ฟิคนี้เกิดจากการอวยคู่นี้โดยเฉพาะล้วนๆ หวังว่าทุกคนจะชอบในความรักของพี่น้องฮามาดะนะ

 

ไม่ว่าพี่ทาดาชิจะได้ไปแล้ว แต่เขาจะยังอยู่ในหัวใจของไรเตอร์นะตลอดไปล่ะ FC TADASHI-NIICHAN ( T w  T )

 

ทุกคนอ่านแล้วก็อย่าลืมเม้นกันด้วยนะครัชๆ ขอเชิญสนุก(?)ปนเศร้ากับความรักต้องห้ามของพี่น้องเลยจ้าาาา




(เรทวาร์ปนะตัวเธอว์ = = ) 



ใครลิงค์ไปวาร์ปเรทใน Exteen ไม่ได้ บอกเราได้นะ เดี๋ยวเราส่งลิงค์ให้ ไม่ก็ทิ้งเมลล์ไว้ก็ได้จ้า
#อยากให้ทุกคนได้อ่านจริงๆ ไม่อ่านเสียดายแย่เลยน้าาา >___<

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ก.พ. 58 / 20:24


 


“ เมื่อคนเรามีความรัก ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของความโลภ ”

 


ความโลภที่สร้างความปรารถนาอันแรงกล้าทำให้เราโหยหาความรักไม่จบสิ้น

 


เมื่อความโลภครอบงำ มันทำให้เราลุ่มหลง เปรมปรีดิ์ และสุขสันต์

 

 

แต่หากเมื่อใดถึงเวลาที่เราต้องเสียมันไป.....

 

 

มันไม่ต่างอะไรจากตายทั้งเป็น ความทรมานที่ราวกับร่างกายแสนเปราะบางถูกฉีกขาดเป็น 2 ท่อน หรือหากเหมือนถูกทำลายจิตวิญญาณจนดับสิ้น

 

 

ถ้าต้องทรมานขนาดนี้ ผมขอไม่มีความรู้สึกรักใครอีกต่อไปยังจะดีซะกว่า....

 

 

ใช่มั้ย!!? พี่ทาดาชิ.... ทำไมผมต้องรักพี่ขนาดนี้ด้วยนะ?

 

ทำไมกันนะ......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บานสะพรั่ง....

 

 

ท่ามกลางกรุงซานฟรานโซเกียวอันแสนยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงตระหง่านงามตาพร้อมทัศนียภาพของภูเขาฟูจิลูกใหญ่ยักษ์อันเป็นสัญลักษณ์ของแดนแห่งนี้ เมืองที่แสนครึกครื้นของผู้คนมากมาย รางรถไฟฟ้าที่ลาดยาวสุดลูกหูลูกตา ชีวิตนับหลายล้านในเมืองแห่งสีสัน ใต้ร่มซากุระสีชมพูนวลนุ่มพริ้วไสวไปตามสายลมราวกับเสียงเพลงขับกล่อมของทวยเทพ

 

 

มันก็คงดูสุดยอดอย่างที่ว่าถ้าไม่ติดตรงที่ผมต้องมานั่งถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายอยู่ตรงป้ายรถเมล์ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับโซเกียวทาวเวอร์แสนสูงสง่าใจกลางเมืองนี้น่ะนะ

 

 

ถามว่าทำไมถึงมานั่งถอนหายใจอยู่กลางเมืองนี่น่ะเหรอ?

 

 

นั้นน่ะก็เพราะ......

 

 

ฮิโระ~~~~”  

 

 

มานั่งรอพี่ชายตัวแสบยังไงล่ะ!!!!! เสียงทุ้มเข้มของใครบางคนกระชากผมออกมาจากความคิดโดยหมดสิ้น  นัยน์ตาสีดำสนิทของผมพลันหันขวับไปจับจ้องเจ้าของร่างสูงก่อนที่จะรีบขมวดคิ้วเป็นปมยิ่งกว่าเก่า มือที่รู้งานรีบชี้ใส่คนตรงหน้าพร้อมเริ่มเหวี่ยงลั่น

 

 

 

ไอ้พี่บ้า!!! นี่ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ ” เล่นนัดตั้งแต่ 10 โมงเช้า แต่นี่อะไร บอกขอแวะไปมหาลัยแปปเดียว ตอนนี้มันปาไปบ่าย2 แล้วนะ!!!

 

 

โว้ย!!! ผมจะบ้าตาย!!!!

 

 

 

“ พี่ขอโทษ คือ.... พี่ต้องไปช่วยงานเพื่อนนิดหน่อยน่ะ ” ร่างสูงยิ้มหวานยวนใจก่อนที่มือเรียวยาวจะเลื่อนไปดึงหมวกแก๊ปใบโปรดออกจากหัวตนมาสวมให้ผมแทน

 

 

 

อย่าโกรธพี่นะ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงไทยากินะๆๆ ” พี่ชายขี้อ้อนรีบยื่นหน้าเขามาใกล้ราวกับกำลังออดอ้อนเหมือนเด็กน้อย

 

 

 

เล่นทำหน้าแบบนั้น…..

 

 

 

“ อ่ะๆๆๆ ก็ได้ ผมยอม!! ” ผมแสร้งหันหน้าไปทางอื่นแทนพลางรีบตัดบท พอเห็นแบบนั้นเจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกับผมก็ถอยกลับไปยื่นท่าเดิมแล้วก็ยิ้มแป้นอีกครา

 

 

เย้ๆ   ฮิโระของพี่น่ารักที่สุดเลย ไปกันเถอะ ขืนกลับบ้านสายป้าเคสจะกักบริเวณเราอีกแน่

อีกฝ่ายพูดจบผมก็ได้แค่พยักหน้าหงึกๆเป็นการตอบรับแล้วรีบเดินไปที่รถมอเตอร์ไซด์ของพี่อย่างรู้หน้าที่

 

 

 

 ยานพาหนะสีแดงคู่ใจแล่นทะยานออกจากใจกลางเมืองไปอย่างรวดเร็ว สายลมอ่อนๆพัดฝ่าร่างของเราสองคนไปอย่างนุ่มนวล ผมเลื่อนมือไปกระชับหมวกแก๊ปที่สวมบนหัวตนให้แน่นขึ้นพลางเหม่อมองทิวทัศน์ข้างกาย ต้นซากุระที่ถูกปลูกรายล้อมบนฟุตบาทสูงตระหง่านและพลิบานออกดอกสีสวยเต็มต้น กลีบของมันถูกสายลมอุ่นๆพัดปลิวว่อนไปรอบเมืองจนต้องเผลอมองอย่างอดไม่ได้

 


 ผมโอบเอวพี่ทาดาชิแน่นกว่าเก่า จากนั้นจึงค่อยๆซบหน้าลงกลางแผ่นหลังที่แสนอบอุ่นอย่างเช่นเคย อาจเพราะสายลมที่อุ่นสบาย หรือหากเพราะกลีบซากุระที่ร่วงลงมาราวกับอยู่ในความฝันทำให้ผมอยากติดอยู่ในห้วงเวลานี้ตลอดกาลเหลือเกิน

 

 

 

พี่…..” ผมเอ่ยเสียงเบา แต่เสียงลมกลบก็เสียงของผมไปแทบหมดจนพี่ทาดาชิต้องไม่ได้ยินแน่ๆ แต่ก็เอาเถอะ....  ลองเล่นอะไรดูหน่อยดีกว่านะ

 

 

 

ผมตัดใจลองแกล้งเอ่ยถ้อยคำที่ผลุบคิดขึ้นมาออกไปราวกับกำลังละเมอ แต่มันก็คงเบามากๆซึ่งผมไม่ได้หวังอะไรตอนที่พูดออกไปหรอก

 

 

 

“ ผมรักพี่นะ ”

 

 

 เสียงสายลมก้องๆทำให้เสียงของผมอู้อี้ไปหมด แต่หัวใจกลับเบาหวิวเหมือนเป็นเพียงขนนกอันแสนเบาบาง

 

 

 

ความรู้สึกแสนหอมหวานถูกพัดไปตามสายลมโดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเจ้าของแผ่นหลังตรงหน้าจะแอบเอื้อมมือลงมากระชับแขนเล็กๆของผมแน่นขึ้น

 

 

 

“ พี่ก็รักนาย ”

 

 

ฝ่ามือที่แสนอบอุ่นและถ้อยคำแสนอ่อนโยนดังก้องตราตรึงในหัวใจของผม

 

 

 

ไม่ดีเลย......

 

 

แบบนี้ไม่ดีเลย..... ทำไมพวกเราถึงต้องเกิดมาเป็นพี่น้องกันด้วยนะ

 

 

 

ทำไมพวกเราต้องรักกันมากขนาดนี้ด้วยนะ......

 

 

ผมได้แต่หลับตาลงและทบทวนถ้อยคำเหล่านั้นกลับไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า........

 

 

 

 


 

 

นี่พวกหลานแอบไปฝึกคาราเต้กันมาอีกแล้วใช่มั้ย!!! ป้าบอกแล้วไงว่าฝึกน่ะฝึกได้ แต่เล่นกลับมาซะดึกแบบนี้ได้ยังไง หา!!! ” เป็นไปตามคาด เมื่อพวกเรากลับมาถึงบ้านป้าเคสก็วีนแตก

 

 

เธอด่าพวกเราต่อไม่นานก็รีบชี้ไปที่นาฬิกาแขวนซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเชิงให้พวกเรารู้จักดูเวลาซะบ้าง ดวงตาสีเขียวแกมน้ำตาลเข้มกลมโตกลอกตาอย่างเซ็งๆเหมือนพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเวลา ป้าเคสเลื่อนมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของตนให้ฟูยุ่งกว่าเก่าแล้วจึงหันมาด่าพวกเราอย่างเหนื่อยหน่ายใจ

 

 

 

 

พวกหลานนี่นะ ครั้งที่แล้วก็แอบไปแข่งบอทอะไรนั้น วันนี้ยังจะไปฝึกคาราเต้จนไม่ดูเวลาอีกเนี่ย ไปๆ!!! รีบไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวเลยนะ ” หญิงสาววัยกลางคนโบกไม้โบกมือไล่ผมและพี่ทาดาชิให้เร่งเดินเข้าไปภายในร้าน Lucky cat café หรือเรียกง่ายๆ บ้านของพวกเราเองนั้นแหละครับ

 

 


 ภายในร้านคาเฟ่นี้ถูกแต่งแต้มไปเฟอร์นิเจอร์ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องเรือนแบบโมเดิร์นและของตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณสีสบายตา เก้าอี้และโต๊ะเล็กๆสีส้มอ่อน ตุ๊กตาแมวกวัก และเคาน์เตอร์บาร์ที่เต็มไปด้วยขนมมากมายหลากหลายชนิด ที่สำคัญที่นี่เต็มไปด้วยบทกวีมากมาย ป้าแกชอบพวกบทกวีมากครับ เธอคอยเฝ้าสอนผมกับพี่ทาดาชิเกี่ยวกับกลอนพวกนี้ตลอด แม้ว่าผมจะไม่ค่อยสนใจก็เถอะ 

 

 

 

 

อีกอย่างพวกคุณอาจไม่รู้ก็ได้ว่างานอดิเรกของผมกับพี่ทาดาชิคือการฝึกคาราเต้ด้วยกัน พวกเราชอบเล่นคาราเต้มาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ทุกอาทิตย์ที่พี่ว่าง เขาจะพาผมไปฝึกเสมอ แต่ทำไมไม่รู้ ทุกๆครั้งที่ไปฝึกด้วยกัน พี่ทาดาชิจะเก่งขึ้นตลอด มีแต่ผมนี่สิที่ตามพี่เขาไม่ทันซะที

 

 

 

 

พูดไปแล้วก็เหนื่อยใจ ผมรีบหันไปมองพี่ชายที่นอนแผ่กายบนเตียงของผมอย่างสบายใจเฉิบแบบเซ็งๆ เจ้าตัวเองก็เหลือบมามองผมแล้วยิ้มหวานละลายใจ

 

 

 

ไม่รู้สึกผิดเลยสินะ ไอ้พี่บ้า!!!

 

 

 

“ งั้นผมขออาบก่อนนะ ” ผมตัดบทสั้นๆแล้วหมุนตัวหนีไปทางประตู ในใจกะจะรีบไปแช่น้ำอุ่นให้หายเหนื่อย วันนี้คงเผลอซ้อมคาราเต้มากไปหน่อย ปวดตัวไปหมดแล้ว

 

 

 

 

ไวกว่าความคิด ไม่ทันที่ผมจะได้จับถึงลูกบิดประตูซะด้วยซ้ำ ท่อนแขนที่แข็งแกร่งของใครบางคนก็คว้าเอวเล็กๆของผมเอาไว้แน่น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคือคุณพี่ชายตัวแสบนั้นแหละ

 

 

 

 

พี่!! ผมจะอาบน้ำ ” ผมกลอกตาเซ็งๆใส่ประตูห้องพลางเอ่ยเสียงเบา แต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีจะยอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระเลยซักนิด  พี่ทาดาชิเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของผมก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงยวนใจ

 

 

 

เจ็บมั้ย? ” มือหนาที่แสนซุกซนเลื่อนสัมผัสรอยช้ำจางๆบนหัวไหล่ขาวเนียนของผม ได้ยินแบบนั้นผมก็มองตามฝ่ามือนั้นไปแล้วเอ่ยกลับ แผลนี่คงได้มาเพราะตอนซ้อมเมื่อกี้สินะ

 

 

 

“ นิดหน่อย ”

 

 

 

เหรอ  ขอโทษนะ ”

 

 

 

โห!!! พี่ คาราเต้นะ ก็มีแผลช้ำบ้างล่ะ ไม่ใช่ หมากรุกจะได้ไม่มีแผลน่ะ ”

 

 

 

นั้นสิเนอะ ฮ่ะๆๆๆๆ ” ถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่ท่อนแขนของเขาก็ยังรั้งเอวของผมไว้แน่น แน่นจนผมกระอักกระอ่วนแบบไปไม่ถูกขึ้นมาทันที

 

 

 

 ภายในห้องที่มีเพียงไฟสลัวจากโคมไฟบนหัวโต๊ะคอยให้แสงสว่างแก่เรา ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเห็นนัยน์ตาสีดำสนิทแสนอ่อนโยนนั้นอย่างชัดเจน ลมหายใจอุ่นๆที่เหนือใบหูและเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นสับ ท่อนแขนอุ่นๆรวมถึงร่างกายที่แนบชิด

 

 

 

“ พี่…. ผมจะอาบน้ำ ” ผมกลั้นใจพูดออกไปทันที ไม่อย่างนั้น ผมคงได้ทนไม่ไหวแน่ๆ....

 

 

“ ……. ” คนตัวสูงเองก็ได้เงียบไม่ยอมตอบ

 

 

ปล่อย......

 

“……...”

 

 

 

พี่!!! ปล่อยผมนะ!!! ” ผมพยายามสะบัดตัวออกจากพันธนาการนั้น แต่ร่างสูงก็ยังรั้งร่างกายผมเอาไว้ราวกับเป็นปีศาจจอมดื้อดึง

 

 

 

 “ ไม่.... ” คำตอบสั้นๆ แต่ทำไมมันกลับมีอิทธิพลกับหัวใจผมเหลือเกินนะ....

 

 

 

“ …… ”

 

 

 

“……..” คราวนี้เราเงียบกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครพูดอะไร เพียงปล่อยให้ความรู้สึกเงียบงันกลืนกินพวกเราให้จมสู่ความมืดมิด

 

 

 

แต่ผมก็ต้องสะดุ้งจากภวังค์เมื่อริมฝีปากบางสวยคู่นั้นเลื่อนมาสัมผัสที่รอยแผลช้ำตรงหัวไหล่ของผมอย่างนุ่มนวล นุ่มนวลเหมือนกำลังดูดกลืนขนมรสหวานชวนติดใจ.....

 

 

 

ราวกับไม่พอ..... พี่ชายตัวแสบไล่สัมผัสซอกคอของผมอย่างสนุกสนานจนผมเบิกตากว้าง มือที่รู้งานรีบดันตัวเขาออก แต่ก็ไร้เรี้ยวแรงใดๆ

 

 

 

ยิ่งปฎิเสธ...ยิ่งเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสของอีกฝ่ายเข้าไปใหญ่

 

 

 

 “ พี่..... ป้าเคส.....อยู่ชั้นล่างนะ ” ผมแทบพูดไม่เป็นคำ ทั้งๆที่สติถูกตัดขาดจนสมองว่างเปล่าแต่กลับรู้สึกถึงสัมผัสของฝ่ามืออุ่นที่กำลังโอบรัดเอวของผมเอาไว้อย่างชัดเจน

 

 

 

 

“ ใครสน ” ชายหนุ่มพูดตัดเสียงสั้นพลางดึงร่างผมให้หันกลับมาสบตากับเจ้าของใบหน้าหล่อทะเล้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลันเผยขึ้นบนใบหน้า ว่าแล้วก็เลื่อนมือขึ้นมาแตะริมฝีปากล่างของผมอย่างแผ่วเบาเหมือนกำลังหยอกเล่น

 

 

 

คนตัวสูงดึงผมเข้ามาแนบกายและสอดมือขึ้นรั้งท้ายทอยของผมอย่างรู้หน้าที่ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้เอะอะโวยวายใดๆ พี่ทาดาชิก็รีบชิงประกบริมฝีปากคู่สวยนั้นลงมากลบเสียงของผมเอาไว้ ทำให้ท่ามกลางความมือสนิทเหลือเพียงเสียงอู้อี้ของผมที่ดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ

 

 

 

อื้อ.... ” ผมพยายามส่งเสียงประท้วงในลำคอแต่ก็ไม่เป็นผล อีกฝ่ายยิ่งกระชับมือที่รั้งท้ายทอยผมให้เข้ามาใกล้มากขึ้น อีกมือก็เลื่อนลงไปสัมผัสแผ่นหลังของผม ลงไปที่เอว ขาอ่อน ลงไปเรื่อยๆจนผมลุกลี้ลุกลน ดิ้นเป็นลูกแมวไปเลย ความรู้สึกร้อนวาบแล่นไปทั้งร่าง ใบหน้าเริ่มกลายเป็นสีแดงระเรื่อจางๆ เสียงลมหายใจที่ติดขัดขัดกับริมฝีปากที่สัมผัสกันอย่างนุ่มนวลเหมือนห้วงเวลาถูกหยุดค้างเอาไว้ในความฝันที่ไร้จุดหมาย

 

 

 

พี่เขาบ้าไปแล้ว!!!!

 

 

 

ถึงมันจะเป็นเรื่องปกติที่เราแอบหยอกเล่นกันแบบนี้ แต่วันนี้มันแปลกกว่าวันอื่น....

 

 

 

แน่นอนว่า ความรู้สึกที่พวกเรามีต่อกันนั้นมันมากกว่าพี่น้องทั่วไป ตั้งแต่ผมเสียพ่อกับแม่ไป ก็มีแต่พี่ทาดาชิกับป้าเคสที่คอยอยู่เคียงข้างผม มันเลยกลายเป็นความรู้สึกผูกพัน

 

 

 

ผูกพันจนมากเกินไป.......

 

 

 

พวกเราไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้ป้าเคสรู้ ถ้าเธอรู้ เธอคงแทบบ้า... คงรับไม่ได้ที่หลานชายทั้งสองคนเป็นพวกวิปริตกินกันเองแบบนี้สินะ........

 

 

 

 

สัมผัสที่ริมฝีปากถี่รั่วขึ้นเรื่อยๆ รสจูบแสนหอมหวานชวนฝันทำเอาร่างกายผมอ่อนยวบยาบ คนตัวสูงสอดลิ้นอุ่นๆเข้ามาในโพรงปากของผมก่อนที่จะไล่ละเลียไปทั่ว สติของผมเลือนรางจนแทบไม่เห็นภาพตรงหน้า แต่สิ่งที่ยังคงเห็นชัดเจนคือใบหน้าหล่อเหลาที่แสนคุ้นเคยในระยะประชิด จูบของพวกเรายังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดนิ่ง ผมหลับตาลงอย่างยอมแพ้พลางสอดมือผ่านเส้นผมนุ่มสีดำสนิทแล้วเปิดรับสัมผัสนั้นอย่างเคลิบเคลิ้ม ปล่อยให้ความรู้สึกของพวกเราผสานกันไปเรื่อยๆจนแทบลืมหายใจ

 

 

 

 

แต่ยังไง ความจริงก็ยังอยู่ตรงหน้า........

 

 

 

 

“ เฮ้!!! ฮิโระ ทาดาชิ ลงมากินข้าวได้แล้วจ๊ะ ” เสียงของป้าเคสดังแทรกขึ้นมาจากชั้นล่างฉุดสติของผมให้กลับมาจากห้องแห่งความฝัน แต่นั้นก็ไม่ทำให้พวกเราหยุดจูบกันในทันที พี่ทาดาชิเลื่อนริมฝีปากออกห่างจากผมอย่างอ้อยอิ่งเหมือนไม่อยากหยุดลิ้มลองลูกกวาดรสหวานก็ว่าได้

 

 

 

 

 

พวกเราสบตากันเงียบๆอย่างรู้ความหมาย  ก่อนที่พี่ทาดาชิจะเป็นฝ่ายเดินออกจากห้องไปโดยทิ้งให้ผมติดอยู่ในความเงียบงันเพียงลำพัง ปล่อยให้ผมได้แต่สับสนกับความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามาในหัวจนแทบระเบิด

 

 

 

แต่ผมก็รู้ดีว่าไม่ว่ายังไง สุดท้าย “พี่น้อง” ไม่มีทางรักกันได้….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวัสดี ผมชื่อเบย์แม็กซ์ ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านสุขภาพของคุณ

 

 

และแล้วในวันหนึ่ง พี่ทาดาชิก็ได้พาผมมารู้จักกับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง ไม่สิ ต้องเรียกมันว่าหุ่นยนต์มากกว่า แม้ว่ารูปร่างและความนุ่มนิ่มนั้นมันจะไม่เหมือนหุ่นยนต์เลยซักนิดล่ะนะ

 

 

 

 

“ พี่อยากให้นายเห็นเบย์แม็กซ์เป็นคนแรก เขาต้องช่วยผู้คนได้อีกมากมาย ” พี่ทาดาชิหันมายิ้มหวานให้ผม หลังจากเจ้าสิ่งมีชีวิตสีขาวเหมือนมาร์ชเมลโล่กลับลงไปในกล่องสีแดงที่ๆมันออกมาได้สักครู่แล้ว

 

 

 

 

“ นี่ที่พี่มาแล็บนี้บ่อยๆเพราะแบบนี้เองเหรอ? ” ผมแสร้งถามพร้อมรอยยิ้ม ช่วงก่อนเห็นพี่แอบมาที่ห้องแล็บอิโตอิชิโอกะบ่อยๆ เพราะเวลานัดกับผมทีไร ก็แทบจะมาสายทุกครั้งจนเอือม

 

 

 

 

 

ที่นี่คือห้องแล็บส่วนตัวของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียวซึ่งพี่ชายของผมเรียนอยู่ เมื่อกี้พี่ทาดาชิพาผมไปรู้จักกับเพื่อนๆของเขามา ทุกคนดูเป็นคนดีกันมากๆ ที่สำคัญที่นี่น่าสนใจสุดๆไปเลย สำหรับเด็กที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับหุ่นยนต์อย่างผมได้ถูกความน่าตื่นเต้นของห้องแล็บแห่งนี้ดึงดูดเข้าไปแล้ว เมื่อกี้ผมพึ่งได้เจอกับศาสตราจารย์โรเบิร์ต คัลลาแฮน เขาชวนผมเข้าเรียนที่นี่ด้วย ในใจผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก นับว่าเป็นอารมณ์ตื่นเต้นแบบสุดขีดเลยก็ว่าได้

 

 

 

 

นานแล้วที่ผมไม่ได้เข้าเรียนร่วมกับคนอื่นแบบนี้ อาจเพราะความฉลาดของผมที่มากกว่าเด็กทั่วไป จนเข้ากับใครไม่ค่อยได้ ถึงต้องอยู่ที่บ้านและเรียนรู้เรื่องต่างๆด้วยตัวเองตลอดมาแบบนี้

 

 

 

“ ชอบมั้ย? ” พี่ชายลอบมองรอยยิ้มที่หลุดลอดขึ้นมาบนใบหน้าของผมแล้วเอ่ยถาม

 

 

 

“ ครับ ผมอยากเรียนที่นี่ ” ผมตอบอย่างไม่ปิดบัง

 

 

 

“ ถ้าเป็นนายต้องทำได้แน่ พี่เชื่อมั่นในตัวนายนะ ”

 

 

 

ครับ ”

 

 

 

อยากไปไหนต่อมั้ย? หรือจะรีบกลับบ้านเลยล่ะ? ” พี่ทาดาชิถามเสียงเรียบ

 

 

 

“ ก็... อยากเดินดูที่นี่รอบๆอีกครั้งน่ะ ผมยังคิดไม่ออกว่าจะสร้างอะไรในงานประกวดการวิจัยเลยล่ะ ” ผมทำท่าครุ่นคิดประกอบ เช่นเดียวกับคนตัวสูงที่ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง พี่ทาดาชิเดินไปสำรวจกระเป๋าสีแดงซึ่งเป็นกล่องที่เจ้าเบย์แม็กซ์เข้าไป ขณะที่ผมกำลังเดินไปรอบๆห้องเชิงสำรวจต่อ

 

 

 

 

หลังจากผมเดินสำรวจห้องแล็บอื่นอยู่นาน ผมก็รีบเดินกลับไปที่ห้องแล็บของพี่ทาดาชิทันที เมื่อถึงห้องกว้างตรงหน้า ผมแอบเห็นพี่ทาดาชิก้มเล่นโทรศัพท์อยู่ชั่วครูก่อนที่เขาจะรีบเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมรอยยิ้ม

 

 

 

 

“ ทำไมเหรอพี่? ” ผมรีบเอ่ยถาม

 

 

 

“ พี่ขอป้าเคสว่าวันนี้เราจะค้างที่นี่ ” สิ่งที่พี่ชายตอบกลับมาเล่นทำเอาผมตกใจจนยืนค้าง

อะไรนะ? ค้างที่นี่ ที่ห้องแล็บเนี่ยนะ.... เจ๋ง!!!

 

 

 

 

“ ยอดไปเลยพี่ ผมเริ่มจะคิดอะไรดีๆออกบ้างแล้ว จริงๆผมก็ว่าจะขอพี่เรื่องนี้ซะหน่อย” ผมฉีกยิ้มพร้อมที่พี่ทาดาชิเดินเข้ามาลูบเส้นผมฟูๆของผมอย่างรู้ใจ

 

 

 

 

“ พี่รู้น่า!! ว่าน้องพี่ต้องการอะไร ทุกอย่างที่พี่ทำให้ได้ พี่ทำมันให้นายเสมอนะ เด็กดี ”

 

 

 

“ ฮะ ...... ”

 

 

 

“ เอาล่ะ!! แล้วตอนนี้พวกนั้นกลับบ้านกันไปหมดรึยังล่ะเนี่ย ” พี่พูดพลางมองผ่านหัวผมไปทางประตูเหมือนกำลังมองหาอะไรบาองอย่างอยู่  เมื่อเห็นแบบนั้นผมก็เลยรีบพูดต่อ

 

 

 

 

“ วาซาบิกับโกโก้กลับแล้วฮะ แต่เหมือนเฟรดกับฮันนี่เลม่อนยังเคลียร์งานอะไรซักอย่างอยู่ ”

 

 

 

อ่อ.... งี้นี่เอง ” นัยน์ตาสีดำฉายแววเสียดาย แถมยังแอบเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจเท่าไหร

 

 

 

อะไร? พี่ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงเนี่ย ” เมื่อเห็นพี่ทาดาชิทำแก้มป่องผมก็แอบสงสัยไม่ได้ พอเป็นแบบนั้นเจ้าตัวก็พลันยิ้มทะเล้นขึ้นมาเลย

 

 

ก็.....อยากให้ที่นี่มีแต่เราสองคนนี่น่า

 

 

 

พี่!!! ” หน้าผมร้อนวาบ ทำไมพี่ต้องพูดอะไรชวนให้ผมหวั่นไหวตลอดด้วยเนี่ย =////=

 

 

 

“ ไม่เปนไรๆ รอสองคนนั้นกลับแล้วเรา..... ” คนเจ้าเล่ห์พุ่งมาคว้าตัวผมอย่างรวดเร็ว เสียงแหบเซ็กซี่เหนือหัวจะทำเอาหัวใจผมเต้นจนแทบทะลักออกมาแล้วเนี่ย!!

 

 

 

“ พี่!! อย่าแกล้งผมสิ =////= ”

 

 

 

“ แต่ตอนนี้เราออกไปหาอะไรกินกันเถอะ!! นายคงหิวแล้ว พี่ว่าเราแวะซื้อข้าวปั้นที่น้องชอบตรงร้านสะดวกซื้อนั้นกันดีกว่า ” คนขี้แกล้งผละออกห่างจากผมพร้อมด้วยเสียงร่าเริง

 

 

 

“ แล้วแต่พี่เลย นิสัยไม่ดี แกล้งน้องตัวเอง  ” ผมแสร้งงอน

 

 

 

“ อะไรเล่า...” พี่ชายเดินมาที่ผมก่อนที่จะกระซิบเสียงเบาเหมือนอยากให้เราได้ยินกันแค่สองคน 

 

 

 

แต่ที่พูดเมื่อกี้.......พี่เอาจริงนะ

 

 

 

พี่!!! =////= ”

 

 

 

ฮ่ะๆๆๆ แต่ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับ เด็กดีของพี่ ”

 

 

 

เพราะแบบนี้ไง!! จะไม่ให้ผมรักผู้ชายคนนี้จนหมดหัวใจก็บ้าแล้วล่ะครับ.....

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ว่าแต่ที่ว่านอนเนี่ย เราจะนอนตรงไหนกันล่ะพี่? อย่าบอกนะว่าพื้นเนี่ย!! ” ผมแลบลิ้นเชิงไม่มีทางแล้วทำท่าเหยียบพื้นประกอบเป็นการบ่งบอกว่าพื้นนี้เย็นเจี๊ยบจนนอนไม่ได้ หลังจากเรากินข้าวและนั่งปรึกษากันเรื่องงานวิจัยของผมได้คราวๆ ผมก็พึ่งนึกเรื่องที่นอนขึ้นได้

 

 

 

 

 

พี่บอกป้าเคสว่าเราจะค้างที่นี่ แต่ที่นี่เป็นแค่ห้องแล็บทรงเหลี่ยมที่ไม่กว้างมาก ตรงเข้ามาจะเจอกระจกรูปวงกลมบานใหญ่เป็นมุมมองเดียวจากภายนอกที่มองเข้ามาเห็นที่นี่ ในห้องนี้มีเพียงโต๊ะทำงานเล็กๆที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และเอกสารวางระเกะระกะอยู่เท่านั้น ถ้าไม่รวมเจ้าเบย์แม็กซ์ในกล่องสีแดงนั้น ที่นี่ก็ดูว่างมากๆเลยล่ะ

 

 

 

 

 

ไม่ต้องห่วง พี่มีที่นอนสำรองไว้ใช้ตอนโต้รุ่งเวลาทำงานวิจัยอยู่ ” ว่าแล้วคนตัวสูงก็เดินไปเอาบางอย่างออกมาจากตู้ข้างโต๊ะ

 

 

 

และเจ้าสิ่งนั้นคือเบาะนุ่มๆที่หนาพอสมควร มันถูกพับรวมเอาไว้กับผ้าห่มสีนวลนุ่มและหมอนใบใหญ่อีกใบนึง พี่ทาดาชิบรรจงปูผ้าพวกนั้น เพียงชั่วพริบตามันก็กลายเป็น เตียงแบบสไตล์เบาะดูน่านอนทีเดียว ไม่แปลกที่พี่นอนค้างที่นี่ตั้งบ่อยโดยไม่บ่นเลยซักแอะ

 

 

 

 

“ ใช้ได้!!” ผมเอ่ยอย่างชื่นชมพลางยื่นมือเข้าไปทดลองความนุ่มของหมอนใบหนา สัมผัสจากฝ้ายคอตตอนทำให้รู้สึกนวลมือมากขึ้น ยิ่งบวกกับผ้าปูที่ดูฟูนุ่มน่านอนนั้นอีก พูดแล้วง่วงขึ้นมาทันทีเลยนะเนี่ย

 

 

 

 

“  ฮิโระ  มานี่ๆ ” ไม่ว่าเปล่า คนตัวสูงดึงผมให้มาคลุกอยู่บนเตียงนุ่มกับเขา น่าแปลกที่เตียงนี้ไม่ได้ใหญ่มาก แต่สามารถรับร่างของเราสองคนได้สบายโดยไม่เบียดกัน

 

 

 

อุ่น...............

 

 

 

ความอุ่นปริศนา ทำให้ผมแอบลอบคิดว่านี่เป็นเพราะผ้าห่มที่หนานุ่ม หรือเพราะแผ่นอกแน่นๆของคนตรงหน้ากันแน่ที่ทำให้ร่างกายของผมรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาทันที

 

 

 

 

ไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น พี่ทาดาชิลุกขึ้นไปดึงม่านจากทางที่เชื่อมระหว่างห้องแล็บใหญ่ลง ก่อนที่จะกดปิดสวิตซ์ไฟตรงกำแพงกว้าง

 

 

 

ภายในห้องตกอยู่ในความมืดทันตา แสงที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างบานกลมทำให้ผมเห็นดวงจันทร์สีนวลได้ชัดเจน ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยประกายดาว และต้นซากุระต้นใหญ่กำลังถูกสายลมพัดพาให้กลีบของมันปลิวไสวไปตามท้องฟ้าสีครามอมม่วงเข้ม

 

 

 

 

“ ชอบมั้ย? ” พี่ทาดาชิถามเสียงยวนใจ ตั้งแต่เมื่อไหรไม่รู้ที่พี่เขากลับเข้ามาอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกับผมอีกรอบ อาจเพราะผมมัวแต่เหม่อมองบรรยากาศตรงหน้าจนลืมไปเลยก็ได้ว่าตอนนี้ ที่นี่ มีเพียงเราแค่สองคน

 

 

 

 

แค่เราสองคน.....

 

 

 

“ ฮิโระ....” เสียงทุ้มเข้มดึงสติผมหลุดลอยไปตามความเงียบสงัด พวกเรานอนจ้องหน้ากันเงียบๆโดยที่พี่ทาดาชินอนเท้าคางเอียงคอมาทางผม

 

 

 

 

“ ที่นี่มีแค่เราสองคนแล้วสินะ? ” ผมแกล้งถาม

 

 

 

 

“ ใช่~~~~ ” พอเห็นผมถาม คนขี้แกล้งก็รีบหัวเราะในลำคอเบาๆ “ แล้วทำไมเหรอ ถามงี้ เราอยากให้พี่ทำอะไรล่ะครับ คนดี ”

 

 

 

 

“ หา!!! ไม่รู้!! จะนอนแล้ว! ” ผมรีบเอาผ้าห่มคลุมหน้าเพื่อไม่ให้พี่รู้ว่าผมกำลังอายโครตๆ ไม่น่าเผลอถามอะไรแปลกๆออกไปเลย!

 

 

 

จะดีเหรอ ที่นี่มีแต่เราสองคนนะ คิดว่าพี่จะทนไหวเหรอครับ เด็กดีของพี่ ” เสียงแหบๆกระซิบข้างใบหูผมอย่างแผ่วเบา มือที่รู้งานพลางซุกไซ้ผ่านผ้าห่มหนามาโอบเอวผมเอาไว้แน่น รู้ตัวอีกทีร่างกายของผมก็โดนร่างสูงพันธนาการไว้ซะแล้ว

 

 

 

 

“ แค่ตอนนี้.....

 

 

 

“ ??? ”

 

 

 

“ ถ้าแค่ตอนนี้..... จะยอมก็ได้ ” นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย!!!!!

 

 

 

“ พูดแบบนี้กำลังยั่วพี่เหรอเนี่ย ฮิโระของพี่นี่น่ารักจะเลยนะ~~ ”

 

 

 

“ อะ... อะไรเล่า ก็แค่.... ”

 

 

 

ก็แค่???”

 

 

 

ก็แค่.... แค่คิดว่านี่อาจเป็นเวลาเดียวที่ผมสามารถแสดงความรู้สึกที่มีต่อพี่ได้โดยไม่ต้องปิดบังใคร ไม่ต้องทน..... ” ผมกลั้นใจพูดออกไปรวดเดียว การรู้สึกรักใครมากขนาดนี้แต่กลับแสดงมันออกไปไม่ได้ มันเจ็บปวดมากมายขนาดนี้เลยเหรอ?

 

 

 

“ พี่รู้ ” พี่ทาดาชิจูบที่หางตาผมเบาๆอย่างปลอบโยน ร่างสูงดึงหมวกแก็ปคู่ใจออกไปวางไว้เหนือหัวเตียงก่อนที่จะก้มลงมามองผมด้วยแววตาที่หลากหลายความรู้สึก

 

 

 

 

“ มันผิดมั้ยครับ ที่ผมรักพี่มากขนาดนี้ ” ผมยื่นมือไปดึงฝ่ามืออุ่นๆของอีกฝ่ายให้ลงมาแนบบนแก้มเนียนใสของผม

 

 

 

“ ไม่รู้สินะ ” แววตาอ่อนโยนมองผมอยู่เนิ่นนาน “ พี่บอกไม่ได้หรอกว่าอะไรมันผิด อะไรมันถูก แต่สิ่งเดียวที่พี่รู้สึกได้ตอนนี้ คือ ‘ พี่รักนาย’  ”

 

 

“ ผมก็เหมือนกัน ”

 

 

 

 

ไม่ว่าเปล่า คนตัวสูงก้มลงปิดปากผมด้วยริมฝีปากนุ่มนิ่ม สัมผัสเบาบางราวกับสายลมอ่อนนุ่มพัดพาร่างของเราทั้งสองคนให้หลุดลอยไปในมิติที่ไร้จุดจบ ผมเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอของพี่ทาดาชิให้ลงมาใกล้ยิ่งขึ้น ร่างสูงเปลี่ยนท่ามาคร่อมร่างกายของผมเอาไว้แทนโดยที่ไม่ยอมถอนริมฝีปากออกห่างกันแม้แต่เสี้ยววินาที

 

 

 

 

สมองไม่ทำตามหัวใจ...........

 

 

 

สัมผัสยังคงดำเนินอยู่เนิ่นนาน ผมไม่รู้ว่าเราจูบกันไปนานแค่ไหน สติของผมถูกทำลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเคลิบเคลิ้มที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น

 

 

 

 

ไม่นานนัก พี่ทาดาชิก็ถอดริมฝีปากออกห่างจากผม เขากวาดมองใบหน้าของผมอย่างไม่ละสายตาพร้อมยื่นมือเข้าไล่สัมผัสแก้มเนียนนุ่มของผมอีกครั้ง

 

 

 

 

รู้ใช่มั้ยว่าพี่จะทำอะไรเราต่อน่ะ

 

 

 

ผมไม่พูดอะไร แต่รีบพยักหน้าออกไปด้วยความเขินอาย

 

 

กลัวมั้ย? ” เจ้าของเลือนผมสีดำถามขึ้นอีกครั้ง และผมก็ได้เพียงส่ายหน้าไปมา เมื่อเห็นแบบนั้น พี่ชายตัวแสบก็ยิ้มหวานจนเป็นผลให้ผมแทบละลายตายคาอ้อมกอดนี่ซะให้ได้

 

 

 

 

ไม่รอช้า มือสองข้างรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนออกอย่างว่องไว ต่อด้วยเสื้อยืดสีขาวสะอาดเผยให้เห็นแผ่นอกเนียนที่มีกล้ามเนื้อดูน่าสัมผัสอย่างบอกไม่ถูก ผมเผลอมองร่างกายเปลือยเปล่านั้นอยู่นานโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ผมก็อาบน้ำกับพี่ชายตั้งบ่อย แต่ทำไมถึงได้ใจเต้นแรงขนาดนี้กันนะ

 

 

 

 

คนขี้แกล้งเห็นผมหน้าแดงขึ้นมาก็หัวเราะเบาๆ เจ้าตัวก้มลงจูบซอกคอของผมอย่างหยอกเล่นแล้วกระซิบเสียงหวาน

 

 

 

“ จะให้พี่ถอดให้ หรือจะถอดเองดีๆครับ ”

 

 

 

ถะ ถอดเองได้น่า!!!” ผมดันแผ่นอกเปลือยเปล่าของร่างสูงออกด้วยความเขินสุดขีด ทำไมพี่ชอบแกล้งผมจังเนี่ย!!!!

 

 

 

ว่าแล้วผมก็ถอดเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินแกมเทาของตัวเองออกช้าๆ จากนั้นก็ตามด้วยเสื้อยืดสีแดงลายฮีโร่ตัวโปรดออกมากล้าๆกลัวๆ ตอนนี้ผมก็เหลือแค่กางเกงกับพี่แล้วเนี่ย

 

 

 

 

 

( วาร์ปๆ ==> http://luciidear.exteen.com/20141227/fic-r-18-tadashixhiro-shades-of-sakura-memory)

 

 

 

 

 

 

ความสุขนี้ยังดำเนินต่อไปโดยที่ผมไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างกำลังจะพรากเราสองคนไปจากกัน......

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางสุสานสไตล์ตะวันออกผสมยุโรปที่แสนเงียบสงัดไร้ผู้มาเยือนอยู่เป็นเวลานาน มีเพียงเสียงหายใจเบาบางของผมเท่านั้นที่ทำลายความเงียบนั้นลง เท้าที่เหยียบเศษใบไม้แห้งสีเขียวเข้มส่งเสียงกรอบแกรบจนน่ารำคาญหู แต่ถึงยังงั้นนัยน์ตาสีดำสนิทของผมก็ยังคงจับจ้องหลุมศพสีเทาที่สลักจากหินอ่อนตรงหน้าอย่างไม่วางตา

 

 

 

 

มือที่รู้งานคว้าช่อดอกไฮเดรนเยียสีม่วงอมฟ้าดูสบายตาออกมาวางบนแท่นหลุมศพพลางกรีดยิ้มบางๆก่อนที่จะจุดธูปดอกเล็กแล้วยกมือขึ้นไหว้ตามลำดับ

 

 

 

“ พี่ครับ ตอนนี้ผมจะเรียนจบมหาลัยแล้วนะครับ ” อาจเพราะความเงียบสงัดไร้สิ่งมีชีวิตใดๆทำให้ผมได้ยินเสียงของตัวเองชัดเจน หรืออาจเพราะถ้อยคำเหล่านั้นล้วนกลั่นออกมาจากเบื้องลึกของหัวใจ ฤทธิ์ของมันจึงเสียดแทงแทบทะลุออกมาจากลำคอในทุกถ้อยคำ

 

 

 

“ ทุกคนสบายดี ” หลังจากเงียบไปนานผมจึงเริ่มเอ่ยต่อ “ ป้าเคสยังแข็งแรงเหมือนเดิม โมจิเองก็ยังร่าเริงอยู่นะ เจ้านั้นอ้วนสุดๆไปเลยล่ะ เป็นแค่แมวแท้ๆ น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

 

 

เสียงหัวเราะกลบเกลื่อนดังตัดอารมณ์ที่แท้จริงเอาไว้ ผมกวาดมองแท่นหลุมศพนั้นอย่างอ่อนโยนพร้อมมือที่วางแนบแผ่นหินเย็นๆพลางลูบรูปภาพของพี่ชายอันเป็นที่รัก แล้วจึงเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้

 

 

 

“ ไม่ต้องห่วงนะครับพี่ ผมไม่มีวันทิ้งความฝันของตัวเอง เหมือนที่พี่ไม่เคยท้อแท้ที่จะปกป้องความฝันของผมตลอดมา ขอบคุณนะครับ ”

 

 

 

ขอบคุณจริงๆ......

 

 

 

ผมตัดใจหมุนตัวออกห่างจากหลุมศพพร้อมรอยยิ้มจากนั้นจึงหันไปสบตากับเจ้ามาร์ชเมลโล่น่ากอดตัวใหญ่ในชุดเกราะสีแดงชวนอลังสายตาแล้ววิ่งออกไปพร้อมความมุ่งมั่นราวกับได้เติมเต็มพลังชีวิตมาเลยก็ว่าได้

 

 

 

“ ไปกันเถอะ เบย์แม็กซ์ ”

 

 

 

ร่างของผมกระโดดขึ้นเกาะเจ้าหุ่นยนต์นุ่มนิ่มก่อนที่เบย์แม็กซ์จะพุ่งทะยานขึ้นฟ้าจนหายลับจากไป ทิ้งไว้เพียงสุสานที่แสนเงียบสงัด และความทรงจำที่ยังคงตราตรึงในเบื้องลึกของหัวใจ

 

 

ดอกไฮเดรนเยียช่อนั้นมันมีความหมายที่แอบซ่อนอยู่ สีหวานชวนฝันและกลีบสวยที่แสนยั่วยวนผู้พบเห็นนั้นราวกับเป็นดอกไม้แห่งความปรารถนา

 

 

 

ความหมายจริงๆที่ต้องการสื่อออกไป ไม่มีอะไรนอกไปจากถอยคำสั้นๆที่ผมเฝ้าทบทวนให้ขึ้นใจ

 

 

 

“ ขอบคุณที่เข้าใจในตัวผม และภูมิใจในตัวผมเสมอนะครับ พี่ทาดาชิ

 

 

 

 

-           ( END )   -

 

 

 


 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Luciidear จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

32 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 กันยายน 2560 / 22:42
    ไรต์ เค้าอ่าน nc ม่ายยยด้ายยยยยยยยยยยยง่าาาาาาาาาาาาาาา T T
    #32
    0
  2. วันที่ 3 กันยายน 2560 / 22:42
    ไรต์ เค้าอ่าน nc ม่ายยยด้ายยยยยยยยยยยยง่าาาาาาาาาาาาาาา T T
    #31
    0
  3. วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 13:49
    ไรท์ค่ามันเศร้ามากเลยอ่า
    #30
    0
  4. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:17
    กำลังฟินอยู่ดีๆ จบดราม่า เหมือนถูกถีบลงจากผาเลยค่ะ อ่ะฮือออ
    #29
    0
  5. วันที่ 27 กันยายน 2558 / 20:47
    พระเจ้ากล้วยลอดช่อง!!!
    #28
    0
  6. #27 Once upon a time (@nopnom1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 16:41
    เศร้าาาาาา TT
    #27
    0
  7. #26 Septimus
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 18:01
    http://my.dek-d.com/septimus-heap/writer/view.php?id=1361319



    ขอฝากด้วยน้า แต่งฟิคเรื่องนี้เหมือนกัน แต่รอบตัวไม่ค่อยมีใครสครีมเรื่องนี้เลย ขอฝากตัวเข้าแก๊งด้วยนะ^^
    #26
    0
  8. #25 Met zzz
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 20:10
    รักมากกก
    #25
    0
  9. #24 อิอิ
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 19:36
    อ๊ากกกกกกกกกก ชอบมากเลยยยยยย T////T เอาอีกกกก
    #24
    0
  10. วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 20:19
    เศร้าแบบมีความสุขไงไม่รู้
    #23
    0
  11. วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 13:10
    ฟินเเต่เศร้าTT ทาดาชิไม่น่าเลยยย



    #22
    0
  12. วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 15:39
    อ่านจบเรียบร้อยค่ะ ฮือออออ จบแบบนี้เอาร้องเท้าตบหน้าพี่เลยไหม? // พูดเล่น อย่าจริงจัง

    พี่ ว่าเรื่องนี้มันหน่วงอ่ะน้อง อ่านละเหมือนมีสีเทาๆปกคลุมอยู่รอบกาย คือพี่น้องรักกันมันก็ดราม่าพอละ นี่ตอนจบยัง.... โฮรวววววววว น้องใจร้าย น้องโหดร้ายที่สุดดดดดด

    จริงๆพีชอบคุณน้องมากเลยอ่ะ แบบน่ารัก ใสซื่อ กรี๊ดดดดดดด อีตาคุณพี่นี่ยังไง เจ้าเล่ห์ ขี้แกล้ง ละยังหื่นอีก แก๊ หื่นไปไหนอ่ะ

    อ่านแล้วรู้สึกเหมือนคุณน้องโดนล่อลวง โดนหลอก ฮือออออ ตำรวจอยู่ไหน พี่อยากแจ้งความ มีคนล่อลวงเด็กอยู่ตรงนี้ค่ะะะะะ แอร๊ยยยยยยย

    ขอภาคสองนะน้องนะ ขอแบบ คุณน้องไล่ฆ่าซอมบี้คุณพี่แบบเลือดสาด 55555555555

    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านน้าาาาา สู้ๆกับภาคต่อนะคะ ><V

    #21
    0
  13. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:31
    เศร้าและก็ฟินอ่าาา //กรีีดลั่นบ้านนน
    #20
    0
  14. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:20
    ใครอ่านวาร์เรทใน exteen ไม่ได้ ตามลิงค์นี้ไปน้า~~
    http://luciidear.exteen.com/20141227/fic-r-18-tadashixhiro-shades-of-sakura-memory
    #19
    0
  15. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:58
    วาร์ปพังงงงง ม่ายยยยยย T[]T เค้าอยากอ่านนนนนนนนนนน
    #18
    0
  16. #17 LE BASIlIC (@tonkao2208) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:35
    คราวหน้าขอแบบ Happy Ending บ้างนะค้า ในหนังก็เศร้าจะแย่อยู่แล้ว
    #17
    0
  17. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:32
    ทาดาชิดูน่ารักมากค่ะ  พี่แกเขาหล่อมากอ่ะ
    #16
    0
  18. #15 fireturbo
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 20:19
    ทาดาชิดูน่ารักมากค่ะ แต่ ถ้าเปลี่ยนให้ทาดาชิเป็น ผ่ายถูกฮิโระจูบ คงน่ารักมากกว่านี้ค่ะ ขอชมว่าแต่งเก่งมากๆๆๆค่ะ ถึงตอนจบจะเศร้าไปหน่อย แต่ก็ใช้ได้ค่ะ (ถึงเจ้าตัวจะไม่ชอบผู้ชาย แต่ก็อดชอบทาดาชิไม่ได้) ถ้ามีตัวจริงขอจูบแก้มเลย

    #15
    0
  19. วันที่ 22 มกราคม 2558 / 01:36
    ทางนี้ตายไปเรียบร้อยแล้วค่ะไรเตอร์

    อร่อกกกกกกกกก ฟิคอัลไลคะ ดาเมจมันรุนแรงมากเลอออออออ >w<

    คือ โอ๋ยยยยย จะยังไงดี สติกลับมาก่อน//



    ฟิคคู่นี้หายากพอตัว พอได้อ่านเรื่องนี้คือ เลอค่าค่ะ ;w;;

    มันได้ทุกอารมณ์เลยจริงๆ ช่วงต้นๆก็อ่านไปเขินไป โอ๋ยยยย ตายให้ได้เลยจุดนั้น

    บทรักที่วาร์ปไปนั่นก็ ...จั๊กจี้หัวใจมากค่ะ กรี๊สส

    และตอนจบก็เศร้าเคล้าน้ำตาเลย เห้อออ <333'

    โดยรวมแล้วรู้สึกอิ่มเอมมากค่ะ

    กราบบบบขอบพระคุณไรเตอร์ที่แต่งฟิคเรื่องนี้มาให้อ่านจ้า

    ขอบพระคุณรุณช่อง (=.,=)

    และอยากให้ไรเตอร์แต่งคู่นี้ออกมาอีก (ขอมากไปรึเปล่า)

    แต่เค้าชอบมากเลยยยยหง่าาาาา งี๊ดดดด อ่านไปจมูกบานค่ะ สุดยอด

    ไม่ได้อ่านฟิคเรื่องไหนแล้วใจหวิวขนาดนี้มานานแล้วคะ !!

    ที่สุดของที่สุดจริงๆ ขอบคุณไรเตอร์อีกครั้งค่ะ > <
    #14
    0
  20. #13 Pookky
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 21:32
    ฟินเว่ออออออออออออออออ
    #13
    0
  21. #12 doglan
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 23:06
    ทั้งขำ ทั้งฟิน ทั้ง....ซึ๊ง ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออ!T^T
    #12
    0
  22. วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:48
    อ่านฟิคเรื่องนี้ก่อนที่จะไปดูตัวการ์ตูนจริงๆ ตอนอ่านนี่ฟินมากๆ พอไปดูbig hero6 ของจริงนี่นั่งร้องไห้เลยนึกถึงฟิคเรื่องนี้ ไม่รู้มันทะลักมาจากไหน ฟิคน่ารักมาก T^T อยากอ่านคู่นี้อีกเยอะๆเลย
    #11
    0
  23. วันที่ 3 มกราคม 2558 / 09:09
    โอ้ยยยย พี่ทาดาชิน่ารักอ่ะ >_< ไม่อยากให้ตายเลย
    แต่งคู่นี้อีกนะคะไรท์เราชอบมากเลย 
    #10
    0
  24. วันที่ 2 มกราคม 2558 / 01:03
    อิแม่เอ๊ยยยยย อะไรจะเศร้าเคล้าน้ำตาขนาดน้านนน (ถึงจะแค่ตอนท้ายก็เถอะ)
    writer ใช้สำนวนน่าอ่านดีค่ะ คือแบบอ่านได้เรื่อยๆ จนมีอารมณ์ร่วมไปกับมัน ชื่นชมๆ
    อย่างตอนทาดาชิแกล้งฮิโระงี้ รู้สึกหมั่นไส้ทาดาชิมากกกก แบบขี้แกล้งอ้าา ๕๕๕ แต่ฮิโระก็ยอม ฟฟฟฟฟ

    ปิงลิงกินกล้วย. อยากให้แต่งคู่นี้อีกจังเลยค่ะ ฟฟฟฟ ถ้ามีอีกก็อยากอ่านอีกค่ะ ดีดีดี (ผมนี่กด Fav เลยครับ)
    #9
    0
  25. วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 19:10
    ผมนี้ขอแอด Fav เลยฮะ
    #8
    0