[Fic Gintama] Sadistic Romeo X Gluttonous Juliet (OkiKagu)

ตอนที่ 18 : FINAL EXAM

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    18 ต.ค. 57

Final Exam

 
Well, I still prefer the real Sougo and Kagura in anime over in any fanfiction.

            สายลมเย็นสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิพัดแผ่วๆ นำพากลิ่นหอมหวานของดอกซากุระให้ฟุ้งกระจายสู่บุคคลต่างๆที่อยู่ ณ ที่นั้น กลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนปลิวไปตามแรงลม ส่งเสริมให้ทัศนียภาพในบริเวณดูสมกับเป็นวันมงคลสมรสขึ้นมาทันตา นัยน์ตาสีแดงเลือดของเจ้าของงานแลดูอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า เขายิ้มบางๆกับตัวเองอย่างคนที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับบุคคลผู้เป็นที่รัก ก่อนที่จะถอยออกมาจากหน้าต่างห้องเรียนชั้นสองที่เขาทำการเรียนการสอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หรือก็คือ ห้อง 3-Z

            ถ้าเป็นตัวเราเมื่อก่อน คงจะไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้...ต้องขอบคุณเด็กพวกนั้น ที่ทำให้เราตาสว่าง

            "ยัยหนูนั่นจะมารึเปล่าน้า~" เขากล่าวขึ้นลอยๆ พลางก็นึกถึงใบหน้ากลมนิดๆน่ารักของผู้เปรียบเสมือนลูกสาว รอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาอย่างเด็กสาวยังคงอยู่ในความทรงจำของเขามาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าอายุอานามของเจ้าหล่อนควรจะใช้คำว่า หญิงสาว ได้แล้วก็ตามที

            "ก็อกๆ คุณกินครับ ใกล้จะได้เวลาแล้วนะครับ" เสียงของชายหนุ่มผู้คุ้นเคยกันดีเรียกเขาจากทางประตูห้อง ร่างสันทัดสวมแว่นวันนี้แต่งกายมีภูมิฐานกว่าปกติในชุดสูทสีดำ ชายผู้ถูกเรียกหันไปตามต้นเสียงแล้วพยักหน้า

            "อา" ไม่ต้องบอกเขาก็กำลังจะไปอยู่แล้ว ก็เขาน่ะ อยากเจอสึคุโยะในลุคเจ้าสาวแล้วน่ะสิ

 

            หลังจากที่กินโทกิและสึคุโยะเดินขบวนบ่าวสาวเคียงคู่กันออกมาที่ลานกว้างโรงเรียน ที่ถูกเนรมิตเป็นสถานที่จัดงานแล้ว(ได้รับการอนุมัติจากท่านโชกุนหรือครูใหญ่) เหล่าแขกเหรื่อในชุดกิโมโนสีสันสวยงามและชุดเดรสแบบสากลก็พากันไปนั่งตามโต๊ะอาหารที่จัดที่นั่งไว้ให้ ด้านหน้าของโต๊ะอาหารกว่าสิบตัวคือเวทียกระดับ ซึ่งเป็นที่ยืนของบ่าวสาว และชินปาจิผู้รับบทเป็นพิธีกรในงานมงคลในวันนี้(นั่นเพราะเขาดูปกติที่สุดแล้ว)

            "และขณะนี้ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็ได้ขึ้นมาสู่เวทีแล้วนะครับ กระผม ในฐานะที่เป็นพิธีกรคงต้องบอกว่า ทั้งสองเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันมาก คุณกินโทกิและคุณสึคุโยะ ได้พบรักกันในโรงเรียนแห่งนี้ โดยทั้งคู่เป็นอาจารย์..."

            "วันนี้นายน้อยน่ารักสุดๆไปเลยขอรับ"

            "งั้นเหรอ ฉันว่ามันออกจะรุ่มร่ามไปหน่อย"

            "...และได้ร่วมงานกันมาเป็นเวลากว่าห้าปี ระหว่างนั้นเอง ความรักของคนทั้งคู่ก็เริ่มผลิบานเหมือนกับดอกซากุระ..."

            "หาว~ งานพิธีแบบนี้นี่น่าเบื่อจังเล๊ย ฉันล่ะอยากเปิดขวดเหล้าจะตายอยู่แล้ว เธอว่ามั้ย ทามะ"

            "ชู่ว์ อดทนหน่อยสิคะ คุณแคทเธอลีน อีกเดี๋ยวสุนทรพจน์ก็จบแล้วค่ะ"

            "...(คิ้วกระตุก)คุณกินได้ตัดสินใจขอคุณสึคุโยะเป็นคนรักเมื่อสองปีที่ผ่านมา..."

            "โรแมนติกจัง~"

            "ถ้าคุณโอทาเอะชอบขนาดนั้น มาแต่งงานกับผมมั้ยล่ะครับ"

            "อะโฮะๆๆ ไม่ล่ะค่ะ พอดีว่าฉันไม่มีรสนิยมชมชอบกอริลล่าขนดก"

            "...(กัดฟันกรอด)และในที่สุดฝ่ายเจ้าบ่าวก็ขอเจ้าสาวแต่งงาน..."

            "เฮ้ย ที่แขวนแว่น แกพล่ามอะไรอยู่เนี่ย"

            "ไม่เอาน่า กินโทกิ เขาแค่ทำตามหน้าที่"

            "ปัดโธ่ว้อยยยยยยยยยยยย!!!" ในที่สุด ความอดทนของพิธีกรที่แขวนแว่นของเราก็หมดลง สคริปกระดาษในมือถูกเขวี้ยงทิ้ง ต่อด้วยการกระทืบซ้ำอีกหลายตลบ "พวกคุณช่วยฟังที่คนอื่นเค้าพูดกันหน่อยได้มั้ยฟระ! นี่มันงานพิธีนะเฟ้ย ทำตัวมีมารยาทกันหน่อยได้มั้ยครับ!"

            "..." แขกงานแต่ง(ซึ่งส่วนใหญ่ก็บรรดานักเรียนของคุณกินนั่นแหละ)พากันจับจ้องแว่นตาคู่จืดจางบนเวทีผู้กำลังหัวเสียได้ที่ พวกเขากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันไปคุยกันขโมงโฉงเฉง ฝ่ายคนถูกมองข้ามก็ขมุบขมิบปากด่าทอสองสามประโยค แล้วจึงเดินกระทืบเท้าลงจากเวทีไปยังโต๊ะของตัวเอง

            "อ่า..." กินโทกิเกาหัวแกรกๆ มองบุคคลผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเคยเป็นนักเรียน "แล้วยังไงต่อ"

            เจ้าสาวผมสีบลอนด์เพียงถอนหายใจแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ "ให้ตายสิเจ้าพวกนี้ อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบสองแล้ว ยังทำตัวเอาแต่ใจเหมือนสิบหกใหม่ๆอยู่เลย" เธอหัวเราะให้กับคำพูดตัวเองเล็กน้อย "งั้นก็ช่วยไม่ได้...ถ้างั้น ขอให้ทุกคนสนุกกับงานนะ" สึคุโยะกล่าว ก่อนจะปรบมือเรียกให้บริกรยกอาหารเข้ามาเสิร์ฟ

            "พวกลื๊อนี่ใจร้ายกันจังเลยน่อ" เสียงเล็กหวานสำเนียงจีนดังก้องไปทั่วผ่านทางลำโพงที่ติดไว้ตามจุดต่างๆ ผู้คนในงานทุกคนต่างพากันหยุดกิจกรรมที่ตนเองทำอยู่ "จะสังสรรค์ทั้งที ไม่คิดจะรออั๊วหน่อยรึไง"

            ทันทีเจ้าของเสียงหวานยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่อีกครั้งหนึ่ง ทุกคนก็พากันหันรีหันขวางหาต้นตอของเสียง โดยเฉพาะชายหนุ่มผมสีน้ำตาลในชุดฮากามะที่ดูจะมีปฏิกิริยากับเสียงเป็นพิเศษ เขาแทบจะผุดลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของเธอครั้งแรก

            "เธอกำลังเล่นอะไรอยู่ ยัยหมวย" เขาพึมพำ พลางดวงตาสีแดงคล้ำก็กวาดหาร่างเล็กผู้เป็นเจ้าของหัวใจ

            "ถ้าอยากรู้ว่าอั๊วอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนน่อ" คางุระพูดขึ้นอีกครั้ง โซโกะแทบจะจินตนาการได้เลยว่าเธอกำลังยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ "พวกลื๊อทุกคนต้องยกอาหารทั้งหมดให้อั๊ว อั๊วถึงจะเผยตัวน่อ"

            "ฟังดูน่าสนใจ แต่เธอต้องทำลายงานแต่งเป็นการแลกเปลี่ยนด้วยนะ" นินจาผมม่วงลุกขึ้นพูด ขอบตาเธอแดงคล้ำจากการร้องไห้อย่างหนักติดต่อกันหลายคืน

            "ผมว่าเราชักจะออกนอกประเด็นแล้วนะครับ" ชินปาจิพูดพลางก็ดันแว่นเข้าที่ ก็อย่างว่าแหละ เป็นตอนจบทั้งที่ก็ต้องมีงานรวมรุ่นตัวละครสิ ไม่มีโมเมนต์เวิ่นเว้อไร้สาระ จะเป็นกินทามะได้ยังไง?

            "เลิกเล่นตัวสักที ยัยหมวยเตี้ย" โซโกะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บอกความไม่พอใจ "รีบๆออกมาจะดีกว่า ไม่งั้นพ่อจะจับ*** ต่อด้วย*** รับรองว่าหล่อนลุกไม่ขึ้นไปสามวันแน่"

            "ถ้าลื๊อไม่เซ็นเซอร์ มันจะไม่ฟังดูอีโรติกน่อ..." คางุระพูดเสียงตายด้าน

            "ประโยคคุ้นๆนะนั่น..." โซโกะกระตุกยิ้ม นึกไปถึงวันที่เธอและเขาต้องบอกลา

            "โซฟาคุง~ ไหนลองพูดใหม่ซิ" กินโทกิพูดเสียงเย็น พลางทำหน้าเหมือนพวกพ่อตาโรคจิต "คางุระจัง~ พอได้แล้วน่า ทุกคนเขารอกินเลี้ยงกันอยู่นาเหวย คุณกินก็หิวจนไส้กิ่วแล้วนาเหวย~~" ไม่ว่าเปล่า คุณกินยังพยายามเดินหายัยหมวยจริงๆ

            "ก็อย่างที่บอก ทุกคนทิ้งเงินกับอาหารไว้ที่นี่ แล้วอั๊วจะเผย---โอ๊ะ โอ..." ในระหว่าที่ยัยตัวดีกำลังจะทำอะไรที่ดูเหมือนโจรปล้นสะดมเข้าไปทุกที คุณกินก็เจอหล่อนซ่อนตัวอยู่หลังฉากเวทีเสียก่อน "...โดนจับได้แล้วน่อ"  ร่างเล็กมองคนเป็นพ่อบุญธรรม พร้อมยิ้มแหยๆ  แล้วก็รีบซ่อนไมค์ไว้ในแขนเสื้อยูกาตะสีชมพูอ่อน

            "ไง สนุกพอหรือยังหือ? ถ้าโดนจับได้แสดงว่าทุกคนไม่ต้องทิ้งเงินกับอาหารแล้วใช่มั้ย" คุณกินพูดหน้าตาย ก่อนจะทำการลากคอคางุระออกไปบนเวที ก่อนที่จะกระชากไมค์มาจากมือเจ้าหล่อน "ฮัลโหลเทส หนึ่ง สอง สาม สี่...โอเคใช้ได้"

            "วะ...หวัดดีน่อ ทุกคน" ร่างเล็กทักทาย คนอื่นๆเห็นเธอแบบนั้นแล้วก็ยิ้มขำๆ บางคนก็ตะโกนด่า บอกว่าเธอทำตัวเป็นโจร บ้างก็ว่าหายไปสี่ปี เธอก็ยังสวยสู้ตัวเองไม่ได้(แคทเธอลีนนั่นแหละ) ถึงกระนั้นแล้ว สิ่งที่เหมือนเดิมก็คือ เพื่อนๆยังคงไม่เปลี่ยนไป ยังคงต้อนรับเธออย่างอบอุ่น(กัดฟัน) และยังมีความคิดถึงให้กันเสมอ

            "เอาล่ะ เสียเวลากันมามากพอแล้ว คุณกินในฐานะเจ้าภาพขอประกาศให้ทุกคนเริ่มทานอาหารได้ ไอ้บ้าฮิจิคาตะ วันนี้ฉันขอสั่งให้แกงดอาหารหมา(มายองเนสไม่ใช่อาหารหมานะเฟ้ย! : ฮิจิคาตะ) ส่วนโอทาเอะ...อย่าวางยาพิษทุกคนด้วยไข่เจียวของเธอก็พอ โอเค ขอให้กินกันให้สนุกนะ" กินโทกิกล่าว ก่อนจะโยนไมค์ทิ้ง ราวกับมันเป็นขยะ

            "เฮ้อ ดูวุ่นวายจังเล๊ย" คางุระบ่น เรียกสายตาจากเจ้าบ่าวงาน

            "ก็เพราะใครไม่ทราบ"

            "ช่างเหอะ อั๊วหิวแล้ว อั๊วอยากไปนั่งเมาท์แตกกับพวกอาเจ๊" ร่างเล็กโบกมืออย่างไม่แยแส หมุนตัวเตรียมลงจากเวที ก่อนที่จะหันกลับมาหาเจ้าบ่าวเจ้าสาว "อ้อ ยินดีด้วยนะ ที่พวกลื๊อลงเอยกันซักที อย่าลืมมีน้องมาให้อั๊วเร็วๆด้วยล่ะ" เธอพูดแค่นั้น ยิ้มบางๆ แล้วก็เดินลงจากเวทีไป ทิ้งไว้ให้เหลือเพียงคู่บ่าวสาวที่หน้าแดงกันเป็นแถบ

            งานเลี้ยงเป็นไปอย่างครึกครื้นและเฮฮาปาร์ตี้ สมกับเป็นงานมงคล มีการวางมวย หรือถกเถียงกันบ้าง ตามประสาชาวห้อง 3-Z  รวมไปถึงเศษอาหารที่บินว่อนข้ามโต๊ะ เค้กแต่งงานที่พบกับชะตากรรมอันแสนอนาถ จากยาพิษที่ชื่อว่าไข่เจียว  กลุ่มผู้หญิงที่เข้ามาฟังเรื่องเล่าของคางุระก็เริ่มเมาท์แตก และน้ำตาซึมกันไปพักๆกับเรื่องดราม่าในชีวิตของสาวน้อยคนนี้ กลุ่มผู้ชาย นำโดยคอนโด(ที่ลากคอฮิจิคาตะกับโซโกะมาด้วย)เริ่มก๊งเหล้ากันกลางวันแสกๆ บอกว่าเหล้าต้องกินพร้อมกับชมซากุระและอยู่พร้อมหน้ากับสาวงามสิ มันถึงจะมีรสชาติ ซึ่งแน่นอนว่าสาวงามที่ว่าของเขาก็สะบัดหน้าใส่อย่างไม่ใยดี...ดูท่าคู่นี้คงจะอีกนานกว่าจะลงเอย

            และไม่นานนักหลังจากนั้น เมื่อตะวันคล้อยบ่าย เหล่าหญิงสาวทั้งหลายก็เริ่มน้ำลายแห้ง หันไปก๊งเหล้ากับเหล่าชายหนุ่ม ที่หลายรายเมาหัวราน้ำไปเรียบร้อย บางคนก็ไปเฝ้าพระเจ้าบนสวรรค์ หรือบางคนก็กำลังละเมอฝันถึงไอดอลทั้งๆที่ตัวเองกอดขวดเหล้าอยู่(ที่แขวนแว่นนั่นแหละ) คางุระที่เริ่มกรึ่มๆ เห็นสภาพแต่ละคนแล้วก็วางถ้วยสาเกลง ใช้เวลาอันแสนสงบสุขนี้มองชมวิวไปรอบๆ พลางก็นึกถึงความดราม่าของชีวิตสี่ปีที่ผ่านมา...ในที่สุดเธอก็ได้กลับมา...สถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านของเธอจริงๆ...ในที่สุด...เธอก็ได้ทำตามสัญญา

            ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือไม่ พอเธอคิดถึงสัญญาปุ๊บ สายตาก็ป๊ะเข้ากับดวงตาสีไวน์แดงที่อยู่ตรงข้ามปั๊บ จริงสินะ ตั้งแต่โผล่มา เธอยังไม่ได้เข้าหาเขาเลยนี่นา หมอนั่นต้องงอนเธออยู่แน่ๆ คงจะต้องใช้ความอดทนมากทีเดียว ที่จะไม่เข้ามาหาเธอ แล้วลากออกไป...ดูท่าทางนั้นเอง ก็เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมามากพอสมควร

            ราวกับสื่อใจกันได้ โซโกะและคางุระพร้อมใจกันลุกขึ้น เดินข้ามศพเพื่อนๆออกไปที่ประตูโรงเรียน...โดยที่ไม่รู้เลยสักนิดว่า...ศพเหล่านั้นกำลังอมยิ้มกันอยู่ในใจ

            อุตส่าห์เปิดทางให้แล้ว...ใช้ให้คุ้มล่ะ!

 

            "เธอไม่สูงขึ้นเลยนะ" ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเอ่ยทัก เหล่ตามองร่างเล็กที่ระดับเลยหัวไหล่มาหน่อยๆ

            "ลื๊อเองก็ยังขี้เหร่เหมือนเดิมเลยน่อ" ฝ่ายคนโดนวิจารณ์ก็ไม่น้อยหน้า เปิดฉากสวนกลับไปอย่างเผ็ดร้อน

            "ขี้เหร่...แต่ก็มีพวกหมูตัวเมียมาสยบแทบเท้าฉันทุกวันแหละน่า" ว่าพลางก็ยิ้มกวนประสาท จนคางุระรู้สึกคันมือขึ้นมาตงิดๆ ดวงตาหรี่ลงอย่างเคลือบแคลงสงสัย

            "หมูตัวเมียอะไรน่อ..."

            ท่าทางไม่พอใจของคนตัวเล็กทำเอาคนตัวสูงยิ้มแก้มแทบปริ "หึงหรือไง"

            "เปล่าน่อ...แล้วเรากำลังเดินไปไหนกัน" เมื่อโดนถามจี้จุด พวงแก้มใสของเธอก็พาลจะแดงเอาดื้อๆ คางุระจึงเปลี่ยนเรื่องทันควัน

            "ไม่รู้ ฉันเดินตามเธออยู่"

            "อ้าว อั๊วก็นึกว่าลื๊อกำลังพาไปที่ไหนเสียอีก" เท้าเล็กหยุดก้าวเดิน เท้าใหญ่หยุดตาม ดวงตาทั้งสองคู่จ้องมองไปยังสถานที่ที่พวกเขาบังเอิญมาเจอ ก่อนที่ความทรงจำบางอย่างจะแทรกตัวเข้ามาให้ห้วงความคิด

            ...สนามเด็กเล่นของโรงเรียนอนุบาลกินทามะ...สถานที่แห่งจุดเริ่มต้นของเขาและเธอ

            วันนี้เป็นวันหยุด โรงเรียนจึงว่างเปล่า ปลอดจากเด็กและคุณครูทุกคน สังเกตได้จากบานประตูหน้าต่างที่ปิดทึบ เว้นไว้แต่สนามเด็กเล่นที่เปิดให้เด็กๆแวะเวียนมาในวันหยุดได้ คางุระและโซโกะเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกัน ราวกับเป็นสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก

            "คิดถึงจังเลยน่อ..." ร่างเล็กพึมพำ ดวงตาสีไพลินกวาดมองไปรอบๆสถานที่ พลางก็นึกถึงเรื่องเก่าๆสมัยเด็กๆ ก่อนที่สายตาจะสบเข้ากับนัยน์ตาสีไวน์แดงเข้าพอดี...น่าแปลก ที่เธอรู้ว่าเขาเองก็กำลังคิดถึงสิ่งเดียวกัน

            ทั้งคู่เดินตรงไปนั่งที่เชิงบันได ตรงที่คางุระเคยทำท่าอวดเบ่งใส่ยามาซากิ ใบหน้าที่เคยแบกรับความทุกข์มาตลอดสี่ปี ตอนนี้กลับไปแจ่มใสอย่างเก่า มือทั้งสองที่เคยต้องปล่อยจากกันหลายครั้งหลายหน ตอนนี้ก็กลับมาประสานกันอีกครั้ง

            "เธอหายไปไหนมา" โซโกะถามขึ้น ขณะที่คางุระกำลังดื่มด่ำกับความสงบสุขตรงหน้า

            "อั๊วเล่าไปหมดแล้วตอนอยู่ในวงน่อ"

            "เธอเล่าไม่หมด เธอยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เธอทำ...แบบตอนที่ฉันเจอเธอที่ท่าเรือ"

            "เรื่องมันซับซ้อนซ่อนเงื่อน แล้วก็ยาวมาก อั๊วขี้เกียจเล่า" คางุระหาววอดๆ ก่อนจะเอนไปซบไหล่ร่างสูง

            "แต่ฉันอยากฟัง" โซโกะประท้วง พลางก็เอาจมูกไปไสศีรษะร่างเล็ก สูดเอาความหอมของกลุ่มผมสุ่มสีส้มแดง "ฉันอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น อยากรู้ว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง"

            "เอ้า...ก็ได้...หลังจากที่อั๊วต้องกลับบ้าน อั๊วก็คิดได้ว่า รากเหง้าของปัญหาทั้งหมดมันเริ่มมาจากครอบครัวน่อ ถ้าครอบครัวของอั๊วไม่ใช่ยากูซ่า ทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น และการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้...อั๊วจะต้องขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ตอนนั้นคามุอิเป็นว่าที่อย่างเป็นทางการ อั๊วจะต้องสู้ชนะหรือเสมออีให้ได้ ถึงจะสามารถแย่งตำแหน่งมาได้ แต่ฝีมือของอั๊วยังห่างไกลกับอีมากน่อ ขนาดอั๊วฝึกหนักตั้งสองปี ยังได้แค่ตีเสมอ

            หลังจากนั้น อั๊วก็ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค แล้วก็เริ่มปฏิวัติทันที โดยเริ่มจากการยกเลิกสัญญาซื้อขายอาวุธเถื่อน บางรายอั๊วก็แค่ยัดเงินให้ปิดปากเงียบ ถือว่าไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน แต่บางรายก็ดื้อด้าน อย่างเช่นเจ้าพ่อเงินกู้หมูตอนนั่น พวกมันขู่อั๊วว่าจะแจ้งตำรวจ อั๊วเลยต้องใช้กำลังจับพวกมันไปทำงานให้กับพรรคอั๊ว เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล"

            "แล้วหลังจากจัดการพวกนั้นหมดแล้ว เธอทำยังไงต่อ"

            "อั๊วตั้งต้นธุรกิจใหม่น่อ เพื่อชดเชยรายได้ที่เสียไปจากการค้าอาวุธผิดกฎหมาย ใช้เวลาอยู่ครึ่งปี บริษัทผลิตร่มของอั๊วก็เริ่มอยู่ตัว ตอนแรกอั๊วตั้งใจจะกลับมาตั้งแต่เมื่อต้นปี แต่เผอิญว่า อั๊วใกล้จะเรียนจบปริญญาตรีที่ฮ่องกงแล้ว เลยอยู่ต่ออีกหน่อย" คางุระอธิบาย พร้อมกับชูร่มสีม่วงคู่กายที่ตอนนี้มีลวดลายสวยงามกว่าเก่า

            "คงจะเหนื่อยมากสินะ" โซโกะพึมพำกับตัวเอง พลางก็ใช้สายตาสำรวจร่างเล็กข้างกาย แล้วเขาก็พบกับความเปลี่ยนแปลงของเธอมากมาย เริ่มตั้งแต่ดวงตาสีฟ้าใสที่เคยเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์สดใสของเด็กสาว บัดนี้กลับสงบนิ่งและเฉียบคมขึ้น เหมือนมีดที่ถูกประสบการณ์ลับจนคม มือเล็กๆของเธอที่เขากุมอยู่ก็หยาบและแข็งขึ้นมาก อีกทั้งท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเธอก็ไม่ได้เบาสบายแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่ละก้าวที่เธอเดินมีความหนักแน่น มั่นคง และระมัดระวังมากขึ้น จะมีก็แต่ผมมวยสองข้างของเธอ ที่ตอนนี้กลับไปเป็นทรงเดิม จากที่เป็นทรงเซเลอร์มูนเมื่อเกือบปีก่อนหน้านี้

            "เหนื่อยมากด้วยน่อ" เธอว่า ก่อนจะย้ายก้นมานั่งบนตักโซโกะแทน ฝังหัวทุยๆลงกับอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ "เพราะงั้นก็ช่วยอยู่นิ่งๆให้อั๊วนอนหน่อยก็แล้วกัน"

            คนถูกใช้ต่างโซฟาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แปลกใจกับการกระทำที่ดูอุกอาจขึ้นของเธอ "อยากนอนก็ไปนอนบนพื้นไป"

            "ไม่" คางุระปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วเอาหัวถูๆกับอกแกร่ง พลางก็ระบายยิ้มออกมา เมื่อพบกับกลิ่นอ่อนๆของร่างสูงที่เธอคุ้นเคย "อั๊วอยากนอนตรงนี้ อั๊วก็จะนอนตรงนี้"

            ถึงจะเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน แต่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมแฮะ เขาคิด รู้สึกอยากกอดรัดร่างเล็กขึ้นมา

            โซโกะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ "คิดดีแล้วเหรอ แน่ใจนะว่าจะได้นอน"

            "แล้วทำไมถึงจะไม่ได้นอนล่ะน่อ" คางุระเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าอยู่ห่างจากร่างสูงไม่ถึงคืบ

            คนผมสีคาราเมลถือโอกาสพิจารณาเธอเงียบๆในใจ แล้วก็พบว่า การกระทำเมื่อครู่...ร่างเล็กจงใจทำ "เดี๋ยวนี้ใจกล้านะ" แน่ล่ะ เมื่อสี่ปีก่อน แค่จะหอมแก้ม แม่นางยังเอียงอายซะขนาดนั้น แต่ตอนนี้ถึงขั้นขึ้นมานั่งตัก จะเรียกว่าอ่อยก็ยังได้

            เมื่อโดนจับได้ คางุระก็เบะปากอย่างไม่ชอบใจ "ถึงอั๊วจะหน้าเด็ก แต่อั๊วก็เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วน่อ อั๊วมีสิทธิ์ที่จะแสดงความรักและความต้องการของตัวเอง ตอนที่ต้องแยกจากลื๊อ อั๊วรู้สึกเสียใจที่มัวแต่ทำปากแข็ง ไม่ได้บอกรักลื๊อ ไม่ได้แสดงความรู้สึกเท่าที่ควร" พูดพลางก็กำเสื้อฮากามะของโซโกะแน่นขึ้น "อีกอย่าง ตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่ด้วย"

            "ที่ทำอยู่นี่ก็ปากแข็งอยู่ไม่ใช่หรือไง คิดถึงฉันก็พูดมาเถอะ"

            "อั๊วเปล่าปากแข็งน่อ" เธอเถียง ยกมุมปากขึ้นยิ้ม "เพราะอั๊วไม่ได้ใช้ปากพูด อั๊วบอกลื๊อไปหมดแล้วจากการกระทำ"

            "และฉันก็เข้าใจซะด้วยสิ" ใช่แล้ว เข้าใจแจ่มแจ้งเลยล่ะ จากการที่เธอเข้ามาอิงแอบ การจ้องตาเขานานๆ การเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ คางุระคิดถึงไออุ่นจากกายของเขา คิดถึงดวงตาสีแดงคล้ำที่อ่อนโยนเสมอเวลาจ้องมองเธอ คิดถึงสัมผัสของเขา...คิดถึงทุกๆอย่างที่เป็นโอคิตะ โซโกะ และตัวโซโกะเอง ก็คิดถึงเธอมากเหมือนกัน

            นัยน์ตาสีแดงกวาดมองใบหน้าของเธอไล่ตั้งแต่ดวงตากลมโตสีไพลิน จมูกเล็กน่ารัก พวงแก้มสีแดงเรื่อ และริมฝีปากบางสีชมพูอ่อน พลันโซโกะก็รู้สึกแห้งผากที่ริมฝีปาก ลำแขนแข็งแรงประคองร่างเล็กในชุดยูกาตะสีชมพูที่นั่งอยู่บนตักให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ใบหน้าทั้งสองค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ ดวงตาสองคู่ค่อยๆปิดลงรอรับสัมผัส และในที่สุด...

            โซโกะแทบจะบรรยายความหอมหวาน และความวาบหวามในท้องไม่ได้  มันเหมือนกับความปรารถนาของเขาได้รับการเติมเต็ม แต่เพียงแค่จูบธรรมดายังไม่ทำให้เขาหายปากแห้ง...เขาต้องการอีก อยากจะลิ้มรสเธอให้มากกว่านี้ อยากจะดูดกลืน อยากจะทดแทนเวลาสี่ปีที่เสียไป

            ลิ้นร้อนๆของเขาสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กของคางุระ ร่างสูงครางออกมาด้วยความพอใจ เมื่อได้ลิ้มความหวานของเหล้าหวานในปากเธอ คางุระเกร็งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ผ่อนคลายลงในที่สุด มือเล็กๆสองข้างค่อยๆไล้แผงอกของเขาขึ้นมากคล้องคอ และจูบตอบด้วยลีลาที่ร้อนแรง เต็มไปด้วยความกระหายไม่แพ้กัน ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างก็พยายามลิ้มความหวานจากกันและกัน ลิ้นดุนลิ้น ริมฝีปากดูดกลืนกันเป็นจังหวะ จนกระทั่งทั้งสองรู้สึกว่าเริ่มขาดอากาศ จึงผละออกจากกันในที่สุด

            "แฮ่ก...แฮ่ก..." หลังจากจูบกันอย่างดูดดื่ม คนทั้งคู่ก็หอบแฮ่กๆ ใบหน้าแดงก่ำจากหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ คางุระเอาหัวซบกับอกกว้าง โซโกะก็เอาคางวางไว้บนหัวเธอ

            "อาจจะช้าไปหน่อย แต่ว่า..." ร่างสูงกล่าวขึ้น ก้มลงมองสบตากับเธอ "ยินดีต้อนรับกลับนะ" ว่าจบ เขาก็ยิ้ม ยิ้มจริงใจ แบบที่มีไว้สำหรับคนพิเศษในชีวิตไม่กี่คนเท่านั้น

            ได้รับรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบนั้นมา คางุระก็พลอยที่จะยิ้มไปด้วย "กลับมาแล้วน่อ" เธอกลับมาแล้วจริงๆ กลับมาในฐานะยัยหมวยของเขาเท่านั้น

            "ยัยหมวย..." เขาพูด ดวงตาที่ทอดมองเธอราวกับจะสื่ออะไรบางอย่าง คางุระจึงใจเต้นตึกตักๆด้วยความลุ้น "ไปต่อกันที่โรงแรมมั้ย"

            "...หา?" ...ก่อนที่ความลุ้นนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา เธอจ้องมองเขาอย่างสุดเซ็ง "แค่อั๊วเป็นฝ่ายเริ่ม ไม่ได้หมายความว่าอั๊วจะยอมไปไกลถึงขั้นนั้นหรอกนะ"

            "ไม่ไปจริงๆหรอ" เขาเบะปากอย่างอ้อนๆ แต่แม้ความน่ารักนั้นจะทำดาเมจคางุระไปเยอะก็ตาม เธอก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง

            "ไม่ไป อั๊วถือคติไม่ชิงสุกก่อนห่ามน่อ" ว่าจบ เจ้าหล่อนก็ยิ้มเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ

            "งั้นแต่งงานกันมั้ยล่ะ"

            "แต่งก็แต่งสิ" เธอรับคำ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ลื๊อว่าไงนะ!?"

            "ว่าง่ายแบบนี้ก็ดี เราจะได้ไม่เสียเวลามาก" ทว่าโซโกะกลับไม่สนใจคำถามของเธอ เขาพาเธอลุกขึ้นยืน ก่อนจะออกแรงจูงมือเธอไป

            "เดี๋ยว นี่เราจะไปไหนน่อ" ร่างเล็กประท้วง

            "ไปซื้อแหวนแต่งงาน" เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เธอตอบตกลงแล้วนี่"

            "ลื๊อเรียกนั่นว่าการขอแต่งงานเรอะ!?" คางุระแหวใส่ "อย่าบอกนะว่าลื๊อไม่ได้เตรียมการไว้เลย"

            "ก็ใช่น่ะสิ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะกลับมาวันนี้"

            "ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะรออีกหน่อยนี่นา" เธอว่า โซโกะหยุดเดิน หันมาพูดกับเธอด้วยสีหน้าจริงจัง

            "ฉันรอเธอมาสี่ปีแล้วนะยัยหมวย และฉันจะไม่รออะไรอีก เราจะไปซื้อแหวนกัน เดี๋ยวนี้"

            "เออๆ ก็ได้ แต่ช่วยเดินช้าๆหน่อยได้มั้ยน่อ ยูกาตะมันทำให้อั๊วเดินลำบาก" คางุระยอมแพ้ให้กับท่าทางจริงจังของโซโกะ ฝ่ายหลังเมื่อได้ยินเธอบ่นแบบนั้น ก็ตวัดแขนอุ้มร่างเล็กขึ้นมาในท่าเจ้าสาว "เหวอ~~"

            "แบบนี้โอเคแล้วใช่มั้ย" เขาถาม คางุระที่ยังตกใจอยู่ก็พยักหน้าหงึกๆ "ดี"

            ร่างสูงก้าวฉับๆออกไปจากโรงเรียนอนุบาลกินทามะ รอยยิ้มของคนมีความสุขประดับอยู่บนใบหน้าของทั้งคู่ ระหว่างทางเดินเต็มไปด้วยความเงียบ แต่กลับไม่อึดอัดเลยสักนิด ดอกซากุระที่ร่วงโรย และลมเย็นๆของฤดูใบไม้ผลิเป็นเหมือนกับสัญญาณเริ่มต้นของอนาคตที่สดใส หลังจากที่ผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆมาด้วยกันมากมาย โรมิโอกับจูเลียตเวอร์ชันกินทามะนี้ ก็ได้พบกับจุดจบที่เรียกว่าแฮปปี้เอนดิ้งกับเขาสักที

            "อาตี๋" คางุระกล่าวขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบ

            "หืม?"

            "อั๊วรักลื๊อนะ" เธอพูด พลางก็ยิ้มอายๆ

            โซโกะยิ้มแก้มปริ "ฉันก็รักเธอ ยัยหมวย"

            ทางเดินของพวกเขายังยาวไกลมากนัก ทว่านับจากนี้ไป มือใหญ่ของโซโกะและมือเล็กของคางุระ จะเกาะกุมกันไว้แนบแน่นแบบนี้ และจะไม่มีวันปล่อยมือกันไปอีก นับจากนี้ และตลอดไป

 

...The end...

------------------------------------------------------------

ในที่สุดแฟนฟิคนี้ก็เดินทางมาถึงตอนจบสักที 
ตอนแรกไรท์กะว่าจะให้เป็นฟิคสั้นๆ แค่ไม่ถึงสิบตอน กลับกลายเป็นว่าเอาเข้าจริงๆมีเกือบยี่สิบตอน แถมยาว 113 หน้ากระดาษ A4!!
ฟิคไรท์จะเดินทางมาถึงตรงนี้ไม่ได้เลย ถ้าขาดนักอ่าน และคนคอมเมนท์ให้กำลังใจทุกคน
ถึงแม้ว่าไรท์จะคอนเฟิร์มว่าแต่งจบแน่ๆ แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าไม่มีคนให้กำลังใจ ไรท์อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้
ขอบคุณมากจริงๆที่คอยสนับสนุนและคอยติดตาม คุณไม่รู้หรอกว่า คุณทำให้ไรท์มีความสุขแค่ไหน ที่สิ่งที่ตัวเองรัก ได้รับการตอบสนองแบบนี้
สุดท้ายนี้ ไรท์จะบอกว่า...จริงๆแล้ว ไรท์ว่า โอคิคางุในการ์ตูนน่ะ เป็นคู่แข่งกันต่อไปน่ะดีแล้ว ถ้าอาจารย์โซราจิคนเขียนแต่งสองคนนี้คู่กันจริงๆ มันก็ไม่น่าสนุกน่ะสิ และไรท์ก็ชอบโอคิคางุตัวจริงมากกว่า แม้ว่าไรท์จะเขียนฟิคก็ตาม

Love You Always
จาก ไรท์เตอร์

ปล. เรื่องตอนพิเศษ ขอไม่คอนเฟิร์มนะขอรับ
ปล2. ถึงตรงนี้แล้ว มีใครยังไม่รู้อีกมั้ย ว่าไรท์เป็นผู้หญิง 555
ปล3. ถ้าโชคชะตามีจริง เราอาจได้เจอกันอีกในฟิคโอคิคางุอันต่อๆไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

197 ความคิดเห็น

  1. #193 55384 (@55384) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:22

    ฟินนนนนนนน

    ตายอย่างสงบ ศพสีชมพูเลยตรูhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #193
    0
  2. #191 12456790 (@12456790) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:48
    ฟินนนนนนน
    #191
    0
  3. #190 Phloinapha (@Phloinapha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 16:27
    ฟินมากกกกกก
    #190
    0
  4. #185 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 01:51
    สนุกกมากกก ในที่สุดก้จบแล้ว ถือเปนโอคิคางุที่แหวกแนวและสนุกอีกเรื่องนึง ชอบมากค่ะ
    #185
    0
  5. #181 kagura fanclub (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 23:02
    ขอบคุณที่ไรท์แต่งเรื่องนี้จนจบ เป็นโอคิคางุที่แหวกแนว พล็อตเรื่องใช้ความคิดสร้างสรรค์ดี

    แต่รู้สึกเหมือนไรท์ ชอบโอคิคางุตัวจริงมากกว่า ถ้าเป็นเวอร์ชั่นเด็กนะ



    แต่ตอนที่โตแล้ว ในเดอะมูฟวี่ 2 น่ะ อยากให้ได้ (แต่งงาน) กัน

    แต่ไม่ต้องหวาน (เลี่ยน) มาก เอาแค่พอมีโมเมนต์ซึ้งๆ บ้างก็พอแล้ว

    อีตาโซราจิบ้า! ไม่เขียนให้ซักฉากเล้ย!
    #181
    0
  6. #168 aiya_2910 (@29-aiya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 21:42
    น่ารักจัง
    #168
    0
  7. #167 หญิงเฟ้ย'..' (@sowhat-) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 18:39
    ซึกกี้กับแคทเธอรีนมาฮาอีกแล้ว=.,=
    แอบสงสารซัสจังนิดนุง-..-
    หนูหมวยกะนายซาดิสม์ก็จะได้สมหวังกันซักที*w*d
    แต่งกันไวๆ มีลูกกันไวๆเน้อออ>wd
    P.S.ทำภาคสเปเชี่ยลด้วยได้ไหมคะ มันสนุกมากกกกกก*..*
    สู้ๆนะคะ^w^ ถ้ามีฟิคโอคิคางุอีกจะติดตามต่อนะคะ*^*d
    อ๊ากกกกก แต่งภาคพิเศษเถอะนะคะ>., ไอเบ็กยูววววววผลีดดดดด(I beg you please)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มกราคม 2558 / 18:41
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 3 มกราคม 2558 / 11:49
    #167
    0
  8. #149 net_269 (@net_269) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 16:36
    จบแล้วววว น่ารักมากๆเลยค่าาา รักไรท์ที่สุดเลย ขอบคุณที่แต่งจนจบนะคะ >///<
    #149
    0
  9. #145 แยม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 22:10
    เช็ดเลือดหน้าจอ แป๊ป!!
    #145
    0
  10. #143 `✖F E W S (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 02:53
    จบแฮปปี้น่ารักมากค่ะ >_</
    #143
    0
  11. #125 ลิง'คิงคอง. (@palaroy21) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 20:49
    เย้ๆๆ จบได้แบแฮปปี้เอนดิ่งมากเลยค้าาา
    สนุกมากๆค่ะไรท์ ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ

    #รอติดตามผลงานอื่นๆอยู่นะคะ ♥
    #125
    0
  12. #114 Wathanya_L (@wathanyamewlucy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 15:01
    ว้า...จบล่ะะะ -..-/// หวานมาตั้งหลายตอนถึงตอนจบล่ะ #ได้ข่าวว่ามีตอนดราม่าด้วยนะ = =
    ตอนจบนี่ คางุร...ดาเมจช่างรุนแรง55555 ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ ^^

    #114
    0
  13. #109 สาวกโอคิคางุ^^ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2557 / 18:58
    กรี๊ดดดดด จบแล้วววว น่ารักมากๆเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะคะ
    #109
    0