คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #2 : ค่ำคืนที่ 2 ลาก่อนชั่วนิรันดร์
ค่ำคืนที่ 2 ลาก่อนชั่วนิรันดร์
ถึงจะถูกบังคับให้คำสัตย์ว่าจะต้องไปยังเผ่าของพวกตัวมีขนไร้สมองเมื่อดวงจันทร์ของราตรีที่ 4 มาเยือน แต่จากภูผาจันทราลงไปยังดินแดนเบื้องล่างของพวกแวร์วูลฟ์ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน จะบินไปก็ไม่สามารถทำได้เพราะว่าได้ฝืนใช้พลังกว่าร่างกายจะมีเรี่ยงแรงคืนสู่ปกติก็ใช้ไม่ต่ำกว่า 1 อาทิตย์ อีกอย่างพวกป่าเถื่อนนั่นคงไม่ยอมเป็นแน่แท้
ทำไมฉันถึงไม่มีสายเลือดบริสุทธิ์นะ
เป็นคำถามที่เฝ้าถามซ้ำๆตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีบางอย่าง ‘ไม่เหมือน’ น้องชายฝาแฝดทั้งสองหรือเพื่อนร่วมเผ่า
ทำไมถึงมีฉันคนเดียวที่สามารถต้องแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันได้ล่ะ?
เป็นคำถามที่มักถามตัวเองเมื่อตื่นมาแล้วพบว่าทุกคนในปราสาทพากันหลับใหลเมื่อยามเช้าที่พระอาทิตย์มาเยือน เขาเคยถามท่านพ่อเมื่อครั้งยังเยาว์ว่าเพราะเหตุใดผู้คนที่นี่จึงพากันหลับใหลในตอนกลางวันและจะทำกิจกรรมต่างๆในตอนกลางคืน ท่านพ่อผู้แสนจะใจดีเอ่ยตอบว่านั่นเป็นเพราะพวกแวมไพร์จะถูกแสงอาทิตย์ทำลาย แต่สามารถสัมผัสแสงได้ในตอนเช้าๆหรือตอนเย็นๆ แต่แวมไพร์ส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบอยู่ดีจึงหลีกเลี่ยง
ทำไมฉันต้องถูกทิ้งให้อยู่ลำพังเสมอ
ตอนที่ทุกๆคนออกไป ‘ล่า’ เหยื่อ ส่วนตัวเองเพียงแค่ต้องดื่มเลือดเมื่อร่างกายต้องการเท่านั้นซึ่งเดือนนึงจะรู้สึกกระหายรสโลหิตเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นก็มักจะตั้งคำถามนี้ถามตัวเอง
ตอนนี้สิ่งที่อยากรู้คำตอบมากที่สุดคือ
อาชูร่า ทำไมท่านถึงทิ้งฉันไป
ในเวลานี้ราชาองค์ใหม่แห่งเผ่าแวมไพร์ยังนั่งชันเข่าหันหลังพิงแผ่นศิลาหินแกรนิตขัดมันที่สลักชื่ออาชูร่าโอ ที่พื้นดินข้างล่างนั่นมีโลงที่ทำจากไม้มะฮอกกานีอย่างดีสลักลวดลายวิจิตตรสวยงามและอักษรโบราณในรูปของสัญญาลักษณ์รูปลิ่มที่มีข้อความว่าขอให้ผู้ที่หลับใหลหลับอย่างมีความสุขตลอดกาล ราชาผู้งดงามยังคงคิดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆโดยที่ไม่คิดจะขยับกายไปไหน
“ราตรีใกล้จะมาเยือนอีกครา ท่านผู้นั่นยังอยู่ที่เดิมอย่างนั้นรึ?” เสียงรองแม่ทัพแห่งเผ่าแวร์วูลฟ์ย้อนถามทหารที่มารายงาน เขาได้รับมอบหมายให้นำตัวเชลยผู้สูงศักดิ์กลับไป
“พรุ่งนี้พอพระอาทิตย์ขึ้นเราจะออกเดินทางทันที ปล่อยเขาไว้อย่างนั้นแหละ” รองแม่ทัพสั่งการสั้นๆ ให้ทหารแอบเฝ้าดูอยู่ห่างๆต่อไป เพราะรู้ว่าเป็นธรรมดาถ่าต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนโดยที่จะไม่ได้กลับไปอีกต้องใช้เวลาทำใจมากเพียงใด แต่ในกรณีของเขา เขาเลือกที่จะละทิ้งมันเอง เพื่อคนคนหนึ่งเขายอมทิ้งทุกอย่าง
“ท่านไฟย์โอ” เสียงเด็กสาวเอ่ยเรียกผู้นำด้วยน้ำเสียงเบาๆ
เจ้าของนามเพียงแค่หันหน้าไปมองเล็กน้อย
“เราพยายามค้นหาจนทั่วแล้วแต่ไม่พบศพของท่านซูบารุเลยค่ะ” เธอก้มหน้าต่ำ แววตาว่างเปล่ามองสบกลับมา ไม่พบศพ
“แล้วพวกที่ถูกไฟไหม้ล่ะ?”
เด็กหญิงมีสีหน้าไม่สู้ดีนักก่อนตอบ
“เราไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นใครค่ะ เพียงแต่พบ....” เจ้าหล่อนยื่นเข็มขลัดที่มีรอยดำเป็นแถบๆ ดวงตาสีเขียวมรกตของค้างคาวเหลืออยู่เพียงข้างเดียวให้กับไฟย์ ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นทองคำขาวที่เจียรไนเป็นรูปค้างคาวซึ่งท่านพ่อให้กับทุกคนเมื่อมีอายุเข้าสู่วัยรุ่น ของน้องชายคนสุดท้องดวงตาของค้างคาวจะเป็นมรกต น้องชายคนรองเป็นอเมทิตส์ ส่วนของเขาเป็นแซฟไฟร์สีฟ้าอ่อน
ไม่มีคำพูดใดๆหลุดรอดออกมาจากปากของคนที่รับเข็มกลัดมาถือไว้
“อีกชิ้นพบเพียงส่วนหัวแต่พลอยที่ประดับดวงตาเป็นสีม่วงค่ะ เราพบชิ้นนี้ที่ทางน้ำข้างตัวปราสาท”
ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นบางคนน้ำตาไหลและพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ด้วยรู้ดีว่าเข็มกลัดทองคำขาวคือสัญญาลักษณ์แทนตัวของรัชทายาท
คนที่ได้รับเศษทองคำขาวทั้งสองชิ้นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขากล่าวขอบคุณเด็กหญิงที่นำของสิ่งนี้มาให้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
มือทั้งสองข้างกำมันไว้แน่น ทิ้งน้ำหนักพิงหลังลงกับศิลาหินแกรนิต แววตาเหม่อมองควันไฟสีเทาที่ลอยอยู่จางๆในที่ไกลๆ
“กรุณาเข้มแข็งนะครับ พวกเราจะรอท่านกลับมา” เสียงเด็กชายกล่าว
“อาจจะต้องใช้เวลา 100 200 หรือ 300 ปีแต่พวกเราจะช่วยกันฟื้นฟูอาณาจักรแวมไพร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
“โปรดรักษาตัวด้วย ในยามนี้พวกเราทุกคนอ่อนแอเพียงแค่แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณก็ไม่สามารถทานทนได้”
“กรุณาสัญญาว่าท่านจะกลับมา” พอหันไปมองรอบๆ ประชากรแวมไพร์ที่รอดชีวิตจำนวนหนึ่งก็มามุงอยู่รอบๆตัวเองไม่มีคำพูดใดๆ ราชาแวมไพร์เพียงยิ้มให้กับทุกคนเท่านั้น
อีกประมาณ 2 ชั่วโมงพระอาทิตย์ของวันใหม่ก็จะมาเยือน ในขณะที่ยังคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ก็รู้สึกว่ามีของเหลวๆอุ่นไหลออกมาที่ฝ่ามือ เป็นเพราะคมของเข็มกลัดนี่เอง นี่เขาคงจะเผลอกำมันไว้แน่นเกินไปสินะ ไฟย์ยกเข็มกลัดขึ้นมา คมเข็มกลัดสะท้อนแสงดาวเป็นประกาย ในคืนที่ดวงดาวเกลื่อนฟ้า สายลมโชยมาอ่อนๆเช่นนี้ ช่างเหมาะที่จะตามทุกคนไปซะจริง คมของเข็มกลัดถูกเลื่อนเข้ามาใกล้ลำคอขาวเนียน
โลหะสัมผัสลำคอทำให้รู้สึกเย็นๆ
เข็มกลัดกดลึกลงไป
ลึกลงไป
ของเหลวสีแดงค่อยๆรินออกมา
ท่านพ่อ คามุอิ ซึบารุ
ข้าจะตามไปอยู่กับทุกคนเดี๋ยวนี้แหละ ไม่ยอมให้พวกท่านทิ้งข้าไว้ลำพังอีกแล้ว.....
เข็มกลัดถูกกดลึกลงไปจนมิด
///////////////////*////////////////*////////////////*///////////////
“อะไรกันขึ้นเป็นราชาได้ไม่กี่ชั่วโมงก็คิดจะละทิ้งหน้าที่เลยรึ?” เสียงเข้มๆกล่าวอย่างเย้ยหยัน สร้างความงุนงงให้กับคนที่ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองเป็นอย่างมาก
ที่แท้ปลายเข็มกลัดอันแหลมคมก็ฝังอยู่ที่ท่อนแขนแข็งแรงของชายผู้นี้นี่เอง ว่าแต่เขาเป็นใครล่ะ?
“มันเรื่องของข้า!” ตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างไม่คิดปิดบัง
“เอาของของข้าคืนมานะ!” พยายามจะลุกไปกระชากเข็มกลัดคืนแต่เรี่ยวแรงไม่เอื้ออำนวยจึงเสียหลักล้มลงไปนั่งอยู่ที่เดิม
“ดูไม่ได้เอาซะเลย ความเด็ดเดี่ยวตอนที่ปล่อยลิ่มน้ำแข็งใส่ข้าหายไปไหนแล้วล่ะ?”
“เจ้า!!!” ไฟย์รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ที่แท้ก็แม่ทัพของเผ่าแวร์วูลฟ์นี่เอง ตอนที่ต่อสู้กันเมื่อคืนก่อนอยู่ในร่างมนุษย์หมาป่า คิดแล้วก็แค้นใจตตนเอง เขาน่าจะรู้ตั้งแต่เห็นดวงตาสีแดงเข้มของอีกฝ่ายแล้ว ไฟย์เลือกใช้ความเงียบ
คุโรงาเนะกระชากเข็มกลัดที่ฝังจนมิดแขนออก ก่อนโยนไปแทบเท้าคนที่หันหน้าหนี
“ไม่อยากได้แล้วรึ?”
ดวงตาสีแซไฟร์มองลึกลงไปในดวงตาสีแดงเข้ม ก่อนจะก้มลงเก็บและใช้ชายเสื้อเช็ดคราบเลือด การกระที่แสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจนั้นคือการทำให้เส้นเชือกความอีกคนของเจ้าชายแวร์วูลฟ์ขาดสะบั้น
เขาก้าวเพียงสองสามเก้าก็สามารถประชิดตัวราชาผู้มีผมสีทองงดงาม นิ้วแกร่งเชยคางมนให้หันมาสบตา
“ชีวิตเจ้าเป็นของข้า! น้ำ ดิน อากาศ ที่อยู่รอบๆตัวเจ้าก็เป็นของข้าเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าเป็นของข้าตั้งแต่วินาทีที่เจ้ารับปากตกลง” เขาบีบคางของอีกฝ่ายแน่นขึ้น
“ถ้าเจ้าตายข้าจะฆ่าพวกแวมไพร์ที่อยู่ที่นี่ทุกตน! อย่าได้คิดที่จะหนีจากข้าอีก! ถึงแม้เจ้าตายก็ไม่สามารถหนีจากข้าได้! แผ่นดินที่จะเจ้าจะหลับใหลตลอดกาลอยู่ที่อาณาจักรของข้า! เผ่าแวร์วูลฟ์!”
เจ้าชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากของราชาแวมไพร์อย่างดุดัน ปลายลิ้นชอนไชเข้าหารสชาติริมฝีปากนุ่มอย่างหยาบคาย ร่างเล็กกว่าพยายามดิ้นรน แต่ไม่สามารถสู้แรงอีกฝ่ายได้ อากาศไหลเข้าสู่ปอดเมื่อคนที่รุกล้ำยอมละริมฝีปากออกห่าง ไม่รอช้าฝ่ามือเรียวนุ่มก็ทิ้งลงที่หน้าของอีกฝ่ายเต็มๆ
รสเลือดติดอยู่ที่มุมปาก ดวงตาสีแดงเข้มวาวโรจน์เมื่อตนเองถูกหยามเกียรติ เขาสะบัดหลังมือใส่ดวงหน้าหวาน ทำให้อีกฝ่ายล้มลง ไฟย์ค่อยๆประคองกายให้ยืนขึ้น รู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตั้งแต่เห็นดวงตาสีแดงลุกโชน
“จะไม่มีเรื่องอย่างนี้อีกเป็นครั้งที่สอง เตรียมตัวเดินทางด้วย” ร่างสูงเดินจากไปพร้อมคำพูดที่ตอกย้ำ
ร่างโปร่งได้ยินเหมือนคำพูดนั้นดังมาจากที่ไกลๆ ปวดซีกหน้าด้านขวาและรู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆกดทับที่หัว และเหมือนมีหินหนักๆมาถ่วงไว้ที่ขาก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงบนเนินดินที่ใต้ผืนดินมีร่างของคนผู้เป็นที่รักนอนอยู่
ธีบีซี
คุโรต้าแอบโหดไปอ้ะป่าวเนี่ยยยยยย
มะเปงไรมีคนอ่าน 1 คนเราก้อจาแต่งต่อไป กร้ากกกกกกก แต่ถ้าเกิดมะมีใครอ่านก้อจามะเอาลง *ล้อเล่นๆ*
ลงอยู่ดีแหร่ะ ตามนโยบายเพื่อไม่ให้บอร์ดร้าง
ป.ล.ถึงพี่จอย ขอโทดนะค่ะ ที่หนูทำลูกสาวพี่ซะเระ อิอิ แต่ตอนต่อไปจายิ้งก่านี้อีก หึหึหึ
ความคิดเห็น