คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF/KHR] It's too late...(2718)

เพราะไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า ‘รัก’ จึงไม่ทันรู้สึกตัว แต่เมื่อรับรู้ถึงมัน นั่นคือวินาทีที่ได้รู้ว่ามันสายเกินไป…

ยอดวิวรวม

744

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


744

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


19
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ก.ค. 61 03:34 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ถ้าหากมารับรู้ความรู้สึกในใจในวันที่ทุกอย่างสายเกินไปจะรู้สึกแบบไหน

จะเจ็บปวด จะทรมาณ หรือจะโล่งใจ?

แล้วถ้าคนแบบ ฮิบาริ เคียวยะ ต้องมารู้สึกแบบนี้ล่ะ?

มันจะเป็นแบบไหน....

----------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ เป็นครั้งแรกที่ลองแต่งฟิคของ 2718
เนื่องจากไล่อ่านมาช่างมีน้อยเหลือเกินเลยต้องลุกมาผลิตเอง!

ฟิคนี้พยายามทำให้ไม่หลุดคาร์มาก แต่ถ้าหลุดไปก็ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ

ถ้าชอบเรื่องนี้ก็ดีใจค่ะ ขอให้อ่านแล้วชอบนะคะ

ขอบคุณธีมจากคุณ  B E R L I N ❀ T H E M E { V.2 }



b
e
r
l
i
n
?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 31 ก.ค. 61 / 03:34

บันทึกเป็น Favorite




เพราะไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า ‘รัก’ จึงไม่ทันรู้สึกตัว


แต่เมื่อรับรู้ถึงมัน นั่นคือวินาทีที่ได้รู้ว่ามันสายเกินไป…


—————————


     ระฆังดังเหง่งหง่างต้อนรับในวันแห่งความสุขวันหนึ่งในชีวิต เสียงร้องเฮฮาอวยพรลั่นด้วยความยินดีให้กับคู่รักที่กำลังจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ร่วมกัน



ใช่… วันสำคัญ…



…วันแต่งงาน…



      เมื่อผ่านช่วงการสาบานที่สำคัญ จูบสาบานและคำกล่าวจะรักและปกป้องกันตลอดไปของคู่หนุ่มสาว คนในงานก็กรูกันเข้ามาแสดงความยินดีให้กับบอสของวองโกเล่ที่มีสถานะ ‘เจ้าบ่าว’ ในวันนี้ ทั้งเพื่อนสนิทมิตรสหาย คนจากแฟมมิลี่อื่นหรือคนรู้จักก็ต่างร่วมแสดงความยินดี แม้แต่คนที่คาดว่าจะไม่มางานก็ยังมา…



ฮิบาริ เคียวยะ



      เมฆาของวองโกเล่ผู้รักสันโดดยืนพิงต้นไม้ห่างจากความครึกครื้นในงานเล็กน้อยดั่งนิสัยที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ดวงตาสีนิลเหลือบมองภายในงาน มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดเมื่อมองไปทางไหนก็มีแต่คนสุมหัวกันทั้งนั้น


ในขณะที่เขาพยายามสงบจิตใจภายในซึ่งดูไม่เป็นตัวเขาเลยก็มีร่างหนึ่งวิ่งเหยาะๆ มาทางเขา ผมฟูสีน้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์ที่จัดทรงมาเละไม่เป็นท่าจากการวิ่งมา รอยยิ้มเหยาะแหยะไม่ต่างกับในอดีตแต่เปี่ยมด้วยความสุขส่งมาให้เขา


“คุณฮิบาริ ขอบคุณที่มาในวันนี้นะครับ!”


“ผมก็แค่มาเพราะเจ้าหนูขอ”


      ข้ออ้างแบบเดิมๆ ถูกยกขึ้นมาใช้อีกครั้ง บอสของวองโกเล่ในปัจจุบันยิ้มเจื่อนให้กับคำตอบที่ไม่ได้ต่างจากที่คาดเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ดีใจที่คนตรงหน้ายอมมาร่วมงานมงคลที่สำคัญกับชีวิตเขา


“ถึงแบบนั้นก็ดีใจครับ”


“…”


      ทั้งคู่ต่างไม่ได้พูดอะไรกันอีกทำให้บรรยากาศเริ่มน่าอึดอัด จริงอยู่ว่าเวลาผ่านมาเป็นสิบปีทำให้สึนะจอมป๊อดเริ่มกล้าที่จะเข้าหาคนตรงหน้านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีความกลัวที่จะโดนขย้ำอยู่หากทำให้พี่แกหงุดหงิด


“…ซาวาดะ สึนะโยชิ”


     ผ่านความเงียบงัดเพียงอึดใจ เมฆาตรงหน้ายอมเป็นฝ่ายเปิดปากเรียกเขา ทำให้ความคิดที่จะกลับเข้างานเมื่อครู่หยุดไป เขาขานรับคำเรียกนั้นและรอฟังที่อีกฝ่ายจะพูด


“…”


“…ยินดีด้วย”


      ฮิบาริกล่าวคำสั้นๆ แต่คำนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายยิ้มหน้าบานอย่างไม่คิดจะปิด คำอวยพรจากมิตรสหายที่สำคัญมีหรือที่ซาวาดะ สึนะโยชิจะไม่ยินดี โดยไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าฝืนใจพูดออกมา แม้จะเจ็บปวดอยู่ภายในใจเมื่อรับรู้ถึงความยินดีของอีกฝ่าย



…การไม่รู้อะไรนี่มันดีจริงๆ นะ…



“ขอบคุณจริงๆ ครับคุณฮิบาริ อ๊ะ ผมต้องกลับไปดูแขกในงาน คุณฮิบาริอยากไปด้วยกันมั้ยครับ?”


“ไม่ล่ะ สุมหัวกันมีแต่จะทำให้อยากขย้ำ”


“ฮะๆ นั่นสินะครับ…”


     สึนะโค้งให้อีกฝ่ายเล็กน้อยแล้ววิ่งเหยาะกลับเข้างานเหมือนตอนที่วิ่งมาหาเขา เจ้านกน้อยสีเหลืองบินมาเกาะไหล่ผู้เป็นนาย ปลายนิ้วเรียวสวยยกขึ้นเกลี่ยหัวอย่างที่ทำเป็นประจำ


“ฮิบาริ… เจ็บปวด เจ็บปวด…”


“…นายพูดผิดแล้ว ผมไม่ได้เจ็บปวดหรอกนะ”


     เขาตอบกลับเสียงเบาแต่คำนั้นราวกับพูดให้ตัวเองเข้าใจไปตามนั้น ภาพที่เจ้าบ่าวยิ้มเปี่ยมสุขให้เจ้าสาวที่งดงามนั้นมันบาดตาเสียจนต้องหันหน้าออกหนี ความรู้สึกบีบรัดในอกมันน่ารำคาญจนเจ้าของร่างนึกหงุดหงิดในความไม่เป็นตัวของตัวเอง


เขารู้ดีว่าสาเหตุนั้นคืออะไร และเพราะรู้จึงไม่อาจทำอะไรได้ ไม่สิ ต้องบอกว่าทำอะไรไม่ถูกต่างหาก มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนจึงยากที่จะรับมือ ใช่แล้ว…


ฮิบาริ เคียวยะ ได้รู้สึกตัวว่าเขานั้นมีใจให้กับ ซาวาดะ สึนะโยชิ


     แต่ดั่งกับฟ้าเล่นตลก เมื่อเขาได้เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง นภาผู้อ่อนโยนก็ได้ประกาศเรื่องงานแต่งในไม่กี่วันถัดมา อันที่จริงเขาพอจะเดาได้ถึงความสัมพันธ์ที่หวานชื่นของสึนะโยชิกับคนรักในปัจจุบัน และรู้ด้วยว่ามันต้องมาในซักวันนึง แต่แค่ไม่นึกว่าจะเร็วแบบนี้…


แม้งานจะจัดในอีกสองเดือนต่อมาให้เวลาในการทำใจ แต่เหมือนว่าตัวเขาจะยังตัดใจไม่ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขาอยากตัดขาดจากความรู้สึกนี้แต่เหมือนหัวใจจะรั้นไม่ทำตาม


ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีโอกาสแต่ยังฝืนที่จะรักอีกฝ่าย… โง่เง่านัก ฮิบาริ เคียวยะ…


      เมฆามองภาพแห่งความสุขของอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าออกมา ทิ้งทุกอย่างในวันนี้ไว้ข้างหลังและแอบหวังภายในใจเล็กๆ ว่าความรู้สึกนี้จะจบไปพร้อมๆ กัน


…ถ้านายมีความสุข… นั่นก็ดีแล้วล่ะ…




—————————




“ช่วงนี้คุณฮิบาริดูฝืนๆ หรือเปล่า?”


     เสียงนุ่มทุ้มกล่าวออกมาในขณะที่มือเปิดดูเอกสารของวองโกเล่ หลังจบงานแต่งมาสองสัปดาห์แล้วก็กลับมาทำงานตามเดิมแม้จะฮันนีมูนไปได้สามวัน งานของวองโกเล่นั้นรัดตัวจนสึนะคิดว่าเท่านั้นก็เพียงพอกับเขาและภรรยาแล้ว


แต่สิ่งที่รู้สึกในช่วงนี้หลังกลับมาทำงานคือเมฆาดูเหมือนจะมีงานรัดตัวแน่นยิ่งกว่าเขาเสียอีก จนนึกอดห่วงรุ่นพี่ที่เคารพคนนี้ไม่ได้ทั้งที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของคนคนนั้นอยู่ก็ตาม


“เหรอครับ? ผมว่านี่มันก็ปกติของเจ้าฮิบาริอยู่แล้วล่ะครับ”


“แต่ฉันเห็นด้วยกับสึนะน้า~ ตอนเดินผ่านกันก็รู้สึกว่าหน้าตาไม่สดชื่นเลย”


“…ยามาโมโตะ”


      เพื่อนสนิททั้งสองออกความเห็นไปคนละทาง เขาละสายตาจากเอกสารเริ่มใช้ความคิด จะให้ไปก้าวก่ายคนคนนั้นก็คงไม่ชอบ ซ้ำน่าจะโดนขย้ำกลับมาซะอีก


“ถ้าเป็นห่วงนักก็ไปหาซะสิ”


“รีบอร์น!”


        อดีตอัลโกบาเลโน่ นักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดแถมยังเป็นครูสอนพิเศษของเขา แม้ในตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ เพราะถอนคำสาปแล้วตอนนี้เจ้าตัวจึงเติบโตขึ้นมาในรูปลักษณ์อายุ 15 ปี ดูเหมือนว่าจะเพิ่งกลับมาจากงานล่าสุดที่ได้รับมา


“มานั่งอมพะนำแบบนี้มันก็ไม่ช่วยอะไร หนึ่งในหน้าที่ของบอสคือดูแลลูกน้อง สอนไปไม่จำเลยเรอะ”


“อุ… ก็รู้อยู่หรอก แต่นั่นมันคุณฮิบาริเลยนะ!”


“เลิกบ่นพิรี้พิไรแล้วทำสิ่งที่อยากทำซะ เจ้าสึนะ”


      ปืนคู่ใจจ่อเข้าที่กลางศีรษะของนภาดั่งที่เคยทเป็นประจำ แต่นอกจากจะไม่แตกตื่น สึนะยังคงมองครูสอนพิเศษของตนราวกับขอความเห็น สิบปีมานี่ก็ต้องมีพัฒนาการกันบ้าง นั่นทำให้รีบอร์นหมดความสนุกเล็กน้อย


“ควรจะทำไงดีล่ะ?”



บอกตามตรงว่าเขายังไม่อยากโดนขย้ำจากคนคนนั้นน่ะสิ



“งั้น… ลองชวนฮิบาริกินข้าวเย็นหลังเลิกที่ร้านพ่อฉันมั้ยล่ะสึนะ”


“อะ ไอ้เจ้าบ้านี่ ออกความเห็นทำไมฟะ ท่านรุ่นที่สิบครับ อย่าคล้อยตามเจ้าบ้านี่เลย เดี๋ยวเจ้าฮิบาริก็กลับเป็นเหมือนเดิมเองแหละครับ”


     โกคุเดระคัดค้านข้อเสนอทันควัน มือขวาผู้ภักดีคิดว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า มีหรือที่เมฆาที่รักอิสระคนนั้นจะตอบรับคำชวน แต่สึนะกลับคิดว่ามันเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเท่าไหร่


ร้านซูชิของยามาโมโตะได้รับการปรับปรุงและขยายพื้นที่จนมีห้องสำหรับส่วนตัว บางทีถ้าโชคดีฮิบาริอาจจะตอบรับคำชวนก็ได้


“ฉันว่าฉันจะลองทำตามข้อเสนอของยาโมโตะดูน่ะ ยังไงก็รู้สึกว่าปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ”


“รุ่นที่สิบ…”


“ฮะๆ งั้นตกลงตามนี้เนอะ เดี๋ยวฉันโทรไปบอกพ่อให้จองห้องให้ก่อนล่ะ”


     สึนะพยักหน้าให้เพื่อนสนิท เขาเองก็ต้องส่งข้อความไปบอกภรรยาเหมือนกันว่าวันนี้อาจจะไม่ได้กลับไปกินข้าวเย็น ดีที่ภรรยานั้นเข้าใจเขา ทำให้สึนะรู้สึกว่าตนโชคดีจริงๆ ที่ได้แต่งงานกับเธอ



…ที่เหลือก็คือชวนคุณฮิบาริให้ได้สินะ เอาล่ะ! ดับเครื่องชนไปชวนเลยละกัน!



………



“นายกำลังทำให้ตารางงานผมรวนรู้ตัวบ้างรึเปล่า”


“แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็มานี่ครับ น่า… คุณฮิบาริ มาเปลี่ยนบรรยากาศกันเถอะครับ”


      สึนะพยายามกล่อมฮิบาริตลอดทางที่มาถึงร้านซูชิ กว่าจะหาตัวอีกฝ่ายได้ก็เล่นเอาลำบาก นี่ยังไม่รวมถึงกว่าจะลากตัวมาได้นะ ต้องให้รีบอร์นช่วยพูดถึงจะยอมตามมา แต่ก็ยังไม่วายบ่นให้เขา


“ผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบรรยากาศ”


“ไม่ได้ครับ ตอนนี้คุณทำงานหนักเกินไป ในฐานะบอสผมขอให้คุณพักชั่วคราวครับ”


“นายไม่ใช่เจ้านายผม”


      ฮิบาริตอบกลับเรียบๆ แต่สิ่งที่ตอบกลับคือเสียงหัวเราะแหยๆ ของนภา จะกี่ปีก็ไม่เคยเปลี่ยน เขาจึงจำใจต้องเดินเข้าร้านไปกับอีกฝ่าย แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ควรตามมาแต่หัวใจก็ไม่เคยฟัง


“เชิญครับ คุณฮิบาริ”


     สึนะเปิดประตูผายมือเชิญอีกฝ่ายเข้าไป ภายในห้องที่ตกแต่งตามสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมอาหารที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามจัดเสิร์ฟไว้ล่วงหน้า บรรยากาศยามค่ำคืนโดยรวมนับว่าดีสำหรับฮิบาริ เคียวยะ


“อ่ะ แล้วก็… เพราะวันนี้ผมฝืนให้คุณมา ผมจะเลี้ยงมื้อนี้เองครับ!”


“นายนี่… เก็บเงินไว้ใช้เองดีกว่ามั้ย”


      บอสวองโกเล่แสดงความใจป๋า ทำให้ฮิบาริอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา ถึงจะเป็นรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยแต่สึนะก็ชอบรอยยิ้มคนคนนี้ รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความพึงพอใจในการขย้ำเหยื่อ หรือยิ้มแบบเหนือกว่าอย่างที่ชอบใช้ประจำ


…เขาไม่รู้เลยว่ามีเพียงตัวเองเท่านั้นที่ได้รับรอยยิ้มนี้จากเมฆาตรงหน้า…


     ทั้งสองต่างนั่งลงด้านตรงข้ามกัน บรรยากาศสบายๆ จึงทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น แม้ระหว่างทานอาหารจะไม่ได้มีการพูดอะไรมากมายก็ตาม


“คุณฮิบาริ ช่วงนี้ทำงานหนักนะครับ”


“เหรอ นี่ปกติของผม”


“ไม่ครับ งานคุณหนักกว่าผมอีกครับ กำลังฝืนอะไรอยู่รึเปล่าครับคุณฮิบาริ อาจจะไม่สมควร แต่ผมเป็นห่วงครับ”


     มือเรียวที่กำลังคีบเนื้อปลาหยุดชะงักไปเล็กน้อย เขาล่ะเกลียดลางสังหรณ์ของอีกฝ่าย ทั้งที่พยายามทำตัวตามปกติแล้ว จะให้พูดออกไปได้ไงว่าต้นเหตุคือคนที่กำลังห่วงเขาอยู่ตอนนี้


การที่โดนอีกฝ่ายแสดงความเป็นห่วงอย่างตรงไปตรงมายิ่งทำให้อกซ้ายนั้นบีบรัดจนเจ็บ เขาเกลียดมัน


“ผมแค่อยากทำให้ตารางงานผมว่างเร็วๆ เพราะผมมีธุระหลังจากนี้”


“ถ้างั้นบอกผมก็ได้นี่ครับ เดี๋ยวผมจะจัดตารางงานให้ใหม่”


“ผมไม่ต้องการให้นายมายุ่ง” ฮิบาริปฏิเสธชัดเจน การที่ช่วงนี้เขาทำงานที่ได้รับมาติดต่อกันเพราะอยากจะลืมคนตรงหน้า อย่างน้อยตอนขย้ำพวกสัตว์กินพืชพวกนั้นก็ทำให้เขาลืมอีกฝ่ายได้ในขณะนึง


ดูเหมือนคำพูดเขาจะทำให้อีกฝ่ายทำท่าซึมลงนิดหน่อย และมันทำให้เขาใจอ่อนอีกครั้ง จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง


“นายน่ะ อยากดื่มรึเปล่า?”


“เอ๋? แต่ปกติคุณฮิบาริไม่ดื่มไม่ใช่เหรอครับ?”


“วันนี้พาผมมาเปลี่ยนบรรยากาศใช่มั้ยล่ะ? ถ้าแค่นิดหน่อย…”


     สึนะยิ้มร่ากับคำชวนของอีกฝ่าย ตามปกติเวลาเขามากินกับเพื่อนๆ มักจะมีการดื่มกันเฮฮาตามประสาลูกผู้ชาย หลังตัดสินใจจะดื่มเลยสั่งสาเกมาในจำนวนที่น้อยกว่าที่ดื่มตามปกติ



เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะดื่มได้มากหรือเปล่าเลยต้องเซฟๆ กันหน่อย



     ไม่นานนักขวดเหล้าก็ถูกยกมาเสิร์ฟ สึนะรินสาเกลงจอกก่อนส่งให้อีกฝ่าย ทั้งคู่เริ่มดื่มไปพลางชมบรรยากาศยามค่ำคืน ยิ่งรอบตัวเป็นใจสึนะจึงโดนผู้พิทักษ์ของตนมอมเหล้าอย่างง่ายดาย ในขณะที่อีกฝ่ายดื่มลงไปในปริมาณน้อยพอให้กรึ่มๆ


ฮิบาริไม่อยากให้อีกฝ่ายจดจำได้หากตัวเองเผลอพ่นเรื่องไม่เป็นเรื่องไป จึงคะคั้นคะยอกึ่งบังคับให้นภาดื่มไปในปริมาณมาก จนสภาพของบอสมาเฟียผู้แข็งแกร่งหลุดลุ่ยหายไปหมดเสียแล้ว



ทำเกินไปรึเปล่านะ?



“คุณ~ ฮิบาริ้~ ขอเพิ่มหน่อยค้า~บ”


“นายเมาแล้ว…”


“โผม…ไม่ได้มาว~นะ”


     สภาพน่าอนาจใจของนภาทำเอาเขานึกถามตัวเองว่าหลงชอบไปได้ไงกัน แต่คนที่ทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพนี้มันก็เขาอีกนั่นแหละ อีกฝ่ายที่หัวเราะแหะๆ กอดขวดเหล้าเลื้อยบนโต๊ะมันช่างน่าขำนัก


ฮิบาริพิจารณาอีกฝ่าย ใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงเพราะเติบโตขึ้นทำให้อีกฝ่ายดูดีมาก แถมเจ้านี่ยังสูงแซงเขาไปแล้ว ไหล่ที่กว้างสมชาย น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังกี่ครั้งก็รื่นหูสบายใจ ความอ่อนโยนดั่งนภาที่โอบอุ้มทุกสิ่งที่ไม่เปลี่ยนจากเมื่อก่อน…



ทั้งหมดนั่นไม่ได้เป็นของเขา… และไม่มีวันจะได้เป็น…



     ปลายนิ้วสวยเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลของคนที่เมาไม่รู้เรื่องตรงหน้า ในเวลานี้ที่มีกันอยู่สองคนเขาจึงอยากลองที่จะทำตามที่ใจเรียกร้อง ยิ่งคิดเกี่ยวกับอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บปวด นี่คงไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอใช่มั้ย?



เพราะเขาไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า รัก เมื่อรู้สึกตัวถึงมันจึงกลายเป็นว่าสายเกินไป…



     แต่ถ้าเขารู้ตัวก่อนหน้านี้มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงงั้นเหรอ? เขารู้ดีว่านภาตรงหน้าไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกับเขา สิ่งที่อีกฝ่ายมอบให้มีเพียงความเคารพรักในฐานะเพื่อนพ้องที่แข็งแกร่ง หัวใจนั้นบีบรัดอย่างเจ็บปวดเมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้


เจ็บปวดจนแทบบ้า มากจนทำให้ตัวตนเขาอ่อนแอ จะอย่างไรเขาก็เกลียดความรู้สึกนี้ แต่ที่เกลียดยิ่งกว่าคือการที่ตนไม่ยอมตัดใจจากนภาที่แสนอ่อนโยนคนนี้ซักที จึงทำให้เหมือนอยู่ในวังวนความทรมาณที่ไม่สามารถหลุดพ้น


ปลายนิ้วเรียวสวยเลื่อนจากผมของอีกฝ่ายไปแตะอังที่ริมฝีปากได้รูป จึงชักกลับมาจูบเบาๆ ที่นิ้วตัวเองทับรอยเดิม รสชาติของแอลกอฮอล์จากริมฝีปากของอีกฝ่ายส่งฝ่ายมายังตน ไม่รู้เพราะสุดจะทนแล้วหรืออะไร ในอกถึงร้อนผ่าวและอึดอัด บีบคั้นจนจวนเจียนจะระเบิดออกซึ่งความอ่อนแอที่เขาไม่ต้องการ



นี่เขารู้สึกกับอีกฝ่ายมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ…



      ยิ่งปล่อยตัวยิ่งรู้สึก โดยเฉพาะยิ่งอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้า เมฆาที่ตอนนี้อ่อนแออย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะสิ่งที่เรียกว่า ความรัก หากไม่รู้จักมันคงจะดีกว่านี้ ถ้าหากเขาไม่ค้นพบมันเขาคงจะไม่เจ็บปวดแบบนี้


แม้จะทรมาณจนแทบบ้าในเวลาแบบนี้ แต่ใบหน้าเรียวสวยนั้นไร้ซึ่งน้ำตา มีเพียงความเจ็บปวดที่เด่นชัดฉายออกมา ฮิบาริหลับตาพยายามข่มความรู้สึกอย่างที่เคยทำมา เขาพยายามหลีกหนีอีกฝ่าย สะกดความรู้สึกเอาไว้ พยายามปิดตายมันแต่กลับมาพังในวันเดียว ถึงจะแก้ตัวว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้เขาอ่อนไหวมากกว่าปกติ แต่ความจริงก็คือความจริงว่าเขานั้นตัดใจไม่ได้เอง


“…คุณฮิบาริ… ร้องไห้เหรอ…ครับ?”


    น้ำเสียงดูเหม่อลอยพร้อมสัมผัสอุ่นๆ ที่แก้มของเขาทำเอาฮิบาริลืมตาขึ้นมาอย่างกังวลว่าตนเผลอแสดงความอ่อนแอออกไป แต่ยังดีที่เมื่อสำรวจอีกฝ่ายนั้นยังคงไม่ได้สติ ที่ทำอยู่คงเป็นเพราะความเมา แต่มันก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม


“ผมไม่ได้ร้องไห้”


“แต่สีหน้าคุณ…ดู… เจ็บปวด…มาก…”


“…เพราะนายนั่นแหละ…”


      เสียงที่ดูอ่อนแรงตอบกลับนภา เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเมาอยู่จึงกล้าที่จะพูดออกมา สึนะที่ได้ยินดังนั้นจึงเอื้อมตัวไปคว้าอีกฝ่ายมากอดปลอบและลูบหลังตามความเคยชินที่ทำกับคนอื่น


“ขอโทษครับ…”


“เรื่องอะไร…?”


“ผม…ไม่รู้…”


     ฮิบาริแค่นยิ้มออกมา ความอ่อนโยนของนภาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับไฟที่แผดเผาเขาให้ตาย ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรยังจะขอโทษเขาก่อน นายจะใจดีไปถึงไหนกัน ซาวาดะ สึนะโยชิ


ฮิบาริยกแขนขึ้นมากอดอีกฝ่ายกลับหลวมๆ เขาอยากใช้ประโยชน์ของความใจดีนี้เพราะนี้อาจเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่เขาจะได้ทำ ซึมซับความอ่อนโยนของนภาตรงหน้าให้มากพอเท่าที่จะทำได้ เขาคงเลิกหวังเรื่องที่จะตัดใจ


ถ้าหากไม่สามารถตัดใจได้ งั้นเขาจะขอรักอีกฝ่าย… รักโดยที่ไม่หวังจะได้อะไรมาทดแทน


นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้…


      ตั้งมั่นว่านี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะอ่อนแอเพราะชายคนนี้ และเขาจะกลับไปเป็นฮิบาริ เคียวยะ เมฆาที่รักอิสระและไม่ผูกมัดกับสิ่งใดคนเดิม เก็บความรักครั้งนี้ไว้ให้ลึกสุดของใจ และรับรู้ไว้ว่าเขาก็รักใครเป็น ต่อให้มันไม่ได้สมหวังก็ตาม…


“ผมรักนาย…”



คำสารภาพที่ว่างเปล่า… คงมีเพียงสายลมยามค่ำคืนเท่านั้นที่ได้ยินมัน…

เมื่อรู้สึกตัวนั้นย่อมมีทางเลือกให้มากมาย…


เพียงแต่สำหรับคนบางคนนั้น…

อาจไม่มีโอกาสให้ได้เลือกเลย…


End.



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ อุ๋งผู้ไร้ฝัน จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:13
    ภาษาสวยมากค่ะ ลงตัวมาก
    #4
    0
  2. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:24

    ฮือเรื่องมันเศร้า (อย่าสนเลย/อีนี่อิน)

    แต่งต่อได้มั้ยอ้ะไรท์ สนุกมากกก

    #3
    0
  3. #2 Eye eyely (@Eyely1841) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 22:21
    โห...ท่านฮิอกหักจากทูน่า ไม่เคยเห็น!!! เเถมยังเป็นverฮิบาริเคะ2718อีก omg...
    #2
    0
  4. #1 The Shakes (@milk-lovely) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:29
    งื้ออออออออ อยากให้สมหวัง เจ็บตามเลย สงสารฮิอ่า; - ;
    #1
    0